ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,648 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,126

    Overall
    2,256,648

ตอนที่ 34 : Episode Thirty-Three : มองหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 752 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

Episode Thirty-Three

 



       ไรด์การ์ดดูจะเป็นเมืองที่สงบสุขมาก พวกเขาแทบจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากผลลัพธ์ของสงคราม ทุกคนยังคงใช้ชีวิตกันตามปกติราวกับว่าไม่เคยมีสงครามเกิดขึ้นมาก่อน พวกเด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานโดยเลียนแบบวีรบุรุษที่ตนเองให้ความศรัทธา

       ได้ยินมาว่าไรด์การ์ดนั้นได้รับความคุ้มครองจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์โดยตรง เพราะเป็นเมืองบ้านเกิด

ซึ่งอาคารหลังใหญ่ที่มองเห็นอยู่ด้านบนเนินนั้นคือคฤหาสน์ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนดังกล่าว

ถึงจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเซรอสโดยตรง แต่เมื่อคิดว่าจะมาศึกษาเข้าเรียนที่เมืองนี้ก็ควรจะรู้เรื่องเหล่านี้เอาไว้ด้วย

       ผู้คนที่นี่เป็นมิตรมากโดยเฉพาะกับนักเดินทางที่พึ่งเข้าเมืองมา ถึงกับเสนอขายอาหารและเครื่องนุ่งห่มให้ ถึงราคาจะแพงไปสักหน่อยแต่เซรอสก็ซื้อเก็บใส่ไว้ในกระเป๋า พวกเขาคิดว่าเซรอสน่าจะเป็นนักผจญภัยเพราะสังเกตจากการแต่งตัวและการพกพาอาวุธ นอกจากนี้กระเป๋ามิติราคาแพงที่มีแต่พวกที่มีฐานะซื้อเก็บเอาไว้ จึงเป็นเรื่องปกติที่คนธรรมดาจะไม่มีไว้ในครอบครอง

       จะว่าไปแล้วแม้แต่กลุ่มของเรเวนยังมีแค่ยูนีชคนเดียวที่มีกระเป๋ามิตินี่นา

       การหาที่พักในเมืองนี้ทำได้ยากมาก ไม่ว่าจะไปที่ไหนๆ ก็เต็มหมด กว่าจะหาได้ก็กินเวลาไปตั้งค่อนวัน สุดท้ายก็ได้ที่พักในย่านสุดโทรมที่อยู่ใกล้กับโบสถ์หลังเก่า มันถูกเรียกว่าเป็นย่านเสื่อมโทรมที่มักจะถูกละเลยการดูแลจากผู้ที่รับผิดชอบเขต ด้วยความที่เป็นเมืองที่กว้างมาก การดูแลจึงทำได้ยากตามไปด้วย อีกทั้งไม่ค่อยมีใครมาย่านนี้สักเท่าไหร่ทำให้ราคาที่พักจัดว่าถูกมาก

       จัดการเรื่องเช่าห้องพักเสร็จก็ได้เวลาไปหาอะไรกิน แต่ในย่านเสื่อมโทรมแห่งนี้ก็ยากที่จะมีอาหารอร่อยๆ ให้กิน

       เซรอสเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโบสถ์หลังเก่าที่สภาพโทรมมาก หลังคาตีปิดด้วยแผ่นไม้เป็นการชั่วคราว แต่ก็ไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงๆ จังๆ คล้ายว่าจะยังมีคนอาศัยอยู่ด้วย นักบวชหญิงคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมด้วยพวกเด็กชายหญิงกลุ่มหนึ่ง น่าจะราวๆ แปดคน ดูจากเสื้อผ้าแล้วคงเป็นของที่รับบริจาคมา นั่นแปลว่านักบวชหญิงคนนั้นรับหน้าที่ดูแลพวกเด็กเหล่านี้

       ถ้าจะมีใครเข้าใจความรู้สึกของเด็กกำพร้ามากที่สุดในที่นี้ก็เห็นจะมีแต่เซรอสเท่านั้น

       เห็นแล้วก็พลันคิดถึงตนเองเมื่ออดีต เซรอสเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนจะถูกส่งตัวไปฝึกเป็นนักฆ่า ดังนั้นจึงเข้าใจความรู้สึกของการเป็นเด็กกำพร้าเป็นอย่างดี กรณีของเซรอสนั้นอาจจะแตกต่างจากเด็กคนอื่นที่พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ในขณะที่เด็กหลายคนนั้นไม่เคยแม้แต่จะได้เห็นใบหน้าของผู้ให้กำเนิด

โชคดีที่เซรอสอยู่ในยุคสมัยที่ก้าวหน้าทำให้แม้จะเป็นเด็กกำพร้าก็ยังมีงานให้ทำ อย่างการร้องเพลงในโบสถ์เพื่อขอรับบริจาค งานรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้ดูแลจัดหาให้ เป็นรายได้ที่ช่วยประคับประคองสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าให้อยู่รอดได้

การเป็นเด็กกำพร้าไม่ต่างอะไรจากตราบาปที่ถูกสังคมตีตรา ถูกตัดสินว่าเป็นพวกที่ไม่มีอนาคต สายตาที่พวกผู้ใหญ่มองมาแต่ละครั้งเหมือนกับหนามแหลมที่ทิ่มแทง แม้จะถูกเหยียดหยามก็ต้องฝืนทนเพื่อให้ได้มาถึงสิ่งของบริจาค

       ถึงในใจส่วนหนึ่งเซรอสจะมีความรู้สึกเห็นใจและสงสารอยู่บ้าง ต่อให้อยากช่วยเหลือแค่ไหนก็ทำไม่ได้เพราะสถานะของเซรอสนั้นแตกต่าง หากวันข้างหน้ามันถูกเปิดโปงออกมาคนรอบข้างจะได้รับอันตรายไปด้วย ก็ได้แต่ภาวนาว่าเด็กพวกนั้นจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ พอคิดแบบนั้นก็ตัดใจเดินไปหาอะไรกินในย่านที่เจริญกว่า

       เจอร้านอาหารที่ดูท่าทางน่าอร่อยเลยเข้าไปใช้บริการ เมนูที่เขียนติดอยู่บนแผ่นป้ายนั้นไม่ใช่ภาษาที่เซรอสรู้จักแต่กลับอ่านและเข้าใจความหมายได้ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นเมนูอาหาร มองดูโต๊ะข้างๆ ที่สั่งมาอาหารออกจะดูจืดชืดสักหน่อยแต่กลับมีทีท่าราวกับว่ามันเป็นอาหารสุดหรู รู้ได้เลยว่าไม่ควรคาดหวังมากนัก

       “ขอเป็น เมนูแนะนำของวันนี้ก็แล้วกัน ส่วนเครื่องดื่มขอเป็นเอล”

       เห็นราคา 50 เหรียญเงินโทเฟนราคาค่อนข้างแพงเอาเรื่อง จนกระทั่งอาหารนำมาเสิร์ฟถึงได้รู้ว่ามันเป็นเนื้อย่าง แต่มีการหมักซอสและปรุงเนื้อให้มีกลิ่นที่หอมมาก น่าสนใจตรงที่ร้านนี้มีเครื่องเทศน์ด้วย ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่แปลกแล้วล่ะที่จะมีราคามากขนาดนี้

       ครั้งแรกที่ลองกิน รสชาติถือว่าอร่อยใช้ได้ โดยเฉพาะเนื้อที่ใช้ถึงจะมีลักษณะคล้ายกับหมูแต่กลิ่นสาบที่รับรู้ได้จากการชิมเพียงครั้งเดียวบอกว่ามันไม่ใช่

แต่ก็เป็นอาหารต่างโลกมื้อแรกที่หรูหราที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย

“หือ?”

       เซรอสถูกกลุ่มเด็กกำพร้าที่มาช่วยงานขนส่งน้ำดึงความสนใจ ด้วยสายตาที่มองไกลได้ระดับหนึ่งเห็นว่านักบวชหญิงรับค่าจ้างมา 1 เหรียญเงินโทเฟน ที่บาโลนก็มีบริการนี้อยู่แต่นั่นคือการใช้เกวียนหักค่าใช้จ่ายไปแล้วก็ได้กำไรเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับพวกเด็กกำพร้าแล้วจะต้องใช้แรงของตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด

       “ดูนั่นสิ พวกเหลือขอมาขอเศษอาหารอีกล่ะ”

       “ทั้งที่คนอื่นทำงานกันแทบตาย กลับใช้วิหารศักดิ์สิทธิ์มาเป็นเครื่องมือขอทานงั้นเหรอ”

       นั่นคือมุมมองที่พวกผู้ใหญ่บางคนมีต่อกลุ่มเด็กกำพร้า ถึงจะเป็นความจริงที่ว่าผู้คนส่วนมากไม่กล้าปฏิเสธคำขอของนักบวชหญิงที่อยู่ภายใต้การดูแลของวิหารศักดิ์สิทธิ์ กลัวว่าหากเรื่องที่ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือก็จะถูกมองไม่ดี ที่ยอมให้พวกเด็กๆ มาทำงานก็ต้องพูดว่า ฝืนใจ ให้ทำมากกว่าเต็มใจ

       เห็นนักบวชหญิงนำเงินที่ได้มาไปซื้อขนมปังแถวใหญ่กลับมาเพื่อแบ่งให้พวกเด็กๆ ได้ทานประทังความหิวในแต่ละวัน พอได้เห็นอะไรแบบนั้นก็เกิดความคิดที่อยากจะยื่นมือเข้าให้ความช่วยเหลือมาทันที คงเห็นภาพตัวเองซ้อนทับอยู่ในกลุ่มของเด็กพวกนั้น

       คิดอะไรที่ไม่สมกับเป็นนักฆ่า เซรอสส่ายหน้าให้กับความอ่อนแอของตัวเอง

       “เก็บเงินด้วยครับ”

 

       ปัญหาสังคมก็เหมือนกับสีบนตัวถังรถที่ลอกออกหลังถูกขีดข่วน มันเป็นแค่ภาพลักษณ์ที่แสดงให้เห็นอยู่ภายนอกเท่านั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าการถลอกนั้นอาจจะนำมาซึ่งปัญหาที่ตามมาในอนาคต พวกเขาเลือกที่จะใช้งานมันต่อไปและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยการนำสติ๊กเกอร์มาแปะติดปิดร่องรอยที่ไม่สวยงามนั่นเอาไว้

       และเซรอสเติบโตมาภายใต้รอยปิดของสติ๊กเกอร์ที่อยู่ภายในของตัวถังรถ เป็นส่วนที่มองจากภายนอกจะไม่มีทางเห็นได้เป็นอันขาด

       สภาพของสังคมในโลกนี้แทบจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ในสายตาของคนที่ผ่านเรื่องเลวร้ายมาตั้งมากมาย แค่นี้ไม่ได้ทำให้จิตใจหวั่นไหว ถ้าจะมีก็คงเป็นการที่มองเห็นตนเองซ้อนทับอยู่ในกลุ่มเด็กกำพร้าพวกนั้น จนเกิดความรู้สึกที่ว่าอยากจะทำอะไรสักอย่างขึ้นมา

       ต้องให้แน่ใจว่าให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้จะไม่เป็นการทำผิดพลาด การสืบข่าวจึงเป็นสิ่งจำเป็น มีเทคนิคมากมายที่จะชักชวนให้คู่สนทนาคายคำตอบของสิ่งที่อยากจะรู้ออกมาได้  ถ้าแค่เหล้าเข้าปากก็พอที่จะหาเรื่องชวนคุยได้แล้ว แต่ข่าวสารที่ได้รับเพียงแห่งเดียวไม่อาจเชื่อถือได้จึงต้องตระเวนไปยังร้านเหล้าทั่วทั้งเมือง ทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครสงสัยได้

       ทราบจากปากในมุมมองของชาวเมืองที่ไม่ค่อยจะยอมรับเรื่องที่โบสถ์เก่ารับเด็กมาเลี้ยงดูสักเท่าไหร่ คำวิจารณ์ที่เผ็ดร้อนพวกนั้นเปิดเผยข่าวลือที่ว่าเงินที่โบสถ์เก่าได้รับนั้นน้อยลงทุกปี จนถึงกับต้องเกณฑ์พวกเด็กๆ มารับจ้างทำงานแทน เป็นไปได้ว่ามีการยักยอกเงินส่วนหนึ่งเก็บเอาไว้ เซรอสไม่ได้สนใจเรื่องราวเบื้องหลังที่ดำมืด ก็แค่อยากให้มั่นใจว่าจะดำเนินการได้โดยไม่ถูกจับตามอง

       ผู้ที่อาศัยอยู่ในเงามืดไม่ควรออกมาสู่แสงสว่าง

       แต่ถ้าคิดจะออกมาให้ได้ก็จะต้องหาที่ร่มที่จะไม่ทำให้เงานั้นโดดเด่นจนเกินไป

       หลังจากนี้ตัวตนของเซรอสอาจจะเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นทางที่ดีก็ควรจะดำเนินการอุปโลกน์ตัวตนใหม่ขึ้นมา โชคดีมากที่โลกใบนี้การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปได้ยากมาก อาศัยเพียงแค่การเก็บตกข่าวสารกับความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ มาประกอบการพิจารณาและสันนิษฐาน ดังนั้นความผิดพลาดมันจึงเยอะมากถึงขนาดที่สร้างความเดือดร้อนให้ได้ ทางที่ดีควรทำในสิ่งที่สามารถตรวจสอบลงมาได้ในระดับหนึ่ง

       เซรอสควรจะเลือกหยิบเอาธุรกิจอย่างหนึ่งขึ้นมาสร้างรายได้ ถึงจะไม่ดีต่อผู้ที่คิดค้นมันขึ้นมาก็ตาม แต่ในโลกแห่งนี้ทุกอย่างที่รู้ยังไม่เคยมีผู้ใดคิดค้นขึ้นมาได้สักคน จำเป็นจะต้องมองหาผู้ร่วมลงทุนที่เชื่อถือได้ แต่เซรอสไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกมากนัก เป็นไปได้สูงมากที่จะถูกหลอก

       ทว่าก็ยังมีวิธีอีกมากมายที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคนพวกนั้น ในเมื่อไม่มีความรู้เกี่ยวกับโลกภายนอก ก็แค่ให้คนที่อาศัยอยู่ในโลกภายนอกบอกซะก็สิ้นเรื่อง ก่อนอื่นเลยจำเป็นจะต้องมองหาใครสักคนและตีสนิทเพื่อเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ

       วิธีการตีสนิทที่ดีที่สุดก็คือพวกเด็กๆ ที่แสนจะซื่อบริสุทธิ์ เซรอสซื้ออาหารที่ดูน่ากินมาเป็นจำนวนมากพอจะจัดงานเลี้ยงได้ และไปหาที่นั่งที่พวกเด็กในโบสถ์ออกมาแล้วจะมองเห็น ใต้ต้นไม้เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด ถึงมันจะมีหญ้าขึ้นรกไปบ้างแต่ก็ใช้นั่งพักผ่อนชั่วคราวได้

       ถึงจะมีเป้าหมายที่แน่ชัด แต่เซรอสกลับเอาแต่มองเหม่อและกัดกินเนื้อย่างที่แสนชุ่มฉ่ำแสนอร่อย ครุ่นคิดและถามตนเองว่าต้องการจะมาทำอะไรที่นี่กันแน่ จุดประสงค์ของการใช้ชีวิตนั้นก็ถูกยกให้เป็นสิทธิ์ในการตัดสินใจของตัวเขา มีเพียงหน้าที่เดียวที่จะต้องพึงกระทำให้จงได้นั่นคือการสร้างดินแดนให้ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันได้ สำหรับโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เรื่องนั้นเป็นไปได้ยากมากที่จะทำให้มันเกิดขึ้น

       หรือบางทีเราอาจจะทนรับสภาพของเด็กพวกนั้นไม่ได้กันแน่นะ

       เด็กพวกนั้นใส่เสื้อผ้าที่เก่าและขาด ขนาดตัวที่สะอาดที่สุดยังเป็นเศษผ้าหมองๆ และพวกนั้นยังยอมสวมใส่ราวกับว่ามันเป็นเสื้อตัวเก่ง นึกถึงช่วงเวลาตอนที่เคยอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าที่ต้องยืนเข้าแถวรอรับเสื้อผ้าบริจาค โดยชุดที่เขาได้นั้นเป็นเสื้อทีมฟุตบอลที่ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสได้คว้าแชมป์

       แต่ว่าเซรอสก็หยุดเหม่อแล้วก้มหน้าลงมองดูพวกเด็กน้อยที่มายืนเกาะรั้วมองดูเขากินเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย พร้อมทั้งทำสีหน้าที่เห็นแล้วชวนให้รู้สึกสงสารขึ้นมา น่าเสียดายที่เซรอสไม่มีความรู้สึกด้านนั้นอยู่เลย

       แกล้งขยับไม้เสียบเนื้อไปมาก่อนจะถามขึ้นว่า

       “อยากกินหรือไง”

       เด็กพวกนั้นพยักหน้าหงึกๆ เซรอสลุกขึ้นและเดินเข้าไปหา นำเอาเนื้อเสียบไม้แจกจ่ายให้กันคนละไม้

“ให้กินได้เหรอ?”

       “ยังไงก็กินไม่หมดอยู่แล้ว ถือซะว่าช่วยฉันกินก็แล้วกัน”

       เซรอสตอบ

       พอได้ยินที่พูดพวกเด็กๆ ก็กัดกินเนื้อพวกนั้นและเคี้ยวอยู่นานมาก คงอยากซึมซับความอร่อยของเนื้อให้ได้นานที่สุด เซรอสยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะถาม

       “พวกเธอพักอยู่แถวนี้งั้นเหรอ?”

       แน่นอนเซรอสรู้ว่าเด็กพวกนี้พักอยู่ที่ไหน แต่การถามแบบนี้จะช่วยให้พูดเข้าประเด็นได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น เขาต้องการจะใช้พวกเด็กๆ เป็นสะพานเชื่อมให้รู้จักกับผู้ดูแลโบสถ์แห่งนี้

       เด็กพวกนั้นพยักหน้าตอบ แล้วเด็กหญิงที่อายุมากที่สุดก็ชี้มือไปยังโบสถ์เก่า

       “พวกเราพักอยู่ที่นั่นค่ะ”

       “อย่างงั้นเองหรอกเหรอ แล้วพ่อกับแม่ล่ะ”

       บางคนก็ส่ายหน้า ส่วนบางคนก็เริ่มน้ำตาคลอ ทราบอยู่แก่ใจดีว่ามีไม่กี่สาเหตุที่ต้องมากลายเป็นเด็กกำพร้า สักพักหนึ่งเด็กพวกนั้นก็เริ่มเปล่งเสียงร้องไห้ออกมา เซรอสกับเด็กที่โตกว่าจึงต้องช่วยกันปลอบประโลม ไม่คิดเลยว่าการปลอบใจเด็กพวกนี้มันจะทำให้เหนื่อยมากขนาดนี้

       แต่ทว่าการที่พวกเด็กๆ ร้องไห้นั้นทำให้เซรอสบรรลุเงื่อนไขไปอีกหนึ่งข้อ นักบวชหญิงที่สังเกตเห็นและ(อาจจะ)ได้ยินเสียงร้องของพวกเด็กจึงตามมาดู ได้เห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน ถึงเธอจะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่แต่ก็ไม่ได้น่ารังเกียจจนเกินไป อาจจะอยู่ในขอบเขตที่ผู้ชายต้องยกให้เป็นอันดับท้าย ในกลุ่มหญิงสาวที่ต้องการรับมาเป็นภรรยา

       และเพราะคิดว่าเด็กพวกนี้มาสร้างความรำคาญ ในฐานะที่ยังต้องหวังพึ่งผู้คนเพื่อขอรับบริจาคเป็นเรื่องธรรมดาที่เธอจะต้องก้มหัวขอโทษแทน

       “ต้องขออภัยที่เด็กพวกนี้มารบกวนค่ะ เอ้า! พวกเธอก็รีบขอโทษเร็วๆ เข้าสิ”

       “ดูเหมือนคุณจะเข้าใจอะไรผิดไปแล้วนะครับ เป็นทางนี้ที่ผิดเองที่ถามอะไรไม่เข้าเรื่องจนไปกระทบจิตใจของพวกเด็กๆ เข้า คิดว่าเป็นเด็กที่มาเที่ยวเล่นอยู่แถวนี้ ถ้าจะมีฝ่ายใดที่ต้องขอโทษเห็นทีว่าจะต้องเป็นผมนั่นแหละ”

       ละครสำนึกผิดนี้เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในการเข้าถึงเป้าหมาย แสร้งกระทำความผิดในระดับที่พอจะให้อภัยกันได้และค่อยกล่าวขอโทษยามเกิดปัญหา วิธีนี้จะช่วยให้ประชิดตัวและกระทำอะไรหลายอย่างได้ แต่บางครั้งวิธีนี้ก็ใช้เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง วิธีนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อชายหญิงที่เลือกใช้วิธีนี้มีระดับความหล่อและสวยพอสมควร

       “ไม่หรอกค่ะ เป็นเด็กพวกนี้ที่มารบกวนคุณตอนที่กำลังพักผ่อนใช่หรือเปล่าคะ”

       “งั้นก็ถอยกันคนละครึ่งทางก็แล้วกันนะครับ เซรอส แอชเชอร์”

       ด้วยการทักทายแบบชนชั้นสูงนั้นทำให้อีกฝ่ายดูอึดอัดพอตัว

       “ไอช่าค่ะ”

       ไม่แนะนำนามสกุลแสดงว่าน่าจะเคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อน แม้แต่ในโลกเดิมเซรอสเองก็มีนามสกุลที่ใช้ชื่อของผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นนามสกุล แต่ในโลกนี้น่าจะยังไม่มีเรื่องทำนองนี้เลยมีเพียงแค่การตั้งชื่อให้เท่านั้น

       “คุณเป็นขุนนางจากเมืองอื่นสินะคะ”

       “ไม่เชิงใช่ซะทีเดียวครับ ที่มาเมืองนี้เพราะได้ยินมาว่าเป็นสถานที่ที่บรรยากาศดีแถมยังปลอดภัยมากอีกด้วย เลยคิดว่าจะมาดูสถานที่สำหรับปลูกบ้านอยู่อาศัยขณะที่จะเข้าศึกษาในปีหน้าน่ะครับ แต่เท่าที่ดูแล้ว” เซรอสแกล้งทำเป็นมองซ้ายมองขวาแล้วถอนหายใจ “ผมคงฟังมาผิด”

       “นั่นเพราะคุณมาอยู่ผิดที่ต่างหากล่ะคะ ถ้าคิดจะหาซื้อบ้านสักหลังขอแนะนำทางเขตตะวันออกค่ะ เป็นสถานที่ที่ร่มรื่นมาก หรือจะเป็นทางฝั่งตะวันตกก็ได้เช่นกัน คิดว่าถ้าไปยังกิลด์การค้าน่าจะให้คำตอบที่ดีกว่านี้นะคะ เอาล่ะเด็กๆ ได้เวลากลับไปสวดมนต์แล้วล่ะ ขอพระเจ้าทรงคุ้มครอง”

       ดูเป็นคนระวังตัวไม่น้อยและพยายามจะไม่ให้เด็กๆ มากระทำการที่เสียมารยาท

       การสร้างความสัมพันธ์จำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะจากที่คุยกันยังไม่แน่ชัดว่าไอช่าเป็นคนที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ เขาจะยังไม่ไว้ใจจนกว่าจะได้ข้อมูลมากขึ้น อย่างน้อยในวันพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำอย่างอื่นที่สำคัญมากเป็นอันดับแรก

       แต่ว่าขอพระเจ้าทรงคุ้มครองงั้นเหรอ

       เซรอสคงไม่อาจบอกใครต่อใครได้หรอกว่าตอนนี้เขาถูกพระเจ้าเฝ้ามองอยู่ต่างหาก

 

       ยังพอเหลือเงินให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้ แต่มันคงจะดีกว่าถ้ามีเงินให้จับจ่ายใช้สอยได้สะดวกขึ้น การทำธุรกิจจึงเป็นความคิดที่ไม่เลว โดยเมื่อคืนนี้เซรอสได้ไปมอมเหล้าคนในร้านเหล้าทั้งหลายให้คายความลับเกี่ยวกับผู้ที่มีอำนาจในทางการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถึงจะไม่ได้ข้อมูลอะไรมามากมายนักเพราะคนพวกนี้ไม่ใช่พ่อค้าโดยอาชีพ แต่ก็พอจะรู้ว่าผู้ที่มีอำนาจในที่ยิ่งใหญ่และมีทรัพย์สินในจำนวนที่มหาศาลมีอยู่ด้วยกันสามตระกูลหลัก

       คือตระกูลเทรซ (เทรด) ตระกูลเมอร์ราน (เมอร์ชานด์) และตระกูลเดรูส (ดีลเลอร์)

       อาจจะเป็นความบังเอิญที่ชื่อของทั้งสามมันไปใกล้เคียงกับความหมายในเชิงพาณิชเอามากๆ

       อย่างไรก็ตามสามตระกูลนี้ถือได้ว่าครอบครองตลาดซื้อขายในไอเทเรียไว้ทั้งหมด พวกเขาเรียกตนเองว่าเป็นกลุ่มการค้า และกิลด์การค้าก็คือผลลัพธ์จากความร่วมมือกันของทั้งสามตระกูลใหญ่ ซึ่งรายได้หลักของการค้ามาจากการเป็นคนกลางในการค้าขายเท่านั้น หรือก็คือถ้ามีคนผลิตสิ่งของมาขายได้พวกเขาก็จะเป็นนายหน้าในการจัดหาวัตถุดิบที่ต้องการ และรับผลิตภัณฑ์มาส่งขาย

       เกี่ยวกับสามตระกูลใหญ่นั้นเซรอสยังรู้มาอีกมาพวกเขาให้กำเนิดทายาทออกมาและตบแต่งกับบุคคลที่มีอำนาจทางการเมืองมากมาย โดยพวกเขาจะแข่งขันกันว่าตระกูลใดมีทรัพย์สินที่มากกว่าก็จะได้รับการยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลัก แต่หากพบว่าตระกูลรองนั้นไร้ซึ่งความสามารถก็จะถูกยุติการสนับสนุนจนกลายเป็นพวกตระกูลตกยากในทันที วิธีเดียวที่จะรักษาเอาไว้ให้ได้ก็คือการแต่งงานกันระหว่างตระกูลที่จะช่วยค้ำจุนสถานะให้ตนเองได้

       หากคิดจะทำธุรกิจระยะยาวก็ควรเลือกคู่ค้าที่มีความซื่อสัตย์ดีกว่าพวกที่หวังร่ำรวย เซรอสเคยเห็นจุดจบของคนพวกนั้นมาตั้งมากมาย และผลลัพธ์อันเลวร้ายที่เกิดจากการกระทำที่เห็นแก่ตัว

       ด้วยเหตุนี้เองจึงคิดว่าจะใช้วิธีการลองใจ จากที่รู้มาว่ากิลด์การค้าจะมองคนที่ภายนอกก่อนเป็นอันดับแรก และจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะต้องการเงิน ดังนั้นหากเขาทำตัวในทางกลับกันผลลัพธ์อาจจะไม่ใช่แค่มองข้าม แต่อาจจะถูกขับไล่ออกไปก็ได้ แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีประวัติคนในกิลด์การค้าขับไล่คนที่แต่งตัวซอมซ่อมาก่อน เลยคิดว่าวิธีนี้น่าจะใช้ได้ผล

       เสื้อผ้าที่ดูเก่าที่สุดเป็นของนักผจญภัยที่เสียชีวิต เป็นชุดลำลองที่สีจืดชืด เซรอสเลยดูเป็นชายหนุ่มธรรมดาที่มีดีแค่รูปร่างหน้าตาพอใช้ได้เท่านั้น ตั้งแต่ที่เดินเข้ามาในกิลด์การค้าไม่เพียงจะไม่มีใครมาให้การต้อนรับแล้ว กลับเมินเฉยไม่แม้แต่จะสอบถามเรื่องราวใดๆ และให้ความสนใจกับพ่อค้าอ้วนฉุที่แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยอัญมณีซึ่งเรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี

       เดจาวูหรือไงนะ

       เหตุการณ์นั้นคล้ายกันมาก หรืออาจจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วก็ได้

       เซรอสใจเย็นพอที่จะไม่ทำอะไรนอกจากส่งสายตาเหมือนจะเรียกร้องความสนใจ มองสำรวจแต่ละคนพร้อมนึกสนุกจินตนาการไปถึงสามสิบหกวิธีการฆ่าด้วยสิ่งของที่อยู่รอบตัว แต่มันก็เป็นเพียงแค่การคิดไม่ใช่การลงมือทำจริง

       เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมงกลายเป็นว่าตัวตนของเซรอสที่นั่งอยู่นี้ถูกลืมไปโดยสมบูรณ์ ทั้งที่มีคนจะมาพูดคุยด้วยแต่พอเห็นคู่ค้าขาประจำก็รีบเข้าไปประจบประแจงก่อนใครพวก แต่เซรอสไม่ได้อยากได้เงินขนาดจะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จในเร็ววัน ที่มีอยู่ตอนนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะอยู่ไปอีกหลายสิบปี ทว่าการสร้างฐานะภายนอกก็เป็นสิ่งจำเป็นเหมือนกัน มันจะสะดวกกว่าถ้ามีสถานที่เป็นของส่วนตัว

       ทันใดนั้นพลันรู้สึกได้ว่าถูกจ้องมองอยู่จากที่ไหนสักแห่งภายในกิลด์การค้า มันเป็นสัมผัสพิเศษสำหรับผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนถึงจะมีได้ แต่ก็รับรู้ได้ทันทีว่าไม่ได้มีจุดประสงค์มุ่งร้าย เป็นเพียงแค่การเฝ้ามองด้วยความสนใจเท่านั้น เซรอสทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แต่ก็ส่งสายตามองออกไปอย่างเป็นธรรมชาติและพบเจอกับคนที่จ้องมองมาทางตน

       เป็นหญิงสาวผมบลอนด์ที่ดูมีอายุไม่น้อย น่าจะประมาณ 30 ปีเห็นจะได้ สำหรับตรรกะของคนบนโลกนี้เธอน่าจะแก่พอสมควรแล้ว การแต่งกายก็ดูดีไม่น่ารังเกียจจนเกินไป แต่สังเกตความหมองของเนื้อผ้าน่าจะเป็นชุดที่ดีที่สุดแล้ว ต่างจากคนอื่นที่แต่งกายดูมีสันสดใส ยังไม่ฟันธงว่าเธอมีความเกี่ยวข้องอะไรถึงได้เดินออกมาจากส่วนบริหารภายในที่อนุญาตให้เฉพาะบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิลด์การค้าเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ แต่เธอก็ไม่น่าจะใช่บุคคลธรรมดาอยู่แล้ว

       เธอยืนมองอยู่ราวครึ่งนาทีก่อนจะตัดสินใจเดินเข้ามาหา ที่ว่าตัดสินใจก็ไม่ได้พูดเกินจริง สีหน้าของเธอก่อนจะเดินมาดูคล้ายว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

       ผู้หญิงคนนั้นเดินมาถึงตัวเซรอส เขาเงยหน้าขึ้นมองและยิ้มให้เล็กน้อย

       “ขออภัยที่เสียมารยาทค่ะ ไม่ทราบว่าคุณได้นัดผู้ใดเอาไว้หรือเปล่าคะ”

       “ไม่ครับ ที่มาวันนี้ก็เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำรายได้จำนวนมหาศาลให้กับผู้ที่สนใจ”

       ได้ยินที่พูดเธอคนนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะทำตัวให้ดูเป็นธรรมชาติ

       “ถ้าหากไม่รังเกียจ อยากจะขอเรียนเชิญไปพูดคุยกันที่ที่ไม่มีผู้ใดรบกวนจะได้หรือเปล่าคะ”

       “ยินดีครับ” เซรอสตอบรับ หญิงสาวมีสีหน้าพึงพอใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 752 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 12:27
    มีความอดทนรอสูง ห๊ะๆๆ
    #10956
    0
  2. #9613 LooknamGH (@LooknamGH) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 23:53
    การฆ่าด้วยสิ่งของรอบกายเป็นกิจกรรมยามว่างที่น่ารื่นรมย์จริงๆสำหรับเซรอส555555
    #9613
    0
  3. #9399 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 01:24
    ขอบคุณครับ
    #9399
    0
  4. #7756 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:20
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7756
    0
  5. #7022 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:49
    โดนเชือดแน่ท่าน 5555
    #7022
    0
  6. #6864 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 02:26
    สนุกมากๆครับ
    ติดตามต่อไป
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6864
    0
  7. #6679 แกะน้อย (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 13:49
    ตอนนี้ตลกดี



    #6679
    0
  8. #3873 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 17:06
    มีลับลมคมในนะ
    #3873
    0
  9. #2788 iapisitt (@iapisit) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 18:12
    ชวน นักบวชสาวและเด็กจรจัดพวกนี้ไปอาศัยที่หมู่บ้านของท่านดิครับ
    #2788
    0
  10. #1270 MojRiSad (@MojRiSad) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 16:18
    มีเหตุมีผล นี่ละที่ผมตามอ่านนิยายของท่าน
    #1270
    0
  11. #1232 Maping QooChi (@qoosoul) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 04:20
    ตอนหน้ามาไวๆนะใจจะขาดกว่าจะมาแต่ละตอน
    #1232
    0
  12. #1231 21633 (@mo21633216332163) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:38
    จะงัดอะไรออกมาน้า~
    #1231
    0
  13. #1230 Ultimated (@jicky7) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:10
    เซรอส พนักงานขายตรง5555

    #1230
    0
  14. #1228 paiddna2 (@paiddna2) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 23:18
    ตอนเท่าสนุกกว่า
    #1228
    0
  15. #1227 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 23:08
    อ๊ากกกกกอยากอ่านอีก

    #1227
    0
  16. #1226 tomrainbow2 (@Tomrainbow) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 21:53
    ตอนเดิม รึป่าว รุ้สึกเคยอ่านแล้ว
    #1226
    0
  17. #1225 oOSlientOo (@DreamTimez) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 21:15
    หลายร้อยปียังไม่ได้เเช้มป์นี่ ลิ้วพูล ป่าวว่ะ555555555
    #1225
    1
    • #1225-1 ออทัส จอมมารกำราบเทวะ (จากตอนที่ 34)
      2 มิถุนายน 2560 / 22:03
      คิดเหมือนกันเลย55555
      #1225-1
  18. #1224 Zartura (@fujioooo) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 20:26
    แก้ได้ดีครับ
    #1224
    0
  19. #1223 อ้นคุง_ (@aonkung30) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 19:53
    ขอบคุณครับ
    #1223
    0
  20. #1222 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 19:36
    ขอบคุณครับ
    #1222
    0
  21. #1221 อะกิโตะ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 19:31
    อ่านตอนนี้เสียเวลานิดหน่อย ส่วนใครไม่ชอบน้ำอ่านตอนท้ายๆๆเลย
    #1221
    0
  22. #1220 Team Media Dragon (@bank07964) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 19:03
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1220
    0
  23. #1219 Suksun34 (@Suksun34) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 18:59
    มาแล้วๆ
    #1219
    0
  24. #1218 apwmike (@apwmike) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 18:54
    ทำไมผมรู้สึกว่ามันค้างคาใจเหลือเกิน
    #1218
    0
  25. #1217 kay30 (@kay30) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 18:40
    รอจ้าาาสนุกดี
    #1217
    0
  26. #1188 OoKAWAIoO (@OoKAWAIoO) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 20:51
    สนุกกๆ สู้ๆจ้าาไรท์
    #1188
    0
  27. #1187 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 20:48
    อื่ม อะไรคือ Yes?
    #1187
    0
  28. วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 16:10
    Yes แน่นวลลลล
    #1184
    0
  29. #1183 JomMuD (@JomMuD) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 13:57
    ขอบคุณครับ คิดตามเลนจ้า
    #1183
    0
  30. #1181 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 11:07
    สมองน้อยๆของเราไม่ค่อยเข้าใจความหมายเลย คือการลองใจหรอ??
    #1181
    0
  31. #1180 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 10:21
    เยสแน่นอนคนนี้
    #1180
    0
  32. #1179 MozartTx (@MozartTx) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 08:34
    ใครไม่ชอบ ซาริ แต่ผมชอบนะ ดูเป็นคนธรรมดาที่สุดในสามคนนี้
    ขาดๆเกินๆนี่แหละ สามัญชน ไม่ใช่เทพทรูที่ไหน 
    นิสัยง้องแง้ง งี่เง่าบ้างในบางครั้ง สเนห์ของ ซาริ กระต่ายซกมก 
    #1179
    0
  33. #1178 น้ำอบน้ำหอม (@tongante536) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 06:23
    ตอนนี้แปลก สำนวนที่อยู่ในความคิด แต่คู่สนทนากับบอกว่าน่าสนใจ?
    ละยังอ่านไม่ลืนไหลอะ
    #1178
    0
  34. #1176 6617 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 00:36
    ถ้าบอกว่าเป็นนักประดิษฐ์ดูโอเคกว่าเยอะเลย
    #1176
    0
  35. #1175 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 00:36
    ถ้าแค่หมากรุกเป็นผมไม่ซื้อนะมันไม่น่าจะมีคนสนใจ ส่วนลูกค้าใช้เวลาจนใส่กระดาษแล้วคำนวนก็ได้นอกจากขายถูกๆถึงน่าซื้อถ้าขายแพงคนคงไม่สน
    #1175
    0
  36. #1173 MojRiSad (@MojRiSad) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 00:32
    แว๊บแรกที่อ่าน ตอนเจรจาสิ้นค้า นึกถึงเรื่อง โอตาคุปืน เลยแหะ



    แล้วก็น่ะครับ ขุนนางตกอับ มันน่าจะขายพวก อาวุธชุดเกราะ(ตีอาวุธเองได้ไม่น่ามีปัญหา) ที่ตกทอดในตระกูล หรือ อัญมณี



    ส่วนขายเกมกระดานกับลูกคิดสมควรเป็น ครอบครัวของ นักปราชญ์ มากกว่าน่ะครับ



    แล้วก็ยังไม่เห็นจะทันได้เอ่ยอธิบายอะไรกับฮานเลยในรอบลูกคิด ได้แค่คิดในใจ  แต่แม่นางที่เข้ามาใหม่กลับบอก  น่าสนใจซะงั้น



    แล้วก็เรื่องเด็กกำพร้า  ไม่ใช่ว่า ที่สร้างเมืองขึ้นมาเนี้ย ไว้รองรับ คนที่ไม่มีที่ไป ไม่สนใจการแบ่งเผ่าพันธุ์



    จะสร้างเมืองที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ มิใช่หรือ  เก็บเด็กกำพร้าไปเลี้ยงอยู่2คนแล้วนะท่าน  หรือติดที่ เป็นคนของศาสนจักร



    ปล.อ่านมาตลอดก็คิดว่าไรท์ทำได้ดี มีเหตุผลในตัวของมันเอง จนมาสะดุด ตอนนี้ละครับ  ขออภัย
    #1173
    4
    • #1173-3 -[-Mo-]- (@winterfield) (จากตอนที่ 34)
      22 พฤษภาคม 2560 / 13:55
      นึกถึงเรื่องเดียวกันเลยครับ ฮ่ะๆๆ

      แต่ก็สู้ๆนะครับ เป็นกำลังใจให้สนุกดีครับ
      #1173-3
    • #1173-4 MojRiSad (@MojRiSad) (จากตอนที่ 34)
      22 พฤษภาคม 2560 / 23:40
      ผมก็เสนอความคิดเห็นด้วยความสุภาพแล้วนะครับ แล้วทำไมต้องมาแขวะกันแบบนี้

      แล้วก็ที่ว่าคิดไปเองนี่ข้อไหนอ่ะ
      #1173-4
  37. #1172 อ้นคุง_ (@aonkung30) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 00:27
    ขอบคุณครับ
    ไม่ดราม่่่าาปวดตับ
    ไม่บ้าบอ บ้าตบมุขปัญญาอ่อนแบบนิยายญี่ปุนก็พอละ 
    #1172
    0
  38. #1171 BomS_Za (@dautoloot) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 00:10
    อืมๆๆๆเกริน สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทำไมว๊า
    #1171
    0
  39. #1170 Root01 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 00:05
    เซรอสทำตามใจชอบอยากทำอะไรก็ทำ นี้พระเอง

    ไรต์จะลงตอนไหนก็ลงตามใจชอบ นี้ต้นตอ นิใสของพระเอก
    #1170
    0
  40. #1169 natandta1232 (@natandta1232) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 23:57
    มาต่อไวๆได้บ่ ค้างๆๆ
    #1169
    0
  41. #1168 อัศวินสีส้ม (@terra-hero) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 23:53
    เนื้อเรื่องหน้าติดตามนะครับ แต่สำนวนยังไม่ได้มาตรฐาน เหมือนคนเขียนจะรู้อยู่คนเดียวว่าใครทำอะไร ตอนไหน ส่วนคนอ่านต้องมานั่งคิดอีกทีว่า ตกลง เนื้อเรื่องช่วงนี้ใครมันทำอะไร ช่วงนี้ใครเป็นคนคิด หรือสรุปง่ายๆก็คือ เนื้อความมันไม่สมบูรณ์ ทำให้ความสนุกมันขาดหายไป ตอนไรท์เขียนเรื่องเปิดตำนานป่วนออนไลน์แรกๆ สำนวนก็ใช้ได้นะอ่านเพลิน แต่พอถึงช่วงที่สองของเรื่อง ที่เกมมันรีให้ผู้เล่นไปเริ่มใหม่น่ะ รู้สึกว่าฝีมือการเขียนมันห่วยลง ไม่ได้มาตรฐานเหมือนช่วงแรก พอมาเรื่องนี้ ไรท์ก็ไม่ยอมพัฒนาสำนวนขึ้นเลย เขียนเนื้อความขาดๆหายๆ อ่านไปสะดุดไป
    #1168
    1
    • #1168-1 pingfreeze (@pingfreeze) (จากตอนที่ 34)
      22 พฤษภาคม 2560 / 00:26
      ในความคิดของผม ผมว่าก็ไม่น่ะ แต่ก็นั่นแหละต่างคนก็ต่างมุมมอง
      #1168-1
  42. #1167 CadiooS R McaW (@mystytenano) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 23:48
    ค้างเลย
    #1167
    0
  43. #1166 080863xxxx (@080863xxxx) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 23:42
    ใครบอกไม่ชอบซาริตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้5555
    #1166
    0