ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,255,493 Views

  • 13,678 Comments

  • 22,793 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,971

    Overall
    2,255,493

ตอนที่ 33 : Episode Thirty-Two : เฟรนซ์ฟรายด์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 774 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

Episode Thirty-Two

 



       ในที่สุดเซรอสก็เดินทางมาถึงเมืองคัลไซด์จนได้ แต่การเข้าเมืองนั้นมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มีการสอบประวัติสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาอยู่ตลอด ถึงจะไม่สามารถตรวจสอบประวัติเบื้องลึกได้แต่ก็แค่ให้รู้ว่ามีใครเข้าออกในแต่ละวัน กว่าจะผ่านด่านมาได้ก็เล่นเอาลำบากสุดๆ เพราะทหารพวกนี้เป็นคนใหม่ที่พึ่งจะได้รับการบรรจุไม่นาน การทำงานจึงไม่คล่องเท่าที่ควร

       คัลไซด์เปลี่ยนไปมากก็จริง แต่ก็ยังให้บรรยากาศการแบ่งแยกเช่นเดิมอยู่ ไม่ใช่ว่าผู้ปกครองเมืองแห่งนี้จะตั้งใจหักหน้าบรรดาเหล่าขุนนางที่บรรพบุรุษเคยสร้างความดีความชอบเอาไว้ เมื่อมาถึงรุ่นปัจจุบันกลับใช้อภิสิทธิ์กันตามใจชอบ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีการลดบทบาทลงทำให้ไม่เกิดการใช้อภิสิทธิ์ภายในเมืองแห่งนี้ แต่ในทางปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอาใจคนที่มีฐานะมากกว่า

       เหล่าผู้คนในเมืองแสดงสีหน้าหดหู่ คงเพราะผลลัพธ์จากสงครามที่ทำให้สูญเสียเมืองเอ็นยู แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับผลลัพธ์ที่ว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์เรย์มอนด์เสียชีวิตในสนามรบ ดูเหมือนภาพลักษณ์ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์คล้ายจะถูกเปรียบให้เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศในฐานะของมนุษย์ก็ไม่ปาน

       และคนที่ทำลายสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศนั่นก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นเซรอสนั่นเอง

       ถ้าต้องมาคอยเป็นกังวลถึงผลลัพธ์ที่เลวร้าย เซรอสอาจจะต้องสำนึกผิดตลอดชีวิตเลยก็ได้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาปลิดชีพบุคคลสำคัญที่มีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นจึงมีความรู้สึกเมินเฉยต่อเรื่องแบบนี้ ยังไงซะคนที่ตายไปแล้วก็กลับมาบอกเล่าอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

       สินค้าที่ขายในตลาดราคาแพงขึ้นมากเลยไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร เพราะผลกระทบจากสงครามและฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามา พวกเขาจึงต้องเลือกที่จะซื้อเฉพาะสิ่งจำเป็น แต่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ยังมีกลุ่มนายทุนออกมากว้านซื้อไปกักตุนซะเป็นจำนวนมาก เห็นเกวียนที่กำลังขนลังใส่ผลผลิตของฤดูนี้แล้วก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันเป็นโลกที่เงินตราคืออำนาจอย่างแท้จริง

ที่ต้องแวะเข้าเมืองคัลไซด์เป็นเพราะว่าครอฟท์บอกว่าจะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนก็จะทำของที่สั่งได้เสร็จ ถึงเซรอสจะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ทว่าเมื่อประเมินจากสภาพของโลกที่ไร้วิทยาการชั้นสูงกับเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแล้วคำว่า 'ประมาณหนึ่งเดือนถือว่าเป็นเวลาที่สั้นมาก อาจจะพูดได้ว่าเป็นการเร่งลงมือทำให้ก็ได้อีกเช่นกัน

หลังจากที่ไปยื่นเรื่องขอเข้าพบกับครอฟท์ แต่ครอฟท์เดินทางไปรวมกับกลุ่มนายช่าง น่าจะเป็นหลังจากที่ได้รับอาดามันเทียมจึงต้องเร่งเดินทางไปเตรียมการอะไรหลายอย่าง กว่าจะกลับมาก็คงอีกห้าวัน พอทราบเรื่องนี้แล้วก็ได้แต่ฝากข้อความเอาไว้ให้และไปหาที่พักก่อนเพื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อดี

เซรอสไม่คิดหรอกว่าสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากขนาดไหน เขาไม่คิดหรอกว่าอาดามันเทียมนั้นเป็นแร่ที่ได้รับความสำคัญถึงขนาดที่พวกกลุ่มอำนาจตัวเป้งจะทำทุกวิธีเพื่อให้ได้มาไว้ในครอบครอง แต่ไหนแต่ไรมาตรรกะของเซรอสมันก็ไม่เหมือนคนอื่นอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีแร่เหล่านี้ไว้ในครอบครองเป็นจำนวนมาก ถึงจะได้ฟังมาแต่จำนวนแค่สิบก้อนที่ให้ไปนั้นก็ไม่น่าจะวุ่นวายมากขนาดนี้ ถ้าต้องการล่ะก็ห้าสิบก้อนก็ยังมอบให้ได้

หารู้ไม่ว่าห้าสิบก้อนนั้นสามารถเรียกลมเรียกฝนในไอทาเรียแห่งนี้ได้เลย

ทำได้กระทั่งสู่ขอให้ราชธิดาที่ยังไม่มีคู่ครองมาเป็นอนุภรรยาได้ด้วย

นี่เป็นคุณค่าของอาดามันเทียมที่ทุกคนทราบโดยทั่วกัน

แต่ว่าปัญหายังมีอีกหนึ่งข้อที่เซรอสได้ยินพวกนายช่างบ่นขณะที่รอให้เลขาของครอฟท์รับเรื่องของเขา นั่นคือการที่ขุมอำนาจทั้งสอง ราชวงศ์ กับ วิหารศักดิ์สิทธิ์ กำลังยื่นขอสิทธิ์ในการครอบครองผลงานชิ้นที่จะถูกสร้างนับจากนี้เอาไว้ด้วยสิทธิ์ต่างๆ ที่ทางฝ่ายช่างตีเหล็กต้องการ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากที่อาจจะส่งผลกระทบมาถึงตัวเซรอสเลยก็ได้

ในฐานะของคนที่เคยทำงานในองค์กรอำนาจเบื้องหลังของโลก สิ่งใดที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงจะต้องถูกเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะที่แห่งไหนก็เหมือนกันหมด เซรอสตระหนักได้ว่าสถานการณ์หลังจากนี้คงมีแต่เรื่องวุ่นวายตามมาแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นหากย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะทำแบบเดียวกันนี้อยู่ดี ถึงจะมีเหตุผลให้ต้องปิดบังก็ตาม สุดท้ายแล้วของสิ่งนี้จะช่วยให้เขามีเมจิกไอเทมเป็นของส่วนตัว

นี่เป็นจุดประสงค์หลักที่เซรอสคาดหวังเอาไว้ เขารู้จากหนังสือที่อ่านผ่านตาว่าเมจิกไอเทมบางชิ้นเป็นของส่วนตัว ทั้งหมดนั้นมักจะถูกใช้ในราชวงศ์หรือวิหารศักดิ์สิทธิ์ หรือผู้มีอำนาจบางคนก็อาจจะมีไว้ในครอบครองด้วย ซึ่งด้วยเจ้าสิ่งนี้ทุกอย่างที่ถูกเก็บเอาไว้คนที่สามารถดึงออกมาใช้งานได้จะมีแต่เจ้าของเมจิกไอเทมเท่านั้น ดังนั้นถ้าเขามีมันไว้เป็นของส่วนตัวการพกพาอาวุธระดับที่เหนือกว่าเพื่อป้องกันตัวก็เป็นไปได้

ถึงอย่างไรเซรอสก็ยังไม่ลืมว่าตนเองเป็นนักฆ่าที่จะต้องพกพาอาวุธติดตัวอยู่เสมอ

ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการล่าสังหาร แต่เพื่อปกป้องตัวเองจากเหตุการณ์อันตรายต่างหาก

เซรอสไม่ปฏิเสธที่จะสร้างอาวุธที่เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาใช้งาน ยังไงซะเขาก็มีความรู้ทั้งหมดที่ถูกยัดเอาไว้ในหัวสมอง ถ้าไม่ใช้ประโยชน์เลยก็คงน่าเสียดายแย่ แต่การจะทำแบบนั้นก็ต้องให้มั่นใจว่าตนเองจะมีที่ซ่อนพิเศษที่จะไม่มีใครมาแตะต้องได้

อ๊ะ! แบบนี้ก็เท่ากับว่าเราเป็นอาวุธสงครามเคลื่อนที่น่ะสิ

เปรี้ยง!

สายฟ้าผ่าลงที่กลางเมืองท่ามกลางความสับสนอลหม่านกัน โชคยังดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งหมดต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อเข้าใจว่ามันเป็นความพิโรธของพระเจ้า หลายคนถึงกับสวดภาวนา หลายคนก็มองหาคนที่ทำให้เกิดอาเพศ น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าต้นเหตุของเหตุการณ์วุ่นวายนี้กำลังเดินตัวปลิวไปหาที่พักผ่อนสำหรับคืนนี้

 

นักฆ่ามีกฎอยู่ว่าจะต้องไม่ประจำอยู่สถานที่แห่งไหนเป็นเวลานานๆ เพื่อเลี่ยงความสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไป ตามปกติแล้วการจะหาสถานที่พักอาศัยจะต้องเลือกในสถานที่ไม่ค่อยโดดเด่นให้สมกับฐานะที่ปลอมแปลง ปะปนไปกับฝูงชนได้ในแบบที่ไม่มีใครรู้สึกผิดปกติ แต่เขาก็ได้ละเมิดกฎข้อนั้นมาหลายครั้งเพื่อความสะดวกของตนเอง

ครัวกิลเบิร์กเลยเป็นโรงแรมประจำที่เซรอสจะมาพักผ่อนเมื่อเดินทางมาที่คัลไซด์ ถึงมันจะไม่ใช่โรงแรมที่ดีที่สุด แต่ก็สืบข้อมูลกับข่าวลือต่างๆ จากที่นี่ได้ โดยเฉพาะลูกสาวของเจ้าของโรงแรม ลาน่า ผู้ที่รู้แทบทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในคัลไซด์

ดูท่าว่าความสูงของลาน่าจะเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย กลายเป็นสาวสะพรั่งที่น่าจะมีหนุ่มๆ มาเข้าคิวเพื่อสานความสัมพันธ์ด้วย ด้วยความน่ารัก สดใส และเข้ากับผู้คนได้ทุกประเภทตามสไตล์ของลูกสาวเจ้าของโรงแรม ลาน่าเลยมีเสน่ห์ที่มองได้หลายมุมมาก

คนที่ยังทำงานอยู่ในโรงแรมก็เหลือแค่ลาน่ากับคุณแม่ของเธอเท่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วคุณแม่ของลาน่าจะทำงานอยู่แต่ในครัวเท่านั้น พองานล้นมือก็เลยต้องลำบากออกมาช่วยงานเสิร์ฟด้วย

“ยินดีต้อนรับค่ะ อ้าว! คุณเซรอสไม่ได้พบกันนานเลยนะ หนึ่งห้องใช่หรือเปล่า แต่ก็ต้องขอเพิ่มราคาต่อคืนสักหน่อยนะ นี่ค่ะ”

เป็นเด็กสาวที่รู้งานดีมากจนเผลอนำไปเปรียบเทียบกับซาริที่แทบจะทำอะไรไม่เป็น นอกจากงานบ้านงานเรือน และไม่ถนัดงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนหรือมีขั้นตอนที่ซับซ้อน

ค่าเช่าห้องพักแพงขึ้นจากเดิมก็จริง แต่ก็อยู่ในระดับที่นักผจญภัยมือใหม่พอที่จะจ่ายไหว เนื่องจากจุดประสงค์ของโรงแรมนี้มีเพื่อให้นักผจญภัยหน้าใหม่ได้มีสถานที่พักผ่อนในช่วงระหว่างที่เป็นเด็กใหม่ไปจนถึงเลื่อนขั้น และเพราะมีแต่นักผจญภัยก็เลยมีข่าวสารใหม่ๆ ลอยเข้าหูลูกสาวเจ้าของโรงแรมอยู่เสมอ

“คุณกิลเบิร์กล่ะ?”

“เพราะช่วงนี้มันค่อนข้างลำบากป๊ะป๋าก็เลยต้องหาค่าใช้จ่ายมาเพิ่ม ไปช่วยงานเป็นครูสอนพวกมือใหม่น่ะค่ะ เพราะงั้นฉันก็เลยกลายเป็นเจ้าของโรงแรมไปซะแล้ว”

สงสัยความต้องการด้านกองกำลังทหารมีเพิ่มมาขึ้นก็เลยต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถไปเป็นครูฝึกสอนก็ได้ เซรอสไม่เข้าใจรูปแบบในเชิงการปกครองมากนักจึงไม่คิดจะเก็บใส่ใจ ถ้าจะพูดว่าเขามีความรู้เชิงการปกครองอยู่แต่มันก็เป็นเพียงทฤษฏีที่ใช้อ้างอิงเท่านั้น เซรอสที่ไม่มีประสบการณ์เลยก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเข้าใจความคิดของการเมืองการปกครอง

“พยายามเข้าล่ะ”

       จะขึ้นไปพักผ่อนสักหน่อยก็ได้แต่ความรู้สึกที่ต้องการเครื่องดื่มแรงๆ มาเติมเต็ม เลยต้องสั่งเหล้ามาดื่มหลายแก้ว พร้อมกับกับแกล้มอย่างพวกผักต้มโรยเกลือ

       “ที่ว่าเป็นราชานักดื่มนี่ท่าจะจริงซะด้วย” ลาน่าจ้องเขม็ง นับดูแล้วเซรอสดื่มไปราวๆ สิบเหยือก โดยที่ไม่มีอาการหน้าแดงแสดงออกมาให้เห็น

       “ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ผลซะทีเดียวหรอกนะ ฉันน่ะเป็นประเภทที่ต่อให้เมาก็ยังตอบโต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

       “จริงด้วยสิ เมื่อกี้ฉันเห็นว่ากำลังเก็บพวกมันฝรั่งอยู่สินะ”

       “ก็ใช่อยู่หรอกค่ะ แต่นั่นน่ะเป็นเสบียงสำหรับฤดูหนาว”

       “เอาเป็นว่านี่ถือเป็นค่าตอบแทนที่ต้องรบกวนเรื่อยมาก็แล้วกัน จะสอนอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้”

       สิ่งที่เซรอสสอนให้ก็คือการทำเฟรนซ์ฟรายด์ หรือมันฝรั่งทอด สำหรับโลกที่รู้จักแค่ต้ม นึ่ง ย่าง อบ เฟรนซ์ฟรายด์จึงดูเป็นอาหารที่แปลกใหม่ ที่ยอมสอนให้เพราะเห็นว่าที่นี่มีน้ำมันอยู่ในครัวด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้ราคาแพงมากซึ่งการที่พวกเขาเปิดโรงแรมและมีอาหารบริการก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีติดเอาไว้ประกอบอาหาร เพียงแต่ด้วยปริมาณที่มีอยู่น้อยและไม่รู้กระบวนการทำ การจะรังสรรค์เมนูสักอย่างต้องใช้เงินในการทดลองหลายต่อหลายครั้งทีเดียว

       คุณแม่ของลาน่าเป็นคนที่รับหน้าที่ทำอาหารเช้าทุกวัน พอรู้ว่าเซรอสจะสอนวิธีการทำอาหารให้ก็เตรียมกระดาษกับถ่านไม้มาจดสูตรและขั้นตอนการทำ แต่เพราะมันง่ายมากก็เลยไม่เสียเวลาขนาดนั้น ซึ่งเฟรนซ์ฟรายด์นี้จะอร่อยถ้ามีซอสที่โดดเด่น แต่ถ้าไม่มีจะใช้วิธีโรยเกลือก็ได้เหมือนกัน

       “นี่เรียกว่าเฟรนซ์ฟรายด์เหรอคะ”

       “มันกรอบนอก นุ่มในมาก แล้วก็ยังรู้สึกว่ากินได้เรื่อยๆ ด้วย”

       “อร่อยมากเลยค่ะ แต่มันจะดีจริงๆ เหรอคะคุณเซรอสที่ยกสูตรการทำเฟรนซ์ฟรายด์นี้ให้น่ะ”

       “นั่นสิ พวกเรารู้สึกเกรงใจมากเลยนะ ถ้ายังไงแม่ว่าเอาไปขายให้กับกิลด์การค้าจะมีประโยชน์มากกว่านะ”

       ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจมุมมองของโลกใบนี้ที่ให้ความสำคัญกับการบุกเบิกตลาดเป็นคนแรก แต่ถ้าเซรอสคิดจะใช้สูตรอาหารในการบุกเบิกตลาดจนกลายเป็นคนที่มีเงินทองมากมาย เกรงว่าเขาคงทำไปตั้งนานแล้ว อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไหร่เพราะมันจะรังแต่ทำให้เกิดปัญหาตามมาซะมากกว่า ยังไงในอนาคตข้างหน้าเขาก็อาจจะต้องมีบทบาทในสังคมภายนอก ดังนั้นถ้ามีอาหารที่อร่อยๆ ให้กินอยู่เสมอ มันดีกว่าที่จะต้องออกหน้าด้วยตัวเอง

       ที่น่ากลัวกว่าก็คือเฟรนซ์ฟรายด์นี้อาจจะทำเงินให้ได้มหาศาล ซึ่งนั่นก็จะทำให้มูลค่าของมันฝรั่งมีราคาที่สูงขึ้น จากที่มันเป็นอาหารฤดูหนาวที่พวกประชาชนชั้นล่างสะสมเอาไว้กินกัน ถ้าหากเขานำสูตรนี้ไปขายกับกิลด์การค้าก็จะมีคนกว้านซื้อมันฝรั่งไปขายจนไม่เหลือตกมาถึงมือชาวบ้านตาดำๆ ที่ลงทุนลงแรงปลูกมา

       พอบอกปัญหานี้ออกไป คล้ายว่าทั้งสองคนจะเข้าใจดีเลยรู้สึกลำบากใจที่จะนำสูตรอาหารนี้ไปใช้ บางทีครอบครัวนี้อาจจะเป็นคนที่ดีมากแน่ๆ สุดท้ายเซรอสก็ให้คำแนะนำไปว่าสูตรอาหารนี้ควรเผยแพร่ออกไปมากกว่าจะเก็บเอาไว้ทำกำไรให้ตนเองฝ่ายเดียว มันดีกว่าถ้ามีคนคิดต่อยอดอะไรที่แปลกใหม่ขึ้นมาได้

แต่เซรอสก็ไม่ได้ชาญฉลาดในด้านของการตลาด เลยช่วยไม่ได้ที่แนวคิดของเขาจะเรียบง่ายจนดูเหมือนไม่มีแผนรองรับ ถ้าเจอกับพวกกลุ่มการค้าก็คงไม่แคล้วโดนกลืนกินไปแน่นอน เลยคิดว่าหลังจากนี้จะศึกษาข้อมูลด้านการตลาดสักหน่อยโดยใช้ความรู้ที่ฝังแน่นอยู่ในหัวให้มีประโยชน์

ที่ยอมสอนให้เหตุผลมีเพียงอย่างเดียวก็แค่อยากจะหาอะไรมากินแกล้มเหล้า พอคิดว่าเป็นอะไรที่ร้านนี้พอจะหามาทำให้กินแกล้มได้ก็คงมีแค่เฟรนซ์ฟรายด์ ถึงอย่างไรก็เป็นอาหารที่กินได้ทุกช่วงเวลา แม้จะไม่นิยมให้กินเป็นอาหารหลักก็ตามเถอะ

       กิลเบิร์กกลับมาตอนเย็น ก็เป็นช่วงเวลาเลิกงานตามปกติทั่วไป ตอนที่ได้พบเจอกันก็ทักทายพอเป็นพิธี ความสนิทสนมนี้ไม่ได้มาจากการตอบแทนจากการที่เซรอสได้ช่วยชีวิตเอาไว้ในสงครามที่สู้กับออร์ค วอร์ริเออร์ แต่มาจากการพูดคุยด้วยและสนิทสนมกัน เนื่องจากเซรอสนั้นให้ความรู้สึกเหมือนผู้ใหญ่คล้ายเพื่อนร่วมรุ่นที่พูดคุยเรื่องต่างๆ ด้วยกันได้ (ซึ่งด้วยอายุเดิมของเซรอสก็ดูจะใกล้เคียงกับกิลเบิร์ก) ตอนที่รู้ว่าเซรอสสอนสูตรการทำเฟรนซ์ฟรายด์ได้ก็ลังเล แต่ก็ได้บอกไปแล้วว่ามันเป็นแค่ความบังเอิญที่คิดได้เลยไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรด้วย

       ทั้งสองคนได้ดื่มพูดคุยกันจนถึงมืดค่ำ ด้วยเฟรนซ์ฟรายด์ที่ภรรยาของกิลเบิร์กทำมาให้เลยเพลินไปสักหน่อย นอกจากนี้เซรอสยังแกล้งพูดโดยทำเสมือนว่าตนเองเมาแล้ว บอกว่าถ้าฝานให้บางแล้วทอดกรอบและโรยเกลือก็จะเป็น มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเฟรนซ์ฟรายด์ได้ด้วย

       “จะว่าไปแล้วกินไอ้เจ้านี่คู่กับเอลแล้วมันรสชาติเยี่ยมจริงๆ ลาน่า ป๊ะป๋าขอเพิ่มอีกสักเหยือกสิ”

       “ไม่ให้แล้วค่ะ ของซื้อของขายป๊ะป๋าจะมากินฟรีได้ยังไง”

       “อะไรกัน โรงแรมนี้ก็เป็นของป๊ะป๋านะ”

       “ถูกยึดกิจการแล้วค่ะ คุณแม่เองก็ด้วยเลิกทำอาหารเอาใจป๊ะป๋าด้วยนะคะ”

       “เห็นหรือเปล่า นับวันลูกสาวของข้าก็แบบนี้ ไม่มีเหลือกระทั่งความเป็นกุลสตรี อีหรอบนี้เห็นทีคงไม่มีวันได้อุ้มหลานแล้วแน่ๆ” กิลเบิร์กทำท่าร้องห่มร้องไห้ เซรอสได้แต่หัวเราะขบขันและดื่มเป็นเพื่อนต่ออย่างสนุกสนาน

       “โธ่! ป๊ะป๋าเมาแล้วพูดจาเลอะเทอะ กลับไปนอนได้แล้วนะเดี๋ยวทางนี้หนูจะดูแลต่อเอง”

       “งั้นคืนนี้ก็คงแค่นี้ล่ะนะ ขอบใจที่อยู่คุยกันเป็นเพื่อน เจ้าน่ะถึงจะยังหนุ่มแน่นแต่กลับให้ความรู้สึกว่าอายุของพวกเราแทบจะไม่แตกต่างกันเลย”

       พอได้ยินแบบนั้นเซรอสก็ยิ้มแห้งๆ ไม่ปฏิเสธเรื่องที่กิลเบิร์กพูดมาเพราะมันเป็นความจริงที่อายุใกล้เคียงกัน เพราะเซรอสถูกดัดแปลงร่างกายก็เลยไม่มีวันเติบโตได้มากกว่านี้อีกแล้ว

       กิลเบิร์กลุกขึ้นเดินตัวปลิวราวกับว่าท่าทางก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น จะว่าไปแล้วก็ดื่มเยอะมากเหมือนกัน ไม่แน่กิลเบิร์กเองก็เป็นนักดื่มที่คอแข็งมากคนหนึ่ง ทั้งที่ดื่มมากขนาดนั้นกลับเดินได้คล่องถึงจะต้องใช้มือช่วยประคองตัวเอาไว้ก็ตามที

       เซรอสดื่มเสร็จก็วางเงินค่าใช้จ่ายเป็นค่าเหล้ากับกับแกล้มและเดินขึ้นห้องไป ถึงลาน่าจะบอกว่าไม่คิดเงินก็ตามแต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะจ่ายให้ สุดท้ายก็กลายเป็นว่าจ่ายไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ที่ห้องพักนั้นก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่คิดว่าถ้าหากกิจการหลังจากนี้ไปได้สวยก็คงมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น เท่าที่ได้พูดคุยกับลาน่าก็ต้องยอมรับเลยว่าเด็กคนนี้มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงงานบริการให้ดีเลิศมากขึ้น ถึงกับวาดฝันเอาไว้ว่าถ้ามีเงินสักก้อนจะปรับปรุงโรงแรม เพราะงั้นเซรอสเลยเสนอสูตรอาหารพวกนั้นไปให้

       “เราเองก็ต้องพยายามเหมือนกันสินะ”

 

       เพราะว่ากว่าครอฟท์จะกลับมาก็คงต้องนั่งแกร่วอยู่ที่นี่อีกนานเลย สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะเดินทางไปยังไรด์การ์ดก่อน เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมอะไรหลายต่อหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านพักที่อาจจะต้องพักอาศัยอยู่ในระหว่างที่เรียนด้วย คิดว่าถ้าเป็นซาริคงทำใจให้อยู่ในกฎระเบียบนานนักไม่ได้อยู่แล้ว อีกทั้งฟรานเองก็ชอบสถานที่เงียบสงบด้วย ถึงในโรงเรียนจะมีสถานที่แบบนั้นจัดเตรียมเอาไว้ให้ แต่ถ้าเป็นบ้านส่วนตัวที่มีอิสระคงสะดวกในหลายๆ อย่าง

       จากหมู่บ้านคัลไซด์มีเส้นทางที่ตัดตรงไปยังไรด์การ์ดถึงได้ภายในสิบวัน ระยะทางค่อนข้างจะไกลมาก ยังไงปัญหาสำหรับของโลกนี้ก็คือการคมนาคมที่ไม่ค่อยจะสะดวกสักเท่าไหร่ เซรอสมีแผนที่ก็เลยไม่จำเป็นต้องใช้บริการรถม้าที่แสนจะสะดวกสบาย ยังไงก็ให้ความสำคัญกับความเร็วเอาไว้ก่อน

       การเดินทางนั้นไม่มีปัญหาอะไร ถึงจะเจอร่องรอยของมอนสเตอร์ก็ตาม แต่ก็ไม่คิดจะให้ความสนใจกับมัน บางครั้งก็เห็นว่ามีกลุ่มนักผจญภัยเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง จากที่ได้ยินมาคล้ายกับว่าจะลงไปสำรวจดันเจี้ยน ซึ่งมันก็คือสถานที่ที่คล้ายจะอยู่กันคนละมิติหนึ่ง มีมอนสเตอร์ที่แสนจะร้ายกาจอยู่ด้วย หน้าที่ในการสำรวจนั้นก็คือการกำจัดมอนสเตอร์ที่มีอยู่มากเกินไป และป้องกันไม่ให้พวกมันหลุดออกมาได้

       เคยมีเหตุการณ์ที่มอนสเตอร์ประเภทแมงมุมหลุดออกมาได้ เลยกลายเป็นว่าต้องสังเวยหมู่บ้านแห่งหนึ่งไป อีกทั้งมอนสเตอร์นั่นก็ขยายพันธุ์ออกมากลายเป็นฝูงแมงมุมที่กระจัดกระจายไปทั่วอาณาจักร กว่ากำจัดได้หมดก็เสียเวลาไปมากกว่าแปดเดือน และสูญเสียหมู่บ้านไปอีกหลายสิบแห่ง

       เซรอสไม่ค่อยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับดันเจี้ยนมากนัก แต่ในหนังสือข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนเวทมนตร์ที่เซรอสซื้อมานั้นระบุเอาไว้ว่า จะมีภาควิชาปฏิบัติคือให้ลงไปสำรวจดันเจี้ยนเล็กได้เพื่อเป็นประสบการณ์ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบร้อนที่จะรู้แค่ใช้เวลาให้คุ้มค่าไปกับการศึกษาศาสตร์เวทมนตร์จะดีกว่า

       ระยะทางที่อาจจะต้องใช้เวลาหลายวัน เซรอสใช้เวลาครึ่งหนึ่งก็เดินทางมาจนถึงเมืองไรด์การ์ดจนได้ จากทิวทัศน์ที่เห็นจากบนยอดหน้าผา ประตูเมืองขนาดใหญ่และกำแพงสูงที่โอบล้อมอยู่นั้น วัดขนาดพื้นที่คร่าวๆ แล้วน่าจะกว้างกว่าคัลไซด์ประมาณห้าเท่าได้ คิดไม่ตกเลยว่าจะต้องใช้ทรัพยากรมากเพียงใดถึงจะสร้างกำแพงสูงขนาดนั้นได้รอบทั้งเมือง

       อยากจะชื่นชมความงดงามของมันมากกว่านี้แต่ก็ต้องไปทำเรื่องเข้าเมืองกับหาที่พักก่อนเป็นอันดับแรก ถึงมันจะยังเช้าอยู่ก็ตาม แต่ถ้าได้ที่พักแล้วก็คงมีเวลาเดินสำรวจเมืองมองหาบ้านสักหลักเพื่อเช่าอยู่ ดีไม่ดีอาจจะซื้อเก็บไว้เป็นบ้านพักเวลาเดินทางมาที่เมืองนี้เลยก็ได้ ถึงจะมีบ้านเป็นของตนเองก็ตาม แต่ก็ควรมีบ้านในเมืองอื่นๆ เอาไว้ด้วย

การตรวจสอบนั้นจะมีอยู่สองครั้ง ครั้งแรกคือก่อนจะเข้าสู่เขตของไรด์การ์ด ตอนที่ลงมาถึงก็จะเจอกับด่านตรวจแรกที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากพวกสัตว์ป่าและมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจ และครั้งที่สองคือก่อนจะเข้าไปภายในตัวเมืองนั่นเอง เซรอสผ่านการตรวจสอบแรกมาได้และกำลังอยู่ในระหว่างเดินทางเข้าเมืองที่ค่อนข้างไกลเอาเรื่อง

       บรรยากาศรอบๆ เมืองนั้นค่อนข้างจะบริสุทธิ์มาก มีหมู่บ้านขนาดเล็กอยู่รวมกันห่างจากเมืองไปราวๆ สองกิโลเมตร ซึ่งงานของพวกเขาก็คือการเพาะปลูกเพื่อนำส่งขายให้กับทางไรด์การ์ด พูดให้ถูกก็คือสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เช่าโดยจะมีการเรียกเก็บภาษีเป็นผลผลิตแทน ดังนั้นตลอดทางที่เดินผ่านจึงเห็นท้องนากับสวนผลไม้อยู่เต็มไปหมดกว่าจะไปถึงประตูเมืองเลย

       ถ้าต้องการจะเข้าไปในเมืองจะต้องรับแผ่นป้ายการตรวจสอบครั้งที่หนึ่งมาเสียก่อน สิ่งนี้จะใช้สำหรับยืนยันว่าได้เข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎ แต่ถ้าจะเข้าไปพักอาศัยอยู่ในเมืองในฐานะที่ไม่ใช่พลเมืองจะต้องชำระเงินเพื่อเปลี่ยนแผ่นป้ายที่ใช้แสดงหลักฐานยืนยันตัวบุคคลซะก่อน มันจะต้องตอบคำถามนู้นนี่นั่นเยอะไปหมดแต่เขาก็ผ่านมันมาได้อย่างไม่ยากเย็น

       “ยินดีต้อนรับสู่ไรด์การ์ดนะพ่อหนุ่ม”

       เซรอสพยักหน้าให้กับคำกล่าวทักทายของทหารที่นิสัยดีมากคนหนึ่ง และเดินข้ามพ้นธรณีประตูเมือง เข้าไปภายในเมืองไรด์การ์ด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 774 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #9398 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 01:08
    ขอบคุณครับ
    #9398
    0
  2. #8660 dplay (@dplay) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 09:44
    ตลกพระเจ้าอ่ะ เหมือนคอยตบมุกเวลาพระเอกเล่นมุกแป้กอ่ะ
    #8660
    0
  3. #7755 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:09
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7755
    0
  4. #7021 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:51
    ขอบคุณครับ
    #7021
    0
  5. #6861 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 19:59
    ล่าน่า จะเป็นหญิงเต็มโตแว้ว
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6861
    0
  6. #6860 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 19:59
    ล่าน่า จะเป็นหญิงเต็มโตแว้ว

    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6860
    0
  7. #3872 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 16:30
    สนุกในแบบ สโลว์ไลฟ์ 555
    #3872
    0
  8. #3754 ต้นหญ้ากับสายลม (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 18:51
    อ่านเพลิน อ่านได้เรื่อยๆ Slowlife มีความสุขจุงงง
    #3754
    0
  9. #1209 I3lackMooN (@natto01) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 20:39
    ขอบคุณครับ
    #1209
    0
  10. #1207 Lefelos (@Luziferkun) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 18:04
    ทำไมไม่ให้ดาร์กเนสสอนเวทย์เสริมพลังให้มันเป็นเวทย์พื้นฐานดาร์จเนสน่าจะรู้จักนะ...
    #1207
    0
  11. #1195 มาลิณี ลี (@pinkielover) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 17:47
    รออออ สนุกมากกก
    ปล.อยากให้มิเกลมาอยู่กับเซรอส
    #1195
    0
  12. #1160 ปอม (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 19:56
    โอ้ว ลื่นดีค่ะ รออ่านตอนต่อไปต่อ....

    +0+
    #1160
    0
  13. #1158 เงา (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 23:10
    ขอบคุณ สนุกก รออออ
    #1158
    0
  14. #1157 River no off return (@rattyas) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 21:05
    รายงานตัวนักอ่านใหม่ค่ะ อ่านเพลินมากๆ ชอบนิยายแนวนี้สุดๆ ขอบคุณนะคะ
    #1157
    0
  15. #1156 21633 (@mo21633216332163) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 20:32
    ชิวดีจริง
    #1156
    0
  16. #1155 OoKAWAIoO (@OoKAWAIoO) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 15:42
    ติดตามอยู่นร้าา สนุกมากกกก
    #1155
    0
  17. #1154 Eiko_ (@taechaam) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 15:29
    เป็นคำถามที่ถามตลอด อีกตอนอยู่ไหนเนี่ยยค้างเว้ยย
    #1154
    0
  18. วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 15:27
    ดีค่ะ สโลไลฟ์ จริงๆ
    #1153
    0
  19. #1152 อะกิ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 14:54
    ทำไมพระเอกไม่ค่อยสึกษาหาความรู้ที่มีอยู่เลยทำแต่เรื่องไร่สาระไปวันๆๆหรือรู้สึกไปเองเช่นไปหาเมล็ดกาแฟ จนได้เรื่องมาเยอะแยะ
    #1152
    2
    • #1152-1 moth5633 (@moth5633) (จากตอนที่ 33)
      3 สิงหาคม 2561 / 00:03
      มันสโลไลฟ์ไงยังไงก้ไม่แก้อยู่แล้วเลยไม่รีบ
      #1152-1
    • #1152-2 luckyanne (@luckyanne) (จากตอนที่ 33)
      20 สิงหาคม 2561 / 14:38
      ก็มันไม่รีบไง 5555
      #1152-2
  20. #1151 dddd (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 13:53
    อ่านเพลินมาก

    ขอบคุณครับ
    #1151
    0
  21. #1150 Fluke (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 12:42
    สนุกมากอ่านเพลินเลย
    #1150
    0
  22. #1149 kittybeanz (@kittybeanz) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:59
    สนุกคะ ชอบ
    #1149
    0
  23. #1148 อ้นคุง_ (@aonkung30) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:50
    ขอบคุณครับ
    #1148
    0
  24. #1146 kay30 (@kay30) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:29
    สนุกจ้าาา
    #1146
    0
  25. #1145 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:02
    สนุกดีครับ
    #1145
    0