ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,825 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,817 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    23,303

    Overall
    2,262,825

ตอนที่ 32 : Episode Thirty-One : กฏสามข้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37837
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 780 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

Episode Thirty-One

 



       เรย์มอนด์กำลังย่ามใจที่ไล่ต้อนเซรอสจนขยับไปไหนไม่ได้ มิหนำซ้ำยังกระหน่ำโจมตีต่อเรื่อยมาจนเริ่มมีบาดแผลขึ้นบ้างแล้ว รู้สึกผิดปกติเหมือนกันแต่ก็คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะมีเวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งร่างกายอยู่ มันเป็นเวทมนตร์พื้นฐานที่ทุกคนจะได้เรียนรู้กัน อย่างไรก็ตามการสร้างบาดแผลได้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการโจมตีของเขานั้นได้ผล

       ในขณะที่เซรอสมองว่าในโลกนี้ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าอยู่อีกมาก ลำพังแค่เวทมนตร์เสริมกำลังก็ช่วยยกระดับขีดความสามารถให้เทียบเท่ากับ นักฆ่าระดับหมายเลข ได้ ถึงเขาจะมีเปรียบในด้านความแข็งแกร่งถาวรแต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับคนพวกนี้ในจำนวนที่มากเข้าก็อาจจะเป็นจุดจบของตัวเขาเองได้เหมือนกัน และต้องไม่ลืมด้วยว่าแต่ละคนมีความชำนาญด้านเวทมนตร์ที่แตกต่างกันออกไป

       “นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างเจ้ากับข้า”

       เซรอสคิดว่าถ้าเขาไม่ประมาทและต้านทานต่อไปจนกว่าจะอ่อนแรงค่อยจัดการก็ยังไม่สาย สถานการณ์เช่นนี้ใครใจเย็นกว่าก็จะได้รับชัยชนะ ยังไงเซรอสก็ไม่คิดจะมาตายที่นี่อยู่แล้ว

       พยายามเลี่ยงไม่ให้โดนตำแหน่งสำคัญ แต่มันก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี เป็นความรู้สึกที่คล้ายจะลืมเลือนมันไปพักใหญ่

       เรย์มอนด์ร่ายเวทมนตร์ด้วยบทที่สั้นมากอย่าง จิตวิญญาณแห่งแสงจงตอบรับข้า และก็ยิงลำแสงที่ควบคุมทิศทางได้ออกมา มันวิ่งสลับฟันปลาจนเดาทางไม่ออกและมีเป้าหมายที่จะเล่นงานในตำแหน่งหัวใจของเซรอส

       “จงตอบรับเสียงของข้า กำแพงศิลา”

       พื้นดินก่อตัวขึ้นขวางหน้ารับการโจมตีนั้นเอาไว้ แต่ลำแสงนั้นดูจะเหนือกว่าถึงขนาดที่ทะลวงผ่านชั้นหินเข้ามาได้ และเซรอสก็ก้มตัวหลบจึงไม่โดนลำแสงนั่น พลันนึกขอบคุณปีศาจสาวคนนั้นในใจ

       “น่ารำคาญ” เรย์มอนด์ปรากฏตัวอ้อมมาด้านข้างและแทงดาบหมายจะเอาชีวิต

       น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้เป็นเซรอส เขาปัดดาบและหมุนตัวเตะอัดเข้าที่ช่วงหัวไหล่ เพียงแต่ว่าที่ปลายรองเท้าของเขามีใบมีดซ่อนอยู่ด้วย กลเม็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่เซรอสทำเอาไว้กับรองเท้า ยังไงก็ต้องมีอาวุธลับเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

       เสียงร้องคร่ำครวญเกิดจากบาดแผลที่ได้รับ เซรอสไม่ใช่คนที่มีคุณธรรมที่ต้องสู้กันซึ่งๆ หน้า แต่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจได้ว่าศัตรูจะไม่มีวันย้อนกลับมาทำร้ายตนเองได้อีก ที่ใบมีดลับในรองเท้าเคลือบสารพิษที่ทำให้ร่างกายกลายเป็นอัมพาตชั่วคราว อย่างน้อยก็คงไม่มีแรงจับอาวุธไปอีกสักพักหนึ่ง

       สีหน้าของเรย์มอนด์แสดงความเจ็บปวดออกมา กระโดดถอยหลบไปด้านหลัง ก่อนจะรู้สึกได้ว่าขาเริ่มหยั่งน้ำหนักไม่ไหวและล้มลง

       “เกิดอะไรขึ้น” และทันทีที่คิดได้ก็หันไปมองที่บาดแผลตนเอง ถึงร่างกายของเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น แต่ลำพังมีดธรรมดาไม่น่าจะสร้างบาดแผลในสภาพที่เสริมความแข็งแกร่งนี้ได้ มันจะต้องเป็นมีดพิเศษแน่

       เนื่องจากคิดว่ามีแค่คนโง่เท่านั้นที่เอาแร่พิเศษไปทำอาวุธเล็กๆ แบบใช้แล้วทิ้ง จึงได้มองข้ามความเป็นไปได้นี้ไป

       อาวุธทั้งหมดที่เซรอสพกติดตัวนั้นทำมาจากอาดามันเทียมเสียส่วนใหญ่

       “ใช้พิษงั้นเหรอ เจ้าสารเลว”

       ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหรือมองว่ามันเป็นการกระทำที่ไร้ยางอายไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของเซรอสอยู่แล้ว การใช้ยาพิษก็เป็นศาสตร์ของการฆ่าแขนงหนึ่ง ขอเพียงแค่บรรลุเป้าหมายก็ไม่จำเป็นจะต้องเก็บมาใส่ใจ

       มิเกลเหยียดยิ้มสะใจที่เห็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในสภาพที่เสียเปรียบ ขณะเดียวกันก็เกิดความหวาดวิตกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ได้เผชิญหน้ากับเซรอสมาแล้วแต่ก็มีชีวิตรอดมาได้ ต้องบอกว่าปาฏิหาริย์มากกว่าที่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อม ไม่อย่างนั้นชีวิตของเธอคงจบสิ้นไปแล้ว

       แต่ยาพิษอาจจะใช้ได้ผลเพียงแค่การถ่วงเวลาเท่านั้น สำหรับผู้ที่ฝึกฝนเวทมนตร์ธาตุแสงจะสามารถยับยั้งไม่ให้พิษแพร่กระจาย หากมีระดับที่สูงกว่าหน่อยจะสลายพิษพวกนั้นออกไปได้ไม่ยาก น่าเสียดายที่เซรอสรู้เรื่องพวกนี้จากการที่ได้รู้จักกับพวกเรเวนว่าพวกที่ศึกษาเวทมนตร์บางกลุ่มจะมีเวทมนตร์ชำระล้างพิษได้ทุกชนิดอยู่ และถึงจะไม่รู้ว่าเรย์มอนด์จะมีหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่คิดจะปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาพักหายใจ

       ความจริงไม่จำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากมิเกล เซรอสก็มั่นใจว่ารับมือกับเรย์มอนด์ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขายังไม่เข้าใจรูปแบบของเวทมนตร์ดีพอ มันแตกต่างจากอาวุธเทคโนโลยีที่มีรูปแบบซึ่งคาดเดาได้ แต่เวทมนตร์มันเป็นอะไรที่เหนือล้ำจินตนาการเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจได้ แค่รับรู้ผลลัพธ์แต่ไม่รู้ขอบเขตก็อันตรายมาก เหมือนกับรู้ว่ามันจะระเบิดแต่ตอบไม่ได้ว่ารัศมีมันกว้างแค่ไหน

       จากที่สังเกตรูปแบบเวทมนตร์ของทั้งเรย์มอนด์และมิเกล พบว่ามีความแตกต่างกันอยู่หลายส่วน โดยเรย์มอนด์นั้นจะไม่ค่อยชำนาญเรื่องการควบคุมทิศทางของเวทมนตร์ แต่กลับเชี่ยวชาญด้านการเสริมพลังให้ตนเอง ในขณะที่มิเกลนั้นชำนาญการยิงเวทมนตร์จากระยะไกล และมีความเร็วในการร่ายเวทมนตร์เหนือกว่ามาก พิจารณาจากความแตกต่างนี้ก็พอที่จะทำให้เซรอสรู้จักข้อดีข้อเสียของศัตรู

       และไม่แปลกใจที่แม้เซรอสจะเอาจริงแล้วก็ยังจัดการกับเรย์มอนด์ไม่ได้ เชื่อว่าในฐานะของมนุษย์ธรรมดาด้วยกันแล้วคนที่จะเป็นคู่ต่อสู้ให้ได้น่าจะมีอยู่ไม่มาก มีบารมีมากพอจะอวดเบ่งกับใครต่อใครก็ได้

       ถ้ามีอาวุธที่ดีกว่านี้สักหน่อยล่ะก็อาจจะเอาชนะได้ก็ได้

       นี่ไม่ใช่ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือดูแคลนอาวุธหรือความสามารถของตัวเอง แค่คิดไม่ถึงว่าคนบนโลกนี้จะพัฒนามาได้แข็งแกร่งมาก

       ตอนที่สู้กับหมายเลขสิบเก้านั้นขนาดใช้อาวุธที่มีประสิทธิภาพก็ยังกินกันไม่ลง ระดับของความแข็งแกร่งที่ถูกพัฒนาต่อนั้นห่างไกลกับ หมายเลขศูนย์ อย่างมาก แต่ที่ชนะมาได้ก็เป็นเพราะมันไม่มีความกลัวตายและไร้ซึ่งความเจ็บปวด ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเอาชนะมาได้อย่างหวุดหวิด

       กับเรย์มอนด์ที่มีขีดความสามารถใกล้เคียงกันกับหมายเลขสิบเก้า แต่มีทั้งความกลัวตายและความเจ็บปวด สิ่งเดียวที่ไม่มีก็คือความกล้า ถ้าเป็นอย่างนั้นขอแค่โจมตีต่อให้เปิดช่องว่างได้ชัยชนะก็เป็นของเขาทันที

       ทักษะการใช้ดาบสั้นของเซรอส สำหรับผู้คนบนโลกนี้แล้วต้องเรียกว่าระดับสุดยอด เป็นเหตุผลที่ช่วยให้ต่อสู้กับเรย์มอนด์ได้อย่างสูสี

       ผลจากยาพิษกำลังออกฤทธิ์ เรย์มอนด์เริ่มสูญเสียการทรงตัว เรี่ยวแรงที่จับดาบเอาไว้พลันหมดลงรวมไปถึงเวทมนตร์เสริมกำลังที่คลายออก ร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติ พอรู้ตัวว่ากำลังเสียท่าก็หายใจหอบแรง หมุนตัวเพื่อที่จะวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

       “จิตวิญญาณแห่งสายลมข้าขอวิงวอน

       “มันกำลังจะหนีแล้ว” มิเกลร้องบอก เพียงแค่อีกฝ่ายเอ่ยปากร่ายบทเวทออกมาก็รู้ว่านั่นคือเวทมนตร์อะไร ที่เรย์มอนด์กำลังจะใช้ก็คือ ล่องนภา เป็นเวทมนตร์สำหรับกระโดดหนีไปยังสถานที่ไกลๆ มักจะใช้ในการหลบหนีจากการต่อสู้

       แต่คำเตือนของมิเกลนั้นช้ากว่าเซรอสที่ขยับเคลื่อนไหวไปตั้งแต่เรย์มอนด์กล่าวถ้อยคำร่ายคำแรกออกมา เขาพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าและตวัดดาบลงต่ำ

       ฉวะ!

       ท่อนขาขวาขาดกระเด็น มีเลือดไหลกระฉูดออกมาราวกับก๊อกน้ำประปาแตก ถึงจะสวมใส่เกราะชั้นดีแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีส่วนข้อพับก็จะทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ เซรอสก็แค่เล็งฟันในตำแหน่งนั้นก็พอ

       “อ๊าก!!!” เรย์มอนด์กรีดร้องลั่น และล้มลงไปเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

       มันเป็นสัญชาตญาณที่เกิดจากความกลัวตาย สำหรัยเรย์มอนด์แล้วนี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ถูกคุกคามอย่างหนัก แม้จะเคยเข้าร่วมสงครามมาหลายครั้งแต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นเพราะเขามีกองกำลังที่แข็งแกร่งไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ทว่าครั้งนี้ต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังและรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายมีเจตนาจะฆ่าเขาอย่างชัดเจน

       “หยุดนะ ได้โปรดเถอะ!

       “ทำไมต้องฟังด้วยล่ะ”

       หลังจากที่ปล่อยให้เรย์มอนด์พูดพล่ามอยู่คนเดียวมาตลอดการต่อสู้ เซรอสก็เปิดปากยอมพูดด้วยจนได้ ก็แค่ไม่ต้องการถูกดึงสมาธิไปกับการสนทนาจนกว่าจะมั่นใจได้ว่าสยบเป้าหมายลงได้แน่นอนเท่านั้น

       “ถ้าแกฆ่าข้าล่ะก็ ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์จะไม่ปล่อยเรื่องราวครั้งนี้เอาไว้แน่ มิหนำซ้ำตระกูลรูคของข้าจะเล่นงานเจ้า ทางอาณาจักรไอทาเรียเองก็จะออกประกาศจับเจ้าในฐานะของฆาตกรที่ชั่วร้ายที่สุด”

       มิเกลสนับสนุนอยู่ในใจหวังว่าเซรอสจะใจกล้าพอที่จะฆ่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนนี้ ถึงส่วนหลังๆ จะเป็นไปได้น้อยที่สุดก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์อาจจะไม่ยอมอยู่เฉย เบื้องหลังของเรย์มอนด์ รูคนั้นมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับทางเบื้องบน ที่มีอำนาจในการสั่งให้เคลื่อนไหวได้ตามใจชอบ ถ้าหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเรย์มอนด์จะต้องถูกตรวจสอบแน่นอน

       “เอาแบบนี้ ถ้าเจ้าปล่อยข้าไปล่ะก็ ข้าจะไม่ถือสาเรื่องที่เจ้าทำร้ายข้าก็แล้วกัน”

       ลักษณะการต่อรองนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นแค่การพูดเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เซรอสก็ยังไม่สะทกสะท้านหรือแสดงความลังเลสักนิด

       “แล้วข้าจะมอบทรัพย์สมบัติจำนวนมากให้ด้วย รับรองว่าหลังจากนี้เจ้าจะมีกินมีใช้ไปตลอดชาติ ไม่สิความแข็งแกร่งของเจ้าถ้าได้ทำงานให้กับตระกูลรูคล่ะก็เจ้าจะได้ทุกอย่างที่ต้องการเลย”

       “เพราะงั้นปล่อยข้าไปเถอะนะ ข้าน่ะเชื่อถือได้แน่นอน ขอเอาเกียรติของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เป็นเดิมพันเลย”

       “เก็บคำขู่พวกนั้นไปซะเถอะ เพราะมันใช้กับฉันไม่ได้ผล” ดาบสั้นอาดามันเทียมชี้จ่อใบหน้าของเรย์มอนด์ก่อนจะนำไปพาดไว้ที่ลำคอ “ไม่ว่านายจะขู่ฉันยังไง หรือบอกว่าตัวเองมีอำนาจแค่ไหน สำหรับฉันแล้วมันก็แค่เรื่องไร้สาระ”

       “มีกฎสามัญของโลกนี้สามข้อที่ทำให้ฉันไม่รู้สึกว่าคำขู่ของนายจะน่ากลัว”

       “ข้อหนึ่ง คนตายมันพูดไม่ได้”

       “ส่วนข้อสองกับข้อสาม ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะคนที่เคยพูดประโยคนี้บอกให้ฉันรู้เพียงแค่ข้อแรก และก็โดนฉันฆ่าตายไปแล้ว”

       แววตาของเซรอสเปลี่ยนเป็นเหี้ยมโหดในชั่วพริบตา เรย์มอนด์ยกมือขึ้นหวังจะปัดป้องและตะโกนร้องขอชีวิต แต่ในวินาทีต่อมานั้นทั้งแขนและคอของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกสะบั้นจนขาด

       เป็นคนอื่นคงกังวลผลที่จะตามมา แต่สำหรับเซรอสแล้วไม่มีความจำเป็นจะต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ถ้ามองตามหลักเหตุและผลแล้ว มีเพียงแค่เรย์มอนด์กับปีศาจสาวมิเกลเท่านั้นที่รู้ว่าเซรอสมาอยู่ที่นี่และได้ต่อสู้กัน ฐานะของมิเกลคือปีศาจนั่นหมายความว่าเป็นศัตรูกับทางฝั่งของมนุษย์ และการตายของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นผลดีมากกว่าผลเสีย ต่อให้สืบย้อนยังไงก็ไม่มีทางรู้เรื่องนี้โดยเด็ดขาด

       ถึงจะเห็นเซรอสฆ่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์กับตาก็ยังระมัดระวังตัวเองอย่างดี มิเกลยังไม่ยอมเคลื่อนไหวแต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ เห็นเซรอสลงมือทำอะไรกับศพก็เกิดสงสัยขึ้นมา

       “นั่นเจ้าคิดจะทำอะไร”

       “ทำให้ศพนี้ไม่เคยมีอยู่บนโลกยังไงล่ะ”

       ฟังดูเป็นคำพูดที่น่ากลัว แต่เซรอสคิดจะทำเช่นนั้นจริงๆ ไม่ประมาทเรื่องการสืบสวนของคนบนโลกนี้แม้จะไม่รู้ว่าก้าวหน้าไปถึงไหนก็ตาม เขามีสารพัดวิธีที่จะไม่ทำให้เหลือร่องรอยของศพบนโลก และไม่สามารถตรวจสอบได้

       “เจ้าเป็นพวกเดียวกันไม่ใช่หรือยังไง”

       “ถ้าในฐานะมนุษย์ก็จะพูดแบบนั้นก็ได้” เซรอสตอบคำถามนั้นด้วยสีหน้าเย็นชา “แต่เดิมฉันก็ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดอยู่แล้ว จะมนุษย์กับปีศาจก็ไม่ต่างกันหรอก ถ้าจะให้พูดในมุมมองของฉัน มนุษย์น่ะน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจซะอีก”

       มิเกลขานรับด้วยความสับสน ยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจมนุษย์คนนี้มากขึ้นไปอีก แต่หลักฐานที่ว่าไม่ได้เป็นพวกเดียวกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็คือศีรษะที่ตกกองอยู่ตรงหน้านี่ต่างหาก

       อย่างไรก็ตามมีอีกเรื่องหนึ่งที่เซรอสจะต้องยืนยันให้แน่ใจ เขาหันกลับมาในสภาพพร้อมฆ่าฟัน ชี้ปลายดาบไปยังขุนพลปีศาจมิเกลที่ตกใจกับการกระทำของเขา

       “จะทำอะไร?”

       “ฉันไม่ลืมเรื่องที่เธอทำเอาไว้ก่อนหน้านี้หรอกนะ”

       “เรื่องนั้นมัน” มิเกลพูดไม่ออก จริงอยู่ที่เธอใช้อำนาจในการควบคุมเขาให้เป็นทาสผู้ซื่อสัตย์แต่กลายเป็นว่ากลับขัดขืนและหลุดจากการควบคุมไปได้ และเธอก็เกือบจะถูกฆ่าในตอนนั้น “ข้าก็แค่ปกป้องตัวเอง”

       “ครั้งนี้จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ครั้งหน้าถ้าขืนเธอคิดจะควบคุมฉันอีก นั่นจะต้องเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะได้ทำ”

       พูดพลางเก็บดาบลงและหันไปสนใจกับการจัดการสภาพศพ ด้วยวิธีการพิสดารจนมั่นใจว่าไม่มีทางตรวจสอบได้ว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร เสื้อเกราะกับดาบนั่นก็เป็นอาวุธที่ไม่สามารถนำไปขายที่ไหนได้จึงปล่อยมันทิ้งเอาไว้อย่างนั้น แต่ว่าทางมิเกลเลือกจะเก็บมันกลับไปเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ พร้อมด้วยศีรษะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ เซรอสเห็นว่าไม่น่าจะมีผลกระทบใดๆ ตามมา (กับตนเอง) จึงยอมมอบให้ไป

       ออกจะดูเหมือนคนใจกว้างโอ่อ่า แท้ที่จริงแล้วก็เป็นเช่นนั้น เซรอสพร้อมจะจบปัญหาที่คุกคามชีวิตที่สงบสุขของเขาด้วยการฆ่า ครั้งนี้เป็นเพราะผู้ชายคนนี้ผิดเองที่เอาอำนาจของตัวเองมาคุกคามคนแบบเขา ถ้าหากทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะก็คงไม่ต้องถูกฆ่าแล้ว

       “เจ้าเซรอสสินะ ทำไมเจ้าถึงพูดภาษาของข้าได้กันล่ะ”

       เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจมาโดยตลอด เคยคิดว่าภาษาของเผ่าปีศาจนั้นมนุษย์ไม่น่าจะเรียนรู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ อาจจะต้องใช้เวลากว่าหลายเดือน ถ้าหากที่เธอกังวลเป็นความจริงแสดงว่าผู้ชายคนนี้น่าจะต้องแฝงตัวอยู่ที่ใดสักแห่ง

       ขนาดมิเกลที่ว่าเก่งในการเรียนรู้ ยังต้องอาศัยเวลาพอตัวกว่าจะฝึกพูดภาษาของพวกมนุษย์ได้

       “ภาษา?” เซรอสคิดอยู่พักหนึ่ง ที่จริงก็รู้อยู่แล้วแต่มันอธิบายลำบาก ก็เลยตอบส่งๆ ไปว่า “แค่กระดิกนิ้วแล้วมันก็รู้ขึ้นมาเอง”

       “ไม่ว่าฉันจะพูดภาษานี้ได้หรือไม่ได้ก็ตาม จุดประสงค์สำคัญก็คือฉันไม่ใช่ศัตรูก็แล้วกัน เว้นเสียแต่ว่าเธอจะมาคุกคามการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของฉัน เมื่อถึงตอนนั้นอย่าหาว่าฉันโหดเหี้ยมก็แล้วกัน”

       “สโลว์ไลฟ์อีกแล้ว ข้าอยากรู้มันหมายถึงอะไร อาวุธงั้นรึ? หรือว่าเป็นลัทธิที่พวกเจ้านับถือ?”

       พลันเกิดความคิดที่อยากจะแกล้งให้เข้าใจผิดขึ้นมานิดหน่อย เพราะการแกล้งคนที่ไม่รู้ก็จัดเป็นความสนุกอย่างหนึ่งที่พอจะใช้ฆ่าเวลาเล่นได้ เลยตอบไปแบบไม่ได้สนใจผลลัพธ์

       “สโลว์ไลฟ์ไม่ใช่คำศัพท์ที่มนุษย์อย่างพวกฉันใช้กัน แต่เป็นนิยามที่ใช้เรียกแนวทางการดำเนินวิถีชีวิตของตนเองภายใต้กฎและเงื่อนไขเพื่อความสุขและความสงบสุข นอกจากนี้มันถูกใช้เป็นชื่อที่มีความหมายในการปกปักษ์รักษาทุกชีวิต หากยึดมั่นในวิถีแห่งการเป็นสโลว์ไลฟ์ ตลอดทั้งชีวิตจะพบกับความสุขที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันต้องการจะใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ยังไงล่ะ”

       พอได้ฟังความหมายนั่นมิเกลก็พูดอะไรไม่ออก เธอไม่คิดเลยว่าคำคำนี้จะมีความหมายที่ลึกซึ้งมากขนาดนี้

เซรอสใช้เวลาไม่นานปลอมแปลงสภาพศพให้เหมือนกับถูกโจมตีโดยพวกสัตว์ร้าย ยังไงก็ไม่มีใครบอกได้อยู่แล้วว่าเรย์มอนด์ต่อสู้กับสิ่งใดบ้าง สภาพรอบๆ นี้ก็มีปีศาจอยู่ตั้งหลายตัว

       เสร็จทุกอย่างแล้วเซรอสก็ออกเดินทางกลับทันที แต่ครั้งนี้คงต้องตรงกลับไปที่คัลไซด์อย่างเดียวเท่านั้น

 

       ชัยชนะในสงครามที่ยืดยาวมานานหลายเดือนตกเป็นของเผ่าปีศาจ เมื่อศีรษะกับอาวุธของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เรย์มอนด์ถูกนำออกมาแสดงต่อหน้าเหล่าทหารที่ยังเหลือชีวิตรอด สภาพจิตใจของผู้คนก็ห่อเหี่ยวและพากันหนีทัพอย่างรวดเร็ว เหล่านักผจญภัยนั้นเอาตัวรอดได้ไม่ยากนัก แต่ก็ต้องสละชีวิตไปอีกหลายคน เนื่องจากขุนพลปีศาจมิเกลเป็นคนนำกองทัพบุกเข้าไปถล่มเมืองเอ็นยู

       หลังจากวันนั้นข่าวเรื่องที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์เรย์มอนด์พ่ายแพ้ให้กับขุนพลปีศาจก็ได้กระจายไปทั่วอาณาจักรไอทาเรีย กลายเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเผชิญมา เรื่องนี้ได้ถูกถกเถียงหาผู้รับผิดชอบ แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะออกหน้ารับความผิดพลาดนี้ พวกเขาตัดสินแล้วว่าจะทอดทิ้งเมืองเอ็นยูหลังสูญเสียอัศวินศักดิ์สิทธิ์ไป รวมไปถึงกำลังทหารที่ต้องตายอย่างไร้ค่า และเพราะความสูญเสียนี้เองทำให้ผู้คนในไอทาเรียต่างก็รู้สึกหดหู่

       จากการที่ต้องสูญเสียเมืองเอ็นยู ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามมาก็คือประกาศเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ถูกเก็บมากขึ้นเป็นสิบเท่าทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างหนัก และยังมีประกาศอีกมากมายที่ทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจอย่างมาก มิหนำซ้ำมันยังใกล้จะเข้าช่วงฤดูหนาวอีกด้วย

       ผลกระทบนี้ขยายออกไปเป็นบริเวณกว้างส่งผลให้ฤดูหนาวนี้จะกลายเป็นปีที่ผู้คนต่างต้องอดอยาก เนื่องจากราคาสินค้าทะยานขึ้นสูงจนน่ากลัว อาจเพราะพวกพ่อค้านั้นสนใจแต่การเกร็งกำไรมากกว่าการทำเพื่อคุณธรรม สุดท้ายปัญหาที่ตามมาก็คือการปล้นชิงอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต

 

       ในขณะที่ทางฝั่งของมนุษย์นั้นอยู่ในช่วงวิกฤต แต่สำหรับเผ่าพันธุ์ปีศาจแล้วมันคือข่าวดีที่ทำให้เกิดงานเลี้ยงฉลองเป็นธรรมเนียมปฏิบัติหลังจากที่ได้รับชัยชนะ เพื่อเป็นการขอบคุณเหล่าผู้สละชีวิตทั้งหลายที่นำชัยชนะกลับมา ที่ผ่านมานั้นมนุษย์พยายามรุกรานดินแดนปีศาจ แม้จะส่งคนไปจัดการแต่ทางฝ่ายนั้นก็ยังมีอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งมากเป็นกำลังรบสำคัญ

       มิเกลได้รับรางวัลที่สมน้ำสมเนื้อกับความเสียสละของตนเอง และยังได้เป็นการชำระหนี้แค้นให้กับอดีตขุนพลปีศาจที่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะมนุษย์ที่แสนจะขี้ขลาดตนหนึ่ง ดาบของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ถูกส่งมอบให้กับทางครอบครัว ซึ่งเป็นผลมาจากการปั้นเรื่องแต่งของมิเกล ทำให้ท่านจอมมารยอมรับในความกล้าหาญและตอบรับข้อเรียกร้องนี้ อย่างไรซะดาบเล่มนี้แม้จะทำมาจากอาดามันเทียมแต่ก็ถือเป็นของระดับกลางๆ เท่านั้น

       รางวัลที่มิเกลได้รับก็คือดินแดนแห่งหนึ่งที่จะต้องไปบุกเบิกเสียใหม่ สำหรับมิเกลแล้วไม่มีสิ่งใดเป็นรางวัลที่ดีไปกว่านี้ เพราะการเพิ่มจำนวนของประชากรปีศาจมากขึ้นจนชุมชนแห่งหนึ่งแทบจะกลายเป็นหมู่บ้านที่แออัด เนื่องจากการจัดตั้งหมู่บ้านจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากท่านจอมมารจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่การจะบุกเบิกพื้นที่สร้างหมู่บ้านแห่งใหม่จำเป็นต้องสร้างคุณงามความดีเอาไว้ให้มาก

อย่างไรซะมิเกลก็ได้ชื่อว่าเป็นขุนพลปีศาจหน้าใหม่ที่พึ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน แต่ในระยะเวลาสั้นๆ กลับทำผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้ ย่อมต้องเป็นที่ขวางหูขวางตาอย่างมาก การมอบดินแดนให้ปกครองนั่นหมายถึงการซ่องสุ่มกำลังเพื่อคานอำนาจของขุนพลปีศาจตนอื่น แต่เมื่อได้รู้ว่ามันเป็นดินแดนรกร้างที่อยู่ทางตอนใต้ติดกับเทือกเขาที่ไม่ค่อยจะมีอะไรเลยก็เบาใจลงอย่างมาก

       มิเกลมองว่าพื้นที่ที่ได้รับมานั้นจะช่วยแก้ปัญหาชุมชนแออัดลงได้ ถึงจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีมากนักแต่เพียงแค่เธอเอ่ยปากชักชวนก็มีปีศาจจำนวนไม่น้อยยอมติดตามรับใช้เธอ พวกเขาคาดหวังว่าจะได้พบกับอนาคตที่รุ่งโรจน์หากติดตามมิเกลต่อไป เพราะการปกครองของเผ่าปีศาจนั้นจะต้องเลือกเฟ้นผู้นำมันจึงเหมือนกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่จะต้องดูแลกันและกัน

       ขุนพลปีศาจแต่ละตนจะได้รับดินแดนให้ปกครองเพื่อสร้างขุมกำลังของตนเอง จึงมีการจัดการระบบดูแลภายในกัน มอบหมายตำแหน่งเล็กๆ ในดินแดนให้ดูแล แต่อย่างไรก็ตามเหล่าขุนพลปีศาจก็ต้องรับใช้ท่านจอมมารอยู่วันยังค่ำ กล่าวคือไม่ว่าจะมีขุมกำลังมากน้อยเพียงใด สุดท้ายก็เป็นลูกน้องของท่านจอมมารอยู่ดี

       ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ก็เดินทางมาถึงดินแดนที่ได้รับมอบหมาย คำว่า ดินแดนในที่นี้หมายถึงตลอดทั้งอาณาเขตที่กำหนดไว้ มันกว้างขวางเอามากๆ ถึงในความเป็นจริงมันจะเป็นดินแดนที่เล็กที่สุดก็ตามที

       เมื่อได้รับดินแดนมานั้นจะต้องมีชื่อเรียก ซึ่งมิเกลเคยคิดหาชื่อที่จะใช้เป็นชื่อดินแดนแต่ก็ยังไม่ถูกใจสักเท่าไหร่ ปกติแล้วมันจะใช้ชื่อของผู้ปกครองดินแดนนั้นๆ ทว่ามิเกลนั้นแตกต่างจากปีศาจตนอื่นนั่นคือเธอได้รับอิทธิพลของพวกมนุษย์มากจากการแฝงตัวสืบข้อมูล ทำให้ทราบว่าการเลือกชื่อที่เหมาะสมนั้นจะส่งผลที่ดีในภายภาคหน้า

       และในตอนนี้เธอก็มีชื่อที่มีความหมายดีที่สุดแล้ว

       “นับจากนี้เป็นต้นไป ดินแดนแห่งนี้จะถูกเรียกขานว่า สโลว์ไลฟ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 780 ครั้ง

72 ความคิดเห็น

  1. #13230 pam005 (@pam005) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 05:34
    ชื่อเมืองเเจ่มเเมวมาก
    #13230
    0
  2. วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 01:59
    เก๋ดีค่ะชื่อเมือง คริๆๆ
    #10954
    0
  3. #9878 Yassy (@Yassy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 13:52
    ปยอ.จาดดดด ที่ผญ.ไม่ฆ่าด้วยน่ะแหม่
    #9878
    1
    • #9878-1 Puwaput (@Puwaput) (จากตอนที่ 32)
      21 ตุลาคม 2561 / 23:33
      ก้อไม่ต้องอ่านคับ
      #9878-1
  4. #9397 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 00:52
    ขอบคุณครับ
    #9397
    0
  5. #8693 น้ำตาลสายไหม (@pavineeaui) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 08:49

    พระเจ้าส่งพระเอกมาช่วยเหลือไม่ใช่เหรอ หรือเราเข้าใจผิดเนี่ย อ่านแล้วงงอ่ะ พระเอกทำให้แม่ทัพตาย แล้วแพ้สงคราม ประชาชนเดือดร้อนหนัก

    #8693
    4
    • #8693-3 luckyanne (@luckyanne) (จากตอนที่ 32)
      20 สิงหาคม 2561 / 14:22
      โลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์เพียงเผ่าพันธ์เดียวนะ เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า
      #8693-3
    • #8693-4 น้ำชา1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 32)
      12 ตุลาคม 2561 / 10:14
      เค้าบอกให้สร้างเมืองนิ ไม่ได้ให้ปกป้องใคร แค่สร้างเมืองได้ไม่จำเป็น ต้องให้ผู้อาสัยเป็นมนุษย์นิ ขอแค่พูดรู้เรื่องก็พอละ
      #8693-4
  6. #8208 Autth12 (@Autth12) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 00:03
    555555
    #8208
    0
  7. #8172 supparwit (@supparwit) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 21:15
    555555555
    #8172
    0
  8. #7754 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 21:56
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7754
    0
  9. #7738 ChaeBe (@benaja12345) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 06:37
    ฮา ดินแดนสไลไลฟ์ 555555
    #7738
    0
  10. #7598 monny2202 (@monny2202) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:41
    เป็นอะไรไม่รู้แต่ห็นคำว่า'จอมมาร'ทีไร นึกถึงการ์ตูนเรื่องจอมมารพาร์ทไทม์ตลอดเลย 555555555
    #7598
    1
  11. #7287 EriHio (@machimeko) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 16:27
    เป็นคนที่นิยามคำว่า สโลไลฟ์ ได้สวยหรูและลึกซึ้งมาก (และใช้สิ่งมีชีวิตที่ดูแพงได้อย่างบ้านๆมาก เช่น ใช้แรงงาน ทำสวน เฝ้าบ้าน เป็นต้น)
    #7287
    0
  12. #7020 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:27
    นึกว่าจะชื่อ เซรอสซะอีก 5555
    #7020
    0
  13. #6859 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 19:14
    เทือกเขา สโลไลฟ์
    เซรอสเกบค่าภาษีแน่ๆ คอยดู55555
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6859
    0
  14. #6285 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:49
    อินดี้มากเรื่องนี้ ฮ่าๆๆๆๆ แล้ว-เทือกเขานั่นมันกั้นกับเมืองพี่เซนิดเดียวเอง ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #6285
    0
  15. #6197 Chooon (@Chooon) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 15:17
    5555555ฮาอ่ะเซรอสนิสัยไม่ดี555
    #6197
    0
  16. #5809 Iynew (@3216278) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 21:31
    มิเกลจะกลับมาอีกมั้ย
    #5809
    0
  17. #5148 มายเนมอีส... (@neneoshiyalovely) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 00:45
    เชื่อด้วยเนอะ555
    #5148
    0
  18. #4412 yeembro (@yeembro) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 05:22
    อย่างฮา555555
    #4412
    0
  19. #4393 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 01:25
    อะไรฟะนั้น
    #4393
    0
  20. #4335 CH3521 (@CH3521) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 11:20
    ฮาอ่ะ ความหมายบองสโลไลฟ์เนี่ย คิดได้เนาะ 55555
    #4335
    0
  21. #4137 MmNn__ (@niknik0935170568) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:37
    ใช่อ่ออ555555.
    #4137
    0
  22. #4028 Freedom Pen (@nataphnog) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 00:00
    55555 ลั่นอ่ะ เมืองสโลว์ไลฟ์
    #4028
    0
  23. #4005 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 19:23
    เกร็งกำไร -> เก็งกำไร
    #4005
    0
  24. #3861 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 11:40
    ตอนแรกก็อ่านมาอย่างซึ้งเลย พอถึงชื่อเมืองเท่านั้นแหละ555555555ขำหนักมาก
    #3861
    0
  25. #3426 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 15:17
    เมืองนี้จะมีแต่นีทสินะ
    #3426
    0