ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,473 Views

  • 13,681 Comments

  • 22,798 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,951

    Overall
    2,257,473

ตอนที่ 31 : Episode Thirty : ภัยคุกคาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34793
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 676 ครั้ง
    14 พ.ค. 60

Episode Thirty

 



         ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง

         เซรอสมุดออกมาจากเส้นทางลับที่นำไปสู่ดินแดนปีศาจ และออกเดินทางทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของสงครามที่ดังมาถึงตรงจุดนี้ คงเพราะไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวพันกับความวุ่นวาย ครั้งก่อนที่ช่วยต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ก็เพื่อที่จะรีบออกเดินทางจากเมืองให้เร็วที่สุด เหตุผลเดียวที่ต้องทำเช่นนั้นก็เพื่อปกปิดข้อมูลส่วนตัวไว้ในกลุ่มเล็กๆ เพราะการอยู่ในที่ชุมชนที่มีการสื่อสารกันตลอดเวลามันจดจำได้ง่ายกว่ามาก

ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปช่วยเหลือให้ฝั่งมนุษย์ได้รับชัยชนะ เขาเลือกจะปฏิเสธการเป็นผู้กล้าและใช้ชีวิตใหม่นี้อย่างสงบสุขในแต่ละวัน หากใครก็ตามที่คิดจะมาทำลายชีวิตใหม่นี้เขาก็ไม่ปฏิเสธที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด

ออกจะดูเป็นตรรกะความคิดที่เหี้ยมโหด แต่อย่างไรซะเขาก็คือนักฆ่า

แต่เป็นนักฆ่าที่ไม่ใช่การสังหารคนพร่ำเพรื่อ

เป้าหมายของเซรอสมีเพียงแค่คนที่สมควรจะตายกับศัตรูที่ปองร้ายเท่านั้น

เซรอสเดินทางมุ่งหน้าลงใต้โดยใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองที่เป็นป่าใหญ่ มีเส้นทางสัญจรที่ไม่ค่อยดีมากนักแต่ก็ยังถูกใช้เป็นเส้นทางประจำ ยังมีร่องรอยของการใช้เกวียนลากผ่านไปอยู่ด้วย ตลอดสองข้างทางนั้นเป็นเนินดินสูง ถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่อันตรายและเสี่ยงต่อการลอบโจมตีมาก

ในระหว่างนั้นเองก็รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างกำลังเดินทางมาจากด้านหน้า จึงตัดสินใจกระโดดปีนขึ้นไปซ่อนอยู่บนต้นไม้ ใช้พุ่มไม้พวกนั้นซ่อนตัวตนเอาไว้อย่างแนบเนียนที่สุด เพียงไม่นานหลังจากที่ซ่อนตัวพวกนั้นก็เดินทางมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเขา รูปร่างที่เห็นอยู่ภายนอกนั้นเห็นชัดเลยว่าไม่ใช่มนุษย์

เซรอสสงสัยว่าทางฝ่ายนั้นน่าจะมีเส้นทางในการเดินทางที่สะดวกกว่าการมุดลงไปในใต้ดิน ดูจากขนาดตัวที่ใหญ่นั่นแล้วรวมไปถึงการเดินทางมาได้รวดเร็ว จะต้องเป็นเส้นทางที่มีความกว้างพอจะเคลื่อนกำลังพลได้เป็นจำนวนมาก

น่าจะเป็นทางน้ำตก เซรอสครุ่นคิด

แต่ถึงจะคิดได้และรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้พิสูจน์ ถึงอย่างนั้นพอคิดในมุมกลับอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ ยังมีความเป็นไปได้ว่าปีศาจพวกนั้นอาจจะรออยู่ที่ปลายทางไม่ใช่การมาด้วยกัน

“กุรุกุรุ! แน่ใจใช่ไหมว่าพวกมันจะต้องปรากฏตัวแน่ ข้าอยากจะฆ่าพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เกียรติของท่านบาบิรุสต้องมัวหมอง” ปีศาจที่สวมหน้ากากเหล็กคำรามเสียงดัง

“ใจเย็นก่อน กุรุส ก็เข้าใจนะว่าเจ้าอยากจะแก้แค้นให้กับปู่ของเจ้า แต่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้มีฝีมือกระจอกเกินไป ฝีมือระดับเจ้ายังเป็นคู่มือไม่ได้ด้วยซ้ำ” ขุนพลปีศาจมิเกลห้ามปราม เธอเข้าใจดีว่าปีศาจจำนวนไม่น้อยมีนิสัยที่เลือดร้อนและอยากจะแสดงความแข็งแกร่ง กุรุสก็เป็นอีกหนึ่งตนที่แสดงพลังเพื่อที่จะได้ออกมาล้างแค้นพวกมนุษย์

แต่เหตุผลที่กุรุสต้องการมากที่สุดก็คือการล้างอายให้กับท่านปู่ที่เป็นขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กลับถูกมนุษย์ที่แสนจะน่ารังเกียจฆ่าตาย ในฐานะของยอดนักรบแล้วทำให้ตระกูลของกุรุสต้องเผชิญหน้ากับความอับอายอย่างมาก ถึงจะมีปีศาจหลายตนเข้าใจว่ามันเป็นเพียงความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเทียบกับผลงานปราบปรามอัศวินศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อนทั้งหมดลงได้ แต่ก็ยังมีปีศาจที่พยายามเน้นไปที่ความผิดพลาดเล็กนั่นแทน

“แต่ที่นี่มีกลิ่นแปลกๆ”

มิเกลหันไปมองปีศาจตนหนึ่งที่สงสัยในความผิดปกติ “กลิ่นงั้นรึ? พวกมนุษย์หรือยังไง?”

“ข้าก็อธิบายไม่ได้ มันมีกลิ่นสาบแปลกๆ ที่ผสมปนเปกันมั่วไปหมด เหมือนศพที่ตายซากแล้วนั่นแหละ”

เซรอสได้ฟังก็ก้มลงมองตัวเอง เขายังมีเศษเครื่องในของแมลงที่ฆ่าไปเมื่อคืนติดอยู่ จะส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลก ยังดีที่พวกมันช่วยปกปิดกลิ่นสาบของมนุษย์ลงได้ทำให้ยากจะถูกพบเจอ

“คงเป็นศพของพวกมนุษย์ที่ตายนั่นแหละ แถวนี้ก็มีอื้อเลยไม่ใช่หรือยังไง”

“เอาเถอะ ที่พวกเราต้องทำตอนนี้ก็มีแค่การรอเท่านั้น”

หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เวลาผ่านไป พวกปีศาจพวกนี้ใช่ว่าจะเคร่งขรึมซะตลอด มีบ้างที่แสดงนิสัยเหมือนพวกมนุษย์ที่ชอบล้อเลียนหรือสร้างบรรยากาศไม่ให้ตึงเครียดมากเกินไป ในมุมมองของเซรอสแล้วจะปีศาจหรือมนุษย์ก็ไม่แตกต่างกัน ใช่ว่าปีศาจจะน่ากลัวก็แค่รูปลักษณ์ไม่เหมือนเท่านั้น อาจจะผิดที่ตรงจุดนี้ก็ได้ที่ทำให้เกิดรอยร้าวที่ไม่มีทางสมานกลับมาเป็นอย่างเดิมได้

จนกระทั่งในที่สุดด้านหลังของเซรอสก็มีเสียงม้าควบมาที่นี่ราวกับว่ามันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ตอนที่ได้เห็นดวงตาเหม่อลอยของอัศวินที่นำทางมาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด คงเพราะถูกความสามารถของปีศาจสาวที่ควบคุมผู้คนได้นำทางมาที่นี่ เท่านี้ก็เลยรู้แล้วล่ะว่าพวกนั้นวางแผนมาเป็นดิบดีเพื่อชัยชนะอย่างไม่ต้องสงสัย หรือก็คือการหลบหนีของคนพวกนี้การันตีชัยชนะของเผ่าปีศาจนั่นเอง

จากนั้นสถานการณ์ก็กลายเป็นตึงเครียด อัศวินที่ถูกควบคุมถูกฆ่าตายโดยทันทีด้วยน้ำมือของอัศวินผมบลอนด์ที่รู้สึกว่าจะเป็น 'อัศวินศักดิ์สิทธิ์ และการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นแทบจะในทันที พอได้เห็นรูปแบบของการฟันดาบแล้วถึงได้เข้าใจว่าพวกอัศวินแต่ละคนฝีมือไม่ได้กระจอกเลย รวมไปถึงปีศาจที่มีพละกำลังเหนือกว่า เพียงไม่กี่นาทีก็สามารถไล่ต้อนอัศวินทั้งสามนายได้

แต่ในตอนนั้นเองที่อัศวินทั้งสามคนตัดสินใจร่ายเวทมนตร์ยิงลำแสงออกมา ด้วยอานุภาพของมันทะลวงปีศาจทั้งสามตัวอย่างง่ายดาย ทว่าหนึ่งในลำแสงนั่นกลับพุ่งมายังจุดที่เซรอสซ่อนตัวอยู่แถมยังทะลวงผ่านกิ่งไม้ที่เหยียบจนมันอยู่ในภาพที่รับน้ำหนักได้อีกไม่นาน ไม่ได้สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น รู้สึกตัวอีกทีอัศวินทั้งสามคนก็ถูกตัดเป็นสองส่วน สภาพศพนั้นชวนแหวะแต่เซรอสเคยชินกับเรื่องพวกนี้แล้วเลยไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ

ต่อมาก็เป็นการต่อสู้ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์กับเหล่าปีศาจ ด้วยความสามารถที่แตกต่างกันเกินไป ทำให้ชัยชนะเป็นของทางฝั่งมนุษย์ เซรอสอดชื่นชมสไตล์การต่อสู้ไม่ได้จริงๆ เห็นได้ชัดว่าได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ยิ่งมีเวทมนตร์ช่วยสนับสนุนแล้วอาจจะแข็งแกร่งมากก็ได้ พอคิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่อีกมากก็ทำให้เซรอสตั้งใจจะเข้าเรียนเพื่อศึกษาเวทมนตร์ให้ถ่องแท้

เพราะสำหรับนักฆ่าแล้วการปล่อยให้ตนเองมีจุดอ่อนเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด

แต่มนุษย์คนนี้ก็เจ้าเล่ห์มาก พอได้ฟังการต่อปากต่อคำที่คล้ายจะยกย่องไปทางตนเองโดยถือว่าตนเองสูงส่งกว่ากลับไม่รู้สึกเกลียดขี้หน้า คงเพราะเคยเจอกับอัจฉริยะสติเฟื่องที่นิสัยแย่กว่านี้มาแล้ว หมอนี่คงเป็นได้แค่พวกคนบ้าในสถานกักกันมากกว่า

ตอนนั้นเองที่เซรอสได้ยินเสียงไม้ปริแตก ก่อนจะได้ทันเคลื่อนไหวน้ำหนักตัวของเขาก็ทำให้กิ่งไม้ที่เหยียบอยู่นั่นหักลง ร่างของเขาจึงตกลงกระแทกกับพื้น แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บสักนิดแม้จะตกลงมาสูงกว่านี้สักหน่อยก็คงทำได้แค่คันๆ เท่านั้นเอง

“ให้ตายสิ! เพราะไลท์เซเบอร์ของเจ้าสามตัวนั่นแท้ๆ เลย”

ตระหนักได้ว่าตอนนี้เขากลายเป็นจุดสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีศาจสาวที่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กันครั้งล่าสุดถึงกับเกร็งสีหน้าไว้ไม่มิด คงเพราะรู้ดีว่าพลังในการควบคุมใช้กับเขาไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่ และยิ่งเคยเกือบตายมาแล้วก็ต้องรู้สึกระมัดระวังให้มากขึ้นไปอีก

กลับกันทางด้านของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เรย์มอนด์ไม่เคยเจอกับเซรอสมาก่อน ตอนที่เห็นว่าเป็นมนุษย์ก็มีสีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อสักครู่ คงคิดว่าถ้ามีคนเพิ่มขึ้นถึงแม้จะเล็กน้อยก็ยังมีโอกาสที่จะช่วยให้ตนเองเอาชนะขุนพลปีศาจได้

“เจ้าหนุ่ม ถือเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับข้าที่เป็นถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์ จงภูมิใจไว้ซะ”

คำพูดกึ่งบังคับให้เข้าร่วมต่อสู้นี้เกิดจากที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของอีกฝ่าย คงเพราะเกิดมาอยู่ในตระกูลที่มั่งคั่งและค่อนข้างจะมีอำนาจจึงไม่เคยให้เกียรติผู้ใดมาก่อน ยิ่งสถานะของเขาคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ด้วยแล้วการที่ยอมลดตัวลงมาพูดคุยด้วย ถ้าเป็นพวกขุนนางตกอับยังต้องจัดงานเลี้ยงฉลองที่สานสัมพันธ์กับตนเองถึงสามวันสามคืน

แต่เซรอสไม่ได้ขยับ ไม่แม้แต่จะหยิบอาวุธออกมาด้วยซ้ำ ตัวเขามีมุมมองที่แตกต่างโดยไม่เกิดความคิดที่จะเหยียดหยามด้านเผ่าพันธุ์หรือชาติกำเนิด รู้ตัวดีว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติที่จะคิดแบบนั้น

“จงมาช่วยข้ากำจัดปีศาจร้ายตัวนี้ซะ”

พอได้ยินแบบนั้นออกมา มิเกลก็ชะงักงันเธอรู้ดีว่าเซรอสนั้นอันตราย มนุษย์ที่แม้จะไม่ได้ใช้เวทมนตร์ก็แข็งแกร่งพอๆ กับตัวเธอที่ใช้พลังเต็มที่ ถ้าหากเขาได้ให้ความช่วยเหลือแล้วล่ะก็โอกาสรอดชีวิตก็มีน้อยมาก

“กำจัด? ไม่ใช่หน้าที่ของฉันสักหน่อย”

หน้าที่ของเซรอสมีเพียงอย่างเดียวก็คือการสร้างดินแดนที่ทุกชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข การเป็นผู้ช่วยเหลือให้ได้รับชัยชนะในสงครามถือว่าผิดวัตถุประสงค์เดิม

“ในฐานะมนุษย์เจ้าไม่คิดว่านี่เป็นสิ่งที่ควรทำงั้นรึ?”

         “ก็ไม่นี่”

การตอบแบบไม่หยี่ระนี้ทำให้เรย์มอนด์โกรธจนหน้าแดงก่ำ เพราะไม่เคยถูกปฏิเสธมาก่อนจึงไม่อาจยอมรับได้  เรย์มอนด์ยังคงมีสติไตร่ตรองสถานการณ์ ก่อนจะเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานแต่ใครจะไปสนเรื่องนั้น ทุกคำพูดของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เชื่อถือได้มากกว่าคำพูดของคนนับพัน หากผู้ชายคนนี้ไม่ช่วยเหลือในการกำจัดขุนพลปีศาจ เขาก็จะมอบข้อหากบฏให้ทันที

อย่างไรก็ตามเรย์มอนด์มีความคิดชั่วร้ายอยู่เต็มไปหมด คิดไปถึงขั้นที่ว่าช่วยกันกำจัดขุนพลปีศาจได้ก็จะยัดเยียดข้อหากบฏให้อยู่ดี ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์ใดๆ มาสั่นคลอนตำแหน่งของเขาได้

“หากเจ้าไม่ช่วยข้า งั้นก็แสดงว่าเจ้าคือกบฏที่สมคบคิดกับพวกปีศาจ”

“เชิญคิดแบบนั้นได้ตามสบาย”

เซรอสแสดงออกด้วยท่าทางเรียบเฉยเพราะไม่มีสิ่งใดมาสั่นคลอนความรู้สึกของตนเองขึ้นมาได้ แรกเริ่มเดิมทีประวัติของเขาก็ไม่ได้สวยหรู แม้แต่การมาอยู่ในโลกแห่งนี้ก็ยังเคยฆ่าคนมาแล้ว

“ครอบครัวของเจ้าก็จะต้องถูกประหาร แม้แต่คนรักของเจ้าด้วยก็ตาม”

“ขอเพียงเจ้าช่วยเหลือข้าในการโค่นล้มศัตรู เจ้าจะถือว่ามีความดีความชอบ”

“ว่ายังไงล่ะ? ถ้าเจ้ายังต้องการที่จะมีชีวิตที่สุขสบาย จงช่วยเหลือข้าซะ”

ช่างเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ มิเกลยืนฟังบทสนทนานี้ก็รู้ดีว่าเรย์มอนด์ไม่คิดจะทำตามที่พูดอยู่แล้ว พวกเธอสืบประวัติของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับตำแหน่งขุนพลปีศาจมานาน จึงรู้ว่ามีหลายตระกูลที่หากไปข้องเกี่ยวด้านผลประโยชน์ เมื่อใดก็ตามที่หมดประโยชน์แล้วก็จะถูกเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี เป็นตระกูลที่น่ารังเกียจแต่กลับไม่มีใครรู้สึกถึงเรื่องนี้เลย

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรพูดออกไป มิเกลรู้ว่าเซรอสมีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดา อาจจะต้องเดิมพันกับความหวังที่ว่าอีกฝ่ายจะเกลียดชังอัศวินศักดิ์สิทธิ์เรย์มอนด์จนถึงกับต้องลงมือด้วยตัวเอง หากเป็นอย่างนั้นจริงเธอก็โชคดีมาก

“น่ารำคาญชะมัด”

“ว่ายังไงนะ”

“สิ่งที่นายพูดมาทั้งหมดนั่นน่ะมันก็แค่การบ่นพล่ามที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง”

“ทำไมจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าหากข้ามีชีวิตรอดกลับไปได้ล่ะก็เจ้าจะต้องโดนข้อหากบฏอย่างแน่นอน”

“หมายความว่านายจะคุกคามฉันสินะ?” เซรอสเอ่ยถามด้วยเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นสายตาของนักฆ่า

“ถ้าไม่อยากให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น ก็จงมาช่วยข้ากำจัดเจ้าปีศาจร้ายนี่ซะ ข้าจะช่วยพูดให้เอง”

เข้าใจผิดกันคนละประเด็น ไม่แน่ว่าเรย์มอนด์อาจจะคิดว่าเซรอสเป็นกบฏจริงๆ ไปซะแล้ว และเซรอสก็ไม่ได้คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดให้ถูกต้องด้วย

เซรอสชักดาบสั้นออกมา โดยที่เรย์มอนด์ยิ้มตอบรับด้วยความเข้าใจที่ว่าเขาคงจะหวาดกลัวผลลัพธ์หลังจากนี้จึงให้ความร่วมมือด้วย จึงไม่ได้ระวังตัวที่จะให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ ทันทีที่เข้าประชิดตัวได้ดาบสั้นก็ตวัดโจมตีใส่เรย์มอนด์อย่างรวดเร็ว น่าเสียดายที่เขาประเมินความสามารถของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ต่ำไปสักหน่อย ดาบเล่มนั้นก็รับการโจมตีได้อีกด้วย

“นี่มันหมายความว่ายังไง?”

เซรอสไหวไหล่วืดตอบว่า “นั่นก็เพราะนายจะคุกคามฉันยังไงล่ะ ยังไงฉันก็อยากมีชีวิตที่เงียบสงบอยู่”

ขุนพลปีศาจมิเกลนิ่งเงียบมานานได้เห็นการกระทำของเซรอสก็แสยะยิ้มออกมา ถึงเธอจะควบคุมเขาไม่ได้แต่การที่ไม่ได้เป็นศัตรูกันก็ถือเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตามแต่จากที่ได้เห็นความสามารถของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เรย์มอนด์ ความสามารถของเขาถ้าไม่นับด้านนิสัยปลิ้นปล้อนและกระหายในอำนาจ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งเอามากๆ ได้แต่หวังว่ามนุษย์ผู้นี้จะแข็งแกร่งพอๆ กัน

“เจ้าโง่” ดาบของเรย์มอนด์เปล่งแสงออกมาเล็กน้อยขณะเข้าจู่โจม

เซรอสรับเอาไว้ได้ทันแต่ก็ตื่นตกใจกับพละกำลังที่รู้สึกได้ มันรุนแรงเทียบเท่ากับ หมายเลขที่แท้จริง ลองคิดว่าอาจจะต้องมีคนที่แข็งแกร่งระดับนี้อยู่และใช้เวทมนตร์ได้อย่างชำนาญ หากต้องสู้กันในสภาพนี้เขาอาจจะต้องแพ้ก็ได้

“ดาบนั่นมันอะไรกัน?” เรย์มอนด์แปลกใจที่ใช้พลังไปเต็มที่แล้วแต่กลับไม่ทำให้ดาบของศัตรูแตกหักได้ ทั้งที่ดาบศักดิ์สิทธิ์นี้สร้างขึ้นมาเป็นอย่างดี “หรือว่าอาดามันเทียม”

จะแปลกใจก็ไม่ผิด ในอาณาจักรไอทาเรียแห่งนี้อาดามันเทียมถือเป็นแร่ที่พบเจอได้ยากมาก มูลค่าของมันมหาศาลจนประเมินราคาของมันไม่ได้ เท่าที่สืบทราบมานั้นแหล่งที่มีแร่อาดามันเทียมอยู่ก็คือดินแดนปีศาจ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าในอดีตที่ผ่านมาจึงได้มีการทำสงครามอยู่เสมอ ทั้งหมดก็เพื่อดำเนินการครอบครองแร่ที่พิเศษนั่นเอง

มีเพียงเผ่าคนแคระเท่านั้นที่ครอบครองอยู่ และหากเป็นเรื่องของแร่ชนิดนี้ทางการไม่มีสิทธิ์เข้าไปสอบถามแหล่งที่มาเพราะถือเป็นการผิดข้อตกลงกับพวกคนแคระ ตอนที่เรย์มอนด์เดินทางมาเอ็นยู ระหว่างทางก็ทราบข่าวลือว่าตอนนี้ทางพวกคนแคระกำลังวุ่นวายอย่างหนักเพื่อเฟ้นหาสุดยอดกลุ่มช่างสร้างอาวุธและชุดเกราะจากอาดามันเทียม ข่าวนี้ทำให้ทางไอทาเรียต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ถึงขนาดที่พระราชายังต้องส่งสาสน์ไปขอเข้าพบกับกลุ่มช่างเพื่อเจรจาขอซื้อไว้ แต่ก็ต้องพบเจอแรงกดดันจากทางศาสนจักรที่อยากให้มอบให้กับฝ่ายตนมากกว่า

ดังนั้นพอเห็นว่าอีกฝ่ายใช้อาวุธที่สร้างจากแร่อาดามันเทียมก็เกิดความสงสัยว่าผู้ชายคนนี้น่าจะมีเส้นสายเพื่อให้ได้มาซึ่งอาวุธที่สร้างจากแร่ศักดิ์สิทธิ์

เซรอสรับดาบหลายต่อหลายครั้งโดยที่ไม่เสียท่า ประสบการณ์ในการต่อสู้นั้นเซรอสมีมากกว่า และยิ่งเขาถูกฝึกหนักด้วยวิชาการต่อสู้ที่หลากหลายเลยทำให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวเบื้องต้นของอัศวินศักดิ์สิทธิ์มีช่องโหว่เต็มไปหมด

คมมีดสายลมพุ่งเข้าไปหาเรย์มอนด์ แต่กลับถูกปัดป้องอย่างง่ายดาย เป็นฝีมือของมิเกลที่สบโอกาสนี้ร่วมมือกับเซรอสในการสังหารอัศวินศักดิ์สิทธิ์ซะ เธอฉลาดพอที่จะไม่เลือกเป็นศัตรูกับเซรอส (ในตอนนี้) และมันก็ยังดีกว่าต่อสู้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ในสภาพที่บาดเจ็บอยู่

“แกคิดจะทำอะไรกันแน่ พวกปีศาจให้อะไรกับแกกันถึงได้ยอมทรยศมนุษย์ด้วยกันเอง”

เซรอสในโหมดมือสังหารมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวก็คือการฆ่าเท่านั้น ดังนั้นแม้ว่าจะถูกยัดเยียดความผิดหรือสอบถามความตั้งใจเพื่อถ่วงเวลาหาโอกาส กลายเป็นว่ามันเปล่าประโยชน์ ดาบสั้นสองเล่มสะบัดไปมาปะทะเข้ากับดาบศักดิ์สิทธิ์จนเกิดเป็นประกายไฟ ในใจนึกชื่นชมความแข็งแกร่งที่ใกล้เคียงกับตนเองที่รับมือกับพละกำลังที่มากมายขนาดนี้ได้

         เล็งเห็นถึงช่องว่างก็เปลี่ยนจากท่าฟันเป็นชกด้วยมือเปล่า อัดเสื้อเกราะของเรย์มอนด์จนเป็นรอยบุบลึก ถึงขนาดที่กระอักเลือดออกมาคำโต รับรู้ได้เลยว่าตอนนี้กระดูกซี่โครงได้หักเป็นที่เรียบร้อย

         “โกหกน่า” ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่เห็นกับตา เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนชกเกราะแห่งเกียรติยศนี้ให้เป็นรอยบุบได้

         ถึงอย่างนั้นมันก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาแล้ว

         เซรอสไม่เสียเวลาที่จะดูผลลัพธ์ ขยับตัวเข้าไปใกล้และเหวี่ยงขาเตะซ้ำ แม้อีกฝ่ายจะยกส่วนที่เป็นเกราะขึ้นตั้งรับก็ยังได้รับความเสียหายอยู่ดี ในขณะที่ตัวเซรอสแทบจะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย

         อาจเป็นสัญชาตญาณที่ทำให้รู้ตัวว่าสู้เซรอสไม่ได้จึงเกิดความกลัวตายขึ้นมา เรย์มอนด์ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะต้องหนีเอาชีวิตรอด แต่ทางขุนพลปีศาจมิเกลไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด เธอร่ายเวทมนตร์ออกมาสร้างเป็นกำแพงดินขวางกันทางหนีเอาไว้ทั้งสามทิศ เหลือทิ้งเอาไว้เพียงด้านที่เซรอสยืนรออยู่เท่านั้น

         เคยมีคำพูดเปรียบเปรยที่ว่าห้ามไล่สุนัขจนตรอก แม้แต่ในกลุ่มนักฆ่าเองก็มีความเชื่อเช่นนั้น โดยเฉพาะเซรอสที่เคยถูกสถานการณ์บีบให้ต้องกลายเป็นสุนัขจนตรอก ในสภาพที่ทำเพื่อความอยู่รอดของตนเองเรย์มอนด์ตัดสินใจเข้าสู้ในสภาพที่บาดเจ็บหนัก เขาหยิบบางอย่างขึ้นมาดื่มและในวินาทีนั้นเองเขาก็กลับมาขยับได้ราวกับอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้เป็นเรื่องโกหก

         “พวกเจ้าทำมันได้แล้ว?”

         ใบหน้าของมิเกลเปลี่ยนเป็นดำมืดหลังได้เห็นสิ่งที่เรย์มอนด์ทำลงไป สิ่งนั้นจะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ที่เลวร้ายลงได้ มันถูกเรียกว่า เมจิกโพชั่น สามารถรักษาอาการบาดเจ็บให้หายดี ฟื้นฟูมานาให้กลับมาสมบูรณ์พร้อม

         แต่ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่สูญหายไปเป็นเวลานานมากทำให้ไม่มีผู้ใดรู้วิธีการผลิตอีก เป็นไปได้หรือไม่ว่ากรรมวิธีการผลิตนี้จะถูกครอบครองโดยพวกมนุษย์ที่ตั้งใจจะใช้มันเป็นอาวุธลับในการทำสงครามกับพวกปีศาจ

         “มารู้ตัวตอนนี้ก็สายไปซะแล้ว”

         เรย์มอนด์ไม่มีความคิดที่จะใช้ยาตัวนี้เลยหากไม่ใช่เพื่อรักษาชีวิตของตนเอง ผลเสียของมันรุนแรงกว่ามากเพราะยังถือเป็นยาที่อยู่ในขั้นทดลอง นี่อาจจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้พักใหญ่

         ทั้งหมดนี้ก็เพื่อกำจัดศัตรู เรย์มอนด์ร่ายเวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งให้ตนเอง และยังเสริมพลังอัดเข้าไปในร่างอีก เทคนิคลับที่ช่วยเพิ่มพูนกำลังเป็นไพ่ตายที่ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ แต่ในกรณีที่ดื่มเมจิกโพชั่นเข้าไปอาการบาดเจ็บก็จะถูกทำให้เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นชั่วระยะเวลาหนึ่ง

         เพียงแค่ดีดตัวก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ เซรอสยกดาบสั้นขึ้นป้องกันเป็นรูปกากบาท และถูกผลักจนไถลไปเกือบสิบเมตร เป็นครั้งแรกเลยที่เซรอสรู้สึกได้ว่าตัวเขากำลังถูกคุกคามอย่างหนัก

         ความแข็งแกร่งที่รับรู้ได้ อัศวินศักดิ์สิทธิ์คนนี้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับหมายเลขสิบเก้า

         รู้แบบนั้นแล้วเซรอสก็ไม่รอช้าวิ่งตรงเข้าไปประชิดตัวตวัดดาบสั้นสองมืออย่างชำนาญ มันคือศาสตร์ของการฆ่าที่ไม่ใช่ศิลปะต่อสู้ที่งดงาม คิดเพียงแค่ว่าจะทำอย่างไรให้เป้าหมายไม่อาจคุกคามตนเองได้อีกต่อไป แต่ปฏิกิริยาของเรย์มอนด์นั้นต้องเรียกว่าเร็วมากจริงๆ

         คงเพราะเสริมความเร็วด้วยเวทมนตร์ ทำให้เบื้องต้นเซรอสไม่ใช่คู่ต่อสู้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะหมดหนทาง เมื่อเขาไม่อาจไล่ตามอีกฝ่ายได้ก็มีแต่จะต้องหลอกล่อให้เข้ามาโจมตีแทน เซรอสเลือกที่จะยืนปิดช่องว่างและแสร้งทำเป็นเผลอจังหวะให้โจมตี เทคนิคการหลอกลวงคู่ต่อสู้นี้ใช้ได้ผลกับพวกหมายเลขที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะใช้กับเรย์มอนด์ได้ผล หรืออาจจะต้องบอกว่าความคิดของเรย์มอนด์ใกล้เคียงกับพวกหมายเลข

         ถึงจะน่าตกใจด้านพละกำลังเบื้องต้น แต่เซรอสรู้ดีว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ใช้ตัดสินผลลัพธ์ได้ ยังไงเขาก็ได้เปรียบกว่าตรงที่ความแข็งแกร่งที่มีอยู่นั้นเป็นแบบถาวร ไม่เหมือนกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นความแข็งแกร่งชั่วคราว เป็นไปได้ว่าทางนั้นตั้งใจจะปิดฉากชัยชนะภายในเวลาที่จำกัด แค่ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่กันแน่

         กระสุนศิลา!

         มิเกลตวัดนิ้วเรียวสวยส่งผลให้มีก้อนหินขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลพุ่งใส่ แต่เป้าหมายกลับเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ บอกเป็นนัยยะว่าตอนนี้เธอคิดจะให้ความร่วมมือด้วยในฐานะของพวกเดียวกัน

         นักฆ่าอาจจะต้องระมัดระวังอยู่เสมอ แต่ในกรณีที่ศัตรูที่มีความสามารถที่เหนือกว่าการปฏิเสธเพื่อลุยเดี่ยวเป็นการกระทำที่โง่เง่า เท่าที่รู้มานั้นมนุษย์กับปีศาจขัดแย้งกันทางผลประโยชน์เลยไม่คิดจะไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ในกรณีนี้มันเกี่ยวพันกับความสงบสุขของตัวเขาเอง หากปล่อยให้ผู้ชายคนนี้มีชีวิตรอดต่อไปจะต้องเจอกับเรื่องวุ่นวายตามมาไม่จบสิ้น ทางเดียวที่จะตัดปัญหาไม่ให้เกิดได้มีเพียงแค่การฆ่าเท่านั้น

         เพราะคนตายมันพูดไม่ได้ยังไงล่ะ





อัพบทนี้ เขียนบทต่อไป ถ้าไม่มีปัญหาตอนเช้าอาจจะได้อีกสักบท

ความจริงอยากเล่น B&S มาก แต่นิยายก็อยากพิมพ์เหมือนกัน ตัดสินใจไม่ถูกแฮะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 676 ครั้ง

71 ความคิดเห็น

  1. #10298 toptoptopth (@toptoptopth) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 07:40
    พาลงB&S หน่อย
    #10298
    0
  2. #9396 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 00:35
    ขอบคุณครับ
    #9396
    0
  3. #8692 น้ำตาลสายไหม (@pavineeaui) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 08:41

    เราอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจอ่ะ พระเอกจะสร้างเมืองของตัวเอง อยู่แบบสงบสุข ไม่สนใจโลกมนุษย์ภายนอก แต่ถ้าปีศาจยึดเมืองได้ แล้วจะไปเรียนโรงเรียนได้ยังไง จะซื้อของต่างๆ ที่ต้องการจากที่ไหน แบบว่า น่าจะช่วยฆ่าปีศาจก่อนรึเปล่า ถึงค่อยฆ่ามนุษย์ที่จะเป็นภัยอ่ะ

    #8692
    2
    • #8692-2 น้ำชา1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 31)
      12 ตุลาคม 2561 / 09:57
      ก็ลองอ่านต่อไปสิ จะรู้ว่า รร ที่เซรอสเข้าเรียนมีผู้อำนวยการโลลิที่สามารถล้างโลกได้ กลัวอะไร
      #8692-2
  4. #8010 Biebm (@Biebm) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 20:22
    ถ้าเวทย์มนต์มันไม่คุกคามชีวิตก็ไม่คิดจะเรียนเลยว่างั้นแสดงว่าไรท์จะเขียนแบบให้ฟรานหรือชาริตายพระเอกมันถึงจะอยากเรียนเวทย์ขอตายแบบโดนรุมโทรมด้วยนะไรท์มันจะได้รู้สึกเสียใจที่ไม่เรียนตั้งแต่แรก
    #8010
    1
  5. #7753 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 21:42
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7753
    0
  6. #7282 Nine-Za (@Fantasynine) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:49
    คิดถูกแล้วค้าบที่มาพิมพ์นิยาย
    อิอิ
    #7282
    0
  7. #7019 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:05
    ขอบคุณครับ
    #7019
    0
  8. #6858 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 19:00
    วลีเด็ดๆ จริงๆ คนตายพูดไม่ได้ 5555
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6858
    0
  9. #5445 James'z Ks'jaxdd (@jxharumi) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 09:34
    วลีเดียวกัน คนตายมันพูดไม่ได้ 55
    #5445
    0
  10. #5304 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 12:41
    ฆ่าให้ตายไปเลย
    #5304
    0
  11. #3859 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 09:57
    เด็ดขาดมาก!!
    #3859
    0
  12. #3749 name_B1 (@neeracha_nicha) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 07:03
    มัวแต่อ่านเรื่องนี้วันนี้สอบวันสุดท้ายพึ่งอ่านไปวิชาเดียว5555ติดงอมแงม เซรอสยืมสมองหน่อย5555
    #3749
    0
  13. #2227 defy (@chaimaha) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 20:24
    ใช่แล้วคนตายมันพูดไม่ได้
    #2227
    0
  14. #1688 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 22:04
    สนุกมากกกก
    #1688
    0
  15. #1127 อะกิ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 14:46
    เขียนนิยายไห้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปเล่นเกมก็ได้ อย่างโรงงานนรกไง



    ทำไมเรางานตอนนี้แล้วรู้สึกตอนต่อไปอัศวินมันจะรอดแล้วก็ดึงเรื่องมาไห้พระเอกอะ
    #1127
    0
  16. #1125 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 12:42
    เลือกนิยายเถอะกำลังใจมากมาย
    #1125
    0
  17. #1086 นายกะต่าย (@www-nine) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 19:18
    จงเอานิยายมาเซ่นไหว้ข้าาา
    #1086
    0
  18. #1083 kay30 (@kay30) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 16:30
    รอจ้าาา
    #1083
    0
  19. #1082 yumezorn (@yumezorn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 16:16
    สนุกมากนี่คือนั่งรอ
    ติดตามค่ะ
    #1082
    0
  20. #1081 ลานร่มไม้ (@my_zinnia11) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 15:34
    555555
    #1081
    0
  21. #1080 Rinray (@rinray0) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 14:18
    thank you...
    #1080
    0
  22. #1079 kissanachai1988 (@kissanachai1988) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 13:48
    สนุกมาก รอตอนต่อไปครับ
    #1079
    0
  23. #1078 ฮิลเลอร์ (@maneejam) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 13:17
    สนุกมากกกรอๆๆๆ
    #1078
    0
  24. #1077 g0610892098 (@g0610892098) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 12:06
    รอตอนต่อไปอยู่นะครับ
    #1077
    0
  25. #1076 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 11:44
    ขอบคุณครับ
    #1076
    0