ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,647 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,125

    Overall
    2,256,647

ตอนที่ 27 : Episode Twenty-Six : สงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 755 ครั้ง
    7 เม.ย. 60

Episode Twenty-Six

 



         กองทัพของทั้งสองฝ่ายอยู่ในสถานะเฝ้าระวังอย่างแข็งขัน

         ฝั่งของมนุษย์ที่มีการเตรียมเครื่องมือที่ช่วยให้ได้เปรียบ ติดตั้งอาวุธยิงระยะไกลอย่างบัลลิสต้า (ธนูขนาดยักษ์) ตามกำแพงเมือง และเครื่องยิงหินที่มีการจัดเตรียมเอาไว้เกือบสามสิบเครื่อง ค่อนข้างจะน่าแปลกสำหรับโลกที่มีเวทมนตร์ แต่กลับมีอาวุธที่สะดวกสบายแบบนั้นอยู่ด้วย มีการจัดแบ่งเวรยามเฝ้าระวังสถานการณ์ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่ตลอดเวลา มันกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่กล้าเสี่ยงเดิมพันชีวิตอย่างสูญเปล่า

         ขณะเดียวกันทางฝั่งของปีศาจนั้นอยู่ห่างออกไปไกลมาก แนวสันเขากั้นแบ่งเขตแดนซึ่งกันและกัน มีปีศาจจำนวนมากจัดทัพอยู่เฝ้าระวังอยู่ พวกมันเตรียมมอนสเตอร์ชั้นต่ำที่สามารถควบคุมได้ง่ายจับใส่กรงเพื่อปล่อยออกมาโจมตีเป็นจำนวนมาก

         มาทันได้เห็นการต่อสู้ที่ดูวุ่นวาย ก่อนที่มันจะปิดฉากด้วยฝีมือของอัศวินเกราะเงินผมสีบลอนด์ จากกล้องส่องทางไกลนั้นเขาเป็นคนที่มีฝีมือในการต่อสู้ไม่เลวเลย หากวัดกันที่ทักษะต่อสู้เขาคนนั้นมีฝีมือสูสีกับเซรอสได้เลย แต่ถ้ารวมเวทมนตร์เข้าไปด้วยแล้ว กว่าจะเอาชนะได้คงลำบากมาก

         อัศวินเกราะเงินน่าจะเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุด ดูจากการที่ทหารทุกนายทำตามคำสั่งของเขา

         เป้าหมายของเซรอสไม่ใช่การมาดูสงคราม แต่เป็นการข้ามผ่านไปยังเขตแดนของเผ่าปีศาจ แผนที่นำทางก็มีอยู่แล้วใช้เวลาค้นหาอยู่สักพักก็พบทางเข้าลับก่อนค่ำมืด

         เป็นเหมือนโพรงถ้ำหินที่เดินทางเข้าไปลำบากสักหน่อย เป็นธรรมดาที่จะไม่ค่อยมีคนเสี่ยงลงไป ขนาดไต่ลงมาแค่ไม่กี่ฟุตก็เจอกับฝูงสัตว์เลื้อยคลานจำพวกตะขาบยักษ์กับแมงมุมพิษไต่กันยั้วเยี้ย ยังมีบางตัวพยายามจะฝังเขี้ยวลงบนแขนด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาไม่ปฏิเสธที่จะหยิบมันเข้าปากทันทีที่พบเห็น ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากจนลงมาถึงพื้นเบื้องล่างได้อย่างปลอดภัย

         “เป็นสถานที่ที่อันตรายน่าดู”

         ไม่จำเป็นต้องจุดไฟก็พอจะรู้ถึงความอันตรายของโพรงถ้ำแห่งนี้

         ข้อได้เปรียบของเซรอสคือการที่สายตาคุ้นชินกับความมืดอยู่ก่อนแล้ว ในความเป็นจริงก็แค่ม่านตาถูกปรับแต่งให้มีความไวต่อการรับแสงในสถานที่มืดมิด ไม่ถึงขนาดระบุสีในความมืดได้ แต่มันมากพอจะระบุรูปทรงของวัตถุหรือสภาพพื้นที่โดยรอบได้ รวมไปถึงมองเห็นการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตได้ด้วย

         ก็ยังดีที่มันเป็นเส้นทางลับที่สามารถข้ามผ่านสันเขาไปยังอีกดินแดนได้

         แต่ในเมื่อมีคนสามารถลักลอบเข้าไปในดินแดนปีศาจได้ ก็เป็นไปได้ว่าปีศาจเองก็อาจจะลักลอบผ่านเข้ามาได้เช่นกัน

         ในกระเป๋ามิติของเซรอสได้เก็บของที่มีประโยชน์มาตลอดทาง ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบในการสร้างคบไฟที่ให้แสงสว่างได้ประมาณสิบห้านาที เขาสามารถทำมันได้ประมาณสามสิบอันด้วยพลังในการสร้างที่แสนสะดวกสบาย

         มันเป็นเวลากว่าสี่ชั่วโมงในการเดินทางในโพรงใต้ดินที่คับแคบ พบเจอกับสัตว์มีพิษตั้งมากมายจนรู้สึกรำคาญมากกว่าหวาดกลัว เพื่อทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบนี้เลยเปิดเพลงที่ขึ้นมาฟัง เวลาแบบนี้ความสามารถที่ช่วยเรียกข้อมูลในสมองออกมาใช้งานได้อย่างอิสระกลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่แสนจะร้ายกาจ ถึงมันจะไม่สามารถอัพเดทได้แต่อย่างน้อยข้อมูลที่มีอยู่ก็มากพอให้ฟังตลอดชีวิต

         ไม่มีความจำเป็นจะต้องกลัวเรื่องที่จะหลงทิศทาง เพราะเขามีแผนที่เอนกประสงค์ที่สามารถเปิดแสดงเส้นทางที่เคยเดินผ่านมาแล้วได้ หลักการทำงานของมันคล้ายกับสัญญาณดาวเทียมที่คอยติดตามการเคลื่อนไหวของเขาและบันทึกภาพสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ไม่อาจเห็นสิ่งมีชีวิตได้นอกจากสภาพพื้นที่เพียงอย่างเดียว ยังไงเป้าหมายของมันก็มีไว้เพื่อสนับสนุนการสร้างเมืองเท่านั้น

         อันตรายที่พบเจอระหว่างทางมีเพียงแค่สัตว์มีพิษเท่านั้น และพวกมันไม่อาจทำอะไรผู้มาเยือนในคืนนี้ได้เลย เมื่อถึงตอนเช้าแสงอาทิตย์ก็ส่องผ่านลงมาเป็นวงเล็กๆ จนไม่จำเป็นต้องใช้ไฟให้แสงสว่างอีก แถมยังได้ยินเสียงน้ำไหลกับรากไม้ที่ยึดจับอยู่บนผนัง ดูจากแผนที่แล้วข้างบนนี้อยู่ในเขตแดนของปีศาจเป็นที่เรียบร้อย เซรอสยิ้มให้กับความพยายามของตัวเอง ได้แต่หวังว่าจะเดินไปเจอกับทางออกในเร็วๆ นี้

         การเดินทางตลอดทั้งคืนโดยไม่หยุดพัก คนปกติควรจะหมดแรงและรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มทน เซรอสแค่มีเปรียบที่ร่างกายเท่านั้น เบื้องหน้าของเขามีแสงแดดส่องลอดลงมา นั่นน่าจะเป็นทางออกที่ได้ยินมา เขาไม่ลังเลที่จะเดินออกไปคาดหวังเพียงอย่างเดียวที่จะได้ออกจากสถานที่บ้าๆ แห่งนี้

         ราวกับได้หลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่ง ความอุดมสมบูรณ์ของดินแดนปีศาจอาจจะต้องเรียกว่าเป็นดินแดนแห่งสวรรค์

พวกมันแตกต่างจากมนุษย์ที่ทำลายธรรมชาติเพื่อแสวงผลกำไรให้ตนเอง

สถานะของเซรอสยังถือว่าเป็นมนุษย์อยู่ เมื่อมาอยู่ในเขตนี้แล้วจึงต้องระวังตัวให้มาก จากตำแหน่งที่อยู่ตอนนี้น่าจะอยู่ไม่ไกลไปจากพื้นที่เฝ้าระวังของพวกเผ่าปีศาจ ยังพบเห็นรอยเท้าของการเดินสำรวจอยู่ด้วย พวกมันอาจจะฉลาดก็จริงแต่รูปแบบการเดินลาดตระเวนก็ยังมีรูปแบบที่ชัดเจน คล้ายกับสัญชาตญาณของสัตว์มากกว่า

ทีแรกเซรอสรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย ไม่ใช่ในความหมายที่ว่า หวาดกลัว แต่เป็นความรู้สึกที่กลัวว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากตามมา มันคงไม่เป็นการดีสักเท่าไหร่หากต้องเผชิญหน้ากับพวกปีศาจที่มองเขาเป็นศัตรูที่น่ารังเกียจ แต่ถ้าหากมันจวนตัวจริงๆ ก็คงต้องลงมือ

         แต่ก็เหมือนกับเด็กที่ได้มาพบเจอสถานที่แปลกใหม่ เซรอสให้ความสนใจกับทุกอย่าง โดยเฉพาะต้นหญ้าประหลาดที่ชวนให้รู้สึกคุ้นเคย ตามปกติแล้วคงจะต้องมีคนเดินผ่านไปโดยไม่สนใจมัน แต่เซรอสต้องการศึกษาทุกสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ พบว่าหญ้านี่มีชื่อเรียกว่า หญ้าแฉกยาว แต่เซรอสรู้จักมันในชื่อ กัญชา

         ถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างถูกต้อง มันคือยารักษาโรคที่ธรรมชาติมอบให้ แต่ในทางกลับกันหากใช้ผิดวิธีการมันก็เป็นผลร้าย ดังนั้นก็ควรจะนำไปปลูกแต่พอดีเพื่อนำไปใช้ในการรักษาโรค

         เซรอสมองว่ามันคือความจำเป็นสำหรับคนที่ไร้ซึ่งเวทมนตร์ ก็อาจจะต้องใช้วิธีการรักษาที่ปลอดภัยอย่างวิชาการแพทย์เข้าช่วยเหลือ เกิดความคิดที่ว่าอยากจะค้นหาพืชที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ไปปลูกและสกัดมันให้เป็นยารักษาโรคชนิดต่างๆ

         ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินย่างอย่างแผ่วเบา สัญชาตญาณก็พาเซรอสไปซ่อนตัวบนต้นไม้และลบตัวตนออกไป เซรอสได้ยินที่พวกมันพูดอย่างชัดเจน เพียงแค่คิดว่ามีบางอย่างที่แปลกประหลาด ตรงที่อีกฝ่ายใช้ภาษาพูดที่แตกต่างจากเดิม และเขาก็เข้าใจความหมายของมันด้วย เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาทุกประเภทที่รับรู้ความหมายของมันได้โดยไม่ได้รู้สึกผิดแปลกอะไร

         ที่บอกว่าปรับให้ฟัง พูด อ่าน เขียนได้ คงไม่ได้หมายถึงทุกภาษาที่โลกนี้ใช้หรอกใช่ไหม

         แต่ก็ต้องขอบคุณที่มันช่วยเขาได้มากเลย ถ้ารู้ว่าเผ่าปีศาจมีภาษาเป็นของตัวเองบางทีก็อาจจะเจรจาสื่อสารกันได้

         ในที่สุดพวกมันก็เดินผ่านไป คำพูดทุกประโยคที่ได้ยินเป็นแค่การบ่นเรื่องอาหารการกินเท่านั้น ถึงจะเป็นปีศาจแต่เนื้อแท้พวกมันก็ไม่ได้คลั่งไคล้การบริโภคเนื้อดิบสักเท่าไหร่ ซึ่งถ้าหากพวกมันเป็นปีศาจที่ป่าเถื่อนและมีนิสัยคล้ายกับพวกสัตว์จริงล่ะก็จะไม่มีทางพูดแบบนี้เด็ดขาด

         พูดง่ายๆ ก็คือพวกมันมีสติปัญญาและมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง

         ไม่แน่ว่าสงครามที่เกิดขึ้นนี้อาจจะไม่ใช่เพื่อการกำจัดปีศาจแต่แรก แต่เป็นการขยายอาณาเขตของมนุษย์และอุปโลกน์สถานะของปีศาจให้ดูมีความน่ากลัว เพียงแค่ปีศาจมีรูปร่างที่ไม่เหมือนมนุษย์ก็ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ล่อหลอกให้เกิดการทำสงครามเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีในฐานะของมนุษย์

         เหมือนเป็นพวกคลั่งลัทธิอะไรสักอย่างที่ปฏิเสธสิ่งที่แตกต่างจากตนเอง กล่าวโทษว่าเป็นสิ่งเลวร้าย

         สำหรับคนที่รู้ความจริงว่าโลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีเหตุและผล จะมนุษย์ หรือปีศาจ หรือมนุษย์สัตว์ หรืออมนุษย์ ทั้งหมดต่างก็ถูกกำหนดให้มีตัวตนอยู่บนโลกด้วยเจตจำนงของพระผู้สร้าง เหตุการณ์ที่มนุษย์กล่าวว่า ปีศาจคือสิ่งชั่วร้าย เป็นเพียงแค่คำลวงที่ปกปิดความหวาดกลัวของตัวเอง

         เซรอสยิ้มเล็กน้อย หลังจากที่ปล่อยให้พวกมันผ่านไปแล้วก็เคลื่อนไหวต่อ พยายามหลบเลี่ยงจุดที่มีการเดินตรวจตรา และต้องลบร่องรอยการเดินผ่านไปด้วยทำให้มันเป็นการเดินทางที่ช้าเอามากๆ

         ในที่สุดก็เห็นต้นกาแฟเข้าจนได้ แต่ผลของมันถูกเก็บเกี่ยวไปจนหมด ส่วนที่มีเหลือก็คือส่วนที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน มีร่องรอยว่ามีสิ่งมีชีวิตมาเก็บเกี่ยวพวกมันไปหมด เซรอสเตรียมจะตัดมันเพื่อนำไปปลูกที่บ้าน แต่ในตอนนั้นสายตาพลันเหลือบไปเห็นผลไม้สีเขียว เหลือง และแดงที่ขึ้นอยู่ตามต้นใกล้ๆ

         “ท่าทางดินแดนปีศาจคือขุมสมบัติอย่างแท้จริง”

         มันคือผลโกโก้

         การมาที่นี่ไม่เพียงแต่จะได้ต้นกาแฟเท่านั้น เขายังเจอต้นโกโก้อีกด้วย นี่ถ้าหากเขาอยากจะเปิดทำธุรกิจอะไรสักอย่างให้ตัวเอง มันต้องไม่ใช่เรื่องยากเย็น โดยเฉพาะโกโก้พวกนี้น่าจะเหมาะกับเด็กๆ ที่บ้านด้วย ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่สำรวจที่ดินแดนปีศาจอีกสักสองสามวันเพื่อหาของที่มีประโยชน์

 

         ในขณะที่เซรอสยังคงเดินเรื่อยเปื่อยหาต้นไม้แปลกๆ ที่จะมีประโยชน์ ด้านสงครามก็กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

         อัศวินผมสีบลอนด์ตัดสินใจนำกองกำลังเข้าโจมตีเพื่อขับไล่พวกปีศาจที่ยกทัพมาโจมตี โดยทางปีศาจนั้นค่อนข้างจะเสียเปรียบเพราะถึงพวกมันจะแข็งแกร่งแต่ในด้านเชิงกลยุทธ์นับว่าอ่อนแออย่างมาก ปีศาจทำตามคำสั่งแต่ไม่มีความเป็นระเบียบ กลับกันทางฝั่งของมนุษย์ที่มีอุปกรณ์ทุ่นแรง รวมไปถึงกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะสยบความเคลื่อนไหว เปิดโอกาสให้โจมตีกลับไป ซึ่งมันทำให้โอกาสสูญเสียกำลังพลทางฝั่งมนุษย์น้อยลงกว่ามาก

         อัศวินผมสีบลอนด์ผู้นี้คือ เรย์มอนด์ รูค เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นวีรบุรุษของมนุษย์ เขาเชี่ยวชาญทั้งด้านเวทมนตร์และศิลปะเวท โดยเฉพาะเวทมนตร์ที่ใช้ได้มากถึงสี่ธาตุ

         ในช่วงวัยเด็กนั้นมันคือความรุ่งโรจน์ของ เรย์มอนด์ รูค เขาได้กลายเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่ามากที่สุด มีคำเทียบเชิญเกี่ยวกับงานแต่งงานมากมายแต่ก็ถูกปฏิเสธไป ทว่าในท้ายที่สุดทางตระกูลรูคก็ได้ตอบรับข้อเสนอในการแต่งงานกับราชธิดาที่อยู่ในระหว่างศึกษาเล่าเรียน ทำให้สถานะของเรย์มอนด์ตอนนี้คือว่าที่ราชบุตรเขย และเพื่อตอบรับกับเรื่องนี้เรย์มอนด์จำเป็นจะต้องมารับหน้าที่จบสงครามและขับไล่พวกปีศาจออกไป

         มันเป็นงานที่น่าเบื่อมากสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งที่สุด

         การที่เรย์มอนด์ได้รับตำแหน่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เป็นเพราะโชคช่วยหรือการใช้เส้นสาย แต่มันคือฝีมือที่แท้จริงของเขานั่นเอง เมื่อห้าปีก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งที่ทรงเกียรตินี้ผลงานของเขามาจากการที่กำจัดขุนพลปีศาจลงได้ถึงสองตน ซึ่งตอนนั้นมันทำให้ผู้คนเริ่มมีความหวัง และชื่อของเรย์มอนด์ได้สลักเข้าไปในจิตใจของประชาชนทุกคน

         เวลานี้เรย์มอนด์ได้บุกตะลุยฟาดฟันกับพวกปีศาจอย่างไม่หวั่นเกรง อาวุธที่สร้างจากโลหะที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างอาดามันเทียม ช่วยให้ได้เปรียบในการต่อสู้นี้เป็นอย่างมาก เขาสังหารปีศาจไปแล้วไม่ต่ำว่าห้าสิบตัวและร้องสั่งให้ทุกคนลุยหน้าต่อไป ถือว่ามีภาวะผู้นำอย่างเต็มที่

         ทว่าในเวลานั้นก็มีชุดเกราะอัศวินเข้ามาขวางเอาไว้ ขนาดตัวนั้นสูงใหญ่เกือบจะสองเมตร ร่างกายกำยำและอาวุธที่ใช้ก็เป็นดาบที่มีปลายแหลมยื่นลงมา (มีจุดประสงค์สำหรับเกี่ยวศัตรูและกระชากรุนแรง) คำกล่าวของมันสบถออกมาเป็นภาษาของเผ่าปีศาจที่มีความว่า 'อย่างแกต้องมาเจอกับข้า และเข้าปะทะกับเรย์มอนด์

         ด้วยความที่เรย์มอนด์เป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพสูง และเขาไม่ปฏิเสธที่จะใช้วิธีการอันสกปรกเพื่อชัยชนะ เนื่องจากศัตรูเป็นปีศาจจึงไม่ต้องสนใจภาพลักษณ์ของตนเอง ไม่แน่ว่าการกระทำของเขาอาจจะถูกเรียกว่าเป็น เชาว์ปฏิภาณไหวพริบ ที่เด็กรุ่นใหม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง

         เวทมนตร์ระดับสูงถูกใช้ออกไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้จอมเวทคอยช่วยโจมตีสกัดเอาไว้ด้วย ถึงจะไม่ทำอันตรายอัศวินร่างยักษ์แต่ก็ทำให้การเคลื่อนไหวหยุดชะงักลงไปได้ มันเป็นการต่อสู้ที่ดูยุ่งยากเมื่อต่างฝ่ายต่างก็มีฝีมือ เรย์มอนด์ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยแต่ก็จัดการอัศวินร่างยักษ์นั่นลงได้ในที่สุด

         มองดูพวกนักผจญภัยต่อสู้กันอย่างไร้ซึ่งแบบแผน คนเหล่านี้ถือดีว่าตนเองมีแรงค์ที่สูงกว่าก็เลยไม่ยอมเชื่อฟังใครทั้งสิ้น แม้ว่าเรย์มอนด์จะเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์แต่ก็ไม่อาจออกคำสั่งต่อคนจากกิลด์นักผจญภัยได้นั่นคือเหตุผลที่เขารู้สึกไม่พอใจในการออกรบในครั้งนี้ ที่ต้องการก็คือทหารที่เชื่อฟังเขาซึ่งนั่นหมายความว่าผลงานส่วนใหญ่จะถูกยกให้เป็นฝีมือของเขาในฐานะของผู้นำ

         สงครามครั้งนี้กินเวลานานกว่าสี่ชั่วโมงและพวกปีศาจเองก็ต่อสู้จนบาดเจ็บล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก

         สุดท้ายนี้การต่อสู้ก็ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ แต่ที่มั่นใจได้ก็คือสงครามของวันนี้ได้จบสิ้นลงไปเป็นที่เรียบร้อย จึงออกคำสั่งให้เก็บกวาดศพปีศาจทั้งหมดไปกองรวมกัน และรีบทำการรักษาผู้บาดเจ็บกับทำรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตมาโดยเร็วที่สุด

         มันเป็นสงครามที่แสนเหนื่อยหน่าย เรย์มอนด์ปรารถนาที่จะจบสงครามนี้ ตราบใดก็ตามที่ยังไม่สามารถจัดการผู้นำทัพของเผ่าปีศาจในครั้งนี้ได้ สงครามก็จะไม่มีวันจบสิ้นลงง่ายๆ เขาอาจจะต้องอยู่เมืองนี้ไปอีกเดือนหรือสองเดือน นั่นถือเป็นข่าวร้ายสำหรับเขาอย่างจริงจัง

         “ท่านเรย์มอนด์ นี่เป็นรายงานในส่วนของวันนี้”

         รับมาดูจำนวนตัวเลขของผู้เสียชีวิตก็ถอนหายใจออกมา

ครั้งนี้ถึงจะต้านทานพวกมันได้แต่จำนวนของผู้เสียชีวิตไม่ใช่ตัวเลขที่น่ายินดีเลย

มิหนำซ้ำอาวุธของพวกทหารส่วนใหญ่ก็เสียหายมากขึ้น อาวุธหนักอย่างเครื่องยิงหินหรือบัลลิสต้าก็ใช้จนไม่อาจใช้ในสงครามได้ในเร็ววัน

ไหนจะเรื่องเสบียงอาหารที่ขาดเหลือจนทำให้ราคาของสินค้าทั้งหมดเพิ่มสูงขึ้นอีก

“ต้องทำเรื่องขอกำลังทหารมาสนับสนุนเพิ่ม ข้าจะเขียนจดหมายให้เจ้าส่งคนไปแจ้งข่าวนี้ให้เร็วที่สุด”

ยังไงก็คงต้องขอกำลังทหารมาเสริมเสียก่อน เท่าที่ดูแล้วพวกปีศาจก็แค่ทำสงครามหยั่งเชิงเท่านั้น ไม่แน่ว่ามันอาจจะโจมตีอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังพวกเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เอง

เขียนจดหมายแจ้งขอเพิ่มกำลังทหารและส่งมอบหน้าที่ให้กับพลส่งสารที่เดินทางได้เร็วที่สุด เรย์มอนด์ก็กลับมาพักรักษาตัวอยู่ในกระโจมทัพของตนเอง พร้อมทั้งเรียกนายกองของแต่ละหน่วยมารับทราบคำสั่งสำหรับวันนี้

เนื่องจากยังไม่พบเห็นขุนพลปีศาจทำให้เรย์มอนด์รู้สึกอึดอัด

ความน่ากลัวของ ขุนพลปีศาจ นั้นเขาเคยมีประสบการณ์มาก่อนนั้น มันเหมือนกับเป็นฝันร้าย ด้วยพลังของพวกมันก็เพียงพอที่จะสังหารหมู่กองทหารได้ รวมถึงทำลายเมืองได้อย่างราบคาบในเวลาไม่กี่อึดใจ

แม้จะมีดาบที่สร้างจากอาดามันเทียมก็ตาม ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะได้

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ลักษณะเฉพาะของขุนพลปีศาจนั้นไม่ได้หมายถึงแง่ของความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว

         อย่างอดีตขุนพลที่เขาเคยสังหารไปนั้นมีความสามารถ เชิดศพ ยิ่งมีคนถูกฆ่ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งกลายเป็นการเสริมกำลังให้กองทัพของพวกมันมากขึ้นเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือกำจัดศพไม่ให้เคลื่อนไหวได้อีกตลอดกาล

         เมื่อไม่รู้ว่าขุนพลปีศาจนั้นมีความสามารถแบบใด ก็มีทางเลือกเหลือแค่ระวังรอบทิศทางให้มากขึ้นเท่านั้น อย่างศพคนที่เสียชีวิตนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลร้ายตามมาจึงได้มีกำลังให้เผาทำลาย ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเกิดแรงต้านจากพวกทหารใต้บังคับบัญชาอยู่แล้ว และมันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แต่ก็จำเป็นจะต้องทำ

         แต่สิ่งหนึ่งที่เรย์มอนด์คาดไม่ถึงก็คือ ขุนพลปีศาจในครั้งนี้มีความเจ้าเล่ห์กว่าแต่ก่อนมาก

 

         เป้าหมายของปีศาจไม่ใช่การยึดครองเมืองเอ็นยูของมนุษย์ พวกมันตระหนักดีและไม่คิดจะรับมาเป็นภาระโดยเด็ดขาด แต่ที่ต้องออกมารับมือก็เพราะทราบเรื่องที่มนุษย์ต้องการจะเข้ามายึดครองดินแดนปีศาจจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้

         ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนที่ระบุเลยว่าเผ่าปีศาจเป็นฝ่ายเริ่มรุกรานมนุษย์ก่อน

         แต่เป็นมนุษย์ที่ลุกล้ำเข้ามาในฐานะของศัตรู มีการสังหารและอวดอ้างฝีมือของตนเองนั่นทำให้พวกปีศาจเกิดความขุ่นเคือง ท่านจอมมารเองก็รับทราบเรื่องนี้และไม่มีความคิดที่จะยึดครองดินแดนของมนุษย์แม้แต่น้อย

         และในครั้งนี้ก็เป็นหน้าที่ของขุนพลหน้าใหม่ที่พึ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน

         ในด้านความแข็งแกร่งของขุนพลปีศาจตนนี้อาจจะเรียกได้ว่ามีพลังอ่อนด้อยมากที่สุด ทว่าภายใต้สายตาของท่านจอมมารกลับมองเห็นความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ ตัดสินใจยกตำแหน่งขุนพลให้และงานแรกก็คือการจบสงครามในครั้งนี้

         โดยเป้าหมายก็คือการทำลายเมืองที่เป็นป้อมปราการป้องกันของมนุษย์

         เวลานี้ตรงหน้าของขุนพลปีศาจมีมนุษย์ตนหนึ่งที่อยู่ในสภาพเหม่อลอย และดูไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด รอยยิ้มเหมือนพึ่งพอใจที่ได้ทำตามคำสั่งปรากฏให้เห็นค้างอยู่แบบนั้น

         “เอกสารขอกำลังเสริมงั้นรึ?”

         “ขอรับ ท่านมิเกล” ทหารนายนั้นตอบรับด้วยเสียงที่ฟังดูจงรักภักดีมากที่สุด หลังจากที่เขาได้อ่านเอกสารให้ปีศาจที่ชื่อ มิเกล ได้ฟัง ก็แทบจะหมอบคลานให้โดนเหยียบย่ำอยู่แบบนั้น

         มิเกลมีรอยยิ้มที่ดูพึงพอใจกับผลลัพธ์ในครั้งนี้ นั่นหมายความว่ากำลังพลของพวกมนุษย์ตอนนี้มีอยู่เท่าที่เห็น ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดการให้จบในม้วนเดียว เพียงแต่คำสั่งที่ได้รับมานั้นก็คือการทำลายเมืองนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง

         ทว่าเรื่องที่แสนจะยุ่งยากก็คือการที่ผู้นำกองทัพในครั้งนี้คือวีรบุรุษของเผ่ามนุษย์ หรือเรียกให้ถูกคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ ชื่อของมนุษย์นั่นไม่ว่าปีศาจตนต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี มนุษย์ที่ได้ชื่อว่า ขี้ขลาดและน่าสมเพช พวกมันใช้คนจำนวนนับร้อยในการต่อสู้กับขุนพลปีศาจรุ่นก่อน หนึ่งในนั้นคือวีรบุรุษของมนุษย์ที่วิ่งหนีไปก่อนใครพวก แต่กลับมาเมื่อเห็นว่าขุนพลปีศาจได้รับบาดเจ็บหนักและชิงลงมือฆ่าสร้างความดีความชอบให้ตนเอง

         แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอดีตที่เคยเกิดขึ้น เวลานี้อีกฝ่ายมีอาวุธและเวทมนตร์ที่ทรงพลัง มิเกลจึงไม่อาจผลีผลามทำอะไรที่เป็นเหมือนการฆ่าตัวตายเป็นอันขาด

         “จากนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องไปส่งหนังสือนี่แล้ว จงฆ่าตัวตายซะ”

         เป็นการออกคำสั่งที่ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่กลับทำให้ชายคนนั้นยิ้มอย่างดีใจและยกมีดปาดคอตัวเอง

         นี่คืออำนาจของขุนพลปีศาจมิเกล เป็นพลังที่ทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความลุ่มหลง จนสามารถสั่งให้ทำอะไรก็ได้แม้กระทั่งยอมฆ่าตัวตายตามคำสั่ง

         อย่างไรก็ตามตอนนี้แผนการของมิเกลกำลังดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยที่พวกมนุษย์ไม่ทันได้รู้เลยว่าบัดนี้มนุษย์ที่อยู่ในเมืองเอ็นยูหลายคนนั้นได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจจนต้องกลายเป็นทาสที่มีหน้าที่ทำตามคำสั่งเธอไปตลอดชีวิตอยู่หลายคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 755 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #9392 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 22:18
    ขอบคุณครับ
    #9392
    0
  2. #7749 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:53
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7749
    0
  3. #7280 Nine-Za (@Fantasynine) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:23
    กำเมียคนแรกรึเปล่าเนี่ย 555
    แจ่มนะ นาย(ขุน)พลปีศาจซะด้วย
    #7280
    0
  4. #7015 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:23
    ต่างคนต่างอยู่ก็จบแล้ววว
    #7015
    0
  5. #6855 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 15:25
    มีโอกาส ที่เซรอส จะจับเข้าชมรม นะเนี้ย

    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6855
    0
  6. #4113 mookba030 (@mookba030) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 22:52
    คนนี้จะเป็นหนึ่งในเร็มป่าวฟร้ะะ
    #4113
    0
  7. #3853 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 06:42
    มีความน่ากลัวนะขุนพลผู้นี้อะ
    #3853
    0
  8. #3720 Moo Yan (@mooyan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 21:06
    เชี่ย คนเขียนเลเจนต์ออนนี่เอง ยังว่าอยู่สนุกมาก
    #3720
    0
  9. #3585 Arm Be Euphoric (@solo_player) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 15:37
    คนนี้ก็เมียป่าว ... มิเกล เผ่าปีศาจ
    #3585
    0
  10. #717 phantomhive001 (@phantomhive001) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 05:26
    มาต่อรัวๆเลยคะอยากอ่านมาก
    #717
    0
  11. #714 frank494 (@frank494) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 11:32
    รอติดตามตอนต่อไปครับ
    #714
    0
  12. #713 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 10:42
    กลับมาแล้วรอติดตามอยู่ ขอบคุณครับ
    #713
    0
  13. #712 amnat37155 (@amnat37155) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 23:32
    เหอะๆที่มันก้อขี้ขาดนี้เอง มาทำเป็นเท่
    #712
    0
  14. #710 GoDofLoLi (@teh123456789) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:05
    ข้า มิเกล ขอบัญชา //ไม่ใช่ละ
    #710
    0
  15. #709 ghost_fay (@faykug) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 19:42
    เย้ซ่อมเสร็จแล้วสินะ
    #709
    0
  16. #708 butterfly_sp (@butterfly-sp) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 18:39
    รอค้า สนุกจัง
    #708
    0
  17. #707 นินนินโจ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 18:03
    ฆ่ามนุษย์ให้หมดเลย เฮๆๆๆ
    #707
    0
  18. #706 เงา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:12
    คิดว่าจะไม่อัพซะแล้ว ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุกๆให้อ่าน หวังว่าอัพครั้งต่อไปจะไม่นานแบบนี้นะ เนื้อหาสนุดจนติดเลยย สู้ๆ
    #706
    0
  19. #705 Deffy-Deefey (@Deffy-Deefey) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:05
    กรี้ดดดด!! กลับมาแล้ววว คนเขียนกลับมาแล้ววววว คอมหายแล้วเหรอคะ
    #705
    0
  20. #704 KanoShuuya1012 (@KanoShuuya1012) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:01
    ในที่สุดก็ต่อจนได้อ่ะเนอะ^^
    #704
    0
  21. #703 21633 (@mo21633216332163) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 16:14
    หายนานจนนึกว่าเลิกไปแล้วนะนี่
    #703
    0
  22. วันที่ 7 เมษายน 2560 / 16:04
    ขอคุณครับ
    #702
    0
  23. #701 oDeeo (@lnudeel) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 15:27
    ขอบคุณครับ
    #701
    0
  24. #700 wakhahaa (@wakhahaa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 15:11
    กลับมาแล้ววววว
    #700
    0
  25. #699 CG.Com (@0931047050) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 14:44
    หายไปนานมาก
    #699
    0