ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,259,556 Views

  • 13,683 Comments

  • 22,806 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    20,034

    Overall
    2,259,556

ตอนที่ 26 : Episode Twenty-Five : หนึ่งวันของฟราน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 824 ครั้ง
    24 มี.ค. 60

Episode Twenty-Five

 



        มันเป็นช่วงเวลาที่แสนสั้นและเซรอสก็ได้ข้อมูลทุกอย่างที่อยากรู้แล้ว

        ไม่เหลืออะไรที่อยากจะรู้จากเมืองนี้อีกต่อไป

        ตัดสินใจกำหนดการใหม่คือการไปเยือนแดนปีศาจสักครั้ง

        แต่ก็ไม่คิดว่าจะไปเข้าร่วมสงคราม แค่จะไปเพื่อหาต้นกาแฟมาปลูกที่บ้าน

        เช้าวันต่อมาก่อนจะเดินทาง เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับพวกเรเวนจึงต้องไปกล่าวลากันสักหน่อย ที่อยู่ก็ได้รับมาแล้วเหมือนจะเป็นบ้านที่ได้รับมอบมาพร้อมกับตำแหน่ง พอได้มาเห็นบ้านแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าจะต้องอยู่สุขสบายแน่ หลังจากที่บอกลากันเรียบร้อยแล้วเซรอส ก็เตรียมตัวเดินทางไปยังเมืองเอ็นยู แม้ว่าเขาจะได้รับคำเตือนจากทางกองทหารห้ามไม่ให้ไปที่เอ็นยูก็พยักหน้ารับและเดินทางออกจากบาโลนช่วงบ่ายเศษๆ

        การเดินทางเป็นไปอย่างไม่รีบร้อนแต่ก็เดินไปตามเส้นทางที่ถนนมีไว้ให้ พลางนึกถึงสิ่งที่อยากจะทำเมื่อกลับไป อย่างแรกก็คือการสร้างปฏิทินขึ้นมา โลกนี้ต่างจากโลกของเขานิดหน่อยตรงที่มันมีช่วงเวลาเดียวกัน เพราะเซรอสเคยใช้เวลาหนึ่งวันในการนับวินาทีและพบว่ามันมี 24 ชั่วโมงเปะๆ ในส่วนของเรื่องวันเดือนปีก็จะแตกต่างกันเล็กน้อยในด้านของชื่อเรียกโดยใช้ชื่อจักรราศีแทนเดือน และจำนวนวันในแต่ละเดือน ถึงจะไม่เหมือนกันแต่ก็นับได้ 365 เศษ 1 ส่วน 4 วันเหมือนกัน

        ถ้าเป็นไปได้ก็คงจะต้องสร้างนาฬิกาขึ้นมาใช้งานด้วย อย่างน้อยสำหรับนักฆ่าเวลาก็เป็นสิ่งจำเป็น

        ความรู้สึกไม่ต่างกับการเดินทางไกล เหนื่อยก็แวะพักเพียงชั่วคราว ทุกครั้งที่ได้พักก็จะถือโอกาสงีบหลับไปด้วย มันคือสิ่งที่สะสมมาจากประสบการณ์ในการเอาชีวิตรอด นั่นทำให้เซรอสสามารถเดินทางได้ตลอดทั้งวันจนดูเหมือนเขาไม่มีความจำเป็นต้องนอนหลับ

        กว่าจะหลุดพ้นเขตป่าได้ก็ใช้เวลาทั้งวัน พบเจอกับภูเขาสองข้างทางแต่เซรอสรู้ได้โดยสามัญสำนึกของนักฆ่าว่าจะต้องเป็นเส้นทางที่อันตรายอย่างแท้จริง เพราะตั้งแต่ที่เดินมานั้นเขาพบเจอกับตำแหน่งที่ซ่อนตัวมากมาย หน้าผาเหมาะแก่การซุ่มโจมตีเป็นที่สุดถึงโลกนี้จะไม่มีอาวุธจำพวก 'ปืน' แต่เวทมนตร์ก็ถือได้ว่าเป็นอาวุธที่รับมือได้ค่อนข้างยากเอาเรื่อง

        โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องเวทมนตร์

        ดังนั้นขณะที่เดินผ่านเขาจึงระมัดระวังตัวเต็มที่ โดยการเตรียมมีดขว้างเอาไว้ให้อยู่ในตำแหน่งที่หยิบจับได้สะดวก

        รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่เคลื่อนไหว ความรู้สึกบ่งบอกว่าไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นสัตว์

        เพราะมันยังคงเคลื่อนไหวอยู่อย่างเงียบเชียบ หากเซรอสมีเวทมนตร์ตรวจจับคงรู้ตำแหน่งของการลอบโจมตีได้ไม่ยาก ทำได้เพียงแค่ระวังตัวไม่เปิดช่องว่างให้โจมตี

        ทว่าเพียงแค่เสียงก้อนดินที่หล่นลงมาก็มากพอจะทำให้เขาหันขวับไปมอง และซัดมีดออกไปจู่โจมโดยเร็ว

        กี๊ซ!

        เสียงกรีดร้องดังมากก่อนที่จะมีการสละอวัยวะที่ถูกปักให้หลุดออก เป็นหางของกิ้งก่าที่มีขนาดใหญ่จนน่ากลัว แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีแม้แต่เลือดปรากฏออกมาให้เห็น ตำแหน่งของภาพถูกบิดเบือน ตอนนี้เซรอสมองเห็นมันได้อย่างชัดเจนยามที่มันเคลื่อนไหว

        สภาพของมันไม่ได้เรียกว่า 'ล่องหน' แต่เป็นเพียงการสะท้อนแสงให้เห็นเหมือนกับว่ามีสภาพโปร่งแสง ไม่น่าเชื่อว่าในโลกนี้จะมีสิ่งมีชีวิตในเชิงจินตนาการขององค์กรอยู่ด้วย

        คงรู้แล้วว่าการลอบสังหารเป็นไปไม่ได้อีก เซรอสก็รับรู้สภาพของตัวเองว่ากำลังตกอยู่ในวงล้อม มองเห็น 'พวกมัน' บางส่วนในสภาพที่ปรากฏตัวและวูบหายไปราวกับภูตผี ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึง 'บางสิ่ง' ที่หยุดมือเขาและกระชากกลับไป แต่มันไม่อาจฉุดรั้งแรงต้านของเซรอสได้

        กระชากมันกลับมาและแทงมีดสั้นใส่ข้างลำคอตัดลมหายใจพวกมัน

        ปฏิกิริยาตอบสนองของเซรอสเร็วต่อการโจมตีของกิ้งก่า เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ไม่ใช่การใช้พลังจากศิลปะเวทเสริมความสามารถร่างกาย แต่เป็นการพัฒนาจนก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยพลังของมนุษย์

        หลังจากโดนฆ่าไปหลายตัวพวกมันก็พากันมุดหนีผ่านซอกหินไป เป็นเส้นทางที่แม้แต่เซรอสคงปีนผ่านได้ลำบากก็เลยไม่ได้สนใจนอกจากตัดเนื้อมันออกมาเพียงเล็กน้อยและเดินทางต่อ กลิ่นเนื้อของมันค่อนข้างแรงมาก แต่เซรอสก็ไม่มีปัญหาอะไรกับพวกมัน ไอ้ที่แรงกว่านี้และเน่ากว่านี้ก็เคยกินเพื่อความอยู่รอดมาแล้ว

        ท้องฟ้าที่เคยสดใสเริ่มมืดครึ้มเห็นทีคงต้องหาที่หลบฝน นอกจากฝนที่ตกเป็นสัญญาณเปลี่ยนฤดูกาลเซรอสก็ไม่พบเห็นฝนอีกเลยนับแต่นั้น จะบอกว่ามันเป็นเพราะการเดินทางทำให้คลาดกับเมฆฝนก็ได้ ได้ที่หลบซ่อนตัวจากฝนและนำไม้ออกมาก่อกองฟืนขึ้น โชคดีที่คาดการณ์เผื่อเก็บไม้ตลอดทาง และเริ่มย่างเนื้อกิ้งก่ากิน ถึงจะเหม็นสาบไปบ้างแต่รสชาติก็เหมือนเนื้อปกติ

        ฝนตกค่อนข้างหนัก เซรอสดื่มน้ำจนหมดก็ทำที่รองน้ำฝนไว้กรอกใส่ถุงน้ำ คงไม่หยุดลงเร็วๆ นี้ และเพราะแบบนั้นตอนนี้ก็เริ่มมีน้ำไหลเจิ่งนองไปทั่วพื้นจนไฟดับ จนต้องอพยพยมานั่งบนก้อนหินและงีบหลับเอาแรงเพื่อให้พร้อมเดินทางหลังฝนหยุด

 

        ที่ดินแดนต้องคำสาป บ้านของเซรอส

        การปล่อยให้พวกซาริอยู่โดยไม่มีใครควบคุมนับเป็นหายนะอย่างมาก ฟรานไม่สนใจสิ่งที่ซาริทำด้วยซ้ำ แม้จะเห็นอยู่โต้งๆ ว่าแอบไปขโมยกินแครอทแถมบางครั้งตอนที่ให้อาหารม้า (เป็นแครอท) ก็จะมีมือกระต่ายยื่นเข้ามาแย่งอาหารม้าไปหน้าตาเฉย พอได้แล้วก็จะวิ่งหนีเหมือนกลัวความผิดอะไรสักอย่าง

        เคยคิดจะตามไปเหมือนกันทว่านับตั้งแต่ที่ได้เซรอสช่วยฝึกฝนพลังกายให้ ซาริถือได้ว่าพัฒนาไปได้ไกลมากจนวิ่งไล่ตามไม่ทัน เว้นก็แต่จะใช้เวทมนตร์สนับสนุนให้ตัวเอง แต่ก็ยังเรียนรู้ไม่ถึงขั้นนั้น

        นั่นเป็นเหตุผลที่ฟรานไม่คิดจะไล่ตามให้เหนื่อย

        การที่เซรอสไม่อยู่ทำให้บ้านนี้เงียบเหงาขึ้นมาก ปกติจะได้เห็นเซรอสทุกเช้าแม้เขาจะไม่ค่อยพูดอะไรมากไปว่าการใช้คำถามในชีวิตประจำวันก็ตาม แต่มันก็ชวนให้รู้สึกอบอุ่นมากขึ้น มันเป็นความรู้สึกที่สามารถนอนหลับได้อย่างไรความกังวล

        พอไม่มีใครมาคุมซาริก็กลายเป็นว่าให้อิสระในการทำอย่างเต็มที่ แอบเอาแครอทที่เก็บสะสมไว้ออกมาทำสปาแครอท โดยอ้างถึงสิ่งที่เซรอสเคยแนะนำก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการปรุงแต่งกลิ่นน้ำร้อนให้มีความหอมติดตัวออกมา

        "รู้หรือเปล่าเจ้าคะ ถ้าเราโปรยดอกไม้ลงไปในน้ำร้อนจะได้กลิ่นที่หอมขึ้นมาก"

        "แต่ต้องไม่ใช่แครอท" พูดพลางมองไปในอ่างอาบน้ำที่ซาริเอาแครอทมาตัดเป็นท่อนๆ แล้วลงไปแช่พร้อมกับมัน

        แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสตูเนื้อกระต่ายเลยน่ะสิ?

        ตัดสินใจแล้วว่าวันนี้จะไม่ลงไปแช่น้ำเด็ดขาด

        ออกจากห้องน้ำในสภาพที่พันผ้าเช็ดตัวเอาไว้และไปเปิดตู้แช่น้ำที่มีการไหลเวียนน้ำจากข้างนอกทำให้มันเหมือนกับตู้แช่เย็น ไม่ถึงกับเย็นเจี๊ยบแต่ก็ถือว่าเย็นพอจะดื่มได้คล่องคอ

        นมสดที่มักจะเห็นเซรอสดื่มหลังอาบน้ำพร้อมกับคำพูดที่ว่า 'ถ้าเป็นเบียร์มันคงจะดีกว่านี้' พอได้ดื่มมันจริงๆ กลับรู้สึกติดใจเป็นอย่างมาก เลยกลายเป็นนิสัยที่ต้องดื่มนมหลังอาบน้ำ

        ด้านนอกตอนนี้มีเสียงฝนตก ยังดีที่ต้อนพวกสัตว์เข้าคอกหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นทางเดินที่จะนำทางไปสู่เรือนกระจกก็ทำเอาไว้อย่างดีราวกับคิดเอาไว้เพื่อถึงเรื่องนี้ด้วย บ้านหลังนี้แทบจะไม่ขาดเหลือสิ่งที่ต้องการในชีวิตประจำวันเลย

        มาลองคิดดูแล้วชีวิตของฟรานพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ

        หากไม่ใช่ในวันนั้นคนที่รับหน้าที่ส่งมอบอาหารให้ทำกุญแจกรงขังหล่นด้วยความสะเพร่าและเธอแอบเก็บมันออกมา สบโอกาสตอนที่ทุกคนกำลังเผอเรอเปิดประตูกรงและหนีออกมาซ่อนตัวอยู่บนรถม้าประหลาดที่เห็นคันแรกสุด และถูกชายเจ้าของรถม้าเดินขึ้นมาพบ ทว่าชายคนนั้นกลับเปิดที่ซ่อนลับให้และช่วยพูดกลบเกลื่อนจนคนพวกนั้นไปค้นหาที่อื่นแทน ชีวิตต่อจากนี้คงเลวร้ายอย่างมาก

        ครั้งนั้นเกิดความรู้สึกอยากจะขอบคุณที่ช่วยเหลือ ติดแค่เธอไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้ ไม่แม้แต่จะกินอาหารอุ่นๆ ลำพังแค่ขนมปังกับน้ำก็ทำให้เธอทรมานมากแล้ว ทั้งที่อยากจะวิ่งหนีออกมาแต่ความรู้สึกบอกให้เธอติดตามผู้ชายคนนี้ไปด้วย อาจจะคิดว่ามันเป็นความคิดที่ผิดพลาด แต่ไม่ใช่...เธอตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว

        ในครั้งแรกที่ได้มาอาศัยอยู่สถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็น 'บ้านหลังที่สอง' ความรู้สึกนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง เซรอสรู้อะไรตั้งมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม บางครั้งก็อธิบายเรื่องยากๆ โดยใช้คำว่า 'วิทยาศาสตร์' มาเป็นคำนิยามในการอธิบายความต่างๆ สอนความรู้ที่น่าตกใจชนิดที่คาดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่จุดเล็กๆ นี้จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมาก

        อย่างการอบขนมปังให้นุ่มหอมที่พวกชนชั้นสูงมักจะใช้รับประทานกัน ราคาของมันเทียบกับขนมปังแข็งแห้งที่พวกชนชั้นรากหญ้ากินกันไม่ได้ ตอนที่ถูกจับไปขายเป็นทาสเคยได้เห็นพวกขุนนางกินกันแบบทิ้งขว้างจนน่าใจหาย ถึงจะไม่เคยลิ้มลองมาก่อนแต่ถ้าต้องมาเทียบกับขนมปังที่เซรอสสอนให้ทำอย่างถูกต้องมันอร่อยกว่าเป็นไหนๆ และยังมีสารพัดวิธีในการทำขนมปังให้มีความอร่อยมากยิ่งขึ้น

        นอกจากนี้ก็ยังมีผลิตภัณฑ์มากมายที่สอนให้ทำ อย่างการทำนาเกลือ โดยใช้นาเอนกประสงค์แบบเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพียงแค่เติมน้ำทะเล และทำตามขั้นตอนทิ้งเอาไว้สักหลายสัปดาห์หน่อยก็จะได้เกลือมาประกอบอาหารโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อสักเหรียญ

        เรื่องที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าก็คือ 'ไฟฟ้า'

        มันให้แสงสว่างโดยไม่ต้องพึ่งเทียนหรือตะเกียง เป็นบ้านที่สว่างได้ทั้งคืนราวกับเป็นตอนกลางวัน

        ก็ต้องยอมรับว่าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน และตระหนักรู้เลยว่าถ้าความรู้เหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไปมันจะทำให้ความเป็นอยู่ในสังคมเปลี่ยนไปมากแค่ไหน มันอาจจะกลายเป็นยุคสมัยที่รุนแรงจากเดิมดังนั้นเซรอสเลยกำชับแค่ว่าให้มันเป็นความลับเฉพาะของพวกเขาเท่านั้น

        มันน่าจะเป็นพายุฝนที่รุนแรง จึงจำเป็นต้องไปเดินไล่ปิดประตูหน้าต่างทั้งหมดให้เรียบร้อย บ้านหลังนี้คงทนแข็งแรงมากไม่มีทางที่หลังคาจะปลิวเพียงเพราะพายุอย่างแน่นอน ทั้งสองช่วยกันคนละไม้ละมือก็ปิดประตูหน้าต่างทุกบานเสร็จ แต่ทุกครั้งที่เห็นแสงวาบขึ้น ซาริจะวิ่งไปหลบอยู่ใต้โต๊ะเอามือปิดหูแนบแน่นและตัวสั่นงกๆ เพราะก่อนหน้านี้จำได้ว่าเซรอสไปหลอกเอาไว้

        'รู้หรือเปล่าว่าถ้าขโมยแครอทมากๆ เวลาฝนตกจะมีแสงสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับความพิโรธของพระเจ้าที่จะมาลงโทษคนไม่ดีคนแรกที่เจอ ถ้าเจอเมื่อไหร่จะมีเสียง 'เปรี้ยง!' ตามมา'

        ยังไงก็เป็นเรื่องหลอกเด็ก ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟรานได้ยินเสียงฟ้าคำรามและเริ่มคุ้นชินกับมันแล้ว

        แต่ไม่ใช่กับซาริที่กลัวจนขึ้นสมองไม่กล้าที่จะนอนคนเดียว

        ดูไปแล้วก็น่าหัวเราะ แต่มากไปก็กลายเป็นความรู้สึกสงสาร

        ฟรานไม่ได้สนใจมากนักหยิบเอาหนังสือมาจากชั้นและเดินกลับไปที่ห้อง มันเป็นห้องนอนเล็กๆ ที่แทบจะมีความกว้างไม่ต่างจากกรงขัง ทว่าด้วยการจัดมุมและตำแหน่งทำให้มันกลายเป็นห้องที่ให้ความรู้สึกกว้างขึ้นมาก หนังสือฝึกสอนเวทมนตร์ยังวางตั้งไว้บนชั้นหนังสือโดยไม่ได้เอาไปคืนเพราะยังอ่านไม่จบ เล่มที่เอามาอ่านนั้นเป็นคู่มือการฝึกควบคุมมานาที่แก้ไขโดยเซรอส

        ต่างจากที่ได้ศึกษาในตอนแรกที่อธิบายเพียงหยาบๆ จนคิดภาพตามไม่ออก แต่เมื่อได้มาอ่านฉบับแก้ไขแล้วพบว่ามันอธิบายได้ละเอียดมาก ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นจนรู้สึกว่าถ้าฝึกฝนตามนี้จะกลายเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ที่เก่งกาจได้

        เป้าหมายของฟรานมีเพียงอย่างเดียวคือการเป็นจอมเวทที่แข็งแกร่ง จนสามารถล้างแค้นให้กับพ่อและแม่ได้

        เพื่อการนั้นจำเป็นจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านเวทมนตร์หรือด้านการต่อสู้ โดยไม่ปริปากบ่นถึงความยากลำบากของมัน เซรอสอาจฝึกให้หนักจนแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงแต่มันก็ช่วยให้เธอแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ยิ่งได้รู้มาว่าปีหน้าเซรอสจะพาไปเข้าโรงเรียนเพื่อให้พวกเธอได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถด้านเวทมนตร์จึงต้องพยายามให้มากขึ้น

        นั่งอ่านหนังสือโดยมีเสียงฝนฟ้าคะนองดังจากด้านนอก ประตูห้องถูกเคาะรัวเร็วพร้อมด้วยเสียงร้องครางของกระต่ายขาวที่อยู่ห้องข้างๆ

        "ฟราน เปิดประตูให้หน่อยเจ้าค่ะ"

        ขืนเป็นแบบนี้คงไม่มีสมาธิอ่านหนังสือแน่ ซาริเองก็ทุบประตูไม่หยุด ด้วยความรำคาญจึงลุกเดินไปเปิดแง้มออกเพียงเล็กน้อย

        "มีอะไร?" เด็กหญิงเอลฟ์ถามเสียงห้วน

        "ขอซารินอนด้วยเจ้าค่ะ" กะพริบตาออดอ้อนเรียกคะแนนความสงสาร

        เพียงแต่ฟรานไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่ใจอ่อนง่ายเสียด้วย อยู่ด้วยกันมานานก็น่าจะรู้นิสัยดี

        "ขอปฏิเสธ" ฟรานกลับทำเย็นชาใส่

        ทั้งที่มีห้องเหมือนกันและฟรานก็เคยได้กลิ่นอับในห้องของซาริด้วย เหมือนจะเอาพวกแครอท ขนมปัง สารพัดของกินแอบไปซุกเก็บไว้ในห้องจนส่งกลิ่นแปลกๆ

        "ฮึก! ขอความกรุณาด้วยเจ้าค่ะ" พูดออกมาทั้งน้ำตาจนรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ

        ซาริดูจะกลัวมากกับเรื่องหลอกลวงไร้สาระ ก็จริงอยู่ที่ซาริกับฟรานรู้ว่าเซรอสเป็นผู้ที่ได้รับคำชี้นำจากพระเจ้า ให้สร้างดินแดนที่ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันได้ โดยมีพลังในการสร้างเป็นหลักฐานยืนยันว่าพระเจ้ามีอยู่จริง ดังนั้นไม่แปลกที่ซาริจะหลงเชื่อว่ามันเป็นความจริง

        ฟรานค่อนข้างจะหวงห้องนอนของตัวเอง เพราะกว่าตกแต่งห้องได้จนมีความร่มรื่นนั้นต้องไปขอคำแนะนำจากเซรอส และเลือกเฟ้นหาเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ที่ควรจะปลูกไว้ในห้อง มันเลยมีกลิ่นหอมของดอกไม้และต้นไม้ที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นราวกับได้กลับมาอยู่ในป่าอีกครั้ง

        "ให้ซารินอนบนพื้นก็ได้เจ้าค่ะ เพราะงั้นได้โปรดให้ซารินอนด้วยเถอะนะเจ้าคะ"

        ลงทุนขอร้องอย่างเต็มที่ ถึงขนาดที่ก้มหัวขอร้องจนฟรานต้องคิดหนัก อาจเป็นเพราะความสงสารก็ได้ที่ทำให้ฟรานยอมเปิดประตูห้องให้เข้ามาได้ ยังไงก็อยู่ด้วยกันอีกนานและซาริเองถึงจะเพี้ยนและหลอกง่ายไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายถึงขนาดต้องทำเย็นชาใส่

        "ถ้าแค่บนพื้นล่ะก็..." พูดพร้อมกับเปิดประตูและซาริก็พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับหมอนและผ้าห่มประจำตัว

        "กลิ่นพิลึก ซักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"

        ฟรานไม่ชอบกลิ่นเหม็นอับ เธอเลยนำเครื่องนอนไปซักทุกสามวัน แต่ซารินอกจากงานประจำวันในส่วนของตัวเองแล้วไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าแอบขโมยแครอท และเล่นซุกซนอย่างสนุกสนาน

        "ไม่เห็นมีกลิ่นเลยเจ้าค่ะ" ซาริปฏิเสธ จัดวางหมอนกับผ้าห่มเตรียมตัวเข้านอน

        "ขอหน่อย" เดินเข้ามาหยิบจับผ้าห่มของซาริ แล้วพลันได้กลิ่นเหม็นอับติดมือ

        ฟรานนำของพวกนั้นโยนออกไปข้างนอกห้องทันที เห็นซาริทำหน้าซีดเผือดไม่กล้าก้าวออกไปข้างนอกเพื่อเก็บมัน

        รู้โดยสัญชาตญาณแล้วว่าออกไปตอนนี้ไม่มีโอกาสได้กลับเข้ามาแล้วแน่ๆ

        "ฟรานใจร้ายเจ้าค่ะ"

        "มันเหม็น ไม่ชอบ"

        ซาริไม่กล้าเถียงฟราน เพราะบรรยากาศรอบตัวของฟรานดูสงบและน่ากลัว ยิ่งเป็นคนพูดน้อยและเย็นชาด้วยแล้วจึงไม่รู้ว่าจะโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นสถานะของซาริในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากกระต่ายไร้ที่พึ่งพิงตัวหนึ่ง ออกไปก็ไม่ได้เพราะกลัวเสียงฟ้าร้อง ทำได้แค่กลั้นน้ำตาเอาไว้และนอนคุดคู้อยู่บนพื้นเท่านั้น

        เลิกสนใจซาริและอ่านหนังสือต่อ หลังจากทำความเข้าใจก็เริ่มฝึกฝนให้ตัวเอง

        ในการฝึกเวทมนตร์ส่วนใหญ่ทุกคนมีเป้าหมายที่เวทมนตร์ที่มีอานุภาพรุนแรง หรือการพัฒนาเวทมนตร์ออริจินัลเป็นของตัวเองขึ้นมา บางคนก็พัฒนารูปแบบเชิงกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพ

        ทว่าแนวทางที่เซรอสสอนให้นั้นคือการพัฒนาพื้นฐานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พัฒนาต่อไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำความเข้าใจถึงประสิทธิภาพก่อนจะดัดแปลงให้มันกลายเป็นเวทมนตร์เฉพาะของตัวเอง และค่อยพัฒนาในเชิงกลยุทธ์ มันคือขั้นตอนการฝึกฝนที่ฟรานรู้สึกได้เลยว่าหากทำตามขั้นตอนนี้ แม้จะพัฒนาได้ช้า แต่เธอจะแข็งแกร่งขึ้นมากในอนาคต

        จากในหนังสือที่อ่านครั้งแรกระบุว่า 'มานาจะหยุดเติบโตเมื่อมีอายุถึงยี่สิบห้าปี' ทำให้ฟรานเกิดความรู้สึกร้อนรนกลัวว่าเมื่อถึงตอนนั้นมานาของเธออาจจะมีเพียงน้อยนิด จนเมื่อเซรอสได้เขียนคู่มือขึ้นมาใหม่โดยมีการแก้ไขความเข้าใจผิดที่ว่าขีดจำกัดจะหยุดที่อายุยี่สิบห้า กลายเป็นว่ามันสามารถพัฒนาได้ตลอดหากรู้เคล็ดลับในการฝึกฝน ซึ่งก็คือการเสริมพื้นฐานและการฝึกร่างกายควบคู่ไปด้วย

        ฟรานเชื่อเซรอสสนิทใจเพราะเขาแสดงให้เห็นถึงปาฏิหาริย์หลายครั้ง จึงไม่หลงเหลือความรู้สึกร้อนรนอีกต่อไป ขอเพียงฝึกตามเงื่อนไขทีละขั้นตอนให้ชำนาญ ก็จะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

        "ฟราน นอนกันเถอะเจ้าค่ะ"

        "ยังก่อน ต้องจำให้ขึ้นใจ" ปฏิเสธเสียงห้วน หันไปมองซาริและทำสายตาสงสัยขึ้นมา

        ทั้งนี้รับปากแล้วว่าจะนอนบนพื้น แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ซาริขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงซะแล้ว และยังทำตัวประหนึ่งว่ามันเป็นเตียงของตัวเองซะอีก

        "ไหนว่าจะนอนบนพื้น?"

        "พื้นมันเย็นนะเจ้าคะ ฟรานคงไม่ใจร้ายกับซาริหรอกใช่ไหม"

        แทนคำตอบ ฟรานดึงผ้าห่มลงมากองบนพื้น ชี้มือและออกคำสั่งเด็ดขาด

        "นอนตรงนี้ ไม่งั้นก็ออกไปข้างนอก"

        สุดท้ายกลายเป็นว่าซาริต้องลงไปนอนบนพื้นทั้งน้ำตา ได้แต่พึมพำว่า 'ฟรานเย็นชา' อยู่แบบนั้นราวสิบนาทีแล้วก็เงียบหายไป เพราะว่าหลับไปเป็นที่เรียบร้อย ฟรานอ่านหนังสือเสร็จก็หยิบผ้าห่มสำรองออกมาจากลิ้นชักใต้เตียงและเดินไปปิดไฟ ถึงจะรู้สึกอึดอัดแต่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟรานได้นอนกับซาริ

        หลับไปได้ไม่นานรู้สึกตัวอีกทีกระต่ายขาวก็ปีนขึ้นมานอนบนเตียงด้วย

        แต่ก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไรเพราะซาริมีขนที่นุ่มฟูมาก

        'ยอมให้ครั้งนี้เท่านั้นแหละ'

        คิดแล้วก็ผล็อยหลับไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 824 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #13072 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 17:41
    ซารินี่ไม่ไหวอะ...
    #13072
    0
  2. #12633 Panyapong2234 (@Panyapong2234) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:49
    แปลกนะ ที่เริ่มเกลียดยายซารินี่ซะแล้ว
    #12633
    0
  3. #9391 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 22:03
    ขอบคุณครับ
    #9391
    0
  4. #9226 SeabassSoysauce (@Harmoni) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 15:46
    คือซาริเหมือนเด็กที่พูดไม่รู้เรื่องเลยค่ะ ตอนแรกน่ารักมากๆๆ. แต่พอสักพักนิสัยแบบขโมยแครอทมันทำให้รู้สึกว่าเป็นเด็กเห็นแก่ตัวมากกว่าจะเอาแต่ใจอ่ะ
    คือขโมยขอฃตัวเองไม่ว่ายังเบียดเบียนคนอื่น ทั้งของส่วนรวม ทั้งของม้า โอโห 555555555555 ยอมค่ะ ยอม
    #9226
    1
    • #9226-1 theeraphan29 (@theeraphan29) (จากตอนที่ 26)
      1 กรกฎาคม 2561 / 01:59
      จิงๆอ่านๆอยู่ก็รุ้สึกแบบท่านเลย
      ตอนแรกชอบนะแต่หลังๆเริ่มลำไยแทน=w=
      #9226-1
  5. #7748 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:44
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7748
    0
  6. #7013 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:20
    เจอลูกตื้อกระต่ายขาวเข้าไป....เป็นไงล่ะ 5555
    #7013
    0
  7. #6854 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:09
    นิยายสนุกดีครับ
    ครแร๊คเตอ ซาริ น่าจะโตอีกนิด
    ส่วนฟรานน่ารักมาๆ จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6854
    0
  8. #6837 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 13:06
    หมาชัด๐๐ๆๆๆ
    #6837
    0
  9. #4378 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 13:27
    กระต่ายนี่มันกระต่ายจริงๆ
    #4378
    0
  10. #3718 Moo Yan (@mooyan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 21:02
    ตอนแรกๆก็น่ารักดีนะ ช่วงที่มาแรกๆอ่ะ แต่พอมาตอนนี้ก็...น่ารักน้อยลงมั้ง5555 อยากให้เป็นผู้ใหญ่กว่านี้นิสนึง
    แต่ก็เข้าใจนะว่ามันเป็นคาแรกเตอร์ รับได้อยู่ นิยายสนุกดีครับ
    เชื่อว่าต้องมีสักเหตุการณ์ที่ทำให้น้องต่ายโตขึ้น
    นิยายสนุกมาก สู้ๆครับไรต์
    #3718
    0
  11. #3477 mayaangel (@kanyadevil) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 19:02
    ซาริเป็นตัวละครที่น่ารำคาญมากถึงมากที่สุด
    #3477
    0
  12. #1778 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 05:56
    ร่างกายประมาณ13-14 อายุสมองคงประมาณเด็ก7-8ปี....เข้าเรียนจะเป็นยังไงน้อออ~
    #1778
    0
  13. #1430 Mew001 (@wattana149) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 14:08
    จำได้ว่าอายุสมองของมนุษสัตมันน้อยกว่าอายุนิ ในเรื่องนี้อ่ะ
    #1430
    0
  14. #1129 Mon tree (@treedk) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 16:46
    ซาริ นี่มันเป็นเหมือนตัวละครที่ไม่โตเลย อ่านแล้วรำคาญนิดๆ เหมือนพอไม่ไม่ใครทำโทษจริงจังก็ได้ใจ ประมาณนี่มั่ง
    #1129
    0
  15. #676 ATanll (@stop1913) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 09:03
    มาต่อหน่อยนะครับ
    #676
    0
  16. #675 tomtam333 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 09:02
    ต่อปายยบยย
    #675
    0
  17. #669 Death-Site (@Death-Site) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 00:16
    จะต่อมั้ยอ่ะ. ไม่อยากให้ทิ้งไปกลางทางนะ. ต่อนะๆๆๆ
    #669
    1
  18. #668 Nanzxc (@nanzxc) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 19:04
    จะเทเหมือนเรื่องอื่นๆมั้ยค่ะเนี่ย
    #668
    0
  19. #666 Lnwboat074 (@Lnwboat074) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 01:33
    จะมีตอนต่อไปอีกรึป่าวครับ...???
    #666
    0
  20. #663 เงา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 19:18
    รอไรท์อัพอยู่
    #663
    0
  21. #662 เงา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 19:17
    เมื่อไรจะอัพ รอออออ
    #662
    0
  22. #658 R-rush (@arat2542) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 17:04
    ไรต์หาย
    #658
    0
  23. #657 DeathFromAboveSs (@DeathFromAboveSs) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 22:57
    ขอบคุณ
    สนุกมากเลย
    #657
    0
  24. #654 ART178R (@ART178R) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:48
    สนุกครับ แถมยาวดีด้วย
    ขอบคุณครับ
    #654
    0
  25. #650 Surin Kitti (@surine) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 11:00
    อ่านรวดเดียวเลย สนุกดีตามสไตร์สโลไลฟ์
    #650
    0