ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 233 : SS3 Episode Seventy-Eight : กิจกรรมชมรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,087
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 664 ครั้ง
    24 เม.ย. 64

SS3 Episode Seventy-Eight

 

สำหรับอินโนเซนเทียร์ ลิลิธแล้วการปรับปรุงโรงเรียนใหม่ในครั้งนี้สร้างความประทับใจให้แก่เธอเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างและช่วยกู้คืนพื้นที่ที่สามารถนำกลับมาทำประโยชน์ต่างๆ ได้อีกตั้งมากมาย จากที่เคยมองว่าโรงเรียนแห่งนี้มีพื้นที่ค่อนข้างคับแคบและยากเกินกว่าจะขยับขยายเพิ่มเติมกลายเป็นว่าปัญหาทั้งหมดนั้นแท้จริงแล้วเกิดจากการขาดวิสัยทัศน์ของช่างก่อสร้างที่เน้นการสร้างอาคารให้ได้ตามแบบแปลนที่เป็นมาตรฐานเสียมากกว่า

รองผู้อำนวยการริซาน่าเพิ่งจะกลับมาจากการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนและเริ่มรายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด เนื่องจากโรงเรียนมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบฉับพลันย่อมต้องส่งผลกระทบต่อระบบการเรียนการสอนดั้งเดิมอย่างมาก  เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการที่จะต้องอธิบายและกำหนดกฎกติกาออกมาเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายตามมาในภายหลัง

อินโนเซนเทียร์รับฟังรายงานอย่างตั้งใจพลางตักเค้กนมสดที่เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสกาแฟกินอย่างเอร็ดอร่อย พลันรู้สึกว่านับวันเมนูของหวานที่ถูกจัดให้เข้าไปอยู่ในกลุ่มเมนูโปรดจะเริ่มมีมากขึ้นจนเลือกไม่ถูกแล้วว่าจะกินเมนูไหนในแต่ละวัน

“มีห้องอาบน้ำอยู่ในสนามฝึกซ้อมด้วยอย่างนั้นรึ?”

“ค่ะ เป็นห้องอาบน้ำแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”

ปกติแล้วจะมีเพียงโรงเรียนสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีห้องอาบน้ำถูกสร้างขึ้นให้นักเรียนได้ใช้งาน ดังนั้นจึงไม่ต้องคาดหวังเลยว่าโรงเรียนเวทมนตร์ขนาดกลางอย่างที่นี่จะมีสถานที่แบบนั้นถูกสร้างขึ้น มิหนำซ้ำอินโนเซนเทียร์ก็ไม่ได้มีหน้าที่อำนวยความสะดวกสบายให้พวกนักเรียนเหล่านั้นตลอดเวลาจึงไม่มีความคิดที่จะสร้างมันขึ้นมาแม้แต่น้อย

“ห้องอาบน้ำที่ว่านี้แยกระหว่างชายกับหญิงเป็นเอกเทศ มีความแตกต่างจากห้องอาบน้ำที่ใช้ในหอพักนักเรียนทำให้รองรับการใช้งานพร้อมกันได้เพียงแค่สี่สิบคน นอกจากนี้ก็ยังมีห้องที่ใช้สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าและมีตู้เก็บของเพียงพอสำหรับนักเรียนทุกคนค่ะ”

“ก็ดีนี่ หวังว่าปัญหาเรื่องน้ำคงไม่ทำให้เราผู้นี้เดือดร้อนหรอกใช่ไหม?” อินโนเซนเทียร์ยกถ้วยกาแฟดื่มอย่างเพลิดเพลิน

“ไม่ค่ะ จากการตรวจสอบระบบการทำงานของห้องอาบน้ำ อุปกรณ์ที่เรียกว่าท่อส่งน้ำจะมีการสลักประทับเวทมนตร์สร้างน้ำขึ้นมาโดยมีระบบการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน สิ่งที่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องทำมีเพียงแค่จ่ายพลังเวทมนตร์เพื่อเปิดการทำงานเพียงเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีระบบถังเก็บน้ำสำรองเผื่อในกรณีที่นักเรียนบางคนมีปัญหาในการเปิดการทำงาน”

“หลักการทำงานแบบเดียวกันกับแท้งค์น้ำนั่นสินะ”

ระบบการทำงานของแท้งค์น้ำได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมากจากนักเรียนหลายคนที่อยากจะขอศึกษาหลักการทำงานอย่างละเอียดเพื่อนำไปต่อยอดและใช้เพื่อพัฒนาเขตปกครองของตนเอง อย่างไรก็ตามพวกเขาคงคาดไม่ถึงหรอกว่าหลักการทำงานของมันเกิดขึ้นจากการสลักประทับเวทมนตร์โจมตีธาตุน้ำที่ล้มเหลว

“ค่ะ”

“นอกจากนี้แล้วยังมีความเปลี่ยนแปลงอะไรที่เราผู้นี้ควรรู้อีกบ้าง?”

ก่อนหน้านี้อินโนเซนเทียร์ก็ได้มีโอกาสเห็นแบบจำลองของโรงเรียนในสภาพสมบูรณ์ผ่านอุปกรณ์จำลองภาพสามมิติมาบ้างแล้ว แต่แบบจำลองดังกล่าวนั้นเป็นเพียงแค่ภาพจำลองจากดีไซน์ต้นแบบของอาคารที่ยังไม่ได้รับการปรับแต่งรายละเอียดภายใน ดังนั้นในขั้นตอนการสร้างจริงจึงเป็นธรรมดาที่จะมีรายละเอียดแตกต่างจากต้นแบบพอสมควร

“ผู้ชายคนนั้นเสนอให้มีการสร้างเขตดูแลสัตว์เลี้ยงอสูรขึ้นมาบนพื้นที่ว่างหลังโรงเรียนค่ะ ดูเหมือนว่ามันไม่เพียงแต่จะเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการฝึกฝนพวกสัตว์อสูรเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้สนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียนได้อีกด้วย ทว่าจากการประเมินเบื้องต้นดิฉันมองว่ามันเป็นการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากและอาจทำให้ตัวเลขบัญชีรายรับของโรงเรียนติดตัวแดงขึ้นมาก็เป็นได้ค่ะ”

“ริซาน่า” ผู้อำนวยการร่างเล็กเงียบไปครู่หนึ่ง “ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับเราผู้นี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่าลืมสิว่าทรัพย์สมบัติของเราผู้นี้มีมากพอที่จะถมเมืองให้จมได้สบาย หากเจ้ายังรู้สึกว่าไม่ถูกต้องเราผู้นี้จะเขียนจดหมายขอเงินจากราชาฟันน้ำนมนั่นให้เอง”

เนื่องจากอินโนเซนเทียร์ไม่ได้มีความสนใจที่จะบริหารเกี่ยวกับการเงินของโรงเรียนมากนักจึงยกหน้าที่แสนจะวุ่นวายเหล่านี้ให้รองผู้อำนวยการเป็นคนทำแทน ทว่าตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมางบประมาณที่ทางโรงเรียนได้รับแทบจะไม่สัมพันธ์กับรายจ่ายประจำปีที่หมดไปกับการสนับสนุนกลุ่มกิจกรรมชมรมของพวกนักเรียน ยังดีที่ผู้อำนวยการคนนี้มีชีวิตยืนยาวมาหลายยุคหลายสมัยจึงมีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลเก็บสะสมเอาไว้ให้ใช้สุรุ่ยสุร่ายได้ไปอีกตราบนานเท่านาน

นอกจากนี้ด้วยสถานะตัวตนผู้ยิ่งใหญ่ของท่านผู้อำนวยการย่อมไม่ใส่ใจกับการกระทำเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหาผลประโยชน์ของสิ่งมีชีวิตชั่วกะพริบตา ตราบใดก็ตามที่ไม่ได้เป็นการตั้งใจท้าทายหรือกระตุ้นโทสะของเธอ

“ดิฉันเกรงว่ามันอาจจะไม่ใช่จดหมายของบประมาณ หากแต่เป็นการข่มขู่เพื่อรับงบประมาณมากกว่าค่ะ”

“อ๊ะ! แล้วก็อย่าลืมบอกเจ้าหนุ่มนั่นให้มาสร้างปราสาทหลังใหม่ให้เราผู้นี้ด้วย”

“ทราบแล้วค่ะ” ริซาน่ารับคำสั่ง

 

อาคารกิจกรรมชมรมหลังใหญ่แบ่งออกเป็นตึกกิจกรรม A B C และ D

สำหรับกิจกรรมชมรมวิจัยและพัฒนาอาหารนั้นได้รับห้องที่อยู่ตึก C ซึ่งอยู่ค่อนข้างลึกพอสมควร

การตกแต่งภายในมีความคล้ายคลึงกับห้องเรียนสอนทำอาหารขนาดเล็ก มีโต๊ะทำอาหารสำหรับฝึกปฏิบัติเพียงหกโต๊ะพร้อมติดตั้งระบบจ่ายน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี ในส่วนของเตาอิฐประกอบอาหารก็มีอยู่หลากหลายประเภท ทั้งเตาอิฐสำหรับปิ้งย่าง เตาอบสำหรับทำขนม และเตาทำอาหารทั่วไป ดังนั้นมันจึงถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบของเตาระฆังซึ่งจะรวมการทำงานทุกอย่างไว้ในตัวเดียว

และอีกหนึ่งสิ่งที่อยากจะนำเสนอมากที่สุดก็คือ ห้องเย็น

ห้องเย็นเป็นนวัตกรรมการรักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบอาหารซึ่งหากไม่ใช่จอมเวทระดับสูงที่สามารถใช้เวทมนตร์สร้างก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ขึ้นมาได้ก็จำเป็นจะต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่า ดินประสิว เพื่อนำมาใช้ทำน้ำแข็งจึงมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในช่วงฤดูร้อน ดังนั้นการจะสร้างห้องเย็นขึ้นมาใช้งานสักห้องหนึ่งจึงเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ

คาดไม่ถึงเลยว่าผู้อำนวยการโรงเรียนจะยอมอนุญาตให้สร้างห้องเย็นเพื่อกิจกรรมชมรมนี้เป็นการส่วนตัว

ทว่าสำหรับห้องเย็นที่ทางโรงเรียนสร้างขึ้นมานั้นหากสังเกตดูให้ดีแล้วจะพบว่ามันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาดินประสิวหรือจอมเวทระดับสูงในการผลิตน้ำแข็งเสียด้วยซ้ำ บนพื้นห้องนั้นถูกสลักด้วยวงเวท พื้นที่น้ำแข็ง ซึ่งเป็นศาสตร์เวทมนตร์ระดับสูงที่จะแช่แข็งพื้นที่บริเวณกว้างได้ในชั่วอึดใจ เพียงแต่สังเกตจากอานุภาพที่เห็นดูเหมือนว่ามันจะเป็นวงเวทที่ผิดพลาดทำให้สิ่งที่ออกมานั้นมีเพียงแค่ลดอุณหภูมิของพื้นที่ลงเพียงเล็กน้อย

“เย็นมาก!” วาเลนเซียร์อุทานตกใจ

ห้องเย็นของห้องกิจกรรมชมรมนั้นมีขนาดพื้นที่พอๆ กับห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด อุณหภูมิของห้องที่ลดต่ำไม่ได้เกิดจากน้ำแข็งที่เกาะติดอยู่ตามผนัง ทว่ากลับออกมาจากร่องรอยของเวทมนตร์ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นห้อง

“นี่มันวงเวท!?”

นี่อาจจะเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเลยก็ว่าได้ หากการถนอมความสดใหม่ของวัตถุดิบไม่จำเป็นต้องใช้ดินประสิวเพื่อทำน้ำแข็งก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการขนส่งวัตถุดิบจำพวกเนื้อปลาและเนื้อสัตว์เฉพาะถิ่นที่เน่าเสียง่ายจนพอมาถึงเมืองหลวงก็จะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นสิบเท่า แต่หากสามารถประดิษฐ์ห้องเย็นเคลื่อนที่ได้สำเร็จก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดาย

ถึงกระนั้นสิ่งที่ยากที่สุดคือการหาจอมเวทผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักวงเวทบนวัตถุสิ่งของ เนื่องจากการแกะสลักวงเวทนั้นยิ่งมีขนาดเล็กเท่าไหร่ก็ยิ่งยาก แถมสูตรพิธีในการสร้างเวทมนตร์พื้นที่น้ำแข็งก็มีขนาดที่ใหญ่เกินกว่าที่จอมเวทคนหนึ่งจะสร้างไหว ลำพังแค่การใช้เวทมนตร์น้ำและเพิ่มคุณสมบัติเวทมนตร์เพื่อเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งก็เป็นศาสตร์ขั้นสูงที่น้อยคนนักจะทำได้สำเร็จ

ทว่าน่าเสียดายที่วาเลนเซียร์เข้าใจผิดเกี่ยวกับรูปแบบของวงเวทพื้นที่น้ำแข็ง

แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงการสร้างปรากฏการณ์ธรรมชาติด้วยรูปแบบวงเวทอย่างง่ายเท่านั้น ดังนั้นในด้านอานุภาพการทำลายล้างจึงแทบจะเป็นศูนย์และสามารถนำมาใช้แทนเครื่องปรับอากาศในฤดูร้อนได้ ซึ่งจะแตกต่างจากการใช้รูปแบบวงเวทพื้นที่น้ำแข็งที่มีอานุภาพรุนแรงกว่าในการแช่แข็งเป้าหมายเฉียบพลัน แม้จะพยายามลดอานุภาพลงให้เหลือเพียงเกล็ดน้ำแข็งของพายุหิมะในการสร้างลมเย็นก็ยังกินพลังเวทมนตร์ปริมาณมหาศาลอยู่ดี

“พิจารณาจากรูปแบบของวงเวทแล้วนี่น่าจะเป็นเวทมนตร์พื้นที่น้ำแข็งใช่ไหม? น่าเสียดายที่การจัดเรียงของอักษรเวทมนตร์ที่สลักไว้พวกนี้มีความผิดพลาดเลยทำให้ไม่สามารถประกอบเป็นเวทมนตร์รูปแบบสมบูรณ์ได้”

เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำเอาวาเลนเซียร์ที่กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องชมรมพลันสะดุ้งโหยง

พอหันกลับไปมองและเห็นหน้าค่าตาของอีกฝ่ายว่าเป็นใครจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“คุณเซรอสนี่เอง ตกใจหมดเลยค่ะ”

ปกติแล้ววาเลนเซียร์จะเป็นคนที่มีความระมัดระวังตัวที่สูงมากและพยายามหลีกเลี่ยงการไปไหนมาไหนด้วยตัวคนเดียว เนื่องจากเธอมีสถานะเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งไอทาเรียและถูกมองว่าเป็นหมากตัวสำคัญทางการเมืองจึงมักจะถูกปองร้ายอยู่บ่อยครั้ง แต่เพราะคิดว่าอยู่ภายในเขตรั้วโรงเรียนก็น่าจะปลอดภัยจึงได้เผลอปล่อยตัวตามสบายจนขาดความระมัดระวัง

“ว่าแต่คุณเองก็สังเกตเห็นสิ่งนี้ด้วยเหรอคะ?” วาเลนเซียร์ถาม เนื่องจากวงเวทบางอย่างไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อเปล่าๆ

โดยเฉพาะกับวงเวทที่ถูกซ่อนเอาไว้จำเป็นจะต้องใช้ สัมผัสเวทมนตร์ เพื่อจับการมีอยู่ของมัน

ไม่ได้มีแค่นักเรียนสาขาเวทมนตร์เท่านั้นหรอกนะที่ได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้น่ะ แถมนี่ยังเป็นหัวข้อที่ฉันกำลังศึกษาอยู่ด้วย

การศึกษาศาสตร์เวทมนตร์ทุกแขนงก็เพื่อสร้างประวัติให้กับตัวตนที่ชื่อ เซรอส แอชเชอร์ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องแสร้งแอบศึกษาอย่างลับๆ หากในอนาคตข้างหน้ามีความจำเป็นจะต้องเปิดเผยวิทยาการเวทมนตร์แบบใหม่ออกมาสู่สาธารณะก็จะสามารถทำได้โดยไม่เกิดข้อสงสัยตามมาในภายหลัง

“อย่างนั้นเองสินะคะ” วาเลนเซียร์พึมพำ และกลับมาให้ความสนใจกับรูปแบบวงเวทดังกล่าวอีกครั้ง “ดิฉันสงสัยค่ะว่าเราจะสามารถทำเลียนแบบวงเวทนี้ขึ้นมาด้วยตัวเองได้ไหม?”

โดยพื้นฐานแล้วการสร้างวงเวทเลียนแบบสามารถทำได้จริง แต่คนที่จะทำมันได้จำเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญพอตัว ไม่อย่างนั้นหากมันเกิดความผิดพลาดขึ้นจนมีคนได้รับบาดเจ็บล่ะก็ขำไม่ออกแน่ ขนาดเวทมนตร์ระดับหนึ่งที่พวกเราพยายามสร้างกันในคลาสผลลัพธ์ที่ออกมาก็อันตรายมากแล้ว คงไม่ต้องให้บอกสินะว่าสำหรับเวทมนตร์ระดับ 5-6 แบบนี้ผลลัพธ์จะร้ายแรงแค่ไหนถ้าผิดพลาด

วาเลนเซียร์ตระหนักได้ถึงความเสี่ยงจากการพยายามสร้างวงเวทเลียนแบบขึ้นมาเป็นอย่างดี เนื่องจากในอดีตมีจอมเวทหลวงคนหนึ่งพยายามจะเลียนแบบวิธีการสร้างวงเวทชำระล้างซึ่งเป็นเวทมนตร์ของทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ทำให้จอมเวทหลวงคนนั้นต้องกลายเป็นคนพิการและถูกขับไล่เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทกับทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่อาจจะตามมาภายหลัง

ดิฉันอุตส่าห์คิดว่าหากเราสามารถเลียนแบบวงเวทนี้ขึ้นมาได้ก็อาจจะแก้ปัญหาเรื่องวัตถุดิบเน่าเสียระหว่างขนส่งได้ก็ได้ค่ะ”

“สมกับที่เป็นบุตรสาวพ่อค้า มีหัวการค้าไม่เลวเลย” เซรอสกล่าวชม

         ตัวตนปลอมของวาเลนเซียร์ที่เปิดเผยออกมานั้นเป็นเพียงบุตรสาวของพ่อค้าที่ค้นพบว่าตนเองมีพลังเวทมนตร์ เพียงแต่มีหลายครั้งทีเดียวที่เธอมักจะหลุดออกจากบทบาทปลอมๆ ที่ตั้งค่าเอาไว้ โดยเฉพาะเธอที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการค้าหรือแม้แต่ศัพท์เฉพาะทางของพวกพ่อค้าอยู่แม้แต่นิดเดียว น่าเสียดายที่เธอไม่ได้มีความจริงจังที่จะสวมบทบาทเป็นบุตรสาวของพ่อค้าตลอดไปจึงไม่ได้ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

         “เอ๊ะ!?” วาเลนเซียร์สับสนไปชั่วขณะ ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงสถานะปลอมของตนเอง “เออขอบคุณค่ะ”

         “จะว่าไปไม่ทราบว่าคุณเซรอสมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนี่คะ?”

         วาเลนเซียร์รีบชวนเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นความลับเรื่องตัวตนของเธออาจจะแตกก็เป็นได้

         ถึงมันจะไม่มีประโยชน์อะไรกับเซรอสนอกจากเรื่องวุ่นวายก็เถอะ

         “อันที่จริงแล้วฉันมาตามหายายตัวแสบน่ะ เห็นวิ่งพรวดออกมาจากห้องเรียนเลยคิดว่าน่าจะมาเล่นซนที่นี่”

         หากต้องรับมือกับความซุกซนของซาริอยู่ทุกวันจนกลายเป็นความเคยชินย่อมไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดาพฤติกรรมสุดป่วนออก ขอเพียงมีสถานที่แปลกใหม่และน่าสนใจปรากฏขึ้นก็จะดึงดูดยายตัวแสบนี้ให้มาเล่นซนโดยอัตโนมัติ ยังดีที่หลังจากส่งไปฝึกอบรมที่ตระกูลเรเบียสก็ดูจะสงบเสงี่ยมขึ้นเยอะ

         “ทำไมถึงคิดว่าเป็นที่นี่ล่ะคะ?”

         อาคารกิจกรรมชมรมไม่ได้เป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เพียงแห่งเดียวของโรงเรียนเซเวียร์ ยังมีสนามฝึกซ้อมกับอาคารเรียนหลักที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่และให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในโรงเรียนของชนชั้นสูงก็ไม่ปาน ยิ่งเป็นห้องสมุดที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ใช้พื้นที่ตลอดเกือบทั้งชั้นเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีแก่การใช้บริการ นักเรียนหลายคนเองก็รู้สึกถูกใจกับห้องเก็บเสียงที่สามารถมีสมาธิกับการอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่ทำให้ตอนนี้คงมีคนไปใช้งานกันจนแทบไม่เหลือที่ว่างแล้ว

         ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่ติดว่าจะต้องมาตรวจสอบห้องกิจกรรมชมรมในฐานะของหัวหน้ากลุ่มกิจกรรมก็คงใช้เวลาช่วงพักผ่อนลองไปใช้บริการของห้องสมุดดูสักครั้ง

         “ลางสังหรณ์ล่ะนะ” ชายหนุ่มตอบ

         “ฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่เลยนะคะ”

         “เชื่อเถอะ ฉันรู้จักยายซาริดีว่าเกลียดการอ่านหนังสือมากแค่ไหนเพราะฉะนั้นไม่มีทางไปเล่นซนที่ห้องสมุดแน่ ส่วนสนามฝึกซ้อมถ้าคาดเดาจากนิสัยที่ไม่ชอบความรุนแรงก็คิดว่าน่าจะเป็นตัวเลือกท้ายๆ ดังนั้นก็เลยเหลือแค่ที่นี่เท่านั้นสบายใจได้ ฉันพอจะรู้วิธีที่จะจับยายตัวแสบให้ได้อยู่หมัด...”

         โครม!

พูดยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงอึกกะทึกครึกโครมดังอยู่ข้างนอกห้อง

“เสียงนั่นเป็นหลักฐานยืนยันว่าฉันคิดถูก”

เมื่อเปิดประตูออกไปดูก็เห็นว่าเป็นซาริที่ถูกจับโดยกรงดักสัตว์ไม้ธรรมดาขนาดไม่ใหญ่มาก อาศัยเหยื่อล่อเป็นเพียงแค่แครอทบรรจุโหลก็สามารถดักจับตัวได้แล้ว สิ่งนี้เป็นสามารถใช้เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีเลยว่าพลังในการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของซาริไม่ได้ไร้เทียมทานไปซะทั้งหมด ขอเพียงจับจุดได้ก็น่าจะพอหาวิธีรับมือได้ไม่ยาก

“โดนจับได้ซะแล้วสิเจ้าค่ะ” ซาริเสียงอ่อน

 

ตารางเรียนช่วงบ่ายของนักเรียนนับตั้งแต่ชั้นปีสองขึ้นไปเป็นชั่วโมงอิสระที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนเลือกทำกิจกรรมตามความสนใจของตนเอง บางคนก็เลือกจะไปทดลองใช้งานสนามฝึกซ้อมที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ บางคนก็เลือกจะเข้าไปศึกษาหาความรู้ในห้องสมุด และบางคนก็เลือกที่จะไปทำกิจกรรมชมรมที่ได้เลือกเอาไว้ หรือหากมีใครคนใดต้องการออกนอกเขตโรงเรียนก่อนเวลาก็สามารถยื่นหนังสือขออนุญาตได้เช่นกัน

สมาชิกชมรมวิจัยและพัฒนาอาหารมารวมตัวกันเพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับทิศทางของกิจกรรมที่จะต้องดำเนินต่อไปจวบจนสิ้นสุดภาคเรียนที่หนึ่ง ในจุดนี้เซรอสต้องขอชื่นชมวาเลนเซียร์ที่ทำการบ้านเกี่ยวกับการบริหารเงินงบประมาณของชมรมมาเป็นอย่างดี ด้วยงบประมาณเพียงห้าร้อยเหรียญเงินต่อหนึ่งเทอมสำหรับขุนนางทั่วไปแล้วคงมองว่าเป็นเงินจำนวนที่น้อยมากและหากนำไปซื้อวัตถุดิบจำพวกเนื้อสัตว์ก็อาจจะได้ไม่เยอะสักเท่าไหร่

ดังนั้นเพื่อให้กิจกรรมชมรมสามารถดำเนินต่อไปได้ตลอดจนจบภาคเรียนจึงจำเป็นจะต้องหารายได้เข้าชมรม หรือแสดงหลักฐานความสำเร็จของชมรมออกมาเป็นรูปธรรมเพื่อให้ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมในรอบถัดไป

“ปัญหาแรกที่ดิฉันพบหลังจากที่ได้สำรวจห้องชมรมคือทางโรงเรียนไม่ได้จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องครัวเอาไว้ให้พวกเราแม้แต่ชิ้นเดียว ดังนั้นพวกเราจำเป็นจะต้องนำเงินงบประมาณที่ได้รับส่วนหนึ่งไปจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องครัวมาเพื่อใช้งาน เนื่องจากงบประมาณมีจำกัดดิฉันเกรงว่าพวกเราคงซื้ออุปกรณ์เครื่องครัวได้เพียงแค่ 1-2 ชุดเท่านั้นค่ะ”

“อุปกรณ์เครื่องครัวเท่าที่ฉันได้ลองสอบถามจากพ่อครัวประจำตระกูลเห็นว่ามีราคาค่อนข้างแพงมาก อย่างน้อยเครื่องครัวหนึ่งชุดก็มีราคาสูงประมาณหนึ่งร้อยเหรียญเงินค่ะ” สมาชิกหญิงคนหนึ่งยกมือตอบ

“ถ้าซื้อสองชุดก็เท่ากับว่าพวกเราจะเหลืองบประมาณชมรมเพียงแค่สามร้อยเหรียญเงินเท่านั้นสินะคะ ถ้าอย่างนั้นทำไมพวกเราไม่มาช่วยกันนำเงินส่วนตัวมารวมกันและนำไปซื้ออุปกรณ์เครื่องครัวล่ะคะ?” นักเรียนหญิงอีกคนเสนอ เธอเป็นเพียงบุตรสาวจากตระกูลขุนนางที่พอจะมีฐานะอยู่บ้างจึงติดนิสัยที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหาอยู่บ่อยครั้ง

“ตามกฎของทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้นค่ะ แต่ดิฉันได้ลองศึกษากฎดูแล้วพบว่าเรายังพอจะหารายได้จากการทำงานพิเศษภายใต้การทำกิจกรรมชมรมค่ะ” วาเลนเซียร์อธิบายคร่าวๆ จากนั้นจึงหันไปเขียนกระดานในหัวข้อใหม่ “หรือก็คือเราสามารถใช้เงื่อนไขดังกล่าวนี้หางบประมาณให้กับชมรมได้ ดังนั้นดิฉันอยากจะขอให้พวกคุณทุกคนกลับไปศึกษาดูว่าพอจะมีงานใดบ้างที่พวกเราสามารถทำได้และนำมาเสนอในการประชุมครั้งต่อไปค่ะ”

“คุณเซรอสพอจะมีคำแนะนำอะไรดีๆ บ้างไหมคะ?” หญิงสาวหันไปถามความคิดเห็นจากชายหนุ่มที่นั่งฟังการประชุมมาตลอด

ทราบมาว่าเซรอสต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักของบ้านและหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันย่อมต้องมีคำแนะนำดีๆ อย่างแน่นอน

เซรอสขยับตัวเล็กน้อยและเห็นสายตาคาดหวังจากบรรดาสมาชิกชมรมหญิงที่ยอมแพ้กับการที่ต้องบริหารเงินชมรมที่มีเพียงแค่ห้าร้อยเหรียญเงิน ก่อนจะหันไปมองวาเลนเซียร์ที่มีสภาพไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

“ถ้าถามความเห็นของฉันฉันคิดว่าสิ่งแรกที่พวกเราควรจะทำคือการเดินสำรวจตลาดด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องครัวที่จำเป็นในการทำกิจกรรมนั้นแท้จริงแล้วเราสามารถเลือกหาซื้อของที่มีคุณภาพในราคาประหยัดได้ และการสำรวจตลาดยังจะช่วยให้เราหาซื้อวัตถุดิบทำอาหารกับเครื่องเทศได้ในราคาถูกอีกด้วย”

วาเลนเซียร์ได้ฟังดังนั้นก็หันกลับไปจดคำแนะนำของเซรอสลงบนกระดาน

“พวกเราไม่สามารถซื้ออุปกรณ์เครื่องครัวหรือวัตถุดิบหลายๆ อย่างทั้งหมดด้วยเงินแค่ห้าร้อยเหรียญเงินอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเราควรจะกำหนดเงื่อนไขในลำดับต่อมาคืออาหารที่พวกเราจะฝึกทำคืออะไร? หากสามารถตอบคำถามนี้ได้รายการสินค้าที่จำเป็นต้องซื้อก็จะลดลงไปเยอะมาก”

วาเลนเซียร์นิ่งคิดตามและพบว่ามันค่อนข้างมีเหตุผลมากทีเดียว

“ถ้าเช่นนั้นทุกคนมีเมนูอาหารที่สนใจและอยากลองทำหรือเปล่าคะ?”

หลายคนก็มีสิ่งให้อยากลองทำอยู่ตั้งมากมาย น่าเสียดายที่เมนูอาหารที่แต่ละคนเสนอออกมานั้นก็ล้วนเป็นอาหารหรูหราที่ต้องใช้วัตถุดิบราคาแพงแทบทั้งสิ้น บางคนเสนอว่าอยากจะลองทำแซนด์วิชแต่มันก็ถูกปัดตกออกเนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ของชมรมที่ต้องการพัฒนาและวิจัยอาหารใหม่ๆ ออกมา

“ซาริอยากกินแฮมเบิร์กเจ้าค่ะ”

“แฮมเบิร์ก!? มันคืออะไรเหรอคะ?”

ขนาดวาเลนเซียร์เป็นถึงเจ้าหญิงและมีโอกาสได้ทานอาหารหรูหราฝีมือของพ่อครัวชั้นยอดมาตั้งมากมายก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อเมนูอาหารดังกล่าวเลยสักครั้งเดียว เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นอาหารถิ่นขึ้นชื่อของอาณาจักรอื่นและเพิ่งจะแผ่อิทธิพลเข้ามาในอาณาจักรไอทาเรียแห่งนี้

เซรอสเห็นว่าแสร้งทำเป็นไม่รู้ต่อไปคงไม่ดีแน่จึงยอมอธิบายให้ฟัง

“แฮมเบิร์กเป็นชื่อเรียกของอาหารถิ่นขึ้นชื่อที่มีอิทธิพลมาจากอาณาจักรโกอา เดิมทีแล้วมันมีชื่อเรียกว่า ฮาแลม เปอเกที่มีความหมายว่าเนื้อทอด พอมาถึงไอทาเรียก็เลยออกเสียงเพี้ยนจนกลายเป็นแฮมเบิร์กไป ยิ่งไปกว่านั้นสูตรอาหารจานนี้ก็ถูกดัดแปลงจนผิดเพี้ยนไปจากเดิมมาก ฉันไปได้สูตรนี้มาจากพ่อค้าเร่คนหนึ่งที่ยอมเปิดเผยวิธีการทำให้เห็นว่าเป็นสูตรอาหารต้นตำรับของอาณาจักรโกอาอย่างแท้จริง”

วาเลนเซียร์เคยศึกษาประวัติของอาณาจักรโกอามาบ้างพอสมควร แต่เนื่องจากเป็นอาณาจักรที่ไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันสักเท่าไหร่จึงไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตมากนัก เท่าที่พอจะทราบดูเหมือนว่าจะเป็นดินแดนแห่งทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีนักรบในนาม อัศวินสงครามที่แข็งแกร่งไม่แพ้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์

“ฟังดูน่าสนใจดีนะคะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันคิดว่าพวกเราน่าจะได้หัวข้อเมนูอาหารที่อยากจะทำแล้วล่ะคะ”

 



บอกเลยว่าบทนี้เขียนยากมากจริงๆ

ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนเหตุการณ์ต่อจากแผนการของเดลฟีโอน่า

และเปลี่ยนไปเป็นเขียนเกี่ยวกับแผนของตระกูลเอคแลนด์ ตรงจุดนี้ก็เขียนยากอีกเพราะไม่รู้ว่าจะเล่าผ่านมุมมองของใคร ระหว่างหัวหน้าตระกูล พ่อบ้าน หรือพ่อค้าเร่

จากนั้นก็ลองเปลี่ยนไปเล่าเกี่ยวกับเซรอสที่พยายามแทรกซึมเข้าไป แต่นึกขึ้นมาได้ว่า...เอ๊า แม่งต้องกลับมาสวมบทเป็นนักเรียน ระยะเวลาแทรกซึมเลยไม่พอ

ลองเปลี่ยนมุมมองการเล่าอยู่หลายครั้งก็คิดขึ้นมาได้ว่า เซรอสมันทิ้งเบาะแสให้เดลฟีโอน่าตามสืบอยู่แล้วนี่หว่า แถมนางยังเก่งถึงขั้นที่สามารถสืบย้อนหลังจนไปเจอจุดเริ่มต้นของเซรอสที่หมู่บ้านคัลไซต์ได้ เพราะงั้นเบาะแสแค่นั้นก็น่าจะสืบต่อได้ไม่ยาก

จากนั้นก็ลองลบและไปเขียนใหม่ คราวนี้เป็นฉากเล่าถึงชีวิตบนเรือของคามิล่า กับองค์หญิงอามุตราและกำลังเดินทางใกล้จะถึงที่หมายแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ถูกใจอีกก็เลยเปลี่ยนมาเป็นฉากในโรงเรียนแทน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 664 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #17150 Jokerlip (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2564 / 14:22
    คิดถึง ลงหน่อยยย
    #17,150
    0
  2. #17148 Meji.Mojicon (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2564 / 22:47
    นักเขียนเขียนดีมากนะ แต่ติดเรื่องข้อมูลบางอย่างที่มันไม่ตรง อย่างมันสำปะหลังที่ทำเฟรนฟรายไม่ได้ แต่เนื้อหาก็ดีมาก การเขียน ภาษาดีมาก
    #17,148
    1
    • #17148-1 Nn-Ninoi(จากตอนที่ 233)
      9 มิถุนายน 2564 / 17:04
      เขาบอกว่ามันสำปะหลังในต่างโลกค่ะ ในโลกเวทมนต์อะไรๆก็เป็นไรได้
      #17148-1
  3. #17147 Meji.Mojicon (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2564 / 22:45
    นักเขียนเทพจังวะ เขียนเก่งเกิ๊น
    #17,147
    0
  4. #17146 mon462 (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2564 / 14:31
    ชอบหมดค่ะ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #17,146
    0
  5. #17140 mummummi (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 20:35
    จะเล่าฉากไหนก็อ่านหมดเลยค่าาา
    #17,140
    0
  6. #17139 deknoomza (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 16:46
    จากนิยายสโลไลฟ์กลายเป็นนิยายการเศรฐกิจละ
    #17,139
    0
  7. #17138 GunTub (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 27 เมษายน 2564 / 14:32
    เอาใจช่วยคนเขียนนะครับ
    #17,138
    0
  8. #17137 Iynew (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 15:59
    เอาที่ลบๆไปมาลงเป็นตอนพิเศษก้อได้นะ
    #17,137
    0
  9. #17136 bangzax (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 11:38

    เปลี่ยนไปหลายฉากมาก แต่อยากบอกไรท์ว่า อยากอ่านทุกฉากที่ไรท์ลบทุกเลยยยย

    #17,136
    0
  10. #17135 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 13:22

    ขอบคุณคร๊าฟ

    #17,135
    0
  11. #17134 K02 (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 04:42

    เย้ได้อ่านแล้ว

    #17,134
    0
  12. #17133 Sirayu Manachot (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 02:13

    อยากเห็นฉากมังกรเฝ้าบ้านเจอคู่ละ

    #17,133
    0
  13. #17132 akazeyujin (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 00:10

    ว้าววววว....ขอบคุณ
    #17,132
    0
  14. #17131 tomtamninja (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 15:22
    ค้างงงงง
    #17,131
    0
  15. #17130 markbull (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 11:44
    ซาริสู้ๆๆ
    #17,130
    0
  16. #17129 boyart28 (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 11:27

    ถ้าเป็นมุมมองของโดรนขนาดจิ๋ว ที่ใช้เตาปฎิกรเป็นแกนกลางให้พลังงาน ใช้การเปลี่ยนสีเพื่อพรางตัว แค่นี้เรื่องมุมมองผ่านใครดีนี่จบทันทีเลยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #17,129
    0
  17. #17128 Fikusa (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 10:21
    วางโครงสร้างชมรมให้พัฒนาจนเผยแพร่สูตรอาหารสู่ท้องตลาดแบบไม่ผิดสังเกต
    #17,128
    0
  18. #17127 oMMaYMo (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 10:20
    รออ่านฉากชีวิตบนเรือกับตอนไปถึงที่แล้วค่าาาาาดูน่าตื่นเต้นและลุ้นมากๆอยากเห็นความแปลกใจของคนกลุ่มนี้ ชอบฉากต่อสู้กับเปิดดินแดนใหม่ อยากให้เซรอสเรียนจบไวๆแล้วกลับมาดินแดนต้องสาป
    #17,127
    0
  19. #17126 newkingdom (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 10:01
    ขอบคุณครับ หายไปนานมาก คิดถึงๆ
    #17,126
    0
  20. #17125 eeyballaL (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 09:36
    แง คิดถึงงงงงงงงงงง
    #17,125
    0
  21. #17124 Ryukane (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 07:52
    อ่านเพลินดีครับ
    #17,124
    0
  22. #17123 chayen1243 (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 07:46
    คิดว่าป่วยโรคร้ายแรงหายนานเชียว แต่กลายเป็นว่ามันคือผลของการทิ้งปมไว้เยอะของตัวเองสะงั้น
    #17,123
    0
  23. #17122 d-xxxxx (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 05:33
    น้ำจริงๆ

    ตอนนี้ไม่มีเนื้อเลย

    มีแต่บทที่ทำให้ยืดเนื้อเรื่อง

    ก็สนุกดีอ่านเพลินแต่น้อยไปหน่อย เพราะนานๆทีจะลง
    #17,122
    0
  24. #17121 NessZero (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 05:28
    รอดูสนามซ้อม ต้องมีฟังชั่นยิงลูกบอลยาง ตามระดับ lv แน่ๆและต้องมีพวกมั่นใจในฝีมือ อยากรองหมวดถ้านรก Lv 1 จนหมดสภาพ ที่บอกว่า lv 1 คิดว่าระดับเซลอสแล้ว โหมดความยากระดับนรกคงมีหมายรูปแบบ แต่ที่สนใจคือจะใส่ ai ระดับสูงให้ความคุมสนาม ซ่อมได้ไง
    #17,121
    0
  25. #17120 BC MG (จากตอนที่ 233)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 04:52

    นี่แหละ ผมของการทิ้งปริศนาไว้เยอะ
    #17,120
    0