ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 232 : SS3 Episode Seventy-Seven : ประเมินศักยภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 780 ครั้ง
    22 ก.พ. 64

SS3 Episode Seventy-Seven

 

อิจิโนะเสะ วาคาบะกำลังพบพานกับสิ่งที่เรียกว่า วิทยาการของจริงในต่างโลก

ประตูลิฟต์ที่เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นโถงทางเดินสว่างไสวที่ทอดยาวอยู่ตลอดทางซ้ายและขวา เครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่ช่วยฟอกอากาศให้มีความเย็นสดชื่นอยู่เสมอ หน้าต่างขนาดใหญ่เบื้องหน้าเป็นกระจกกันกระสุนหนาเกือบสิบนิ้วซึ่งสามารถมองลงไปเห็นสนามฝึกซ้อมที่มีความกว้างเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลได้อย่างชัดเจน

คุณลุงเป็นคนสร้างทั้งหมดนี่ขึ้นมาอย่างงั้นเหรอ?”

ถึงจะถามแบบนั้นแต่วาคาบะก็พอจะคาดการณ์เรื่องนี้ได้อยู่ก่อนแล้ว

พลังโกงของเซรอสที่เปิดเผยต่อเธอนั้นบอกเพียงว่าเป็นพลังในการคราฟสิ่งของ แต่จากหลักฐานความเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนในชั่วข้ามคืนดูเหมือนขอบเขตของพลังนี้จะรวมไปถึงการสร้างสิ่งปลูกสร้างในระยะเวลาอันสั้นซึ่งถือได้ว่าเป็นสุดยอดพลังโกงอันดับต้นๆ ของการมาต่างโลก ถึงแม้ว่าพลังความสามารถสุดโกงนี้จะมีความคล้ายคลึงกันกับดันเจี้ยนมาสเตอร์อยู่บ้าง หากเป็นไปได้ก็อยากจะขอแลกเปลี่ยนพลังนี้กับคุณลุงแบบไม่ลังเล

“แล้วคิดว่าจะมีใครที่ทำอะไรแบบนี้ได้อยู่อีกล่ะ” เซรอสตอบ

อันที่จริงแล้วเซรอสไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเปิดเผยการมีอยู่ของรังมดแห่งที่สองนี้กับวาคาบะสักเท่าไหร่ ทว่าด้วยสถานการณ์หลายต่อหลายอย่างประกอบกับการที่วาคาบะคงน่าจะเริ่มระแคะระคายเกี่ยวกับพลังความสามารถของเขาขึ้นมาบ้างแล้วจึงตัดสินใจลดความเสี่ยงด้วยการเปิดเผยเฉพาะในสิ่งที่ควรให้รู้เท่านั้น ดังนั้นสาเหตุที่จำเป็นต้องปิดผนึกทางเข้าของรังมดทั้งหมดเป็นการชั่วคราวก็เพื่อปรับปรุงโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมด โดยการแยกพื้นที่สำคัญออกเป็นเอกเทศป้องกันไม่ให้ซาริแอบลักลอบเข้ามาเล่นซนจนเสี่ยงต่อการเปิดเผยวิทยาการระดับสูงได้

โครงสร้างภายในของรังมดแห่งที่สองนี้ค่อนข้างมีความเป็นระบบระเบียบแตกต่างจากโครงสร้างของรังมดแห่งที่หนึ่งซึ่งจะมีความซับซ้อนมากกว่า ตลอดทางแยกจะมีป้ายบอกทางแขวนติดเอาไว้ให้เห็นได้ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มาเยือนเดินหลงทิศทาง

“เรือนเพาะชำ!?” วาคาบะมองดูป้ายบอกทางที่ชี้บอกจุดหมายปลายทาง

วาคาบะจำได้ว่าบ้านหลังนี้มีเรือนเพาะชำสำหรับปลูกพืชผักสวนครัวและรู้ด้วยว่าซาริมักจะชอบแอบเข้าไปถอนต้นแครอทอยู่เป็นประจำ เคยแม้กระทั่งเข้าไปช่วยเก็บเกี่ยวผักสวนครัวเพียงครั้งสองครั้งซึ่งนอกจากจะพบว่ามันมีขนาดพื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างแล้วก็ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดอื่นอีกเลย และเธอก็ไม่คิดด้วยว่าสถานที่แบบนั้นจะมีทางเชื่อมต่อลงมาภายในฐานทัพลับใต้ดินแห่งนี้ด้วยซ้ำ

“นอกจากเรือนเพาะชำแล้วทางนั้นยังมีโกดังสำหรับเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ด้วย ยังไงซะอีกไม่นานดินแดนต้องสาปก็จะมีประชากรเพิ่มมากขึ้นลำพังแค่ผลผลิตจากการเกษตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูคนเหล่านั้นทั้งหมดได้หรอก” เซรอสอธิบายความสำคัญของระบบเรือนเพาะชำให้วาคาบะทราบ เพราะหลังจากนี้ทั้งเขาและเธอจำเป็นจะต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยกันพัฒนาดินแดนต้องสาปอยู่ดี

“สำหรับคุณลุงแล้วปัญหาแค่นี้ง่ายนิดเดียว”

วาคาบะเคยเห็นผลลัพธ์ของเรือนกระจกที่สามารถเพาะปลูกพืชนอกฤดูได้และยังมีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วหลายสิบเท่ามาแล้วย่อมมองว่าปัญหาเรื่องผลผลิตสำหรับเลี้ยงประชากรจำนวนมากไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่สักเท่าไหร่

“เป็นความจริงที่พลังของฉันสามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของประชากรจำนวนมากได้ แต่เธอก็ควรคำนึงถึงกลไกเศรษฐกิจและมีความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ด้วย เคยคิดบ้างไหมว่าจะเป็นยังไงถ้าการผลิตปราศจากต้นทุนจริงอยู่ที่มันช่วยสร้างกำไรมูลค่ามหาศาลให้ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าหากไม่มีเงินหมุนเวียนกลับเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจเลยหรือน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเธอรู้หรือไม่ว่าผลกระทบที่ตามมาจะเป็นยังไง?”

จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับผู้กล้าจากต่างโลกเห็นชัดว่าพวกเขาส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้พลังเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและหาผลประโยชน์ให้ตนเองเพียงเท่านั้น ทุกครั้งที่พวกเขาแสดงปาฏิหาริย์แห่งพระเจ้าก็จะมีคนที่ได้รับประโยชน์และเสียผลประโยชน์ในเวลาเดียวกัน ถึงแม้ว่าผลกระทบนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวเล็กๆ ของผู้กล้าจากต่างโลกเพียงเพื่อหาผลประโยชน์ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่

หลักฐานที่ช่วยยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีคือความเปลี่ยนแปลงของเขตปกครองเรเบียสที่ได้รับความช่วยเหลือจากปาฏิหาริย์ของพระเจ้า ส่งผลทำให้เขตปกครองเรเบียสสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นเงินจำนวนมากและสามารถนำเงินเหล่านั้นไปต่อยอดเพื่อขยายธุรกิจของตนเองให้กว้างขึ้นได้

วาคาบะได้แต่นิ่งเงียบและนึกทบทวนถึงผลกระทบที่อาจตามมาหากเซรอสเลือกจะใช้พลังโกงของเขาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องปากท้องให้กับประชากรดินแดนต้องสาปเป็นจำนวนมาก เมื่อใดก็ตามที่ผลผลิตมีมากกว่าความต้องการในการซื้อของประชากรทั้งหมดก็จะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าของพื้นที่ใกล้เคียงจำเป็นจะต้องลดลงเพื่อให้ขายออก จำเป็นจะต้องลดจำนวนการผลิตลงเพื่อลดต้นทุนส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และหากไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างถูกต้องมีหวังระบบเศรษฐกิจได้ตกต่ำลงจนถึงขีดสุดอย่างแน่นอน

“ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย” วาคาบะสำนึกผิด

บางทีการมีพลังโกงที่ยอดเยี่ยมเกินไปก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับโลกใบนี้ซะทีเดียว

โดยเฉพาะสำหรับดันเจี้ยนมาสเตอร์อย่างเธอที่มีหน้าที่ควบคุมทรัพยากรของโลกใบนี้ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไป

“เป็นเรื่องปกติที่คนจากต่างโลกส่วนใหญ่ไม่คิดจะใส่ใจขอเพียงตนเองได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ก็พอ”

เซรอสมีแพลนจะพาวาคาบะเดินชมฐานทัพลับใต้ดินแห่งนี้โดยเฉพาะสนามฝึกซ้อมใต้ดินซึ่งสามารถใช้เพื่อทดสอบเวทมนตร์สำหรับต่อสู้กับหุ่นดัมมี่ได้ ถึงแม้ว่าวาคาบะจะเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการใช้ชีวิตอยู่ในโลกภายนอกจะปลอดภัยไร้กังวล ดังนั้นเขาจึงคิดจะให้วาคาบะมาฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวรวมถึงฝึกฝนเวทมนตร์ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ฉุกเฉิน

และก่อนที่จะได้พาวาคาบะเดินไปยังสนามฝึกซ้อมนั้น ก็มีเสียงพูดที่ฟังคุ้นหูดังขึ้นจากทางไปยังเรือนเพาะชำ

“ขอโทษเจ้าค่ะ จะไม่ทำอีกแล้วเจ้าค่ะ”

“กรร!

ภาพที่ปรากฏในเวลาต่อมาเป็นสุนัขป่าสีดำตัวใหญ่เดินโผล่ออกมาจากทางแยกโดยมีร่างของมนุษย์กระต่ายขาวถูกคาบจนตัวลอยอยู่เหนือพื้น ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สำนึกในความผิดของตัวเองหยิบเอาแครอทขึ้นมากัดกินประหนึ่งต้องการท้าทายอำนาจมืด

วาคาบะเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะรู้แก่ใจดีถึงความแสบซนของมนุษย์กระต่ายที่ชื่อซาริเป็นอย่างดี

“คราวนี้ถูกจับได้คาหนังคาเขาเลยสินะ” เซรอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งดุเล็กน้อย

         การที่เฟนริลสามารถไล่ตามจับซาริได้แบบคาหนังคาเขาก็ต้องยอมรับว่าตัวมันพัฒนาขึ้นมากทีเดียว ปกติแล้วภารกิจขโมยแครอทของซาริระยะหลังมานี้มักจะประสบความสำเร็จอยู่เสมอทำให้เฟนริลต้องพัฒนาการเฝ้าระวังให้มากขึ้น และยิ่งเฟนริลสามารถไล่จับซาริได้ก็เป็นการการันตีได้ว่ามือสังหารฝีมือทั่วไปไม่มีทางเล็ดลอดการรับรู้ของมันได้อย่างเด็ดขาด

         เช่นเดียวกันกับการปล่อยให้ซาริดำเนินภารกิจขโมยแครอทก็เพื่อให้เธอพัฒนาศักยภาพในการซ่อนเร้นของตนเองต่อไป ยิ่งซาริพัฒนาในด้านนี้มากเท่าไหร่ทั้งเซรอสและเฟนริลก็จะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้มากเท่านั้น

         “ผิดไปแล้วเจ้าค่ะ จะไม่ทำอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซาริเสียงอ่อย แต่ก็ยังกัดกินแครอทต่อหน้าตาเฉย

         “เอาเป็นว่าฉันจะไปตรวจสอบที่ห้องนอนรังกระต่ายของเธอ คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการทำความสะอาดครั้งใหญ่”

         “ไม่นะเจ้าคะ” ซาริร้องเสียงหลง

         ซาริอาจทำงานบ้านได้อย่างไร้ที่ติก็จริงแต่คงต้องยกเว้นเรื่องความสะอาดในห้องของตัวเอง ทุกวันนี้ห้องนอนของซาริมักจะเต็มไปด้วยขยะของสะสมโดยเฉพาะกับแครอทที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้จนส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วห้อง ยังไม่รวมถึงขยะอย่างอื่นที่เอามาประดับห้องเลียนแบบการแต่งห้องของฟรานอีกด้วย

         “และเพราะเธอถูกจับได้พร้อมหลักฐาน นั่นหมายความจะไม่มีไอศกรีมส่วนของเธอในสุดสัปดาห์นี้”

         เหตุผลที่เซรอสจำเป็นจะต้องลงโทษก็เพื่อให้ซาริจดจำความผิดพลาดในครั้งนี้และต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ถูกเฟนริลจับได้อีกในครั้งต่อไป ขอเพียงแค่ซาริสามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันกับการเฝ้าระวังของทั้งเขาและเฟนริลได้โดยไม่ต้องพึ่งพา พลังลึกลับ ก็    พอจะวางใจได้ระดับหนึ่ง

         จัดการกำหนดบทลงโทษให้ซาริเสร็จสรรพก็ถึงเวลาพาวาคาบะเดินทัวร์ชมฐานทัพลับต่อ เนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้โดยพื้นฐานแล้วถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับฝึกซ้อมจึงไม่ได้มีห้องสำหรับกิจกรรมสันทนาการมากมายอะไรนัก นอกจากสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานที่กว้างพอจะให้มาลงว่ายน้ำเล่นในช่วงหน้าร้อนแล้วก็แทบจะสิ่งบันเทิงอะไรเลยอยู่ ทำเอาวาคาบะเริ่มรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้มีความน่าเบื่ออยู่นิดๆ

         “คุณลุงต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ถึงได้สร้างสระว่ายน้ำไว้ในฐานทัพลับใต้ดินแห่งนี้น่ะ”

         หากจำเป็นจะต้องเลือกสักที่ระหว่างสระว่ายน้ำในฐานทัพลับใต้ดินแห่งนี้กับสวนน้ำที่เซรอสสร้างไว้เพื่อใช้เป็นที่สาธารณะและมีผู้คนพลุกพล่าน วาคาบะคงไม่ลังเลเลยที่จะเลือกอย่างหลังเพราะการได้ว่ายน้ำภายใต้แสงแดดยังไงก็ให้ความรู้สึกที่ดีกว่ามาก

         “ฉันว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปแล้วล่ะ สระว่ายน้ำที่นี่ไม่ได้มีไว้เพื่อเล่นสนุกแต่เป็นสถานที่สำหรับจำลองการต่อสู้ใต้น้ำต่างหาก”

         กล่าวจบก็เดินไปที่แผงหน้าจอระบบสัมผัสข้างประตูและกดเลือกจำลองฉากกระแสน้ำเชี่ยวกราก

         และในวินาทีถัดมาสระว่ายน้ำก็มีความเคลื่อนไหวเกิดเป็นคลื่นกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากจากจุดหนึ่งสู่จุดหนึ่ง เซรอสทดสอบปรับระดับความรุนแรงที่มีตั้งแต่กระแสน้ำธรรมดาไปจนถึงระดับที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นระดับภัยธรรมชาติที่ลดขนาดลง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างสถานการณ์จำลองให้ฟรานได้ลองหาวิธีรับมือเพราะถึงแม้ว่าเหตุการณ์ภัยธรรมชาติจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นเลยตลอดชีวิตของคนคนหนึ่ง

         “น่าเสียดายที่ระบบนี้ยังไม่สมบูรณ์ดีนัก อย่างมากก็ทำได้แค่ระดับอุทกภัยทั่วไป”

         “ในส่วนของการจำลองต่อสู้ใต้น้ำจะมีหุ่นดัมมี่ถูกปล่อยออกมาเป็นจำนวนมาก เธอสามารถใช้พวกมันเป็นเป้าสำหรับฝึกซ้อมเวทมนตร์โจมตีใต้น้ำโดยไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น”

         “คุณลุงอย่าคิดเองเออเองสิ” วาคาบะพูดขัดขึ้น ถึงจะทราบแก่ใจดีว่าการฝึกนี้ค่อนข้างสำคัญมากแต่เธอก็เป็นถึงดันเจี้ยนมาสเตอร์เลยไม่มีความจำเป็นต้องมาฝึกหนักอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ

         เซรอสต้องการนำเสนอระบบการฝึกเพราะถึงวาคาบะจะดูไม่ค่อยมีความตั้งใจอยากจะฝึกซ้อมเวทมนตร์สักเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะว่าหากฟรานได้มาเห็นระบบจำลองการต่อสู้ใต้น้ำแห่งนี้ดีไม่ดีก็อาจจะมาใช้สถานที่แห่งนี้บ่อยพอๆ กับสนามฝึกซ้อมหลักอย่างแน่นอน

         ออกจากสระว่ายน้ำจำลองการต่อสู้ก็พาวาคาบะขึ้นลิฟต์ไปอีกหนึ่งชั้นซึ่งถูกกำหนดให้เป็นห้องพยาบาล ที่นี่มีอุปกรณ์การแพทย์ครบครันสามารถรักษาอาการป่วยทั้งภายนอกและภายในได้ แม้ว่าโลกใบนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์ก็ตามแต่แท้จริงแล้วมันก็ไม่อาจรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ครอบคลุม โดยเฉพาะกับอาการป่วยเฉพาะทางที่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดในการรักษาชีวิตเท่านั้น ดังนั้นอุปกรณ์การแพทย์ที่แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถใช้งานได้จึงมีความสำคัญมาก

         อีกทั้งเซรอสยังไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบโครงสร้างลักษณะทางกายภาพของดันเจี้ยนมาสเตอร์ว่ามีความแตกต่างจากคนทั่วไปมากน้อยแค่ไหน หากในอนาคตพบว่าเธอมีอาการป่วยจะได้ค้นหาวิธีการรักษาเฉพาะทางได้ถูกวิธี

         “เอ่อ...คุณลุงแน่ใจนะว่าตัวเองไม่ได้เป็นแค่พนักงานบริษัทเทคโนโลยีธรรมดาน่ะ” เด็กสาวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ

         ที่ผ่านมาเซรอสอ้างตัวว่าเป็นเพียงพนักงานบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกคู่ขนาน ดังนั้นการที่เขาจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีบางอย่างที่ล้ำสมัยก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ผิดปกติสักเท่าไหร่ แต่การที่พบว่านอกจากเรื่องนี้แล้วเซรอสยังมีความเชี่ยวชาญหลากหลายแขนงทั้งด้านดนตรี ด้านการออกแบบ ด้านเศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงด้านการแพทย์ ไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็ดูน่าสงสัยไปซะทั้งหมด

         “ในโลกคู่ขนานที่ฉันอยู่แม้แต่เด็กเกรดหกก็สามารถแก้สมการเมทริกซ์ได้สบายๆ ที่โลกนั้นมีการแข่งขันสูงมากเด็กทุกคนหลังจากที่เรียนจบต้องมีความเชี่ยวชาญมากกว่าสามสาขาเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสุดแล้ว ส่วนกรณีของฉันอยู่ในระดับมาตรฐานขั้นกลางล่ะนะ”

         “ฉันคิดว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกับคุณลุง”

         วาคาบะเชื่อในคำกล่าวอ้างของเซรอสอย่างสนิทใจ ไม่ว่าทฤษฏีเกี่ยวกับการมีอยู่ของโลกคู่ขนานที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ถกเถียงกันอยู่จะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม แต่การที่ทั้งเธอและเซรอสรวมไปถึงอดีตผู้กล้าทั้งหลายถูกส่งมายังต่างโลกคนแล้วคนเล่าก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้แล้วว่ามันน่าจะมีอยู่จริง ดังนั้นเธอจึงไม่มีความจำเป็นต้องมานั่งจับผิดคำพูดของเซรอสเพื่อพิสูจน์ความจริงให้เสียเวลาเปล่า

         “ว่าแต่ทำไมถึงพามาดูที่นี่ล่ะ ไม่ใช่ว่าโลกใบนี้มีเวทมนตร์รักษาบาดแผลอยู่แล้วหรอกเหรอ?”

         “จริงอยู่ที่การใช้เวทมนตร์รักษาบาดแผลนั้นค่อนข้างสะดวกมาก แต่มันก็ใช่ว่าจะครอบคลุมการรักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมด ตัวอย่างเช่นกรณีของโรคทางช่องปากที่ต่อให้มีเวทมนตร์ก็ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ เธอคงไม่รู้สินะว่าโลกใบนี้การถอนฟันที่ผุเป็นอะไรที่ทรมานอย่างมาก รวมไปถึงการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคเฉพาะทางที่เวทมนตร์ไม่อาจรักษาให้หายได้ ดังนั้นที่นี่เลยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์อะไรแบบนั้น”

         ฟังมาถึงตรงนี้สีหน้าของวาคาบะก็ดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ อุตส่าห์จินตนาการวาดฝันเกี่ยวกับการผจญภัยแสนสนุกในต่างโลกเสียดิบดีกลับถูกตบหน้าด้วยความจริงอันแสนโหดร้ายซะอย่างงั้น

นับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งที่มนุษย์คนแรกที่เธอได้พบเจอในต่างโลกนั้นคือเซรอส

ไม่อย่างนั้นเธออาจทำอะไรผิดพลาดและจบลงที่ต้องอาศัยหลบอยู่แต่ในดันเจี้ยนไปตลอดชีวิต

“ถึงเธอจะเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์แต่ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าร่างกายจะไม่มีการเสื่อมสภาพตามการเวลาหรืออาการป่วยแบบเดียวกับมนุษย์ปกติทั่วไปใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นฉันเลยอยากให้เธอเข้ารับการตรวจร่างกายที่นี่อย่างละเอียด”

“คุณลุงลามก” วาคาบะพึมพำเสียงเบา

 

         นับตั้งแต่ที่ได้กลับมาพักอาศัยอยู่ที่ไรด์การ์ดก็ไม่มีโอกาสได้ลงมาใช้บริการห้องฝึกซ้อมใต้ดินเลยสักครั้งเดียว

         และเพื่อเป็นการชดเชยช่วงเวลาที่เสียไปฟรานจึงได้กำหนดตารางฝึกซ้อมของช่วงวันหยุดสองสามวันนี้อย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าในชั่วโมงเรียนอาจารย์จะอนุญาตให้มีการจับคู่ซ้อมกับเพื่อนนักเรียนแต่เอาเข้าจริงฟรานแทบจะไม่ได้รับประสบการณ์ดีๆ จากการจับคู่ซ้อมเลย มิหนำซ้ำบทเรียนที่อาจารย์นำมาสอนโดยเฉพาะการฝึกซ้อมร่ายเวทมนตร์เร็วโจมตีใส่เป้าหมายที่ไม่เคลื่อนไหวจำนวนมากก็เป็นสิ่งที่ฟรานสามารถทำได้ชำนาญอยู่ก่อนแล้วด้วย

         ระบบจำลองสนามต่อสู้เป็นฉากพื้นที่ภูเขาหินที่มีความสลับซับซ้อน หุ่นจำลองที่สามารถขยับข้อต่อเหวี่ยงแขนสำหรับโจมตีระยะประชิดได้กลายเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อที่ทำให้ฟรานรู้สึกว่าเป็นการฝึกที่ท้าทายความแข็งแกร่งของตนเองอย่างมาก

         เด็กหญิงเอลฟ์กำลังถูกหุ่นจำลองที่เคลื่อนไหวสลับไปมาซ้ายขวาไล่ต้อนให้จนมุม แขนเหล็กที่เหวี่ยงฟาดมานั้นมีความรุนแรงที่น่ากลัวมากเป็นการบีบบังคับให้ผู้ฝึกต้องใช้ศิลปะเวทอยู่ตลอดเวลา พอถูกฟาดเข้าอย่างจังร่างของเธอก็กระเด็นไปอัดกระแทกกับโขดหินจำลองทว่าหุ่นจำลองก็ไม่ได้หยุดเคลื่อนไหวและบุกเข้าโจมตีแบบไม่ให้มีโอกาสได้พักหายใจ

         “สมกับเป็นความยากระดับสี่”

         หุ่นจำลองความยากระดับสี่มีความแข็งแกร่งด้านการต่อสู้เทียบเท่ากับนักผจญภัยแรงค์ B

         มันไม่ใช่ระดับความยากที่ฟรานจะสามารถก้าวข้ามมันได้ในเวลานี้

         ฟรานพยายามมองหาช่องว่างจากการเคลื่อนไหวของมันและสบโอกาสนี้กระโดดปีนขึ้นไปหลบอยู่บนโขดหินจำลอง นี่เป็นจุดบอดเดียวของระบบจำลองการเคลื่อนไหวของหุ่นที่ไม่ได้ถูกตั้งค่าให้ปีนขึ้นมาข้างบนนี้ได้ เดิมทีแล้วฉากสนามโขดหินนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อจำลองอุปสรรคขัดขวางผู้ใช้งาน บางพื้นที่ก็เป็นแอ่งหลุมทำให้ตำแหน่งยืนไม่มั่นคงและมีผลอย่างมากในการต่อสู้ คนส่วนใหญ่แล้วอาจไม่ตระหนักถึงปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้ทว่าในสถานการณ์จริงนั้นพวกเขาแทบจะไม่มีสิทธิ์เลือกพื้นที่ที่จะใช้ต่อสู้ได้อยู่แล้ว

         หุ่นจำลองคล้ายกับมีดวงตา มันขยับส่วนศีรษะเงยหน้าขึ้นมองจับตำแหน่งของเป้าหมายแต่ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรอีก

         “ยุติการฝึกซ้อม” ฟรานเอ่ยขึ้น

         สิ้นคำประกาศหุ่นจำลองตัวนั้นก็ก้มหน้าลงพร้อมกับยุติการทำงานของมันทันที ภาพทิวทัศน์ของสนามฝึกจำลองก็พลันมืดลง สนามจำลองโขดหินก็ถูกนำเก็บกลับลงไปสู่พื้นดินกลายเป็นเพียงสนามฝึกซ้อมโล่งๆ ขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่ถึงห้าวินาทีก่อนที่ไฟในสนามฝึกซ้อมจะกลับมาสว่างเหมือนเดิม

         รอยฟกช้ำตามร่างกายเป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่าฟรานยังคงอ่อนแอเกินกว่าจะเลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยแรงค์ B ได้ ไม่ว่าเกณฑ์การประเมินความสามารถของกิลด์นักผจญภัยจะระบุว่าเธอมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักผจญภัยแรงค์ B แล้วก็ตาม แต่ระบบการประเมินความแข็งแกร่งของที่นี่ดูจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเป็นไหนๆ นั่นเป็นสาเหตุที่ฟรานยังไม่รีบร้อนทำผลงานเป็นนักผจญภัยแรงค์สูงในเร็ววัน

         ร่างโฮโลแกรมของระบบสนับสนุนภายในบ้านอย่างอีวาปรากฏขึ้นพร้อมถาม

         [ไม่ทราบว่าต้องการตรวจสอบผลลัพธ์การประเมินความสามารถเลยหรือไม่?]

         “รบกวนด้วย”

         เมื่อได้รับคำสั่งยืนยันอีวาจึงดำเนินการเชื่อมต่อข้อมูลการประเมินความสามารถและนำแสดงขึ้นจอ

นี่เป็นระบบเก็บข้อมูลเชิงสถิติการฝึกแบบใหม่ที่เซรอสพัฒนาขึ้นและเป็นครั้งแรกที่ฟรานได้ลองใช้งานจริงจึงค่อนข้างตื่นเต้นกับผลประเมินอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนจอนั้นเป็นข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฟรานทั้งหมดตั้งแต่ข้อมูลการตรวจสุขภาพประจำปีไปจนถึงผลการประเมินศักยภาพร่างกายครั้งล่าสุด ผลลัพธ์จากประเมินทั้งหมดจะถูกนำไปคำนวณโดยใช้มาตรฐานขององค์กรแปลงค่าออกมาเป็นตัวเลขและกราฟเรดาร์เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

         แต่เนื่องจากโลกใบนี้มีตัวแปรสำคัญเป็นพลังเวทมนตร์ซึ่งปัจจุบันเซรอสยังหาวิธีการประเมินค่าออกมาเป็นตัวเลขที่แม่นยำไม่ได้ ค่าสถานะในส่วนของ พลังเวทมนตร์ จึงถูกเว้นว่างและแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ ??? ชั่วคราวจนกว่าจะค้นพบวิธีประเมินค่าที่เป็นมาตรฐานสากล

         ถึงแม้ว่าเซรอสจะออกแบบระบบเก็บข้อมูลเชิงสถิติออกมาได้ดีมากน้อยเพียงใด แต่ข้อมูลตัวเลขที่ปรากฏมานั้นสามารถกลับปลอมแปลงได้ง่ายมากหากอีกฝ่ายไม่ยินยอมให้ความร่วมมือและเลือกที่จะปกปิดความแข็งแกร่งที่แท้จริงเอาไว้ ดังนั้นเซรอสจึงยังไม่มีความคิดที่จะนำระบบประเมินความสามารถนี้ออกมาใช้อย่างเป็นทางการ

         “ไม่ดี”

         ฟรานไม่คิดมาก่อนเลยว่าศักยภาพร่างกายพื้นฐานของเธอนั้นจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินถึงเพียงนี้

         ถึงค่าสถานะด้านปฏิกิริยาตอบสนองจะค่อนข้างโดดเด่นมากที่สุด แต่เมื่อประเมินออกมาแล้วยังอยู่แค่ระดับ E อยู่ดี

         อย่างไรก็ตามผลการประเมินศักยภาพร่างกายของฟรานไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ตรงกันข้ามกับถูกประเมินเอาไว้สูงมากเสียด้วยซ้ำียด้วยการคำนวณของเซเนื่องจากฟรานอายุเพียงแค่ 14-15 ปีเท่านั้นเลือกที่จะปกปิดข้อม ต้องไม่ลืมว่าฟรานเป็นเอลฟ์ที่มีอายุได้เพียงแค่ 14-15 ปีเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นเพียงแค่การทดสอบศักยภาพร่างกายพื้นฐานที่ปราศจากความช่วยเหลือของพลังเวทมนตร์ การได้รับผลการประเมินระดับ E นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานค่าเฉลี่ยปกติของวัยรุ่นหนุ่มสาวเลยทีเดียว

         และด้วยเหตุนี้เองฟรานจึงได้กำหนดเป้าหมายใหม่ให้ตนเองได้แล้ว

         นั่นคือการพัฒนาศักยภาพร่างกายให้เป็นระดับ D






ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่านิยายเรื่อง ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า เคยถูกลอกพล็อตไปทั้งดุ้น

ปล. ในกลุ่มนักเขียนนิยายเคยมีคนโพสต์ถามเกี่ยวกับอารมณ์เกี่ยวกับความรัก ตอนแรกก็นึกอยากจะตอบกวนๆ ไปอยู่หรอก แต่พอลองนึกทบทวนให้ดีแล้วถึงได้รู้ว่า 'ไอ้ความรู้สึกเมื่อตอนนั้นมันใช่ว่ะ'

มันเป็นเรื่องเมื่อสมัยตอน ม.3 ซึ่งผมจำได้ดีเลยว่าเป็นแค่วันที่ไม่ต้องเรียนเพราะทางโรงเรียนจัดพิธีบางอย่างเลยให้นักเรียน ม.1-3 ขึ้นไปรวมกันที่หอประชุม วันนั้นผมเอานิยายเรื่อง Another Memory ไปอ่านด้วยและจำได้ขึ้นใจเพราะแม่งมีไอ้นกเวรอึตกใส่หัวผมพอดี แถมทำเอาหนังสือผมเลอะไปด้วยอึของมันเลยต้องถ่อไปซื้อเล่มใหม่มาแทนเล่มเก่า

อ๊ะ...นอกเรื่องสินะ แต่ประเด็นสำคัญมันมาหลังจากนี้

ตอนที่ผมกลับมาที่หอประชุมก็เป็นช่วงที่ครูปล่อยให้นักเรียนไปพักกันได้พอดี ตอนนั้นแหละที่ผมเดินไปเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่เรียนอยู่ห้อง 3 และเกิดความรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าช็อตแลบขึ้นมาชั่วแวบหนึ่ง แบบว่าโคตรจะเหมือนในอนิเมะเลย มันเป็นความรู้สึกที่แบบว่า 'คนนี้แหละใช่' แต่ด้วยนิสัยของผมที่ค่อนข้างเงียบแล้วก็เลยไม่มีโอกาสได้คุย ทำได้แค่แอบหาข้อมูลแต่ก็มารู้ภายหลังว่าเธอคนนั้นแอบคบกับรุ่นพี่คนหนึ่งอยู่

ตอนนั้นผมรู้ตัวเองดีแหละว่าตัวเองยังดีไม่พอ (ผมมีความคิดว่าอยากจะทำให้อีกฝ่ายมีความสุข แต่ถ้าต้องพามาเจอความลำบากเพียงเพราะชอบมากก็ดูจะเห็นแก่ตัว) ก็เลยไม่ได้ตามตื้อ แต่ก็มีโอกาสได้พูดคุยทำความรู้จักกันบ้าง ผ่านเพื่อนชายห้องสาม

ที่ตลกกว่าก็คงเป็นตอนที่ผมอยู่ ม.4 และได้ไปรู้จักกับรุ่นพี่ม.5 ที่อยู่ประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน รู้จักกันเพราะอีกฝ่ายเป็นแฟนคลับเดนตายของ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน และผมก็ชอบอ่านมังงะด้วยเลยสนิทกันมาก

แถมยังเรียน รด. ด้วยกันก็เลยมีโอกาสได้นั่งคุยเล่นกันตอนงานฝึกซ้อมสวนสนาม

จุดพีคอยู่ตรงที่ไอ้เพื่อนของรุ่นพี่คนนี้ดันเป็นคนที่คบกับผู้หญิงที่ผมแอบชอบเนี่ยสิ

แถมยังรู้อีกด้วยว่า ไอ้หมอนี่มันแอบคบซ้อนกับนักเรียนหญิงต่างสถาบัน...

แม่งเอ๊ย ยังกับพล็อตนิยาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 780 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #17110 Darsk-Darsk (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 21:24

    น่านับถือจริงๆรุ่นพี่

    #17,110
    0
  2. #17104 ป่ามืด (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 07:54
    รอ ซาริ จ้าาา
    #17,104
    0
  3. #17097 Juner_321 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 15:48
    I'll wait for your"ซาริ"!!!!!!!!!
    #17,097
    1
    • #17097-1 MIRROR(จากตอนที่ 232)
      26 มีนาคม 2564 / 15:50
      ไปอ่าน เรื่อง รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี ก่อนเถอะ
      #17097-1
  4. #17095 แงง (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 12:01

    รักวัยเรียนผมนี่ยาวยุ แต่สรุปแค่ใจความสั่นๆก็จเเหลือแค่ "ตื้อแทบตายสุดท้ายกลายเป็นหมา"

    #17,095
    0
  5. #17093 Vasz (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:12
    ชื่นชมพลอตเรื่องนะคับไม่คิดเสียดายเลยที่ติดตามมา มันสะท้อนอะไรหลายๆอย่าง และคิดว่ามันเป็พลอตเรื่องที่เขียนยากในระดับนึงเลย ที่จะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ต่างๆ มีจะทำให้สะท้อนผลมาเป็นลูกโซ่ การดำเนินเรื่องในเชิง เศรษฐศาสตร์ การการะทำของตัวละครที่จะมี Butterfly effect การสอนให้เห็นมุมมองของความเป็นจริงในโลกที่โหดร้าย การให้เตรียมพร้อมกับการรับมือ เหตุการณ์ต่างๆ ผมมองว่านิยายเรื่องนี้นอกจากจะอ่านได้ความสนุกแล้ว ยังได้แง่คิดในเชิงลึกอีกด้วย เล่ห์กล เหลี่ยม การเจรจา ต่างๆนาๆ ชื่นชมในผลงานเขียนมากๆเลยคับ
    #17,093
    0
  6. #17092 Katana (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:01

    ความรักสมัยเรียนเอาจริงๆก็ลืมไปหมดละ มีแต่ทำงานๆกลับมาก็เล่นเกมวนๆ

    #17,092
    0
  7. #17090 rocktoon555 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:30

    นี่สินะที่เขาเรียกว่าชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายซะกลบเรื่องหลักจืดไปเลย555

    #17,090
    0
  8. #17089 Black Shark (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:40

    บางทีก็อยากเห็นเรื่องนี้ แบบเวอร์ชั่น อีโรติก บางทีๆนะ

    555

    ผู้หญิงเยอะเหลือเกิน ไหนจะน้องต่ายจอมซน สาวเอลฟ์สุดคูล ขุนนางตกอัพเจ้าเสน่ห์ อัศวินสาวขี้สังสัย ผู้อำนวยการโลลิจอมซึน

    แล้วยังมีพี่สาวพนักงานกิลด์นักพจนภัยอีก

    เฮ่ออ.. ตัวละครผู้หญิงทั้งนั้นเลย นี้ยังไม่หมดเลยนะ เหลือเหล่าสาวน้อยในโรงเรียนเวทย์อีก555

    พิมพ์มาได้ไงเนี่ย
    #17,089
    0
  9. #17088 boyart28 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:17

    ซาริ หาได้มีความสำนึกไม่

    ฮาวทู วิธีฝึกกระต่ายให้เป็นนักย่องเบาhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-12.png

    #17,088
    0
  10. #17086 K02 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:34

    ตอนนี้ก็เรียนอยู่อะแหละแล้วช่วงนี้ใกล้ช่วงสอบเข้าแล้วด้วยพี่เขาบอกว่าจะเปลี่ยนที่เรียนจากรร.เดิมจะได้ไม่ต้องช่วยตามงาน...

    เราเลยพูดออกไปว่า"พี่สาวไม่ต้องห่วงไม่ว่าไปไหนหนูจะตามพี่ไปสุดขอบโลกเลย!!!" แบบบทพูดแม่งโครตซึ้งถ้าคนพูดไม่ใช่เราจะมีจุดประสงค์อื่นอะนะ

    ( ● ~ <)~☆▪♡`•°♡☆▪•°



    #17,086
    0
  11. #17085 K02 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:23

    เอาตรงๆนะเราไม่มีความรู้สึกแบบนั้นหรอกแต่แบบประมาณพวกโอตาคุที่บอกว่าชอบ2dอะ คนที่แบบกน้าตาดีเราก็ชอบนะแต่เป็นอีกความรู้สึกที่อยากสกินชิพ(อยากจับมือที่มันเนียนๆนุ่มๆเข้าใจป่ะ)อะ//เป็นคนที่ชอบสกินชิพ(กอด,ถูหน้า,จับมือ,กอดแขน,นอนทับมั้ง)มากๆแต่เวลาที่กับพี่สาวทีไรโดนเตะ+ศอกใส่ทุกที แถมลำเอียงให้พี่อีกคนกอดด้วยเหตุผลที่ว่าถูกกอดแล้วนุ่มนิ่มกว่า...






    ปล.เราเป็นผญ.นะเออ

    #17,085
    0
  12. #17084 โลกสีเงิน (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:33

    คิดอยู่เลยว่าไรท์หายไปนานละนะ
    ก็มาพอดี

    ปล.ไรท์โชคดีมากที่มีเพื่อนนักอ่านให้ได้คุยบ้าง นี่ไม่มีจนงงตัวเอง คือมีเพื่อนนะ แค่ไม่มีเพื่อนสายนักอ่าน
    #17,084
    0
  13. #17083 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:14

    ขอบคุณครับ

    ปล.ท้ายบท ปกติของชีวิต รุ่นผม ม6 วันๆยังคิดแต่ไปร้านเกม ไม่เคยได่คิดเรื่องรักๆใคร่ๆ

    #17,083
    0
  14. #17082 So Sober (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:24
    บทท้ายนี้ อ่านแล้วอยากให้ไรต์แต่งเป็นนิยายอีกเรื่องเลย
    #17,082
    0
  15. #17081 BB8888 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:12
    ชีวิตยิ่งกว่านิยาย
    #17,081
    0
  16. #17080 เต่าน้อยอารมณ์ดี (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:53
    ฮาวทูทำยังไงให้ทอค์ลของไรท์เด่นกว่าเนื้อเรื่อง ผ่ามมมม
    #17,080
    0
  17. #17079 ImagineSystem (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:45
    ท้ายตอนนี่ ถ้าไม่บอกว่าชีวิตจริง นึกว่าจะเปิดตัวนิยายเรื่องใหม่
    #17,079
    0
  18. #17078 เดินเล่น (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:22

    สนุกมากครับ

    #17,078
    0
  19. #17077 prach57 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:29
    ตอนนี้ที่เขียนมา สู้ด่านล่างไม่ได้เลนยน
    #17,077
    0
  20. #17076 Rhythm (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:04
    ชีวิตจริงไม่ต่างจากนิยาย หรืออาจจะยิ่งกว่านิยายยยยายายายยยย---------(เอ็คโค่)
    #17,076
    0
  21. #17075 MozartTx (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:01
    ซาริ ออกมาแป๊ปเดียว
    สงสัย มัวแต่ ไปเล่นกับ เมซี่
    เรื่องปล่อยแม่มดนั้นซะอยู่
    แหม ถ้ามีตอนพิเศษ เมซี่
    หลงมาเจอ ซาริ ได้ละก็ บันเทิงแน่ เซรอส ได้ปวดหัว x2
    #17,075
    1
    • #17075-1 MIRROR(จากตอนที่ 232)
      23 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:04
      เมซี่พุ่งเข้าใส่ปีศาจ...ซาริวิ่งหนีจากปีศาจ....โคตรเข้ากันจริงๆ
      #17075-1
  22. #17074 Pada Papillon (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:54
    ซานิ (-_-)
    #17,074
    1
    • #17074-1 Pada Papillon(จากตอนที่ 232)
      23 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:55
      ซาริ สิ ไม่ต้องแก้ให้ทุกครั้งก็ได้ โทรศัพท์
      #17074-1
  23. #17073 thanadon16152 (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:55
    ลอกพล็อต.. เรื่องอะไรพอจะแง้มๆได้บ้างไหมครับ
    #17,073
    1
    • #17073-1 Blue Soul(จากตอนที่ 232)
      23 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:03
      พิมพ์ชื่อนิยายเรื่องนี้ใน Google เดี๋ยวก็เห็นเองแหละ
      #17073-1
  24. #17072 NessZero (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:29
    เศร้าจริงสู้เขาซาโตชิ
    #17,072
    0
  25. #17071 Fikusa (จากตอนที่ 232)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:05
    พล็อตนิยายสุดแสนจะเรียล ฮ่าๆๆๆๆ น่าสงสาร
    #17,071
    0