ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 231 : SS3 Episode Seventy-Six : ใส่ร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 846 ครั้ง
    27 ม.ค. 64

SS3 Episode Seventy-Six

 

เรือนกระจกสีขาวทั้งสี่หลังที่เห็นอยู่ทางด้านนั้นสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับทดลองปลูกพืชสายพันธุ์ที่เติบโตขึ้นเฉพาะถิ่นค่ะ ส่วนผลผลิตที่ได้ก็จะนำมาแปรรูปเป็นสินค้าส่งออก จนถึงตอนนี้สิ่งที่ปลูกเอาไว้ก็มีอยู่หลายอย่างโดยเฉพาะมะเขือเทศที่เป็นสายพันธุ์จากทางตอนเหนือ มีรสชาติที่หวานกรอบอมเปรี้ยวเล็กน้อยสามารถทานได้โดยตรง แตกต่างจากสายพันธุ์อื่นที่ให้รสชาติเลี่ยนและมีกลิ่นเหม็นเขียวจนทานได้ยากค่ะ…”

คาเรน เรเบียสอธิบายรายละเอียดให้เดลฟีโอน่าได้รับทราบระหว่างทำหน้าที่เป็นผู้นำทางไปตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ในเขตปกครองของตนเอง

“…นอกจากมะเขือเทศแล้วก็ยังมีพวกมะนาวสายพันธุ์ไลม์ซึ่งจะมีขนาดของลูกที่ค่อนข้างใหญ่ มีความเปรี้ยวที่นุ่มนวลและให้น้ำในปริมาณที่มากกว่ามะนาวสายพันธุ์ทั่วไป กับ พริกหรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อผลไม้ปีศาจแดงที่มีความเผ็ดร้อนอย่างมากทว่าหากควบคุมปริมาณการใช้อย่างเหมาะสมจะสามารถนำมาประกอบปรุงอาหารได้หลากหลาย แล้วก็ยังมีมันสำปะหลังที่หากได้รับการส่งเสริมการเพาะปลูกจะสามารถนำมาทดแทนพืชเกษตรกรรมหลักอย่างธัญพืชที่มีราคาค่อนข้างผันผวนอยู่ตลอดเวลาได้ค่ะ”

มาถึงหน้าอาคารเรือนกระจกหมายหลังที่หนึ่งก็เปิดประตูให้ทหารอัศวินเดินเข้าไปตรวจสอบหาดูสิ่งผิดปกติ

ตะกร้าผลผลิตที่วางเรียงรายอยู่ข้างผนังนั้นมองผิวเผินแล้วอาจดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ ยกเว้นว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกที่อาจจะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติได้จากผลผลิตในตะกร้ากับผลผลิตที่ยังคงงอกงามอยู่บนต้น ซึ่งมันเป็นผลลัพธ์ของสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นโดยพลังในการสร้างของเซรอสทำให้ได้รับผลผลิตในทุกๆ 2-3 วัน เพียงพอสำหรับนำไปต่อยอดเป็นสินค้าแปรรูปได้อย่างสบายๆ

“ไม่เคยเห็นมะเขือเทศที่ลูกใหญ่แบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ แน่ใจเหรอว่ามันทานสดได้”

         เดลฟีโอน่าเคยมีโอกาสได้ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ของขุนนางชั้นสูงอยู่หลายครั้งจึงค่อนข้างรู้สึกเอียนกับเมนูอาหารที่มีมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบ รสชาติของมันก็ไม่นับว่าแย่นักเพราะถึงแม้มันจะทานได้เนื่องจากผ่านกรรมวิธีการปรุงแต่งเพื่อกลบกลิ่นเหม็นเขียวมาแล้ว แต่ถ้าต้องมาทานทั้งลูกโดยไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งรสชาติอื่นก็คงยากที่จะกลืนมันลง

         “ลองทานดูได้นะคะ” คาเรนกล่าว จากนั้นเดินไปที่ต้นและเด็ดมะเขือเทศลูกที่ดูสดสวยที่สุดมาสองลูก

         อัศวินสาวรับมะเขือเทศมาและมองดูมันด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ภาพจำเกี่ยวกับฝันร้ายของมะเขือเทศที่เคยทานสมัยเด็กหวนย้อนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง พอเห็นท่านหญิงทานเป็นตัวอย่างให้ดูก็กลั้นใจลองกัดไปเพียงครึ่งคำก่อนจะพบว่ารสชาติของมันไม่ได้แย่อย่างที่คิดเอาไว้ ความหวานกรอบอมเปรี้ยวเล็กน้อยกับเนื้อที่ค่อนข้างแน่นและไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวช่วยให้ง่ายต่อการกินมาก

         “นี่มันอร่อยมาก ไม่ต่างอะไรกับผลไม้เลย”

         “นี่เป็นสาเหตุที่ดิฉันตั้งราคาให้สูงประมาณ 1.5 เท่าของราคาปกติค่ะ”

         พอได้ลองลิ้มลองด้วยตัวเองแล้วก็ไม่รู้สึกแปลกใจกับราคาซื้อขายมะเขือเทศของเขตปกครองเรเบียสที่สูงผิดปกติราวกับจงใจเพิ่มราคาให้สูงขึ้นเพื่อตกแต่งบัญชีรายรับรายจ่าย ทว่าหากขายส่งพวกมันในราคาเดียวกันกับมะเขือเทศสายพันธุ์ปกติเกรงว่าจะทำให้มะเขือเทศเหล่านั้นมีความเสี่ยงที่จะขายไม่ออกเพราะทุกคนจะต้องเลือกซื้อแค่มะเขือเทศของเขตเรเบียสเท่านั้น ผลกระทบที่ตามมาคงรุนแรงมากอย่างแน่นอน

         “เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นมะนาวที่ส่งขายในตลาดก็คงเหมือนกันสินะ”

         “ค่ะ” คาเรนยอมรับตามตรง

         การตรวจสอบอาคารเรือนกระจกหลังแรกใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีก็แล้วเสร็จ ทหารอัศวินไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติอะไรจึงกลับมารายงานต่อเดลฟีโอน่าก่อนที่จะพากันไปตรวจสอบอาคารหลังถัดไปซึ่งเพาะปลูกมะนาวสายพันธุ์ไลม์เอาไว้ และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เดลฟีโอน่าต้องประหลาดใจกับคุณภาพของมะนาวสายพันธุ์นี้ที่เหนือกว่าสายพันธุ์ปกติหลายสิบเท่า ถึงคาเรนจะอธิบายความแตกต่างของข้อดีและข้อเสียระหว่างสองสายพันธุ์นี้เอาไว้แล้ว แต่ถ้าต้องเลือกซื้อสักอย่างหนึ่งเธอย่อมเลือกสายพันธุ์ไลม์มากกว่า

         อาคารเรือนกระจกหลังที่สามถูกใช้สำหรับเพาะปลูกต้นผลไม้ปีศาจแดง กลิ่นของมันทำให้โพรงจมูกเกิดอาการระคายเคืองจนมีทหารอัศวินบางนายเกิดอาการแพ้กลิ่นพริกจนต้องรีบนำออกมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น เดลฟีโอน่าไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจเพราะทราบดีว่าผลไม้ปีศาจแดงมีความร้ายกาจมากน้อยเพียงใด ดังนั้นหลังจากที่พบความผิดพลาดก็แก้ไขด้วยการนำผ้ามาปิดจมูกอย่างน้อยก็ช่วยลดอาการระคายเคืองได้ระดับหนึ่ง

         อาคารเรือนกระจกหลังสุดท้ายมีไว้สำหรับเพาะปลูกมันสำปะหลัง ฟังจากที่คาเรนอธิบายแล้วพบว่าประโยชน์ของมันสำปะหลังมีมากมายมหาศาลและสามารถช่วยแก้ปัญหาความหิวโหยของชาวบ้านในพื้นที่ที่ความช่วยเหลือเข้าถึงได้ยากมาก เดลฟีโอน่าเคยมีโอกาสได้ทานเฟรนช์ฟรายส์ซึ่งเป็นผลผลิตจากมันสำปะหลังเพียงสองสามครั้งและพบว่ามันค่อนข้างอร่อยมาก นี่ยังไม่รวมถึงเมนูอาหารสารพัดในร้านอาหารนางเงือกที่มีมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลักอีกด้วย

         หากมีการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องได้

         “ไม่ทราบว่าท่านหญิงพอจะแบ่งปันภูมิปัญญาการเพาะปลูกมันสำปะหลังให้พวกเกษตรกรได้หรือไม่?”

         เดลฟีโอน่าทราบดีว่าสิ่งที่ร้องขอไปนั้นค่อนข้างที่จะเห็นแก่ตัวมาก แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัญหาเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ส่งผลให้ราคาของธัญพืชเกือบทั้งหมดพุ่งสูงขึ้นจนกลายเป็นการสร้างภาระให้กับชาวบ้านที่มีรายได้ไม่มากนัก นอกจากนี้มันสำปะหลังก็เหมือนจะเป็นแหล่งรายได้หลักของเขตปกครองเรเบียสหากมีคนเพาะปลูกมากขึ้นราคาของมันก็จะตกลงและทำให้กลุ่มการค้าเซเรนเสียผลประโยชน์อย่างมาก

         “ได้สิคะ” คาเรนตอบ ปรายตามองดูมันสำปะหลังในตะกร้าที่มีน้ำหนักรวมกันแล้วก็หลายตัน “อันที่จริงดิฉันมีความตั้งใจที่จะเผยแพร่พืชชนิดนี้ให้กับเกษตรกรนำไปเพาะปลูกอยู่ก่อนแล้วค่ะ จริงอยู่ที่ดิฉันสามารถทำเงินจำนวนมหาศาลได้จากการเป็นผู้จำหน่ายมันสำปะหลัง แต่ลำพังเขตปกครองเรเบียสซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดไม่อาจตอบสนองต่ออุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลาได้ แทนที่จะเป็นผู้จำหน่ายเพียงรายเดียวไม่สู้เผยแพร่วิธีการเพาะปลูกเพื่อรักษาราคากลางไม่ดีกว่าเหรอคะ? อีกทั้งการที่ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้นก็ยังเป็นการช่วยควบคุมราคาของธัญพืชทางอ้อมอีกด้วย”

         ความตั้งใจของท่านหญิงคาเรนนั้นควรค่าแก่การส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง น่าเสียดายที่ตระกูลเรเบียสมีตำแหน่งยศเพียงแค่บารอนจึงถูกจำกัดขอบเขตการทำงานเพียงแค่ดูแลเขตของตนเองเท่านั้น ต่อให้อยากจะช่วยเหลือสนับสนุนความเป็นอยู่ของชนชั้นรากหญ้าสักแค่ไหนก็ทำได้เพียงเขียนหนังสือส่งถึงผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าและสุดท้ายหากความคิดเห็นที่เสนอไปนั้นให้ผลลัพธ์ออกมาดีมากก็จะถูกฮุบผลงานไว้แต่เพียงผู้เดียว

         นี่อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บรรดาขุนนางไม่ยินยอมทำงานร่วมกันก็เป็นได้

         “ขอเพียงไม่เกินขอบเขตอำนาจสั่งการของทางเรา หากท่านหญิงประสงค์ความช่วยเหลือในด้านใดขอให้บอกมาได้”

         หากปล่อยให้คาเรนดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องกว่าที่ผลลัพธ์จะแสดงผลก็อาจจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำก็ประมาณ 2-3 ปี เนื่องจากพวกขุนนางทั้งหลายต่างก็อยากจะรับเอาความสำเร็จนี้เป็นผลงานของตนเอง อีกทั้งพวกเขาอาจจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้จากข้อมูลที่คาเรนมอบให้ ดังนั้นมันคงดีกว่าถ้าใช้อำนาจของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เข้าช่วยส่งเสริม

         “เช่นนั้นดิฉันก็ขอรบกวนท่านเดลฟีโอน่ารับหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลนี้ค่ะ”

         คาเรนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งมอบหน้าที่เผยแพร่การเพาะปลูกมันสำปะหลังให้กับเดลฟีโอน่าเพราะเชื่อว่าวิธีนี้จะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น อย่างน้อยก็มั่นใจได้เลยว่าพวกขุนนางทั้งหลายคงไม่กล้าล่วงเกินอำนาจของอัศวินศักดิ์สิทธิ์และยึดความสำเร็จเป็นผลงานของตนเองเป็นแน่

         ทหารอัศวินตรวจสอบอาคารเรือนกระจกหลังสุดท้ายครบทุกตารางนิ้วและไม่พบสิ่งผิดปกติจึงรีบกลับมารายงานให้ทราบ พวกเขาจำเป็นจะต้องตรวจสอบเขตปกครองแห่งนี้ทุกซอกทุกมุมอยู่แล้วจึงไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้ ทางเดลฟีโอน่าเองก็คงเริ่มมั่นใจแล้วว่าท่านหญิงคาเรนเป็นผู้บริสุทธิ์หลังจากที่ได้ตรวจสอบบันทึกการสั่งซื้อและพบเข้ากับเบาะแสสำคัญที่สามารถสาวไปถึงบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ดังนั้นการตรวจสอบนี้จึงไม่ต่างอะไรกับพิธีการอย่างหนึ่งเท่านั้น

         โรงงานผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในเขตปกครองเรเบียสที่มีวางกำลังป้องกันค่อนข้างแน่นหนาเพราะต้องรักษาความลับของสูตรการผลิตเอาไว้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้เคยถูก หนู ลอบเข้ามาขโมยความลับในการผลิตถึงสองครั้งในระยะเวลาไล่เลี่ยกันแม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วจะถูกเบลูก้าจับกุมตัวไว้ได้ก็ตาม ดังนั้นเดลฟีโอน่าจำเป็นจะต้องระมัดระวังในการตรวจสอบให้มากขึ้นเพราะเธอคงไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทำให้สูตรการผลิตสินค้ารั่วไหลทั้งที่อีกฝ่ายยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเป็นอย่างดี

         “นั่นคงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกใช่ไหม?” เดลฟีโอน่ามองไปทางโรงงานแห่งหนึ่งที่รูปแบบการก่อสร้างค่อนข้างแปลกตากว่า

         “ค่ะ เป็นโรงงานผลิตไลท์สติ๊กค่ะ”

         โรงงานแห่งนี้ได้เซรอสเป็นคนออกแบบเพราะความสามารถของช่างก่อสร้างนั้นมีอยู่จำกัด นอกจากนี้อุปกรณ์ในการผลิตแม้จะสามารถสร้างได้โดยฝีมือของช่างตีเหล็กแต่การติดตั้งเครื่องมือการผลิตก็ยังต้องพึ่งพาผู้คิดค้นอย่างเซรอสอยู่ดี

ยังดีที่ว่าขั้นตอนในการผลิตสินค้านั้นไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ล่ะนะ

“สินค้าสามารถส่งออกได้สักเท่าไหร่?”

“เท่าที่คำนวณดูจากความเร็วในการผลิตแล้วคงได้สักประมาณ 5000-6000 ชิ้นสำหรับการส่งสินค้าให้ในล็อตแรกค่ะ”

“เหตุใดถึงไม่เพิ่มกำลังการผลิตล่ะ มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบหรือคนงาน?” เดลฟีโอน่าถาม

ปัจจุบันทางกองทัพเองก็เริ่มให้ความสนใจกับประสิทธิภาพของไลท์สติ๊กหลังจากได้รับตัวอย่างไปทดลองใช้จึงมีความต้องการที่จะสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก มิหนำซ้ำข่าวนี้ยังรั่วไหลไปถึงหูของบรรดาขุนนางชั้นสูงทั้งหลายที่รู้สึกว่าควรจะใช้อำนาจบังคับให้ท่านหญิงคาเรนในการส่งมอบสูตรการผลิตมาดำเนินการผลิตใช้งานเอง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามความตั้งใจของพวกเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือหลังมีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอย่างฟ้าที่ผ่าลงมาเผาไหม้รถม้าจนเกรียมด้วยความบังเอิญขณะเตรียมจะเดินทางกลับคฤหาสน์หลังมีมติจะใช้อำนาจบีบบังคับขอสูตรการผลิตมาให้จงได้

อาจฟังดูเหลือเชื่อแต่เดลฟีโอน่าก็เคยได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับปาฏิหาริย์แห่งพระเจ้าที่ลงโทษอาณาจักรไอทาเรียและวิหารศักดิ์สิทธิ์เพียงเพราะต้องการใช้อำนาจส่วนตัวเพื่อครอบครองตัวของท่านหญิงคาเรนมาเสริมอำนาจให้ตนเอง

“ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาทางด้านของบรรจุภัณฑ์ที่ต้องผลิตขึ้นมาด้วยตัวเองค่ะ แต่ด้วยศักยภาพของเขตปกครองเรเบียสในปัจจุบันการจะผลิตขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการจำนวนมากนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ มีเพียงการยกระดับการผลิตขึ้นมาอยู่ในรูปแบบของกลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้นที่พอจะตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้ค่ะ แต่การทำเช่นนั้นก็ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานอยู่เพราะหากเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องก็จะทำให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำกว้างขึ้น”

เดลฟีโอน่ายอมรับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่คาเรนกล่าวมาแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วก็เพียงแค่ต้องขยายโรงงานการผลิตและว่าจ้างแรงงานมนุษย์ให้มากขึ้นเหมือนที่พวกพ่อค้าส่วนใหญ่นิยมทำก็สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้แล้ว

“ลำพังเพียงแค่ขยายโรงงานการผลิตและว่าจ้างแรงงานมนุษย์มากขึ้นเป็นวิธีการที่ทำได้ไม่ยากก็จริง แต่หากดิฉันทำเช่นนั้นจริงท่านเดลฟีโอน่าคิดว่าจะมีผู้ใดบ้างที่ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้กันคะ?”

“นั่นมันก็” เดลฟีโอน่าลองขบคิดอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะเบิกตากว้าง

ท่านหญิงคาเรนเพียงแค่เผยรอยยิ้มและไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก

 

การตรวจสอบเขตปกครองเรเบียสที่มีอาณาเขตพื้นที่ค่อนข้างกว้างภายในระยะเวลาเพียงครึ่งวันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางทฤษฏี ขั้นตอนการตรวจสอบตามปกติแล้วผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจำเป็นจะต้องถูกกักบริเวณเป็นการชั่วคราวโดยมีทหารคอยเฝ้าจับตามองอยู่ตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการแอบกระทำการบางอย่างลับหลัง และการตรวจสอบนั้นก็อาจจะต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 สัปดาห์ซึ่งก็อาจส่งผลกระทบทำให้ท่านหญิงคาเรนถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมงานประชุมขุนนางของปีนี้

และนั่นหมายความว่าตระกูลเรเบียสจะต้องโดนถอดถอนชื่อออกจากการเป็นขุนนางโดยปริยาย

เดลฟีโอน่าตระหนักถึงความสำคัญของงานประชุมขุนนางสำหรับตระกูลเรเบียสในปีนี้ได้เป็นอย่างดี การที่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในเวลาแบบนี้เป็นไปได้มากว่ามันเป็นความจงใจให้ร้ายมากกว่าความบังเอิญ

ทว่าโชคยังดีที่ท่านหญิงคาเรนเป็นคนละเอียดรอบคอบและมีบันทึกที่ลงข้อมูลสำคัญไว้ค่อนข้างละเอียดทำให้การตรวจสอบพื้นที่สำคัญของเขตปกครองเรเบียสสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งวัน อีกทั้งยังได้รับเบาะแสสำคัญที่จะช่วยสาวไปถึงตัวการที่อยู่เบื้องหลังออกมาได้อีกด้วย

“ต้องขอขอบคุณท่านหญิงที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเป็นอย่างดี ไม่คิดเลยว่าตระกูลเอคแลนด์จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย”

เหตุผลที่เดลฟีโอน่ายอมรับหลักฐานที่ว่าตระกูลเอคแลนด์มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นตัวการที่อยู่เบื้องหลังในครั้งนี้เป็นเพราะทางราชวงศ์เองก็พยายามเฝ้าจับตามองดูความเคลื่อนไหวอย่างลับๆ มาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว เชื่อว่าตระกูลเอคแลนด์นั้นเป็นเพียงหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดที่ให้การสนับสนุนการก่อกบฏและมีการลักลอบติดต่อกับบุคคลที่มาจากอาณาจักรอื่น

ทว่าก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลอยู่ดีว่าเหตุใดถึงได้เลือกท่านหญิงคาเรนเป็นเป้าหมายในการใส่ร้ายในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามหลักฐานที่ได้รับมาในครั้งนี้ก็ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะเอาผิดตระกูลเอคแลนด์ได้ล่ะนะ

“ถึงอย่างนั้นก็ยังมีจุดที่น่าสงสัยอยู่ เหตุใดตระกูลเอคแลนด์ถึงไม่ยอมใช้ตัวแทนที่สืบประวัติไม่ได้ในการติดต่อซื้อขาย?”

“นั่นคงเป็นเพราะดิฉันกำหนดเงื่อนไขของผู้ที่จะสามารถติดต่อซื้อขายเอาไว้ค่ะ หากคนคนนั้นไม่สามารถสืบประวัติความเป็นมาได้ดิฉันเลยเกรงว่าสินค้าที่ส่งมอบให้ไปนั้นอาจจะถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ถึงแม้ว่านั่นจะทำให้ดิฉันได้รับเงินจำนวนมากกลับมาแต่ดิฉันก็มีความรับผิดชอบในฐานะของขุนนางคนหนึ่งเช่นกันค่ะ”

         ในอดีตเคยมีกรณีตัวอย่างให้เห็นเกี่ยวกับการที่พ่อค้ากลุ่มหนึ่งสนใจเพียงแค่ผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น ดังนั้นจึงเลือกที่จะจัดหาสินค้าส่งให้กับทั้งสองฝ่ายจนทำให้เหตุการณ์ครั้งนั้นบานปลายใหญ่โตและกินระยะเวลายาวนานกว่าสามปี จากเหตุการณ์ครั้งนั้นขุนนางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้รับโทษทัณฑ์ที่รุนแรงในขณะที่กลุ่มพ่อค้าเพียงแค่หลบหนีออกจากอาณาจักรและไปเสวยสุขกับความร่ำรวยของตนเอง

         “คิดว่าทางนั้นคงคาดไม่ถึงว่าดิฉันจะรอบคอบในการลงบันทึกการซื้อขายละเอียดขนาดนี้ล่ะมั้งคะ”

         “นั่นมีความเป็นไปได้มากทีเดียว”

         หากไม่เห็นด้วยตาของตัวเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าจะมีคนประเภทนี้อยู่จริง

         ปกติแล้วพ่อค้าส่วนใหญ่ที่เน้นการค้าเพื่อทำกำไรคงไม่ลงรายละเอียดมากถึงเพียงนี้

นี่อาจจะเป็นจุดแข็งของท่านหญิงคาเรนที่ตระกูลเอคแลนด์มองข้ามไป

“เวลานี้เรามีเบาะแสเพียงแค่ว่าตระกูลเอคแลนด์ติดต่อซื้อขายสินค้าอาหารแปรรูปจากกลุ่มการค้าเซเรนเท่านั้น ถึงอย่างนั้นเบาะแสชิ้นนี้ยังไม่มีน้ำหนักมากพอจะนำมาใช้เป็นหลักฐานในการเอาผิดอีกฝ่ายได้ และเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมฉันจึงอยากจะขอความร่วมมือท่านหญิงในการแสดงละครตบตาโดยหวังว่าอีกฝ่ายจะตายใจและเผยหางออกมา แม้ว่าการทำแบบนี้จะทำให้ชื่อเสียงของท่านหญิงต้องแปดเปื้อนแต่ฉันขอเอาเกียรติของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เป็นเดิมพันเลยว่าจะต้องหาหลักฐานเอาผิดตระกูลเอคแลนด์และคืนความยุติธรรมให้กับท่านหญิงให้ได้ก่อนถึงงานประชุมขุนนางอย่างแน่นอนค่ะ”

อัศวินศักดิ์สิทธิ์โน้มศีรษะลงและทาบมือวางบนอกเพื่อแสดงความจริงใจต่อคาเรน

“ท่านเดลฟีโอน่า” คาเรนอุทานเสียงเบา

เนื่องจากเดลฟีโอน่าในเวลานี้เป็นทั้งตัวแทนของวิหารศักดิ์สิทธิ์และของราชาแห่งไอทาเรีย การที่เธอลดศีรษะลงให้กับขุนนางยศบารอนคนหนึ่งนั้นเป็นการกระทำที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง นั่นหมายความว่าเดลฟีโอน่าพร้อมเดิมพันทุกอย่างกับแผนการในครั้งนี้

“กรุณาเงยหน้าขึ้นเถอะค่ะ” คาเรนทอดถอนใจและเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ “ดิฉันในฐานะผู้นำตระกูลคนปัจจุบันยินดีให้ความร่วมมือในแผนการครั้งนี้ค่ะ ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของตระกูลเรเบียสจะต้องแปดเปื้อนจากแผนการในครั้งนี้แต่มันก็เป็นเพียงแค่สถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นแล้วดิฉันขอฝากอนาคตของตระกูลเรเบียสทั้งหมดไว้กับท่านเดลฟีโอน่าค่ะ”

 

         ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งวันข่าวลือเรื่องที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์นำกำลังทหารหลายสิบนายเดินทางไปยังเขตปกครองเรเบียสก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว บรรดาพ่อค้าทั้งหลายที่เสียผลประโยชน์จากการกระทำของกลุ่มการค้าเซเรนก็ตัดสินใจปล่อยข่าวลือออกไปโจมตีเพื่อทำให้กิจการของกลุ่มการค้าเซเรนเสียหาย บ้างก็ว่าสินค้าจากกลุ่มการค้าเซเรนทำให้ชาวบ้านจำนวนมากป่วยด้วยโรคประหลาด บ้างก็บอกว่าท่านหญิงคาเรนลักลอบติดต่อกับกลุ่มโจรป่าเพื่อทำลายกิจการของคู่แข่ง มีกระทั่งว่าจ้างคนมาสวมรอยเป็นคนงานที่หนีออกมาจากเขตปกครองเรเบียสและสร้างข่าวลือที่ทำให้ท่านหญิงคาเรนเป็นคนเลวร้ายขึ้นมา

         ส่วนคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำสัญญากับกลุ่มการค้าเซเรนนั้นยังไม่มีความเคลื่อนไหวและตั้งใจจะรอดูสถานการณ์ไปก่อนสักสองสามวัน ระหว่างนี้ก็ให้ส่งคนออกไปรวบรวมข้อมูลข่าวสารเพราะพวกเขาไม่คิดว่าท่านหญิงคาเรนจะเป็นคนเลวร้ายดั่งในข่าวลือ แต่ก็มีบางคนที่ตื่นตูมกับสถานการณ์นี้มากและไม่อยากที่จะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย พวกเขาตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติความสัมพันธ์กับกลุ่มการค้าเซเรนในทันทีและเปลี่ยนไปร่วมมือกับกลุ่มการค้าอื่นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

         กิลด์นักผจญภัยที่เป็นกลุ่มองค์กรที่ได้รับผลประโยชน์จากกลุ่มการค้าเซเรนมากที่สุดก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจากกิลด์มาสเตอร์นั้นมีความเคารพต่อตัวหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลเรเบียสและทราบแก่ใจดีว่าคนคนนั้นไม่มีทางกระทำสิ่งเลวร้ายเป็นอันขาด เป็นไปได้ว่าจะต้องมีคนอยู่เบื้องหลังและป้ายความผิดให้ตระกูลเรเบียสอย่างแน่นอน นอกจากนี้กิลด์มาสเตอร์ยังได้รับรายงานมาจากกลุ่มนักผจญภัยที่เคยร่วมงานกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ในภารกิจล่าสุดจึงพอจะคาดเดาสถานการณ์บางอย่างได้

         แต่กับกิลด์การค้านั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นทางตรงกันข้าม ไม่เพียงพวกเขาจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแสดงจุดยืนให้เป็นที่แน่ชัดเท่านั้นแต่กลับเลือกที่จะนิ่งเฉยและยังคงทำหน้าที่ของตนเองต่อไปราวกับว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน สินค้าที่มีอยู่ในโกดังสินค้าก็ยังคงนำไปจำหน่ายตามปกติและแอบเพิ่มมูลค่าสินค้าไปเล็กน้อยเพราะหากเรื่องที่ท่านหญิงคาเรนถูกตรวจสอบเป็นความจริง สินค้าจากกลุ่มการค้าเซเรนก็จะไม่ถูกป้อนเข้าสู่ตลาดไปชั่วระยะหนึ่งจนกว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้

         จนกระทั่งตอนเย็นก็มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากคนที่แอบไปสอดแนมดูความเคลื่อนไหวในเขตปกครองเรเบียสและพบว่าที่นั่นถูกกองกำลังทหารของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เข้าควบคุมเป็นที่เรียบร้อย มันเลยทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มหลงเชื่อในข่าวลือที่ปรากฏขึ้นมาในวันนี้และนำไปเล่าขยายความต่อกันอย่างสนุกปาก บางคนที่เปิดร้านขายไส้กรอกเพื่อหาเลี้ยงชีพต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากสายตาของผู้คนจนต้องยอมแพ้และปิดร้านเป็นการชั่วคราวเนื่องจากว่ายังไม่มีประกาศความผิดออกมาอย่างเป็นทางการ

         และแน่นอนว่าเมื่อมันเป็นข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดอยู่ตอนนี้เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังตัวจริงจะไม่รู้

         ด้วยภาพและเสียงที่ได้รับมาจากกล้องสอดแนมที่ติดตั้งไว้ในคฤหาสน์เรเบียสทำเอาชายหนุ่มเผลอขยับรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว






บทนี้ค่อนข้างเขียนออกมายากมากทีเดียว

กว่าจะดันจนจบได้นี่ใช้เวลากว่าสองอาทิตย์...

จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก ติดนิยายเรื่อง ปล่อยแม่มดนั่นซะ...อ่านจนตาแฉะ

จากนั้นก็อ่าน แมงมุมแล้วไง ข้องใจเหรอคะ? ต่ออีก 9 เล่ม

อ๋อ แล้วก็ยังมี amoung us อีก 30 กว่าพาร์ทของคุณ HRK

นอกจากนี้แล้วก็ยังพยายามมองหานิยายแนว YURI น่าเสียดายที่ปัจจุบันยังไม่มีใครคิดจะเขียนเลยเนี่ยสิ ไล่ดูแต่ละทีก็มีแต่แนวนอร์มอลที่พระเอกเป็นแม่ทัพบ้างแหละ อ๋องบ้างแหละ รัชทายาทเปิ่นหว่างบ้างแหละ...ใช่ๆ อย่างเรื่อง หลบไปท่านราชครูมาแล้วเงี้ย... แต่ก็อยากได้แบบที่ตัวเอกหญิงมีพรวิเศษแล้วไปเอาชนะใจนางเอกหญิงที่ถูกสามีเขียนหนังสือหย่าไล่ตะเพิดออกมาพร้อมกับลูกน้อยในท้อง

แม้ภายหลังอีกฝ่ายจะพยายามมาทำดีด้วยเพื่อขอโอกาสอีกสักครั้งเพื่อแก้ตัว แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับความรักที่ตัวเอกหญิงมอบให้กับนางเอกมาตลอด... ต่อให้พยายามจะใช้อำนาจแย่งลูกคืนก็ทำไม่ได้เพราะตัวเอกหญิงนั้นเก่งมากกกกกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 846 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,178 ความคิดเห็น

  1. #17142 KurotsukiHoshi (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 / 20:50
    มันไม่ใช่มันสำปะหลัง มันเป็นแป้ง!!!
    #17,142
    0
  2. #17109 Darsk-Darsk (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 21:13

    https://writer.dek-d.com/Singhastar/writer/view.php?id=165765

    ลองอ่านดูครับ คล้ายๆ กับความต้องการของไรท์ น่าจะพอถูไถไปได้


    #17,109
    0
  3. #17091 Freedom Pen (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:20
    มันสำปะหลัง ไม่ได้ใช้ทำเฟรนช์ฟรายด์นะครับ ถ้านำมาโดนความร้อนเลยเป็นพิษด้วยซ้ำ ถ้าจำไม่ผิด
    #17,091
    1
    • #17091-1 MIRROR(จากตอนที่ 231)
      24 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:30
      ผมแถได้ครับ...เพราะมันเป็นสายพันธุ์ต่างโลก เอิ้กๆ
      #17091-1
  4. #17087 ArchLord (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:41

    "มัน"ที่ใช้ทำแฟรนฟรายมันคือมันผรั่งนะไม่ใช้มันสำปะหลัง

    #17,087
    0
  5. #17062 เป็นนักอ่านครับ (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:48
    นี่คืออารมณ์ค้างจากนิยายเรื่องอื่นเลยมาแปะท้ายตอนเหรอ 5555+
    #17,062
    0
  6. #17061 tanagorn29 (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:04
    คนที่แอบนั่งมองคนอื่นวิ่งตามแผนที่ตัวเองวางไว้เหมือนกับอยู่บนฝ่ามือตัวเอง เซรอสนี้เอง
    #17,061
    0
  7. #17058 natdanai0112 (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 13:03

    ไม่รู้ว่ารู้กรือเปล่า เรื่องที่ไรท์อ่านมีแบบมังงะด้วยนะ ผมกำลังติดตามอยู่ แต่ไม่ใช่แปลไทยนะ แปลไทยก็มีนะ

    https://www.kingsmanga.net/manga/release-that-witch/

    #17,058
    1
    • #17058-1 MIRROR(จากตอนที่ 231)
      30 มกราคม 2564 / 13:03
      อ่านหมดแหละจ้า
      #17058-1
  8. #17055 นำ้ดีลงไต (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 00:41

    จัดเลยครับ แต่งมันอีกเรื่องเลย ไปให้สุดแล้วหยุดที่ไหดอง วะฮะฮ่า!

    #17,055
    0
  9. #17054 Fujisou (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 21:37
    ตอนสุดท้ายนั่นใช่เซรอสป่ะ
    #17,054
    0
  10. #17053 Fujisou (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 21:37
    เมื่อไหร่จะมาต่ออีกคะ อยากอ่านต่อ ค้างมากมาหลายรอบ
    #17,053
    0
  11. #17051 ฺBooker (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 12:19

    เดี๋ยวตามไปอ่านด้วยคน ไลท์ ยังไม่ได้อ่านเลย แต่น้องแมงมุมอ่านเล่ม 10 จบล่ะ รู้สึกจะไล่ทันที่ลงเวปอื่นทันแล้ว



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 มกราคม 2564 / 12:46
    #17,051
    2
    • #17051-2 ฺBooker(จากตอนที่ 231)
      30 มกราคม 2564 / 03:39
      😁
      #17051-2
  12. #17050 Katana (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 06:32

    อยากได้ตอนต่อยาวๆเลย ค้างละ

    #17,050
    0
  13. #17048 คนอ้วนคนหนึ่ง (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 22:29
    Release that witch ผมก็อ่านเหมือนกัน ชอบมาก เป็นนิยายของคนจีนที่แทบไม่มีความเป็นนิยายจีนเลย 555555
    เสียดายรีบจบไปหน่อย
    #17,048
    2
    • #17048-1 guy46769(จากตอนที่ 231)
      28 มกราคม 2564 / 01:15
      มีกี่ตอนหรอครับ
      #17048-1
    • #17048-2 MIRROR(จากตอนที่ 231)
      28 มกราคม 2564 / 01:29
      1499 ตอน
      #17048-2
  14. #17047 loliz (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 21:40
    เป็นพี่เลี้ยงเด็ก งานกรรมกรก็มา ไหนต้องไปบู้กับคนร้าย ทำงานเป็นเบ๊ทุกอย่าง คุ้มเลยนะพระเจ้าที่เชิญเซรอสมานี่
    #17,047
    0
  15. #17043 foxymonsterEX (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 17:34
    เอาจริงๆอยากบอกว่าบทแนวๆนี้ดูเขียนยากมากจริงๆ ถ้าต้องคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อไม่ให้มันขัดแย้งกัน แล้วก็เสริมๆความรู้แนวสาระ เข้าใจว่าไรท์ไม่อยากให้มันเกิดplot hole กับเรื่องนี้ เลยค่อยๆเขียน แต่ส่วนตัวผมคิดว่าถ้ามีตอนแนวๆนี้บ่อยๆอาจจะทำให้คนอ่านสับสนกับเหตุการณ์บางอันเพราะรายละเอียดดูเยอะ แล้วก็ทำให้เนื้อเรื่องดูเดินช้ากว่าที่ควรจะเป็นด้วยครับ
    #17,043
    0
  16. #17042 boyart28 (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 16:21

    สรุปไรท์อู้นี่หว่า ไม่มีอารมณ์แต่งอะดิ หลบไปหาความสบายใจแล้วค่อยมาแต่งต่อhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-12.png

    #17,042
    0
  17. #17041 เต่าน้อยอารมณ์ดี (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 12:52
    ทอล์คของไีรท์เตอร์เจ็บปวดจัง 5555555 นิยายแนวตลาดตอนนี้ทั้งนั้น
    #17,041
    0
  18. #17040 Nazzga2 (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 11:30
    ตอนนี้ก็รอไฮไล Amon us ของตาเอก ในฉากโป๊ะคอนเนอร์อยู่ เหมือนกัน โดยเฉพาะฉาก ตรูเป็นอิโพสเตอร์ครับเอาตรูออกไปที
    #17,040
    2
    • #17040-1 MIRROR(จากตอนที่ 231)
      28 มกราคม 2564 / 11:48
      ผมรอฉาก 'ไฟไม่ได้ดับอยู่เหรอ' แต่คาดว่าคงไม่มี
      #17040-1
    • #17040-2 g0oouj11(จากตอนที่ 231)
      28 มกราคม 2564 / 13:37
      คุ้นๆว่าช่องของ I am Sometime จะลงไฮไลฉากนี้ใว้อยู่นะครับ
      #17040-2
  19. #17039 Thank You (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 10:33

    ขอบคุณครับ

    #17,039
    0
  20. #17038 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 09:57

    ขอบคุณครับ

    #17,038
    0
  21. #17037 EXboss (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 09:49
    น้องแมงมุมสุดกาว ที่เนื้ออย่างดาร์ค แต่ไม่ดาร์ค เพราะ ความน่ารักอันสดใสไร้สมองไปนิดของน้องแมงมุมไงละ
    #17,037
    0
  22. #17036 chayen1243 (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 08:50
    อีกอย่างเปลี่ยนจากมันสำปะหลังเป็นมันฝรั่งได้ไหม มันสำปะหลังมันเอาไว้ทำแป้ง แค่คิดว่าเอามันสำปะหลังไปทำเฟรนช์ฟรายก็รู้สึกพะอืดพะอม
    #17,036
    2
  23. #17035 chayen1243 (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 08:43
    เปลี่ยนสายพันธุ์มะนาวหน่อย ไลม์จะผลสีเขียวเปรี้ยวจี๊ดออกขมนิดหน่อยให้กลิ่นหอมน้อย ส่วนที่ไรต์อะธิบายมามันเลม่อน

    ส่วนจะเปลี่ยนไม่เปลี่ยนแล้วแต่เลยแค่อ่านแล้วขัดใจเฉยๆ
    #17,035
    0
  24. #17034 kathin440 (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 07:09
    สรุปใช้เป็นมันสำปะหลังใช่มั้ยครับไรท์ มันขัดๆกับเฟร้นฟราย ขอบคุณที่เขียนไห้อ่านนะครับ 💕💕
    #17,034
    0
  25. #17033 ทิวาและราตรี (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 07:01
    แมงมุมติดตามมาตั้งแต่แปลเถื่อนจนมาถึง LC
    คงอีกนานกว่าจะถึงตรงที่แปลเถื่อนแปล
    #17,033
    0
  26. #17025 d-xxxxx (จากตอนที่ 231)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 02:04
    เม้นแรก
    #17,025
    1
    • #17025-1 Uselessuser(จากตอนที่ 231)
      28 มกราคม 2564 / 13:15
      ผมเม้นก่อน นายพลาดแล้ว 555
      #17025-1