ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 229 : SS3 Episode Seventy-Four : ตรวจสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 786 ครั้ง
    23 ธ.ค. 63

SS3 Episode Seventy-Four

 

         หากมองเมืองไรด์การ์ดผ่านมุมมองของนักเดินทางต่างถิ่นที่เข้ามาพักอาศัยเป็นการชั่วคราวคงรู้สึกได้ว่ามันเป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบสุขในระดับหนึ่ง ถึงจะยังมีเหตุการณ์ก่ออาชญากรรมเล็กๆ อย่างการล้วงกระเป๋าเกิดขึ้นกับนักเดินทางต่างถิ่นที่ไม่ระวังตัวอยู่บ้าง แต่โดยภาพรวมแล้ววิถีชีวิตของผู้คนในเมืองแห่งนี้นับว่าดีกว่าเมืองอื่นหลายเท่า ทั้งด้านราคาของอาหารบางอย่างที่คนซึ่งมีรายได้ไม่มากนักสามารถจับจ่ายได้ไม่ติดขัด ทั้งด้านความสะอาดที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน แต่หากพวกเขาเหล่านี้เดินทางมาถึงเมืองไรด์การ์ดก่อนหน้านี้สักสองสามสัปดาห์เชื่อว่าคงต้องขอกลับไปคิดทบทวนดูใหม่อีกรอบอย่างแน่นอน

         ทว่าเบื้องหลังอันแสนสงบสุขนั้นแท้จริงแล้วกลับเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาหมาดๆ และบทสรุปของเหตุการณ์ดังกล่าวก็ถูกปกปิดความจริงโดยฝีมือของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เดลฟีโอน่าเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล เพราะหากพวกเขาทราบว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ซึ่งเปรียบได้ดั่งสัญลักษณ์แห่งความหวังของมนุษยชาติเกือบจะต้องพ่ายแพ้ให้กับศัตรูลึกลับกลุ่มหนึ่งเกรงว่าถึงตอนนั้นคงเกิดความวุ่นวายเป็นแน่

         เดลฟีโอน่า เอเชอวาเรียนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้าหลังต้องไล่อ่านเอกสารรายงานการลาดตระเวนของทหารอัศวินที่ถูกมอบหมายหน้าที่ตรวจสอบเรื่องราวบางอย่างในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ก็พอจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของหน่วยข่าวกรองที่ต้องกลั่นรองรายงานและทำสรุปย่อลงมาให้เหลือเพียงไม่กี่หน้ากระดาษก่อนจะส่งให้ขึ้นมาบ้างแล้ว ลำพังแค่รายงานสถานการณ์เพียงเรื่องเดียวก็มีมากกว่าหนึ่งร้อยแผ่นซ้ำยังไม่ได้ผ่านการเรียบเรียงเนื้อหาทำให้ลำบากทำความเข้าใจอยู่ไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะต้องดำเนินการอย่างลับๆ ก็คงจัดหน่วยข่าวกรองมาช่วยเรียบเรียงข้อมูลได้แล้ว

         รายงานทั้งหมดที่ได้รับมาแทบจะไม่มีเบาะแสที่จะเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มคนลึกลับพวกนั้นได้เลย ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพียงแค่ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจมืดที่พวกผู้มีอำนาจแอบลักลอบกระทำการอย่างลับๆ หากเป็นในสถานการณ์ปกติไม่มีทางที่เดลฟีโอน่าผู้รักความยุติธรรมจะยอมอยู่นิ่งเฉยอย่างเด็ดขาด ทว่าตอนนี้มีเรื่องใหญ่กว่านั้นเกิดขึ้นจึงต้องจัดความสำคัญมาเป็นอันดับแรกดังนั้นเธอเลยต้องจำใจปล่อยอีกฝ่ายไปก่อน

         เบาะแสเพียงอย่างเดียวที่ยืนยันได้ในตอนนี้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนลึกลับอย่างแน่นอนก็คือ ศิลาสีดำลึกลับ ซึ่งได้มาจากการสังหารคริมสัน โอเกอร์เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน จากการนำมาตรวจสอบดูเบื้องต้นพบว่ามันเป็นวัตถุที่ถูกสร้างขึ้นโดยเวทมนตร์บางอย่างและมีระดับความอันตรายสูงมาก เพียงวางมันลงบนพื้นหญ้าไม่นานก็ส่งผลให้ต้นหญ้าบริเวณรอบข้างเริ่มแห้งเหี่ยวราวกับว่ามันสามารถดูดกลืนพลังชีวิตได้ เมื่อทราบดังนั้นเดลฟีโอน่าจึงใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ผนึกมันเอาไว้เป็นการชั่วคราวและตั้งใจว่าจะส่งไปให้ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ดำเนินการจัดการต่อ

         ส่วนอีกหนึ่งเบาะแสที่ยังยืนยันไม่ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนลึกลับหรือไม่นั้นก็คือ แผ่นไม้ไหม้ไฟปริศนา ที่เก็บกู้มาได้จากการส่งทหารไปตรวจสอบหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นและพบเข้ากับฐานลับแห่งหนึ่งซึ่งถูกเผาทำลายจนไม่เหลือซาก ส่วนที่ไหม้ไฟไปนั้นชัดเจนว่ามีบรรดาอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงอาหารกับเศษชิ้นส่วนกระดาษที่นิยมใช้ในการทำแผนที่ ทว่าโชคยังพอจะเข้าข้างอยู่บ้างเพราะสิ่งที่เหลือรอดจากเศษซากเหล่านั้นคือแผ่นไม้ที่เผาไหม้ไม่หมด โดยที่บนแผ่นไม้ชิ้นนั้นมีตัวอักษรที่วางสลับกันไปมาเหมือนรหัสลับและสัญลักษณ์รูป นางเงือก

         หากพูดถึงสัญลักษณ์รูปนางเงือกนั้นก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ตามท้องตลาดในปัจจุบัน เนื่องจากมันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของกลุ่มการค้าเซเรนซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยท่านหญิงคาเรน เรเบียส

         เดลฟีโอน่าเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับท่านหญิงคาเรนเป็นการส่วนตัวอยู่หลายครั้งและเชื่อสนิทใจว่าเธอคนนี้ไม่มีทางทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้อย่างเด็ดขาด แต่ด้วยสถานะของเดลฟีโอน่าเป็นอัศวินจึงต้องไม่ปล่อยให้ความสัมพันธ์มาทำให้การสืบสวนไม่เป็นกลาง ดังนั้นเธอจึงได้สั่งให้ทหารผู้ใต้บังคับบัญชาพยายามตรวจสอบสถานการณ์ภายในเขตปกครองเรเบียสอยู่นานหลายวัน รวมไปถึงความเคลื่อนไหวของท่านหญิงคาเรนและพ่อบ้านคนสนิทในช่วงเวลานี้ด้วย

         จนถึงบัดนี้เขตปกครองเรเบียสก็ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติไม่มีพฤติการณ์ที่น่าสงสัย มีบ้างที่ท่านหญิงคาเรนจะเดินทางเข้าเมืองเพื่อปรึกษาหาทางรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับกิลด์การค้าและกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์นักผจญภัย ความกระตือรือร้นที่มีต่อสถานการณ์ปัจจุบันและเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือประชาชนทำให้เดลฟีโอน่ามองว่าท่านหญิงคาเรนมีความเป็นเจ้าเมืองมากกว่าผู้ใดเป็นไหนๆ หากไม่ใช่เพราะตำแหน่งของตระกูลที่เป็นเพียงบารอนซึ่งไม่ได้มีอำนาจในการปกครองเมือง แต่เป็นถึงไวเคานต์ที่จะมีสิทธิ์ปกครองดินแดนหรือเมืองได้ก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าจะพัฒนาไปได้ไกลมากเพียงใด

         ก๊อกๆๆ

         “เข้ามา” เดลฟีโอน่าเอ่ย พลันยกมือขึ้นนวดคลึงดวงตาหวังจะช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้บ้าง

         ทหารอัศวินนายหนึ่งเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องทำงานและเห็นเดลฟีโอน่ากำลังจัดระเบียบท่าทางของตนเองจึงรีบแสดงความเคารพแบบอัศวินก่อนจะหยิบกระดาษชุดหนึ่งซึ่งเป็นรายงานเกี่ยวกับการสอดแนมเขตปกครองเรเบียสมาส่งมอบให้

         เดลฟีโอน่ารับเอกสารดังกล่าวมาพลิกอ่านดูอย่างรวดเร็วและพบว่าเนื้อความข้างในบอกรายละเอียดแทบจะเหมือนกันในทุกๆ วัน หากไม่ใช่เพราะทหารที่ส่งไปสอดแนมนั้นขี้เกียจเกินกว่าจะบันทึกรายละเอียดที่เหลือก็เป็นไปได้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ที่อาศัยในเขตปกครองเรเบียสนั้นสงบสุขอย่างมากจนแทบจะไม่ต้องรับความช่วยเหลือใดๆ จากโลกภายนอกเลย

         “สถานการณ์ในเขตปกครองเรเบียสถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ท่านเดลฟีโอน่าแน่ใจหรือครับว่าท่านหญิงคาเรนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” ทหารอัศวินนายนั้นถาม เขาเป็นหนึ่งในอัศวินที่ได้เข้าร่วมการต่อสู้และทราบถึงความร้ายกาจของศัตรูลึกลับกลุ่มนี้เป็นอย่างดี

         ถึงกระนั้นการกล่าวหาว่าท่านหญิงคาเรนมีความเกี่ยวข้องกับศัตรูลึกลับกลุ่มนั้นก็ออกจะเกินเลยไปหน่อย

         เพราะมันเป็นข้อหาร้ายแรงเทียบเท่ากับการก่อกบฏและมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต

         “ข้าไม่สามารถให้คำตอบนี้ได้ ท่านหญิงคาเรนอาจจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ก็ได้ดังนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องตรวจสอบดูความเคลื่อนไหวของเธออย่างรอบคอบ หากจำไม่ผิดดูเหมือนว่าตัวของท่านหญิงคาเรนจะหายสาบสูญไปอยู่ช่วงระยะหนึ่งไม่ใช่หรือ? แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็มาปรากฏตัวเพื่อเข้าร่วมงานแต่งงานของตระกูลมาร์วินและก็หายไปในเวลาต่อมาพร้อมกับหญิงรับใช้อีกสามคน ทว่าเมื่อกลับมาคราวนี้หญิงรับใช้ทั้งสามคนนั้นก็ไม่ได้กลับมาด้วยกัน” เดลฟีโอน่าอธิบายจากเบาะแสที่เธอสามารถหามาได้ให้กับทหารอัศวินนายนั้นฟัง

         “หากเจ้ามองว่าท่านหญิงคาเรนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เช่นนั้นข้าก็มีคำถามที่หวังว่าเจ้าจะให้คำตอบที่ช่วยคลายข้อสงสัยได้”

กล่าวจบก็หยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาขีดเขียนบางสิ่งลงไปจากนั้นก็ใช้ปลายปากกาขนนกวงบนพื้นที่ว่างระหว่างข้อความ

“ในช่วงเวลากว่าหนึ่งเดือนท่านหญิงคาเรนหายตัวไปอยู่ที่ไหน และหากเธอเดินทางไปเจรจาการค้าจริงเหตุใดจึงไม่มีรายงานการเดินทางเข้าออกระหว่างเมือง เจ้าจะบอกว่าทหารที่นั่นทำตัวเกียจคร้านอย่างนั้นหรอกหรือ?”

“...” ทหารอัศวินนายไม่สามารถให้คำตอบได้จึงนิ่งเงียบไป

         จากเบาะแสที่ได้รับนี้เองทำให้เดลฟีโอน่าเกิดความสงสัยจึงตัดสินใจส่งคนไปคอยตรวจสอบความเคลื่อนไหวที่เขตปกครองเรเบียส หาดูว่าท่านหญิงคาเรนมีการลักลอบติดต่อกับบุคคลภายนอกในช่วงหลังจากที่กลับมาแล้วหรือไม่ แต่เธอกลับพบรายชื่อของบุคคลน่าสงสัยคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาบนรายงานที่ถูกส่งมาเมื่อไม่กี่วันก่อน

         เซรอส แอชเชอร์

         ถึงจะทราบอยู่ก่อนแล้วว่าทั้งสองเป็นคนรู้จักกันแต่หากพิจารณาจากสถานภาพทางสังคมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้วการเดินทางเข้าไปเพื่อขอพบเป็นการส่วนตัวก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดูน่าสงสัยอยู่ไม่น้อย ทว่ารายละเอียดต่อมาที่บอกว่าเขาไปเพื่อรับตัวมนุษย์สัตว์คนหนึ่งจากการฝากให้ทดลองทำงานระยะสั้นที่คฤหาสน์ตระกูลเรเบียสก็ช่วยคลายข้อสงสัยได้ในที่สุด

         หากเป็นเช่นนั้นจริงก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรที่เซรอสจะอาศัยความสัมพันธ์ในการฝากฝังคนของตนให้ทดลองทำงานระยะสั้น

         “แล้วพวกเราจะทราบได้อย่างไรครับว่าท่านหญิงคาเรนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่?” ทหารอัศวินถามต่อ เพราะหลายวันมานี้การเฝ้าตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเขตปกครองเรเบียสแทบจะไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย

         “ย่อมต้องเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเอง”

         ต้องขอบคุณความพยายามอย่างหนักของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ช่วยตรวจสอบหลักฐานที่เก็บกู้มาได้จนหาความเกี่ยวข้องกับกลุ่มการค้าเซเรนได้ในที่สุด เพียงเท่านี้ก็มีเหตุผลมากพอที่จะขอเข้าตรวจค้นเขตปกครองเรเบียสอย่างถูกต้องตามกฎและยังเป็นการรักษาเกียรติของท่านหญิงคาเรนไม่ให้มัวหมอง เพราะเดลฟีโอน่าทราบดีว่าสถานการณ์ในช่วงนี้สำหรับขุนนางแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับสงครามเย็นที่ต้องแข่งขันกันสร้างผลงานเพื่อตัดสินว่ายังสมควรที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าวอยู่หรือได้รับการเลื่อนยศตำแหน่งหรือไม่

         ในฐานะที่เติบโตมาในแวดวงสังคมชั้นสูงเดลฟีโอน่าย่อมมีโอกาสได้เห็นการต่อสู้ของบรรดาขุนนางที่มีความโหดร้ายไม่แพ้การทำสงครามอย่างซึ่งหน้า พวกเขาจะหาวิธีการสารพัดมาใช้เพื่อใส่ร้ายป้ายสีอีกฝ่ายหรืออาจจะใช้การลักพาตัวบุตรชายหญิงของฝ่ายตรงข้ามมาเป็นเครื่องต่อรองแย่งชิงอำนาจ หากว่าสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อป้ายสีให้ตระกูลเรเบียสในฐานะของผู้สนับสนุนให้มีการก่อกบฏ เท่ากับว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างเธอกำลังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ของขุนนางซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้อย่างเด็ดขาด

 

         การที่เดลฟีโอน่าตัดสินใจเลือกทหารอัศวินให้ติดตามไปด้วยเพียงไม่กี่คนก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมเกิดขึ้น หากเป้าหมายของศัตรูนั้นแท้จริงแล้วเป็นการพยายามที่จะป้ายความผิดให้กับตระกูลเรเบียสก็มีความเป็นไปได้มากว่าอาจมีการแฝงตัวปะปนเข้ามาเหมือนเคย เนื่องจากเดลฟีโอน่าไม่ชำนาญเวทมนตร์ตรวจสอบเวทมนตร์นอกรีตจึงไม่อยากเสี่ยงนำกำลังคนไปโดยไม่มีการตรวจสอบโดยเด็ดขาด และถ้าหากเป้าหมายนั้นเป็นการสังหารท่านหญิงคาเรนด้วยแล้วนี่คงเป็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียวที่จะเข้าประชิดถึงตัว

         นึกขึ้นได้ว่าเมื่อปีที่แล้วท่านหญิงคาเรนก็เคยตกเป็นเป้าหมายขององค์กรมือสังหารทวิดารามาก่อน

         พอมาลองคิดดูแล้วการที่ท่านหญิงคาเรนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการตกเป็นเป้าหมายสังหารตลอดเวลา ก็คงไม่น่าแปลกใจหากท่านหญิงคาเรนจะมีวิธีการเดินทางที่สามารถหลบเลี่ยงการเปิดเผยตำแหน่งของตนเองในที่สาธารณะได้

         เดินทางออกจากเมืองไรด์การ์ดมาทางทิศตะวันออกเป็นระยะทางร่วมหลายสิบกิโลเมตรก็มองเห็นสันกำแพงอิฐที่วางเรียงอย่างสวยงามตลอดแนว ด้วยความที่กำแพงอิฐมีความสูงเพียงไม่มากจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันการบุกรุกจากผู้ประสงค์ร้าย เป็นไปได้มากว่าคงทำขึ้นเพื่อแสดงขอบเขตพื้นที่ของตระกูลเรเบียสซะมากกว่า และนอกจากนี้การที่จงใจสร้างให้เป็นกำแพงเตี้ยก็เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของสิ่งที่อยู่นอกกำแพงได้ง่ายขึ้น

         บริเวณทางเข้าสู่เขตปกครองของตระกูลเรเบียสก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากโดยเฉพาะประตูทางเข้าที่ถูกสร้างขึ้นมาขวางกั้นเส้นทางเดินของรถม้าหรือเกวียนขนส่ง เวรยามที่ถูกนำเข้ามาประจำการก็ผ่านการฝึกงานมาอย่างเข้มงวดจนทำหน้าที่ได้แทบจะใกล้เคียงกับทหารยามหน้าประตูเมืองซึ่งพวกเขานั้นเดิมทีก็เป็นทาสที่ถูกซื้อตัวมาใช้งาน ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวที่มองเห็นก็คงจะเป็นการที่เวรยามเหล่านี้ไม่ได้ถูกฝึกฝนด้านการต่อสู้จึงไม่น่าจะรับมือกับผู้บุกรุกได้ดีนัก

         “ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์!?” เวรยามชายคนหนึ่งพึมพำ

         “ข้ามาขอเข้าพบท่านหญิงคาเรน”

         เวรยามทั้งสองลอบมองหน้ากันก่อนที่จะเดินมาช่วยกันเปิดประตูให้จนเดลฟีโอน่ารู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ปกติ

         “ไม่คิดจะส่งคนไปแจ้งต่อท่านหญิงหรือยังไง?” อัศวินหญิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

         “ไม่จำเป็นขอรับ ท่านหญิงคาเรนได้แจ้งเรื่องการมาของท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว”

         เดลฟีโอน่าตัดสินใจมาที่เขตปกครองเรเบียสอย่างกะทันหันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ท่านหญิงคาเรนจะคาดการณ์เรื่องนี้ได้อย่างเด็ดขาด ยกเว้นว่าท่านหญิงคาเรนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคาดการณ์ได้ว่าทางเดลฟีโอน่าจะต้องสืบทราบจนต้องมาตรวจสอบด้วยตัวเองอย่างแน่นอน หากเป็นเช่นนั้นจริงการแสดงออกอย่างเปิดเผยครั้งนี้ก็ออกจะดูผิดวิสัยของผู้ร้ายไปสักหน่อย

         ธรรมดาแล้วการขอเข้าพบกับท่านหญิงคาเรนนั้นจำเป็นจะต้องพักรถม้าไว้ที่คอกรับรองและรอให้หัวหน้าพ่อบ้านเบลูก้าออกมารับที่หน้าประตูด้วยตัวเองก่อนจึงจะเข้าไปภายในได้ เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากแต่ความเป็นระเบียบนี้เองทำให้เขตปกครองเรเบียสมีบรรยากาศเงียบสงบ เดลฟีโอน่าไม่มีปัญหากับการทำตามกฎดังกล่าวจึงยอมที่จะลงจากหลังม้าประจำตัวและขึ้นไปนั่งบนรถม้าพร้อมด้วยทหารอัศวินอีกสองสามนาย ส่วนคนที่เหลือนั้นต้องไปใช้เกวียนบรรทุกสินค้าแทน

         ระหว่างที่รถม้ากำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ก็มีโอกาสได้สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเขตปกครองเรเบียสตลอดสองข้างทางที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด บนพื้นที่ซึ่งเคยว่างเปล่าบัดนี้มีอาคารหลังใหญ่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำเป็นโรงงานสำหรับการผลิตสินค้าชนิดใหม่และหากพิจารณาจากตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่ห่างไกลจากพื้นที่เพาะปลูกหรือโรงงานอาหารแปรรูปก็พอจะคาดเดาสินค้าชนิดใหม่นี้ได้ไม่ยาก เดลฟีโอน่าเคยเห็นความเปลี่ยนแปลงมาแล้วครั้งหนึ่งจึงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนักต่างจากพวกทหารอัศวินที่เพิ่งจะมีโอกาสมาเยือนเป็นครั้งแรกย่อมมีท่าทีตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

บรรยากาศของเขตปกครองเรเบียสค่อนข้างเงียบสงบและปราศจากความวุ่นวายเฉกเช่นในเมืองใหญ่ ถึงเขตปกครองของขุนนางตระกูลอื่นจะมีบรรยากาศที่ไม่ต่างกันมากนักแต่ก็ไม่สามารถนำมาเปรียบกับสถานที่แห่งนี้ได้อย่างสิ้นเชิง เดลฟีโอน่าไม่ได้มีอำนาจมากพอจะไปตัดสินใจว่าเขตปกครองใดทำผลงานได้ดีเพราะแต่ละเขตย่อมต้องมีกฎเกณฑ์ในการรักษาความสงบและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมืองเป็นของตนเอง และยิ่งไปกว่านั้นข้อได้เปรียบของเขตปกครองเรเบียสคือผู้อาศัยส่วนใหญ่นั้นเป็นเพียงทาสที่ถูกซื้อตัวมาหรือบางส่วนก็เป็นเด็กกำพร้าที่รับอุปการะในนามของตระกูลเรเบียสจึงมีความจงรักภักดีอย่างมากจึงไม่ค่อยประสบปัญหาเรื่องการร้องเรียนเหมือนที่อื่น

         ยิ่งเข้าใกล้เขตพื้นที่ของคฤหาสน์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งมองเห็นการพัฒนาที่มากขึ้น สิ่งปลูกสร้างมากใหม่ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดนั้นเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันได้ว่าตระกูลเรเบียสในเวลานี้มีช่างฝีมือที่ยอดเยี่ยมเป็นของตนเองจึงสามารถพัฒนาเขตปกครองแห่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว ด้านแรงงานทาสที่ถูกซื้อตัวมาก็ดูจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากเห็นได้จากการที่พวกเขาซึ่งว่างเว้นจากการทำงานมานั่งรวมกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนานโดยไม่จำเป็นต้องมีคนมาคอยกำกับดูแลอยู่ตลอดเวลา

         ไม่นานนักก็มาถึงบริเวณพื้นที่ในส่วนของคฤหาสน์ที่ซึ่งมีการสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นมาอีกหลายหลัง คนงานชายหญิงแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษกำลังช่วยกันลำเลียงผลิตภัณฑ์แปรรูปและสินค้าอีกหลายชนิดไปแยกเก็บไว้ตามแต่ละโกดัง นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มของพวกเด็กชายและหญิงรวมกลุ่มกันศึกษาขั้นตอนการทำงานบางส่วนอย่างละเอียดโดยมีผู้ใหญ่ที่มากประสบการณ์เป็นผู้ดูแลพวกเขา พอได้มาเห็นวิธีการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของท่านหญิงคาเรนแล้วก็ไม่แปลกใจที่เหตุใดตระกูลเรเบียสถึงได้พัฒนาขึ้นในระยะเวลาอันสั้น

         “ดูไม่ออกเลยสินะว่าพวกเขาเคยเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง”

         นี่เป็นผลลัพธ์ที่ฝ่าบาททรงต้องการจะเห็นมันเกิดขึ้นกับไอทาเรียในอนาคตอีกหลายสิบปีข้างหน้า

         หลายคนมองว่าการนำเด็กกำพร้าเหล่านั้นมาเลี้ยงดูเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป จริงอยู่ที่ว่าทางอาณาจักรย่อมมีมาตรการในการช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่ต้องสูญเสียครอบครัวไปโดยการจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทุกหนแห่ง นอกจากนี้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายแห่งก็ถูกควบคุมดูแลโดยเหล่าสาวกของทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท้ายที่สุดแล้วมีเพียงวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้รับประโยชน์อยู่เพียงฝ่ายเดียว

         “ระหว่างที่รอหัวหน้าพ่อบ้านก็ขอเรียนเชิญพวกท่านเข้าพักที่อาคารรับรองหลังนี้ก่อนขอรับ”

         อาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้รองรับแขกที่ต้องการติดต่อทำการค้าเป็นการส่วนตัว ปัจจุบันนั้นไม่ค่อยได้ถูกใช้งานแต่ก็ยังคงมีการทำความสะอาดอยู่ทุกวันเพื่อให้พร้อมรับรองแขกตลอดเวลา จุดเด่นของอาคารรับรองหลังนี้คือการจัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัวโดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบอย่างเซรอสเป็นที่ปรึกษา ถึงแม้จะมีขนาดที่เล็กกว่าห้องทำงานของเดลฟีโอน่าแต่กลับมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างถูกยัดใส่ลงไปภายในห้องเดียว

         เดลฟีโอน่าเกิดมีความรู้สึกประทับใจต่ออาคารรับรองหลังนี้อย่างมาก ด้วยการตกแต่งที่แสนจะเรียบง่ายไม่มีเครื่องเรือนหรูหราหรือภาพงานศิลป์ราคาแพงประดับอยู่ตามมุมห้องให้ดูฟุ่มเฟือย นอกจากกระถางต้นไม้ขนาดเล็กที่ปลูกพันธุ์ไม้ชนิดพิเศษเพื่อให้มีกลิ่นหอมเย็นสดชื่น การที่ไม่มีสิ่งเหล่านั้นเป็นการบ่งบอกนิสัยของท่านหญิงที่ไม่ได้ลุ่มหลงไปกับการแสดงความมั่งคั่งของตนเองเฉกเช่นขุนนางตระกูลอื่น

         “พวกเจ้าเห็นที่นี่แล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง” อัศวินสาวเอ่ยถามกับผู้ใต้บังคับบัญชาของตน

         ทหารอัศวินนายหนึ่งซึ่งเดิมเป็นบุตรชายคนที่สี่ของตระกูลขุนนางยศบารอนย่อมมีภาพจำเกี่ยวกับเขตปกครองของตระกูลตนเอง ถึงจะบอกว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมานานกว่ายี่สิบปีแล้วนับตั้งแต่ที่ออกมาใช้ชีวิตตามลำพังก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการปฏิเสธการเปรียบเทียบ

         “เทียบกับเขตปกครองอื่นแล้วที่นี่ดีกว่ามากครับ ทั้งในด้านการบริหารจัดการที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ถึงขีดสุด ทั้งด้านเกษตรกรรมที่หากลองประเมินคร่าวๆ ดูแล้วคงมีมากพอจะเลี้ยงดูแรงงานทั้งหมดได้ตลอดทั้งปีโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกเลย มิหนำซ้ำหักลบราคาต้นทุนการเพาะปลูกแล้วยังพอจะเหลือส่วนต่างของกำไรนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้อีกด้วย”

         เดลฟีโอน่าพยักหน้าให้กับความคิดเห็นของทหารนายหนึ่งซึ่งดูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลบริหารดินแดนในระดับหนึ่ง เทียบกันแล้วเดลฟีโอน่ากลับไม่ทราบเรื่องการเพาะปลูกหรือการจัดการบริหารที่ดินเลยแม้แต่น้อยเนื่องจากเธอเติบโตขึ้นมาในแวดวงของสังคมชั้นสูงก่อนจะผันตัวเข้าสู่เส้นทางของอัศวินจึงไม่ได้รับการศึกษาในส่วนนี้อย่างละเอียด หากเปลี่ยนมาเป็นการศึกษาสภาพพื้นที่เพื่อนำมาปรับใช้ในการวางกลยุทธ์สงครามล่ะก็คงเป็นเรื่องง่ายมากทีเดียว

         จากนั้นก็เบนสายตาไปยังทหารอีกนายหนึ่งและส่งสัญญาณบอกให้พูดต่อได้

         “กระผมเห็นว่าแรงงานทาสของที่นี่เต็มใจจะทำงานโดยไม่จำเป็นต้องมีผู้คุมและยังมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ไหนๆ ดูเหมือนว่าตระกูลเรเบียสจะมีสวัสดิการที่ยอดเยี่ยมช่วยจูงใจให้พวกเขายอมทำงานให้ นี่ยังไม่นับรวมเรื่องของบรรดาเด็กกำพร้าที่ถูกรับมาอุปการะและมอบโอกาสในการร่ำเรียนหนังสือ จากที่กระผมสังเกตดูพวกเขาทั้งหมดแล้วพบว่ามีบางคนที่พอจะสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์ถึงจะยังไม่แข็งแกร่งมากนักแต่คิดว่าน่าจะเป็นจอมเวทที่ยอดเยี่ยมได้ในอนาคต”

         “ในจุดนี้คงต้องพูดว่าท่านหญิงคาเรนเป็นคนที่มองการณ์ไกลมากทีเดียวล่ะนะ การรับเด็กกำพร้าเหล่านั้นมาอุปการะโดยไม่แบ่งแยกว่ามีพรสวรรค์หรือไร้พรสวรรค์ทำให้เด็กเหล่านั้นเกิดมีความสำนึกในบุญคุณและพร้อมที่จะกลายมาเป็นกำลังให้กับท่านหญิงคาเรนในอนาคต”

         ช่างแตกต่างกับวิธีการของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่มีการแบ่งระบบชนชั้นระหว่างคนที่มีพรสวรรค์และคนที่ไร้พรสวรรค์เพื่อคัดเลือกบุคคลที่จะเป็นประโยชน์ต่อทางวิหารศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น คนไร้พรสวรรค์หากไม่สามารถทำประโยชน์ได้ก็คงไม่มีความจำเป็นจะต้องเลี้ยงดูต่ออาจจะส่งออกไปให้ใช้ชีวิตภายนอกหรือบางคนก็จำต้องยอมผันตัวเป็นสาวกที่เชื่อฟังเพื่อให้ตนเองมีชีวิตต่อไปได้

         เดลฟีโอน่าย่อมไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าวแต่เธอกลับอยู่ในสถานภาพที่ไม่อาจแสดงออกได้โจ่งแจ้งมากนัก

         “แล้วเจ้าล่ะคิดเห็นอย่างไร?”

         “เท่าที่ทราบมาท่านหญิงคาเรนใช้เวลาเพียงสองปีเท่านั้นในการพัฒนาเขตปกครองแห่งนี้ขึ้น หากยังคงจำได้สถานะของท่านหญิงคาเรนเมื่อประมาณสามปีก่อนนั้นเป็นเพียงแค่ตระกูลขุนนางตกอับที่ใกล้จะพ้นสภาพการเป็นขุนนางอยู่รอมร่อ ทว่าภายหลังจากที่โชคดีสามารถคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างซอสสามรส อาหารแปรรูป และสบู่หอมจนได้รับความนิยมในตลาด ท่านหญิงคาเรนก็ดำเนินการก่อตั้งกลุ่มการค้าขึ้นมาและปล่อยสินค้าตัวใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ท่านหญิงสามารถซื้อคืนที่ดินของตระกูลกลับคืนมาจนได้ในที่สุด”

         “นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าท่านหญิงคาเรนเป็นบุคคลที่มีความสามารถอย่างมาก การที่ถูกจำกัดตำแหน่งไว้เพียงยศบารอนเนสนับได้ว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่” ทหารอัศวินนายนั้นตอบ

         เกี่ยวกับเรื่องนี้เดลฟีโอน่าค่อนข้างเห็นด้วยที่การจำกัดตำแหน่งของท่านหญิงคาเรนผู้มากความสามารถไว้ที่ยศบารอนเนสเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ หากเธอได้รับโอกาสให้ก้าวไปอยู่จุดที่สูงกว่านี้ก็อาจจะเป็นประโยชน์ต่ออาณาจักรไอทาเรียไม่มากก็น้อย ดูเหมือนว่าหลังจากที่พิสูจน์ได้แล้วว่าท่านหญิงคาเรนเป็นผู้บริสุทธิ์คงต้องหาเวลาเขียนจดหมายสักฉบับเสียแล้ว

         เวลาผ่านไปนานประมาณสิบห้านาทีในที่สุดก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นที่ด้านนอก ประตูของอาคารรับรองถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของพ่อบ้านชราผู้หนึ่ง

         “กระผมต้องขออภัยที่ปล่อยให้ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์ต้องคอยนาน ตอนนี้ท่านหญิงพร้อมให้การต้อนรับแล้วขอรับ”





บทนี้เขียนยากมาก กว่าจะดันมาจนจบได้โคตรลำบาก

เก้าอี้ก็โคตรปวดหลังสุดๆ


ช่วงแนะนำนิยาย

เพิ่งได้ลองอ่านนิยายแนวเทพเซียนที่มีผู้หญิงเป็นตัวเอก แถมยังได้กลับมาอยู่ในยุคสมัยปัจจุบันซึ่งนับว่าเป็นเรื่องแรกที่ได้ลองอ่านและพบว่ามีเส้นทางการดำเนินเรื่องที่ฉีกไปจากพล็อตตลาดที่ต้องไปยังยุคโบราณเท่านั้น

การกลับชาติมาเกิดใหม่ของนางมาร เป็นนิยายที่จะบอกว่าเป็นเทพเซียนก็ไม่ถูกซะทีเดียว จะเล่าถึงนางมารผู้หนึ่งที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งได้ละสังขารไปแล้ว แต่กลับต้องมาอยู่ในร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากความหึงหวง และเพื่อทำตามความปรารถนาของเจ้าของร่าง นางมารจึงต้องมารับหน้าที่คอยดูแลย่าและน้องชาย พร้อมกับฝึกตนเป็นเซียนไปด้วย

ความคิดเห็นส่วนตัวที่มีต่อเรื่องนี้คิดว่ามันค่อนข้างสนุกอยู่หรอก เพราะการที่เป็นเทพเซียนจากอดีตมายุคปัจจุบันมีพล็อตให้เล่นอยู่มากมาย แถมยังเป็นตัวเอกหญิงด้วยยิ่งมีประเด็นให้เล่นเยอะ คงต้องรอดูกันไปก่อนว่าสุดท้ายแล้วจะไปโผล่ที่แนวรักโรแมนติกหรือไม่

เดาว่าอนาคตนางอาจจะถูกเนิร์ฟความสามารถลง เห็นเกริ่นมาแล้วว่า 'นี่เป็นตัวละครหลักชาย ยังไม่ใช่พระเอก' ก็พอจะชี้ชัดได้แล้วว่าเป็นแนวไหน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 786 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #17052 Erlic Smith (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 18:26

    อ่านๆไปคิดว่าทหารที่อยู่กับเดลฟีโอน่าเป็นเซรอสซะอีก

    #17,052
    0
  2. #16985 รามมม (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 07:40

    บทนี้เขียนดีมาก

    #16,985
    0
  3. #16976 Fikusa (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 12:31
    ดูแล้วกว่าจะเรียบเรียงมาได้แต่ละย่อหน้าลำบากจริงๆ
    #16,976
    0
  4. #16972 boyart28 (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 16:03

    เซรอส : แล้วยัยตัวแสบไปอยู่ไหนล่ะฟราน

    ฟราน : นั่งกินแครอท อยู่มุมห้อง

    เซรอสหันไปเห็นซาริอยู่ในอาการหดหู่จึงถามขึ้น

    เซรอส : เป็นอะไรอีกล่ะ หนอนแทะแครอทอีกหรือไง

    ซาริ : ไม่~ไม่มี~ไม่มีบทเลยเจ้าค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-07.png ไม่มีบทอวดขนฟูๆนุ่มนิ่มของซาริเลยเจ้าค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-11.png ซาริอุตส่าดูแลอย่างดีให้นุ่มฟูเป็นพิเศษ ถ้าคนอื่นมาเห็นแล้วต้องอิจฉาซาริแน่นอนเจ้าค่ะ แต่ทำไมถึงไม่มีใครมาชื่นชมยกย่องสรรเสริญขนอันงดงามของซาริเลยล่ะเจ้าคะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-05.png ซาริเหงานะเจ้าคะ ถ้าไม่มีคนชมเลยซาริอาจจะเฉาตายได้นะเจ้าคะ!!

    ฟราน : แถวนี้ มีกระต่ายป่วยทางจิต 1 ตัว อาการเข้าขั้นโคม่า จะจัดการยังไงhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-05.png

    ฟรานหันไปถามเซรอส เซรอสถอนหายใจhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-13.png แล้วหิ้วซาริขึ้นในท่าจับแมว เปิดประตูแล้วโยนออกไปกลางวงเด็กๆที่กำลังเล่นกันอยู่ พอเจอเพื่อนเล่นซาริก็อารมณ์เปลี่ยนทันทีhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-01.png

    ฟราน : หายป่วยทันที ยาดีจริงๆ

    เซรอส : อย่างยัยตัวแสบนี่รักษาไม่ยากหรอก แค่โยนเข้าไปในดงสาวกก็ฟื้นตัวแล้ว

    ฟราน : อืม

    #16,972
    2
    • #16972-1 SuperSolid(จากตอนที่ 229)
      24 ธันวาคม 2563 / 07:41
      555555
      #16972-1
    • #16972-2 P-Phaengthai(จากตอนที่ 229)
      27 ธันวาคม 2563 / 16:30
      ภาพชัดเจนมาก จากอีโมที่แสดง
      #16972-2
  5. #16971 เต่าน้อยอารมณ์ดี (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 13:45
    บทนี้ยากจริงๆนะ ไรท์เก่งมาก จำลองการแสดงความคิดเห็นในหลายแนวทางของทหารข้างกายเดลฟิโอน่า การอธิบายถึงปัจจัยการปกครองคนด้วย ปัจจัยต่างๆในการดำรงชีวิตภายในตระกูลขุนนาง มันดูมีมิติ บางเรื่องอธิบายไม่ละเอียดเลยกลายเป็นเนื้อเรื่องแบนไปโดยสิ้นเชิงก็มี
    #16,971
    0
  6. #16970 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 10:59

    ขอบคุณครับ ทุกวันนี้เข้าเด็กดีเพราะเรื่องไรท์เรื่องเดียวเลยนะเนี่ย

    #16,970
    0
  7. #16969 NessZero (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 06:54
    จะปูให้ท่านหญิงได้ที่ดินต้องสาปเป็นของตัวเแงสินะ
    #16,969
    0
  8. #16968 กุหลาบสีเทา (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 06:17
    ป้ายยาอีกแล้วเหรออออ
    #16,968
    0
  9. #16967 Pongza Eiei (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 05:05

    สนุกมาหๆครับ อากศเย็นแล้วรักษาสุขภาพด้วย
    #16,967
    0
  10. #16966 Naii M. (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 02:18
    อยากแนะนำให่ไรท์ชองหาเก้าอี้ที่มีส่วนโค้งเว้าหน่อย เวลานั่งจะได้ไม่ปวดหลังครับ
    #16,966
    0
  11. #16965 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 229)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 02:09

    รอตอนต่อไป~~~~^^^^

    #16,965
    0