ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 228 : SS3 Episode Seventy-Three : ความเปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 929 ครั้ง
    13 ธ.ค. 63

SS3 Episode Seventy-Three

 

         ร่างที่ปกคลุมไปด้วยขนปุกปุยสีขาวสวมเพียงชุดชั้นในที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้เข้ากับสรีระของมนุษย์กระต่ายกำลังยืนมองดูภาพสะท้อนของตนเองอยู่หน้ากระจกห้องน้ำบานใหญ่ เยื้องจากกระจกห่างออกไปเพียงไม่ถึงครึ่งเมตรมีแท่นยืนเหยียบใช้สำหรับตรวจวัดน้ำหนักที่มีความแม่นยำเป็นมาตรฐานและเชื่อถือได้มากกว่าอุปกรณ์ตรวจวัดที่ใช้กันอยู่ข้างนอก

         หยั่งเชิงด้วยการลองยื่นเท้าไปสัมผัสตัวเลขอารบิกดิจิตอลก็วิ่งขึ้นลงตามความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำเอามนุษย์กระต่ายตาลุกวาวกับผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมาเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดและปีนขึ้นไปยืนบนแท่นเหยียบพร้อมทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไป

         “เอ๊ะ!?”

         พอเห็นว่าตัวเลขที่แสดงคล้ายว่าจะไม่ถูกต้องก็รีบก้าวลงพื้นและลองเหยียบดูใหม่

         แต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิมต่างกันเพียงแค่จุดของหน่วยทศนิยมที่ลดลงไปอีกประมาณ 0.01 หน่วย

         และดูจากท่าทางที่คล้ายจะไม่ยอมรับกับความจริงตรงหน้าทำให้มนุษย์กระต่ายขาวทดลองเดินขึ้นลงอยู่หลายสิบครั้งจนกระทั่งถอดใจ

         เด็กหญิงเอลฟ์ที่เพิ่งจะลุกออกมาจากการแช่น้ำเห็นภาพของมนุษย์กระต่ายที่คล้ายกับคนหมดอาลัยตายอยากก่อนจะมองไปที่เครื่องชั่งน้ำหนักที่มีไว้สำหรับตรวจสุขภาพประจำเดือนก็ทราบคำตอบโดยไม่จำเป็นต้องถามให้เสียเวลา มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแทบจะทุก 2-3 วันจนกลายเป็นเรื่องปกติที่เห็นจนคุ้นตาไปแล้ว

         “น้ำหนักลงอีกแล้วเจ้าค่ะ ทั้งที่เมื่อวานก็กินไปตั้งเยอะขนาดนั้นแล้วแท้ๆ”

         ฟรานไม่สนใจเสียงบ่นพึมพำของอีกฝ่ายที่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับก้อนไขมันที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอเปิดตู้หยิบเครื่องแบบนักเรียนที่จะใส่ในวันนี้ออกมาสวมให้เรียบร้อยและไปยืนจัดการภาพลักษณ์ของตนอยู่หน้ากระจกก่อนจะเดินออกจากห้องอาบน้ำไป

         กลิ่นหอมของมื้อเช้าชวนน้ำลายไหลเฉกเช่นทุกวันสร้างความประทับใจให้แก่เด็กหญิงเอลฟ์อยู่ไม่น้อย มองไปที่ห้องครัวเห็นชายหนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังหยิบเอาถาดออกมาจากเตาอบอย่างระมัดระวัง เดาว่านั่นคงจะเป็นอาหารมังสะวิรัติที่รีเควสต์เอาไว้ว่าอยากลองกินโดยเฉพาะอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเวลานี้บนโต๊ะอาหารมีสำรับอาหารที่มีสไตล์ตามรสนิยมความชอบที่แตกต่างกันถูกจัดวางเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ทั้งอาหารเช้าเซตคุณหนู ไปจนถึงอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งดูหน้าตาน่าทานไม่น้อย

         วาคาบะอ้าปากหาวขณะเดินลงบันไดด้วยท่าทางอ่อนเพลีย ดูจากร่องรอยหมองคล้ำใต้ขอบตากับผ้าคาดศีรษะไหมพรมที่สวมใส่อยู่บ่งบอกว่าเธอใช้เวลาเกือบทั้งคืนหมดไปกับงานอดิเรกส่วนตัว โดยมีการวางแผนเอาไว้ว่าจะแอบเผยแพร่ลัทธิสาววายผ่านทางห้องสมุดของโรงเรียนที่ตนทำงานอยู่และได้แต่หวังว่ามันจะไปได้สวย และด้วยความที่โหมงานหนักจนเกือบโต้รุ่งจนอาจจะไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงพอจะไปทำงานอีกตลอดทั้งวันเลยต้องพึ่งพาเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งใช้แต้ม DP ที่ได้รับประจำวันแลกซื้อมา

         เซรอสปรายตามองดูขวดเครื่องดื่มชูกำลังติดป้ายสินค้าในชื่อลิโพวิตัOซึ่งเป็นแบรนด์ยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่นก่อนจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ส่วนตัวแล้วเขาไม่เห็นด้วยที่จะให้วาคาบะใช้แต้ม DP แลกเปลี่ยนสิ่งของออกมาใช้ในพื้นที่สาธารณะ แต่นั่นก็เป็นพลังความสามารถส่วนตัวที่มีอิสระจะใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ตราบใดก็ตามที่ไม่เป็นการเปิดเผยสถานภาพที่แท้จริงเขาก็พอจะทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งลงได้

         “ท่านเซรอสแย่แล้วเจ้าค่ะ เครื่องชั่งน้ำหนักในห้องน้ำมันเสียแล้วเจ้าค่ะ”

         “ฉันว่าที่เสียน่าจะเป็นตัวเธอซะมากกว่า” เซรอสตอบเสียงเรียบ

         สาเหตุที่ช่วงระยะหลังมานี้น้ำหนักของซาริแทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลยเป็นผลมาจากโปรแกรมการฝึกร่างกายที่จะรีดเร้นไขมันส่วนเกินทั้งหมดออกและเน้นหนักไปที่การเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยรักษาขนาดกับรูปร่างไว้ไม่ให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก มันเป็นการฝึกร่างกายที่ถูกองค์กรพัฒนาขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า กำลังภายใน ผลลัพธ์ที่ได้คือเทคนิคการฝึกกล้ามเนื้อที่จะสะสมพลังงานศักย์และพลังงานจลน์เอาไว้และระเบิดพลังลึกลับที่คล้ายกับกำลังภายในออกมาได้ในการต่อสู้

         เนื่องจากมนุษย์สัตว์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีจุดเด่นด้านศักยภาพร่างกายอันแข็งแกร่งและความเร็วในการรักษาตัวเองที่สูง จึงไม่น่าจะมีเทคนิคการต่อสู้อะไรที่เหมาะสมมากไปกว่านี้อีกแล้ว ถึงจะน่าเสียดายที่ไม่สามารถฝึกสอนซาริในส่วนอื่นให้ได้แต่ลำพังแค่ใช้เทคนิคนี้ร่วมกับพลังถีบที่รุนแรงกว่าสองร้อยกิโลกรัมก็เพียงพอที่จะปกป้องตนเองจากอันตรายได้แล้ว

         ส่วนตัวแล้วเซรอสก็ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนซาริที่เลือกจะใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานให้กลายเป็นนักสู้เฉกเช่นกรณีของฟรานที่มีความฝันอยากจะเป็นนักผจญภัย แต่อย่างน้อยก็อยากจะให้มีพื้นฐานวิชาการต่อสู้เอาไว้ปกป้องตนเองในยามที่เขาไม่อาจเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ถึงจะทราบแก่ใจดีว่าด้วยความเร็วในการวิ่งหนีและการซ่อนตัวที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ของซาริจะยืนหนึ่งในโรงเรียนแต่ก็ใช่ว่าจะยังวางใจได้อยู่ดี

         แน่นอนว่าเทคนิคการฝึกฝนศาสตร์กำลังภายในนี้เซรอสไม่มีความคิดที่จะเปิดเผยสู่สาธารณะโดยเด็ดขาด

         “ถ้าไม่รีบล่ะก็พวกเราจะไปโรงเรียนสายเอาได้นะ” เซรอสกล่าว

         “ซาริขอทานไอศกรีมได้ไหมเจ้าคะ?” ซาริออดอ้อนพร้อมกะพริบตาปริบๆ

         “พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ดีเลย ฉันสงสัยเหลือเกินว่าไอศกรีมในตู้เย็นมันหายไปไหนถ้วยหนึ่ง”

         ด้วยความที่ซาริโกหกใครไม่ค่อยเก่งอยู่แล้วจึงแสดงพิรุธออกมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงจะแสร้งเฉไฉทำเป็นไม่รู้เรื่องและรีบไปนั่งทานมื้อเช้าอย่างเรียบร้อยสักแค่ไหนก็พอจะเดาได้ไม่ยากเลยว่าเป็นฝีมือของใครกันแน่ แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าเห็นจะเป็นเรื่องที่ซาริสามารถเล็ดลอดผ่านการเฝ้าระวังของเฟนริลที่นอนอยู่ในห้องโถงโดยที่ไม่รู้สึกตัวได้นั่นต่างหาก สิ่งนี้เป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าทักษะการย่องเบาของซาริพัฒนาขึ้นในระดับที่อยู่เหนือการเฝ้าระวังของเฟนริลไปแล้ว

         คงถึงเวลาที่จะต้องนำเฟนริลไปฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการตรวจจับให้มากกว่านี้ซะแล้ว

         เพราะไม่อาจวางใจได้ว่าจะมีคนที่มีทักษะลอบเร้นใกล้เคียงกับซาริปรากฏตัวขึ้นมาเป็นศัตรูกับฟรานในอนาคตหรือไม่

         คิดเผื่อและป้องกันเอาไว้ก่อนคงไม่เสียหาย

         บทสนทนาบนโต๊ะอาหารยามเช้าก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการพูดคุยเรื่องกำหนดการของแต่ละคน ซึ่งนับตั้งแต่ขึ้นชั้นปีที่สองเซรอสก็มอบอิสระในการกำหนดตารางชีวิตเพื่อให้ฟรานได้ลองจัดระเบียบและวางแผนในแต่ละวันด้วยตัวเอง ยกเว้นเพียงซาริที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงตรงที่ไม่ค่อยคิดถึงอนาคตและเลือกจะใช้ชีวิตประจำวันอย่างสนุกสนานเลยต้องพาไปไหนมาไหนด้วยแทน ส่วนทางด้านของวาคาบะที่อย่างน้อยก็มีประสบการณ์การใช้ชีวิตวัยทำงานมาบ้างแล้วก็พอจะจัดการตารางงานของตนได้ระดับหนึ่งเลยไม่น่าห่วงสักเท่าไหร่นัก

 

         เพื่อไม่ให้เป็นการเปิดเผยความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างวาคาบะซึ่งเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ของโรงเรียนเซเวียร์กับคนบ้านแอชเชอร์ที่มีสถานะเป็นเพียงแค่นักเรียนจึงจำเป็นจะต้องแยกกันเดินทาง โดยที่วาคาบะเลือกจะใช้บริการรถม้าสาธารณะในการเดินทางเพื่อประหยัดเวลา ในขณะที่คนบ้านแอชเชอร์เลือกจะเดินเท้าไปโรงเรียนตามความเคยชินของพวกเขา

         บรรยากาศของเขตย่านการค้าช่วงระยะหลังมานี้ค่อนข้างเงียบเหงาอยู่พอสมควรเนื่องจากเหตุการณ์หลายอย่างที่ประดังประเดเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งการปรากฏตัวของมังกรพิษไฮดร้าที่สร้างความเสียหายให้กับแหล่งน้ำจนส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรที่ใกล้จะถึงเวลาเก็บเกี่ยวต้องเน่าเสียไป หรือแม้กระทั่งข่าวลือเกี่ยวกับคริมสันโอเกอร์ที่หลุดลอดออกมาจากปากของนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งที่ต่อให้พยายามแก้ข่าวลือก็สายเกินไปแล้ว ไหนจะยังมีเรื่องของโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ทำให้เกิดการเก็บกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากโดยคนกลุ่มหนึ่ง

         สินค้าที่ปรากฏอยู่ตามหน้าร้านต่างก็มีปริมาณที่พร่องลงกว่าทุกวันเล็กน้อย คงเพราะปริมาณการนำเข้าสินค้าจากภายนอกที่ลดลงมากจนทำให้เศรษฐกิจของเมืองไรด์การ์ดค่อนข้างซบเซา ตราบใดก็ตามที่ทางผู้ดูแลเมืองยังไม่รีบออกมาตรการมารองรับและขอความร่วมมือกับกลุ่มการค้าอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจก่อนจะลุกลามบานปลาย ต่อให้กลุ่มการค้าเซเรนพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออุ้มเศรษฐกิจก็คงทำได้เต็มที่เพียงสองเดือนเท่านั้น

         “สินค้าน้อยลง” ฟรานเอ่ยขึ้นหลังหยุดยืนมองดูร้านขายผักเจ้าประจำที่ปัจจุบันแทบจะไม่มีผักสดใหม่มาวางขายเฉกเช่นเคย

         ด้วยการฝึกสอนหลักสูตรสำคัญของการเป็นนักผจญภัยฉบับของเซรอสทำให้ฟรานจำเป็นต้องเริ่มมาศึกษาเกี่ยวกับกลไกการตลาดอย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากฟรานจะสังเกตได้ถึงความผิดปกติของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน

         “กิลด์นักผจญภัยเป็นสถานที่ที่สามารถรวบรวมข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ ทีนี้ลองนึกดูสิว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ไปกิลด์นักผจญภัยมองเห็นอะไรที่ผิดสังเกตบ้าง” เซรอสมองว่าเป็นโอกาสดีที่จะสอนบทเรียนการรวบรวมข้อมูลข่าวสารให้กับฟราน เชื่อว่าบทเรียนในวันนี้จะช่วยให้ฟรานได้มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์และคัดกรองข้อมูลข่าวสารมากยิ่งขึ้น

         เด็กหญิงเอลฟ์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “คนน้อย”

         “เธอจำแนกสาเหตุที่นักผจญภัยมีจำนวนน้อยลงได้ไหม?”

         “ทำภารกิจ วันหยุด ออกเดินทาง” ฟรานนับนิ้ว

         “แล้วนอกจากเรื่องที่คนน้อยลงแล้วยังมีเบาะแสอะไรที่เห็นว่าผิดสังเกตอยู่อีกบ้าง”

         ฟรานพยายามจะลองนึกถึงสิ่งที่พบเห็นหรือได้ยินมาจากกิลด์นักผจญภัยในวันนั้น น่าเสียดายที่วันนั้นมีเหตุการณ์ค่อนข้างวุ่นวายเนื่องจากมีการทะเลาะกันของนักผจญภัยในพื้นที่กับนักผจญภัยต่างถิ่นที่พยายามจะแทะโลมประชาสัมพันธ์จนเกิดมีปากเสียงกัน ฟรานเลยไม่ได้สนใจรายละเอียดอื่นมากไปกว่าการต่อสู้ที่จบลงตรงที่กิลด์มาสเตอร์ต้องออกมากำราบและลงโทษขั้นเด็ดขาดกับทั้งสองฝ่าย

         เซรอสต้องการให้ฟรานได้ลองมีประสบการณ์ในการรวบรวมข้อมูลจึงไม่รีบคาดคั้นเอาคำตอบในทันที

         กว่าจะหลุดออกจากเขตย่านการค้าได้ก็เสียเวลาไปเกือบยี่สิบนาทีเพราะซาริมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับพวกพ่อค้าแม่ค้าจนต้องหยุดแวะทักทายกันทุกร้าน อย่างน้อยด้วยนิสัยที่ชอบถามซอกแซกอย่างเป็นธรรมชาติทำให้ทางนี้เก็บข้อมูลข่าวสารได้ดียิ่งขึ้น

         “เป็นอะไรไปซาริ”

         “แครอทขึ้นราคาเป็น 8 เหรียญโทเฟ่นเจ้าค่ะ” ซาริเปิดกระเป๋านับจำนวนเหรียญที่ได้มาจากการไปทำงานที่คฤหาสน์ตระกูลเรเบียส

         และกระเป๋าเงินของซาริก็เต็มไปด้วยเหรียญเงินโทเฟ่นเล็กใหญ่คละกันประมาณยี่สิบเหรียญได้

         ทว่าเหมือนซาริจะเข้าใจหน่วยเงินผิดไปมากโข เนื่องจากราคาของแครอทคือหน่วยเหรียญทองแดงไม่ใช่หน่วยเหรียญเงิน

         “ซื้อได้เท่าไหร่ล่ะ” เซรอสแกล้งถาม และคอยลุ้นว่าซาริจะรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าหน่วยเงินมันแตกต่างกัน

         “ซาริจะซื้อแครอทได้สองหัวเจ้าค่ะ”

         “ทีนี้ก็ยืนยันได้แล้วล่ะว่าเธอไม่เหมาะอย่างยิ่งกับอาชีพค้าขาย”

         “เอ๊ะ!?” ซารินับนิ้วและท่องสูตรคูณย้ำอยู่หลายครั้ง “แปดสองสิบหกซาริก็คิดถูกแล้วนี่เจ้าคะ?”

         “เหรียญทองแดง ไม่ใช่ เหรียญเงิน” ฟรานยุติข้อสงสัยด้วยการเฉลยคำตอบให้

         แต่ดูจากปฏิกิริยาการตอบสนองของซาริแล้วเหมือนว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้มันจะเปล่าประโยชน์เสียแล้ว

         ดูนาฬิกาถึงได้รู้ว่าสายมากแล้วจึงรีบเร่งเดินทางไปโรงเรียนโดยตั้งใจว่าจะไม่มีการหยุดแวะที่ไหนอีก และด้วยความซุกซนของซาริที่ชอบแวบหายตัวไปทักทายกับคนรู้จักตลอดทางจึงถูกเซรอสตามมาหิ้วตัวกลับไปอย่างหมดสภาพ กว่าจะเดินทางกันมาจนมองเห็นกำแพงสูงของโรงเรียนเซเวียร์ก็ใช้เวลาไปประมาณหนึ่งชั่วโมงได้ ยังดีที่การเรียนจะเริ่มต้นขึ้นตอนประมาณเก้าโมงเช้าจึงมีเวลาเหลือมากพอให้พักเหนื่อยหรือแวะพักทานอาหารเช้ากันที่ภัตตาคารนางเงือกซึ่งเปิดแต่เช้าตรู่

         จนเมื่อเข้าสู่อาณาเขตของโรงเรียนเซเวียร์ก็พบว่ามีนักเรียนกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกันอย่างรีบร้อน หลังมีนักเรียนบางคนวิ่งย้อนกลับมาประกาศบอกบางสิ่งบางอย่างจนหลายคนให้ความสนใจอย่างมากและต้องการพิสูจน์ด้วยตาตนเอง เซรอสเองก็ได้ยินสิ่งที่นักเรียนคนนั้นพูดแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจอะไรเพราะเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนในครั้งนี้ หรือฟรานที่ไม่ได้ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักเพราะชินแล้ว จะมีก็แต่ซาริที่หูผึ่งทันทีที่รู้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นและต้องการไปสำรวจทุกซอกทุกมุม

         หากไม่ไปดูเลยก็อาจจะเป็นที่ผิดสังเกตได้จึงตัดสินใจว่าจะไปดูปฏิกิริยาของพวกเด็กๆ กันสักหน่อย

         ห้องอาหารหลังใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาแทนโรงอาหารเดิมนี้มีการออกแบบที่สวยงามตระการตาเป็นอย่างมาก โครงสร้างส่วนหนึ่งของผนังทำจากอิฐที่ผ่านการตัดแต่งมาเป็นอย่างดีและฉาบทับด้วยบางสิ่งจนเรียบเนียน หน้าต่างที่สมควรจะเป็นช่องว่างสำหรับให้อากาศไหลเวียนผ่านเข้าออกก็เปลี่ยนมาเป็นหน้าต่างแบบกระจกสีหม่นแต่กลับสามารถมองทะลุเห็นได้ทั้งจากภายในและภายนอก นอกจากนี้มันยังสามารถเลื่อนเปิดและปิดได้จากภายใน

         พอเดินผ่านประตูเข้ามาภายในก็จะพบกับห้องโถงที่แม้ว่าเพดานจะต่ำกว่าปกติไปสักหน่อยแต่ก็ยังให้ความรู้สึกที่กว้างขวาง ระดับความสว่างที่สม่ำเสมอและกระจายอย่างทั่วถึงทำให้ไม่มีพื้นที่มืดหลงเหลืออยู่แม้แต่จุดเดียว บริเวณลานน้ำพุขนาดเล็กกลางห้องอาหารเป็นพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับมายืนตักอาหาร บันไดโถงกลางรูปตัว T ที่จะนำขึ้นไปสู่ชั้นสองยังสร้างไม่เสร็จจึงไม่พร้อมที่จะเปิดให้ใช้งานโต๊ะอาหารชั้นสอง ตำแหน่งของโต๊ะอาหารถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบและยังให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากการที่มีกำแพงเล็กๆ ขวางกั้น นอกจากนี้โต๊ะอาหารแต่ละตัวก็สามารถนั่งทานกันได้ประมาณ 5-7 คนและยังคำนึงถึงนักเรียนที่เป็นมนุษย์สัตว์ทำให้รู้สึกได้เลยว่าผู้สร้างห้องอาหารแห่งนี้ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยอย่างมาก

         “เป็นห้องอาหารที่ยอดเยี่ยมมากเลย ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต”

         “เทียบกับโรงอาหารเดิมนั่นแล้ว แบบนี้ดีกว่าเยอะเลย”

         “ที่นั่งตรงนี้กว้างมากจริงๆ ไม่ต้องเก็บหางอีกต่อไปแล้ว”

         บรรดานักเรียนที่เริ่มอดใจไม่ไหวต่างก็พากันไปทดสอบใช้งานกันอย่างตื่นเต้น มีหลายคนที่ต้องการมองหาตำแหน่งที่นั่งประจำของตนเองแต่พอทราบว่ายังจะมีพื้นที่ชั้นสองก็ยังไม่รีบร้อนตัดสิน นอกจากนี้ยังมีที่นั่งสำหรับหนึ่งคนที่สามารถชมทิวทัศน์นอกหน้าต่างได้ซึ่งมันก็ได้รับความนิยมไม่แพ้ที่นั่งแบบกลุ่ม เพียงแค่เปิดให้ลองใช้งานในรอบเช้าก็แทบจะไม่เหลือที่นั่งให้สำหรับนักเรียนกลุ่มที่มาใช้งานในภายหลังอีกเลย

         นี่จึงเป็นเหตุผลที่เซรอสจงใจออกแบบมันให้เป็นห้องอาหารสองชั้น

         โดยเฉพาะสำหรับชั้นสองที่จะมีห้องอาหารส่วนตัวที่กำหนดไว้ให้สำหรับบรรดาอาจารย์ได้ใช้งานอย่างเงียบสงบ

         เซรอสเห็นปฏิกิริยาที่ดูตื่นเต้นของพวกเด็กนักเรียนในฐานะของผู้ใหญ่คนหนึ่งรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่รับหน้าที่ในการปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน หากพวกเขามารู้ภายหลังว่าการปรับปรุงไม่ได้จะมีแค่ห้องอาหารแต่เป็นพื้นที่ทั้งหมดของโรงเรียนก็ไม่รู้ว่าจะตกใจกันสักแค่ไหน

         “ทำอะไรของเธอน่ะ” เซรอสถาม หลังเห็นซาริลงไปนอนราบและส่องดูตามรอยต่อของพื้น

         “หาทางลับเจ้าค่ะ”

         “จะไปมีของแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ”

         ซาริชี้มือไปทางบริเวณใต้ฐานของลานน้ำพุแล้วตอบกลับมาว่า

         “แต่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่างนี้ด้วยแหละเจ้าค่ะ”

         “ถ้ามีโอกาสได้ไปเยือนโบราณสถาน ฉันจะจำไว้ให้ขึ้นใจเลยว่าห้ามลืมพาเธอไปด้วย”

         ถือเสียว่าเป็นการทดสอบข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับความสามารถลึกลับของซาริ เซรอสมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการที่ซาริมักจะค้นพบเจอห้องลับที่เขาแอบสร้างขึ้นไว้อยู่เสมอ อาจยกเว้นเพียงห้องเอมซึ่งถูกสร้างขึ้นในห้องส่วนตัวของเขาและเป็นเขตหวงห้ามที่ซาริไม่กล้าล่วงล้ำเข้าไปโดยเด็ดขาด หรือห้องลับที่สร้างขึ้นด้านล่างปราสาทของผู้อำนวยการอินโนเซนเทียร์ก็ยังไม่ถูกค้นพบ เขาจึงอยากจะลองพิสูจน์ดูว่าหากสร้างพื้นที่ลับไว้ในที่สาธารณะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะถูกค้นพบ

         และนี่ก็ชัดเจนแล้วว่าซาริรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของห้องลับที่ถูกสร้างขึ้นมาใต้ลานน้ำพุของโรงอาหาร

เพียงแต่ห้องลับที่อยู่ข้างใต้ลานน้ำพุนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับติดตั้งกลไกน้ำพุเฮรอนแทนการใช้ระบบปั้มน้ำที่อาจสะดวกสบายกว่า อย่างน้อยกลไกของน้ำพุเฮรอนก็จัดเป็นเครื่องกลชลศาสตร์ที่ขอเพียงได้ลองศึกษาอย่างละเอียดก็สามารถสร้างเลียนแบบได้ และถึงแม้ว่าน้ำพุเฮรอนจะไม่ใช่เครื่องจักรนิรันดร์ที่ทำงานได้อยู่ตลอดเวลาแต่ถ้าหากมีการดัดแปลงภายในด้วยการสลักการทำงานของเวทมนตร์อีกนิดหน่อยก็เป็นไปได้ว่าจะทำงานได้ใกล้เคียงกับเครื่องจักรนิรันดร์เลยทีเดียว

         ไม่ว่าการที่ซาริสามารถรับรู้การมีอยู่ของห้องลับได้นั้นจะเป็นสัญชาตญาณ พรสวรรค์ หรืออำนาจลึกลับของเผ่าพันธุ์กระต่ายขาวก็ตาม เซรอสมองว่ามันเป็นความสามารถที่สมควรจัดอันดับความอันตรายต่อการรักษาความลับไว้ในระดับสูงสุด เพราะไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันได้ว่าความสามารถนี้จะไม่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่นจึงจำเป็นจะต้องรีบหาวิธีการรับมืออย่างเร่งด่วนที่สุด

         ความเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนเซเวียร์ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ที่บริเวณพื้นที่ของห้องอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงห้องสุขาของทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม จากที่ต้องนั่งส้วมหลุมก็เปลี่ยนมาเป็นโถสุขภัณฑ์ที่ติดตั้งระบบรางน้ำซึ่งช่วยชำระสิ่งสกปรกได้เพียงแค่ดึงเชือกเท่านั้น อีกทั้งอากาศที่ถ่ายเทอยู่ตลอดเวลาช่วยแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี และการที่มีห้องสุขาเพิ่มขึ้นอีกหลายห้องทำให้นักเรียนหญิงส่วนใหญ่เกิดความประทับใจที่ดีต่อห้องสุขาแบบใหม่นี้

         ส่วนอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่นักเรียนต่างก็ให้ความสนใจไม่แพ้กันคืออาคารกิจกรรมชมรมซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่พร้อมเปิดให้เข้าไปใช้งานแต่หลายคนก็พอจะนึกภาพในตอนที่มันเสร็จสมบูรณ์ออกได้ไม่ยาก ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุของข่าวลือเรื่องการเลือกห้องกิจกรรมชมรมทำให้บรรดาหัวหน้ากลุ่มกิจกรรมชมรมที่ต้องการห้องในตำแหน่งที่ดีที่สุดต่างพากันไปเขียนเอกสารคำร้องส่งให้กับรองผู้อำนวยการริซาน่ากันจนวุ่นวาย

         ท่ามกลางความวุ่นวายของพวกนักเรียนที่พากันเดินสำรวจดูรอบอาคารกิจกรรมชมรม ฟรานยืนมองสลับไปมาระหว่างอาคารกิจกรรมชมรมกับห้องอาหารซึ่งยังสร้างไม่เสร็จและทราบได้ในทันทีเลยว่าเป็นฝีมือของใครจึงหันไปถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกัน

         “เสร็จเมื่อไหร่?”

         “น่าจะอีกประมาณสองวัน”

         “อะไรอีก”

         “ถึงเวลาก็จะรู้เอง”

         “อือ” ฟรานพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะแยกตัวไปเตรียมเข้าเรียนที่สาขาเวทมนตร์




ไม่น่าแปลกใจทำไมยายซาริถึงมีท่าไม้ตายเป็น ตีนติดคริติคอล

ขอบ่นสักหน่อย

เพิ่งโดนด่ามาว่า 'ขนาดจะปั่นกระแสยังใช้เฟสปลอมอีก ขยะจริงๆ'

สรุปแค่ไม่ได้สนใจอัพเดตสถานะในเฟสบุ๊กก็หาว่าเป็นเฟสปลอมแล้วเหรอ?

บอกเลยว่าผมไม่ได้อัพเดตสถานการณ์มา 5-6 ปีแล้ว

ที่ผ่านมาเอาไว้แค่เข้ากลุ่ม Precure กับ กลุ่มนักเขียนนิยาย นอกจากนั้นก็แค่เอาไว้รับสิทธิพิเศษจากการเล่นเกมมือถือก็เท่านั้น

บอกเลยว่าโดนตัดสินแบบนี้ก็จุกเหมือนกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 929 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #17056 oomlovegood (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 16:56
    เหมือนผมเลยเอาไว้เช็คข้อมูลกลุ่มเกมนานๆออนที
    #17,056
    0
  2. #17019 mummummi (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 21:37
    ห้องลับที่ไม่ใช่ความลับ ซาริ เธอนี่มันสุดยอดจริงๆ
    #17,019
    0
  3. #16982 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 18:20
    รักความหาห้องลับของซาริ เอ็นดู
    #16,982
    0
  4. #16975 Backbark (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 13:34

    เรามันพวกเดียวกัน55⁵55

    #16,975
    0
  5. #16973 วายุจัง (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 10:31
    เฟสเคยอับค่ะ แต่ช่วงหงัง เลิกเล่น นิ่งสนิทมา 5-6 ปีแล้วจริงๆ ส่องแมว กับนิยายเช่นกัน 55+
    #16,973
    0
  6. #16964 markbull (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 12:34
    ผมเล่นเกมกับนิยายอย่างเดียวไม่อัพอะไรเลย
    #16,964
    0
  7. #16962 ImagineSystem (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 01:00
    ของผมนี่ไม่อัพหลักจะ 10 ปีละ
    #16,962
    0
  8. #16961 Bewtii006 (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 19:10
    นี่ก้อมีนะเฟส แต่ไม่ได้เล่นแล้วว คุณไรท์อย่าใส่ใจเลยย ปสด.เปล่าๆ
    #16,961
    0
  9. #16960 Pongza Eiei (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 02:04

    เฟสผมก็เหมือนกันไม่ค่อยอัพสถานะหาว่าเฟสปลอม 5-6ปีเอาไว้แชทคุ่ยกับเพือน
    #16,960
    0
  10. #16959 Kingsun Nomercy (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 17:44
    ซาริ นี่พลังจะเทพเกินไปแล้ว ห้องลับยังหาเจอ เซรอสต้องฆ่าหมดห้องลับไปเลย ถ้าปล่อยใว้ อาจทำให้ความลับ รั่วไหล อย่างตอน คาเรน เจอห้องล้บ ก็ทีนึงแล้ว ปล่อยใว้แบบนี้อาจเป็นอันตรายถึง ตัวเอง ต้องเก็บทิ้ง เพื่อลบความเสี่ยง (ว่าไปนั่น)
    #16,959
    0
  11. #16958 [Gu][Ja][Out] (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 15:36
    เคยโดนเหมือนกันเลยครับ
    #16,958
    0
  12. #16957 Katana (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 12:32

    อย่างไปสนใจพวกงี่เง่านั้นเลย อย่างเฟสผมก็ใช้ภาพตัวในเกม ใช้มา6-7ปีแล้ว จะอับไม่อับหรือใช้ภาพอะไรมันเป็นความชอบส่วนบุคคล ...

    #16,957
    0
  13. #16956 xzard (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 11:39
    -คนที่ว่าคุณนะมันเป็นพวกต้องการให้คนสนใจ อย่าไปสนใจเลย
    #16,956
    0
  14. #16955 ฺBooker (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 01:21

    เหมือนกัน เฟสที่มีไว้ก็ก็ไม่เคยอัพเดทสถานะเลย แค่เอาไว้สมัครสมาชิก ติดตามข่าวสาร เพื่อนบางคนยังบอกเลยว่า เป็นคนอินดี้มาก โลกส่วนตัวสูง แต่เพื่อนเขาก็เข้าใจเรานะ

    #16,955
    0
  15. #16954 Tamax Invit (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 23:28
    อย่าไปใส่ใจเลยครับ
    #16,954
    0
  16. #16953 notezaza4 (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 13:47
    รูปหน้าโปรไฟล์ผมยังไม่ได้เปลี่ยนมาเป็น10ปีแล้วครับ ขนาดเล่นอยู่ทุกวัน
    #16,953
    0
  17. #16952 闇の風 (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 13:00

    ก็ปกติของคนละครับทำอะไรไม่ได้เขาน่าจะเครียดจนต้องหาที่ระบายละครับทำใจ

    #16,952
    0
  18. #16951 Naii M. (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 12:12
    คนเขาจะพูดอะไรก็ได้ แต่ถ้าตัวเราไม่ใช่อย่างนั้นก็ไม่ต้องเกบมาคิด เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อ้าวผิดอ้างถูกไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเราเอง ถ้าเราไปรับคำดูถูกดูหมิ่นเขาก็แสดงว่าเราเปนอย่างนั้นเสียเอง
    #16,951
    0
  19. #16949 เพียงคนไร้นาม (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 01:54

    อย่าผูกติดความรู้สึกของเราไว้กับคำพูดของคนอื่นค่ะ คำพูดก็แค่สิ่งที่พ่นออกมาจากปาก เป็นแค่ลมปาก พูดดีก็ดี พูดร้ายก็ร้าย แต่จะดีหรือร้ายทั้งสองอย่างก็อยู่กับตัวผู้พูด ถ้าเราไม่รับย่อมไม่เกี่ยวกับเรา//สู้ ๆ ค่ะ





    #16,949
    0
  20. #16948 dragonball1909 (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 21:56
    บางทีก็คิดว่าถ้าไม่นับคนบ้านเดียวกัน ซารินี่คงเก่งทะลุฟ้าที่สุดในรุ่นแล้วมั้งโดยเฉพาะเรื่องหนีกับโชคลาภ
    #16,948
    0
  21. #16947 อ้าวว่าจะจบภาคแล้วว (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 14:47

    ทำไมเรียกเฟสปลอม เฟสจริงชัดๆเพียงแค่ไม่ใช้ชื่อตัวเอง ห้าๆ (อันนี้แดกดัน) เวลานักเขียนมีนามปากกาต้องไปว่าเขาไหม อี๋ๆ ชื่อปลอม บางคนเขาก็อยากสร้างโลกอีกไป อยากมีความลับ อยากมีความเป็นส่วนตัว (เอาแบบไม่ผิดศีลธรรม หรือกฏหมายนะ) อ่อ บางคนบอกเป็นส่วนตัวจะมาเม้นจะมาคุยจะมาเข้ากลุ่มทำไม ก็อย่าไปยุ่งกับคนอื่นซิ คือ - -ต้องแยกให้ออกคำว่าส่วนตัว กะ ตัวคนเดียวนะ

    #16,947
    0
  22. #16945 aonkung30 (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 11:35

    ขอบคุณครับ ทุกวันนี้ เข้ามาเด็กดี รอนิยายเรื่องนี้ เรื่องเดียวจริงๆ


    #16,945
    0
  23. #16944 ChesStyBiKe (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 07:08
    เหมือนกันครับ เฟสไว้สำหรับล็อกอินเกม กับเข้ากลุ่มส่งงานเมื่อตอนยังเรียนอยู่

    รูปโปรยังไม่เคยตั้งเลย เลยไม่กล้าไปโพสแสดงความคิดเห็นที่ไหนกลัวโดนด่าว่าเฟสปลอม 55555 ใช้มาเกือบจะ10ปีแล้ว
    #16,944
    0
  24. #16943 nayloverr02 (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 06:17

    เหมือนกันครับ เฟสผมไม่ได้อัพสถานะนานแล้ว

    เอาแค่เข้ากลุ่ม กับสิทเกม




    #16,943
    0
  25. #16942 wuttichaiwutti (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 03:25
    ก็คนไม่เล่นอะเนอะ มีไว้เฉยๆไม่ได้อยากอัพอะไร แค่มีรูปหน้าจริง ก็บุญแล้ว
    #16,942
    0
  26. #16927 shounen (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 20:01
    ไม่รู้เพราะอะไร (เพราะเฟซส่วนตัวไม่ค่อยอยากหา(ถ้าเพจก็อีกเรื่อง)) ก็ช่างมัฯแล้วไปสนใจ ยมทูตและไก่ติดไฟดีกว่าครับ
    #16,927
    2
    • #16927-1 MIRROR(จากตอนที่ 228)
      13 ธันวาคม 2563 / 20:05
      ยมทูต? ไก่ติดไฟ? ดันเป็นตัวละครในนิยายผมซะด้วย
      #16927-1
    • #16927-2 ShounenMe(จากตอนที่ 228)
      15 ธันวาคม 2563 / 12:25
      อ้าว คาลลิกับเคียล่าจะโผลมาในนี้เรอะ???
      #16927-2
  27. #16926 zezeuiaz (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 19:56
    เข้าเฟซเร็วสุดอาทิตย์ละครั้ง แต่ส่วนใหญ่เดือนละครั้ง เฉพาะเข้าไปดูนะ ถ้าโพสนี่ แทบจะสามเดือนครั้ง เจอบ่นประจำ ทำไมไม่เข้าเฟซทุกวัน ขอประกาศ งานในนอกเพียบ นอนวันละ5-6ชม.เอง นอกนั้นหมดไปกับงาน จะให้ใช้เวลาไหนเล่น ตอนกินข้าวเรอะ

    ถ้ามีเวลาเหลือจริง ขอพักตาดีกว่า ใช้ตาในการทำงานเยอะมาก จนกลัวว่าที่บริจาคตาไป คนที่ได้รับช่วงต่อ เขาจะใช้ได้ไหม ตอนนี้ได้แต่หาอะไร มาบำรุงดูแลรักษา ไม่ให้มันย่ำแย่มาก จนนำไปใช้ต่อไม่ได้ หวังว่าเมื่อวันนั้นมาถึง อวัยวะทุกชิ้น จะอยู่ในสภาพดี จนนำไปใช้ต่อได้นะ สาธุ
    #16,926
    2
    • #16926-1 MIRROR(จากตอนที่ 228)
      13 ธันวาคม 2563 / 19:58
      สาธุด้วยคนสิ...
      #16926-1
    • #16926-2 zezeuiaz(จากตอนที่ 228)
      23 ธันวาคม 2563 / 17:45
      บริจาคอวัยวะหรือยัง ถ้ายังควรบริจาคนะ ตายไปเผาได้แค่ขี้เถ้า บริจาคให้คนอื่นมีชีวิตต่อดีกว่าเยอะ
      #16926-2