ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 224 : SS3 Episode Sixty-Nine : ปิ้งย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,006 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

SS3 Episode Sixty-Nine

 

         ฝนที่ตกโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวันแม้จะไม่ได้หนักมากแต่ก็สร้างปัญหาให้แก่นักเรียนที่พักอาศัยอยู่ข้างนอกได้ไม่น้อย บางคนใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนเพื่อรอให้ฝนเบาบางลงแล้วจึงค่อยเดินทางกลับ ส่วนบางคนก็จะมีรถม้ามาคอยรับส่งถึงบริเวณหน้าประตูจึงสามารถกลับได้ทันที ในขณะที่เด็กหนุ่มบางคนไม่สนใจสภาพอากาศเลือกจะวิ่งฝ่าสายฝนกลับไปยังที่พักจนเนื้อตัวเปียกปอน

         ทุกวันหลังเลิกเรียนพวกนักเรียนส่วนใหญ่มักจะมารวมตัวกันอยู่ที่ร้านอาหารนางเงือกซึ่งเปิดโดยกลุ่มการค้าเซเรน เนื่องจากเป็นร้านอาหารที่ไม่ได้รับอิทธิพลความเชื่อจากทางวิหารศักดิ์สิทธิ์พวกมนุษย์สัตว์ส่วนใหญ่จึงสามารถเข้ามาใช้บริการกันได้อย่างเสรี นอกจากนี้ด้านรสชาติของอาหารที่ชื่อเรียกฟังดูขัดหูแต่กลับอร่อยมากและยังมีราคาที่ถูกมากสำหรับนักเรียนที่รายได้ต่อเดือนมีอยู่จำกัด อาหารส่วนใหญ่ถูกเรียกว่าฟาร์สฟู้ดเนื่องจากวิธีการทำค่อนข้างง่ายและรวดเร็ว หลังจากที่สั่งไปเพียงห้านาทีก็ได้รับมานั่งทานแล้ว

         บนชั้นสองของร้านเป็นที่นั่งติดริมหน้าต่างที่สามารถมองเห็นประตูทางเข้าของโรงเรียนเซเวียร์ได้อย่างชัดเจน เซรอสหยิบแฮมเบอร์เกอร์ราคาสิบเหรียญเงินโทเฟ่นขึ้นมาลองทานดู รสชาติของมันก็ไม่นับว่าแย่นักแต่อาจจะอร่อยมากสำหรับคนบนโลกนี้ที่ไม่เคยทานอะไรแบบนี้มาก่อน หลักฐานยืนยันก็คือยอดสั่งซื้อรายวันที่พุ่งสูงมากกว่ารายการอาหารชนิดอื่นอย่างเทียบไม่ติด ไม่ผิดหวังที่มอบสูตรอาหารฟาร์สฟู้ดกับคาเรนในตอนนั้นจริงๆ

         ต้องขอบคุณสภาพอากาศในวันนี้ที่ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก ลูกค้าส่วนมากที่มาจะเป็นนักเรียนที่พักอาศัยในเขตหอพักนักเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก มีบางคนเป็นพ่อบ้านสาวใช้ที่มาสั่งซื้อตามคำสั่งของผู้เป็นนาย มีบ้างที่เป็นนักผจญภัยซึ่งพักอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงและถูกอานุภาพของราคาที่แสนถูกล่อให้ติดกับจนสุดท้ายกลายมาเป็นลูกค้าประจำที่มักจะมาสั่งซื้อทุกเช้าเย็น

         “หือ!?”

         ก้มลงมองดูจานที่เคยมีมันฝรั่งทอดอยู่เกือบครึ่งจานซึ่งตอนนี้กลายเป็นว่างเปล่า

         ถัดจากที่นั่งของเขาไปไม่ถึงหนึ่งช่วงแขนเห็นซาริพยายามยัดมันฝรั่งทอดในจานของตัวเองเข้าปากชิ้นแล้วชิ้นเล่าและกินอย่างตะกละตะกลาม พอเห็นว่าเซรอสรู้ตัวเรื่องที่เธอแอบขโมยมันฝรั่งทอดกินจนหมดก็รีบยัดส่วนที่เหลือเข้าปากและวิ่งหนีไปราวกับกำลังกลัวความผิด

         “ยายตัวแสบนี่” เซรอสทำได้เพียงเผยรอยยิ้มแห้งๆ และหันไปจัดการกับแฮมเบอร์เกอร์จนหมด

         กลุ่มกิจกรรมชมรมวิจัยและพัฒนาอาหารถึงจะเพิ่งได้รับอนุญาตให้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการแต่ก็ไม่ได้มีสถานที่สำหรับทำกิจกรรมเป็นที่เป็นทาง วาเลนเซียร์ในฐานะประธานกลุ่มกิจกรรมชมรมจึงตัดสินใจเปิดหัวข้อการศึกษาวิจัยอาหารครั้งแรกโดยใช้งบประมาณของตนเองสั่งซื้ออาหารหลายจานและช่วยกันศึกษารสชาติของมันอย่างละเอียดยิบ ส่วนซารินั้นที่แรกเริ่มเดิมทีเซรอสหวังว่าเธอจะหากิจกรรมชมรมที่เหมาะกับตัวเองได้สุดท้ายกลับถูกพวกนักเรียนหญิงล่อหลอกด้วยอาหารแสนอร่อยก็ยอมเข้าร่วมชมรมโดยไร้ซึ่งการขัดขืน

         ตรงกันข้ามกับฟรานที่มีความมุ่งมั่นในเส้นทางอนาคตของตนเองและเลือกจะสมัครเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมชมรมการออกแบบ เท่าที่ทราบมานั้นดูเหมือนฟรานไม่เพียงแต่จะชอบการเป็นนักผจญภัยเท่านั้นแต่ยังมีความชื่นชอบในเรื่องของการออกแบบอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ เครื่องป้องกัน รวมไปถึงเครื่องประดับ ถึงแม้เซรอสจะไม่เคยรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของพวกเด็กๆ แต่ก็มักจะเห็นฟรานแอบจดจำดีไซน์ต้นแบบอาวุธของเขาและนำไปวาดลงใส่สมุดตนเองโดยมีการดัดแปลงอีกเล็กน้อย

         เนื่องจากว่ากลุ่มกิจกรรมชมรมการออกแบบนั้นมีมานานหลายปีแล้วเพียงแค่ยื่นใบสมัครเสร็จก็เท่ากับเป็นสมาชิกเต็มตัว ฟรานจึงใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปขลุกตัวอยู่ที่ห้องชมรมเพื่อศึกษางานของรุ่นพี่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ด้วยอุปกรณ์สอดแนมที่เซรอสแอบติดตั้งไว้บนตัวของฟรานทำให้ทราบว่าแท้จริงแล้วกลุ่มกิจกรรมชมรมออกแบบนี้ยังจำเป็นต้องมีการปฏิบัติจริง จึงได้มีการรวบรวมศาสตร์และเทคนิคของแต่ละสาขาอาชีพเอาไว้เกือบทั้งหมด ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือการที่มันเป็นความรู้พื้นฐานขั้นต้นและจำเป็นจะต้องไปศึกษาต่อเพิ่มเติมในสายงานที่ตนเองคิดจะมุ่งเน้นไปในภายหลัง

         ห่างจากที่นั่งของเซรอสไปไม่ไกลนักเป็นโต๊ะของพวกวาเลนเซียร์ที่กำลังพิจารณาอาหารแต่ละจานและจดบันทึกความลึกล้ำของรสชาติ ด้วยความที่พวกเธอต่างก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเข้าครัวมาก่อนจึงเป็นธรรมดาที่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นจากตรงไหน วาเลนเซียร์เองก็เป็นถึงองค์หญิงแห่งไอทาเรียย่อมไม่จำเป็นต้องเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเอง เช่นเดียวกันกับบุตรสาวขุนนางคนอื่นที่ต่างก็มีพ่อครัวประจำตระกูลเลยไม่มีใครที่สามารถเสนอความคิดเห็นออกมาได้ และด้วยความที่เซรอสมีประสบการณ์มากกว่าจึงต้องมารับทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของกลุ่มกิจกรรมชมรมและคอยให้คำแนะนำพวกเธอทีละขั้นตอนจนสามารถคิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆ ขึ้นมาได้ด้วยตัวเองไปโดยปริยาย

         การที่ยังไม่มีห้องสำหรับทำกิจกรรมชมรมเป็นการส่วนตัวทำให้ไม่สามารถสอนพื้นฐานสำคัญอย่างการใช้อุปกรณ์เครื่องครัวได้ เซรอสจึงได้ละเว้นพื้นฐานเหล่านั้นเป็นการชั่วคราวและมอบบทเรียนแรกสุดอย่างการศึกษารายละเอียดของอาหารแต่ละชนิดไปก่อน

         เดิมทีแล้วสูตรอาหารของร้านอาหารนางเงือกก็ไม่ได้เป็นความลับใหญ่โตอะไรมากนัก ร้านค้าคู่แข่งเองก็แวะเวียนส่งพ่อครัวมาลองทานอาหารทุกเมนูเพื่อนำกลับไปทดลองทำเลียนแบบขึ้นมาขายเอง สิ่งที่ทำให้ร้านอาหารนางเงือกอยู่รอดบนเส้นทางธุรกิจนี้ได้เป็นเพราะราคาต้นทุนของวัตถุดิบที่รับมานั้นถูกแสนถูก ทั้งหมดล้วนเป็นของที่รับมาจากกลุ่มการค้าเซเรนในราคาที่ถูกเหมือนได้เปล่า เมื่อสามารถลดราคาต้นทุนลงได้คาเรนก็สามารถนำมาลงทุนกับการจ้างงานได้เพราะเป้าหมายของเธอนั้นไม่ใช่การแสวงหาผลกำไรตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

         “อาหารแต่ละอย่างของร้านนางเงือกล้วนแล้วแต่มีรสชาติที่ลึกลับมากจริงๆ โดยเฉพาะกับมันฝรั่งทอดจานนี้ที่ไม่คิดว่าเพียงแค่โรยเกลือเพียงเล็กน้อยกลับเข้ากันได้เป็นอย่างดี ผิวชั้นนอกมีความกรุบกรอบแต่ข้างในกลับมีความนุ่มอย่างมาก”

         “แฮมเบอร์เกอร์ที่ฉันสั่งมาเป็นรสชาติของเนื้อไก่ที่มีทั้งรสชาติเปรี้ยวจี๊ดผสมผสานกับรสชาติแสนจัดจ้านกันได้อย่างลงตัว มันให้รสสัมผัสคล้ายกับไส้กรอกสไปร์ซี่แต่มีความลึกล้ำเหนือกว่าอย่างบอกไม่ถูก”

         “ของฉันเป็นแซนด์วิชเนื้อออร์คที่ไม่มีแม้แต่กลิ่นสาบ”

         “ดูเหมือนว่าอาหารเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะมีกรรมวิธีการผลิตที่สามารถกำจัดกลิ่นสาบได้เท่านั้น ยังมีเรื่องของการปรุงแต่งรสชาติที่ออกมาโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละเมนู นอกจากนี้เครื่องปรุงที่นำมาใช้ก็ไม่น่าจะมีแค่เกลือหรือน้ำตาล บางทีพวกเราควรจะต้องศึกษาเรื่องเหล่านี้เพิ่มเติมกันอย่างจริงจังสักทีนะคะ” วาเลนเซียร์วิเคราะห์หลังได้ลองทานเนื้อที่หั่นแบ่งมาจากแต่ละเมนู

         ขณะที่แต่ละคนต่างคนต่างก็หมกมุ่นอยู่กับการวิเคราะห์รสชาติอาหารอันแสนลึกล้ำโดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่ามีมนุษย์กระต่ายขาวยื่นหน้าโผล่พ้นขอบโต๊ะและหยิบมันฝรั่งทอดบนจานของแต่ละคนมากินอย่างเอร็ดอร่อย กว่าพวกเธอจะรู้สึกตัวว่าบนจานของตนเองไม่เหลือมันฝรั่งทอดก็เป็นตอนที่ก้มหน้าลงไปจดบันทึกรสชาติที่สัมผัสได้บนปลายลิ้น

         “นี่เธอแอบกินมันฝรั่งทอดของพวกฉันสินะ”

         “ซาริไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเจ้าค่ะ” ซาริตอบปฏิเสธทั้งที่มีหลักฐานมัดตัวคาอยู่ในปาก

         “ระวังอ้วนไม่รู้ด้วยล่ะ”

         “อ้วนสิดีเจ้าค่ะ”

         วาเลนเซียร์เริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าจำนวนของคนที่เข้ามาใช้บริการในร้านอาหารนางเงือกเริ่มเยอะขึ้นจนต้องเบียดเบียนที่นั่งบนชั้นที่สองแล้ว การรั้งอยู่ที่ร้านอาหารต่อไปเกรงว่าอาจจะมีปัญหาอื่นตามมาได้จึงตัดสินใจที่จะยุติการทำกิจกรรมชมรมของวันนี้และแยกย้ายกันกลับที่พักเพื่อความปลอดภัย ถึงแม้พวกเธอจะเป็นนักเรียนจอมเวทก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ชีวิตในเมืองแห่งนี้ได้อย่างปลอดภัย เพราะมันยังมีพวกกลุ่มคนสารเลวที่ชอบลักพาตัวบุตรีขุนนางเรียกค่าไถ่อยู่บ่อยครั้ง

         ในฐานะที่เซรอสเป็นผู้ใหญ่และเป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มกิจกรรมชมรมนี้จึงอาสาไปยืนรอส่งทุกคนขึ้นรถม้าที่มารับอย่างปลอดภัย ถึงแม้ส่วนตัวแล้วเซรอสจะไม่ได้มีความคิดสกปรกต่อบรรดาเด็กรุ่นราวคราวหลานอยู่เลยก็ตาม แต่สำหรับบรรดาพ่อบ้านที่มารอรับนั้นกลับพาลคิดไปว่าเซรอสพยายามสร้างหาโอกาสสานความสัมพันธ์กับคุณหนูของตนเอง แม้ว่าจะไม่มีผู้ใดพูดสิ่งใดออกมาแต่ปฏิกิริยาท่าทางนั้นบ่งบอกชัดเจนเลยว่าต้องการขัดขวางอย่างเต็มที่

         หลังจากที่ยืนส่งพวกนักเรียนหญิงเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยจนครบทุกคนก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่ต่อ ฟรานกับวาคาบะนั้นสามารถหาทางกลับบ้านได้ด้วยตัวเองจึงไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ พอดูนาฬิกาก็เห็นว่ายังพอจะมีเวลาสำหรับซื้อวัตถุดิบทำอาหารจำพวกเนื้อไปตุนสำรองเผื่อในวันพรุ่งนี้จึงตัดสินใจที่จะแวะที่ร้านขายเนื้อสักหน่อย

         ใช้เวลาในการเดินทางฝ่าสายฝนไม่นานก็มาถึงตรอกซอกซอยที่สลับซับซ้อนหากไม่ใช่คนในพื้นที่ที่ชำนาญเส้นทางเชื่อว่าจะต้องมีหลงกันอย่างแน่นอน ปีที่แล้วเซรอสได้มีโอกาสมาสำรวจเส้นทางแถบนี้ทั้งหมดอยู่ก่อนแล้วเพื่อความปลอดภัยจึงทราบรายละเอียดของห้างร้านที่อยู่แถบนี้ได้ดีกว่าคนในพื้นที่เสียอีก ร้านขายเนื้อที่อยู่ในตรอกแห่งนี้ค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่เพราะมีจำหน่ายเพียงเนื้อของสัตว์อสูรและมอนสเตอร์เท่านั้น ด้วยราคาของเนื้อที่ไม่ถือว่าแพงมากนักลูกค้าประจำส่วนใหญ่จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม หรือไม่ก็เป็นพวกนักผจญภัยที่มักจะมาเพื่อหาเสบียงราคาถูกซะมากกว่า

         กลิ่นคาวเลือดที่เก่าและใหม่ปะปนอยู่ภายในร้านทำให้พอจะเดาได้ว่าวันนี้น่าจะมีสินค้าใหม่เข้าร้าน กวาดสายตามองดูถังที่อยู่ด้านหลังเคาท์เตอร์ขายเนื้อเห็นเป็นอุ้งเท้าสัตว์คล้ายกับหมีอยู่ในถัง เลือดที่เปรอะอยู่บนเนื้อบ่งบอกว่าเพิ่งจะผ่านการชำแหละมาได้ไม่นาน ถ้าจำลักษณะทางกายวิภาคของมอนสเตอร์ไม่ผิดน่าจะเป็นของ บลัดแบร์ ซึ่งอาศัยอยู่ในหุบเขาทางตอนใต้ของไรด์การ์ด พิจารณาจากระยะทางที่ค่อนข้างไกลมากเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะถูกขนย้ายมาด้วยวิธีการปกติ บางทีอาจจะเป็นการใช้อุปกรณ์มิติเก็บร่างของมันเอาไว้และนำมาขายทั้งตัวในภายหลัง

         “มีอะไรใหม่ๆ มาแนะนำบ้างไหม” เซรอสเอ่ยถามกับเจ้าของร้านขายเนื้อ

         เนื่องจากเซรอสมาสั่งซื้อเนื้อจากที่นี่ค่อนข้างบ่อย บางครั้งก็เป็นคนนำมาขายด้วยตัวเองจึงค่อนข้างสนิทกับคนขายเนื้อระดับหนึ่ง

         “ก็ถ้าไม่นับบลัดแบร์ที่เพิ่งได้มาใหม่วันนี้ สินค้าส่วนใหญ่ก็เหมือนเดิมทั้งนั้นแหละ”

         เซรอสหยุดพิจารณาเนื้อที่แขวนอยู่และใช้นิ้วจิ้มตรวจสอบคุณภาพของเนื้อก้อนนั้น

         “เจ้านี่ได้มาเมื่อไหร่?”

         “มันอยู่ในห้องเย็นมาหนึ่งคืน เพิ่งจะได้แล่มันเมื่อเช้านี้เอง”

         “ถ้าอย่างนั้นก็เอาเป็นเนื้อเจ้านี่สองกิโลกรัม เนื้อวูล์ฟห้ากิโลกรัม แล้วก็เนื้อบลัดแบร์อีกสามกิโลกรัมก็แล้วกัน” เซรอสสั่งจบก็ลองเดินวนดูก้อนเนื้อชิ้นใหญ่ที่แขวนอยู่ด้วยความสนใจ จากที่ลองพิจารณาดูด้วยสายตาและประสบการณ์พบว่ามันเป็นเนื้อที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับเนื้อวากิว A5 เลยทีเดียว

“นี่ลุง เนื้อนี่มันอะไรกันน่ะ?”

         “นักผจญภัยกลุ่มหนึ่งนำมาขายให้น่ะ เห็นว่าเป็นเนื้อที่ได้มาจากมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน ไอ้ข้าก็ไม่เคยเห็นเนื้อที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อนก็เลยซื้อมาในราคาสูงทีเดียว ว่าแต่เอ็งนี่ตาแหลมไม่เบาเลยนี่นา ขนาดลูกค้าเข้าออกร้านตั้งหลายครั้งยังไม่มีใครเห็นความยอดเยี่ยมของมันเลยแม้แต่คนเดียว”

         “มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนี่กินได้ด้วยเหรอ?”

         เซรอสมีประสบการณ์ในการเข้าไปในดันเจี้ยนครั้งหนึ่งและถูกโจมตีโดยมอนสเตอร์รูปร่างประหลาดคล้ายกับเจ้าซีโนมอร์ฟ หลังจากนั้นก็ได้มารู้ว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนมีแต่พวกรูปร่างประหลาดซึ่งทรัพยากรที่เก็บเกี่ยวได้จากพวกมันก็มักจะเป็นผลึกเวทมนตร์หรือไม่ก็วัตถุดิบจากซากร่างที่นำไปสร้างเป็นอาวุธหรืออุปกรณ์ป้องกันตัว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่ามีมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนที่สามารถนำมาเป็นอาหารได้

         ยายวาคาบะคงไม่รู้เรื่องนี้สินะ

         วาคาบะเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์มือใหม่ที่ยังขาดประสบการณ์ในการสร้างดันเจี้ยน การที่เธอจะไม่รู้ว่ามีมอนสเตอร์ที่สามารถใช้เป็นอาหารได้ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด แต่ถ้าในอนาคตข้างหน้าสามารถทำฟาร์มปศุสัตว์ในดันเจี้ยนได้ก็คงจะเป็นเรื่องดีทีเดียว

         “ข้าก็เพิ่งจะรู้เหมือนกับเอ็งนี่แหละ ว่ายังไงสนใจหรือเปล่าล่ะ”

“แน่นอน ลุงจะขายมันในราคาเท่าไหร่สำหรับเนื้อก้อนนี้ทั้งก้อน”

“ทั้งก้อนเลยรึ? เจ้านี่ไม่คิดจะแบ่งให้คนอื่นซื้อเลยหรือยังไงกัน”

“ของดีแบบนี้ใครจะปล่อยให้ไปถึงมือของคนอื่นกันเล่า”

“ฮ่าๆๆ ที่เอ็งพูดมาก็ถูกล่ะนะ ของดีแบบนี้ใครจะปล่อยให้ไปถึงมือของคนอื่นนั่นสินะ ข้ารับซื้อมาจากพวกนักผจญภัยราคาสิบแปดเหรียญทองก็จริง เจ้าจะว่ายังไงหากข้าคิดจะขายในราคายี่สิบเหรียญทอง”

ธรรมดาแล้วราคาซื้อขายของวัวเนื้อหนึ่งตัวจะตกอยู่ที่ราคาเพียง 5-8 เหรียญทองเท่านั้น

มีเพียงคนบ้าเท่านั้นที่ยอมเสียเงินกว่ายี่สิบเหรียญทองเพื่อซื้อเนื้อที่มีน้ำหนักน้อยกว่าวัวเนื้อหนึ่งตัว

ทว่าในสายตาของพ่อค้าเนื้อที่ทั้งชีวิตคลุกคลีอยู่กับเนื้อหลากหลายชนิดย่อมมองเห็นถึงความยอดเยี่ยมของเนื้อมอนสเตอร์ตัวนี้จึงเสนอขายในราคาที่เหมาะสมที่สุดออกไป

“ตกลง” เซรอสไม่คิดจะต่อรองราคาเพิ่มเติมใดๆ อีก “แล้วก็อุ้งเท้าหมีที่อยู่ในถังนั่นถ้าลุงคิดจะนำไปทิ้งล่ะก็ เป็นไปได้ไหมถ้าผมจะขอซื้อพวกมันทั้งหมด”

 

บ้านแอชเชอร์

เซรอสไขกุญแจเปิดประตูและเดินเข้ามาในบ้านพร้อมปลดเสื้อคลุมกันฝนออกมาสะบัดไล่น้ำออก หยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่ข้างประตูส่งให้ซาริเช็ดหน้าที่เปียกปอนให้แห้ง รองเท้าบูทที่เปื้อนโคลนถูกถอดวางทิ้งและเปลี่ยนมาใช้เป็นรองเท้าสลิปเปอร์สำหรับเดินในบ้านแทน

“เด็กพวกนั้นยังไม่กลับมากันอีกเหรอ?” เซรอสพึมพำเสียงเบา

เขาเดินไปที่ห้องทานอาหารและขยับลูกบิดของลิ้นชักเพื่อเปิดกลไกลับ

ผนังของห้องอาหารขยับเลื่อนเปิดเผยให้เห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังแสดงการทำงานของโปรแกรมหลายต่อหลายตัว หนึ่งในโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่นั้นเป็นกล้องรักษาความปลอดภัยที่ติดเอาไว้ทั่วบ้านกับแผงเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว หากมีใครสักคนเดินผ่านเซ็นเซอร์ก็จะทำการบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดและแจ้งเตือนต่อเซรอสในทันที

“หืม...ดูเหมือนจะออกมาจากโรงเรียนกันแล้วสินะ”

ยืนยันตำแหน่งและความปลอดภัยของเด็กทั้งสองคนเสร็จแล้วก็จัดการซ่อนกลไกให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

         กว่าเด็กทั้งสองคนจะกลับมาถึงบ้านก็น่าจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงโดยประมาณ ระหว่างนั้นเซรอสก็จำเป็นจะต้องมานั่งคิดเกี่ยวกับมื้อค่ำโดยใช้วัตถุดิบชั้นเลิศที่เพิ่งจะได้มาในวันนี้ว่าจะใช้ทำเมนูอะไรดี มองดูเนื้อหลายกิโลกรัมที่วางอยู่บนโต๊ะสลับกับมองเจ้าสุนัขป่าเฟนริลที่มานั่งแลบลิ้นเลียริมฝีปากแผล็บๆ รอความหวังอย่างน่าหมันไส้ ด้วยปริมาณของเนื้อที่ซื้อมาในวันนี้คงเพียงพอสำหรับหนึ่งครอบครัวเป็นเวลาหนึ่งเดือนแต่เอาเข้าจริงคงอยู่ได้เต็มที่ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เสียด้วยซ้ำ

         “หยุดสิ่งที่กำลังจะทำเลยนะยายตัวแสบ”

         หันมองไปทางด้านหลังก็เห็นซาริกำลังเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็นอย่างเงียบเชียบ การลักลอบย่องเบาของซาริเพื่อขโมยของกินอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็จริงแต่เซรอสก็มีเหตุผลยอมให้มันเกิดขึ้นก็เพื่อฝึกการลับประสาทสัมผัสพิเศษ ยิ่งซาริมีทักษะย่องเบาและซ่อนเร้นที่ร้ายกาจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยกระตุ้นให้เขาต้องพยายามพัฒนาตนเองให้เก่งยิ่งขึ้น ผลลัพธ์จากการทำแบบนี้เรื่อยมากทำให้ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมมากขึ้นแม้จะยังหาวิธีรับมือกับลบตัวตนสมบูรณ์ของซาริไม่ได้ก็ตาม

         “อย่าลืมนะว่าเธอเพิ่งจะกินมันฝรั่งทอดไปตั้งหลายจาน”

         “นั่นเป็นออเดอร์เจ้าค่ะ”

         “มันเรียกว่าออเดิร์ฟ (hors d'œuvre) ต่างหาก แล้วฉันก็คิดว่าปัญหามันน่าจะอยู่ที่ความตะกละของเธอซะมากกว่า”

         ด้วยการจัดการด้านโภชนาการและกำหนดวิธีการฝึกร่างกายเพื่อรีดเอาไขมันส่วนเกินออก และเมื่อทำสิ่งเหล่านี้จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันจึงส่งผลทำให้ซาริมีระบบการเผาผลาญพลังงานที่ยอดเยี่ยมมาก ยิ่งช่วงหลังมานี้พบว่าซาริมีการใช้พลังเวทมนตร์เสริมศักยภาพร่างกายแบบไม่รู้ตัวอยู่บ่อยครั้งก็ไม่แปลกที่จะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น

         “มื้อเย็นวันนี้ฉันคิดจะทำปิ้งย่างซะหน่อย รบกวนเธอช่วยไปเก็บผักจากเรือนกระจกโซน C2 มาให้ที”

         “ปิ้งย่าง!? เหมือนบาร์บีคิวหรือเปล่าเจ้าคะ?”

         “ก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ รีบไปได้แล้ว”

         “เจ้าค่า”

         ระหว่างที่รอให้ซาริไปเก็บผักมาทำเครื่องเคียงก็อาศัยจังหวะนี้นำเนื้อสัตว์ที่ซื้อมาเก็บใส่ตู้แช่เย็นให้เรียบร้อย โดยเฉพาะเนื้อของมอนสเตอร์จากดันเจี้ยนนั้นมีขนาดใหญ่มากกว่าตู้เย็นจึงต้องนำไปเก็บใส่ห้องแช่ลับที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานโต๊ะทำครัว โดยไม่ลืมที่จะตัดแบ่งเนื้อคุณภาพเยี่ยมมาส่วนหนึ่งเพื่อนำมาเตรียมหมักและหั่นแบ่งเป็นชิ้นสำหรับนำไปปิ้งย่าง

         ต่อมาเซรอสก็ตระหนักได้ถึงสิ่งสำคัญที่เขาหลงลืมไป

         นั่นคือเขายังไม่มีอุปกรณ์สำหรับทำปิ้งย่างเลยสักอย่างเดียว

         โชคดีที่เซรอสนั้นมีพลังในการสร้างและมันสามารถออกแบบรูปทรงของสิ่งที่อยากจะสร้างขึ้นมาได้ วัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้ก็มีเก็บไว้ในแหวนมิติและพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา ใช้เวลาไม่นานนักก็สร้างโต๊ะกับเตาปิ้งย่างเสร็จจากนั้นจึงนำไปวางแทนที่โต๊ะในห้องอาหาร

         ส่วนถ่านไม้ที่จะนำมาใช้ให้ความร้อนก็ผลิตโดยใช้พลังในการสร้างแปรรูปมาจากไม้ฟืน

         เพียงเท่านี้การเตรียมการทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้น...

         ประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมกับร่างในเสื้อคลุมกันฝนสองคนเดินเข้ามาในบ้านอย่างรีบร้อน เฟนริลที่รู้ว่าใครกลับมาก็ออกอาการระริกระรี้ไม่ต่างอะไรกับสุนัขตัวหนึ่งที่เฝ้ารอการกลับมาของเจ้านายจนน่าหมันไส้ หากไม่เป็นเพราะกฎข้อห้ามของทางโรงเรียนที่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่หรือยังไม่ได้ผ่านการทำสัญญาเข้าไปภายในเขตโรงเรียนเชื่อว่าฟรานก็คงไม่ยอมให้มันอยู่เฝ้าบ้านอย่างแน่นอน

         “เสื้อคลุมกันฝนนี่จะมีทำไมถ้ามันช่วยป้องกันพวกเราจากฝนไม่ได้?” วาคาบะบ่นอุบ แสดงความไม่พอใจต่อประสิทธิภาพของเสื้อคลุมกันฝนที่แทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว “ถ้าเปลี่ยนมาเป็นร่มอย่างน้อยก็แน่ใจได้เลยว่าหัวฉันจะแห้งมากกว่านี้”

         “อือ” ฟรานตอบ

         “เดี๋ยวนะ! ว่าแต่ทำไมเธอถึงดูไม่เปียกเลยล่ะ”

         ด้วยความที่รีบร้อนวิ่งหน้าตั้งกลับมาที่บ้านจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นสภาพของฟรานที่ยังคงดูแห้งเป็นปกติ

         “เวทมนตร์ คลุมทั้งตัว” ฟรานเฉลย

         เทคนิคการใช้เวทมนตร์คลุมทั่วร่างเป็นทักษะการใช้เวทมนตร์ระดับสูงที่จะมีฝึกสอนให้ในอนาคตข้างหน้า ฟรานโชคดีกว่าตรงที่เธอได้รับการฝึกสอนโดยตรงจากรองผู้อำนวยการริซาน่าล่วงหน้า ประกอบกับความเป็นอัจฉริยะทางด้านเวทมนตร์ทำให้สามารถใช้เวทมนตร์ระดับสูงได้อย่างคล่องแคล่วในระยะเวลาอันสั้น

         “ขี้โกงมาก ทำไมฉันถึงทำแบบนั้นไม่ได้บ้างนะ” วาคาบะทำได้เพียงพูดจาตัดพ้อต่อความอ่อนแอของตนเอง

         รูปแบบเวทมนตร์ของดันเจี้ยนมาสเตอร์นั้นถูกกำหนดรูปแบบการใช้งานที่ตายตัวเอาไว้ก็จริง แต่ก็ทดแทนด้วยความหลากหลายของสกิลเวทมนตร์ที่สามารถซื้อมาใช้งานได้ทั้งหมด เวทมนตร์แบบที่ใช้เพื่อสร้างกำแพงลมขึ้นมาคลุมตัวก็มีอยู่แต่พอได้ลองตรวจเช็คราคาซื้อขายและเห็นตัวเลขหกหลักก็ทำเอาเธอแทบจะหมดอาลัยตายอยากขึ้นมาทันที

         คงอีกนานกว่าจะเก็บคะแนนเพื่อซื้อมาใช้งานได้

         ทั้งสองคนเปลี่ยนมาใส่รองเท้าสลิปเปอร์และเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะเห็นว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในห้องทานอาหาร โดยเฉพาะกับโต๊ะอาหารที่มีรูปร่างเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ช่องว่างตรงกลางที่เป็นเหมือนหลุมนั้นมีตะแกรงวางพาดอยู่พร้อมกับควันฟืนที่ลอยออกมาบางเบา นอกจากนี้บนโต๊ะอาหารก็ยังถูกวางแน่นไปด้วยจานใส่เนื้อที่ถูกแล่ออกมาและเรียงกันอย่างสวยงาม พิจารณาจากสีสันของเนื้อนั้นช่างดูคล้ายกับเนื้อวากิวที่เคยทานสมัยที่ตนเพิ่งจะได้เดบิวต์ในฐานะนักเขียนการ์ตูนหน้าใหม่

         “กลับมาทั้งที่ตัวเปียกแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาทานมื้อเย็นกัน วันนี้ฉันไปเจอเนื้อคุณภาพดีมาก็เลยคิดว่าจะทำปิ้งย่างกินกัน อีกเดี๋ยวก็น่าจะเสร็จแล้วล่ะ” เซรอสพูดพร้อมกับยกถาดใส่เนื้อที่แล่เรียงสวยไปวางไว้บนโต๊ะ





บทจะสโลว์ไลฟ์ก็สโลว์ไลฟ์จริ๊ง

แต่คงอยู่ได้ไม่นานหรอก เพราะบทต่อไปเป็นงานกรรมกร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.006K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #16799 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 18:25
    เชฟมือหนึ่ง ซื้อ หลงรักเซรอส
    #16,799
    0
  2. #16790 mummummi (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 22:31
    ซาริสกิลเทพขึ้นทุกวัน ลบตัวตนแล้วย่องเบานี่เก่งสุดๆ
    #16,790
    0
  3. #16733 l3etatest (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 18:52
    มาต่อไวๆนะครับ รอติดตามตลอดครับ
    #16,733
    0
  4. #16732 tanagorn29 (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 16:51
    ไซร์งานนรกกำลังจะกลับมาแล้วเซรอสยังไม่รู้ตัวว่าจะเจออะไร
    #16,732
    0
  5. #16728 tim0013 (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 19:43
    และเมนูพิสดารนี้จะมีไหมเนี่ย
    #16,728
    1
    • #16728-1 Blue Soul(จากตอนที่ 224)
      24 ตุลาคม 2563 / 20:17
      คิดถึงแจ่วฮ้อนล่ะสิ?
      #16728-1
  6. #16727 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 15:26

    ของคุณครับ

    #16,727
    0
  7. #16726 tomtamninja (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 19:17
    5555 น่าสงสาร
    #16,726
    0
  8. #16725 MozartTx (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 18:48

    ถ้าผอ โลลิ ใช้เวทส่องดูเจอปิ้งย่าง คงมาเคาะประตูบ้าน ร่วมแจมแน่

    ที่จริงก็น่าสงสารนาง อยู่มาเป็นพันปี กินแต่อาหารเดิมๆ

    เซรอส น่าจะเปิดร้านขนม รับรอง หนึ่งในลูกค้าประจำ ต้องมี ผอ โลลิแน่ๆ

    #16,725
    1
    • #16725-1 Blue Soul(จากตอนที่ 224)
      23 ตุลาคม 2563 / 19:22
      นางอยู่มานานกว่านั้นอีก
      #16725-1
  9. #16724 Fikusa (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 17:06
    งานการกุศลสินะ ไม่มีค่าแรงแถมสร้างเองหมด ฮ่าๆๆๆๆ
    #16,724
    0
  10. #16723 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 16:17

    ขอบคุณ
    #16,723
    0
  11. #16722 P.D.H.M (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 15:56
    หมูทะก็มา 🤣
    #16,722
    0
  12. #16721 boyart28 (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 15:05

    ผอ.โลลิ: จงมาให้ข้าใช้แรงงานซะ เจ้าทาสhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-01.png แล้วก็เอาเจ้าก้อนดำๆรสหวานขมนั่นมาบรรณาการให้เราด้วยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png และแน่นอนว่าทุกอย่างที่สั่งไปนั่น ไม่มีค่าตอบแทนหรอกนะ

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png

    เซรอส: ปฎิเสธได้ไหม?

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-13.png

    ผอ.โลลิ: ม่ายด่าย~https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png

    #16,721
    0
  13. #16720 XenoZethe (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 14:48
    สนุกมากครับรอตอนต่อไปครับ
    #16,720
    0
  14. #16719 BC MG (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 14:24
    ได้รับเควสระดับ SSS สร้างโรงเรียน หากไม่สำเร็จ อัตราการรอด ชีวิตจะเหลือ 0.0000012% รางวัล ไม่มี
    #16,719
    0
  15. #16718 คนอ้วนคนหนึ่ง (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 13:59
    อ่านแล้วอยากกินบุฟเฟต์เนื้อย่างเลย 555555555
    #16,718
    0
  16. #16717 Rhythm (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 12:44
    ถถถ งานสร้างอันห่างหายมานานจะเริ่มแล้วสินะ~
    #16,717
    0
  17. #16716 newkingdom (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:57
    ขอบคุณครับ
    #16,716
    0
  18. #16715 Kong7265 (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:50
    อยากให้มีฉาก เฮียเซรอส ทำอาหารโชว์เด็ก ไหนๆก็อยู่ชมรมวิจัยอาหารเอาแบบน้ำลายไหลเลย
    #16,715
    0
  19. #16714 FongWind (จากตอนที่ 224)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:46

    หวังว่า งาน(รับเหมาก่อสร้าง)นี้จะมีรายได้นะ ไม่งั้นเฮียเซรอสเหนี่อยฟรีเลย(แต่นี้เป็น skill คงไม่เหนื่อยมั้ง 555+ ) ก็ ผอ.มีเงินออกจะเยอะ

    #16,714
    2
    • #16714-1 Blue Soul(จากตอนที่ 224)
      23 ตุลาคม 2563 / 11:48
      รายได้? นอกจากจะไม่มีแล้วยังต้องถวายเครื่องบรรณาการให้เป็นการส่วนตัวทุกวันอีกต่างหาก
      #16714-1