ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 223 : SS3 Episode Sixty-Eight : ปรับเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 967 ครั้ง
    19 ต.ค. 63

SS3 Episode Sixty-Eight

 

         ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เอกสารใบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมชมรมของนักเรียนชั้นปีสองก็ถูกส่งมาถึงรองผู้อำนวยการเพื่อทำการสรุปยอดจำนวนสมาชิกและคำนวณงบกิจกรรมชมรมเบื้องต้นตามความเหมาะสม ความเชื่อที่ว่ายิ่งมีสมาชิกชมรมมากก็จะยิ่งได้รับงบประมาณที่มากขึ้นเป็นความเข้าใจที่ผิด บางครั้งกิจกรรมบางอย่างก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณนอกจากสิทธิ์ในการใช้พื้นที่เช่นกลุ่มกิจกรรมชมรมอัศวินก็จะสามารถใช้งานสนามฝึกซ้อมได้มากขึ้น รวมถึงมีการเพิ่มอุปกรณ์สำหรับฝึกซ้อมตามจำนวนคนแต่จะไม่มีการเพิ่มงบประมาณที่เป็นเงินแบบจับต้องได้

         ในบรรดากองเอกสารใบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมมีคำร้องขอก่อตั้งกลุ่มกิจกรรมชมรมใหม่ขึ้นมา คงสักสี่ปีได้แล้วที่ไม่ได้มีกิจกรรมชมรมใหม่ก่อตั้งขึ้นเนื่องจากการยื่นคำร้องขอก่อตั้งกลุ่มกิจกรรมชมรมเป็นอะไรที่ดูวุ่นวายมาก ผู้ก่อตั้งชมรมจะต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชมรมที่จะสร้างขึ้นและระบุความสำคัญของกิจกรรมชมรมว่ามีส่วนช่วยพัฒนาผู้เรียนได้อย่างไร จากนั้นก็ให้ระบุสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการหรืออาจจะมีการระบุงบประมาณที่ต้องการลงมาในรายละเอียดด้วย และสิ่งที่ขาดไปไม่ได้คือรายชื่อของสมาชิกชมรมขั้นต่ำสำหรับการก่อตั้ง

         กิจกรรมชมรมวิจัยและพัฒนาอาหาร

         รองผู้อำนวยการริซาน่าเคยเห็นคำร้องขอก่อตั้งกิจกรรมชมรมขึ้นมามากมายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการวิจัยและพัฒนาทางด้านเวทมนตร์ไปจนถึงอาชีพที่ได้รับความนิยมสำหรับพวกนักรบหรือจอมเวทในปัจจุบันซะมากกว่า ครั้งล่าสุดที่มีการยื่นคำร้องก่อตั้งกิจกรรมชมรมใหม่ขึ้นมาก็คือเมื่อประมาณสี่ปีก่อนเป็นกลุ่มกิจกรรมชมรมที่เกี่ยวกับการออกแบบงานศิลปะ ถึงแม้จะดูเป็นกลุ่มกิจกรรมชมรมที่ค่อนข้างไร้สาระในสายตาของคนอื่นแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานสมบูรณ์ที่ถูกนำออกมาวางจำหน่ายนั้นเป็นที่ต้องตาของผู้ชื่นชอบงานออกแบบที่สวยงาม

         สิ่งที่กิจกรรมชมรมการออกแบบงานศิลปะทำนั้นไม่ได้มีเพียงแค่การวาดลวดลายลงบนเนื้อผ้าให้สวยงามเท่านั้น หากแต่เป็นการออกแบบงานศิลปะหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักเครื่องประดับไปจนถึงออกแบบรูปทรงของอาวุธจนได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด จากกลุ่มกิจกรรมชมรมที่ดูไร้สาระกลับกลายเป็นชมรมที่ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นในเวลาถัดมา

         ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมชมรมวิจัยและพัฒนาอาหารนั้นเท่าที่ได้ลองอ่านดูในเบื้องต้นพบว่าวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งกิจกรรมชมรมนี้ขึ้นมาก็เพื่อแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรมากนัก นับตั้งแต่ที่กลุ่มการค้าเซเรนออกผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารแปรรูปออกมาจำหน่ายก็ทำให้ความเดือดร้อนของประชาชนชั้นล่างบรรเทาลงได้ระดับหนึ่ง วาเลนเซียร์ผู้มองการณ์ไกลจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาด้านอาหารเพื่อแก้ปัญหาและสร้างรากฐานชีวิตให้กับประชาชน

         ความต้องการของกิจกรรมชมรมวิจัยและพัฒนาอาหารเป็นอาคารหนึ่งหลังสำหรับทำกิจกรรมชมรม ส่วนเรื่องวัตถุดิบสำคัญในการทำกิจกรรมนั้นสามารถขอความร่วมมือกับทางกลุ่มกิจกรรมชมรมพัฒนาการเกษตรได้ นับว่าในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่มกิจกรรมชมรมนั้นวาเลนเซียร์ทำการบ้านมาดีมาก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ทางกลุ่มกิจกรรมชมรมพัฒนาการเกษตรที่มีสมาชิกไม่มากก็ยังได้รับพื้นที่ทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นได้ รองผู้อำนวยการริซาน่าอ่านรายละเอียดแผนงานที่อธิบายได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนก็ต้องยอมรับความเป็นอัจฉริยภาพขององค์หญิงผู้นี้จริงๆ

 

         “ถ้าเป็นกิจกรรมชมรมแบบนั้น เราผู้นี้ย่อมอนุมัติให้ผ่านได้เป็นกรณีพิเศษ”

         เพียงแค่ได้ยินว่ามีกิจกรรมชมรมเกี่ยวกับอาหารก็ไม่จำเป็นต้องอ่านรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติมอีก

         อันที่จริงแล้วอินโนเซนเทียร์ก็เริ่มเบื่อหน่ายอาหารจำพวกไส้กรอกกับเนื้อแฮมบ้างแล้วเหมือนกัน การที่ยังทนกินอยู่ทุกวี่วันได้เป็นเพราะอย่างน้อยมันก็อร่อยกว่าพวกอาหารรสชาติจืดๆ ที่พวกนักเรียนกินกันเป็นประจำในห้องอาหาร โดยเฉพาะขนมปังที่จิ้มทานคู่กับสตูรสชาติไม่เอาอ่าวนั่นทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นมันมาวางอยู่ตรงหน้า

         ยังดีที่ช่วงหลังมานี้อาหารมื้อกลางวันที่ถูกนำมาส่งให้ไม่ต่างจากเครื่องบรรณาการแทบจะเป็นเมนูที่ไม่ซ้ำกันมากนัก ถึงจะเว้นช่วงไปบ้างและทำเมนูเดิมก็เพียงแค่ชวนให้รู้สึกคิดถึงรสชาติเท่านั้น นอกจากอาหารแล้วสิ่งที่อินโนเซนเทียร์ชื่นชอบมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นขนมหวานล้างปากที่แสนอร่อย โดยเฉพาะกับเค้กก้อนสีดำที่มีรสชาติหวานปนขมก้อนนั้น หากไม่ติดปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่มีอยู่จำกัดก็อยากจะบังคับให้อีกฝ่ายทำมาให้ทานทุกวันเสียด้วยซ้ำ

อินโนเซนเทียร์พลิกเอกสารคำร้องขอก่อตั้งชมรมที่มีอยู่หลายสิบหน้า

         “แล้วไม่มีคำร้องขอใช้ห้องทำกิจกรรมชมรมหรือยังไง?”

         ต่อให้การก่อตั้งได้รับอนุมัติก็ตามแต่ถ้าไม่มีพื้นที่สำหรับให้ทำกิจกรรมชมรมมันก็เปล่าประโยชน์ ผู้ยื่นคำร้องจำเป็นจะต้องไปตรวจสอบสภาพแวดล้อมพื้นที่ที่เหมาะสมด้วยตัวเองก่อนแล้วจึงค่อยทำหนังสือขอใช้สถานที่เป็นห้องทำกิจกรรมชมรมอย่างเป็นทางการ

         “ในหนังสือคำร้องระบุว่าต้องการสร้างอาคารสำหรับทำกิจกรรมชมรมขึ้นมาค่ะ”

         “แบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับได้รับอภิสิทธิ์เป็นพิเศษเลยน่ะสิ”

         เป็นไปได้ก็อยากจะอนุมัติเรื่องการก่อสร้างอาคารสำหรับทำกิจกรรมชมรมขึ้นมาอยู่เหมือนกัน เพียงแต่หากมีคนร้องขอแล้วได้ก็ต้องมีอีกในครั้งต่อไป ทุกปีย่อมมีคนที่คิดจะก่อตั้งกลุ่มกิจกรรมชมรมแปลกใหม่ทว่าความเป็นจริงนั้นกลับเพียงแค่ต้องการสถานที่ส่วนตัวและไม่ได้ทำกิจกรรมชมรมอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่อินโนเซนเทียร์จะลังเลเรื่องการก่อสร้างอาคารใหม่ขึ้นมา

         “ลองปรึกษากับเขาดีหรือเปล่าคะ?” ริซาน่าเสนอ คิดว่าหากเป็นคนที่มาจากต่างโลกก็น่าจะเสนอความคิดเห็นที่น่าสนใจออกมาได้แน่

         “ไม่จำเป็น เรียกผู้ช่วยบรรณารักษ์มาก็พอ”

         อินโนเซนเทียร์ตรวจสอบดูแล้วพบว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังทำหน้าที่ในฐานะของนักเรียนคนหนึ่งอยู่ ขืนใช้อำนาจเรียกมาพูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัวคงเผลอไปกระตุ้นต่อมความอยากรู้ของพวกคนที่ถูกส่งมาเฝ้าจับตามองดูอยู่เป็นแน่

         รองผู้อำนวยการริซาน่ารับคำสั่งเสร็จก็รีบไปเรียกตัวผู้ช่วยบรรณารักษ์ซึ่งตอนนี้กำลังว่างงานแบบสุดๆ มาพบ ตอนที่มาถึงท่าทีของเด็กสาวชาวญี่ปุ่นก็ดูหวาดกลัวไม่น้อยนึกขึ้นได้ว่าตนเองไม่ควรเอาเวลางานมานั่งวาดรูปเล่นจึงสารภาพความผิดทั้งหมดก่อนจะสายเกินไป อินโนเซนเทียร์รับฟังคำสารภาพทั้งหมดอย่างไม่ใส่ใจมากนักเพราะรู้แก่ใจดีว่าเมซเมอแรนด้าคงรับหน้าที่สำคัญไปทำเองจนหมดแล้ว

         “อันที่จริงแล้วเราผู้นี้ไม่ได้เรียกเจ้ามาเพื่อตักเตือนเรื่องหยุมหยิมพรรค์นั้นด้วยซ้ำ กลับกันเป็นเรื่องนี้ต่างหาก” อินโนเซนเทียร์เลื่อนเอกสารคำร้องส่งให้อีกฝ่ายรับไปอ่านดู “เราผู้นี้ทราบดีว่าเจ้ายังคงอ่านอักษรนูมอร์ไม่ได้ชำนาญมากนักแต่คิดว่าคงพอจะเดาได้ใช่ไหม?”

         อิจิโนะเสะ วาคาบะไม่ได้ใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปอย่างสูญเปล่า การอยู่ในห้องสมุดทำให้เธอมีเวลาศึกษาตัวอักษรมากขึ้นและยังต้องฝึกการสื่อสารโดยไม่พึ่งพาแหวนเวทภาษาที่แสนสะดวกสบายนี้ด้วย ตอนนี้ตัวอักษรที่พอจะจำได้ก็มีอยู่ไม่ต่ำกว่าหกสิบตัวแล้ว

         “นี่เป็นเอกสารเกี่ยวกับกิจกรรมชมรมที่พวกนักเรียนพูดคุยกันอยู่ในช่วงนี้ใช่หรือเปล่าคะ?”

         “เป็นเอกสารขอก่อตั้งกลุ่มกิจกรรมชมรมใหม่ขึ้นมา ณ ตอนนี้โรงเรียนของเราผู้นี้มีกิจกรรมชมรมที่ผู้คนให้ความสนใจอยู่มากมายและกิจกรรมเหล่านั้นล้วนต้องมีพื้นที่ให้สำหรับทำกิจกรรม หากเป็นกิจกรรมประเภทการต่อสู้หรือใช้เวทมนตร์ก็ยังพอจะจัดตารางการใช้งานสนามฝึกซ้อมกับแบ่งห้องเก็บอุปกรณ์ให้ได้อยู่หรอก หรือหากเป็นกิจกรรมอย่างพวกชมรมสมุนไพรกับชมรมการเกษตรก็ยังพอจะจัดหาพื้นที่ให้ทดลองเพาะปลูกได้ ส่วนสำหรับกิจกรรมชมรมทั่วไปก็จะหาห้องว่างให้”

         “บางทีปัญหาคงเป็นเรื่องจำนวนห้องทำกิจกรรมชมรมที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการสินะคะ”

         วาคาบะเคยเป็นนักเรียนมาก่อนจึงทราบดีว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรจึงจะเหมาะสม ที่โลกเดิมของเธอนั้นทางโรงเรียนจะมีการออกกฎและเงื่อนไขในการยุบกิจกรรมชมรมอย่างชัดเจนเพื่อเปิดโอกาสให้กับกลุ่มกิจกรรมชมรมที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่

         “บางทีเจ้าคงมีคำตอบให้เราผู้นี้แล้วกระมัง” อินโนเซนเทียร์เอ่ยถาม

         “ค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือเปล่า”

         “เจ้าลองเสนอมาก่อน หากเราผู้นี้เห็นว่าเหมาะสมก็ควรให้มันเป็นไปตามนั้น”

         จากนั้นวาคาบะก็เริ่มสาธยายเกี่ยวกับระบบและการออกกฎของกลุ่มกิจกรรมชมรมเพื่อจำกัดไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไป อินโนเซนเทียร์นั่งรับฟังรายละเอียดอย่างตั้งใจโดยไม่ลืมบอกให้ริซาน่าจดบันทึกทั้งหมดเอาไว้เพื่อที่จะได้นำมาปรับใช้กับโรงเรียนในภายภาคหน้า นอกจากนี้อินโนเซนเทียร์ยังขอให้วาคาบะบอกถึงความแตกต่างระหว่างโรงเรียนเวทมนตร์กับโรงเรียนในโลกเดิมที่จากมาเพราะคิดว่าคงดีกว่าถ้าได้ฟังความคิดเห็นของผู้มาจากต่างโลก

         ความแตกต่างระหว่างโรงเรียนเวทมนตร์กับโรงเรียนของโลกเดิมที่วาคาบะจากมานั้นค่อนข้างเห็นได้ชัด หากไม่พูดถึงระบบการศึกษาที่มีความแฟนตาซีหรือบรรยากาศในการเรียนก็ถือว่าเป็นระบบที่ดีอยู่แล้ว ทว่าหากเป็นระบบสาธารณูปโภคของโรงเรียนแห่งนี้เธอไม่พูดออกมาก็ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการขับถ่ายที่แทบจะไม่ต่างอะไรจากยุคกรีกโรมัน มันคงทรมานไม่น้อยในกรณีที่เกิดปวดหนักกะทันหันจนต้องรีบเดินทางเป็นระยะร่วมหนึ่งร้อยเมตรเพื่อไปห้องน้ำ

         ต่อมาก็เป็นเรื่องของระบบโรงอาหารที่ดูจืดชืดไร้สีสันให้อารมณ์ไม่ต่างอะไรกับบรรยากาศของห้องโถงโรงเรียนเวทมนตร์ในโลกภาพยนตร์ อาหารทั้งหมดถูกวางอยู่บนโต๊ะให้นักเรียนมาเลือกตักไปทานกันเองทำให้บรรยากาศในโรงอาหารที่ควรครื้นเครงดูเงียบเหงาไม่น้อย ในส่วนนี้อินโนเซนเทียร์ก็แอบเห็นด้วยเหมือนกันแต่จะให้ลงมือสร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยระดับทัศนศิลป์ที่แทบจะติดลบเกรงว่ามันจะกลายเป็นอะไรที่แย่ยิ่งกว่าโรงอาหารในปัจจุบันนี้ซะอีก

         ในส่วนของอาคารเรียนนั้นวาคาบะไม่รู้สึกถึงปัญหาแต่อย่างใดเพราะมันเป็นการออกแบบที่ค่อนข้างเป็นมาตรฐานและใช้กันเกือบทุกโรงเรียน ขอเพียงสามารถหาแบบแปลนอาคารเรียนมาได้ก็ล่วงรู้ทางเดินทั้งหมดของโรงเรียนในระดับเดียวกันได้ทั้งหมด เพียงแต่นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนเซเวียร์ขึ้นมายังไม่เคยมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายคนใดสามารถลอบเร้นเข้ามาก่อความวุ่นวายภายในโรงเรียนแห่งนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว

         “เป็นเช่นนั้นรึ!?” ผู้อำนวยการร่างเล็กทวนถาม

         บรรยากาศภายในโรงเรียนเซเวียร์เป็นที่ยอมรับกันว่ามีสภาพแวดล้อมเหมาะกับผู้เรียนเป็นที่สุด ม่านพลังเวทมนตร์ที่ครอบคลุมทั่วทั้งโรงเรียนทำให้สภาพอากาศที่เลวร้ายไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังไม่รวมถึงการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากหากมีผู้ประสงค์ร้ายลักลอบเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตมาทิ้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทางราชวงศ์ถึงได้เลือกจะส่งบุตรธิดาคนสำคัญมาเรียนที่นี่ (ถึงหลายคนจะเข้าใจผิดคิดว่าถูกทอดทิ้งก็ตามเถอะ)

         “พอมาลองคิดดูแล้วสิ่งที่เจ้าพูดมาก็ถูกเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการใช้ห้องส้วมที่เราผู้นี้ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนหรือแม้แต่บรรยากาศในโรงอาหารที่มันช่างเงียบเหงาเสียเหลือเกิน เราผู้นี้ปรารถนาจะสร้างโรงเรียนในอุดมคติขึ้นมาเพื่อให้พวกเด็กนักเรียนสามารถเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่ บางทีมันคงถึงเวลาที่โรงเรียนของเราผู้นี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายต่อหลายอย่างในปีนี้ซะแล้ว”

         “ริซาน่า”

         “ทราบแล้วค่ะ”

         เพียงแค่เอ่ยชื่อเรียกเท่านั้นรองผู้อำนวยการก็เดินไปที่ตู้เก็บเอกสารและหยิบเอากระดาษม้วนหนึ่งที่ถูกเก็บรักษาอย่างดีออกมาวางกางแผ่บนโต๊ะที่ถูกเคลียร์จนโล่ง วาคาบะแอบชำเลืองมองดูคร่าวๆ และพบว่ามันเป็นแผนผังมุมสูงของโรงเรียนเวทมนตร์เซเวียร์แห่งนี้

         ถึงแม้วาคาบะจะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบเลยก็ตาม แต่จากประสบการณ์ในการเขียนไลท์โนเวลกับวาดภาพมังงะแนวโรงเรียนมา 2-3 เรื่องย่อมมองเห็นการจัดวางที่ดูไร้ระเบียบและขาดสมดุลชวนให้รู้สึกขัดใจหน่อยๆ เดิมทีพื้นที่ของโรงเรียนแห่งนี้ก็เป็นแบบสี่เหลี่ยมคางหมู ยังมีพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์จนสูญเปล่าอยู่ไม่น้อย หากจัดวางโครงสร้างอาคารให้ดีกว่านี้อีกสักหน่อยก็น่าจะเหลือพื้นที่พอทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกเยอะทีเดียว

         “มีสิ่งใดอยากจะพูดก็พูดมาเถอะ เราผู้นี้อนุญาต” อินโนเซนเทียร์คาดเดาอารมณ์ของดันเจี้ยนมาสเตอร์ผู้นี้ได้

         การที่อีกฝ่ายเป็นถึงดันเจี้ยนมาสเตอร์ย่อมต้องมีประสบการณ์ในการออกแบบพื้นที่อยู่กับตัว ไม่เช่นนั้นก็คงไม่สามารถสร้างดันเจี้ยนที่จะสามารถรักษาสมดุลพลังเวทมนตร์ของโลกใบนี้ได้เป็นอันขาด

         “คือดูจากแผนที่แล้วมีพื้นที่ปล่อยทิ้งให้เสียเปล่าค่อนข้างเยอะเลยนะคะ” วาคาบะพูดและชี้นิ้วไล่ไปตามตำแหน่งที่ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ “พื้นที่แถบนี้เราสามารถปรับเปลี่ยนมันให้เป็นสถานที่พักผ่อนของพวกนักเรียนได้ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อกระจายพื้นที่การรวมตัวของพวกนักเรียนไม่ให้กระจุกรวมตัวกันอยู่ในสถานที่แห่งเดียวเป็นเวลานาน ส่วนบริเวณลานฝึกซ้อมเวทมนตร์ตรงนี้ถึงจะเป็นพื้นที่โล่งกว้างแต่อยู่ใกล้กับกำแพงมากเกินไปซึ่งเสี่ยงมาก ส่วนของสนามฝึกซ้อมของพวกนักรบก็ใช้พื้นที่เยอะเกินไปโดยใช้เหตุ”

         “ตำแหน่งของอาคารเรียนภายนอกนั้นอาจดูสวยงามก็จริงแต่ถ้าพิจารณาจากการได้ลองใช้งานจริงแล้วจะพบว่ามีบางห้องที่ไม่ได้รับแสงสว่างอย่างเพียงพอ ที่โลกของฉันอาจจะไม่มีปัญหาเพราะมีพลังงานไฟฟ้าแต่สำหรับโลกเวทมนตร์แห่งนี้แล้วถ้าปราศจากเวทมนตร์สร้างแสงกับไฟแล้วล่ะก็ถึงจะมีตะเกียงมาช่วยก็ยังแทบจะมองอะไรไม่เห็นอยู่ดี จากประสบการณ์ส่วนตัวที่นั่งทำงานอยู่ในหอสมุดพบว่ามันมืดมากจริงๆ ไม่น่าแปลกใจที่นักเรียนส่วนใหญ่เลือกจะหยิบยืมหนังสือมากกว่าจะมาสิงอยู่ในหอสมุดที่อากาศแทบจะไม่ถ่ายเทเลย”

         “นอกจากนี้พื้นที่ที่ถูกจัดสรรให้กับกลุ่มกิจกรรมชมรมแถบนี้ทั้งหมดก็ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างสูญเปล่าเกินไป พื้นที่สำหรับการเกษตรหากต้องการจริงเราสามารถจัดการสร้างเป็นเรือนเพาะชำสักสองชั้นเพื่อให้พวกเขาได้ทดลองปลูกพืชที่หลากหลาย การแบ่งพื้นที่ให้ตั้งขนาดนี้ฉันไม่คิดว่าพวกนักเรียนจะใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าหรอกนะคะ ยังมีกลุ่มกิจกรรมชมรมวิจัยสมุนไพรเวทมนตร์ซึ่งถ้าใช้วิธีการแบบเดียวกันก็น่าจะประหยัดพื้นที่ได้อีกเยอะมากทีเดียว”

         “ส่วนสำหรับโรงอาหารถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนก็คงต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง เริ่มจากการออกแบบโครงสร้างของอาคารหลังใหม่ให้มีแสงสว่างเพียงพอ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีสีสันช่วยให้ผู้ที่มาใช้บริการรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ต้องทำให้มีอากาศถ่ายเทไม่อบอ้าวสามารถตรึงนักเรียนบางส่วนให้อยู่เป็นเวลานานได้ ในส่วนของอาหารที่เป็นแบบตักกลับไปนั่งทานนั้นฉันอยากจะขอให้ยังคงรูปแบบเดิมแต่อยากจะให้เพิ่มประเภทของอาหารขึ้นมาอีกสองสามอย่าง ถ้าคุณให้รายละเอียดพื้นที่ของโรงอาหารกับเวลาฉันสักสองชั่วโมงก็น่าจะวาดแบบโครงสร้างของโรงอาหารแห่งใหม่ให้ได้นะคะแต่เรื่องแบบนี้ถ้าไปขอให้คุณลุง เอ๊ย! ฉันหมายถึงคุณเซรอสช่วยน่าจะได้งานที่ดีกว่านี้”

         ถึงวาคาบะจะสามารถวาดแบบโครงสร้างของโรงเรียนให้อินโนเซนเทียร์นำไปปรับปรุงได้ก็ตาม ผลงานที่ได้ก็จะออกมาในรูปแบบของโรงเรียนเวทมนตร์แนวสคูลเลิฟซะมากกว่า บรรยากาศของโรงเรียนที่ดูมีมนตร์ขลังก็จะเปลี่ยนมาเป็นความสดใสทันที ทว่าหากเป็นงานที่ออกแบบโดยเซรอสก็จะได้โรงเรียนเวทมนตร์ใหม่ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์กับบรรยากาศดั้งเดิมไว้ อาจมีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยด้านความสะดวกสบายภายในที่ดีกว่าเดิม

         อินโนเซนเทียร์มองดูแผนผังโรงเรียนพลันคิดคำนวณหลายสิ่งอยู่ในใจก่อนจะพูดขึ้น

         “เราผู้นี้ต้องการให้เจ้าออกแบบโครงสร้างของโรงเรียนแห่งใหม่ขึ้นมาทั้งหมด โดยมีเงื่อนไขเพียงห้ามไม่ให้เคลื่อนย้ายปราสาทหลังนี้โดยเด็ดขาด แต่ยังพอจะอนุญาตให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในได้เล็กน้อยเพื่อความสวยงามและความเหมาะสม นอกจากนี้เราผู้นี้ยังอยากจะขอให้เจ้าช่วยแก้ปัญหาเรื่องห้องสำหรับกลุ่มกิจกรรมชมรมไม่เพียงพอด้วยการสร้างอาคารขึ้นมาอีกหนึ่งหลังคิดว่าต้องใช้เวลานานสักแค่ไหน?”

         อินโนเซนเทียร์ทราบดีว่างานที่ได้มอบหมายให้กับวาคาบะนั้นมีระดับความยากมากน้อยเพียงใด ปกติแล้วช่างออกแบบที่รับงานก่อสร้างจะมีแบบแปลนของอาคารที่เป็นมาตรฐานอยู่ก่อนแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงการมาวัดพื้นที่และตรวจสอบความลาดชันเพื่อวางโครงสร้างของอาคารเพียงเท่านั้น พอได้ข้อมูลมาแล้วก็จะวาดแบบจำลองออกมาเป็นแผนผังมุมสูงนำเสนอต่อนายจ้าง ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 วัน แต่หากเป็นกรณีที่ต้องออกแบบใหม่ทั้งหมดต่อให้ทำงานได้โดยไม่หลับไม่นอนก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งเดือน

         “ถ้าแค่จัดระเบียบพื้นที่ของโรงเรียนกับออกแบบอาคารใหม่เกือบทั้งหมดน่าจะใช้เวลาเพียงแค่สองวันเท่านั้นค่ะ”

         สำหรับวาคาบะแล้วการออกแบบอาคารแนวโรงเรียนเวทมนตร์เป็นอะไรที่ง่ายดายมาก ยิ่งพอทราบว่าอาคารที่เธอออกแบบจะถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างก็เกิดความรู้สึกคันมืออยากจะรีบวาดแบบแปลนของทั้งโรงเรียนซะตอนนี้ น่าเสียดายที่อุปกรณ์ทำงานของเธอไม่ได้นำติดตัวมาด้วยเพราะมันเสี่ยงที่จะถูกพบเห็นโดยคนอื่นจึงเก็บไว้ที่บ้าน แต่เธอก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าหลังจากได้ข้อมูลรายละเอียดของโรงเรียนก็จะรีบกลับไปปั่นงานให้เสร็จชั่วข้ามคืน

         “ดีมาก พอได้แบบแปลนมาแล้วเราผู้นี้จะรีบสั่งให้คนคนนั้นลงมือทันที”

 

         !?

         เซรอสหยุดชะงักไปครู่หนึ่งพร้อมกับอาการขนลุกซู่ที่ผิดธรรมชาติ เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามอาศัยจังหวะนี้บุกเข้ามาโจมตีและปลดอาวุธจำลองของเขาออกจากมือคว้าชัยชนะในการประลองนี้ไปโดยปริยาย

         “ความผิดพลาดของเจ้าคือสิ่งใด?” เดลฟีโอน่าที่ยืนชมการจับคู่ประลองมาตลอดกล่าวถามกับผู้แพ้

         ถึงภาพลักษณ์ของเซรอสในใจของเดลฟีโอน่าจะไม่ถึงกับแย่นัก แต่ในฐานะที่ตอนนี้เธอเป็นถึงอาจารย์ย่อมไม่อาจให้ความรู้สึกส่วนตัวมามีอิทธิพลจนเกิดเป็นความลำเอียงขึ้นมาได้ นอกจากนี้แล้วเธอก็ไม่ต้องการให้พวกนักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการสอนของเธอไปใช้แบบครึ่งๆ กลางๆ โดยเด็ดขาด

         “ไม่ควรเสียสมาธิ เพราะนั่นจะทำให้เวทมนตร์เสริมศักยภาพร่างกายเกิดความไม่มั่นคง”

         “ถูกเพียงครึ่งหนึ่ง การใช้เวทมนตร์เสริมศักยภาพร่างกายเจ้าจำเป็นจะต้องใช้ให้ได้อยู่ตลอดเวลา” เดลฟีโอน่าอธิบายและแสดงการใช้ศิลปะเวทมีความมั่นคงต่อหน้านักเรียนทุกคน “พวกเจ้าทุกคนจำเป็นจะต้องฝึกจนสามารถเรียกใช้งานเวทมนตร์นี้ได้ในชั่วอึดใจ หากทำไม่ได้ก็ต้องทำจนกว่าจะทำได้ เอาล่ะก่อนจะหมดคาบเรียนข้าขอสั่งให้พวกเจ้าทุกคนจงไปวิ่งรอบสนามกันคนละยี่สิบรอบเดี๋ยวนี้!

         การเรียนการสอนในคาบเรียนวิชาการต่อสู้ของเดลฟีโอน่าทวีความเข้มงวดมากขึ้นเป็นเท่าตัว เป็นที่ทราบกันดีว่านักเรียนตั้งแต่ชั้นปีสองขึ้นไปจะได้รับอนุญาตให้ออกเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในช่วงการทดสอบประจำปี ดังนั้นเดลฟีโอน่าจำเป็นจะต้องเคี่ยวเข็ญนักเรียนอย่างหนักเพื่อประโยชน์ของพวกเขาเอง

         การวิ่งรอบสนามถึงยี่สิบรอบสำหรับคนส่วนใหญ่แล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะวิ่งครบรอบโดยไม่เกิดอาการเหนื่อยหอบ กระทั่งพวกมนุษย์สัตว์ที่ถือดีว่ามีศักยภาพร่างกายโดดเด่นกว่ามนุษย์หลายเท่าก็แทบจะเป็นลมหมดสติทันทีที่วิ่งครบรอบ คนที่มองออกว่ามันไม่ใช่บทลงโทษนั้นต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปด้วยความเร็วที่มั่นคง เนื่องจากการใช้ศิลปะเวทเพื่อเสริมศักยภาพร่างกายให้แข็งแกร่งนั้นจะสร้างภาระให้แก่ร่างกายอย่างมาก การฝึกร่างกายโดยการท้าทายขีดจำกัดก็เพื่อทำให้สามารถใช้ศิลปะเวทได้นานขึ้นโดยไม่เกิดผลข้างเคียง




ระยะหลังมานี้เซรอสแทบจะไม่ได้ใช้พลังในการสร้างเลยเนอะ

ลำพังแค่ความสามารถในการต่อสู้ก็กินขาดเกือบทุกตัวละครในเรื่องแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 967 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,182 ความคิดเห็น

  1. #16797 วายุจัง (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 09:26
    เบ้จิบปาถะ ค่ะ
    #16,797
    0
  2. #16731 tanagorn29 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 16:38
    เซรอสได้งัดความสามารถเก่าๆๆมาใช้อีกครั้งแล้ว555
    #16,731
    0
  3. #16713 RazeLosT (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 05:50
    งานช้างกำลังมา 555
    #16,713
    0
  4. #16712 MrDARKPatiphan (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 10:27

    ดาร์คเนส ไม่มีบทเลยวุ้ย

    ถ้าหากทำบทของ ดาร์คเนส เหมือนปีศาจในตัวแอสต้าในblack cover คงดี

    #16,712
    0
  5. #16711 zezeuiaz (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 22:31
    สโลว์ไลฟ์ตรงไหนเนี่ย วุ่นวายตลอด
    #16,711
    0
  6. #16709 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 14:49

    กรรมกรสารพัดนึก

    #16,709
    0
  7. #16708 akazeyujin (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 10:27

    ตื่นเต้นๆคุณเซรอสจะไม่ว่างงานอีกต่อไปเยี่ยมจริงๆวาคาบะคุง
    #16,708
    0
  8. #16707 Dagon black (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 07:19
    ต่อเลยใด้ไหมครับ ชอบตอนที่มีอะไรใหม่ๆ
    #16,707
    0
  9. #16706 Zxcv12345 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 22:46
    อีกนานมั้ยครับไรต์กว่าพวกดีแมนที่อยู่บนเรือเหล็กจะถึงดินแดนต้องสาป อยากอ่าน
    #16,706
    0
  10. #16705 mummummi (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 19:31
    เหมือนจะโดนใช้งานอีกแล้วนะเซรอส ซาริวิ่งด้วยมั้ยอ่ะ 20 รอบ
    #16,705
    0
  11. #16704 boyart28 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 18:12

    แค่จะโดนผู้อำนวยการโลลิ ใช่แรงงานเยี่ยงทาส ถึงกับมือไม้อ่อนเลยเชียวหลอเซรอสคุงhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png

    #16,704
    0
  12. #16703 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 16:30
    ตู้ม คนงานก่อสร้าง กับ สถาปนิกสาว
    #16,703
    0
  13. #16701 tery0079 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 13:23
    ตอนนี้ไม่มีซาริ!?!?
    #16,701
    0
  14. #16700 tery0079 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 13:23
    ตอนนี้ไม่มีซาริ!?!?
    #16,700
    0
  15. #16699 Rhythm (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 12:24
    แล้วก็คงได้ใช้งานคราวนี้แหละ55555
    #16,699
    0
  16. #16698 kritsupong (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 12:15
    เกือบทุกตัวนี่แสดงว่ายังมีตัวที่มีทักษะสูงกว่าสินะ
    #16,698
    0
  17. #16697 Fikusa (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 11:39
    อดีตเป็นยังไงไม่รู้แต่ปัจจุบันเลี้ยงเด็กและทำงานทุกอย่าง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #16,697
    0
  18. #16696 RedSeeker (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 11:32
    ช่วงเนิฟสินะ
    #16,696
    0
  19. #16695 เต่าน้อยอารมณ์ดี (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 11:01
    โกรธไรท์!!!!เอนท์เครดิตไม่มีซาริได้ไง นี่มันซิกเนเจอร์นิยายเรื่องนี้เลยนะ ไรท์ผิดพลาดมากๆๆ 😂😂😂😂
    #16,695
    0
  20. #16694 chayen1243 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 09:51
    เออใช่ตอนนี้ซาริไปไหนไรต์ลืมซาริหรอ
    #16,694
    0
  21. #16693 chayen1243 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 09:51
    อยสกให้อธิบายตอนซาริวิ่งแข่งกับเซรอสหน่อยย
    #16,693
    4
    • #16693-2 rocktoon555(จากตอนที่ 223)
      20 ตุลาคม 2563 / 00:26
      โอววว น้องเค้าไปถึงขั้นนั้นเลยรึ นี่สินะผลจากการที่ลุงเลี้ยงมาดีสินะเนี่ย
      #16693-2
    • #16693-3 Blue Soul(จากตอนที่ 223)
      20 ตุลาคม 2563 / 20:39
      ความเร็วของซาริตอนที่ยังไม่ปลดรองเท้าก็พอๆ กับการเสริมพลังด้วยเวทมนตร์ ถ้าปลดออกแล้ววิ่งก็จะมีความเร็วเทียบเท่าร่างศักดิ์สิทธิ์ของเดลฟีโอน่า และถ้าวิ่งแบบเต็มสปีดหนีผีหรือสิ่งที่น่าหวาดกลัว ความเร็วจะอยู่ในระดับร่างเทพจำแลง...บอกแล้วว่าซาริเป็นตัวละครที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ยิ่งโดนเนิร์ฟยิ่งเก่ง
      #16693-3
  22. #16692 rocktoon555 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 08:48
    นี่มันสุดยอดเบ้ชัดๆ โดนใช้งานสารพัดสากกะเบือยันเรือรบมาเย๊อะ~ จนจะกลายเป็นนิวไทป์ซะแล้ววว
    #16,692
    0
  23. #16691 omy008 (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 08:43
    กระตายหาย แจ้งความไหม
    #16,691
    0
  24. #16690 FongWind (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 08:30
    ชมรม สนอง need ผอ. 555+
    สรุป เซรอส เป็น เบ้ หรือทาสนิ ทั้ง พ่อครัว(ถวายเครื่องบรรณาการ) ลูกจ้าง (ฆ่าคน) นักสืบ กรรมกรก่อสร้าง เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว
    #16,690
    0
  25. #16689 NessZero (จากตอนที่ 223)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 07:49
    ก็มันไม่จำเป็นนี่นา แทบจะไม่ต้องใช้เลย ก็เพิ่งมีเหตุการมาพัฒนาโครงสร้างโรงเรียนนี่แหละ ที่เมืองต้องสาปก็ เกือบไม่ต้องสร้างไรแล้วด้วย ยังคิดไม่ออกว่าจะได้ใช้พลังนี้ทำอะไรอีก

    ถ้าคิดเล่นๆ เหมือนเกมส์ ฟอร์สไนย์ ถ้าจะหาจุดยิงสไนย์มันยากก็สร้าง หอคอยสูงยี่สิบชั้นภายในพริบตา ยิงเสร็จก็ ลื้อทิ้งเก็บของกับบ้าน แบบนี้น่าจะได้นะไรท์
    #16,689
    2
    • #16689-1 Blue Soul(จากตอนที่ 223)
      19 ตุลาคม 2563 / 07:55
      มันก็มีประโยชน์ของมันอยู่แหละ แต่ปัจจุบันลุงแกติดวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์เปิดเนิร์สซารี่เลี้ยงเด็กไปวันๆ
      #16689-1