ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 221 : SS3 Episode Sixty-Six : คนไม่ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,672
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 936 ครั้ง
    8 ต.ค. 63

SS3 Episode Sixty-Six

 

         วาคาบะไม่ได้มีสถานะเป็นนักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์จึงไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศเหมือนพวกเซรอส เด็กสาวชาวญี่ปุ่นตัดสินใจแยกตัวออกมาระหว่างทางและมุ่งหน้าสู่ห้องสมุดที่แสนจะเงียบสงบ เนื่องจากที่นั่นเปิดทำการตอนเวลาประมาณแปดโมงหลังเสียงระฆังตีบอกเวลาและทันทีที่เปิดทำการก็จะมีนักเรียนที่ใฝ่เรียนรู้เดินทางมายืมหรือคืนหนังสือที่มีจำนวนจำกัดในช่วงเวลานี้อยู่เสมอ และการที่ต้องคอยให้บริการกับนักเรียนที่มากันทีละสิบยี่สิบคนเป็นไปไม่ได้เลยที่บรรณารักษ์เพียงคนเดียวจะดูแลไหวภายใต้ระยะเวลาที่มีอยู่จำกัด

         เมซเมอแรนด้า เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดของโรงเรียนเซเวียร์ที่แสนจะลึกลับและชอบขังตัวเองอยู่ในห้องส่วนตัวเพื่อคัดลอกหนังสือ ความยอดเยี่ยมของเธอคนนี้คล้ายกับว่าจะจดจำตำแหน่งของหนังสือทุกเล่มที่อยู่ในห้องสมุดแห่งนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องออกไปเดินหา ทุกครั้งที่มีคนต้องการค้นหาหนังสือเพียงแค่เดินมาสอบถามก็จะได้ตำแหน่งที่เก็บหนังสือเล่มดังกล่าวอย่างแม่นยำ ความละเอียดของข้อมูลสามารถบอกได้ว่าหนังสือเล่มนั้นมีทั้งหมดกี่เล่ม ถูกยืมไปแล้วกี่ครั้ง โดยใคร และเมื่อไหร่บ้าง

         การทำงานร่วมกันนั้นวาคาบะแทบจะไม่มีโอกาสได้พูดคุยเพื่อสานความสัมพันธ์กับบรรณารักษ์สาวคนนี้สักครั้ง การสอนงานก็มีแค่อธิบายพร้อมกับแบ่งหน้าที่โดยให้วาคาบะรับหน้าที่ประทับตรายืมคืนหนังสือเพียงเท่านั้น หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัยอยากจะสอบถามเกี่ยวกับหนังสือก็จะให้วาคาบะเป็นคนกลางมาติดต่อผ่านเธอด้วยตัวเองคล้ายกับว่าไม่อยากจะสุงสิงกับคนอื่นสักเท่าไหร่

         วาคาบะมีภาพจำเกี่ยวกับบรรยากาศห้องสมุดแบบนี้ในโลกเดิมได้ค่อนข้างน้อยมาก ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้พวกเขาสามารถอ่านทุกอย่างได้เพียงแค่นั่งอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถึงเธอจะเคยไปเยือนห้องสมุดชุมชนมาบ้างแต่นั่นก็เป็นสมัยที่กำลังศึกษาระดับมัธยมต้นและไปกับกลุ่มเพื่อนเพื่อทำรายงานและติวข้อสอบกัน หลังจากเข้าสู่ช่วงวัยทำงานในฐานะของนักวาดมังงะและนักเขียนไลท์โนเวลก็ไม่ได้ไปเยือนที่นั่นอีกเลย

         “มาสาย” บรรณารักษ์หญิงพูดขึ้นและยกกองตั้งหนังสือนับสิบเล่มมาวางบนโต๊ะ “กองนี้เป็นหนังสือที่นำมาคืน ส่วนนี้เป็นหนังสือฉบับคัดลอกชุดใหม่ที่ใช้เรียนในปีนี้ นำเก็บเข้าชั้นหนังสือก่อนที่พวกนักเรียนจะเข้ามาใช้งาน”

         พอมอบหมายงานของเช้าวันนี้ให้เสร็จเมซเมอแรนด้าก็เดินหายกลับเข้าไปในห้องไม่คิดพูดคุยเพื่อสานความสัมพันธ์กับผู้ใดอีก วาคาบะเริ่มจะคุ้นชินกับพฤติกรรมของหญิงสาวลึกลับคนนี้บ้างแล้วเพราะมันคล้ายกับตอนที่เธอต้องเร่งปั่นต้นฉบับให้ทันก่อนวันงานคอมมิกเกะที่กำลังจะมาถึง ยิ่งได้รู้ว่าเมซเมอแรนด้าจำเป็นจะต้องคัดลอกหนังสือวิชาการเวทมนตร์เล่มใหม่เพิ่งได้รับมาจากสภาเวทมนตร์หลังใช้เวลาเรียบเรียงยาวนานถึงสองปีเป็นจำนวนถึงสิบเล่มภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนก็อดรู้สึกกดดันแทนไม่ได้

         วาคาบะหยิบหนังสือแต่ละเล่มขึ้นมาพลิกดูทีละหน้า ตัวอักษรนูมอร์ที่มีความคล้ายกับการผสมผสานระหว่างอักษรไฮโรกลีฟิกกับอักษรกรีกโรมันและอักษรรูนโบราณทำเอาเธอรู้สึกปวดศีรษะไม่น้อย ยังดีหน่อยที่พอจะมีการรวมคำเป็นอักษรเดียวคล้ายกับรูปแบบคันจิไม่เช่นนั้นคงลำบากไม่น้อยที่จะต้องเขียนคำที่ยาวเหยียดแต่กลับสื่อความหมายเพียงอย่างเดียว ถึงกระนั้นวาคาบะก็ยังอดไม่ได้ที่จะก่นด่าสาปแช่งบุคคลที่ส่งเธอมายังโลกใบนี้โดยไม่ได้มอบพรที่จำเป็นที่สุดให้

         ไม่นานนักก็มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งเข้ามายังห้องสมุดตั้งแต่เช้าเพื่อยืมและคืนหนังสือก่อนที่จะไปเข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศที่หอประชุมใหญ่ ด้วยความที่จำนวนหนังสือมีอยู่จำกัดนักเรียนจึงต้องรีบมาแต่เช้าเพื่อยืมหนังสือเหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีกฎที่ห้ามไม่ให้ยืมติดต่อกันทำให้นักเรียนที่ยืมไปนั้นจำเป็นจะต้องรีบคัดลอกส่วนสำคัญลงสมุดเพื่อนำกลับมาทบทวนอีกครั้งในภายหลัง หากต้องการยืมเล่มเดิมซ้ำก็ต้องรอให้ผ่านไปถึงห้าคนก่อนจึงจะมีสิทธิ์ยืมมาอ่านได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามห้องสมุดก็ยังมีหนังสือเล่มเดียวกันให้ศึกษาได้แต่ก็ไม่อนุญาตให้นำออกจากห้องสมุดแห่งนี้ก็เลยไม่แปลกที่ห้องสมุดจะมีนักเรียนมาใช้บริการตลอดทั้งวัน

         “ฉันต้องการยืมหนังสือสมุนไพรมนตรา ที่จองเอาไว้”

         “ช่วยบอกตำแหน่งของหนังสือเรื่อง วิชาการเวทมนตร์ธาตุอัคคี หน่อยจะได้ไหม?”

         “ผมกำลังหาหนังสือเกี่ยวกับงานวิจัยของเรนเดลอยู่”

         นักเรียนทุกคนที่มาและไม่ต้องการเสียเวลาไปกับการมองหาตำแหน่งชั้นวางของหนังสือที่อยากอ่านก็มักจะมาสอบถามกับบรรณารักษ์ทันที วาคาบะเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเมซเมอแรนด้าถึงยินดีมากที่จะมีคนมารับหน้าที่เป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์และเต็มใจที่จะสอนงานเบื้องต้นให้อย่างละเอียดแม้จะรู้สึกรำคาญใจอยู่บ้างก็ตามที

         วาคาบะยังจำตัวอักษรได้ไม่มากนักจึงต้องอาศัยกระดาษโน้ตเทียบรูปอักษรกับภาษาญี่ปุ่น มันอาจจะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องนักก็จริงแต่อย่างน้อยก็ช่วยให้หยิบจับหนังสือได้ไม่ผิดพลาด โชคยังดีที่หนังสือที่พวกนักเรียนต้องการนั้นเป็นหนังสือใหม่ที่เพิ่งจะถูกเผยแพร่ได้ไม่ถึงสิบปีมันจึงถูกนำมาวางไว้บนชั้นหนังสือแถวหน้าให้เลือกมาอ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น หากเป็นหนังสือเก่าวาคาบะก็จนปัญญาเหมือนกันเพราะเธออ่านไม่ออก

 

         เนื่องจากความสำเร็จของงานประลองเวทมนตร์ที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้วส่งผลให้ปีนี้นักเรียนที่ปรารถนาจะเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเวทมนตร์เซเวียร์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ป้ายประกาศรายชื่อนักเรียนที่เข้าใหม่ในปีนี้มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เล็กน้อยตรงที่มีกลุ่มรายชื่อนักเรียนย้ายเข้าในชั้นปีที่ 2 และ 3 ที่ถึงจะมีจำนวนรวมกันแล้วไม่ถึงสิบคนก็ตามแต่นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการย้ายเข้ามาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์บางอย่างแอบแฝงแน่นอน เพราะเมื่อพิจารณาจากรายชื่อแล้วพบว่าทั้งหมดล้วนเป็นเผ่าพันธุ์เอลฟ์และเผ่าพันธุ์มนุษย์สัตว์ทั้งสิ้น

         การประลองเวทมนตร์ครั้งนั้นฟรานได้แสดงความสามารถทางด้านเวทมนตร์และการต่อสู้ออกมาได้อย่างเหนือความคาดหมาย ด้วยอายุของเธอที่นับว่ายังเด็กมากสำหรับเผ่าพันธุ์เอลฟ์จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะเกิดความสนใจถึงกับเรียกตัวมาพูดคุยเพื่อโน้มน้าวให้เธอเดินทางกลับสู่ดินแดนเอลฟ์เพื่อความปลอดภัย น่าเสียดายที่ตัวแทนทูตของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ประเมินความมุ่งมั่นของฟรานต่ำเกินไปและเลือกใช้คำพูดที่มุ่งร้ายต่อคนสำคัญของเธอ นั่นจึงทำให้ฟรานแสดงความไม่พอใจต่อเผ่าพันธุ์เอลฟ์และมีท่าทีต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด

         ส่วนทางด้านของเผ่าพันธุ์มนุษย์สัตว์นั้นเซรอสยังไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับตัวของซาริด้วยหรือไม่ แต่จากความวุ่นวายใหญ่โตที่ซาริเคยก่อขึ้นมาเมื่อปีที่แล้วโดยเฉพาะเรื่องของดอกมนตราสีขาวก็พบว่ามันน่าจะมีความเป็นไปได้อยู่ที่เธอจะกลายเป็นเป้าหมาย ยิ่งช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีการหยิบประเด็นเรื่อง โชค ของเผ่ากระต่ายขาวขึ้นมาพูดคุยกันในวงเหล้าทำให้เซรอสตระหนักได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัว

         อุตส่าห์คิดว่าปีนี้คงไม่มีเรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นเหมือนปีที่ผ่านมาก็ดูจะเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป

         เซรอสพยายามจดจำรายชื่อนักเรียนแต่ละคนและไม่ลืมที่จะใช้กล้องขนาดเล็กรูปเข็มกลัดเนกไทถ่ายรายชื่อเหล่านั้นเก็บสำรองเอาไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงประกาศเรียกรวมแถวเพื่อเตรียมเข้าสู่ห้องประชุมตามลำดับชั้นปี

         เลธิเซีย เคอร์ริช นักเรียนหญิงชั้นปีสองสาขานักรบกำลังรับหน้าที่คอยดูแลพวกเด็กนักเรียนชั้นปีหนึ่งสาขาเดียวกันในการจัดตั้งแถวให้เป็นระเบียบ ด้วยภาพลักษณ์ที่ภายนอกดูเคร่งขรึมทำให้นักเรียนเข้าใหม่ส่วนใหญ่มีท่าทีหวั่นเกรง บางคนก็ถือดีที่ตนเป็นบุตรชายของขุนนางยศไวเคานต์และได้รับการร่ำเรียนวิชาจากครูสอนดาบที่มีความสามารถก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ จนกระทั่งเซรอสเหลือบไปเห็นท่าทางกอดอกเคาะนิ้วชี้ของเลธิเซียเข้าโดยบังเอิญก็รู้ได้ทันทีเลยว่าอีกไม่นานความอดทนของเธอใกล้จะหมดลงแล้ว

         ส่วนทางด้านของสาขาเวทมนตร์ผู้รับผิดชอบดูแลพวกเด็กนักเรียนชั้นปีหนึ่งคือ วาเลนเซียร์ เซราตี ซึ่งเธอค่อนข้างโชคดีที่นักเรียนปีหนึ่งสาขาเวทมนตร์ปีนี้ล้วนมาจากตระกูลที่ได้รับการสอนสั่งมารยาทมาเป็นอย่างดีก็เลยไม่วุ่นวายสักเท่าไหร่ มิหนำซ้ำสถานะของเธอเป็นถึงเจ้าหญิงของอาณาจักรไอทาเรียย่อมมีบรรยากาศรอบตัวที่ทำให้ทุกคนยอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย

         แต่ถ้าหากสังเกตให้ดีจะพบว่านักเรียนใหม่ปีนี้นอกจากผู้หญิงแล้วทุกคนดูไม่ค่อยร่าเริงราวกับว่าสูญเสียจิตใจของตัวเองไปแล้ว

         เดาว่าคนที่น่าจะให้คำตอบของคำถามนี้ได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นเบลล์ เรสเทียร์ที่นั่งหมดอาลัยตายอยากโดยมีเพื่อนสาวนั่งปลอบใจ

         ไม่ว่าใครที่ได้เห็นครั้งแรกก็ย่อมเข้าใจผิดคิดว่าเบลล์ เรสเทียร์เป็นผู้หญิงที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอม โดยเฉพาะกลิ่นกายที่หอมหวานเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต่างพากันอิจฉา จากเดิมที่เบลล์เคยไว้ผมสั้นก็ยังพอจะมีเค้าลางของความเป็นผู้ชายอยู่เพียงเล็กน้อยมากจนแยกไม่ออก มาตอนนี้เขากลับปล่อยผมยาวก็ไม่แปลกเลยที่ใครได้เห็นก็มักจะเข้าใจผิดโดยเฉพาะกับเด็กหนุ่มวัยกลัดมันที่เริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับเพศตรงข้าม คงเจ็บปวดน่าดูหลังได้ทราบความจริงที่ว่าคนที่ตนเองหลงใหลและอยากครอบครองเป็นผู้ชาย

         “เฮ้ย! ยืนเหม่ออะไรของแกไม่ทราบ”

         น้ำเสียงเย่อหยิ่งแสนจะคุ้นเคยเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากไรอัส มาติคัส นักเรียนสาขานักรบที่เปี่ยมไปด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีถึงขั้นมองเซรอสเป็นคู่แข่งที่ต้องก้าวข้ามไปให้จงได้ ทว่าด้วยความที่เซรอสเป็นคนมีฝีมือที่ได้รับการยอมจากจากอัศวินศักดิ์แต่เขากลับเลือกที่จะทอดทิ้งเส้นทางแห่งอัศวิน ไรอัสที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นมาตั้งแต่เด็กและพยายามอย่างเต็มที่กลับพ่ายแพ้คนแบบเซรอสก็ไม่แปลกที่เขาจะเกลียดขี้หน้า

         “สวัสดี” เซรอสกล่าวทักทาย

         “อย่ามาทำเป็นสนิทกับฉันเชียวล่ะ แต่ถ้าจะถามหายายกระต่ายนั่นล่ะก็เห็นบอกว่าจะไปห้องส้วมโน่น”

         เทียบกับเมื่อปีที่แล้วดูเหมือนว่าไรอัสจะเติบโตขึ้นมากทั้งในด้านความคิดและการกระทำ จากที่ปกติแล้วมักจะแสดงท่าทีรังเกียจพวกเผ่าพันธุ์มนุษย์สัตว์อย่างมากรวมถึงนิสัยที่ชอบโอ้อวดอำนาจของตระกูลเพื่อข่มขู่ผู้อื่น มาวันนี้เขากลับไม่ได้แสดงความรังเกียจออกมาตรงกันข้ามกลับดูสนิทสนมกับพวกลิซาร์ดแมนที่เคยมีปัญหาด้วยถึงขั้นเรียกหากันด้วยนามจริงและยังมีนัดประลองวิชากันในตอนเย็นนี้อีก ดูเหมือนว่าช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาคงมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นทำให้เขาต้องเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่

         “เป็นมนุษย์สัตว์ที่มารยาทแย่ชะมัด กล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาต่อหน้าคนนับร้อยได้ไม่อายปาก”

         “ขอบใจ อันที่จริงก็กำลังมองหาอยู่พอดี”

         “มันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เพราะอยากช่วยเหลือคนอย่างแกสักหน่อย”

         กล่าวจบไรอัสก็เดินแยกตัวออกไปจัดการกับพวกมนุษย์สัตว์ที่แตกแถวให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ความรุนแรงที่คนอื่นเห็นก็อาจจะพาลคิดไปว่าไรอัสเป็นคนที่มีนิสัยเลวร้ายและไม่ควรคบหาด้วย แต่หากเป็นคนที่อยู่ร่วมชั้นเรียนมาตลอดหนึ่งปีเห็นแล้วก็จะมองว่าเป็นการหยอกล้อกันตามประสาเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทสนมกันระดับหนึ่ง ดูจากการที่มนุษย์สัตว์ตนนั้นหันกลับมาตอบโต้กลับด้วยถ้อยคำหยาบคายแบบเดียวกันรวมไปถึงการตั้งท่าพร้อมชวนทะเลาะก็ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาสนิทกันมากจริงๆ

         เจ้าพวกนั้นไปสนิทกันอีท่าไหนล่ะนั่น?

         ยังดีที่รู้ว่าซาริอยู่ที่ไหนเพราะขืนปล่อยให้ยายตัวแสบนั่นคลาดสายตาไปล่ะก็มีหวังปั่นป่วนกันทั้งโรงเรียนเป็นแน่ ถึงจะได้รับการฝึกสอนมารยาทให้รู้จักขอบเขตการละเล่นไม่ให้ซุกซนเกินไปมาบ้างแล้วก็ตาม แต่เซรอสเชื่อว่าสำหรับยายกระต่ายที่ชอบฟังหูซ้ายทะลุหูขวาไม่อาจปฏิเสธการทำตามสัญชาตญาณของตัวเองได้นานนักหรอก

         จนกระทั่งเสียงระฆังบอกเวลาเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นการเรียนในคาบแรกดังขึ้น เนื่องจากเป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียนใหม่กำหนดการจึงถูกแทนที่ด้วยกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ซึ่งจะกินเวลาตลอดครึ่งวันตอนเช้า ขบวนแถวนักเรียนในแต่ละชั้นปีทยอยกันเดินเข้าสู่ห้องประชุมใหญ่กันเป็นระเบียบ ตำแหน่งที่นั่งของแต่ละชั้นปีถูกกำหนดเอาไว้อยู่ก่อนแล้วจึงหมดปัญหาเรื่องการแย่งชิงที่นั่ง ถึงจะมีนักเรียนใหม่บางคนแสดงท่าทีไม่พอใจกับการที่ต้องมานั่งติดอยู่กับเผ่าพันธุ์อื่นอยู่บ้างแต่นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาถูกปลูกฝังความเชื่อแบบผิดๆ มาจากทางวิหารศักดิ์สิทธิ์

         กริ๊ง!

         เซรอสหันมองตามเสียงกระพรวนอันเล็กไปก็พบเห็นร่างสีขาวที่กำลังยื่นหน้าสลอนมองดูพวกนักเรียนใหม่ของปีนี้ด้วยความสนใจ การปรากฏตัวแบบเงียบๆ ของซารินั้นทำให้นักเรียนหญิงร่วมห้องที่นั่งอยู่ถัดไปเกิดอาการตกใจเพียงเล็กน้อย

         นับวันความสามารถในการย่องเบาของซาริจะพัฒนาขึ้นจนรอดพ้นจากสัมผัสเฉียบคมของนักฆ่าระดับพระกาฬได้อย่างน่ากลัวมา ต่อให้สรรหาวิธีการหลายต่อหลายอย่างเพื่อใช้ระบุตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น GPS ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้จากแสงอาทิตย์แต่พอเอาเข้าจริงก็มักจะมีปัญหาอย่างแบตเตอรี่เสื่อม หรือไม่ก็แรงกระแทกโดยบังเอิญที่ทำให้ระบบรวนจนหาตำแหน่งไม่ได้ หรือการเพิ่มน้ำหนักถ่วงลงไปในพื้นรองเท้าที่จะทำให้เกิดเสียงฝีเท้าตลอดเวลา แต่ใช้เวลาไม่นานซาริก็จะคุ้นชินกับมันจนสามารถเดินไร้เสียงได้ ล่าสุดนี้ก็เป็นการแอบติดกระพรวนเพื่อใช้ตรวจจับการลบตัวตนของซาริแต่ก็ยังไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบนัก

         “หายไปเล่นซนที่ไหนมาอีกล่ะ”

         “ไม่ได้เล่นซนสักหน่อยเจ้าค่ะ ซาริไปอึมาต่างหากเจ้าค่ะ”

         “ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงยังอยู่ในกล่องลังส้ม”

         พฤติกรรมของซารินั้นถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าคาดเดาได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามดูเหมือนซาริจะชื่นชอบการลงไปซ่อนตัวในกล่องลังส้มมากเป็นพิเศษ น่าแปลกที่ไม่มีใครรู้สึกถึงความผิดปกตินี้เลยแม้แต่คนเดียว

         “ก็ตอนที่ซาริเดินออกจากห้องมีก็มีคนไม่ดีพยายามสะกดรอยตามซาริมาเจ้าค่ะ”

         “ไม่น่าเป็นไปได้หรอกนะ”

         ทราบดีว่าซาริเป็นคนที่โกหกใครไม่เก่งจึงมักจะเผยพิรุธออกมาอยู่เสมอ ถึงอย่างนั้นเซรอสก็เชื่อว่าผู้อำนวยการอย่างอินโนเซนเทียร์ไม่มีทางปล่อยให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับนักเรียนภายใต้การดูแลของเธอเป็นอันขาด ดังนั้นเป็นไปได้เหมือนกันว่าซาริอาจจะแค่คิดไปเองหรือไม่ก็เป็นช่วงจังหวะไม่ดีของคนคนนั้นทำให้เกิดความเข้าใจผิด

         “อ๊ะ! นั่นไงเจ้าค่ะ” ซาริชี้มือไปยังร่างของ คนไม่ดี ที่เดินพรวดพราดเข้ามาภายในห้องประชุม

         ร่างสีขาวสวมหมวกปีกกว้างประดับประดาด้วยอัญมณีและขนนกฟูฟ่องที่บ่งบอกถึงความสูงศักดิ์ ใบหูปุกปุยสีขาวที่ยื่นออกมาจากช่องหมวกขยับไปมาราวกับเป็นเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจจับความเคลื่อนไหว ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบห้องประชุมเพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่างโดยเฉพาะที่นั่งของนักเรียนชั้นปีสอง เขาคนนั้นพยายามเลื่อนสายตาไล่มองดูนักเรียนปีสองแต่ละคนก็ไม่พบเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติจนกระทั่งมีตัวแทนนักเรียนเดินเข้าไปพูดคุยด้วยก่อนจะนำทางไปยังที่นั่งกลุ่มพิเศษ

         “เจ้านั่นมัน

         เพราะต้องใส่ใจรายละเอียดยิบย่อยในระหว่างปฏิบัติภารกิจทำให้เซรอสมีความจำเกี่ยวกับบุคคลที่ค่อนข้างแม่นยำในระดับหนึ่ง ขอเพียงแค่คนคนนั้นแสดงหรือทำพฤติกรรมที่มีความโดดเด่นย่อมไม่มีทางลืมได้อย่างแน่นอน

         “คนไม่ดีเจ้าค่ะ แอบตามซาริตอนไปอึด้วยเจ้าค่ะ”

         “อ่าถ้าเป็นเจ้านั่นล่ะก็การจะทำอะไรแบบนั้นก็ใช่ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

         ในงานประลองเวทมนตร์ครั้งล่าสุดที่ผ่านมานั้นเซรอสน่าจะเป็นคนเดียวที่ทราบถึงสิ่งที่อีกฝ่ายเคยวางแผนจะทำแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากถูกขัดขวางเอาไว้จนแผนการนั้นต้องล่มไป หากไม่นับแผนการสุดแสนจะงี่เง่าที่แม้แต่เด็กเกรดสามก็คิดได้ในครั้งนั้นก็ต้องขอยอมรับว่าเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นเกินร้อย

         บิลเก้

         มนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาวผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ด้วยดาบที่พลิ้วไหว อาศัยข้อได้เปรียบด้านความเร็วและความคล่องแคล่วร่วมกับเทคนิคดาบจนเกิดเป็นการโจมตีแบบใหม่ที่อัศวินต่างลงความเห็นเป็นมติเอกฉันท์ว่าร้ายกาจ ในการประลองครั้งนั้นบิลเก้ก็ได้แสดงทักษะการตวัดดาบที่รวดเร็วเอาชนะนักเรียนจากโรงเรียนอันดับต้นๆ ที่ว่ากันว่าเป็นอัจฉริยะได้ในการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว

         การที่บิลเก้ตัดสินใจย้ายมาศึกษาที่โรงเรียนเซเวียร์ในปีนี้ก็พอจะเดาวัตถุประสงค์ออกได้ไม่ยากนัก

         เป้าหมายของบิลเก้ก็คงหนีไม่พ้นการไล่ตามจีบซาริที่เป็นเผ่าพันธุ์กระต่ายขาวเหมือนกันอย่างไม่ต้องสงสัย

         “ดูท่าปีนี้เธอคงไม่มีเวลาว่างมาเล่นซนซะแล้วล่ะนะ” เซรอสเผยรอยยิ้มกว้าง

         ก่อนจะพบว่าซาริหายตัวไปจากที่นั่งของตัวเองพร้อมกับลังส้มคู่ใจเป็นที่เรียบร้อย ทำเอานักฆ่ามือพระกาฬถึงกับต้องซ่อนรอยยิ้มที่แสนจะเยือกเย็นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าสงบนิ่ง พอกดนาฬิกาเพื่อหาตำแหน่งจาก GPS ของซาริก็ปรากฏข้อความว่า ‘No Signal’ ทั้งที่ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมก็ยังใช้งานได้เป็นปกติ ยิ่งพอได้ลองตรวจสอบตำแหน่ง GPS ของฟรานหรือวาคาบะก็ยังเห็นทำงานเป็นปกติอยู่

         ความสามารถในการหลบหนีของยายตัวแสบนับวันจะยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ

 

         กิจกรรมการปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ในปีนี้ไม่มีผู้อำนวยการร่างเล็กลงมาให้โอวาทเหมือนเมื่อปีที่ผ่านมา ผู้รับผิดชอบหน้าที่ในการกล่าวต้อนรับนักเรียนใหม่จึงเป็นรองผู้อำนวยการริซาน่าที่มีบทบาทค่อนข้างโดดเด่นอย่างมากในสภาเวทมนตร์ นักเรียนใหม่ที่มุ่งหวังจะเป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ต่างก็เคยได้ยินชื่อเสียงของรองผู้อำนวยการริซาน่ามาบ้างแล้วก็ไม่แปลกที่จะมีอาการตื่นเต้นที่ได้พบเห็นตัวจริงแบบชิดใกล้ (ทั้งที่อยู่ห่างกันเกือบห้าสิบเมตร) นอกจากนี้คำกล่าวให้โอวาทนักเรียนเองก็ฟังแล้วก็ชวนให้รู้สึกฮึกเหิมไม่น้อยเลย

         จากนั้นก็เป็นการแนะนำบรรดาคณาจารย์ประจำปีการศึกษานี้ให้แก่นักเรียนใหม่ได้รู้จักซึ่งพอถึงคราวที่ต้องแนะนำอัศวินศักดิ์สิทธิ์หญิงเดลฟีโอน่าให้รู้จัก นักเรียนใหม่เกือบทุกคนต่างก็แสดงอาการตื่นเต้นไม่ต่างกับตอนที่ริซาน่าปรากฏตัวขึ้นบนเวที ส่วนนักเรียนที่ย้ายเข้ามาศึกษาที่โรงเรียนเซเวียร์คุ้นชินกับการคงอยู่ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์มาบ้างแล้วและบางคนก็ดูจะไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ เป็นไปได้ว่าการเรียนการสอนของอัศวินศักดิ์สิทธิ์บางคนให้ความสำคัญกับเผ่าพันธุ์มนุษย์มากกว่าเผ่าพันธุ์อื่น

         เดลฟีโอน่า เอเชอวาเรียนกล่าวทักทายนักเรียนใหม่ทุกคนในฐานะอาจารย์คนหนึ่งด้วยท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่มีนักเรียนคนใดยกเว้นคนคนหนึ่งทราบว่าเธอได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับคริมสัน โอเกอร์และกลุ่มคนลึกลับเมื่อไม่กี่วันก่อน ถึงจะใช้เวทมนตร์ช่วยรักษาจนบาดแผลภายนอกหายสนิทแต่สภาพจิตใจของเธอนั้นเหนื่อยล้าเต็มทน นอกจากนี้เธอยังต้องจัดทีมสืบสวนขึ้นมาอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบสถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นรอบเมืองไรด์การ์ดจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน

         แนะนำบรรดาคณาจารย์ครบหมดทุกคนก็ถึงเวลาสำคัญที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของโรงเรียนที่จะต้องให้นักเรียนที่ทำคะแนนสอบรวมเป็นอันดับหนึ่งในแต่ละชั้นปีออกมากล่าวอะไรเล็กน้อยเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนแต่ละคนก้าวไปข้างหน้า ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นประโยคคำพูดของบุคคลสำคัญที่ยึดถือจนประสบความสำเร็จในชีวิต หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นคำพูดที่ปลุกใจกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการพัฒนาตนเองจนเก่งกาจ

         บนเวทีตอนนี้ปรากฏให้เห็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินก้าวขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับการประกาศแนะนำตัวรายบุคคล จนเมื่อเด็กหญิงเอลฟ์เดินก้าวขึ้นมาบนเวทีตามคำประกาศเซรอสก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวจากกลุ่มของนักเรียนแลกเปลี่ยนเผ่าพันธุ์เอลฟ์

         “เป็นเอลฟ์อายุน้อยอย่างที่ได้ยินมาจริงซะด้วย”

         “สามารถใช้เวทมนตร์ได้ทั้งที่อายุเท่านี้นับว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากมาก”

         “ได้ยินมาว่าเคยถูกจับไปเป็นทาสด้วยนะ”

         “น่าสงสารซะจริง เป็นแบบนี้คงปล่อยให้อยู่ในดินแดนโสมมของมนุษย์อีกไม่ได้แล้ว”

         ถึงแม้จะเป็นการสื่อสารด้วยภาษาเอลฟ์ที่คนทั่วไปฟังไม่ออกก็ตาม แต่สำหรับชายที่ชื่อเซรอสที่นั่งฟังผ่านอุปกรณ์ดักฟังอยู่ในตำแหน่งของกลุ่มชั้นปีสองแล้วไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย ทุกคำพูดและเป้าหมายของเอลฟ์เหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาจนหมดเปลือกคงเพราะความประมาทที่คิดว่าไม่น่าจะมีผู้ใดสามารถฟังภาษาเอลฟ์รู้เรื่อง

         ตัวแทนนักเรียนแต่ละชั้นปีก้าวออกมาเริ่มกล่าวทักทายแสดงความยินดีต่อนักเรียนเข้าใหม่แต่ละคน จากนั้นจึงค่อยบอกเล่าประสบการณ์ความรู้สึกของตนเองที่มีต่อโรงเรียนเซเวียร์แห่งนี้ ซึ่งในปีแรกที่พวกเขาได้เข้ามาศึกษานั้นโรงเรียนเซเวียร์นับได้ว่าเป็นโรงเรียนที่มีอันดับตกต่ำอย่างมาก โดยเฉพาะระบบการศึกษาที่อนุญาตให้เผ่าพันธุ์อื่นมาศึกษาร่วมด้วยนั้นได้รับการต่อต้านจากบรรดาขุนนางที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เหตุนี้เองทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะบอกต่อใครๆ ว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนเซเวียร์ จนกระทั่งได้เข้ามาร่ำเรียนเพียงหนึ่งปีความคิดของพวกเขาก็เปลี่ยนไปมาก มาตอนนี้โรงเรียนเซเวียร์สร้างชื่อเสียงที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นนักเรียนของที่นี่

         “ต่อไปจะเป็นการกล่าวทักทายของตัวแทนนักเรียนชั้นปีสองผู้ซึ่งได้รับคะแนนการสอบเป็นอันดับหนึ่ง ฟราน แอชเชอร์”

         เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กบางของเด็กหญิงเอลฟ์เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโพเดียมที่สูงเกินตัวทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วที่ผู้อำนวยการร่างเล็กได้ออกมากล่าวทักทายด้วยตัวเอง ฟรานมองดูพื้นยืนอยู่ครั้งหนึ่งและประกอบเวทมนตร์ขึ้นมาหนุนตัวเองให้ลอยขึ้นเหนือพื้นเพื่อให้อยู่ในระดับเดียวกับอุปกรณ์เวทมนตร์ขยายเสียง ความแม่นยำในการใช้เวทมนตร์ที่ไม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แปลกๆ ต่อสภาพแวดล้อมไม่แปลกเลยที่เธอจะถูกเรียกว่าเป็นจอมเวทอัจฉริยะ

         “พลังเวทมนตร์ไม่สำคัญเท่ากับวิธีการใช้งานที่เหมาะสม คุณค่าของเวทมนตร์อยู่ที่การประยุกต์ใช้ให้ถูกสถานการณ์”

         “ขอบคุณ” กล่าวจบก็คลายเวทมนตร์และเดินกลับไปยืนประจำที่ของตัวเอง




ซารินี่เป็นตัวละครที่ยิ่งเนิร์ฟยิ่งเก่งสินะ

ปีนี้ค่อนข้างวุ่นวายมากทีเดียว ซาริเริ่มมีคนมาจีบแล้ว

ในฐานะพี่เลี้ยงเด็กคงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างล่ะนะ

ปล. Among Us อัตราการชนะอยู่ที่ 100% [เพราะผมเล่นไปแค่รอบเดียว]

ปล2. นิยายแนว อดีต ปัจจุบัน อนาคต นี่ไม่มีแนวยูริเลยสินะ ยิ่งอ่านฉากที่นางเอกโดนผู้ชายทำร้ายแต่พอโดนง้อเข้าหน่อยก็ยกโทษให้ง่ายๆ เลย [อยากเขียนให้แม่นางฉางซีเทพเร็วๆ แล้วสิ]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 936 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #16890 Alisona Janes Curse (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 02:15
    เราว่าน้องดื้อมากจนเกินเยียวยาแล้วนะคะ ควรจะเข้มงวดบ้างแล้ว
    #16,890
    1
    • #16890-1 MIRROR(จากตอนที่ 221)
      7 ธันวาคม 2563 / 20:31
      ความซนของซารินี่ช่วยโลกได้เลยนะรู้ไหม
      #16890-1
  2. #16795 วายุจัง (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 08:21
    เราคือกระต่ายขาวใน Among us เราไม่ค่อยรู้เรื่องจริงๆนะ เพิ่งเคยเล่นนนนน แม้จะดูแคสเกม เทคนิคการเล่น และเล่นมาแล้วกว่า

    20 รอบ เราก็เล่นไม่เป็นนนนนนนน
    #16,795
    2
    • #16795-1 Blue Soul(จากตอนที่ 221)
      15 พฤศจิกายน 2563 / 08:22
      จะสนุกต้องเล่นกับเพื่อน เปิดดิสเถียงกัน เล่นกับคนอื่นเจอ hacker เซ็งสุดๆ
      #16795-1
  3. #16783 davidkongboon (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 16:05
    มีแนวยูริแบบ ต่างโลกอะครับ แต่นักเขียนเขายุ่งๆ ไม่ค่อยอัพครับ
    #16,783
    1
    • #16783-1 davidkongboon(จากตอนที่ 221)
      5 พฤศจิกายน 2563 / 16:46
      เป็นจีนโบราณต่างโลกที่ผมชอบมากเลยไรต์
      #16783-1
  4. #16729 Katana (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 23:51

    กลัวสกิลซ่อนตัวของซาริจะเวลอับรัวๆนะสิ ว่าแต่ลังส้มนี่คุ้นไปนะ

    #16,729
    0
  5. #16649 Thank You (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 08:35

    ขอบคุณครับ

    #16,649
    0
  6. #16648 Erythrane (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 20:02
    นิยายสนุกมาก แต่ช่วงนี้มีปัญหาแค่เฉพาะเรื่องนี้เข้าหน้าหลักไม่ได้เวลาอ่านในแอพ โหลดค้างครึ่งชั่วโมงก็เข้าไม่ได้ วิธีอ่านตอนเก่าก็ต้องเปิดจากรายชื่อตอนที่ซื้อมาทางเดียวค่ะ T^T ทั้งๆที่เรื่องอื่นโหลดหน้าหลักเร็วมาก
    #16,648
    1
    • #16648-1 AABK004(จากตอนที่ 221)
      25 ตุลาคม 2563 / 13:22
      จริงค่ะๆๆเราก็เป็น แต่ของเราคือเข้าไม่ได้เลยจนต้องลบเเอพล็อกอินใหม่เลยถึงได้
      #16648-1
  7. #16647 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 22:51

    สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #16,647
    0
  8. #16646 Ultimated (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 21:34

    ถ้าซาริเล่น among us น่าจะพบเจอฆาตกรโป๊ะแตกบ่อยๆ (ดวงดีเกิ๊น)

    #16,646
    0
  9. #16638 Fikusa (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 13:25
    พ่อหนุ่มกระต่ายพยายามเข้าล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ อยากเห็นลูกหลานซาริแล้วสิ
    #16,638
    0
  10. #16635 Sirayu Manachot (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 19:38

    โซลิด ซาริ ออกปฏิบัติการณ์!!


    ส่วนฝั่งฟรานก็น่าจะมีการใส่เดียวกะพวกหูยาวที่ตามตื๊อเหมือนกัน แต่เหมือนจะเป็นการกระทืบให้หลาบจำก่อนทำเกินเลย ถ้าแหย่นางยังพอคุยกันได้ แต่ถ้าอีกคนโกรธขึ้น หาศพยังไม่เจอเลยด้วยซ้ำ


    #16,635
    0
  11. #16634 เต่าน้อยอารมณ์ดี (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 16:19
    ดีเหมือนกัน พาหนุ่มต่ายขาวมาจีบนางบ้างจะได้มีอะไรทำมากกว่าเดิม 5555
    #16,634
    0
  12. #16633 Naii M. (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 13:55
    ซาริผู้มี passive skill ในการต้านทานและยกเลิกการ debuff ทุกชนิด
    #16,633
    0
  13. #16632 boss31702 (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 12:24
    ผมว่ามีนะ แต่ต้องอ่าน eng เอา

    พิมหาในอากู๋เจอมา
    #16,632
    0
  14. #16631 นักอ่านเลือดสาดกระจาย (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 11:38
    มันต้องมีสักวันแหละที่ฉางซีฝึกตนอยู่แล้วซาริที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ถามว่า"ทำอะไรอยู่หรอคะ?" แล้วฉางซีก็ควักแครอตจากไหนไม่รู้มายัดใส่มือซาริแล้วก็ฝึกต่อไป///มโนไกลมากเว่อร์~
    #16,631
    0
  15. #16630 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 11:24

    ขอบคุณครับ

    #16,630
    0
  16. #16629 Naret2535 (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 10:44
    มุกลุงงูใช่ไหม

    ลังที่ซ่อนได้ทุกอย่าง
    #16,629
    0
  17. #16628 Lexiara (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 09:51

    "ซาริ"+"ลังส้ม" = Stealth 100% ไม่ใช่ว่าฉายาลับ ของ"ซาริ" คือ "BIG BOSS" นะ ฮ่าๆๆๆ


    #16,628
    0
  18. #16627 d-xxxxx (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 09:37
    นานๆลงทีอยากให้เขียนยาวๆกว่านี้
    #16,627
    0
  19. #16626 FongWind (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 09:10
    อยากให้มี event ไปอาณาจักรเอลฟ์ กับ อาณาจักร มนุษย์สัตว์ด้วยอะ ไรท์
    #16,626
    0
  20. #16625 rocktoon555 (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 09:04
    บักบิลเก้กับพวกเอลฟ์จะโดนลุงฆ่าหมกส้วมมั้ยนี่ปีนี้

    ปล. นึกว่าท่านจะลงน้องฉางซีต่อนะเนี่ยกำลังค้างจากตอนที่แล้วอยู่เลย
    #16,625
    0
  21. #16624 MozartTx (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 08:48
    จะจีบซาริ ต้องพกยาแก้ปวดหัวติดตัวเยอะๆ และ ความมั่นใจเรื่อง speed
    ของตัวเองก็จะพังทลาย เมื่อเจอกับ
    หลบแบบ ดิจิตอล
    #16,624
    0
  22. #16623 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 08:27
    ก็หวังว่า นักเรียนเอลฟ์พวกนั้นจะไม่ทำการ “คิดสั้น” มากกว่านี้นะ...ไม่หายยกกลุ่มแน่(แต่คงไม่ เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่....มั้ง?)
    #16,623
    0
  23. #16622 ยักษ์แดง (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 08:02
    เป็นไม่กี่เรื่องที่ทำใจดองไม่ได้ เห็นแล้วต้องอ่าน5555
    #16,622
    0
  24. #16621 NessZero (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 07:31
    ไรท์ ตอนนี้ซารินิเทียบกับคนยังเป็นเด็ก 7 ขวบปะ ฟรายนิ ก็ประมาณ 3-4 ขวบสินะ
    #16,621
    0
  25. #16620 ดิสตี้โนวา (จากตอนที่ 221)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 07:16
    ซาริ มาแล้ว 555
    #16,620
    0