ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,258,723 Views

  • 13,683 Comments

  • 22,804 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,201

    Overall
    2,258,723

ตอนที่ 22 : Episode Twenty-One : เมืองคัลไซด์อีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 972 ครั้ง
    18 มี.ค. 60

Episode Twenty-One

 



        เซรอสทำความเร็วในการเดินทางไปมากพอที่จะแวะหยุดพักเหนื่อยสักครึ่งชั่วโมง

        ด้านหลังของเซรอสมีโอเกอร์ตัวใหญ่ที่พึ่งจะถูกเขาจัดการไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ หลังจากที่มันได้พยายามจะเข้าโจมตีและในวินาทีต่อมาคอของมันก็พลิกกลับหมุน 180 องศาและจบลงที่ความตาย ทั้งที่มันควรจะเป็นมอนสเตอร์ที่ทรงพลังและมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่ก็กลายเป็นร่างไร้วิญญาณเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเซรอส

        ในบันทึกเกี่ยวกับมอนสเตอร์ที่ซื้อมาจากกิลด์นักผจญภัย โอเกอร์นั้นร้ายกาจกว่าฮ็อบก็อบลินที่ต้องใช้คนรับมือประมาณยี่สิบคน แต่มันก็ถือว่าอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับเซรอสที่ยังไม่เปิดโหมดนักฆ่าสมบูรณ์

        หรือไม่บางทีระบบจัดอันดับความอันตรายน่าจะมีปัญหา

        ถ้าเดินตามเส้นทางยังไงมันก็เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ เซรอสเลือกจะใช้เส้นทางตัดตรงที่จะช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางไปถึงคัลไซด์ได้เลย เพียงแต่เซรอสสามารถเดินทางได้เร็วมาก อัตราความเร็วในการวิ่งแบบมาราธอนที่เคยทำได้คือ 24 ไมล์ต่อชั่วโมง ถ้าเทียบเป็นกิโลเมตรก็ราวๆ 40 กิโลเมตร ถ้าเป็นความเร่งในชั่วอึดใจก็จะอยู่ที่ 40 ไมล์ต่อชั่วโมงซึ่งมันวิ่งได้ไม่นานนัก

        เป็นแบบนี้เซรอสจะใช้เวลาประมาณ 1 วันในการวิ่งไปถึงคัลไซด์ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเลือกจะไม่ใช้ม้า

        ถึงการเดินทางด้วยตัวเองจะเร็วมากก็ตาม แต่ปัญหาก็คือเขาไม่อาจบรรทุกของได้มากนัก กระเป๋ามิติพวกนี้ก็มีพื้นที่จำกัด ถ้าพกพามันเยอะๆ ก็คงจะใช้ขนส่งไปมาได้สะดวก ไม่รู้ว่าหาซื้อที่ไหนและมีราคาเท่าไหร่

        หลังจากที่ตรวจสอบแผนที่ ด้วยความเร็วที่เซรอสใช้ในการเดินทางพบว่ามันผ่านมาครึ่งทางแล้ว คงเพราะไม่ได้ออกนอกเส้นทางและไม่ได้เสียเวลาไปกับการปะทะกับมอนสเตอร์มากนัก เป็นธรรมดาที่จะเดินทางได้ระยะไกลขนาดนี้ ที่จริงแล้วเมืองคัลไซด์ก็ไม่ได้ไกลถึงขนาดที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน ถ้ามีม้าเร็วสักหน่อยวันเดียวก็น่าจะไปถึงได้

        ซึ่งความเร็วของม้ากับเซรอสแทบจะไม่ได้ต่างกันเลย

        ได้ยินเสียงกิ่งไม้หัก มือของเซรอสก็เลื่อนไปจับที่ดาบสั้นเตรียมชักออกมาแล้ว แต่ก็ต้องหยุดไปเมื่อได้เห็นว่าตัวตนที่ทำให้เกิดเสียงไม่ได้อันตรายมากนัก เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 13 - 14 ปี น่าจะเทียบเท่ากับพวกซาริเลย ดูแล้วไม่น่าใช่การหลงป่า แต่เป็นการออกมาเพื่อหาอาหาร ด้านหลังมีตะกร้าใส่พวกเห็ดป่ากับผักตั้งมากมาย

        ทันทีที่ได้เห็นเซรอสก็พลันสะดุ้งโหยง แต่เมื่อได้เห็นว่าด้านหลังของเขานั้นมีศพของโอเกอร์อยู่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที

        "พี่ชายเป็นนักผจญภัยที่มาทำตามคำร้องขอของผู้เฒ่าใช่หรือเปล่า"

        "ไม่ใช่หรอก" ตอบปฏิเสธแล้วสำรวจเด็กชายตรงหน้า "แถวนี้มีหมู่บ้านด้วยงั้นเหรอ"

        "หมู่บ้านอยู่ทางโน้นแน่ะ เพราะมีโอเกอร์อยู่แถวนี้พ่อกับแม่เลยลำบากมาก"

        "ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าเธอโชคดีน่ะสิ"

        หากไม่ใช่ว่าเซรอสเดินทางมาที่นี่ วันนี้ มีโอกาสไม่น้อยที่เด็กคนนี้จะได้เผชิญหน้ากับโอเกอร์เข้าอย่างจัง และถูกฆ่าตาย

        "ข้าต้องไปแจ้งข่าวดีกับท่านผู้เฒ่า ข้าอยากให้ท่านตามมาด้วย"

        "ที่จริงฉันยังมีธุระที่จะต้องไปต่อ" เซรอสปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ เพราะเขาไม่ใช่นักผจญภัยจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องไปแสดงตัวว่าเป็นวีรบุรุษสำหรับพวกเขา

        "ไม่เสียเวลามากหรอก"

        พิจารณาดูแล้วว่าไม่มีปัญหาอะไรตามมาจึงพยักหน้าแล้วเดินตามเด็กชายคนนั้นไป เขาคิดว่าอาจจะต้องการหลักฐานก็เลยตัดหัวของโอเกอร์ไปด้วย หากเอาไปทั้งตัวได้มีหวังแตกตื่นกันแน่ๆ ประเมินดูแล้วว่าน้ำหนักน่าจะไม่ต่ำกว่า 200 ปอนด์ เขาไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นจอมพลังเพราะข่าวลือพวกนี้มันจะทำให้ผู้คนสนใจมากขึ้น แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่เซรอสก็ไม่ต้องการให้มีข่าวลือเกี่ยวกับตัวเอง

        ลำพังแค่วีรบุรุษทมิฬก็วุ่นวายพออยู่แล้ว

        ต้องบอกว่ามันเป็นหมู่บ้านในป่าอย่างแท้จริง จำนวนครอบครัวที่อยู่รวมกันประมาณ 30 ครอบครัว แต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาต้องบอกว่ามีความสุขดีอยู่แล้ว หลังจากที่เด็กชายวิ่งแจ้นไปบอกให้ผู้เฒ่าของหมู่บ้านทราบถึงเรื่องที่โอเกอร์โดนจัดการไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีผู้เฒ่าคนหนึ่งเดินออกมา อายุเองก็มากแล้วแต่ยังพยายามจะวิ่งออกมาเพียงเพื่อกล่าวขอบคุณผู้ที่มาช่วยเหลือหมู่บ้าน

        "พวกเราพยายามจะส่งคำร้องไปที่กิลด์นักผจญภัยแต่ก็ยังไม่มีผู้ใดออกมาจัดการกับปัญหานี้เลย ได้ยินมาว่านักผจญภัยในเมืองส่วนใหญ่ถูกเรียกตัวให้ไปช่วยต่อสู้กับพวกเผ่าปีศาจ"

        เซรอสทำความเข้าใจกับสถานการณ์ ดูเหมือนว่าช่วงที่เขากำลังมีชีวิตอันสงบสุขนั้น ทางโลกภายนอกก็ได้เผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ก็คือ 'สงคราม'

        เกี่ยวกับเผ่าปีศาจนั้นเซรอสรู้เพียงแค่ว่าพื้นที่ที่ถูกเรียกว่าเป็นดินแดนของเผ่าปีศาจอยู่ทางตอนเหนือของไอทาเรียและกินพื้นที่มากที่สุดเนื่องจากครอบคลุมพื้นที่ของสองอาณาจักรเอาไว้ เผ่าปีศาจนั้นแข็งแกร่งมากและดินแดนเหล่านั้นก็ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ จึงมีการทำสงครามแย่งชิงพื้นที่กันเรื่อยมาแต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ถึงมนุษย์จะชิงพื้นที่ได้แต่อีกไม่ถึงหนึ่งปีต่อมาก็ถูกยึดคืนกลับไปอีก

        อย่างไรก็ตามเซรอสก็ไม่ได้มีเวลาว่างมาพูดคุยมากนัก หลังจากที่บอกจุดประสงค์ไปว่าต้องการจะไปเมืองคัลไซด์ ก็ได้ผู้เฒ่าบอกเส้นทางเดินเท้าที่รวดเร็วที่สุด ไม่จำเป็นต้องวิ่งตัดผ่านป่าอีกต่อไป เขากล่าวขอบคุณแล้วจึงออกเดินทางต่อทันที

        ถึงมันจะเป็นเส้นทางที่ต้องเดินลัดเลาะและลำบาก แต่จากการสำรวจล่าสุดพบว่าเขามาถึงเขตของคัลไซด์เป็นที่เรียบร้อย แต่ว่ามันก็มืดมากแล้วและคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมเดินทางกันตอนกลางคืนเพราะมันอันตราย น่าเสียดายที่เซรอสชำนาญการเดินทางตอนกลางคืนทำให้เขาไปถึงเมืองคัลไซด์ได้ซึ่งมันก็ค่อนข้างจะดึกมากแล้ว

        คงต้องจ่ายค่าผ่านทางตามปกติ แต่ก็ต้องมีการตรวจเข้มมากขึ้นเพราะกลัวว่าเซรอสอาจจะเป็นสายลับของเผ่าปีศาจ หลังจากที่ถูกสอบถามเรื่องต่างๆ จนมั่นใจแล้วว่าไม่ใช่คนของเผ่าปีศาจก็จ่ายเงินค่าผ่านเข้าเมือง เซรอสมีคนรู้จักอยู่ในเมืองนี้เพียงไม่กี่คน และไม่รู้ว่าพวกเรเวนยังอาศัยอยู่ในเมืองนี้หรือไม่ เลยตัดสินใจไปที่โรงแรมครัวกิลเบิร์กเป็นอันดับแรก

        มันเป็นโรงแรมที่กว่าจะปิดก็ประมาณเที่ยงคืน บรรยากาศภายในโรงแรมก็ยังเป็นเหมือนที่ผ่านมา คือความครื้นเครงและถ้อยคำที่หยาบคายของเหล่านักผจญภัยที่อยู่ในสภาวะไร้สติจากปริมาณแอลกอฮอล์ เปิดประตูเดินเข้าไปข้างใน กิลเบิร์กยังคงยืนอยู่ในจุดเดิมเหมือนทุกที ถึงจะไม่ใช่ร้านเหล้าแต่ก็มีเหล้าให้บริการโดยเฉพาะกับพวกคนที่พักอยู่ที่นี่ อย่างน้อยเวลาเมาก็จะได้กลับไปที่ห้องนอนของตัวเองได้

        "ขอโทษนะครับยังพอจะมีห้องว่างเหลืออยู่สักห้องหรือเปล่า"

        ระบบการจองห้องพักของโลกใบนี้แตกต่างจากโลกเดิมมาก ขอเพียงมันยังเปิดและผู้ดูแลอยู่ก็สามารถจับจองห้องพักได้เลย นั่นจึงเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่ามีห้องนอนว่างพอสำหรับแขกที่จะมาใหม่หรือไม่

        หน้าตาของเซรอสไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อครั้งสุดท้ายที่เจอกัน กิลเบิร์กเห็นก็จำได้ทันที

        "เจ้าหนุ่มเซรอสไม่ใช่รึไง แล้วแม่กระต่ายที่มาด้วยกันครั้งก่อนล่ะ"

        "สวัสดีครับคุณกิลเบิร์ก ครั้งนี้ผมเดินทางคนเดียวเลยให้ยัยนั่นเฝ้าบ้านน่ะครับ"

        "คงได้แต่ต้องสวดภาวนาสินะ" กิลเบิร์กหยอกล้อ เนื่องจากเคยเห็นความซุ่มซ่ามของเด็กคนนั้นไปแล้วครั้งหนึ่ง

        "นั่นแหละครับที่กังวล ว่าแต่ยังพอจะเหลือห้องพักอยู่หรือเปล่าครับ"

        "เหลือเยอะเลยล่ะ แล้วจะพักกี่วันล่ะ"

        "คืนเดียวก็พอครับ" พูดแล้วก็วางเงินรวมค่าอาหารของมื้อเช้าไปด้วย ก่อนจะจ่ายเพิ่มเป็นค่าเหล้าเอล

        ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบซึ่งเรื่องราวของเซรอสก็ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปวันๆ จนกิลเบิร์กรู้สึกอิจฉาขึ้นมา จากนั้นก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางนี้บ้างเพราะรู้ว่าเซรอสไม่เคยทราบข่าวสถานการณ์ล่าสุด น่าจะเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตอยู่ภายในป่าที่ข่าวสารไปไม่ถึง

        หลังจากที่เซรอสออกเดินทางจากเมืองก็เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมาตั้งมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของพวกเรเวนที่มาฝากข้อความเอาไว้กับกิลเบิร์ก ไม่รู้ว่าเซรอสจะมาอีกเมื่อไหร่เลยฝากคนที่อยู่ทางนี้แจ้งข่าวให้เมื่อเขามาถึง ซึ่งพวกเรเวนได้เป็นนักผจญภัยแรงค์ C กันทุกคน และได้ออกเดินทางไปทำภารกิจที่ต่างเมือง ซึ่งล่าสุดนั้นพวกเขาได้รับความดีความชอบจากการที่ช่วยกันปราบเผ่าปีศาจได้หนึ่งตัว แต่ก็แลกมาด้วยอาการบาดเจ็บที่ต้องพักรักษาตัวกันเป็นเดือนๆ

        ถึงจะไม่ได้สนิทสนมกันมากนักและไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากจะรู้ก็ตาม แต่มันก็เป็นข้อความและเหตุการณ์ที่กิลเบิร์กรับหน้าที่ถ่ายทอดให้ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เขาควรจะรับรู้ด้วยเลยแสร้งทำเป็นกังวลใจขึ้นมานิดหน่อย และกล่าวยินดีกับความสำเร็จของพวกเรเวนแม้ว่าพวกเจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยก็ตาม

        และเรื่องราวหลังจากที่พวกเรเวนได้ปราบปีศาจไปหนึ่งตัวก็กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความวุ่นวายตามมา นั่นคือภายในเขตชนชั้นสูงในโรงประมูลซื้อขายทาสใต้ดิน (คนเมืองที่นี่ส่วนใหญ่จะรู้เบื้องหลังของเมือง แต่ถูกสั่งให้ปิดปากเงียบเอาไว้) พบว่ามีการลักลอบนำทาสที่มาจากเผ่าปีศาจมาขาย ทว่ามันกลายเป็นกับดักลวงที่หลอกให้ดึงพวกปีศาจบุกเข้าโจมตีเมืองผ่านเวทมนตร์อัญเชิญ สุดท้ายพวกเขาก็สามารถกำจัดพวกมันลงได้แต่ก็ต้องสังเวยคนในเมืองไปเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเรเวนปราบปีศาจได้ก็คงไม่มีการเรียกตัวนักผจญภัยกลับมาตรึงกำลัง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้าย

        นั่นคือสาเหตุที่พวกเรเวนได้รับความดีความชอบอย่างมาก

        ทว่าปัญหาไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อได้มีการส่งอัศวินมาตรวจสอบถึงได้พบว่าเจ้าเมืองคัลไซด์มีความผิดฐานรับสินบนทำให้เกิดมีการซื้อขายทาสใต้ดิน โดยเฉพาะสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงตอนนี้มีข่าวลือหนาหูเลยว่าพวกมนุษย์สัตว์และเอลฟ์ไม่พอใจที่ถูกมนุษย์กระทำเรื่องต่ำช้า เลยคิดจะตัดขาดความสัมพันธ์กับอาณาจักรไอทาเรีย หากไม่ได้รับคำตอบดีๆ ที่พวกเขาได้ให้การสนับสนุนมนุษย์ด้วยกันเองในการก่อเรื่องที่แสนจะเลวร้ายนี้ อาจจะไม่ใช่แค่สงครามระหว่างมนุษย์กับเผ่าปีศาจ แต่อาจจะเป็นไอทาเรียกับเผ่าพันธุ์ต่างๆ ทั่วทั้งแผ่นดิน

        โดยเฉพาะกับเอลฟ์ที่มีอายุมาอย่างยาวนาน สืบทอดประวัติศาสตร์นับร้อยๆ ปีทำให้พวกเขาเป็นที่น่าหวาดกลัวที่สุด และหากเอลฟ์คิดจะก่อสงครามไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะต้องพบเจอกับหายนะมากเพียงใด

        และเมื่อทางอัศวินได้ตรวจสอบไปถึงบรรดาผู้ที่เคยมาซื้อทาสพบว่ามีพวกชนชั้นสูงมากมายที่โดนหางเลขไปด้วย หลายคนมากพยายามจะติดสินบนเพื่อให้มองข้ามเรื่องนี้แต่กลายเป็นว่าทุกคนกลับโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดและพยายามติดสินบนเหล่าอัศวินที่รับคำสั่งในการตรวจสอบจากองค์ราชา สุดท้ายพวกทาสที่เคยถูกซื้อไปก็เป็นอิสระ แต่ทาสที่เสียชีวิตไปแล้วจากการกระทำของคนเหล่านั้นทำให้เกิดความไม่พอใจกับทางอีกฝ่ายมากที่สุด

        มันกลายเป็นเรื่องที่แสนจะน่าปวดหัวแต่อย่างน้อยก็พอจะรู้แล้วว่าโลกใบนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมด

        "ก็เลยได้เจ้าเมืองคนใหม่มาสินะครับ"

        "ใช่แล้ว เป็นอัศวินที่สร้างคุณงามความดีเอาไว้มากและพึ่งจะแต่งงานได้ไม่นาน ตอนนี้เลยพยายามจะแก้ไขปัญหาของเมืองโดยลดบทบาทของพวกชนชั้นสูงลง และให้สิทธิ์กับพลเมืองทั่วไปมากขึ้น ทุกคนในเมืองนี้เลยชื่นชมเขามากเลยยังไงล่ะ" กิลเบิร์กเองก็คงเป็นหนึ่งในผู้ชื่นชมเจ้าเมืองคนใหม่

        ทั้งที่อุตส่าห์คิดว่าอัศวินกับนักผจญภัยไม่ถูกกัน บางทีอาจจะเป็นเฉพาะกับคนบางคนก็ได้

        พวกเขาพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยจนเมื่อถึงเวลาปิดโรงแรมทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปนอน โดยพวกที่เมาหัวราน้ำนั้นกว่าจะคลานไปถึงหน้าห้องตัวเองได้ก็แทบแย่เลยเหมือนกัน

 

        รุ่งเช้าเซรอสอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็มานั่งรอทานมื้อเช้าอยู่ที่ห้องรับรอง มองเห็นลาน่าเดินฮัมเสียงด้วยความอารมณ์ดีก่อนที่เธอจะเด็นย้อนกลับมาดูด้วยความสนใจ

        "คุณเซรอส? มาเมื่อไหร่คะ"

        "เมื่อคืนนี้แหละ"

        "จะอยู่ถึงเมื่อไหร่" ลาน่าคาดคั้น แต่พอได้ยินว่าเซรอสจะอยู่ถึงแค่ตอนสายก็ทำหน้ายู่ไม่พอใจนิดหน่อย ก่อนจะถามหาซาริซึ่งก็ตอบไปว่า 'เฝ้าบ้าน'

        ไม่ได้คุยอะไรกับลาน่ามากนักส่วนใหญ่จะบอกเล่าเฉพาะเรื่องที่รู้อยู่ก่อนแล้ว ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นกับเมืองคัลไซด์ ณ ปัจจุบัน รวมไปถึงข่าวคราวของพวกเรเวน แต่มีข่าวลือว่าตอนนี้พวกเขาไปรับหน้าที่เป็นครูสอนที่ราเลียสเพื่อสะสมประสบการณ์

        ซึ่งราเลียสเป็นโรงเรียนฝึกสอนสำหรับผู้ที่มีงบน้อยมากเหมาะสำหรับพวกสามัญชนที่อยากจะมุ่งหน้าสู่การเป็นนักผจญภัยหรือไม่ก็พวกอัศวิน เพราะเป็นโรงเรียนที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก ก็เลยต้องขอแรงจากนักผจญภัยหรืออัศวินที่มีฝีมือขนาดกลางมาให้ความรู้กับพวกเด็กๆ ในฐานะรุ่นพี่ที่เคยศึกษามาก่อน ถึงจะให้ความรู้ได้ไม่ดีมากนักแต่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เลว

        เซรอสคงต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับราเลียสเพื่อตัดสินใจหาโรงเรียนที่ดีที่สุด

        หลังจากที่คืนกุญแจห้องแล้ว เซรอสคิดว่าควรจะไปที่โรงตีเหล็กที่ขายแผ่นแร่สักหน่อย ได้ข่าวมาว่าตอนนี้ราคาของแร่เหล็กพุ่งทะยานสูงมาก เป็นผลมาจากสงครามที่ทำให้ต้องมีการขนส่งพวกอาวุธและชุดเกราะไปสนับสนุนพวกแนวหน้า เพราะแร่เหล็กที่ซื้อโดยพวกคนแคระนั้นทางอาณาจักรไม่สามารถเรียกร้องเพื่อให้ส่งมอบมาได้ หากต้องการก็ต้องซื้อขายกันเป็นลายลักษณ์อักษร

        ไม่มีใครรู้จักกับเซรอสดังนั้นตอนที่มาถึงที่โรงตีเหล็กและขอพบกับครอฟท์ กลายเป็นว่าทางนั้นปฏิเสธที่จะให้เข้าพบ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือไม่ที่อดีตเด็กฝึกงานของที่นี่เคยพบเจอกับเซรอสมาก่อนและได้รับการกำชับนักหนาว่าถ้าเซรอสมาพบอีกในคราวหน้าให้ไปเรียกด้วย ท่าทางนายช่างใหญ่คนนี้จะให้ความสำคัญกับเซรอสมากเป็นพิเศษ เขารีบออกมารับหน้าและเชื้อเชิญไปยังห้องรับรอง

        ครอฟท์หยุดงานของตัวเองและออกมาพบโดยทันที หลังจากที่กล่าวทักทายกันเสร็จก็ปิดห้องเงียบไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนหรือดักฟังการสนทนา เพราะนั่นเป็นความต้องการของเซรอส

        "ถึงกับต้องทำให้เป็นความลับขนาดนี้แปลว่าจะต้องมีเรื่องสำคัญที่ห้ามแพร่งพรายสินะ"

        "ครับ มันเกี่ยวกับเจ้าสิ่งนี้..." เซรอสพูดพร้อมกับหยิบก้อนแร่ใหญ่ที่ถูกทำให้มีขนาดเท่ากับก้อนอิฐ

        สายตาของครอฟท์หรี่ลง หนวดสั่นกระเพื่อมขึ้นลง หัวใจพองโตเมื่อได้เห็นสิ่งนั้นอย่างเต็มตา มือไม้สั่นระริกขณะที่เอื้อมหยิบมันมาตรวจสอบให้ละเอียด

        "อาดามันเทียม แถมยังบริสุทธิ์มากอีกด้วยแต่ว่าขนาดนี้มัน..."

        "ผมไม่ได้มีแค่ก้อนเดียวครับ แต่มีทั้งหมดสิบก้อน"

        เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ความเป็นไปทั้งหมด อาดามันเทียมเป็นแร่ที่หายากมากทำให้มันน่าจะเป็นแร่ที่มีราคาสูงมากที่สุด ก้อนหนึ่งอาจจะทำราคาได้หลายหมื่นเหรียญทองโทเฟน และทางอาณาจักรมีความต้องการเป็นอย่างมาก พวกเขาสามารถสร้างอาวุธที่ร้ายกาจและมอบให้กับผู้ที่ไว้ใจได้นำไปกอบกู้ ทว่าคนที่สามารถแปรรูปมันเป็นอาวุธได้ก็ยังเป็นพวกคนแคระอยู่ดี

        และครอฟท์เองก็คงไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้ตีอาวุธจากแร่หายากด้วยมือตัวเองอย่างเด็ดขาด

        จำนวนที่เซรอสบอกมานั้นมากพอจะสร้างอาวุธได้มากถึงสิบชิ้น หากเป็นชุดเกราะคงได้สองตัว

        ทว่าในความเป็นจริงเซรอสยังมีมากกว่านั้น แค่ไม่ต้องการให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่โต

        ถึงอย่างนั้นครอฟท์ก็เคยมีประสบการณ์จากการซื้อขายในครั้งก่อน ซึ่งก็ด้วยเงินกองคลังที่โรงตีเหล็กมีอยู่ตอนนี้อย่างมากรวมกันแล้วก็คงซื้อได้เพียงแค่ก้อนเดียวเท่านั้น แร่อาดามันเทียมนั้นมีมูลค่ามหาศาลที่มีการซื้อขายทางใต้ดินราคาเป็นสิบๆ ล้าน และยิ่งความบริสุทธิ์ขนาดนี้ต้องบอกว่ามันก้อนแรกเลยที่เขาเคยเห็นมาก่อน

        "เจ้าหนุ่ม ต่อให้ข้ารวบรวมเงินทั้งหมดที่มีก็ไม่อาจซื้อมันได้หรอก"

        "เรื่องนั้นผมทราบดีครับ" เซรอสยอมรับ

        ถึงอย่างไรเซรอสก็ไม่ได้สนใจว่าจะขายได้ราคาแพงแค่ไหน ที่เขาสนใจมันเป็นอะไรที่เรียบง่ายยิ่งกว่า ไม่ว่าครอฟท์จะขายกดราคาหรือให้ราคามากขึ้นแค่ไหนก็ตาม เขาจะใช้เงินซื้อของที่มีประโยชน์ต่อไปอย่างไม่เสียดายสักนิดเดียว

        "ที่จริงแล้วผมไม่ได้ต้องการเงินมากนักหรอกนะครับ เพราะผมก็แค่ต้องการเงินเอาไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเดินทาง และค่าสมัครเรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับสามคน นั่นเป็นความต้องการของผมเท่านั้นเองครับ"

        "แต่นั่นต่อให้ขายเพียงแค่ก้อนเดียวเจ้าก็ยังเหลือเงินอีกตั้งมากมาย"

        "นั่นก็จริงนะครับ" เซรอสคิดตาม ถึงเขาจะเป็นนักฆ่าที่มากประสบการณ์ แต่เทคนิคในการเจรจาธุรกิจของเขามันช่างต่ำติดดิน ถ้าเป็นการเจรจาเพื่อการฆ่าคงจะง่ายดายกว่านี้ "พอจะช่วยจัดหาสิ่งของให้พวกผมได้หรือเปล่าครับ ผมเองก็ต้องเดินทางไกลถ้ามีพวกกระเป๋ามิติที่ใส่ของได้เป็นจำนวนมากก็คงจะดีมากนะครับ"

        "กระเป๋ามิติที่ใส่ของจำนวนมากงั้นเหรอ" ครอฟท์ใช้ความคิดอยู่สักพักก็ทำสีหน้าเหมือนพึ่งจะนึกขึ้นมาได้ "ถ้าเป็นพวกเมจิกไอเทมที่หายากแบบนั้นคนที่มีส่วนใหญ่จะเป็นพวกชนชั้นสูงไม่ก็คนของราชวงศ์เท่านั้นแหละ ที่จริงมันไม่ได้หายากหรอก แค่ต้องให้พวกจอมเวทความมืดมาช่วยในการลงอาคมพิเศษลงไป แต่ถ้าเป็นการทำเพื่อแลกเปลี่ยนกับแร่อาดามันเทียมข้าคิดว่ามันก็คุ้มมาก ไม่สิ เกินคุ้มเลยล่ะ"

        "ถ้าอย่างนั้นอยากจะให้ช่วยจัดหาสักสามชิ้นนะครับ แลกเปลี่ยนกับอาดามันเทียมสิบก้อนนี้ ผมอยากให้มันเป็นความลับมากที่สุด"

        "ไม่ต้องห่วง ข้าน่ะปากหนักอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าข้าจะเบี้ยวหรอก พวกคนแคระอย่างข้าน่ะซื่อตรงกับคำพูดของตัวเองสุดๆ ไม่เหมือนพวกมนุษย์ที่ปลิ้นปล้อนเก่งหรอกนะจะบอกให้"

        "บังเอิญจังเลยนะครับ ที่ผมดันเป็นมนุษย์ดัดแปลง" เซรอสตอบด้วยรอยยิ้ม

        หลังจากที่ทำสัญญาปากเปล่าไปแล้ว ครอฟท์ขอเวลาหนึ่งเดือนในการทำเมจิกไอเทมให้และเซรอสก็มอบอาดามันเทียมทั้งสิบก้อนให้ไปก่อนโดยไร้ซึ่งความกังวลว่าจะถูกทรยศในภายหลัง จากนั้นเซรอสก็นำพวกแผ่นแร่ออกมาขายต่ออีก แค่เพิ่มจำนวนแร่เงินขึ้นมา เพราะนำมาขายในช่วงเวลาที่แสนสำคัญแบบนี้ทำให้ราคาของมันทะยานขึ้นไปถึงสิบเท่า เซรอสก็ได้เงินจำนวนมหาศาลมาเก็บไว้ในกระเป๋ามิติ เขาสามารถใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยได้โดยไม่ต้องกลัวยากจน

        เมื่อหมดธุระกับที่นี่แล้วเซรอสก็ได้เวลาออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองทางตะวันตกทันที




ตกใจจริงๆ อยู่ๆ เผลอขึ้นไปอันดับหนึ่งในหมวดแฟนตาซีได้

แต่คิดว่าพรุ่งนี้อันดับก็คงตกแล้วล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 972 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #12023 TTFUN (@TFTorfun) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:55
    ชอบอะเวลาอ่านนึกถึงเกมปลูกผักทำฟาร์ม​เลย5555​ สนุกมากชอบมากๆสู้ๆนะคะ
    #12023
    0
  2. #9903 ปาร์ค ชานส้ม (@kcegalaxy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 21:03
    ขอบคุณค่า
    #9903
    0
  3. #9387 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 20:22
    ขอบคุณครับ
    #9387
    0
  4. #8584 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 12:49
    มันเป็นการซื้อใจครับ เพราะตอนนี้เซลอสได้ พันธมิตร 3 กลุ่มหลักแล้ว มี กิลด์เบิก ที่มีอำนาจความน่าเชื่อถืออยู่มาก, โรงอาวุธ ครอฟ อำนาจหลักคือยุทภันท์ทั้งหมดในเมืองที่ขนาดคนในราชวงค์ยังเกรง(ไล่มาร์ควิส เหมือนหมา) และกลุ่มนักผจญภัยที่เคยช่วยชีวิต เป็นการสร้างแบ็คอย่างดีเอาไว้
    #8584
    0
  5. #8157 MitGakusenMaple (@MitGakusenMaple) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 00:03
    สนุกจนหยุดอ่านไม่ได้เลย~
    #8157
    0
  6. #7743 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 11:10
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7743
    0
  7. #7008 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:08
    สิบก้อนเพื่อซื้อใจสินะ
    #7008
    0
  8. #6842 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 16:03
    เค้าบอกแต่แรกแล้ว ชีวิต สโลไลฟ์ จะเอาอะไรให้มากความ ในเมื่อมีเหลือก้แค่อยากได้ของที่ต้องการ
    ของที่มีไม่ว่าจะดีสักแค่ไหน ถ้าเราอยากได้สิ่งอื่น ก้พร้อมจะหามากแลกยุละ /สนุกมากครับติดตามเรื่อยๆต่อไปครับผม
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6842
    0
  9. #6624 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 02:29
    คืออยากได้กระเป๋าไว้แค่ใส่ของ แต่แลกกับแร่อาดามันเทียม 10 ก้อน ราคาเป็น 100 ล้าน จริงๆก้อนเดียวก็น่าซื้อได้แล้วมั้ย?? ยังจะยัดเยียดให้เค้าทั้ง 10 ก้อน โอ๊ยเพลียอ่ะ ตอนแรกยังเขียนฉลาดซื้ออยู่เลย อันนี้มันเฟ้อไปใหญ่ละ 100 ล้านนะเว้ยเห้ย!
    #6624
    0
  10. #6217 05401ton (@05401ton) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 10:48
    ขอบคุณครับ
    #6217
    0
  11. #5299 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 03:24
    ทำไมฟุ่มเฟือยจังวะ 10ก้อนกับกระเป๋า 3ใบ ดูยังไงก็ไม่โอเค -*-
    #5299
    0
  12. #5263 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 23:55
    ติดใจราคาอาดามันเทียมสิบก้อนกับกระเป๋ามิติสามใบเนี่ย
    #5263
    0
  13. #5154 หมาดำ~ (@Black_Dog_) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 18:39
    บอกว่าราคาก้อนนึงเป็นสิบล้าน แต่นี่ยกให้10ก้อนเพื่อแลกกระเป๋า3ใบ ทั้งๆที่ราคากระเป๋าต่ำกว่าแร่ 1 ก้อนหลายเท่าตัว
    ทำไมดูการใช้จ่ายและค้าขายของพระเอกไม่เคยมีความสมเหตุสมผลเลย
    #5154
    0
  14. #4333 CH3521 (@CH3521) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 08:50
    โชคดีที่เป็นมนุษย์ดัดแปลง 5555
    เราเป็นมนุษย์ธรรมดา ก็คือโดนด่าสินะ 555
    #4333
    0
  15. #3843 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 17:31
    ความรวยนี้มันอะไรกัน!!!5555 /// ผมว่า วิธีที่ไรท์แต่งมันก็สนุกแล้วนะครับ ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรนะครับ
    #3843
    0
  16. #3753 cechinw13 (@cechinw13) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 17:58
    เนื้อเรื่องสนุกมากครับไม่ต้องเปลียนอะไรหรอกไรท์เอาที่ไรท์เขียนเเล้วมีความสุขอย่าไปฟังพวกคัดค้านเอาที่ไรท์คิดเลยมันก้อเเค่นิยายอ่านเพื่อบันเทิงไม่ใช่อ่านเพื่อมีเหตุผล.
    #3753
    0
  17. #3741 peace_at (@peace_at) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:27
    อยากสร้างบ้านเมืองให้คนอยุ่ดีมีสุข แต่อ่านมาถึงตอนนี้แล้วรูสึกว่าพระเอกมันจะเอาแต่ประคบประหงมอีสองตัวนี้เกินไปป่าว ทั้งที่มีคนที่อยากจะเชื่อมสัมพันอันดีกับตัวเองเยอะแยะ แต่ทำเหมือนรังเกียจคนเหล่านั้นเกิน แต่กับอีสองตัวนั้นทำยังกับมันสำคัญกับชีวิตจนขาดไม่ได้เลย ไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ แล้วมีบางเม้นบองว่าไม่พอใจแต่งเองเลย จิตสมองพวกนี้แคบมากเลยนะคนแบบนี้ 
    #3741
    2
    • #3741-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 22)
      31 กรกฎาคม 2560 / 01:01
      เดี๋ยวๆ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เซรอสไม่เคยพูดเลยนะว่า 'อยาก' สร้างเมือง แต่ที่ทำเพราะเป็นข้อแลกเปลี่ยนต่างหาก มันคือหน้าที่ ที่ถึงไม่อยากทำก็ต้องทำ
      #3741-1
    • #3741-2 CH3521 (@CH3521) (จากตอนที่ 22)
      31 สิงหาคม 2560 / 08:54
      อ่านเม้นหลายเม้นแล้วแบบ กรอกตามองบน 555
      คนไม่พอใจก็ควรจะเลิกอ่านนะคะ เพราะเราก็ทำอยู่ค่ะ อ่านแล่วไม่ชอบก็เลิกอ่านค่ะ 5555
      #3741-2
  18. #3423 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 14:17
    คนอ่านต้องไม่หัวร้อนนะคะ ไรต์เค้าก็มีวิธ๊การดำเนินเรื่องไปแบบเก็บรายละเอียดที่สุเนอะ ติดตามต่อไปเรื่อยๆดีกว่าเนอะ
    #3423
    0
  19. #1685 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 19:54
    รวยยยย
    #1685
    0
  20. #1199 Zebastian Michaelis (@beerorbie) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 22:17
    เนื้อเรื่องจะมีอยู่แค่นี้อ่ะเหรอ?
    #1199
    1
    • #1199-1 thetonzakung (@thetonzakung) (จากตอนที่ 22)
      24 พฤษภาคม 2560 / 13:33
      อยากให้มีมากกว่านี้แต่งเอง อ่านเองเลย
      #1199-1
  21. #1192 Mako (@kikomaruko) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 01:04
    นางน่าจะให้หมู่บ้านในป่าไปอยู่หมู่บ้านตัวเองนะคะ จากที่อยู่ในป่าหาของป่ากินแบบนี้ไม่น่าจะมีคนโลภเท่าไหร่ เพราะวิถีการดยู่กินแบบสมาถะแบบนั้น ไม่เหมือนพวกคนในเมืองความคิดมีเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่น
    #1192
    0
  22. #1134 Lefelos (@Luziferkun) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 12:05
    เห็นพวกพระเอกโง่ๆไม่สนกำไรแล้วหัวร้อนทุกทีเลย
    #1134
    0
  23. #1017 k-mind (@k-mind) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 18:07
    สู้เค้ามาสไรท์เตอร์
    #1017
    0
  24. #876 Lunarสีรุ้ง (@kevarin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 15:21
    จริงๆถ้าให้แค่กนึ่งก้อนยังไงเจ้าของร้านก็ต้องยอมอยู่แล้ว ทำไมต้องขายออกไป10ก้อนให้เกิดสงครามและเป็นภายกับตัวเองด้วย
    #876
    0
  25. #845 ดาบสนิมเขรอะ (@sackzero) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 07:13
    พระเอกเราไม่ค่อยเห็นคุณค่าของสิ่งของที่ตัวเองมีเลยเนาะ
    #845
    0