ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 213 : SS3 Episode Fifty-Eight : เข้าใจผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,392 ครั้ง
    16 มิ.ย. 63

SS3 Episode Fifty-Eight

 

         มุ่งหน้าออกจากเมืองไปทางตะวันตกเฉียงเหนือจะพบกับถ้ำแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในป่าเทือกเขาซึ่งถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นฐานลับของกลุ่มคนลึกลับที่ต้องการก่อความวุ่นวายให้กับไรด์การ์ด ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ช่วยอำพรางจึงไม่แปลกที่ฐานลับแห่งนี้จะตกสำรวจไปหรือไม่ก็คงเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในภายหลังและคนที่สร้างมันขึ้นจะต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องมุมมองสายตาเพื่อให้ธรรมชาติช่วยหลอกสายตาได้

         ในฐานะของคนที่เคยมีความฝันอยากจะเป็นนักออกแบบต้องขอยอมรับความสามารถของคนที่ปรับปรุงฐานลับแห่งนี้เพื่อใช้เป็นแหล่งกบดานจริงๆ บางทีอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์ธาตุดินประเภทพื้นที่ ซึ่งเป็นสายเวทมนตร์ที่ได้รับการยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้สักเท่าไหร่ แต่จากการศึกษาด้วยตัวเองแล้วพบว่าเวทมนตร์ประเภทนี้มีประโยชน์มากในดันเจี้ยนโดยเฉพาะการสร้างพื้นสำหรับพักผ่อน

         สายตากวาดมองลอดผ่านแว่นตาที่มีระบบอินฟราเรดทำให้มองเห็นในความมืดได้อย่างชัดเจน พบว่านอกจากลังไม้ที่นำมาทำเป็นโต๊ะเก้าอี้ล้อมวงกันนั่งเล่นเกมกระดานหมากรุกฆ่าเวลาก็ยังมีลังสินค้าอีกหลายลังวางเรียงกันอยู่ที่มุมถ้ำ บางลังถูกเปิดทิ้งค้างเอาไว้เห็นว่าเป็นพวกอาวุธยุทโธปกรณ์ทางกองทัพซึ่งด้วยจำนวนขนาดนี้และไม่ถูกตรวจสอบเป็นไปได้ว่าจะต้องมีคนในสายงานนี้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ถึงจะยังยืนยันไม่ได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวพบว่ามีความเป็นไปได้พอสมควร

         อีกหนึ่งประเภทของลังสินค้าที่ถูกแยกไปตั้งห่างออกไปประมาณหนึ่งเมตรนั้นมีกลิ่นค่อนข้างหอมมาก และเมื่อตรวจสอบดูลังสินค้าอย่างละเอียดถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วมันคือลังบรรจุสินค้าของกลุ่มการค้าเซเรน เซรอสที่มีสถานะเป็นหุ้นส่วนกลับไม่ได้รับรายงานเรื่องสินค้าที่ถูกปล้นชิงแสดงให้เห็นว่าของเหล่านี้ถูกมอบให้คนกลุ่มนี้ด้วยความสมัครใจ หากต้องการตรวจสอบหาคนที่เกี่ยวข้องนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะลังสินค้าทั้งหมดที่จะมีการประทับเลขรหัสและบันทึกลงไปในรายการสั่งซื้อ ขอเพียงนำไปตรวจสอบก็น่าจะได้คำตอบว่าใครกันแน่ที่รับสินค้าลังนี้ไป

         และยังมีลังอีกประเภทหนึ่งที่ถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าใบอย่างแน่นหนาซึ่งถูกคัดออกมาวางอีกมุมหนึ่งของถ้ำ กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์นั้นค่อนข้างคุ้นเคยมากจนเซรอสต้องเปิดดูเพื่อยืนยันความแน่ใจ สิ่งที่นอนหลับอยู่ภายในลังสินค้านั้นเป็นดินระเบิดอย่างที่คิดเอาไว้

         ต่อให้เป็นโลกของดาบและเวทมนตร์แต่เซรอสก็ทราบดีว่าโลกใบนี้มีการพัฒนาดินระเบิดขึ้นมาใช้ในการทำสงครามเมื่อนานมาแล้ว สูตรในการผสมดินระเบิดทั้งหมดล้วนถูกปกปิดเอาไว้เป็นความลับและมีการกำหนดบทลงโทษร้ายแรงสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนลักลอบสะสมวัตถุอันตรายนี้เอาไว้อย่างรุนแรง

         ไม่อยากนึกเลยว่าจะเป็นอย่างไรหากพวกเขาพบสิ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้อยู่ใต้ฐานของบ้านหลังหนึ่ง

         เพราะมันไม่ได้มีแค่ดินระเบิดที่ถูกผลิตขึ้น แต่ยังรวมไปถึงอาวุธสงครามอีกเป็นจำนวนมาก

         อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเซรอสได้มากกว่าก็คงหนีไม่พ้นกล่องไม้ที่ถูกเก็บไว้ในลังสินค้าอย่างประณีตราวกับว่าเป็นของสำคัญมาก ลองใช้การแสกนเพื่อตรวจสอบสิ่งที่อยู่ภายในก็ถึงกับตกตะลึงเมื่อพบว่าสิ่งที่ถูกบรรจุเอาไว้นั้นเป็นของที่นักฆ่าอย่างเขาคุ้นเคยมากที่สุด

         ปืน

         มิหนำซ้ำยังเป็นปืนฟลินท์ล็อกรุ่นโบราณพร้อมด้วยเครื่องกระสุนอีกห้านัด

         นี่เป็นครั้งแรกที่เซรอสได้พบเห็นปืนที่ถูกผลิตขึ้นในต่างโลกนอกจากปืนใหญ่ที่มีอานุภาพร้ายแรง มันไม่น่าแปลกใจสักนิดที่จะมีใครบางคนต้องการลดขนาดของปืนใหญ่ให้อยู่ในรูปแบบที่พกพาได้สะดวกและเกิดเป็นปืนพกแบบฟลินท์ล็อกขึ้นมา

         “คนที่ถูกจัดการไปน่าจะต้องเป็นคนสำคัญของแผนการนี้อย่างแน่นอน”

         มีหรือที่เซรอสจะไม่เข้าใจความสำคัญของการมีอยู่ของอาวุธปืนในฐานะผู้คร่ำวอดในวงการใต้ดิน และยิ่งเป็นกรณีของโลกดาบและเวทมนตร์ด้วยแล้วการครอบครองปืนก็คงไม่ต่างอะไรกับการมีสมบัติระดับชาติที่มีอานุภาพในการสังหารที่ร้ายแรงที่สุดอยู่ในมือ

         ดังนั้นคนที่จะมีสิทธิ์ถือครองอาวุธปืนนี้ได้จะต้องมีความสำคัญมากภายในกลุ่มองค์กรนั้นๆ

         อาวุธปืนฟลินท์ล็อกนี่หากใช้ในรูปแบบปกติไม่มีทางระคายผิวหนังของเซรอสที่ทนทานกระทั่งกระสุนต่อต้านรถถังอยู่แล้วจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องเกรงกลัวอันตรายจากมัน หรือหากเป็นการใช้งานด้วยการผสานเวทมนตร์ก็พอมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความเสียหาย

         อย่างไรก็ตามสิ่งของทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้โดยพลการ ยิ่งเป็นลังสินค้าของกลุ่มการค้าเซเรนยิ่งแล้วใหญ่เพราะมันจะหลงเหลือร่องรอยที่ตรวจสอบได้ว่ามีบางสิ่งหายไปและนั่นจะยิ่งทำให้คาเรน เรเบียสตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นอกจากนี้การที่ไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับคาเรนก็น่าจะทำให้ปฏิกิริยาของเธอดูเป็นธรรมชาติและน่าจะช่วยให้หาโอกาสจับตัวคนที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังได้ง่ายยิ่งขึ้น

         พยายามมองหาเบาะแสสุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว แสดงให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นมีความเป็นมืออาชีพพอที่จะไม่ทิ้งหลักฐานสำคัญใดๆ ไว้

         น่าเสียดายที่พวกเขาประเมินตนเองสูงเกินไป

         “อีวา ระบุตำแหน่งปัจจุบันของฉันได้แล้วหรือยัง”

         “ยืนยันการระบุตำแหน่งปัจจุบันเรียบร้อยค่ะ”

         เสียงสังเคราะห์ที่ได้รับการปรับจูนจนเริ่มมีความใกล้เคียงกับคลื่นเสียงของมนุษย์ตอบกลับมา

         “ดีมาก ฉันต้องการให้ทำการสถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในรัศมียี่สิบเมตรและเล่นภาพย้อนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

         ออกคำสั่งเสร็จก็เดินออกไปข้างนอกพร้อมกับหยิบวัตถุรูปทรงพีระมิดสามมิติออกมาติดตั้งบนพื้น มันเป็นเครื่องฉายภาพจำลองสถานการณ์ที่เชื่อมต่อกับดาวเทียมและเมื่อทำงานควบคู่กันกับระบบสนับสนุนของอีวามันสามารถประมวลภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและฉายให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในมุมมองปกติได้

         ดาวเทียมกลยุทธ์ที่เซรอสเคยส่งขึ้นไปบนวงโคจรสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ไม่ว่าจะอยู่ในซอกลืบมุมใดขอเพียงเป็นตำแหน่งที่ไม่ถูกบดบังโดยวัตถุขวางกั้นก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับตาทิพย์ แต่การจะทำอะไรแบบนั้นได้จำเป็นจะต้องมีผู้ช่วยในการประมวลผลอย่างปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่ออีวา ซึ่งเป็นระบบที่องค์กรเบื้องหลังไม่มีทำให้พวกเขาไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของดาวเทียมกลยุทธ์ออกมาได้อย่างเต็มที่

         ลำแสงสีน้ำเงินที่ถูกยิงออกมาจากเครื่องฉายทำการแสกนสภาพแวดล้อมรอบตัวก่อนที่ในเวลาต่อมาเส้นแสงสีน้ำเงินก็เริ่มปรากฏเป็นรูปร่างจำลองมนุษย์คนหนึ่งซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ประมาณห้านาทีเดินมายังสถานที่แห่งนี้ ก่อนที่ภาพจะเริ่มมีการขยับเคลื่อนไหวย้อนกลับด้วยความเร็วสูงซึ่งไม่มีอะไรผิดปกติเลยในช่วงสองสามวันก่อนนี้ ทุกอย่างดูเงียบผิดปกติมากจนกระทั่งเหตุการณ์ดำเนินย้อนกลับมาในช่วงเมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนปรากฏภาพของบุคคลปริศนายืนอยู่ที่นี่ทำให้เซรอสตัดสินใจหยุดบันทึกนั้นเอาไว้ชั่วคราว

         เค้าโครงใบหน้าที่ปรากฏนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้อำนวยการร่างเล็กอินโนเซนเทียร์ ลิลิธ

         และน่าจะเป็นเพียงแค่ร่างจำแลงเงาหนึ่งในเวทมนตร์ธาตุความมืดที่เซรอสยังไปไม่ถึงระดับนั้น

         ภาพเหตุการณ์ถูกเล่นย้อนกลับไปด้วยความเร็วที่ลดลงมากเผยให้เห็นการปรากฏตัวของคนห้าคนที่ยืนเผชิญหน้ากับร่างจำแลงของผู้อำนวยการ เพราะอุปกรณ์ฉายให้เห็นได้เพียงแค่ภาพประกอบกับการแต่งกายที่มีฮู้ดคลุมศีรษะและปิดใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้จึงไม่รู้ว่ามีการพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือทั้งห้าคนแสดงความเป็นศัตรูต่ออินโนเซนเทียร์อย่างชัดเจนก่อนที่อีกฝ่ายจะดิ้นทุรนทุรายด้วยเพลิงที่ลุกท่วมร่าง เนื่องจากคนในฮู้ดคลุมศีรษะดูจะให้ความใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ในมือมากจึงพยายามจัดการกับมันแต่ก็สายไป ร่างทั้งห้ากลายเป็นเพียงเถ้าธุลีเหลือทิ้งเอาไว้เพียงสิ่งที่อยู่ในมือร่วงตกลงสู่พื้น

         เซรอสยังคงเล่นภาพเหตุการณ์ย้อนไปอีกหลายวันและในที่สุดก็ได้ภาพใบหน้าของบุคคลปริศนาทั้งห้าที่ประมาทเปิดฮู้ดออกในช่วงหนึ่ง ถึงจะยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นใครแต่ด้วยวิทยาการที่มีอยู่ในครอบครองการจะสืบย้อนเส้นทางหาความเกี่ยวข้องของคนคนนี้ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ยากเย็น จึงสั่งให้อีวาทำการบันทึกโมเดลเค้าโครงใบหน้าของอีกฝ่ายพร้อมวัดขนาดรูปร่างเพื่อที่ว่าจะได้หาโอกาสนำสถานะของอีกฝ่ายมาใช้ประโยชน์

หลังจากลบร่องรอยการมาของตนเองเสร็จก็รีบถอนตัวออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว

 

         สภาพของฟรานตอนกลับมาถึงบ้านนั้นดูเลวร้ายอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่นเหม็นของสิ่งปฏิกูลที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทำให้พลาดตกลงไปในทางระบายของเสีย เธอยอมรับว่าประเมินความร้ายกาจของหนูท่อที่ชำนาญพื้นที่มากกว่าผิดไปจนถูกมันลอบเล่นงานทีเผลอ อย่างไรก็ตามภารกิจนี้ก็สำเร็จมาได้ด้วยดีและฟรานยังช่วยเคลียร์อุปสรรคที่ขัดขวางการระบายของเสียทั้งหลายออกจากเส้นทาง นอกจากนี้ยังช่วยใช้เวทมนตร์คลื่นน้ำชำระล้างท่อระบายของเสียจนสะอาดเอี่ยมทำให้ทางกิลด์ที่มายืนยันความเรียบร้อยกล่าวขอบคุณพร้อมสัญญาว่าจะช่วยพูดคุยกับทางเจ้าเมืองให้เพิ่มรางวัลให้

         อย่างน้อยทางกิลด์ก็แสดงความจริงใจด้วยการมอบสบู่หอมกลิ่นดอกไม้กับชุดเสื้อผ้าตัวใหม่มาให้ล่ะนะ

         สบู่หอมกลิ่นดอกไม้ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นเหม็นของสิ่งปฏิกูลที่ติดอยู่ตามหนังศีรษะหายไปอย่างถาวร กิลด์มาสเตอร์ทราบดีว่าคนที่ทำภารกิจนี้ไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ที่จะต้องอยู่รอรายงานผลการทำงานกับทางผู้รับผิดชอบของเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการไม่ตรงต่อเวลา ถึงอยากจะให้กลับไปก่อนและจะขอรับช่วงต่อแต่กิลด์มาสเตอร์ประเมินความอดทนของฟรานต่ำเกินไปเพราะเธอสามารถอยู่รอได้จนกว่าจะมาถึงและไม่ถือสาข้ออ้างที่บอกว่าติดภารกิจกว่าจะมาได้

         ด้วยความที่ฟรานได้รับการฝึกฝนทักษะการสังเกตและวิเคราะห์มาจากนักฆ่าระดับพระกาฬจึงสามารถบอกได้ว่าอีกฝ่ายนั้นไปทำอะไรที่ไหนมาบ้าง ถึงจะยังไม่ชำนาญระดับที่ล่วงรู้ทุกการกระทำแต่ก็พอจะอนุมานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง

         สุดท้ายแล้วฟรานก็ได้กำหนดกฎและเงื่อนไขของตนเองว่าจะไม่รับงานประเภทนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

         พอกลับมาถึงบ้านฟรานก็ไม่ลังเลที่จะตรงดิ่งเข้าไปอาบน้ำอีกครั้งโดยคราวนี้มีอุปกรณ์อาบน้ำครบทุกอย่างทั้งครีมอาบน้ำ แชมพู และครีมนวดผม การอาบน้ำครั้งนี้เหมือนได้กำจัดสิ่งสกปรกทั้งหมดออกไปอย่างถาวรทำให้อารมณ์ของฟรานดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อได้มายืนมองสำรวจตนเองอยู่หน้ากระจกและเห็นว่าเส้นผมของเธอที่สู้อุตส่าห์รักษาดูแลมาอย่างดีถูกพวกหนูท่อรุมทึ้งจนเว้าแหว่งก็อดใจหายไม่ได้ อย่างไรก็ตามฟรานสามารถทำใจได้อย่างรวดเร็วและหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดแต่งทรงผมของตัวเองจนสั้น

         “เดี๋ยวก็ยาว” ฟรานพูดให้กำลังใจตัวเองและเดินออกจากห้องน้ำ

         เฟนริลนอนหมอบอยู่ที่ห้องโถงพร้อมส่งสายตาเวทนามองไปยังตู้เย็นในห้องครัว ฟรานเปิดตู้เย็นและหยิบเอาเนื้อก้อนหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะทำให้เจ้าหมาป่าตัวใหญ่ที่นอนหมอบลุกขึ้นนั่งเรียบร้อย ตวัดลิ้นเลียริมฝีปาก และเริ่มมีน้ำลายหยดแหมะๆ ลงบนพื้นห้อง

         “เนื้ออบได้ไหม?”

         “โฮ่ง!” เฟนริลขานรับไม่ถือสา

         ฟรานตัดแบ่งเนื้อออกมาใส่ถาดที่เตรียมไว้แล้วนำไปใส่ในเตาอบและกดหมายเลขตั้งเวลา การมีอุปกรณ์เครื่องครัวที่ทันสมัยทำให้การทำอาหารนั้นง่ายขึ้นเพราะไม่จำเป็นต้องเสียเวลาก่อไฟหรือคอยควบคุมความแรงของไฟ มันใช้เวลาไม่นานเนื้อที่ผ่านการหมักและอบจนสุกกำลังดีก็ส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลายของเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ที่นั่งรอกินอย่างมีมารยาท

         “มันร้อน”

         ถึงจะบอกแบบนั้นแต่เฟนริลกลับดูจะชื่นชอบอาหารที่ผ่านการปรุงสุกและยังร้อนมากเป็นพิเศษ มันกล้าที่จะกินเนื้อที่เพิ่งจะปรุงเสร็จใหม่ๆ โดยแลกกับอาการแสบร้อนในปากที่แม้จะทรมานแต่ก็ได้รสชาติที่แสนอร่อย อย่างไรก็ตามระยะหลังมานี้มันเริ่มที่จะไม่รู้สึกถึงอาการแสบร้อนเหมือนอย่างที่เคยเป็นในช่วงแรกเป็นไปได้ว่ามันพัฒนาตัวเองให้สามารถกินของร้อนได้ในระดับหนึ่ง

         น่าจะเป็นเพราะภาพจำจากภารกิจที่เพิ่งทำไปในวันนี้ฟรานเลยไม่รู้สึกอยากอาหารแม้จะถึงเวลาแล้วก็ตาม กลิ่นเหม็นที่ยังคงติดจมูกเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันทำให้เด็กหญิงเอลฟ์เลือกจะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกบ้าน ลานกว้างขนาดเล็กที่ประดับประดาด้วยดอกไม้ที่เบ่งบานเช้าและตอนเย็นส่งกลิ่นหอมช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ดวงตาคู่นั้นหยุดมองดูบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เหนือแปลงดอกไม้อย่างสนุกสนานก่อนที่สิ่งนั้นจะบินเข้ามาวนรอบตัวของเธอก่อนจะหายไป

         ภูต

         สิ่งมีชีวิตมายาที่ปรากฏตัวอยู่ตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ สำหรับเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่เรียกตนเองว่าเป็นผู้พิทักษ์แห่งผืนป่าย่อมให้ความเคารพแก่ภูตทุกตน ว่ากันว่ามีเพียงไฮด์เอลฟ์เท่านั้นที่สามารถมองเห็นและสื่อสารกับภูตได้ซึ่งความสามารถนั้นเป็นได้ทั้งการสร้างและการทำลายธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

         ฟรานค่อนข้างประหลาดใจอยู่บ้างเมื่อรู้ว่าบ้านหลังนี้ให้กำเนิดภูตบุปผาที่มีรูปร่าง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เคยปลูกแปลงดอกไม้และให้การดูแลอย่างดีแต่ภูตก็ไม่ปรากฏตัว การมีอยู่ของภูตบุปผานั้นจะช่วยให้กลิ่นหอมของดอกไม้มีอานุภาพในการเยียวยาจิตใจถึงจะเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ได้ดีเลิศเลอเหมือนภูตสายลม ภูตสายน้ำ หรือภูตปฐพี แต่พลังอำนาจของภูตแต่ละตนก็ไม่อาจดูหมิ่นดูแคลนได้

         เนื่องจากภูตทุกตนนั้นเป็นประเภทขี้อายและรักสงบจึงไม่แปลกที่พวกนั้นจะหายไปเมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในรัศมีการรับรู้ของมัน ถึงแม้ว่านอกจากไฮด์เอลฟ์แล้วจะไม่มีผู้ใดมองเห็นภูตได้แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอยู่ดี

         “มีคนกำลังมา” ฟรานบอกเตือนเฟนริลก่อนจะกางสัมผัสเวทมนตร์ออกไปตรวจสอบ

         เฟนริลลุกวิ่งออกไปประจำตำแหน่งของตนเองและเฝ้ามองดูผู้บุกรุกที่กำลังจะมาถึง

         แต่เมื่อคนคนนั้นเดินมาหยุดที่หน้าบ้านท่าทีคุกคามของเฟนริลก็หยุดลงและเปลี่ยนไปเป็นหมาโง่ตัวหนึ่งที่นอนหงายท้องน่าเอ็นดูประหนึ่งสุนัขสุดเพี้ยนสายพันธุ์ฮัสกี้ ถ้าไม่ติดว่าขนาดตัวของมันใหญ่จนครองพื้นที่ประตูทางเข้าไปครึ่งหนึ่งก็คงจะดูน่ารักน่ากอดไม่น้อย

         “บอกไว้ก่อนเลยว่าถ้าแกยังไม่ยอมลุกไปจากประตูบอกลาเนื้อย่างน้ำผึ้งนี่ไปได้เลย”

         ฟรานได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกประหลาดใจอยู่พอสมควร จำได้ว่ามันเป็นเสียงของวาคาบะแต่รูปแบบสำเนียงและภาษาที่ใช้นั้นเป็นภาษานูมอร์ที่ถูกต้องไม่มีคำผิดพลาด แถมยังเลือกใช้คำศัพท์ที่พูดยากอย่าง เนื้อย่างน้ำผึ้ง อีกต่างหาก ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่วาคาบะจะใช้ภาษานูมอร์ได้อย่างชำนาญภายในวันเดียว

         “อ๊ะ! ฟรานจังมาก็ดีแล้วช่วยถือของนี่เข้าบ้านหน่อยสิ”

         ” ฟรานยังไม่ขยับไปไหนและเลือกจะยืนจ้องมองวาคาบะอย่างหวาดระแวง

         “เป็นอะไรไปล่ะ? ว่าแต่ไปทำอะไรกับผมมาล่ะนั่น”

         “เธอเป็นใคร” ฟรานจงใจใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสารเพื่อพิสูจน์

         “ก็ฉันไงล่ะ” วาคาบะตอบ โดยที่ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าภาษาที่ฟรานได้ยินนั้นยังคงเป็นภาษานูมอร์

         “โกหกสินะ” ฟรานยังคงใช้ภาษาญี่ปุ่นโต้ตอบและส่งสัญญาณให้เฟนริลเตรียมพร้อมจู่โจม

         “ไม่ใช่นะ ก็บอกแล้วยังไงล่ะว่าฉันนี่ฉันเอง”

         “วาคาบะพูดนูมอร์ไม่เก่ง”

         “เดี๋ยว! เรื่องนี้ฉันอธิบายได้และตาลุงนั่นเซรอสก็รู้เรื่องนี้ด้วย” วาคาบะรีบอธิบายเสียงสั่นเพราะตอนนี้ฟรานแสดงท่าทีคุกคามอย่างชัดเจน และเฟนริลที่เคยทำตัวน่ารักเหมือนสุนัขพันธุ์ฮัสกี้ก็กระโดดออกไปปิดขวางทางหนีเอาไว้แล้วด้วย “สาเหตุที่ฉันพูดภาษานูมอร์ได้เป็นเพราะแหวนวงนี้นี่แหละ มันเป็นแหวนเวทภาษาช่วยให้สื่อสารได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ฉันได้มันมาจากผู้อำนวยการโรงเรียนวันนี้นี่เอง”

         “แล้วเซรอส?” ฟรานถาม

         “พอออกจากโรงเรียนก็บอกว่ามีธุระที่จะต้องไปทำแล้วก็แยกตัวออกไป ก่อนจากก็ให้เงินฉันไว้สองเหรียญทองสำหรับซื้อพวกของกิน”

         “ยูนิตหลักของซาริคือ?”

         “กระต่าย”

         “ของเฟนริลล่ะ?”

         “จะไปรู้ได้ยังไง เจ้าหมานั่นเล่นได้ทุกเดกซ์ที่สุ่มได้ด้วยซ้ำ”

         เนื่องจากเกมการ์ดเป็นกิจกรรมที่บ้านแอชเชอร์ใช้เล่นฆ่าเวลายามว่างมันจึงไม่ได้ถูกเผยแพร่ออกไปสู่โลกภายนอก การที่วาคาบะตอบคำถามง่ายๆ นี้ได้ก็ยอมเชื่อแล้วว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นตัวจริงถึงจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับแหวนเวทภาษามาก่อนก็เถอะ

         หากไม่นับรวมการคุกคามของมังกรที่รุนแรงระดับที่ทำให้วาคาบะปัสสาวะราดในวันนั้น การคุกคามโดยฟรานที่จริงจังทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริง ทำใจเชื่อไม่ลงเลยว่าเด็กหญิงเอลฟ์ที่มีนิสัยเงียบขรึมและชอบแกล้งคนอื่นคนนั้นจะมีมุมดุร้ายแบบนี้อยู่ด้วย หากตอนนั้นเธอยังคงตีมึนและไม่อธิบายเรื่องราวให้กระจ่าง เกรงว่าถึงตอนนั้นถ้าไม่ใช่มีดสั้นที่เสียบเข้ากลางอกก็คงเป็นเขี้ยวของเฟนริลที่ขย้ำคอเธอจนถึงแก่ความตาย จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้วาคาบะรู้สึกว่าต้องระมัดระวังมากกว่านี้

         “ภารกิจวันนี้เป็นยังไงบ้าง ไปได้สวยหรือเปล่า?” วาคาบะพยายามชวนฟรานคุยด้วย

         “ไม่ดี” ฟรานตอบห้วนสั้นและยากจะคาดเดาอารมณ์ได้ถูก

         “ขอโทษที”

         วาคาบะควรจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าภารกิจของฟรานนั้นเป็นการลงไปจัดการมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในท่อระบายของเสียที่รวบรวมของคนเกือบทั้งเมืองไว้ในที่เดียว ต้องบอกว่ามันเป็นภารกิจที่ค่อนข้างเลวร้ายที่สุดและคาดไม่ถึงเลยว่ากิลด์นักผจญภัยจะเสนองานแบบนี้ออกมาให้นักผจญภัยได้ทำ หากเปลี่ยนเป็นเธอที่ต้องเลือกภารกิจสักอย่างหนึ่งแน่ใจได้เลยว่าภารกิจกำจัดหนูท่อจะเป็นภารกิจแรกที่ถูกตัดออกจากตัวเลือกทั้งหมด

         “รายงานภารกิจ ยุ่งยาก” ฟรานอธิบายเพิ่มเติม

         ดูเหมือนวาคาบะจะเข้าใจความหมายผิดไปไกล แท้จริงแล้วฟรานไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการทำภารกิจที่แม้จะสกปรกไปบ้างแต่สภาพของเธอตอนถูกจับเป็นทาสก็ไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ ปัญหาเดียวที่ฟรานไม่ชอบใจคงเป็นวิธีการทำงานที่ต้องอยู่รายงานภารกิจเพื่อเขียนรายงานส่งต่อให้ทางเจ้าเมืองนำไปคำนวณออกมาเป็นค่าใช้จ่าย ถึงนักผจญภัยจะสามารถขึ้นเงินรางวัลภารกิจได้ก่อนแต่กว่าทางกิลด์จะได้รับเงินรางวัลจากเจ้าเมืองก็ต้องใช้เวลาร่วมเดือนซึ่งนานเกินไป

         “วาคาบะ ได้เป็นนักเรียน?”

         “เปล่าหรอก” วาคาบะปฏิเสธก่อนจะอธิบายต่อ “ผู้อำนวยการยื่นข้อเสนอให้ฉันมาเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์หอสมุดและฉันก็ตอบรับไปเพราะน่าจะเป็นงานที่เหมาะกับตัวเองที่สุดแล้ว ข้อดีก็คือฉันจะได้รับค่าจ้างยี่สิบเหรียญทองต่อเดือนแถมยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ด้วย มีแต่ได้กับได้แบบนี้จะปฏิเสธทำไมกันล่ะ”

         ” ฟรานนิ่งเงียบไม่ออกความเห็น

         ส่วนตัวแล้วฟรานไม่ชอบอาชีพบรรณารักษ์หอสมุดเพราะเป็นอาชีพที่ต้องอยู่แต่ในห้องเพื่อทำหน้าที่คัดลอกหนังสือออกมาให้ได้ในจำนวนที่กำหนด มันเป็นงานที่ค่อนข้างน่าเบื่อเอามากๆ ถึงรายได้จะดูมั่นคงก็ตาม

         บรรยากาศกลับมาเงียบสนิทอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่วาคาบะจะสบตามองกับเด็กหญิงเอลฟ์ที่กำลังเล่นลูบท้องเฟนริลอยู่

         “ฟราน คือว่าอันที่จริงแล้วฉันน่ะมีเรื่องอยากจะสารภาพกับเธอมาตลอด”

         “สารภาพ?” ฟรานทำหน้าฉงน

         “เธอจำตอนที่เราซ้อมต่อสู้กันเมื่อตอนนั้นได้ไหม?”

         “อือ”

         “ฉันอยากจะบอกว่าการต่อสู้ในตอนนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั่นเป็นแค่ความบังเอิญ ฉันน่ะไม่ได้เก่งกาจอะไรอย่างที่เธอเข้าใจหรอกนะ”

         วาคาบะหวังเอาไว้ว่าการสารภาพในครั้งนี้จะทำให้ฟรานเลิกรบเร้าขอให้เธอช่วยเป็นคู่ฝึกซ้อมให้สักที ถึงจะพยายามหาข้ออ้างหลบเลี่ยงมาตลอดแต่ฟรานกลับคิดไปเองว่ายังแข็งแกร่งไม่พอจะเป็นคู่ฝึกซ้อมเลยพยายามฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก ยิ่งตอนที่เผลอไปเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างฟรานกับเซรอสทำให้วาคาบะเกิดความกลัวอย่างมาก

         ฟรานนิ่งเงียบหลังจากได้ยินคำสารภาพนั้นก่อนจะหันมาตอบกับวาคาบะว่า

         “วาคาบะแข็งแกร่งจริง ฟรานจะพยายามให้มากกว่านี้”





ไม่ยอมอธิบายตั้งแต่แรก เห็นไหมว่าน้องเข้าใจผิดหมดแล้ว

แต่ก็อีกนั่นแหละ ความแข็งแกร่งของวาคาบะขึ้นอยู่กับการพัฒนาของดันเจี้ยน ไม่แน่ว่าถ้าสร้างโลกดันเจี้ยนขึ้นมาวาคาบะอาจจะเก่งพอๆ กับเซรอสเลยก็ได้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.392K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #16636 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 20:32

    สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #16,636
    0
  2. #16425 ShadowChilli (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 11:13
    ไม่เห็นตัวอักษร แก้ยังไงคะ
    #16,425
    0
  3. #16376 wanpen725 (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 14:28
    หายไปไหนหนอ
    #16,376
    0
  4. #16374 ป่ามืด (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 23:34
    ช่วงนี้มีแต่คนทิ้งนิยาย เฮ้อ ไม่จบสักกเรื่อง
    #16,374
    0
  5. #16373 Saltfrog (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 19:59
    อยากรู้เฟนริลมันอ่านภาษาคนออกเลยเรอะ
    #16,373
    0
  6. #16371 Pakinnod (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 07:38
    หมาเล่นการ์ด WTF
    #16,371
    0
  7. #16370 Pakinnod (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 07:38
    หมาเล่นการ์ด WTF
    #16,370
    0
  8. #16368 mummummi (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 13:05
    วาคาบะโคตรน่าสงสาร 5555 โดนเข้าใจผิดซ้ำซ้อน แต่เทคโนโลยีของเซรอสก็สุดยอดเกิ้นพ่อคุณ
    #16,368
    0
  9. #16367 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:39
    เฟนริลลล นายจะเมพเกินไปแล้วนะ 555 เล่นได้ทุกเด็กซ์ ที่จับได้
    #16,367
    0
  10. #16366 M!dN!ght (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 17:26
    ปกติซาริจะออกมาตอนท้ายหรือออกมาเกือบทุกบททำไมบทนี้ไม่มีซาริละครับ
    #16,366
    1
  11. #16365 Nickeeminace (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 01:42

    หมาเล่นเกมการ์ดได้ด้วย?? โคตรเซอร์ไพรซ์เลยครับ 55555555555

    #16,365
    0
  12. #16364 Pongza Eiei (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 23:17

    ซาริ หายไปนานเลย FCซาริ
    #16,364
    0
  13. #16363 Nn-Ninoi (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 18:40
    อัพบ่อยๆหน่อยจ้าา
    #16,363
    0
  14. #16362 คนอ้วนคนหนึ่ง (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 06:00
    น้องฟรานน่ารัก 55555555
    #16,362
    0
  15. #16361 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 03:35
    มหาเทพการ์ดเฟรนริว
    #16,361
    0
  16. #16359 Ambababobo (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 18:35

    เฟนริลเทพเจ้าการ์ด

    #16,359
    0
  17. #16358 นักอ่านเลือดสาดกระจาย (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 18:25
    ถ้าเรียงลำดับความโชคดีของคนในบ้านจะออกมาเป็นยังไงหรอครับ ค่อนข้างมั่นใจว่าที่ 1 คือ ซาริแน่นอน แต่รองๆลงมานี่ใครกัน
    #16,358
    1
    • #16358-1 Sirayu Manachot(จากตอนที่ 213)
      16 มิถุนายน 2563 / 21:36
      รองมาก็น่าจะวาคาบะ ตามด้วยฟราน ดวงแตกสุดก็คงเซรอส
      #16358-1
  18. #16355 nanokt (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 15:26

    หืมมม แบบนี้คาวาบะก็พูดภาษาเอลล์ได้แล้วนะสิ แบบนี้ก็สบายฟรานส์ ^^

    #16,355
    0
  19. #16353 Pornsak Tipparad (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 13:13
    ตอนนี้ทั้งตอนไม่ได้ติดอะไรนะ ยกเว้นเรื่องเดียว
    เฟนริลแกเล่นเกมการ์ดยังพอว่าแต่ดันเล่นได้ทุกเด็กซ์อีก จะเก่งไปไหม หรือว่าแกแอบไปต่อตัวต่อพันปีมาห่ะ ยอมรับมาซะดีๆ
    #16,353
    1
    • #16353-1 Blue Soul(จากตอนที่ 213)
      16 มิถุนายน 2563 / 17:28
      นี่คือเกมแห่งความมืด~!!!
      #16353-1
  20. #16352 chayen1243 (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 12:01
    มังกรสาวไปไหนแล้วอพ
    #16,352
    0
  21. #16351 soffaly019 (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:37

    เหมือนเซรอสลืมถามเรื่องปลดที่กดพลังของมังกรสาวนะครับ

    #16,351
    0
  22. #16350 Iynew (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:28
    คิดถึงซาริแล้ว
    #16,350
    4
    • #16350-3 Blue Soul(จากตอนที่ 213)
      16 มิถุนายน 2563 / 10:32
      เดี๋ยวได้เห็นจนรำคาญแน่
      #16350-3
    • #16350-4 Iynew(จากตอนที่ 213)
      16 มิถุนายน 2563 / 12:43
      555 นึกว่าซาริโดนกักตัวเลยหายไป
      #16350-4
  23. #16349 Dark Phantom (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:22
    คิดถึงบุคคลผู้หายสาบสูญ
    #16,349
    0
  24. #16348 Bewtii006 (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:21
    ขอบคุณค่ะ รีบมาอัพเร็วๆนะคะ
    #16,348
    0
  25. #16347 Thank You (จากตอนที่ 213)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 10:21

    ขอบคุณครับ

    #16,347
    0