ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 212 : SS3 Episode Fifty-Seven : ศิลาสีดำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,324 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63

SS3 Episode Fifty-Seven

 

         ความเงียบเกิดขึ้นหลังสิ้นสุดคำถามของอินโนเซนเทียร์

         ร่างเล็กบางของผู้อำนวยการดูไม่หยี่ระกับคำถามของตัวเองและหันไปให้ความสนใจกับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกล่องข้าวซะมากกว่า ความประทับใจแรกสุดที่เห็นคงจะเป็นสีสันของเนื้อไก่ทอดที่เหลืองอร่ามที่จัดวางอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมของเนื้อไก่ยั่วน้ำลายให้เกิดความอยากอาหารเป็นพิเศษ อินโนเซนเทียร์ไม่พลาดที่จะใช้ส้อมอันใหม่จิ้มเนื้อไก่ที่ร้อนกำลังดีขึ้นมากินไปครึ่งคำ รสสัมผัสของเนื้อไก่ทอดที่เปรี้ยวและจัดจ้านถูกปากของเธออย่างมาก

         “อร่อยมาก” สายตาของผู้อำนวยการเหลือบมองไปทางหญิงสูงอายุที่ยังคงยืนกันท่าประหนึ่งรูปปั้นมีชีวิตครู่หนึ่งและไปหยุดอยู่ที่แขกทั้งสองตรงหน้า “บอกไว้ก่อนนะว่าเราผู้นี้ไม่คิดจะแบ่งข้าวกล่องแสนอร่อยนี้ให้พวกเจ้าเด็ดขาด”

         พูดแล้วก็ดึงกล่องข้าวเข้ามาหาตัวตามสัญชาตญาณพลันจิ้มเนื้อไก่ทอดขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย

         ถึงภาพลักษณ์ของอินโนเซนเทียร์เวลานี้จะไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้หญิงที่ถูกล่อหลอกด้วยของกินแสนอร่อย แต่วาคาบะก็ไม่ลืมว่าผู้อำนวยการร่างเล็กคนนี้เคยส่งโกเลมลงมาหมายจะฆ่าเซรอสเพียงเพราะอารมณ์ไม่ดีเท่านั้น ต่อให้อยากโพล่งถามเพื่อคลายข้อสงสัยสักแค่ไหนก็คงต้องรอจนกว่าอีกฝ่ายจะอารมณ์ดีขึ้นเสียก่อนไม่เช่นนั้นต่อให้มีกี่ร้อยกี่พันชีวิตก็ไม่น่าจะพอ

         “แล้วแม่หนูดันเจี้ยนมาสเตอร์คนนั้นมีธุระอะไรกับโรงเรียนของเราผู้นี้กันล่ะ?”

         “คือว่า…!@$%#” วาคาบะพยายามรวบรวมคำพูดของตัวเองและเริ่มใช้ภาษาพูดสลับไปมา

         อินโนเซนเทียร์พิจารณาเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะหันไปมองริซาน่าเพื่อยืนยันบางสิ่ง พอริซาน่าพยักหน้าก็เข้าใจสถานการณ์ได้บางส่วนจึงเปิดลิ้นชักและหยิบกล่องไม้โบราณออกมาส่งให้ริซาน่านำไปมอบกับเด็กสาวคนนั้น

         ภายในกล่องไม้โบราณนั้นมีแหวนลวดลายโบราณอยู่สามวงโดยหนึ่งในนั้นถูกมอบให้กับวาคาบะ

         “สิ่งนี้คือ แหวนเวทภาษา เป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ช่วยให้สามารถสื่อสารกับภาษาที่แตกต่างกันได้ค่ะ”

         คำอธิบายของริซาน่าทำให้วาคาบะยอมรับแหวนที่มีขนาดใหญ่กว่านิ้วของตัวเองมาสวม ความมหัศจรรย์ของแหวนวงนี้คือการที่มันสามารถปรับขนาดให้เข้ากับนิ้วมือของผู้สวมใส่ได้ด้วย

         ปัญหาด้านการสื่อสารเป็นอุปสรรคสำคัญที่วาคาบะกังวลใจมาโดยตลอด ที่ผ่านมาเธอพยายามจะเรียนรู้วิธีสื่อสารและสามารถใช้ประโยคพูดคุยในชีวิตประจำวันได้ ถึงอยากจะตั้งใจมากสักแค่ไหนแต่การเรียนภาษาต่างโลกให้ชำนาญยากจะเป็นไปได้ในเวลาอันสั้น

         เพียงเท่านี้เธอก็สามารถคลายความกังวลใจไปได้อย่างหนึ่งแล้ว ส่วนเรื่องการอ่านเขียนภาษาอาจจะต้องพยายามให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว

         “ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับแหวนวงนี้ จะเก็บรักษาเป็นอย่างดีเลยค่ะ”

         “ก็แค่แหวนงี่เง่าวงเดียวเท่านั้น”

         หากกษัตริย์แต่ละอาณาจักรมาได้ยินคำพูดของอินโนเซนเทียร์คงไม่แคล้วกระอักเลือดเป็นแน่ แหวนเวทภาษานั้นถูกกำหนดให้เป็นอุปกรณ์เวทระดับสมบัติแห่งชาติที่ช่วยคนคนหนึ่งก้าวข้ามกำแพงทางภาษาได้เกือบทุกภาษา (ยกเว้นภาษาสัตว์) เนื่องจากมันเป็นอุปกรณ์เวทโบราณที่เก็บกู้ได้จากโบราณสถานอายุหลายพันปีทำให้แต่ละอาณาจักรมีไว้ในครอบครองเพียงไม่มาก อย่างไรก็ตามอินโนเซนเทียร์เป็นตัวตนที่ดำรงอยู่มาหลายยุคหลายสมัยย่อมเป็นเรื่องปกติที่จะมีพวกมันเก็บเอาไว้

         “เหตุผลที่ไม่สามารถสื่อสารกันรู้เรื่องได้หากไม่ใช่ว่าเจ้าน่าจะเพิ่งได้รับมอบหน้าที่ในฐานะดันเจี้ยนมาสเตอร์ได้ไม่นาน ก็คงเป็นที่ความผิดพลาดของพระเจ้ามือใหม่ที่เพิ่งจะมารับตำแหน่งและต้องการปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง”

         วาคาบะตกตะลึงหลังได้ยินข้อสันนิษฐานจากปากของผู้อำนวยการร่างเล็กและพบว่ามันไม่ผิดไปจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเลย ถึงความจริงเธอเพิ่งจะกลายมาเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์ได้เกือบหนึ่งปีแล้วก็ตามแต่ประสบการณ์ในการทำหน้าที่ของดันเจี้ยนมาสเตอร์กลับเป็นศูนย์ และยังไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองเสียด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องความผิดพลาดของพระเจ้าก็เป็นความจริงอีกเช่นกันที่ไม่ได้มอบ พรแห่งภาษา มาให้ทำให้การสื่อสารเป็นอุปสรรค

         เพียงแต่เซรอสกลับไม่คิดว่านั่นเป็นความผิดพลาดของพระเจ้าองค์นั้นเพราะหากว่ากันตามหลักเหตุและผลแล้ว สิทธิประโยชน์ของดันเจี้ยนมาสเตอร์คือการที่สามารถใช้คะแนนแลกซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อดำรงชีวิตประจำวันได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิต นอกจากนี้การมีอยู่ของดันเจี้ยนมาสเตอร์ก็ไม่สมควรถูกเปิดเผยสู่โลกภายนอกเพราะจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นดันเจี้ยนมาสเตอร์จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องมีพรแห่งภาษาเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนต่างโลก

         ทว่าคนที่เป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์กลับต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเป็นสิ่งที่พระเจ้าเองก็น่าจะคาดไม่ถึง

         “ว่าแต่ทำไมคุณถึงทราบได้ล่ะคะว่าฉันเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์”

         “นั่นเป็นเพราะร่างกายของเจ้าไม่มีพลังเวทมนตร์เหมือนคนทั่วไปอย่างไงล่ะ” อินโนเซนเทียร์สบตามองกับรองผู้อำนวยการพร้อมพยักหน้าเพียงเล็กน้อย สักพักหนึ่งรองผู้อำนวยการก็เดินไปที่มุมห้องและหยิบเอาอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบพลังเวทมนตร์ขนาดพกพามาวางบนโต๊ะ

         อุปกรณ์ตรวจสอบพลังเวทมนตร์นี้เป็นอุปกรณ์ที่กิลด์นักผจญภัยทุกสาขาจำเป็นต้องมีเพื่อใช้ทดสอบความสามารถเบื้องต้นของผู้ที่ตั้งใจจะมาสมัครเป็นนักผจญภัย เซรอสเคยเห็นมาครั้งหนึ่งตอนที่เขาสร้างตัวตนปลอมไปสมัครเป็นนักผจญภัยภายใต้ชื่อ ฮอร์ค อายส์

         ดูเหมือนเซรอสจะคาดเดาความต้องการของอินโนเซนเทียร์ได้จึงนำมือไปวางไว้ที่เครื่องตรวจวัดปล่อยให้หินศิลาเวทดูดซับพลังเวทที่มีอยู่จนเปล่งแสง จำนวนของศิลาเวทที่เปล่งแสงบ่งบอกได้ถึงประมาณพลังเวทมนตร์ของผู้รับการทดสอบนอกจากนี้บนลูกแก้วที่เคยใสแจ๋วเริ่มปรากฏให้เห็นกลุ่มควันสีดำหมุนวนไปมา โดยลูกแก้วใบนั้นจะแสดงคุณลักษณะของธาตุที่โดดเด่นออกมาซึ่งกรณีของเซรอสจะมองเห็นกลุ่มก้อนแสงสีอื่นที่มีขนาดเล็กมากจนแทบจะมองไม่เห็น และเพื่อไม่ให้ความลับของตัวเองถูกเปิดเผยมากไปกว่านี้เซรอสจึงหยุดการตรวจสอบหลังจากที่ศิลาเวทเปล่งแสงได้เพียงแค่สี่ก้อน

         “ที่เธอต้องทำเพียงแค่วางมือลงบนแท่นวาง มันจะดูดซับพลังเวทแล้วแสดงความเข้ากันได้ของธาตุที่โดดเด่นที่สุดออกมา”

         พอเซรอสอธิบายจบวาคาบะก็ก้าวออกมาและวางมือลงบนอุปกรณ์ตรวจสอบพลังเวทมนตร์อย่างกล้าๆ กลัวๆ จากนั้นก็รู้สึกเหมือนมีแรงกระชากเกิดขึ้นที่อุ้งมือทำเอาวาคาบะสะดุ้งตกใจแต่ก็ไม่ถึงกับดึงมือกลับในทันที ศิลาเวทก้อนแรกมีแสงเรืองอ่อนในระดับที่ต้องป้องมือลดแสงถึงจะเห็นได้ ต่อมาเป็นปฏิกิริยาของลูกแก้วสำหรับตรวจสอบความเข้ากันได้ของธาตุที่มีเพียงอนุภาคแสงสีจางหมุนวนอยู่ไปมาเป็นรูปก้นหอย

         และจากนั้นไม่นาน

         ศิลาเวทสำหรับตรวจสอบพลังเวทก็เปล่งแสงเรืองรองออกมาทุกก้อน

         ลูกแก้วตรวจสอบธาตุก็แสดงผลลัพธ์ของอนุภาคแสงที่หมุนเป็นพายุเริ่มรุนแรงไม่แพ้กัน

         เพล้ง!

         อุปกรณ์ตรวจสอบพลังเวทระเบิดขึ้นต่อหน้าของเด็กสาว ยังดีที่อินโนเซนเทียร์วาดนิ้วเพียงเล็กน้อยสร้างกำแพงเวทมนตร์ขึ้นมาทำให้การระเบิดไม่สร้างความเสียหายใดๆ โดยเฉพาะกับข้าวกล่องที่อยู่ห่างเพียงแค่แขนเอื้อม

         “เกิดอะไรขึ้น” วาคาบะหน้าซีดเผือด มองดูซากของอุปกรณ์ตรวจสอบด้วยสายตาหวาดระแวง

         “นั่นคือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นหากดันเจี้ยนมาสเตอร์ต้องการทดสอบความสามารถของตัวเองด้วยอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อมนุษย์” อินโนเซนเทียร์อธิบายอย่างไม่ค่อยใส่ใจ และเปิดดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกล่องข้าวชั้นที่สองด้วยตาลุกวาว “เดาว่าเจ้าคงไม่ได้อ่านคู่มือตอนที่รับมอบตำแหน่งดันเจี้ยนมาสเตอร์อย่างละเอียดสินะ แต่ถึงจะอ่านแล้วเราผู้นี้ก็เชื่อว่าคนที่มาจากต่างโลกอย่างพวกเจ้าก็คงไม่มีทางเข้าใจอยู่ดี”

         ถึงมันจะน่าตกใจที่อินโนเซนเทียร์ล่วงรู้รายละเอียดประหนึ่งว่าเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์เสียเองแต่วาคาบะก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างถึงที่สุด คู่มือการเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์เหล่านั้นเธอได้ใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านและศึกษามาตลอดหลายเดือนจนพอจะถูไถไปได้ ด้วยระบบของดันเจี้ยนที่คล้ายกับเกมสร้างเมืองที่เคยมีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนหากไม่นับรวมปัญหาที่ว่าดันเจี้ยนนั้นอยู่ในดินแดนรกร้างไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ก็คิดว่าน่าจะพัฒนาดันเจี้ยนได้ไม่ยาก

         “ทำไมถึงได้รู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนมาสเตอร์ละเอียดขนาดนี้ล่ะ” คำถามของวาคาบะสร้างรอยยิ้มบนมุมปากเล็กๆ ของอินโนเซนเทียร์

         “นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อประมาณหนึ่งพันห้าร้อยปีก่อน ท่านผู้อำนวยการเคยพบกับดันเจี้ยนมาสเตอร์คนหนึ่งซึ่งมาจากต่างโลกผ่านวิธีการแบบเดียวกับคุณนั่นแหละค่ะ เพียงแต่ดันเจี้ยนมาสเตอร์คนนั้นไม่ทราบว่ากินดีหมีหัวใจเสือมาจากที่ใดถึงได้ใช้ คอนแทค ที่เป็นความสามารถเฉพาะของดันเจี้ยนมาสเตอร์เพื่อหวังจะแต่งตั้งสถานะผู้ช่วยกับท่านผู้อำนวยการ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ท่านผู้อำนวยการเกิดความเกรี้ยวกราดและตัดสินใจลบดันเจี้ยนแห่งนั้นให้หายไปจากแผนที่หลังจากที่ทรมานดันเจี้ยนมาสเตอร์คนนั้นจนประกาศว่าไม่ต้องการมีชีวิตอยู่แล้วค่ะ” ริซาน่าอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนั้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

         “ได้ยังไงกัน?” วาคาบะมีสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

         “หากคอร์ยังไม่ถูกทำลายดันเจี้ยนมาสเตอร์ก็จะสามารถถือกำเนิดใหม่ได้ในภายหลังซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เราผู้นี้เลยยึดคอร์ดันเจี้ยนมาเก็บเอาไว้และทรมานมันผู้นั้นให้อยู่ไม่สู้ตาย วันแล้ววันเล่าพบเจอกับการทรมานแสนสาหัสต่อให้ฆ่าตัวตายเมื่อคืนชีพกลับมาได้เราผู้นี้ก็จะจับโยนเข้ามาทรมานต่อวนเวียนไม่รู้จบก็แค่นั้น”

         ด้วยความที่วาคาบะเองก็เป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์จึงรู้ขีดจำกัดนั้นดีกว่าใคร ดันเจี้ยนมาสเตอร์สามารถพัฒนาตัวเองได้ผ่านยกระดับดันเจี้ยนและยังสามารถซื้อทักษะเวทมนตร์หรือศาสตร์แขนงต่างๆ มาเสริมความสามารถให้ตนเองได้ เป็นสูตรโกงที่ต้องใช้ระยะเวลาไม่น้อยในการฟูมฟัก หากดันเจี้ยนมาสเตอร์ที่แข็งแกร่งระดับนั้นยังถูกจับไปทรมานก็ไม่ต้องสืบเลยว่าผู้อำนวยการร่างเล็กคนนี้จะร้ายกาจเพียงใด

         แต่เดี๋ยวก่อน!?

         เหมือนว่าจะได้ยินบางสิ่งที่ไม่ควรได้ยินเข้าซะแล้ว

         ส่งสายเหลือบมองไปทางเซรอสที่คล้ายจะอ่านความคิดของเธอออกและขยับศีรษะขึ้นลงเพื่อยืนยันความสงสัยของเธอ

         “ทีนี้เจ้าคงพอจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นบ้างแล้วหรือยัง?” อินโนเซนเทียร์ยิงคำถามกลับมา

แต่ไหนเลยว่าเด็กสาวอ่อนต่อโลกอย่างวาคาบะจะทราบถึงสถานการณ์ที่อันตรายนี้ได้

“การสมัครเข้าเรียนมีเงื่อนไขที่จะต้องแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์แก่พยานที่เป็นบุคคลที่สามเพื่อยืนยันว่าไม่มีการเล่นตุกติกกับผลการทดสอบ กรณีเดียวกันกับการไปสมัครเป็นนักผจญภัยก็จะต้องผ่านการตรวจสอบแบบนี้เช่นกัน หากเธอระเบิดอุปกรณ์ตรวจสอบพลังเวทมนตร์ซึ่งครั้งแรกทุกคนอาจจะคิดว่าเป็นความผิดพลาดของอุปกรณ์แต่ถ้ามีครั้งที่สอง สาม หรือสี่ตามมาย่อมต้องเกิดความสงสัยและตรวจสอบความเป็นมาของเธออย่างละเอียด อย่าลืมว่าสถานะของเธอได้คาเรนรับรองให้เท่ากับว่ากลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดเพื่อสร้างสถานะปลอม เป็นความผิดที่ร้ายแรงมากถึงขั้นริบสถานะขุนนางและกลายเป็นนักโทษคดีร้ายแรงได้เลย”

เป็นเรื่องปกติที่วาคาบะจะไม่ตระหนักได้ถึงความสำคัญของเรื่องเธอเพราะเธอยังเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจปัญหาที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ได้ เซรอสไม่คิดที่จะตำหนิเนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดของเขาที่ประเมินสถานะของดันเจี้ยนมาสเตอร์ต่ำเกินไป นี่ก็เท่ากับว่าวาคาบะจะไม่สามารถสมัครเป็นนักผจญภัยได้เพราะจะเท่ากับเปิดเผยตัวเองต่อสาธารณชนทันที

“นั่นมัน” เด็กสาวเม้มปาก เธอไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับคาเรนมากไปกว่านี้อีกแล้ว

เท่ากับว่าโอกาสที่จะได้เข้าเรียนที่นี่กลายเป็นศูนย์

ถึงต่อให้อินโนเซนเทียร์ใช้อำนาจเพื่อช่วยให้เข้าเรียนได้แต่คนที่มีเกียรติระดับนั้นไม่มีทางกลืนคำพูดของตัวเองโดยเด็ดขาด

“ถ้าต้องการแค่มีประสบการณ์ชีวิตในฐานะของนักเรียนแน่นอนว่าหากเจ้ายอมรับความเสี่ยงนั้นได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถึงอย่างไรเจ้าก็สามารถใช้เวทมนตร์โจมตีได้อยู่แล้วน่าจะสอบผ่านในภาคปฏิบัติได้ในคะแนนระดับกลางๆ แต่หากเจ้าต้องการเพียงแค่ศึกษาเกี่ยวกับโลกใบนี้ในฐานะของผู้เฝ้ามองคนหนึ่งภายในโรงเรียนแห่งนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเลย ไม่เพียงแต่จะไม่ถูกตรวจสอบแต่ยังมีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมบางอย่างที่ทางโรงเรียนเป็นผู้จัดได้ด้วย”

ข้อเสนอของอินโนเซนเทียร์ดูจะเป็นทางออกเดียวที่จะแก้ปัญหาของวาคาบะได้ดีที่สุด ไม่เพียงแต่จะหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบด้วยกฎเกณฑ์เท่านั้นแต่ยังมีสถานะเป็นบุคลากรคนหนึ่งในโรงเรียนที่สามารถศึกษาโลกใบนี้ได้อย่างอิสระ และยิ่งถูกรับรองโดยอินโนเซนเทียร์ต่อให้เป็นเดลฟีโอน่าก็ไม่กล้าที่จะตรวจสอบประวัติความเป็นมาเพื่อท้าทายอำนาจของผู้อำนวยการนี้อย่างเด็ดขาด

“ฉันคงไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องยอมรับข้อเสนอนั่นสินะคะ แล้วตำแหน่งอะไรคะ?”

“ตำแหน่งผู้ช่วยบรรณารักษ์ห้องสมุด หากเป็นตำแหน่งนี้ก็น่าจะสามารถศึกษาเกี่ยวกับโลกใบนี้ได้สะดวกที่สุด”

“บรรณารักษ์ห้องสมุดเหรอคะ ถ้าแบบนั้นฉันคิดว่าน่าจะพอทำได้ค่ะ”

เซรอสส่ายหน้าให้กับความอ่อนต่อโลกของเด็กสาวก่อนจะอธิบายให้ฟัง

“ฉันว่าเธออย่าเอาบรรทัดฐานของบรรณารักษ์ในโลกเดิมมาเปรียบเทียบกับโลกเวทมนตร์แบบนี้จะดีกว่า อย่างที่เคยบอกไปว่าโลกใบนี้ไม่มีเครื่องพิมพ์ทำให้การเพิ่มจำนวนหนังสือในแต่ละปีต้องใช้การคัดมือด้วยตัวเอง ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำงานที่ต้องใช้ความอดทนแบบนั้นไหวหรอก”

สำหรับต่างโลกแล้วตำแหน่งบรรณารักษ์ห้องสมุดนับว่ามีความสำคัญมากเกินกว่าจะให้บุคคลที่ไม่ทราบที่มาที่ไปมารับตำแหน่งนี้ หน้าที่ของบรรณารักษ์ห้องสมุดไม่เพียงแต่จะต้องคอยเก็บรักษาองค์ความรู้เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงหน้าที่ในการคัดลอกหนังสือเพื่อเพิ่มจำนวนหนังสือให้มีอย่างน้อยสิบเล่มนั่นทำให้มันเป็นงานที่หนักหนามากและคนที่จะมาทำงานนี้ได้จะต้องมีความอดทนมากทีเดียว

“น่าเสียดายที่หน้าที่นั้นโรงเรียนของเราผู้นี้มีคนอาสารับผิดชอบอยู่แล้ว หน้าที่ของเจ้าคงมีเพียงแค่การทำหน้าที่ในส่วนการให้บริการกับนักเรียนที่มาใช้งานห้องสมุดเท่านั้น ถ้าตกลงตามนี้ให้มารายงานตัวล่วงหน้าสองวันเพื่อทำความคุ้นชินกับพื้นที่และรูปแบบการทำงาน”

ถึงจะน่าเสียดายที่จะไม่ได้มีประสบการณ์ในฐานะของนักเรียนคนหนึ่ง แต่การได้มาเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์ห้องสมุดของโรงเรียนก็ไม่ได้ผิดไปจากแผนการเดิมสักเท่าไหร่นัก เธอไม่จำเป็นต้องมานั่งท่องจำหนังสือเพื่อนำไปสอบทฤษฏีหรือฝึกฝนเวทมนตร์อย่างหนักเพื่อแสดงความสามารถในการสอบภาคปฏิบัติ

“ฉันรับทำค่ะ” วาคาบะไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธจึงยอมรับข้อเสนอทันที

อินโนเซนเทียร์พยักหน้าเล็กน้อยแล้วมอบหมายหน้าที่ให้ริซาน่าไปดำเนินการรับสมัครบุคลากรอย่างรวดเร็ว พอมีบุคลากรสำคัญทางการศึกษาเพิ่มขึ้นก็ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ข้อดีอย่างหนึ่งของการที่อินโนเซนเทียร์เป็นผู้อำนวยการทำให้ไม่ต้องทุ่มเทค่าใช้จ่ายไปกับการรักษาความปลอดภัยซึ่งเมื่อลดงบประมาณตรงนี้ได้ทำให้เหลือเงินมาใช้พัฒนาระบบการศึกษาได้ด้วย

เมื่อปัญหาของวาคาบะได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป เซรอสพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีใครพบเห็นความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาระหว่างตนเองกับผู้อำนวยการจึงอยากจะขอตัวลา แต่อินโนเซนเทียร์กลับบอกขอให้อยู่ต่ออีกสักพักพร้อมกับหยิบปากกาขึ้นมาวางเสียบบนแท่นด้วยการเคลื่อนไหวที่ดูเป็นธรรมชาติหลังจากตวัดลายเซ็นบนเอกสารเสร็จเรียบร้อย

รหัสลับ

การเสียบปากกาบนแท่นวางนับว่าเป็นเรื่องปกติในสายตาของคนทั่วไปแต่สำหรับเซรอสแล้วมันคือรหัสลับ

วาคาบะยอมรับว่าสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเซรอสกับผู้อำนวยการร่างเล็กแต่ก็ไม่มีความกล้าพอที่จะอยู่สร้างความรำคาญต่อ ยิ่งได้เห็นความเหี้ยมโหดที่หมายจะสังหารเพียงเพราะผิดคำสัญญาแค่ครั้งเดียวเธอถึงกับสาบานเลยว่าจะไม่หลุดปากเอ่ยคำสัญญากับใครอีก

จากนั้นเซรอสก็ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ดูดเสียงป้องกันไม่ให้ถูกแอบฟังจากภายนอก

“มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?” เซรอสมองออกว่ามันจะต้องเป็นเรื่องที่อินโนเซนเทียร์ไม่สะดวกที่จะลงมือเอง

ทราบดีว่าหากอินโนเซนเทียร์ต้องการจะสะสางความวุ่นวายเพียงแค่ยกมือเท่านั้นก็สามารถลบอาณาจักรแห่งนี้ให้หายไปได้ในพริบตา กระทั่งพระราชายังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะต่อต้านทำได้เพียงยอมรับความตายโดยที่ไม่อาจขัดขืน กระทั่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าตนเองมีอำนาจก็ยังทำอะไรอินโนเซนเทียร์ไม่ได้ เพียงแต่ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบความวุ่นวายและไม่ต้องการเปิดเผยตนเองเธอพึงพอใจกับสภาพความเป็นอยู่แบบนี้ซะมากกว่า

“สองสามวันมานี้ไม่ได้สังเกตสถานการณ์ภายในเมืองเลยอย่างนั้นรึ?”

“บรรยากาศในเมืองดูไม่ค่อยปกติสักเท่าไหร่” เซรอสตอบตามความรู้สึกของตนเอง

ด้วยนิสัยของนักฆ่าย่อมต้องสำรวจสถานที่ที่จะมาพักอาศัยระหว่างทำภารกิจล่วงหน้า ดังนั้นเมื่อวานนี้เขาจึงอาศัยข้ออ้างในการพาวาคาบะไปซื้อของเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ความเคลื่อนไหวที่ดูผิดปกติภายในเมือง ซ้ำยังส่งโดรนสำรวจบินไปรอบเมืองเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวลับๆ ที่หลายคนคิดว่าความมืดจะช่วยกลบร่องรอยของพวกเขาได้ นั่นทำให้พบว่ามีสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลกำลังเกิดขึ้นในไรด์การ์ดแห่งนี้

อินโนเซนเทียร์เปิดลิ้นชักและหยิบศิลาสีดำขึ้นมาก้อนหนึ่ง

มันเป็นศิลาที่ผ่านการขัดให้มีรูปทรงสวยเหมือนศิลาอัญมณี แม้ภายนอกมันจะดูสวยงามแต่สังหรณ์ของเขาบอกว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่อันตรายมากแน่ๆ และดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ของเขาจะแม่นยำมากทีเดียว

“ศิลาก้อนนี้เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง เราผู้นี้เชื่อว่าเจ้าจะต้องสัมผัสถึงมันได้เพราะมันเกิดขึ้นจากเวทมนตร์ความมืดที่เรียกว่า กลืนกิน ซึ่งเดาว่าเจ้าน่าเคยมีประสบการณ์ใช้มันด้วยร่างกายมาแล้ว และเจ้าก็น่าจะทราบเงื่อนไขของเวทมนตร์นี้ดีกว่าใคร”

เซรอสนิ่งเงียบเพราะเขารู้ดีว่าเงื่อนไขของการจะใช้เวทมนตร์นี้ได้จะต้องกลืนกินศพเป็นจำนวนมาก การที่จะสร้างศิลาสีดำก้อนนี้ด้วยเวทมนตร์กลืนกินก็ต้องสังเวยชีวิตผู้คนจำนวนไม่ต่ำกว่าห้าร้อยคนซึ่งไม่น่าจะทำได้อย่างโจ่งแจ้งหากไม่มีอำนาจมากพอที่จะปกปิดเป็นความลับ

“ไปได้มาจากที่ไหน?”

“จากคนกลุ่มหนึ่งที่มาทำลับๆ ล่อๆ อยู่ห่างจากไรด์การ์ดไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ” อินโนเซนเทียร์ตอบ

“เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นเพราะสิ่งนี้สินะ”

“ศิลาก้อนนั้นถูกสร้างโดยผลึกเวทมนตร์ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดมอนสเตอร์ให้เข้ามาได้ เมื่อกลืนกินจะทำให้มอนสเตอร์พวกนั้นดุร้ายขึ้นและมีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายเท่า เดาว่าคนที่อยู่เบื้องหลังอาจจะมุ่งหวังประโยชน์บางอย่างกับไรด์การ์ดแห่งนี้ น่าเสียดายที่เราผู้นี้รับรองความปลอดภัยเพียงแค่คนที่มีสถานะเป็นนักเรียนหรือบุคลากรของโรงเรียนเท่านั้นเลยไม่สามารถลงมือแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเปิดเผย คงต้องมอบหมายหน้าที่นี้กับเจ้าแล้วล่ะ”

         บางทีอินโนเซนเทียร์อาจจะพูดถูกเรื่องที่งานนี้ไม่สามารถลงมือแก้ปัญหาได้อย่างเปิดเผย อีกฝ่ายเป็นกลุ่มองค์กรที่เคลื่อนไหวอยู่ในเงามืดมีเพียงบุคคลประเภทเดียวกันเท่านั้นที่จะสามารถรับมือได้ดีที่สุด มันคงไม่เหมาะสมหากบอกเรื่องนี้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่จะต้องรายงานสถานการณ์ทุกอย่างตามระเบียบและท้ายที่สุดก็จะมีกลุ่มอำนาจอื่นเข้ามาแทรกแซงทำให้การตรวจสอบเกิดความล้าช้าและไม่มีความคืบหน้าจนกระทั่งเรื่องเงียบหายไปตามกาลเวลา

         “สิ่งนี้ฉันสามารถนำไปตรวจสอบได้ใช่ไหม?”

เมื่อได้รับคำอนุญาตเซรอสก็รีบเก็บศิลาก้อนนั้นใส่ไว้ในแหวนมิติและเตรียมจะออกไปตรวจสอบเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง

“อย่าให้สกปรกล่ะ แยกถังขยะด้วยได้จะดีมาก”

“ไม่ต้องห่วง ฉันเชี่ยวชาญเรื่องการแยกขยะอยู่แล้ว”

กล่าวจบเซรอสก็ปลดล็อกประตูและเดินออกจากห้องไป





เซรอสนี่งานเข้าตลอดเลย อุตส่าห์หวังจะได้มีชีวิตสโลว์ไลฟ์เป็นเกษตรกรแท้ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.324K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #17045 loliz (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 19:13
    มีแต่เรื่องชิ บหายบวกกับเด็กไม่รู้ตักโลกห่าเหวอะไร คิดว่ามันง่ายเหมือนการ์ตูนมั้ง
    #17,045
    0
  2. #16786 วายุจัง (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 12:24
    ได้สโลไลฟ์สบ้างยังนิ 555+
    #16,786
    0
  3. #16338 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 03:52
    อืมมม แยกถังด้วยนะ เดะมันปนกัน
    #16,338
    0
  4. #16335 abeja2 (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 21:13

    ขอบคุณครับ

    #16,335
    0
  5. #16332 CoreSka (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 13:52
    ตั้งแต่มาอยู่ต่างโลก เซรอสได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลท์สักวันหรือยังนี้
    #16,332
    0
  6. #16330 SoCis (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 23:56
    ไรท์หาทางให้น้องวาดมังงะวายขายใช่ไหม ถึงให้ไปอยู่ที่ห้องสมุด(อุปกรณ์กระดาษพร้อมเลย)
    #16,330
    0
  7. #16329 newkingdom (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 21:44
    ขอบคุณครับ
    #16,329
    0
  8. #16328 night789 (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 10:26
    ศิลานักปราชญ์รึเปล่า จะมีโฮมุนครูสออกมาอีกมั้ย5555
    #16,328
    0
  9. #16327 Thank You (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 08:28

    ขอบคุณครับ

    #16,327
    0
  10. #16326 ThaipaKing (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 21:49
    โว้ยยย มีไหมเนี้ยตัวเอกเราจะได้หยุดจากความชิบหายของเมืองนี้สัก 1-2ปีเนี้ย
    #16,326
    1
    • #16326-1 Blue Soul(จากตอนที่ 212)
      12 มิถุนายน 2563 / 00:48
      มนุษย์ก่อปัญหาทุกวันครับ อยู่ดินแดนต้องสาปที่ตัดขาดจากโลกภายนอกสบายกว่าตั้งเยอะ
      #16326-1
  11. #16325 duntojima (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 20:29
    ซาริกลับมาอีกทีนี่ทวีคูณความป่วงหรือเปล่า เก็บกดมานาน
    #16,325
    0
  12. #16324 papaworld (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 19:11
    เอาซาริ กลับมาเถอะพลีส

    คิดถึงกระต่าย
    #16,324
    1
    • #16324-1 Blue Soul(จากตอนที่ 212)
      11 มิถุนายน 2563 / 19:12
      เอ๋ นึกว่ารำคาญไปแล้วซะอีก
      #16324-1
  13. #16323 Iynew (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 17:42
    นักฆ่าที่ชำนาญเรื่องคัดแยกขยะ 一人一
    #16,323
    0
  14. #16322 phongphatr (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 17:19
    งานงอกอีกแล้ว

    ว่าแต่คิดถึงซาริ

    ไม่มีกระต่ายตัวป่วนแล้วเงียบเหงาจัง
    #16,322
    1
    • #16322-1 Blue Soul(จากตอนที่ 212)
      11 มิถุนายน 2563 / 17:49
      กลับมาแล้วจะอึ้ง
      #16322-1
  15. #16321 Naii M. (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 16:35
    แยะขยะ 5555555555
    ปล. ละเมื่อไหร่จะได้ไปปลดปล่อยภูติตนอื่นจะได้มีเพื่อนให้ดาร์คเนสซะที น่าจะเหงาน่าดู
    #16,321
    0
  16. #16320 DekNoD555 (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 16:06

    ช่วยไอรีน ยึดอำนาจ ขึ้นเป็นจักรพรรคดินี จะได้เข้ามาบริหารบ้านเมืองตามประสงค์พระเจ้าซะสิ เข้าเมืองทีไรกลิ่นอันพึงประสงค์ลอยมาแต่ไกล หลบๆซ่อนๆ เมื่อไหร่จะเจริญเทียบเท่าเมืองของเทพทัตซะที ชาวบ้านจะไม่ต้องนั่งเกวียนกันอีก

    #16,320
    1
    • #16320-1 Blue Soul(จากตอนที่ 212)
      11 มิถุนายน 2563 / 17:49
      ตอนนี้ผมอยากรู้มาก ไอรีนคือใคร?
      #16320-1
  17. #16319 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 13:16

    ขอบคุณครับ

    #16,319
    0
  18. #16318 -chin-jung- (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 11:25
    เซรอสนี้ใช้ได้ทุกธาตุสินะ
    #16,318
    0
  19. #16317 mummummi (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 10:25
    ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อต ตั้งแต่ยังไม่ตายจนเกิดข้ามโลกมา
    เฮ้อ สงสารเขานะคะ เอาซาริมาปลอบหน่อยเจ้าค่าาา
    #16,317
    0
  20. #16316 FongWind (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 10:16

    อย่าลืม รีไซเคิล กับ รียูส ด้วยนะ เซรอส จะได้ช่วยกันลดขยะใน(ต่าง)โลก

    #16,316
    0
  21. #16314 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 09:43

    งานเข้าตลอดดดดดดดด 55555555

    #16,314
    0
  22. #16313 Ghostmaster_zero (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 09:42
    Ar - they we go agin 555
    #16,313
    0
  23. #16312 tomtamninja (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 09:03
    โดยพระเจ้าใช้ยังไม่พอ นี่ยังมาโดนผู้อำนวยการใช้ต่ออีก

    เห้อ..
    #16,312
    0
  24. #16311 BC MG (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 07:51
    จากการคาดเดา(โดยคนไม่ค่อยจะมีสมองคิด)จะต้องเจอฉากสุดสดใส ทะเล สีชมพูแน่นอน
    #16,311
    3
    • #16311-1 Blue Soul(จากตอนที่ 212)
      11 มิถุนายน 2563 / 07:52
      สีชมพูแดงเลือด?
      #16311-1
    • #16311-3 Meji.Mojicon(จากตอนที่ 212)
      11 มิถุนายน 2563 / 15:58
      เรื่อง สบายๆ แค่ปลูกผักเลี้ยงปลา
      #16311-3
  25. #16310 l3etatest (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 07:17
    รออ่านตอนต่อไปครับ😁😁😁
    #16,310
    0