ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 211 : SS3 Episode Fifty-Six : ความโกรธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,093
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,368 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

SS3 Episode Fifty-Six

 

         มันเป็นเช้าวันใหม่ที่ดูเงียบผิดปกติจนฟรานรู้สึกไม่ค่อยจะชินกับมันสักเท่าไหร่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่ไม่มีซาริค่อยสร้างความวุ่นวายในตอนเช้าตรู่ทำให้บรรยากาศในบ้านค่อนข้างเงียบเหงามาก คิดว่าเฟนริลเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกันเมื่อไม่มีหัวขโมยแครอทมาให้ไล่ล่าวันนี้ก็เลยทำให้มันดูไม่ค่อยอยากอาหาร ส่วนทางด้านวาคาบะที่ถึงแม้ว่าจะยังไม่สนิทสนมกันมากนักแต่ทว่าเธอก็คุ้นชินกับภาพของตัวป่วนบนโต๊ะอาหารตอนเช้ากับท่าทีตอนยัดอาหารราวกับกลัวว่าจะมีคนมาแย่งส่วนของตัวเองไป

         อาหารเช้าวันนี้เป็นสไตล์อเมริกันเพิ่มสลัดผักผลไม้ราดน้ำเกรวีที่ทำได้ง่ายด้วยวัตถุดิบที่พอจะมีอยู่ติดตู้เย็น ของเฟนริลเป็นสเต็กเนื้อชุ่มฉ่ำและย่างในระดับมิเดียมแรร์แบบที่มันชื่นชอบ สำหรับเซรอสที่เคยชินกับการไม่ทานมื้อเช้าเลยมีแค่ไข่ลวกดิบสิบฟองกับกาแฟดำที่วาคาบะเห็นแล้วอดรู้สึกคลื่นไส้ไม่ได้ นั่นเพราะครั้งหนึ่งเธอเคยลองอยากจะกินข้าวราดไข่ดิบสักครั้งแต่กลับพบว่าไข่ไก่ต่างโลกนั้นมีกลิ่นเหม็นคาวแรงมากจริงๆ

         จนเมื่อถึงเวลาแปดโมงเช้าก็ได้เวลาที่ทุกคนจะแยกย้ายไปทำธุระตามกำหนดการของตัวเอง เซรอสออกมายืนส่งฟรานไปทำภารกิจที่หน้าบ้านพร้อมมอบข้าวกล่องสำหรับมื้อเที่ยงให้ โดยในภารกิจครั้งนี้เขาไม่ได้ยื่นมือเข้าไปแทรกแซงแม้แต่ขั้นตอนเดียวนั่นก็เพื่อให้ฟรานได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้วยตัวเอง

         “ภารกิจวันนี้ถึงแม้ว่าทางกิลด์จะรับรองว่ามีความปลอดภัยแต่ยังไงก็ห้ามประมาทเด็ดขาด”

         “อือ” ฟรานพยักหน้าตอบและเดินทางไปยังกิลด์นักผจญภัย

         “พวกเราเองก็ได้เวลาที่ต้องไปแล้วเหมือนกัน”

         กำหนดการของวันนี้คือการพาวาคาบะไปลงทะเบียนเข้าเรียนที่โรงเรียนเวทมนตร์เซเวียร์ หากเธอมีความสามารถเหมือนคนปกติธรรมดาทั่วไปก็คงไม่มีปัญหาในการสอบเข้ามากนัก อย่างน้อยก็ในด้านคณิตศาสตร์ที่ดูจะมีภาษีดีกว่าคนบนโลกนี้ที่มาตรฐานความรู้อยู่ในระดับเด็กเกรด 7 (ม.1) เพียงแต่วาคาบะไม่สามารถอ่าน เขียน หรือสื่อสารภาษาของคนบนโลกใบนี้ได้เลยจึงเป็นปัญหาที่ยุ่งยากพอสมควร อีกทั้งด้านความสามารถทางเวทมนตร์ต่างจากคนบนโลกนี้อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นก็เลยคิดว่าจะลองใช้เส้นสายเพื่อให้วาคาบะได้ศึกษาโลกใบนี้ได้อย่างราบรื่น

         “ต้องเดินเท้าไปอย่างนั้นเหรอ?” วาคาบะถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าเซรอสเองก็มีรถม้าที่ใช้เดินทางได้อยู่

         “มีกฎหมายห้ามไม่ให้สามัญชนใช้รถม้าเดินทางในเขตตัวเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร แต่เรายังสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้ในราคาแค่ 1 เหรียญเงินซึ่งเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปศึกษาเส้นทางก่อนก็แล้วกัน”

         เซรอสนำทางวาคาบะเข้าเมืองโดยหลีกเลี่ยงเส้นทางสัญจรหลักที่มีคนพลุกพล่านจนมาถึงบริเวณขอบเขตกำแพงที่แบ่งแยกระดับความเป็นอยู่ของผู้คน ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือถนนที่ปูด้วยอิฐเรียบทำให้รถม้าสามารถสัญจรได้สะดวกมากยิ่งขึ้น มองเห็นรถม้าที่หรูหราอยู่หลายคันประทับตราประจำตระกูลไว้ที่ประตูข้างวิ่งเข้าไปข้างในโดยไม่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบที่เข้มงวดมากนัก ในขณะที่สามัญชนคนธรรมดาที่ต้องการเดินทางไปให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุดต้องมายืนรอคอยเกวียนขนส่งสาธารณะประจำเมือง

         “ถ้าต้องมาเรียนแบบไปกลับทุกวันเท่ากับว่าค่าใช้จ่ายประจำเดือนต้องไม่ต่ำกว่าสี่สิบเหรียญเงินเลยสินะ”

         “สำหรับนักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์จะมีหอพักให้ ยกเว้นว่าบางคนที่มีบ้านหรือคฤหาสน์ที่ไรด์การ์ดสามารถยื่นเรื่องเพื่อปฏิเสธการใช้งานหอพักได้ อีกอย่างเซเวียร์ก็ไม่ได้อยู่ไกลขนาดนั้นเดินไปสักหนึ่งไมล์ก็ถึงแล้ว แน่นอนว่าเธอสามารถใช้บริการสาธารณะได้นะถ้ายืนรอไหวน่ะ”

         ปรายตามองไปยังกลุ่มคนที่ยืนรอขึ้นเกวียนขนส่งสาธารณะก็ตัดสินใจว่าเดินเท้าไปน่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า วาคาบะพอจะมองออกว่าเด็กชายและหญิงกลุ่มนั้นส่วนใหญ่แล้วน่าจะเป็นขุนนางต่างถิ่นที่เดินทางมาเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ทราบมาว่าเมื่อปีที่แล้วนักเรียนจากโรงเรียนเซเวียร์ทำผลงานจากการประลองได้ยอดเยี่ยมจึงไม่แปลกที่ปีนี้จะได้รับความสนใจจากตระกูลขุนนางที่ต้องการยกระดับสถานะตนเองให้สูงขึ้น ดูจากการที่เกณฑ์การรับนักเรียนไม่ได้มีข้อจำกัดด้านสถานะทางสังคมหรือเผ่าพันธุ์อะไรมากนักเลยทำให้ใครหลายคนมองว่าน่าจะเข้าเรียนได้ไม่ยาก

         ระหว่างเดินทางไปยังโรงเรียนวาคาบะได้เปิดหูเปิดตาและมีท่าทีสนใจไปเสียทุกอย่าง ความซุกซนของเธอแตกต่างจากซาริตรงที่เป็นความอยากรู้อยากเห็นและต้องการคำอธิบายซะมากกว่าซึ่งเซรอสก็ไม่รังเกียจที่จะอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดยิบ ร้านค้าส่วนใหญ่ที่เปิดอยู่ตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่เป็นของที่ดูมีระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านค้าอาวุธและอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ตกแต่งหน้าร้านอย่างหรูหรามีคนจำนวนไม่น้อยเข้าไปใช้บริการ และยังมีร้านเสื้อผ้าที่ดีไซน์ออกแนวแฟนตาซีสุดๆ ซึ่งพอรู้ราคาที่ถูกที่สุดของชุดหนึ่งตัวไม่ต่ำกว่าห้าสิบเหรียญทองก็ทำเอาเด็กสาวไม่กล้ายืนอยู่หน้าร้านอีกต่อไป

         อีกหนึ่งร้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีผู้คนใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมากก็หนีไม่พ้นร้านอาหารที่เปิดโดยกลุ่มการค้าเซเรน พวกลูกค้าส่วนใหญ่เรียกร้านนี้ว่า ร้านอาหารนางเงือก มาจากป้ายหน้าร้านที่มีสัญลักษณ์คล้ายนางเงือก ด้วยราคาอาหารที่ไม่แพงจนเกินไปอีกทั้งอาหารแต่ละอย่างล้วนอร่อยทั้งสิ้นเลยทำให้ช่วงไม่กี่เดือนมานี้กิจการร้านอาหารเติบโตเร็วมากจนต้องขยายสาขาเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง

         “เป็นร้านที่สวยมากเลยนะคะ คุณลุงคงไม่ได้เป็นคนออกแบบใช่ไหม?”

         “โครงสร้างของตัวอาคารก็เป็นการออกแบบตามปกติของโลกใบนี้ แต่การรีโนเวทภายในฉันเป็นคนให้คำแนะนำเสียส่วนใหญ่”

         เป็นความวุ่นวายอยู่ช่วงหนึ่งตอนที่คาเรนมีแผนจะเปิดร้านอาหารภายในไรด์การ์ด การซื้ออาคารพาณิชย์สำหรับเปิดกิจการดำเนินไปได้ด้วยดีแต่สภาพภายในนั้นแย่มากจนต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ตอนนั้นคาเรนจึงได้มาขอคำปรึกษาเรื่องของการออกแบบหลังได้เห็นบ้านที่เซรอสสร้างขึ้นซึ่งมันดูดีมากแม้จะใช้พื้นที่ขนาดเท่าบ้านขนาดเล็กหลังหนึ่ง และเซรอสก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อสร้างห้องอาหารที่จะสร้างบรรยากาศอันดีให้แก่ผู้มาใช้บริการ

         ทางเข้าสู่โรงเรียนเวทมนตร์เซเวียร์เปิดต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนโดยมีกลุ่มนักเรียนจอมเวทรุ่นพี่มารับหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย วาคาบะมีท่าทีลุกลนตอนที่ยื่นบัตรยืนยันตัวให้กับนักเรียนชายคนหนึ่งนำไปตรวจสอบเพราะกลัวว่ามันอาจจะเป็นของปลอม พอได้รับบัตรคืนกลับมาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่วนเซรอสก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไรมากเนื่องจากเขาเป็นนักเรียนของที่นี่อยู่แล้ว

         “แอชเชอร์?” นักเรียนชายที่รับหน้าที่ตรวจสอบบัตรของเซรอสพึมพำหลังเห็นชื่อตระกูล “อย่าบอกนะว่านายเป็นพี่ชายของจอมเวทอัจฉริยะฟราน แอชเชอร์คนนั้นน่ะ”

         ปัจจุบันสถานะของฟรานเป็นที่รู้จักกันดีในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นอัจฉริยะด้านเวทมนตร์ที่หาตัวจับได้ยากเท่านั้น ด้านสติปัญญาก็แสดงให้ทุกคนเห็นถึงความรอบรู้ด้วยการคว้าอันดับหนึ่งในการสอบของชั้นปี มิหนำซ้ำการที่เธอเป็นจอมเวทเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ทำให้ทางด้านเผ่าพันธุ์เอลฟ์เริ่มมีความเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้นในปีนี้ด้วย

         ถึงแม้การพูดคุยในปีนั้นจะจบลงไปแล้วและฟรานแสดงเจตจำนงว่าจะไม่กลับดินแดนเอลฟ์

         แต่เชื่อเถอะว่าพวกเขาจะไม่มีทางยอมวางมือจากฟรานเป็นอันขาด

         “ครับ” เซรอสตอบ สวมบทบาทเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งได้อย่างแนบเนียน

         นักเรียนชายคนนั้นมองหาบางสิ่งก่อนจะถาม “แล้วเธอไม่ได้มาด้วยกันกับนายหรอกเหรอ?”

         การพบเจอกับคนมาหลากหลายประเภททำให้เซรอสมองความตั้งใจของเด็กหนุ่มคนนี้ออกอย่างชัดเจน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวัฒนธรรมของโลกใบนี้ให้ความสำคัญที่พลังอำนาจเป็นพิเศษ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการจะสานความสัมพันธ์กับบุคคลที่โดดเด่นเพื่อสร้างเส้นสายสนับสนุนตนเองในภายภาคหน้า เป็นการวางหมากที่มองการณ์ไกลมากเกินไปจนเซรอสที่แสดงท่าทางดูเป็นมิตรกลับสามารถจินตนาการวิธีสังหารเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างแยบยลได้เกือบเจ็ดสิบวิธี

         “พอดีว่าวันนี้เธอไปทำภารกิจให้กับกิลด์นักผจญภัยน่ะครับ”

         เซรอสตอบคำถามอย่างสุภาพและขยับตัวอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อให้คนถัดไปเดินเข้ามาเพื่อยุติการสนทนาในครั้งนี้

         สถานที่ลงทะเบียนใช้โถงทางเข้าอาคารใหญ่ในการจัดระเบียบเหมือนปีที่แล้ว เซรอสไม่ได้พาวาคาบะไปที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อขอรับเอกสารมากรอกข้อมูลส่วนตัว แต่กลับเดินไปอีกห้องหนึ่งเพื่อยืนยันการเข้าเรียนในชั้นปีที่สองซึ่งมันใช้เวลาไม่นานนักในการดำเนินเรื่อง เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนก็จะได้รับรายการอุปกรณ์ที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการเรียนของปีนั้นซึ่งหาซื้อได้ตามร้านค้าที่อยู่ข้างนอก

         !?

         เซรอสรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่ถูกส่งมาแบบจำเพาะเจาะจงก็มีปฏิกิริยาหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแต่ก็ยังพอจะกลบเกลื่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาแสร้งมองดูบรรยากาศของการรับสมัครที่แสนวุ่นวายเพื่อมองหาใครบางคนก่อนจะหยุดอยู่ที่โถงทางเดินของอาคารปีกซ้ายซึ่งปรากฏหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรองผู้อำนวยการริซาน่า ซึ่งเธอเหมือนจะรับรู้ได้ว่าถูกพบแล้วจึงผายมือเชื้อเชิญให้เดินตามมาและเดินนำล่วงหน้าไปก่อน

         “เดี๋ยวพวกเราจะต้องไปพบกับผู้อำนวยการ หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าตกใจ ห้ามวิ่งหนี ห้ามกรีดร้อง”

         “น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?” วาคาบะหน้าซีดเพราะดูจากท่าทางแล้วเซรอสน่าจะไม่ได้พูดเล่นซะด้วย

         “บางทีนะ”

         ด้วยการศึกษาแผนผังของโรงเรียนทำให้เซรอสกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้จักทุกซอกทุกมุมของโรงเรียนแห่งนี้อย่างดี นั่นทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนกำลังทำกิจกรรมอยู่ตอนนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีเบาะแสเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับผู้อำนวยการโรงเรียนเกิดขึ้น และเพื่อไม่ให้วาคาบะเกิดสงสัยจึงทำเหมือนกับว่าพาเดินชมสถานที่สำคัญภายในโรงเรียนแทน

         จนกระทั่งมาถึงหอคอยของคณะครูอาจารย์เซรอสก็สัมผัสได้ว่าบริเวณใกล้เคียงแถวนี้ไม่มีนักเรียนหรือครูท่านอื่นอยู่แม้แต่คนเดียว สัมผัสอันตรายของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อก้าวเท้าเดินเหยียบเข้ามาในอาณาเขตที่ถูกวางเอาไว้อย่างแยบยล หากไม่ใช่เพราะว่าเขาเคยผ่านการฝึกเอาชีวิตรอดมาก่อนย่อมมองไม่ออกแน่ว่าที่ที่เขายืนอยู่ตอนนี้เป็นทุ่งกับดักที่มีไว้เพื่อสังหารโดยเฉพาะ

         “เล่นแรงไปแล้ว”

         กล่าวจบเซรอสก็หันไปคว้าตัวของเด็กสาวเข้ามากอดและพากระโดดสูงร่วมสิบเมตรหลบการโจมตีด้วยเวทมนตร์ลมที่ทำเอาพื้นตรงที่พวกเขาเคยเหยียบกลายเป็นรูที่ถูกคว้านลึกครึ่งศอก ขณะที่อยู่บนกลางอากาศชายหนุ่มกลอกตามองซ้ายขวาเพื่อหาตำแหน่งของกับดักเวทมนตร์ที่ถูกอำพรางเอาไว้ก่อนจะซัดมีดออกไปทำลายวงเวทที่กำลังก่อตัวขึ้นจนมันระเบิด

         “กรี๊ด!” วาคาบะกรีดร้องลั่น ถึงจะได้รับคำเตือนมาก่อนก็ตามแต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงปฏิกิริยาตอบสนองก็ยากที่จะห้ามได้

         “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!

         เซรอสสัมผัสได้ถึงเวทมนตร์ที่กำลังก่อตัวจากทางด้านหลังจึงเหลือบมองดูรูปแบบเวทมนตร์ที่ถูกอำพรางเอาไว้ พอรู้ว่าเป็นการโจมตีด้วยสายลมที่ตัดผ่านทุกสิ่งก็กอดร่างของเด็กสาวเอาไว้แน่นพร้อมกับใช้เวทมนตร์เรียกเงาของหอคอยมาใช้สร้างเป็นกำแพงป้องกัน จากนั้นก็ปล่อยลวดสลิงที่ซ่อนอยู่ในนาฬิกายิงไปที่หอคอยเพื่อตั้งหลักเป็นการชั่วคราว

         กรุก กรุก กรุก!

         กำแพงหอคอยสั่นเล็กน้อยก่อนที่ในเวลาต่อมาก้อนอิฐเหล่านั้นจะขยับออกมาจากกำแพงรวมตัวกันเป็นเหมือนหุ่นโกเลมที่มีชีวิต พวกมันเริ่มทำการโจมตีใส่เป้าหมายอย่างบ้าคลั่งและเพราะต้องคอยปกป้องเด็กสาวไปด้วยทำให้ยากจะหลบการโจมตีนั้นพ้น

         ผัวะ!

         กำปั้นก้อนอิฐที่แหลมคมกระแทกกลางหลังส่งร่างของเซรอสปลิวลงไปกระแทกกับพื้น ยังดีที่พลิกตัวกลับมาได้ทันเลยใช้ร่างกายรับแรงกระแทกไปแทน อย่างไรก็ตามการโจมตีเมื่อสักครู่นั้นมั่นใจได้เลยว่าต่อให้เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นด้านพลังป้องกันก็ต้องมีกระอักเลือดกันบ้าง ถึงภายนอกจะดูเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่เซรอสมั่นใจเลยว่าอวัยวะภายในของเขาบอบช้ำไปหมด

         “ไปรอที่ประตูทางเข้าหอคอย ถ้าเป็นที่นั่นล่ะปลอดภัยแน่นอน”

         เซรอสปล่อยร่างของเด็กสาวลงและหันไปเผชิญหน้ากับฝูงโกเลมหินและดินที่ถูกสร้างขึ้นมากว่าสามสิบตัว

         ความน่ากลัวของโกเลมเหล่านี้คือการที่มันสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองได้ การจะเปลี่ยนแขนเป็นอาวุธปลายแหลมหรือกระทั่งเป็นค้อนหนามก็ทำได้สบายๆ โชคดีที่เวทมนตร์สร้างโกเลมประเภทนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากจะสร้างก็ทำได้เพราะมันต้องอาศัยพลังเวทมนตร์มหาศาล ต่อให้ได้ชื่อว่าเป็นจอมเวทของสภาเวทมนตร์ที่เก่งกาจที่สุดของมนุษย์ก็สร้างได้เต็มที่แค่ห้าตัวเท่านั้น เพียงแต่ว่าโกเลมที่ถูกสร้างโดยคนผู้นี้เพียงแค่หนึ่งตัวสามารถกวาดล้างเมืองเมืองหนึ่งได้อย่างง่ายดาย

         วาคาบะรู้ดีว่าตัวเองในตอนนี้เป็นได้แค่ตัวถ่วงจึงยอมที่จะเดินไปยังประตูทางเข้าของหอคอย และทันทีที่เดินมาถึงประตูทางเข้าก็พบว่ามีบาเรียเวทมนตร์ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เดินย้อนกลับเข้าไปรบกวนการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น

         “ท่านผู้อำนวยการได้สั่งเอาไว้ว่าขอให้คุณดูอยู่เงียบๆ ค่ะ”

         “คุณเป็นใครคะ?” วาคาบะหันไปถามแต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่อาวุโสกว่าจึงเปลี่ยนไปใช้คำพูดสุภาพแทน

         “ดิฉันคือรองผู้อำนวยการของโรงเรียนเวทมนตร์เซเวียร์ชื่อ ริซาน่า ค่ะ”

         “ฉันชื่อเดี๋ยวนะเมื่อกี้คุณพูดภาษาเดียวกับฉันใช่ไหม?”

         “เรื่องนั้นท่านผู้อำนวยการจะเป็นคนอธิบายเองค่ะ ดิฉันไม่ได้รับอนุญาตในส่วนนั้นต้องขออภัยด้วยค่ะ”

         การต้องมารับมือกับโกเลมหลายสิบตัวที่แต่ละตัวมีความแข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามอนสเตอร์คลาส S สร้างแรงกดดันให้กับเซรอสไม่น้อย อาจเป็นเพราะว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นทราบดีว่าเขามีความสามารถพิเศษที่ยิ่งเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลและการต่อสู้ที่รุนแรง ศักยภาพร่างกายของเขาจะได้รับการพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นความแข็งแกร่งถาวร ด้วยเหตุนี้เองการใช้วิธีนี้ในการลงโทษหากมองในมุมกลับกันก็เป็นการช่วยเหลือสนับสนุนเขาที่มาถึงทางตันของการเพิ่มศักยภาพร่างกายไปด้วยในตัว

         วาคาบะเคยคิดมาตลอดว่าเซรอสนั้นเก่งมากแล้วแต่พอต้องมาเห็นสภาพตอนที่ถูกโกเลมทุบตีส่งลอยข้ามหัวไปมาราวกับเป็นลูกบอลก็ยิ่งตอกย้ำให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อผู้อำนวยการคนนี้ขึ้นมา มิหนำซ้ำยังต้องคอยป้องกันเวทมนตร์ลอบโจมตีที่ถูกอำพรางทำให้จับตำแหน่งได้ยากมาก และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นสภาพของเซรอสที่บาดเจ็บจนสะบักสะบอมเห็นชัดเลยว่าผู้อำนวยการไม่รู้จักกับคำว่า ยั้งมือด้วยซ้ำ ถึงแม้การต่อสู้จะทำให้เซรอสมีสภาพไม่สู้ดีนักแต่จำนวนของโกเลมก็ลดลงไปหลายตัวเช่นกัน

         เกือบยี่สิบนาทีที่ต้องทนดูการต่อสู้อันแสนโหดร้ายที่คล้ายกับการรุมยำอยู่ฝ่ายเดียว ในที่สุดโกเลมตัวสุดท้ายก็ถูกทำลายลงจนเหลือทิ้งไว้เพียงหลักฐานการเคยมีตัวตนของพวกมันกองหนึ่ง เซรอสรับรู้ได้เลยว่าศักยภาพร่างกายของเขาได้รับการยกระดับไปสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นและการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เขาได้วิธีการใช้เวทมนตร์ความมืดในรูปแบบใหม่ที่สะดวกมากสำหรับงานลอบสังหาร

         ฟิงเกอร์ ไนฟ์!

         นิ้วมือของเขาห่อหุ้มด้วยพลังความมืดที่มีสภาพไม่มั่นคงก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นใบมีดที่แหลมคมได้ แต่คงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะชำนาญเวทมนตร์รูปแบบใหม่นี้

         ก่อนที่ม่านพลังเวทมนตร์จะถูกทำให้หายไปก็ปรากฏวงเวทขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้นและสภาพที่เคยเละเทะเมื่อสักครู่กลับมาเป็นปกติราวกับว่าไม่เคยมีการต่อสู้เกิดขึ้นมาก่อน แท้จริงแล้วคือเวทมนตร์สำหรับคืนสภาพของสถานที่ซึ่งเป็นเวทมนตร์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของเวทมนตร์โบราณ หากใครก็ตามที่ต้องการประกอบสร้างเวทมนตร์นี้ขึ้นมาอาจจะต้องรวบรวมจอมเวทระดับสูงหลายพันคนเพื่อสร้างเวทมนตร์นี้ขึ้นมาและอาจจะต้องแลกกับการที่จอมเวทเหล่านั้นไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้ไปอีก 1-2 ปี

         “คุณลุงบาดเจ็บนี่ ท่าทางสาหัสน่าดู” วาคาบะแสดงความเป็นห่วงเป็นใย เนื่องจากอาการบาดเจ็บบางส่วนนั้นเกิดขึ้นจากการที่เขายอมรับการโจมตีเพื่อปกป้องเธอ

         “ไม่เป็นไร ฉันใช้เวทมนตร์เยียวยาได้” เซรอสตอบพร้อมกับแสดงบาดแผลที่กำลังเร่งปฏิกิริยาสมานตัวให้ดู

         “เช่นนั้นแล้วกรุณาตามดิฉันมาค่ะ” ริซาน่ากล่าวจบก็เดินนำขึ้นบันไดไป

         ห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนเซเวียร์อยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของโรงเรียนได้อย่างชัดเจน ที่หน้าห้องแทบไม่มีการประดับตกแต่งสิ่งใดเลยนอกจากป้ายแขวนที่มีข้อความระบุสั้นๆ ว่า ห้องผู้อำนวยการ เท่านั้น

         ริซาน่าหยุดอยู่หน้าประตูและขยับป้ายแขวนให้กลับมาตรง จากนั้นจึงค่อยเคาะประตูบอกกับคนที่อยู่ข้างใน

         “เข้ามา”

         เสียงที่ตอบกลับออกมาทำให้วาคาบะขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะเธอเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายน่ากลัวมากแค่ไหน

         “ขออนุญาตค่ะ” รองผู้อำนวยการริซาน่าเปิดประตูและเดินนำเข้าไปก่อน

         ร่างเล็กบางของผู้อำนวยการอินโนเซนเทียร์ ลิลิธนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงเพื่อให้ลำตัวท่อนบนของเธอโผล่พ้นจากโต๊ะทำงาน วาคาบะยังไม่ทันจะได้กล่าวอะไรออกมาอินโนเซนเทียร์ก็กดส้อมจิ้มลงไปบนไส้กรอกที่อยู่บนจานด้วยอารมณ์หงุดหงิด แรงกดนั้นทวีความรุนแรงขึ้นจนทำให้จานใบนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ และไม่ได้จบลงแค่นั้นแต่ปลายส้อมที่จิ้มลงไปบนเนื้อไม้ปรากฏเป็นเปลวไฟสีดำแผดเผาไส้กรอกจนไหม้เกรียม

         “สิ่งที่เราผู้นี้รังเกียจเป็นที่สุดคือการโกหกหลอกลวง” อินโนเซนเทียร์ไม่เพียงแค่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเท่านั้น เธอยังใช้สายตาที่แฝงไปด้วยแรงกดดันโจมตีใส่ชายหนุ่มอย่างดุร้าย “ช่วยบอกเราผู้นี้ทีสิว่าเจ้าใช่คนโกหกหลอกลวงหรือไม่?”

         อินโนเซนเทียร์เกลียดการไม่รักษาคำพูดเป็นที่สุด เซรอสเคยรับปากเอาไว้แล้วว่าจะทำของอร่อยมามอบหากกลับมาที่ไรด์การ์ดอีกครั้งแต่กลายเป็นว่าเขาลืมสิ่งที่ตนเองเคยพูดเอาไว้ตอนที่มาไรด์การ์ดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน และนั่นจึงกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายวันมานี้เธออารมณ์ไม่ดีสุดๆ ถึงกับเปรยออกมาว่าอยากจะทำลายล้างบางสิ่งเพื่อระบายความเกรี้ยวกราดในครั้งนี้

         ถึงแม้อินโนเซนเทียร์จะไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม แต่เซรอสก็รู้ต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างดี

         การมาเยือนไรด์การ์ดเมื่อครั้งนั้นก็เพื่อพาคาเรนมาร่วมงานเลี้ยงแต่งงานและตรวจสอบสถานการณ์ความวุ่นวายอีกนิดหน่อย

         แต่เซรอสก็ไม่ใช่คนที่จะปฏิเสธในความผิดของตัวเองจึงได้หยิบของที่เตรียมเอาไว้ออกมาด้วย

         “นี่เป็นข้าวกล่องที่เพิ่งจะทำเมื่อเช้านี้ กับเค้กช็อกโกแลตไส้แยมสตรอวเบอรี่ที่ฉันทำมาเพื่อไถ่โทษ”

         ข้าวกล่องสามชั้นบรรจุอาหารรสจัดจ้านแบบที่อินโนเซนเทียร์ชื่นชอบ ส่วนเค้กช็อกโกแลตที่ทำมาให้ก็มีการตกแต่งด้วยน้ำตาลไอซิ่งและตุ๊กตาน่ารักที่สามารถกินได้ ตอนที่ริซาน่ารับกล่องเค้กมาเปิดให้ดูก็สังเกตได้ว่าดวงตาของอินโนเซนเทียร์ดูเปล่งประกายดีใจแวบหนึ่งก่อนที่เธอจะกลับมารักษามาดเข้มงวดของตัวเองดังเดิม

         “เห็นแก่ที่เจ้ารู้ตัวและยอมรับความผิด เราผู้นี้ย่อมใจกว้างและไม่ถือสาเรื่องที่ผ่านมา”

         อารมณ์ของอินโนเซนเทียร์กลับมาดีขึ้นผิดกับก่อนหน้านี้ลิบลับ ก่อนจะความสนใจของเธอจะไปหยุดอยู่ที่เด็กสาวที่มาด้วยกัน

         “ว่าแต่ดันเจี้ยนมาสเตอร์มาทำอะไรที่โรงเรียนของเราผู้นี้ล่ะ?”





ไม่มีสิ่งใดที่ ผอ.โลลิไม่รู้จริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.368K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #16785 วายุจัง (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 11:45
    ผอ. เก่งชิบเป่ง 5555+
    #16,785
    0
  2. #16378 MNN. (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 21:20
    ผมอ่านผิดเป็นวาคาเบะตลอดเลย อ่าน วาคาบะแล้ว มันอ่านไม่ออกอ่านในใจก็ไม่ออก เลยอ่านแค่ คาบะ มาตลอด เศร้าใจทำถึงอ่านไม่ออก😭
    #16,378
    0
  3. #16357 โลกสีเงิน (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 17:56
    ไรท์หายไปนานจริงอะ
    ก็ว่าอยู่ว่าขาดไรไป
    #16,357
    0
  4. #16337 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 03:29
    รักอินโนมากจริงๆ 555
    #16,337
    0
  5. #16331 lovesack7440 (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 09:33
    ตั้งแต่อ่านมา ผมไม่ชอบ ผอ.ในเรื่องนี้ล่ะ (ความคิดส่วนตัวนะครับ) ผมว่ามันเก่งเกินไป ฉลาดเกิน และตบพระเอกเราจนดูไก่เกินไปอะ
    #16,331
    3
    • #16331-2 Pakinnod(จากตอนที่ 211)
      23 มิถุนายน 2563 / 07:19
      พระเอกเทพไม่สนุกอะครับ
      #16331-2
    • #16331-3 kaokeng9(จากตอนที่ 211)
      27 มิถุนายน 2563 / 13:28
      ส่วนตัว ผมว่าเเบบนี้ก็โอเคนะครับ
      #16331-3
  6. #16293 นักอ่านอัศนี (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 15:59
    นี้สินะ โมโหหิว
    #16,293
    0
  7. #16292 さゆき (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 02:51
    สุดจริง 555+
    #16,292
    0
  8. #16291 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 17:44
    ตอนแรกที่เห็นชื่อตอนนะ คิดวิเคราะห์ไปไกลมาก แบบใครทำฟรานโกรธวะ หรือใครทำร้านฟรานแล้วเซรอสโกรธวะ? แต่หลังจากเจอรองผู้อำนวยการแล้วก็มีความคิดนึงผุดขึ้นมา....ความโกรธของผู้อำนวยการแน่ แล้วจริงสะด้วย55555
    #16,291
    0
  9. #16290 MarMoo ชัยเชษฐ์ดำรงกุล (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 15:24
    โมโหขนาดนี้เพราะผิดสัญญาของกินหรอเนี่ย 5555
    #16,290
    0
  10. #16289 Rnozero (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 02:09

    วาคาบะ&เชรอส&ฟราน น่าจะอายุยืนยาวนานกว่าชาริละน้าวาคาบะเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์เชรอสอายุขัยไม่จำกัดถ้าไม่ถูกฆ่าฟรานก็ วิวัฒนาการเป็นไฮเอลฟ์555555 อินโนเซ้นท์เทียคงได้รู้จักกันไปอีกนานเท่านานเลยนะเนี่ย ขอบคุณสำหรับตอนใหม่คร้าบผม

    #16,289
    2
    • #16289-1 lengustgun2(จากตอนที่ 211)
      8 มิถุนายน 2563 / 10:51
      สำหรับซาริ การหายาอายุวัฒนะมากินคงไม่ต่างจากการเดินไปเจอแครอทกลางป่า...

      เรื่องนี้อาจมีแครอททองคำที่กินแล้วเป็นอมตะก็ได้
      #16289-1
  11. #16288 tomjr (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 18:54
    ถ้าเปรียนเป็นเด็กผู้ชายใส่สูทและใส่แว่นก็ใช่เลย
    #16,288
    3
    • #16288-1 DeltaFrostz(จากตอนที่ 211)
      7 มิถุนายน 2563 / 22:07
      ซากาโมโต้
      #16288-1
    • #16288-3 Blue Soul(จากตอนที่ 211)
      7 มิถุนายน 2563 / 22:44
      เทพศาสตร์ซากาโมโต้ ผู้ทำทุกได้ทุกสิ่งอย่างมีสไตล์
      #16288-3
  12. #16287 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 18:44
    เปย์ของกินไป ช่วยได้
    #16,287
    0
  13. #16286 วิฬาร์สวรรค์สีรุ้ง (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 15:48

    ใช่เลย เลี้ยงง่าย
    #16,286
    0
  14. #16285 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 14:38

    ขอบคุณคร๊าฟ

    #16,285
    0
  15. #16284 Mr.kongkang (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 14:07
    55555555
    รู้ทุกสิ่งเลย 555
    #16,284
    0
  16. #16283 ເのໂอபี (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 13:55

    อืม

    รู้ถึงไส้
    #16,283
    0
  17. #16282 CrowsFaTE (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 13:43
    เซรอส โด๊ปไปทำไรครับสิบฟอง
    #16,282
    0
  18. #16281 GunTub (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 12:59
    โมโหหิวตลอดดดดดดด
    #16,281
    0
  19. #16280 Thank You (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 12:32

    ่ขอบคุณครับ

    #16,280
    0
  20. #16279 Bewtii006 (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 11:41
    โมโหหิวนี่เองงๆๆ ลุนแลงงงง มากกกๆๆๆ
    #16,279
    0
  21. #16278 นักอ่านเลือดสาดกระจาย (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 11:32
    ไม่ว่าจะเป็นโลลิแบบไหน ของกินก็เป็นปัจจัยช่วยเพิ่มค่าความสัมพันธ์และลบDebuffโกรธ ได้
    #16,278
    0
  22. #16277 mummummi (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 11:20
    โมโหหิว 5555555 เซรอสลืมก็ไม่แปลก เราก็ลืม แหะๆ
    #16,277
    0
  23. #16276 Fikusa (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 11:12
    สยบโลลิด้วยของอร่อย
    #16,276
    0
  24. #16274 newkingdom (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 10:15
    ขอบคุณครับ
    #16,274
    0
  25. #16273 หมาป่าเดียวดาย (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 09:52

    กินไข่ลวกดิบ 10 ฟองในตอนเช้า เองอย่ามาใช้คำว่าแค่เซรอส ตรูกินวันละฟอง-ังบอกให้ลด สาดดดดดดด

    #16,273
    0
  26. #16267 Arabal (จากตอนที่ 211)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 07:52
    ไม่ได้รู้ทุกอย่าง แต่รู้ในเรื่องที่รู้เท่านั่น ผอ.ไม่ได้กล่าวไว้
    #16,267
    1
    • #16267-1 Fikusa(จากตอนที่ 211)
      7 มิถุนายน 2563 / 11:11
      คำพูดนี้มัน! ฮาเนคาวะซังชอบพูดกับอารารากิคุงบ่อยๆสินะ
      #16267-1