ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,634 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,112

    Overall
    2,256,634

ตอนที่ 21 : Episode Twenty : มีดอาดามันเทียม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 828 ครั้ง
    17 มี.ค. 60

Episode Twenty

 



        เสียงค้อนเหล็กดัง 'แก๊งๆ' มาตั้งแต่เช้า แม้ว่าภายในโรงตีเหล็กนั้นจะไม่ใช่เขตหวงห้าม แต่ก็เป็นที่รู้กันโดยมารยาทแล้วว่าเวลานี้ห้ามเข้าไปรบกวนโดยเด็ดขาด อย่างน้อยก็จนกว่าที่คนที่อยู่ภายในจะยอมออกมาเองเท่านั้น

        อาวุธชิ้นใหม่ถูกสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อย และทดสอบความคมของมันด้วยการทดลองฟันดาบเหล็กที่ทำเสียอยู่ในมือ

        ด้วยแร่ชนิดที่มีชื่อว่า 'อาดามันเทียม' มันถูกระบุว่าเป็นแร่ที่มีความแข็งมาก

        ดาบเหล็กที่สร้างขึ้นมาแบบลวกๆ ก็ถึงกับขาดเป็นสองส่วน ไม่ใช่เพราะว่าดาบนี้มีความคมหากแต่ความแข็งของมันกับพละกำลังอันมหาศาลของเซรอสทำให้เกิดเป็นผลลัพธ์แบบนั้นขึ้นมา

        อาดามันเทียม ไม่ใช่แร่ที่ใครจะทำเป็นอาวุธก็ได้ มันจำเป็นจะต้องผ่านกระบวนการและขั้นตอนพิเศษต่างๆ มากมาย เพียงแต่ข้อดีของโรงตีเหล็กแห่งนี้มันสามารถจะทำอะไรได้ทันที อุปกรณ์ทุกอย่างก็มีเตรียมไว้ให้พร้อม ดังนั้นเหลือเพียงแค่พละกำลังของผู้ที่จะตีมันล้วนๆ

        และด้วยความที่มันเป็นแร่ที่แข็งที่สุด ผู้ที่จะตีจำเป็นจะต้องมีทั้งค้อนและพละกำลัง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เผ่าคนแคระได้รับการยอมรับเป็นพิเศษ หากไม่มีพวกเขาการจะเปลี่ยนมันให้เป็นอาวุธคงไม่มีผู้ใดทำได้อีก

        นอกจากนักฆ่าผู้มาจากต่างโลกคนนี้

        ทดสอบเก็บมันใส่เข็มขัดซองดาบ มันล็อกเข้าที่พอดีทำให้ไม่เลื่อนหลุดได้ง่าย แม้ว่าจะได้รับแรงกระแทกเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อต้องการดึงออกมาใช้งานก็ทำได้รวดเร็วมาก อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะถูกขโมย

        เพื่อที่จะออกเดินทางเลยจำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมอยู่เสมอ สำหรับเซรอสแล้วมีแค่กระเป๋าสำหรับเก็บของ น้ำ อาหาร เสื้อผ้า และอาวุธติดตัวไปเท่านั้นก็พอ ยังมีเวลาอีกตั้งสองอาทิตย์ที่จะออกเดินทาง

        ที่จริงมันก็มีมีดดามาคัสในกระเป๋าซองหนังอยู่สองเล่ม ตั้งใจว่าจะให้ทั้งสองคนใช้ไว้ป้องกันตัว ถึงจะทำออกมาแบบขอไปทีแต่มันก็ทำมาจากแร่อาดามันเทียมเหมือนกัน เพราะไหนๆ ก็จะทำแล้วสู้ทำให้มันเป็นของดีไปเลยจะง่ายกว่า เหลือแค่ให้สองคนนั้นลองใช้งานมันดูอาจจะต้องฝึกฝนการต่อสู้ให้สักหน่อยจนกว่าจะวางใจได้ และวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการให้มีประสบการณ์กับคนที่เก่งที่สุดจริงๆ

        ทดสอบดูแล้วว่าขนาดดาบที่สร้างจากแร่อาดามันเทียมนั้นแทบจะไม่ทำให้เกิดรอยแผล ที่จริงตอนทดสอบครั้งแรกด้วยการใช้แรงทั้งหมดฟันเข้าที่แขนกลับทำให้ดาบจากอาดามันเทียมถึงกับหักไปเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเพียงแค่รอยจ้ำแดงเป็นหลักฐานว่าเคยมีร่องรอยของการถูกฟัน แต่นั่นหมายความว่าอาวุธที่ทำจากแร่อาดามันเทียมหรือเหนือกว่านี้ขึ้นไปมีความเป็นไปได้สูงว่าจะทำให้เขาบาดเจ็บได้

        ออกมาข้างนอกก็เป็นเวลาเที่ยงกว่า ซาริกับฟรานทำงานในฟาร์มกันเสร็จแล้ว โดยฟรานตอนนี้นั่งอ่านหนังสือเพื่อฝึกฝนเวทมนตร์อยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเขาก็ได้ทำชิงช้าเอาไว้นั่งเล่นยามว่าง แต่ไม่เห็นซาริอยู่ก็พอจะเดาได้ว่าตอนนี้ยัยกระต่ายนั่นหายไปอยู่ที่ไหน

        ตั้งแต่ที่เซรอสแนะนำวิธีทำแครอทเอาไว้กินแบบเย็นๆ ตอนนี้ซาริลดการขโมยแครอทลงมาบ้างแล้ว และใช้วิธีหั่นเป็นแท่งเล็กๆ เอาใส่ขวดไปแช่ในแม่น้ำก็จะมีแครอทเย็นฉ่ำไว้กินเล่น ที่ต้องหายไปก็เนื่องจากนั่งเฝ้าไม่ให้ขวดมันหายหรือถูกใครขโมยไปนั่นเอง

        มีดดามากัสสองเล่มนี้เป็นอาวุธสำหรับทั้งสองคน ซึ่งพอรู้ว่ามันเป็นอาวุธที่ทำจากแร่อาดามันเทียมก็ตกใจมากโดยเฉพาะกับฟรานที่มองมันเหมือนกับสมบัติล้ำค่า เห็นว่าอาดามันเทียมเป็นแร่หายากมากที่สุด ปัจจุบันอาวุธที่ทำจากแร่ชนิดนี้มีอยู่ไม่มากนัก และมันก็เป็นอาวุธที่มีไว้เพื่ออาณาจักรนั้นๆ เหล่าผู้ถือครองจึงมักจะเป็นอัศวินชั้นสูงที่มีฝีมือโดดเด่น

        ในทางกลับกันซาริหยิบมันมาเหวี่ยงเล่นโดยไม่รู้คุณค่า สำหรับซาริแล้วแครอทมีค่ามากกว่าอะไรทั้งหมด

        "มันแพงเหรอเจ้าคะ?" ซาริหันไปถามฟรานด้วยท่าทางสงสัย

        "ซื้อแครอทได้ทั้งอาณาจักร" ตอบไปแบบนั้นคุณค่าของมีดดามาคัสก็ยกระดับขึ้นจนถึงกับเผลอทำมันหลุดตกจากมือ

        "ยะ...แย่แล้วเจ้าค่ะ ซาริทำมันตกแล้ว มันจะพังหรือเปล่า"

        เห็นท่าทางเป๋อๆ ก็เกิดนึกสนุกอยากจะแกล้งขึ้นมานิดหน่อย เซรอสจึงแสร้งทำเป็นเสียดาย

        "ตกลงไปแล้วสินะ ถ้ามันเปื้อนดินล่ะก็มูลค่าของมันคงจะลดลงครึ่งหนึ่งแล้วล่ะ"

        "อือ" ฟรานเข้าร่วมการกลั่นแกล้งซาริด้วย

        เพราะใบหน้าที่เรียบนิ่งของฟรานทำให้ซาริเชื่อหนักมาก ถึงขนาดหน้าซีดหยิบมันขึ้นมาเช็ดด้วยเสื้อปัดเศษดินออกให้หมด เซรอสกลั้นยิ้มแล้วพูดต่อว่า

        "อย่าทำแบบนั้น...เออ ไม่ทันแล้วล่ะ มีดนี่คงเปื้อนจนมูลค่าหมดลงแล้วล่ะ"

        ซาริตัวสั่นงกๆ ดวงตาปริ่มไปด้วยน้ำตาที่จะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ ถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ

        "ถ้าเอาไปล้างน้ำมันจะหายหรือเปล่าเจ้าคะ?"

        เพราะแบบนี้การแกล้งซาริมันถึงสนุก สำหรับซารินั้นโกรธใครได้ไม่นาน มีแครอทสักสองหัวเดี๋ยวก็ลืมความโกรธก่อนหน้านี้ไปทั้งหมด เป็นพวกที่ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองจนน่ากลั่นแกล้ง

        สุดท้ายก็ยอมรับว่ามันเป็นแค่การโกหก ซาริเลยงอนทั้งสองคนตั้งใจว่าจะไม่พูดด้วย แต่ด้วยความยั่วยวนของแครอทที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นว่ายอมยกโทษให้ในทันที อย่างไรก็ตามเซรอสก็กำชับว่ามีดเล่มนี้ถือเป็นของสำคัญที่อาจจะทำให้เกิดสงครามได้ ดังนั้นให้เก็บรักษาไว้ให้ดีและใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น เพราะถ้ามันสามารถทำให้เซรอสมีรอยช้ำได้ก็ต้องยอมรับแล้วว่ามันเป็นอาวุธที่ดีที่สุดจริงๆ

        แต่ก็จำเป็นจะต้องฝึกฝน เซรอสยังมีเวลาเหลืออยู่อีกตั้งมากมายก่อนจะออกเดินทางจึงอยากจะให้ซาริกับฟรานมีวิชาต่อสู้ติดตัวกันบ้าง ด้วยเหตุนี้เองตอนเย็นจึงได้เห็นทั้งสามคนออกมาต่อสู้กันในพื้นที่ที่ใช้ฝึกซ้อมกันอยู่บ่อยๆ เงื่อนไขเดียวก็คือโจมตีให้โดนให้ได้เท่านั้น ในตอนแรกก็ปฏิเสธแต่พอรู้ว่าอาวุธมีดที่ทำจากแร่ที่แข็งแกร่งที่สุดยังสร้างบาดแผลให้ไม่ได้ฟรานก็เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปจู่โจมอย่างรวดเร็ว

        มันเหมือนกับเป็นการฆ่าตัวตายเพราะฟรานพยายามฝึกร่างกายตัวเองมาตลอด แถมยังแอบซุ่มฝึกเวทมนตร์อีกด้วย

        เพียงแต่เบื้องหน้าของฟรานคือสุดยอดนักฆ่าที่เก่งที่สุดในองค์กร ไม่มีการโจมตีไหนเฉียดเข้าใกล้ได้เลยแม้แต่น้อย

        ถึงแม้ว่าเซรอสจะอ่อนหัดด้านเวทมนตร์ แต่ถ้าเป็นการต่อสู้กับมนุษย์เซรอสถือว่าแข็งแกร่งมาก

        ฟรานรับรู้ในเรื่องนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นการต่อสู้กับงูยักษ์ และพยายามหาโอกาสจะได้ประลองด้วยมาตลอด เธอย่อมไม่พลาดโอกาสเทียบเคียงฝีมือ

        แน่นอนว่าเซรอสใช้ฝีมือเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ฟรานมีประสบการณ์ในการต่อสู้แบบที่สามารถป้องกันตัวเองได้

        ถ้าจะให้พูดตามตรงแล้วเซรอสไม่เคยมีประสบการณ์ในการสอนใครมาก่อน เลยเอาหลักสูตรของนักฆ่าที่สอนพื้นฐานให้ไม่กี่วัน แล้วจึงลงมือปฏิบัติจริงเลยมาใช้กับทั้งสองคนแทน

        เนื่องจากเซรอสบอกว่าอนาคตจะไปเข้าเรียนเพื่อศึกษาเวทมนตร์ และอาจจะต้องทิ้งซาริไว้ที่นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ซาริร้องห่มร้องไห้ ทั้งยังบอกว่าจะพยายามให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้ไปเรียนด้วย จึงได้เห็นฝีมือในการต่อสู้ของซาริอย่างแท้จริง

        ซาริมีความรวดเร็วและพลังกระโดดที่น่ากลัวอยู่ แต่การจู่โจมนั้นทื่อและมีข้อเสียเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นการต่อสู้กับอัศวินก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายลำบากได้นิดหน่อย ทว่าสุดท้ายเธอก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต้องสอนให้เรียนรู้การใช้ลูกเล่นและพลิกแพลงการเคลื่อนไหวไม่ให้จับทางได้

        ฟรานนั้นอยู่ๆ ก็ร่ายเวทมนตร์ออกมาโจมตี จุดประสงค์ของเธอคือต้องการรู้แพ้รู้ชนะ น่าเสียดายที่ยังอ่อนหัดจนเกินไป ในครั้งที่สองที่เธอพยายามจะร่ายเวทมนตร์ก็จะโดนเซรอสจับเหวี่ยงลงไปนอนกองอยู่กับพื้น

        ผลสุดท้ายแล้วก็จบลงตรงที่ทั้งสองคนทำอะไรเซรอสไม่ได้เลย

       

        เพื่อให้อยู่ในระดับที่น่าจะสามารถปกป้องตัวเองได้ เซรอสจึงต้องขัดเกลาเทคนิคการต่อสู้ของแต่ละคนให้ดียิ่งขึ้น ฟรานเรียนรู้ได้ไวมากและพยายามจะปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ผิดพลาดในวันต่อไปก็จะมาพร้อมกับวิธีแก้ไขรูปแบบใหม่ๆ ถือว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการต่อสู้มาก จะว่าไปแล้วฟรานมีจุดประสงค์ที่จะแข็งแกร่งขึ้นอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่จะให้ความใส่ใจในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

        กลับกันซาริน่ากลัวยิ่งกว่า เหมือนกับสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่พยายามจะเอาตัวรอดจากผู้ที่อยู่เหนือสุดของห่วงโซ่อาหาร ถ้าไม่ถูกไล่ต้อนอย่างจริงจังความสามารถที่แท้จริงก็จะไม่ปรากฏ ความสามารถที่แม้แต่กระต่ายก็ยังเอาชนะสัตว์นักฆ่าได้เมื่อจนตรอก แรงถีบของซาริรุนแรงมากจนถึงกับส่งเซรอสกระเด็นออกไปไกลหลายเมตร ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายแข็งแกร่งเป็นไปได้เลยว่าซี่โครงอาจจะหักไปแล้วก็ได้

        น่าจะเป็นเพราะการฝึกร่างกายหลักสูตรอุ้มหิน ยิ่งตอนนี้ทั้งคู่สวมใส่ปลอกแขนและปลอกขาที่เสริมน้ำหนักให้และใช้ชีวิตประจำวันไปต่อไป โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเวลานี้ความเก่งกาจของทั้งสองคนนั้นเพิ่มสูงขึ้นมาก หากถึงเวลาที่ต้องปลดตัวถ่วงน้ำหนักพวกนั้นออก เป็นไปได้ว่าอาจจะเผลอฆ่าคนตายโดยไม่ทันรู้ตัว

        แต่ก่อนอื่นก็คงต้องบอกให้ทั้งสองคนรับรู้ถึงการพัฒนาของตัวเอง

        ภายหลังที่ได้รับการเปิดเผยความจริงนั้นก็ยากที่จะเชื่อว่าลำพังการใส่ของหนักๆ จะช่วยให้เก่งได้

        พอลองถอดดูและเคลื่อนไหวร่างกาย พบว่ามันเบามาก โดยเฉพาะซารินั้นเซรอสบอกให้ลองวิ่งไปกระโดดถีบก้อนหินด้วยท่าแบบเมื่อสักครู่ (ตอนถีบตะโกนว่า 'อย่ามายุ่งกับแครอทของซารินะเจ้าคะ') ผลก็คือก้อนหินนั่นเกิดเป็นรอยร้าวโดยที่ซาริไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ซึ่งก็ได้อธิบายต่อว่าวิธีนี้จะได้ผลกับพวกมนุษย์สัตว์มากกว่าเพราะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ใช้ประโยชน์จากพลังของกล้ามเนื้อได้มากที่สุด แต่กับพวกที่มีกายภาพเหมือนมนุษย์จะไม่ได้ผลมากนักนอกจากความคล่องแคล่วที่เพิ่มขึ้น และมีพลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

        ให้ฟรานลองทดสอบเหวี่ยงมีดดูพบว่ามันรวดเร็วขึ้นและหยุดได้ดั่งใจ ก่อนหน้านี้ที่มันควบคุมได้ยากก็มาจากน้ำหนักกับแรงเหวี่ยง เธอจึงจำเป็นต้องปรับการเคลื่อนไหวให้เข้ากัน พอมาตอนนี้เมื่อได้ทดสอบในครั้งนี้มันเหมือนกับว่าเทคนิคการใช้มีดของเธอพัฒนาขึ้นไปหลายสิบขั้น

        ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้เซรอสมีความพึงพอใจและกล้าที่จะฝากฝังให้ช่วยดูแลบ้านช่วงที่ตัวเขาไม่อยู่แล้ว

        แต่ว่าเพื่อความไม่ประมาทตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้เขาได้สร้างปีศาจเงาคอยตรวจตราบริเวณทางเข้าออกเอาไว้ป้องกันไม่ให้มีผู้ประสงค์ร้ายเข้ามา ถึงพวกมันจะวิเคราะห์ไปถึงเจตนาไม่ได้แต่ก็สามารถทำหน้าที่ป้องกันได้เป็นอย่างดี

        เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับออกเดินทาง เซรอสได้เตรียมเสบียงหลายอย่างเอาไว้ให้กับตัวเอง ทั้งพวกเครื่องปรุงรสอย่างพวกซอสหรือมายองเนส เกลือ เนยแข็งก้อนใหญ่สำหรับสองเดือน และอาหารแปรรูปที่เก็บไว้กินได้นานๆ น้ำดื่ม เสื้อผ้าสำรอง และยังต้องเตรียมกระเป่าไปสำรองอีกสองใบด้วยเผื่อในกรณีที่ต้องซื้อของอะไรกลับมา

        "ท่านเซรอสจะไม่เอาม้าไปด้วยหรือเจ้าคะ?"

        ซาริกระตือรือร้นที่จะช่วยเตรียมของเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตอนที่เซรอสขอให้ช่วยเตรียมเสบียงใส่กระเป๋าเอาไว้ พอกลับมาดูก็พบว่าข้างในมีแต่แครอททั้งนั้น ยังดีที่ใส่พวกเครื่องปรุงรสมาให้ด้วย พอถามว่าทำไมถึงเป็นแครอทเธอก็ตอบด้วยรอยยิ้มว่า 'แครอทอร่อยนะเจ้าคะ' แบบนั้นแหละ

        สุดท้ายก็เอาแครอทเทกองทิ้งไว้ในครัวให้ฟรานเอาไปจัดการแจกกับพวกม้าให้หมด

        เป็นวิธีจัดการกับซาริที่ได้ผลดีมาก ซึ่งเซรอสก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลยว่าม้าเองก็ชอบกินแครอทด้วยเช่นกัน

        และเมื่อได้รู้ว่าตอนนี้ในฟาร์มมีศัตรูคู่อาฆาตของซาริอยู่ถึงสี่ตัว ก็ถึงเวลาจะได้แก้เผ็ดนิสัยชอบแอบย่องไปขโมยแครอทซะที ตอนที่เห็นพวกม้ากัดกินแครอทอย่างเอร็ดอร่อยทำเอาซาริถึงกับช็อกไปเลย แถมพอรู้ว่าเหลือหัวสุดท้ายก็เข้าไปร่วมยื้อแย่งกับพวกม้าซะงั้น

        เพราะว่าต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดเซรอสจึงต้องการจะนอนพักผ่อนให้เต็มที่เลยเข้านอนแต่หัวค่ำ

        ห้องนอนของเซรอสไม่ได้มีการตกแต่งอะไรเป็นพิเศษ ถึงมันจะใหญ่ใกล้เคียงกับห้องเดิมแต่ก็ใช้ประโยชน์ได้ทุกตารางนิ้ว โต๊ะหนังสือที่มีเอกสารเขียนด้วยภาษาอังกฤษ เป็นบทความเกี่ยวกับแนวทางการฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้นที่พยายามค้นคว้ากับหนังสือคู่มือการฝึกที่หยิบมาอ้างอิง มีการปลูกต้นไม้เล็กๆ ที่มีกลิ่นหอมไว้ในห้องเพื่อบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีการแบ่งโซนเอาไว้ด้วยกำแพงไม้

        มาถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนด้วยความรู้สึกที่เหนื่อยหน่าย ยกแขนขึ้นก่ายหน้าผากและคิดถึงเป้าหมายที่จะเดินทาง

        แต่การจะต้องทิ้งสองคนนี้เอาไว้ตลอดทั้งเดือนมันก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี ถึงแม้ว่าที่นี่จะเพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรต่างๆ มากมาย และทั้งสองคนคุ้นชินจนสามารถหลับตาเดินไปไหนมาไหนได้ ทว่าหากต้องเผชิญหน้ากับพวกที่มีฝีปากที่เหลี่ยมจัดก็อาจจะหลงกลได้ง่าย

        เขาเชื่อว่าจะไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเด็ดขาด

        ยังไงฟรานก็เป็นคนที่พึ่งพาได้ในเรื่องของการตัดสินใจ

        ส่วนซาริ...ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกัน

        แถมเขาก็วางระบบป้องกันเอาไว้แล้ว ไม่น่าจะมีใครผ่านปีศาจเงาได้นอกจากพวกที่มีฝีมือในระดับหนึ่ง

        หากมันเกิดปัญหาขึ้นมาจริง เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะจบปัญหาด้วยการฆ่าซะก็พอ

        นี่อาจจะเป็นเพียงแค่การคิดมากของตัวเขาเอง แต่มันก็คือสิ่งที่จะทำให้เขารู้สึกโกรธมาก การได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขคือสิ่งที่เขาเฝ้าหามานาน หากใครก็ตามคิดจะทำลายมันเขาก็จะไม่ปล่อยเอาไว้โดยเด็ดขาด

        ขณะที่อารมณ์ไม่พอใจกำลังขุ่นมัว ก็ได้ยินเสียงใครบางคนดังจากด้านนอก เซรอสมีประสาทหูที่ดีอาจจะไม่เทียบเท่ากับซาริที่ระบุทิศทางได้แม่นยำแต่ก็เป็นไปได้ยากที่จะเล็ดลอดจากสัมผัสของเขา ใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าประตูและมั่นใจว่าไม่ใช่ซาริ เพราะหากเป็นซาริจะไม่มีทางเดินมาเงียบๆ เป็นอันขาด

        ลุกเดินไปเปิดประตูจังหวะที่อีกฝ่ายเตรียมจะเคาะเรียก

        "ว่าไงฟราน"

        เอลฟ์มีท่าทางลังเลเล็กน้อยแล้วถามว่า "ต้องไปจริงเหรอ"

        "ฉันว่าเราตกลงเรื่องนี้กันไปแล้วนะ"

        "ก็จริง" ฟรานตอบ อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป แล้วจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่ "ไม่ไปไม่ได้เหรอ"

        "งั้นขอถามกลับนะว่าทำไม?"

        "ก็แค่...ไม่มีอะไร"

        "กลัวว่าฉันจะไม่กลับมาหรือยังไง" เซรอสถามกลับด้วยรอยยิ้มที่แสนขบขัน

        ไม่คิดว่าฟรานจะมีมุมน่ารักแบบนี้อยู่ด้วย ถึงใบหน้าจะคล้ายกับน้องสาวของเขาอยู่ก็ตาม แต่สุดท้ายเซรอสก็ไม่อาจมองเธอเป็นเพียงตัวแทนได้ เพราะนิสัยดั้งเดิมไม่เหมือนกัน

        ฟรานเป็นเด็กผู้หญิงที่นิสัยเงียบขรึมและปิดบังความรู้สึกของตัวเองเอาไว้เป็นอย่างดี

        ในขณะที่น้องสาวของเขานั้นเป็นเด็กที่ใสซื่อและมีความฝันที่สวยงาม

        "อืม"

        คำตอบรับที่เรียบง่าย เซรอสขยี้หัวฟรานเบาๆ ด้วยความเอ็นดู จะว่าไปฟรานก็สูญเสียครอบครัวไปแล้วและคงไม่อยากจะสูญเสียครอบครัวใหม่ของตัวเองไปแน่ เธอรู้จักโลกภายนอกดีกว่าใครจึงไม่แปลกที่จะเป็นห่วง

        "ยังไงฉันก็จะกลับมา เพราะที่นี่คือบ้านของฉัน...ไม่สิ ของพวกเรา"

        "สัญญานะ"

        "ครับ ด้วยเกียรติของลูกเสือ" เขายกมือขึ้นทำท่าปฏิญาณตนตามฉบับของลูกเสือ

        "แต่เซรอสเป็นมนุษย์?" ฟรานเถียงกลับด้วยคำถามที่ฟังดูสับสน

        "แถมเป็นมนุษย์ดัดแปลงด้วยนะ" ตอบทีเล่นทีจริงจนฟรานเบือนหน้านี้แล้วเดินกลับห้องตัวเองไป

        เซรอสปิดประตูแล้วกลับไปหวังจะนอนสักหน่อย ทีนี้ก็ได้ยินเสียงร้องเรียกของซาริดังมาแต่ไกล

        ซาริมาพร้อมกับโหลใส่แครอทคลุกเกลือแช่เย็นที่ไปนั่งทำมา หายากที่เธอจะยอมยกแครอทที่ทำเองให้กับคนอื่นแบบนี้ ซาริมอบให้เอาไว้ไปกินระหว่างเดินทาง ก็รับเอาไว้ด้วยความเต็มใจยังไงมันก็ช่วยให้ท้องอิ่มได้และเซรอสไม่ใช่คนที่รังเกียจเพียงเพราะมันเป็นแครอทสด

        บางทีซาริอาจจะเป็นมนุษย์สัตว์ที่ชอบความอบอุ่นก็ได้ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นเจ้าตัวโผเข้ากอดเขา แต่จะเห็นว่ากอดฟรานทุกครั้งที่มีโอกาส และก็ด้วยความที่ฟรานไม่ปฏิเสธเลยโดนกอดแบบนั้นประจำ

        ซาริมีร่างกายที่ไม่ต่างจากกระต่ายที่พัฒนาจนเหมือนมนุษย์ จึงมีขนปุกปุยอยู่ทั่วทั้งตัว ทำให้เวลาโดนกอดแล้วรู้สึกนุ่มฟูมากโดยเฉพาะหลังจากที่เซรอสพัฒนาสบู่เหลวกับแชมพูสระผมขึ้นทำให้ตัวของซาริหอมนุ่มมาก นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ฟรานไม่ปฏิเสธเวลาโดนกอด เหมือนกับมีปุยนุ่นมาโอบล้อมร่างกายเอาไว้เลย

        "อะไรของหล่อนเนี่ย"

        "ซาริไม่อยากให้ท่านเซรอสไปเลยเจ้าค่ะ ซาริเหงานะเจ้าคะ"

        "ยังไงก็กลับมาอยู่แล้วล่ะน่า ฉันเคยโกหกเธอด้วยเหรอ"

        'อ๊ะ! หลายครั้งเลยนี่หว่า' เซรอสคิดในใจ แต่ถ้าซาริไม่รู้ก็คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง

        "จะกลับมาแน่นะเจ้าคะ?"

        "แน่นอน กลับไปนอนซะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าใช่ไหม บอกไว้ก่อนนะว่าฉันเดินทางแต่เช้า"

        "เจ้าค่ะ ซาริจะรีบกลับไปนอนเจ้าค่ะ" ตอบรับคำอย่างแข็งขันแล้ววิ่งกลับไปที่ห้องนอนด่วนจี๋

        ได้เห็นแบบนั้นแล้วไม่แปลกใจเลยที่จะรู้สึกว่าอยากปกป้องสถานที่แห่งนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด

        กว่าจะได้นอนก็ดึกมากแล้วแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับการออกเดินทางในวันพรุ่งนี้

        ในตอนเช้าก็มานั่งทานอาหารเช้าที่ซาริกับฟรานช่วยกันลงมือทำจนอิ่ม มันเป็นอาหารที่ต้องบอกว่า 'ธรรมดา' อย่างขนมปังปิ้ง ไข่ดาวโรยเกลือ แล้วเซรอสยังหยิบเอาผลไม้แช่อิ่มไว้กินขณะเดินทาง จากนั้นทั้งสองคนก็เดินมาส่งจนถึงทางออกจากหมู่บ้าน สีหน้าดูเหงาหงอยสุดๆ เพราะเซรอสจะไม่ได้อยู่ที่นี่เกือบสองเดือน เจอกันอีกทีก็คงจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว

        แน่นอนว่าเซรอสต้องกำชับหน้าที่ให้ทั้งสองคนห้ามละเลยการฝึกฝนอย่างเด็ดขาด และพวกเธอก็ตอบรับอย่างหนักแน่น จากนั้นจึงได้ออกเดินทาง





ขอไปกินข้าวก่อน เดี๋ยวมาพิมพ์ต่ออีกบท แต่คงจะได้อัพก็ดึกๆ นั่นแหละ พยายามให้ได้วันละสองบท แต่ความจริงก็พิมพ์เรื่อยๆ อยากจะลองดูว่า หนึ่งเดือนนี้สามารถพิมพ์ได้จนจบภาคสร้างเมืองหรือเปล่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 828 ครั้ง

43 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 02:24
    อยู่ด้วยกันมานาน ก็คงรู้เหงาเป็นธรรมดา
    #10952
    0
  2. #9386 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 20:06
    ขอบคุณครับ
    #9386
    0
  3. #7742 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 09:59
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7742
    0
  4. #7007 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:38
    ทิ้งได้ลงคอเลยหรออออ
    #7007
    0
  5. #6841 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 15:47
    สนุกมากครับ ติดตนอ่านเรื่อยๆเลย ขอให้ตอนพิเศษ อธิบายรูปร่าง ซาริ ฟรานได้ไหมครับได้จินตนาการได้ถูก ไม่บิดเพรี่ยว

    จากนักอ่านหน้าใหม่ (ใช้ชื่อนี่ตลอดจนจบ แล้วทุกเรื่องที่อ่านครับ)
    #6841
    0
  6. #3841 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 16:30
    คือ อยากเห็นรูปซารินะ ในตอนแรกๆเลย คิดว่าซาริจะเป็นเด็กหญิง มีหูกับหางกระต่าย แต่มาตอนนี้....เหมือนจะเป็นกระต่ายตัวใหญ่แทนว่านะ...
    #3841
    0
  7. #3739 peace_at (@peace_at) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 20:55
    เอาจริงๆก็อ่านสนุกนะ แต่ชักจะรำคาญสองตัวนี่แล้วละ เอาให้มันเป็นงานเป็นการกว่านี้ได้แล้วมั้ง
    #3739
    0
  8. #2796 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 22:43
    ซารินี้แรงจูงใจสุดยอดแหะ ขอบคุณครับ
    #2796
    0
  9. #1777 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 03:18
    จะไม่ได้เจอแครอทหายจากสวนตั้ง2เดือนเลยหรอ 55555
    #1777
    0
  10. #1684 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 19:46
    เพลินดี 555
    #1684
    0
  11. #813 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 02:13
    เอาจริงๆคือแอบจินตนาการภาพซาริไว้แบบประมาณว่าเด็กหญิงอายุประมาณ13-14ปีมีหูกระต่ายยาวๆกับหางกระต่ายปุยๆสีขาวแล้วก็มีเส้นผมยาวเลยบ่าไปนิดหน่อยสีขาวมีดวงตาสีแดงใสผิวขาวอมชมพูแล้วก็ใส่ชุดยูกาตะสีชมพูอมแดงนิดๆตรงคอเสื้อเป็นขนนุ่มๆสีขาวตัดกับสีเสื้อไรงี้แต่พอมาอ่านตอนนี้แล้วทำไมถึงคิดถึงกระต่ายที่ตัวใหญ่เท่าตัวเด็กอายุ13-14ใส่ชุดเมดอ่ะ ให้ตายสิหน่า...พอคิดแล้วก็รู้สึกแปลกๆกับตัวเองเหมือนกันว่าคิดไปได้ยังไง
    #813
    1
  12. #575 lRandoml (@lRandoml) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 17:39
    แล้วทำไมไม่เอาปีสาจเงาเผ้าอะ
    #575
    1
    • #575-1 AlZhaiMerS (@AlZhaiMerS) (จากตอนที่ 21)
      26 มีนาคม 2560 / 14:48
      ก้เฝ้าอยู่ไง ทางเข้าออกหมู่บ้านน่ะ
      #575-1
  13. #552 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:55
    อ่านเพลินนน ขอบคุณนะคะ
    #552
    0
  14. #503 Mayafokkusu (@Mayafokkusu) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:30
    น่าจะมอบความทรงจำก่อนจากนะ ปล.สายหื่น๐ๆๆๆๆ
    #503
    1
  15. #380 EchizenRyoma (@siriwanphanpa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 19:12
    สนุกดีเรื่อยๆและน่าอ่านเรื่อยๆ
    #380
    0
  16. #351 than1024 (@than1024) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 09:07
    แน่ใจนะว่ากลับมาพิมพ์ต่อ แต่ไรท์ไม่เคยหลอกใคร
    #351
    0
  17. #326 Solarbeam (@tambodin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 02:24
    ขอบคุณจากใจนะขอรับท่าน
    #326
    0
  18. #323 Healergirl (@a0862094200) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 01:30
    สนุกมากเสียอย่างเดียวไม่ชอบโชว์พาว บู่วๆๆๆ
    #323
    0
  19. #322 oDeeo (@lnudeel) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 01:18
    ขอบคุณครับ
    #322
    0
  20. #320 ghost_fay (@faykug) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 01:13
    ได้กลิ่นการผจญภัย
    #320
    0
  21. #317 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 00:20
    ขอบคุณค่าาา อิอิ
    #317
    0
  22. #315 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 00:01
    ขอบคุณครับ
    #315
    0
  23. #314 Eiko_ (@taechaam) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 22:56
    ขอบคุณค่ะ
    #314
    0
  24. #313 มารี (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 22:55
    สนุกมากก ซาริจริงๆนางก้น่ารักนะเนี่ย ขนฟูๆ
    #313
    0
  25. #312 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 22:51
    เย้ๆๆๆมีอีกบทด้วย สนุกครับชิลๆดี
    #312
    0