ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 207 : SS3 Episode Fifty-Two : ถูกโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,388
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,322 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

SS3 Episode Fifty-Two

 

         เกวียนรถม้าหยุดลงหลังมีเสียงขู่คำรามของเฟนริลที่ร้องเตือนถึงอันตรายที่กำลังคุกคามเข้ามา ด้วยสายสัมพันธ์หลังผ่านการทำสัญญาวิญญาณทำให้ฟรานรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของเฟนริลแม้ว่ามันจะพูดคุยสื่อสารไม่ได้ เวลานี้สภาพแวดล้อมรอบตัวนั้นเงียบมากผิดปกติไม่มีแม้กระทั่งเสียงนกหรือแมลงอย่างที่ควรจะมี ฟรานส่งพลังเวทมนตร์ออกไปสำรวจตรวจสอบแม้จะมีระยะไม่กว้างเทียบเท่ากับนักตรวจสอบที่ฝึกฝนมาจนเชี่ยวชาญเป็นพิเศษแต่ก็ยังมากพอป้องกันตัวเองจากการถูกลอบจู่โจมได้

         ลูกธนูดอกหนึ่งเล็งยิงผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาโดยมีเป้าหมายเป็นคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างอย่างวาคาบะ แต่ในตอนนั้นมันได้ถูกเซรอสคว้าจับเอาไว้ก่อนจะถึงตัวและใช้นิ้วดันหักมันทิ้งอย่างง่ายดาย เมื่อการโจมตีเริ่มขึ้นความวุ่นวายก็ตามมาโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ทันตั้งตัว ก็อบลินนับสิบตัวกรูกันออกมาจากด้านหลังของพุ่มไม้ พวกมันเหวี่ยงเถาวัลย์ผูกหินไปพันขาของม้าเพื่อป้องกันการหลบหนี แม้ว่ามันจะทำให้ม้าบาดเจ็บล้มตายแต่สำหรับพวกมันแล้วเนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็นตัวอะไรก็คือเนื้อที่กินได้ทั้งนั้น

         ปัง!

         “ในห้องน้ำไม่มีใครอยู่เจ้าค่ะ” ซาริเร็วมากวิ่งไปหาที่หลบก่อนใครเพื่อน จะตำหนิก็ไม่ได้เพราะสัญชาตญาณของกระต่ายขาวนั้นส่วนใหญ่ก็ขี้ขลาดกันทั้งนั้น มีน้อยมากที่จะก้าวข้ามความกลัวในจุดนั้นและกลายเป็นกระต่ายขาวนักสู้ได้

         คาเรน เรเบียสไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกมากนักหลังทราบว่ากำลังถูกโจมตี เธอเพียงเลื่อนหน้าต่างปิดและนั่งสงบอยู่กับที่ไม่ก่อความวุ่นวายเพราะเชื่อว่าเด็กหญิงเอลฟ์คนนั้นสามารถจัดการได้ หรือต่อให้รับมือไม่ไหวก็ยังมีชายหนุ่มที่ยังคงเดินไปปิดช่องหน้าต่างด้วยท่าทีสบายๆ ประหนึ่งว่ามันไม่ใช่การโจมตีที่ต้องสนใจคอยปกป้องอยู่เบื้องหลัง

         “คนเดียวไหวหรือเปล่า?”

         “จะลองดู” ฟรานพูดจบก็ล้วงมีดสั้นขึ้นมาถืออย่างคล่องแคล่วและกระโดดลงไปสู้กับผู้บุกรุกเหล่านั้น

         ก็อบลินพวกนี้ใช้อาวุธที่หาได้ตามธรรมชาติอย่างไม้ตะบอง ขวานหิน ธนู และอีกสารพัดเครื่องมือที่เลียนแบบและจดจำมาจากบรรพบุรุษที่มีชีวิตรอดจากการกวาดล้างของพวกนักผจญภัย ประสาทสัมผัสของฟรานดีขึ้นจากการใช้เวทมนตร์เสริมศักยภาพและการฝึกฝนที่ผ่านมาส่งผลให้เธอมีชั้นเชิงการใช้มีดสั้นที่เฉียบคมมากขึ้นเกินกว่าที่เอลฟ์เด็กอายุสิบสามปีจะมีได้ ก็อบลินที่มีทักษะการต่อสู้เน้นไปที่พละกำลังและการโจมตีที่ปราศจากชั้นเชิงไม่มีทางเป็นคู่มือให้กับฟรานในตอนนี้ได้เป็นอันขาด

         เฟนริลปีนออกจากทางประตูด้านหลังที่เปิดให้และเข้าไปช่วยฟรานในการต่อสู้ ความดุร้ายของมันทำให้ก็อบลินเกรงกลัวและพยายามที่จะวิ่งหนี บางตัวก็สบโอกาสยิงธนูจากบนต้นไม้เข้าที่กลางลำตัวแต่ก็มันก็สามารถหลบได้อย่างง่ายดาย

         “ไม่ไปช่วยจะดีเหรอคุณลุง นั่นก็อบลินเลยนะ” วาคาบะที่เพิ่งจะผ่านประสบการณ์เฉียดตายถึงกับแสดงท่าทีตื่นตระหนก

         เป็นธรรมดาเพราะสำหรับเด็กสาวที่อาศัยอยู่ในโลกที่สงบสุขมานานไม่มีทางรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น สัตว์ประหลาดพวกนี้เหี้ยมโหดกว่าที่ไลท์โนเวลบรรยายเพราะพวกมันป่าเถื่อนและไร้ความปราณีต่อศัตรูตรงหน้า

         “ฟรานในตอนนี้รับมือกับก็อบลินพวกนั้นได้สบายมาก ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก”

         ขณะที่ฟรานกำลังรับมือกับก็อบลินทางฝั่งซ้ายก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีอีกหนึ่งกลุ่มลอบเข้ามาจากทางฝั่งขวา และเข้าประชิดเพื่อหวังจะจัดการกับม้าเพื่อป้องกันไม่ให้เป้าหมายหลบหนีได้ ถึงจะน่าแปลกใจที่ม้าพวกนั้นดูนิ่งสงบมากแต่นั่นเป็นเพราะพวกมันเป็นม้าที่ถูกเลี้ยงดูในคอกม้าที่สร้างโดยพลังในการสร้างของเซรอส ระดับความสัมพันธ์ของพวกมันจึงมีมากพอที่จะไม่หนีเตลิดเหมือนม้าทั่วไป เซรอสอ่านแผนการของพวกมันออกจึงเดินออกมาจัดการด้วยตัวเอง

         ก็อบลินตัวหนึ่งปีนขึ้นมาที่ริมหน้าต่างติดกับที่นั่งของคาเรน มันเหวี่ยงขวานจามลงไปบนกระจกทำให้คนที่นั่งอยู่ตอนนั้นตกใจจนสะดุ้งโหยงและถอยครูดไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ปลอดภัยกว่า เพียงแต่ว่ากระจกบานนั้นไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแม้ว่ามันจะพยายามจามขวานหินอยู่หลายครั้ง

         “กระจกนั่นแข็งแรงทนทานมาก ตราบใดที่อยู่ในเกวียนคันนั้นพวกเธอจะปลอดภัย”

         เซรอสไม่ต้องการแสดงความสามารถมากนักจึงร่ายเวทมนตร์และยิงกระสุนลมออกไปด้วยหลักการเฉพาะ ความเร็วที่พุ่งออกไปทะลวงผ่านศีรษะของก็อบลินพวกนั้นจนระเบิดออก ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดกับเศษชิ้นเนื้อที่เปื้อนเปรอะอยู่บนตัวถัง

         “ให้ตายสิ ดันลืมเคลือบผิวตัวถังซะได้”

         การที่มีก็อบลินบุกเข้ามาโจมตีเป็นจำนวนมากแสดงว่ารังของมันจะต้องอยู่ไม่ไกลจากทางเดินนี้มากนัก บนตัวของก็อบลินบางตัวมีคราบเลือดที่แห้งแล้วทาอยู่เป็นไปได้ว่าพวกมันเพิ่งจะมีการล่าไปไม่นานก่อนจะพบเจอกับพวกเขา นอกจากนี้เซรอสยังเห็นร่องรอยของแผลไฟลวกที่หน้าขาของก็อบลินตัวหนึ่ง นั่นยืนยันได้ว่าหากพวกมันน่าจะเป็นกลุ่มที่สามารถใช้ไฟในการดำรงชีพได้

         ความคิดที่ว่าพวกมันอาจจะมีก็อบลินชาร์แมนอยู่เป็นอันตกไปเนื่องจากบาดแผลที่ปรากฏไม่ได้รุนแรงมากนัก

         อีกทั้งหากมีก็อบลินชาร์แมนอยู่ในละแวกนี้จะต้องมีสัญลักษณ์ที่เรียกว่า โทเทม ที่สร้างจากกระดูกสัตว์อยู่ด้วย

         การที่ก็อบลินสามารถเข้าถึงการจุดไฟได้แสดงให้เห็นว่าพวกมันเริ่มมีอารยะเป็นเหมือนชนเผ่าขนาดเล็กที่ดุร้ายมากกว่าเดิม และหากปล่อยปละละเลยให้พวกมันเติบโตต่อไปเกรงว่าภายในหนึ่งปีพวกมันจะมีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นและเริ่มออกรุกรานหมู่บ้านอื่นที่อยู่ใกล้ที่สุด น่าเสียดายที่เหมือนฟรานจะไม่ได้ตระหนักถึงส่วนนี้ดังนั้นเซรอสจึงไม่คิดที่จะให้คำแนะนำเนื่องจากมันไม่ใช่หน้าที่

         มีลูกธนูพุ่งออกมาจากป่าข้างทางโดยเป้าหมายคือศีรษะของชายหนุ่มอย่างแม่นยำ น่าเสียดายที่มันเลือกเป้าหมายผิดเพราะไม่เพียงแต่เขาจะหลบได้เท่านั้นยังสามารถขว้างมีดโจมตีสวนกลับไปได้อีกด้วย

         ฟรานอาศัยความคล่องแคล่ววิ่งเข้าประชิดตัวและเชือดศัตรูพวกนั้นประหนึ่งมือสังหารที่มากประสบการณ์ เด็กหญิงเอลฟ์มีการปัดป้องตัวเองด้วยทักษะต่อสู้ระยะประชิดและสังหารเข้าที่จุดสำคัญทำให้ปิดฉากการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะถูกฝึกฝนโดยนักฆ่ามือพระกาฬจึงไม่แปลกที่จะซึมซับวิธีการต่อสู้มาเกือบทั้งหมด

         ก็อบลินตัวสุดท้ายถูกจัดการโดยเฟนริลที่ขย้ำคอจนหมดลมหายใจ แต่เพื่อป้องกันอันตรายจึงยังต้องออกไปตรวจสอบรอบเกวียนเพื่อยืนยันให้แน่ใจอีกครั้ง เซรอสเก็บมีดของตนเองกลับคืนมาเพราะมันเป็นมีดที่ทำจากเหล็กกล้าผสมซึ่งเทคนิคการทำโลหะเหล็กกล้ามีเพียงดวอร์ฟเท่านั้นที่ถือครองอยู่ หากมันถูกค้นพบและนำไปมอบให้กับดวอร์ฟที่ศึกษาเกี่ยวกับโลหะมาทั้งชีวิตคงจะมองออกได้ไม่ยากว่ามันเป็นเหล็กกล้าที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะเคยเห็นมา

         “ก็อบลินฝูงใหญ่ ใกล้นี้ต้องมีรัง” ฟรานเดินมาบอกกับเซรอสและต้องการคำแนะนำเพื่อตัดสินใจ

         “การเดินทางครั้งนี้เธอเป็นผู้กำหนดเส้นทางและวิธีการด้วยตัวเอง คนที่อยู่บนเกวียนทั้งหมดคือความรับผิดชอบของเธอที่จะต้องพาพวกเขาไปให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ครั้งนี้ที่ทุกคนปลอดภัยเพราะมีฉันคอยดูแลอยู่เบื้องหลัง” กล่าวจบก็มองไปยังซากศพของก็อบลินที่เซรอสเป็นคนลงมือจัดการ “หากนี่เป็นสถานการณ์จริง ถึงเธอจะจัดการกับก็อบลินทั้งหมดลงได้แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความปลอดภัยของคนที่ร่วมเดินทางแบบนั้นมันดีแล้วแน่เหรอ?”

         ทิ้งคำถามให้ฟรานกลับไปขบคิดเสร็จก็หันไปใช้เวทมนตร์น้ำเพื่อชำระล้างคราบเลือดบนตัวถังออก

         เซรอสต้องการสอนให้ฟรานตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะของนักผจญภัย หากเธอกลายเป็นนักผจญภัยที่แท้จริงได้เมื่อไหร่ก็ต้องพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ที่ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าจะสู้หรือจะหนีเข้าสักวัน ฟรานอาจจะยังเด็กและทำผิดพลาดได้เป็นเรื่องธรรมดาแต่น่าเสียดายที่โลกใบนี้ยุติธรรมกับทุกคนเสมอดังนั้นเซรอสจึงต้องเข้มงวดกับฟรานเป็นพิเศษ

         คิดสะระตะอยู่นานในที่สุดฟรานก็ตัดสินใจได้ว่าไม่ควรพาทุกคนไปเสี่ยงชีวิตจึงบอกให้ออกเดินทางกันทันทีเผื่อว่าอาจจะมีก็อบลินที่หนีเล็ดรอดไปได้เรียกกำลังเสริมมาทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น เซรอสเห็นด้วยกับการตัดสินใจของฟรานก็วางมือตบศีรษะของเด็กหญิงเอลฟ์ที่ดูจะชอบให้ทำแบบนี้เป็นที่สุด พอออกเดินทางมาได้ประมาณห้าร้อยเมตรประตูห้องน้ำที่ปิดล็อกก็เปิดออกพร้อมกับซาริที่คลานออกมาและทำเนียนประหนึ่งว่าตนเองไม่ได้หายไปไหน

         นอกจากการเผชิญหน้ากับก็อบลินแล้วตลอดการเดินทางก็แทบจะไม่มีอุปสรรคอะไรอีกเลยหากไม่นับรวมถนนที่มีต้นไม้ล้มระเนระนาดจากพลังอำนาจของพายุที่พัดกระหน่ำจนมีต้นไม้โค่นล้มลงมาขวางเส้นทาง เนื่องจากมันไม่ใช่เส้นทางที่พ่อค้าหรือนักเดินทางใช้สัญจรจึงไม่แปลกที่จะไม่มีผู้ใดทราบถึงปัญหานี้ทำให้ต้องเสียเวลาไปหลายชั่วโมงเพื่อจัดการเคลียร์เส้นทางให้เรียบร้อย มันง่ายมากหากเซรอสลงมือด้วยตัวเองแต่ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษและต้องการเห็นฟรานแก้ปัญหาเลยไม่ได้ลงมืออย่างจริงจัง

         “ท่านเซรอสขอกินขนมได้ไหมเจ้าคะ?” ซาริวิ่งมาร้องขอรางวัลจากการทำงานหนัก ถึงแม้ว่าสิ่งที่ซาริทำจะมีแค่ช่วยขนกองกิ่งไม้ออกจากถนนที่ไม่ใช่งานหนักมากนักแต่เห็นแก่ความพยายามจึงอนุญาตให้ไปกินได้

         หลังจากออกเดินทางกันต่อพวกเขาก็หลุดมาบนถนนสัญจรหลักได้สำเร็จ อ้างอิงจากแผนที่แล้วพบว่ามันเป็นการเดินทางที่เร็วกว่าปกติถึงสองเท่า เนื่องจากเส้นทางที่พวกเขาใช้นั้นเป็นเส้นทางตัดตรงจากดินแดนต้องสาปที่แม้จะอันตรายกว่าแต่ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเลี่ยงอ้อมเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ไม่น่าแปลกใจที่มันไม่ได้เป็นเส้นทางสัญจรยอดนิยมยกเว้นจะเป็นพวกที่ต้องการเดินทางไปให้ถึงที่หมายเร็วขึ้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

         ก่อนหน้านี้พวกเขาเลือกใช้เส้นทางไม่ปลอดภัยจึงต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมบันเทิงทำให้บรรยากาศบนเกวียนดูน่าเบื่อ มาตอนนี้ทุกคนสามารถเล่นสนุกกันได้แล้วโดยใช้เกมการ์ดที่เสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ คาเรนเคยเห็นผ่านตามาบ้างแต่ก็ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการละเล่นสักเท่าไหร่ แต่พอได้มีโอกาสเห็นการประลองเกมการ์ดแบบติดขอบสนามก็เกิดความสนใจไม่น้อยเพราะมันไม่ใช่แค่การวางการ์ดที่ปะทะกันด้วยค่าพลังแต่ยังมีการเพิ่มหรือลดตัวเลขด้วยการ์ดชนิดอื่นทำให้มันเป็นเกมที่น่าสนใจมาก

         “เป็นการละเล่นที่น่าสนใจมากเลยนะคะ กฎกติกาการเล่นเข้าใจได้ง่ายไม่ซับซ้อนเหมือนกระดานเกมโกะ”

         “เกมโกะ?” วาคาบะเหมือนหูเฝื่อนที่รู้สึกว่าได้ยินคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นจากปากของคาเรน

         “ทั้งฉันและเธอไม่ใช่คนกลุ่มเดียวที่ถูกส่งมาต่างโลก เอาไว้ฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลังก็แล้วกัน”

         ทั้งที่การ์ดแต่ละเดกซ์มีความแต่งต่างกันด้านค่าพลังโดยสิ้นเชิงแต่กลับมีวิธีการมากมายจากการ์ดเวทมนตร์ การ์ดยูนิต การ์ดพื้นที่ที่ช่วยพลิกสถานการณ์จากเสียเปรียบเป็นได้เปรียบ นอกจากนี้ยังต้องวิเคราะห์รูปแบบการเล่นของฝ่ายตรงข้ามเพื่อหาทางรับมือให้เหมาะสม โดยเฉพาะเดกซ์ที่คาเรนกำลังพิจารณาอยู่เป็นเดกซ์ประเภทสัตว์ป่าของซาริที่มีการ์ดสนับสนุนดีๆ อยู่มากมาย แต่การที่เจ้าตัวไม่มีความสามารถในการวางแผนและวางการ์ดไปมั่วๆ เพื่อไม่ให้เสียเทิร์นของตัวเองก็ไม่แปลกที่จะเอาชนะวาคาบะไม่ได้

         เห็นว่ามันเป็นเกมการ์ดที่น่าสนใจไม่เลวด้วยเหตุนี้เองทำให้คาเรนต้องมานั่งอยู่อีกฟากฝั่งโดยมีเดกซ์การ์ดเผ่ามนุษย์ที่เป็นรูปแบบมาตรฐานในขณะที่วาคาบะเลือกเดกซ์การ์ดเผ่าภูตมาใช้ในการประลอง สำหรับครั้งแรกของมือใหม่เป็นธรรมดาที่คาเรนจะต้องมานั่งศึกษากฎกติกาการเล่นอย่างละเอียดซึ่งใช้เวลาทำความเข้าใจประมาณเทิร์นที่สิบก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่โชคไม่ดีที่พอถึงตอนนั้นวาคาบะก็จัดการกับไลฟ์พ้อยท์ของคาเรนไปจนหมดทำให้ต้องเริ่มเกมใหม่อีกรอบ

         รอบที่สองนี้คาเรนเริ่มรู้แนวทางและเทคนิคของวาคาบะแล้วที่ชอบใช้การ์ดกับดักและการ์ดเวทมนตร์เสริมการ์ดยูนิตให้ตัวเอง ทำให้คาเรนต้องแก้ทางโดยเปลี่ยนพื้นที่ในสนามเพื่อผนึกการ์ดกับดักไว้ชั่วคราว เทคนิคการเล่นของคาเรนมีการอ่านทางล่วงหน้าโดยอาศัยรูปแบบการละเล่นก่อนหน้านี้เป็นแนวทาง ประกอบกับโชคในการจั่วการ์ดของคาเรนดีมากและได้การ์ดสำคัญๆ มาในเทิร์นที่ห้าและหก พอเห็นวาคาบะหงายการ์ดทำลายยูนิตบนสนามที่หมอบเอาไว้เปิดออกก็หยิบการ์ดสลับเปลี่ยนยูนิตในสนามเพื่อรักษาตัวสำคัญ

         “แพ้แล้วสิ”

         การโจมตีเมื่อสักครู่นี้ทำให้ในมือของวาคาบะมีการ์ดยูนิตเพียงสองใบสำหรับใช้เพื่อโจมตีไลฟ์พ้อยท์ในเทิร์นถัดไป แต่การที่คาเรนดึงการ์ดยูนิตกลับไปและเปลี่ยนเอายูนิตที่อ่อนแอกว่ามารับการโจมตีแทนทำให้บนมือของเธอมีการ์ดที่แข็งแกร่งซึ่งจะได้รับพลังโจมตีขึ้นจากการสูญเสียยูนิตที่สละชีวิตและถูกส่งลงสุสานอีกใบละห้าสิบหน่วย ต่อให้ดึงการ์ดยูนิตบนมือออกมาป้องกันแต่ด้วยการ์ดเวทมนตร์ดับเบิ้ลแสลชที่เป็นการ์ดเฉพาะสำหรับยูนิตเผ่ามนุษย์ทำให้โจมตีเพิ่มได้อีกหนึ่งเทิร์น

         “เป็นเกมการ์ดที่สนุกกว่าที่คิดอีกนะคะ ดิฉันคิดว่าเราสามารถต่อยอดสิ่งนี้เป็นธุรกิจได้”

         สิ่งบันเทิงที่ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับพวกมันได้หากไม่นับรวมดนตรีกับเกมกระดานที่เคยถูกคิดค้นเมื่อนานมาแล้วและปัจจุบันกลายเป็นกิจกรรมที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร เกมการ์ดนี้สามารถใช้เป็นกิจกรรมเพื่อความบันเทิงรูปแบบใหม่ได้ ด้วยกฎกติกาที่ไม่มีความซับซ้อนและสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ความสนุกอีกอย่างของมันคือการสะสมและจัดเดกซ์เฉพาะทางที่หลากหลาย หรือก็คือมีวิธีเล่นที่กว้างพอๆ กับกระดานเกมโกะที่แม้แต่เด็กก็ยังเข้าใจได้ง่าย

         ความคิดของคาเรนไม่ใช่ว่าเซรอสจะไม่เคยคิดแต่เขาอยากจะจัดการปัญหาทีละอย่างให้แล้วเสร็จก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคิดหาวิธีให้คาเรนได้รับมอบดินแดนต้องสาปอย่างถูกต้องเพื่อเริ่มต้นการพัฒนาดินแดนอย่างจริงจัง

         “ทำทีละอย่างเถอะ แค่นี้ฉันก็มือเป็นระวิงแล้ว” เซรอสพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน

        

         กองคาราวานของพ่อค้าเร่ที่เดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งเพื่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าโดยมีกลุ่มนักผจญภัยคอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างแข็งขัน พวกเขาจอดแวะพักระหว่างทางเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้ไปทำธุระส่วนตัวกันในป่าริมข้างทาง จากนั้นจึงค่อยแจกจ่ายเสบียงอาหารให้ทุกคนตามความเหมาะสม เมื่อก่อนเสบียงอาหารที่จะได้กินระหว่างเดินทางหากไม่เป็นขนมปังดำที่แข็งและแห้งก็เป็นเนื้อเค็มที่ดูจะเก็บไว้ได้นานกว่า แต่หลังจากที่กลุ่มการค้าเซเรนผลิตอาหารแปรรูปแบบใหม่ขึ้นมาทำให้การเดินทางไกลได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

         ไส้กรอกและเนื้อแฮมกลายเป็นเสบียงอาหารที่ได้รับความนิยมมากสำหรับนักผจญภัย ไม่เพียงแต่มันจะสามารถเก็บไว้ได้นานเท่านั้นราคาของมันก็ยังอยู่ในขอบเขตที่พวกเขาสามารถจับจ่ายได้สะดวก ยิ่งนักผจญภัยสามารถหาซื้อได้ในราคาถูกทำให้ค่าใช้จ่ายของพวกเขาลดลงจนสามารถนำเงินไปทำอย่างอื่นได้ แม้ว่าจะเคยมีพ่อค้าหัวใสที่ต้องการกว้านซื้อเสบียงอาหารเหล่านี้มาในราคาถูกผ่านทางนักผจญภัยแต่น่าเสียดายที่การจะซื้อพวกมันเป็นจำนวนมากนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะหากถูกตรวจสอบพบในภายหลังพวกเขาจะถูกแบนจากการซื้อสินค้าทันทีทำให้ไม่มีใครกล้าเสี่ยง

         “เป็นยังไงบ้าง” ชายร่างใหญ่สะพายดาบเล่มยักษ์ไว้กลางหลังเดินมาถามกับคนร่างเล็กที่เพิ่งจะกลับมาจากการสำรวจรอบๆ

         “คิดว่าน่าจะปลอดภัย ไม่มีร่องรอยของมอนสเตอร์อยู่แถวนี้คงพักได้ชั่วคราว”

         ได้ยินดังนั้นก็พลันโล่งใจ ทั้งสองคนจึงพากันเดินกลับไปรวมพลกับคนอื่นๆ เพื่อพักผ่อน

         “ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้มีมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจปรากฏตัวขึ้นในเขตไรด์การ์ดเหมือนเป็นสัญญาณเตือนบางอย่าง ขืนยังอยู่ที่นั่นต่อพวกเราได้ถูกเกณฑ์ไปเสี่ยงชีวิตเหมือนกับตอนมังกรพิษไฮดร้าแน่”

ช่วงปีสองปีมานี้ไรด์การ์ดประสบกับเภทภัยหลายประการทั้งในเรื่องของโรคระบาดที่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายจนมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งการพบเจอกับมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจอย่างโยมุงกันเดอร์ ออร์ค เบอร์เซิร์กเกอร์ และมังกรพิษไฮดร้า ที่แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะได้รับการแก้ไขไปเป็นที่เรียบร้อยแต่ก็เริ่มมีเสียงเล่าลือเกี่ยวกับเหตุอาเพศที่เกิดขึ้นจากการลงทัณฑ์ของพระเจ้า ยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดหัวปีท้ายปีโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ไรด์การ์ดก็ยิ่งทำให้ข่าวลือเหล่านี้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

         “นี่สินะเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกงานคุ้มกัน” ชายร่างเล็กเอ่ย

         ในกลุ่มของพวกเขามีความเห็นตรงกันที่ควรเลือกภารกิจคุ้มกัน อย่างน้อยก็สามารถหลีกเลี่ยงการถูกเกณฑ์เข้าร่วมรบได้เพราะการเป็นนักผจญภัยถึงเงินค่าตอบแทนจะดีแค่ไหนหากต้องเอาชีวิตไปทิ้งก็ไม่คุ้มค่า พวกเขาไม่ได้เลือกจะมาเป็นนักผจญภัยเพื่อช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ขอเพียงสามารถเลื่อนไปเป็นแรงค์ A ได้พวกเขาก็จะเกษียรไปรับงานที่สบายกว่านี้ได้ไม่ยากเย็น

         “เห็นว่าครั้งนี้อัศวินศักดิ์สิทธิ์เดลฟีโอน่าเป็นผู้ลงมือตรวจสอบด้วยตัวเอง”

         “งานของอัศวินพวกนั้นไม่ใช่มีหน้าที่แค่เดินตามก้นบุคคลสำคัญหรือไง?” ชายร่างเล็กกล่าวดูแคลน

         “ข้าตอบไม่ได้หรอก แต่จากที่ได้ยินมาเหมือนคราวนี้จะเป็นมอนสเตอร์ประเภทพิษ”

         “พิษอีกแล้ว? คราวนี้พวกนักบวชคงเหนื่อยกันน่าดู”       

         ฟังดูเหมือนว่าไรด์การ์ดกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่ทำให้เหล่าพ่อค้าทั้งหลายต้องเร่งกักตุนสินค้าและเดินทางออกจากเมืองไปติดต่อการค้ากับเมืองอื่น พวกเขาเองก็เป็นคนเพียงกลุ่มหนึ่งที่ต้องการหนีจากความวุ่นวายเพื่อหาสถานที่ปลอดภัยให้ตัวเอง

         ปี๊ด!

         เสียงเป่าปากดังขึ้นทำให้คนคุ้มกันทุกคนตื่นตัวและไปรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว

         คนที่เป่าปากเป็นนักเวทคนหนึ่งที่มีฝีมือในการตรวจหามอนสเตอร์ที่อยู่ในระยะหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรโดยอาศัยอุปกรณ์เวทมนตร์ราคาแพงที่ประดับอยู่เกือบทั่วทั้งตัว

         “เกิดอะไรขึ้น?” คนที่เอ่ยถามเป็นชายรูปร่างท้วมที่ดูเหมือนจะเป็นนายจ้างของนักผจญภัยกลุ่มนี้

         “มีมอนสเตอร์อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ครับ พวกเราควรเร่งออกเดินทางกันทันที”

         “แต่การานเพิ่งจะได้พักเหนื่อย” สารถีที่ให้ความสำคัญกับการดูแลการานกล่าวไม่เห็นด้วย

         ก่อนหน้านี้เคยขอให้หยุดพักริมทางเพื่อให้การานได้พักดื่มน้ำสักหน่อย แต่ทางพวกนักผจญภัยถือดีว่าตนเองเชี่ยวชาญในการเดินทางและมีแผนการเดินทางอยู่ในใจแล้วก็พูดจนพ่อค้าเร่เห็นด้วยยอมทำตามวิธีการดังกล่าว หากยังฝืนให้การานเดินทางต่อพวกมันจะได้รับบาดเจ็บจนส่งผลกระทบต่อการเดินทางได้

         “ขอเพียงผ่านพ้นจุดนี้ไปได้พวกเราน่าจะหาที่พักดีๆ ได้อยู่ ว่าแต่บอกได้ไหมว่าตำแหน่งของพวกมันมาจากทางไหน?” ชายร่างใหญ่สะพายดาบถามกับนักเวทคนนั้น

         เขานิ่งเงียบไปพักหนึ่งเพื่อใช้เวทมนตร์ตรวจสอบยืนยันให้แน่ใจ ต่อมาสีหน้าของเขาก็ดูประหลาดใจมาก

         “ไม่ถูกแล้ว จำนวนของพวกมันมีมากขึ้นดูเหมือนว่าพวกมันกำลังพุ่งเป้ามาทางนี้”

         “มาทางนี้งั้นเหรอ? มันคือตัวอะไร?”

         “ไม่รู้ แต่มันใกล้มาก”

         ทันทีที่นักเวทคนนั้นพูดจบในป่าก็มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้น คนคุ้มกันแต่ละคนหยิบจับอาวุธของตนเองและบอกให้ลูกหาบทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อม

         และในตอนนั้นเองสิ่งมีชีวิตปริศนาที่ถูกค้นพบก็ปรากฏตัวออกมาจากป่า รูปร่างกำยำสูงใหญ่ดูล่ำสัน ผิวกายที่ดำคล้ำ มีรอยบาดแผลจากการต่อสู้ตามร่างกายประหนึ่งเป็นบาดแผลแห่งเกียรติยศที่แสนสำคัญ

         พวกมันคือออร์ค

         พอรู้ว่ามันคือตัวอะไรสีหน้าของแต่ละคนก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ด้วยความที่พวกเขาเป็นนักผจญภัยแรงค์ B ที่เลื่อนขั้นผ่านการทำภารกิจสะสมคะแนนจนเลื่อนขั้นมาได้อย่างทุลักทุเล หากเผชิญหน้ากับออร์คเพียง 1-2 ตัวก็ยังพอมีความมั่นใจอยู่ว่าจะสามารถจัดการกับพวกมันได้ไม่ยาก แต่ครั้งนี้จำนวนของพวกมันมีมากกว่าเกือบ 16 ตัวและท่าทางดูหิวโซไม่มีทางเลยที่จะเอาชนะได้

         ทางเลือกมีเพียงสู้กับหนีเอาชีวิตรอดโดยการยอมเสียสละสินค้าไปบางส่วน

         โชคไม่ดีนักที่กว่าจะตัดสินใจได้ก็สายเกินไปเมื่อพวกออร์คเหล่านั้นเริ่มเข้าจู่โจมไปที่เกวียนสินค้า

         “ปกป้องสินค้าไว้” พูดจบชายร่างใหญ่ก็ชักดาบออกมาและกระโดดเข้าไปขวางออร์คตัวนั้นไม่ให้โจมตีเกวียนสินค้า

         ขนาดตัวที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเพียงแค่มันเหวี่ยงท่อนไม้ฟาดก็ทำเอาชายร่างใหญ่ถึงกับกระเด็นไปหลายเมตร สายตากวาดมองไปรอบๆ เพื่อดูสถานการณ์ในตอนนี้ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าควรจะเริ่มต้นกำจัดพวกมันไล่ไปทีละตัวอย่างน้อยก็น่าจะลดจำนวนลงได้บ้าง

         “คุ้มกันเกวียนสินค้าและพาออกไปจากที่นี่” เขาออกคำสั่งจบก็เข้าไปสู้กับออร์คตัวต่อตัว

         นักเวทชายยืนร่ายเวทมนตร์และยิงไฟออกไปเผาร่างของออร์ค แรงปะทะมีทำให้เสียจังหวะเล็กน้อยแต่ก็มากพอจะทำให้เพื่อนร่วมทีมฉวยโอกาสนี้สร้างความเสียหาย โดยเฉพาะชายร่างเล็กที่ดูปราดเปรียวคนนั้นวิ่งเข้าไปแทงมีดลึกจนมิดด้ามผลก็คือถูกออร์คตบกลับออกมาจนไปกระแทกกับเกวียนและได้รับบาดเจ็บ

         คนคุ้มกันแต่ละคนพยายามเข้าสกัดขัดขวางไม่ให้ออร์คโจมตีเกวียนสินค้า ในขณะที่สารถีก็พยายามจะคุมเกวียนและหนีออกจากสถานที่ตรงนั้น คนเป็นพ่อค้าที่นั่งอยู่บนเกวียนสินค้าแรกมองออกมาด้วยสายตาที่เจ็บปวดหลังได้เห็นออร์คยกหินทุ่มทำลายล้อเกวียนสินค้าจนพัง ก่อนที่มันจะกระโดดเข้าไปรื้อค้นสินค้าจนเสียหายและนำอาหารออกมากินอย่างหิวโหย

         อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าออร์คพวกนั้นจะฉลาดไม่เบาเมื่อปรากฏมีออร์คตัวหนึ่งที่รูปร่างท้วม ดูมีความกำยำน้อยกว่าตัวที่กำลังต่อสู้อยู่กับชายดาบใหญ่คนนั้นโผล่ออกมาจากข้างทาง ท่อนไม้ในมือเหวี่ยงทุบใส่การานหวังจะทำให้มันหมดสติ

         วูบ!

         มีสายลมหอบใหญ่พัดผ่านไปพร้อมกับร่างของออร์คตัวนั้นที่ยืนเงื้อท่อนไม้ขึ้นสูงในสภาพที่ไร้ศีรษะ

         พ่อค้าเร่คนนั้นที่กำลังด่าทอกับโชคชะตาของตนเองถึงกับเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนก มองผ่านร่างไร้ศีรษะไปถึงได้เห็นเกวียนรถม้าที่กำลังเดินทางมาทางนี้โดยมีคนคนหนึ่งถือไม้เท้าเวทมนตร์เล็งเป้าหมายมาทางนี้

         ที่สำคัญคือนักเวทคนนั้นเป็นเพียงเอลฟ์เด็กผู้หญิง




เซรอสคงบ่นเซ็ง...ตูแค่จะกลับไปเรียน ปัญหามาอีกล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.322K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,182 ความคิดเห็น

  1. #16201 imavikur (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 20:19
    หนทางสู่ความวุ่นวาย เพราะคาเรนอยากทำทุกอย่าง แงงงง
    #16,201
    0
  2. #16060 Alisona Janes Curse (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 22:21
    ชีวิตคุณลุงวัยหนุ่มที่เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานสู่ความเมพ
    #16,060
    0
  3. #16058 deknoomza (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 16:49
    เป็นญาติกับโคนันหรอไปไหนก็มีแต่เรื่อง 555
    #16,058
    0
  4. #16057 Switches (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 12:58
    ฟรานเริ่มเมพแล้ว
    #16,057
    0
  5. #16055 newkingdom (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 01:39
    ขอบคุณครับ
    #16,055
    0
  6. #16054 Bewtii006 (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 01:36

    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์ๆๆๆ
    #16,054
    0
  7. #16052 farfar2531 (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 18:46
    ในเมื่อเจ้าอยากใช้ชีวิตสโลไลฟ์ พักแบบยาวเราเลยจัดให้แบบหนักๆ ก่อนพักไง พระเจ้าไม่ได้กล่าวไว้
    #16,052
    0
  8. #16050 Fikusa (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 15:00
    เพราะมีคนมีสกิลเรียกหายนะยังไงล่ะ
    #16,050
    0
  9. #16049 tanagorn29 (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 14:04
    มีเค้าลางว่าจะมีควาวสนุกหรรษาเข้ามาเยือนเมือบไรการ์ดล่ะ
    #16,049
    0
  10. #16048 เตียงนุ่มน่านอน (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 13:55
    แค่เดินทางกลับยังปวดหัวขนาดนี้แล้ว
    คิดไม่ออกตอนไปเจอ ผอ.จอมหิว
    #16,048
    0
  11. #16047 Thank You (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 13:38

    ขอบคุณครับ

    #16,047
    0
  12. #16046 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 13:31

    ขอบคุณครับ

    #16,046
    0
  13. #16045 ThaipaKing (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 13:11
    จัดการเรื่องคาเรนเสร็จก็ไม่ต้องไปเข้าเมืองมันละ(เข้าไปมีแต่เรื่อง)
    #16,045
    0
  14. #16044 นักอ่านเงาเลเวล13 (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 13:00
    ฟรานเท่มาก
    #16,044
    0
  15. #16043 คนอ้วนคนหนึ่ง (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 12:49
    น้องฟรานน่ารักกก 55555555
    #16,043
    0
  16. #16042 Jamaneer (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 11:54

    ขออีกตอนค่าาาา
    #16,042
    0
  17. #16041 Aetep (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 11:46
    ขออีกกก
    #16,041
    0
  18. #16040 tomtamninja (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 11:37
    นี่มันสายล่อฟ้าชัดๆ
    #16,040
    0
  19. #16039 chayen1243 (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 11:30
    ซาริหลบแบบดิจิตอล
    #16,039
    0
  20. #16038 MozartTx (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 10:45
    ถ้าต่ายซาริสู้นี่ คงแปลกพิลึก โดนซาริคิ๊กเข้าไป คงมีกระดูกหักกันมั่ง แต่นางคงหลบแบบ ดิจิตอล เป็นส่วนใหญ่
    #16,038
    0
  21. #16037 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 09:30
    สนุกๆรอนะคะ
    #16,037
    0
  22. #16036 ittidechnamwong (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 09:18

    ผมนี่อ่านข้ามช่วงวาคาเบะตลอดเลย บทบาทน่ารำคาน
    สำหรับผมนะ ส่วนอื่นดีหมด ชอบมาก
    #16,036
    0
  23. #16035 zezeuiaz (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 09:17
    สุขสันต์วันสงกรานต์ สวัสดีวันปีใหม่ไทยย้อนหลัง สงสารเฮียจัง วิ่งวุ่นไปทั่ว พระเจ้าใช้งานหนักเกินไปแล้ว ให้เซรอสใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ ์เร็วๆสักที ขอบคุณที่ลงให้อ่าน จะรอตอนต่อไปนะ
    #16,035
    0
  24. #16034 CoreSka (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 07:58
    ว่าแต่ผมอ่านข้ามไปตรงไหนไม่รู้ พวกมังกรสาวกับทาสที่หนีลงเรือมาไปอยู่ไหนแล้วครับตอนที่เท่าไร
    #16,034
    2
    • #16034-1 Tamax Invit(จากตอนที่ 207)
      16 เมษายน 2563 / 10:13
      ยังมาไม่ถึงมั้งครับ
      #16034-1
    • #16034-2 เบียน้อย(จากตอนที่ 207)
      16 เมษายน 2563 / 11:34
      น่าจะยังเดินทางมาไม่ถึงครับ
      #16034-2
  25. #16033 !MU! (จากตอนที่ 207)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 07:57

    ขอบคุณค่ะ
    #16,033
    0