ตอนที่ 19 : Episode Eighteen : การฝึกเวทมนตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 946 ครั้ง
    16 มี.ค. 60

Episode Eighteen

 



        คำอธิบายของดาร์กเนสนั้นแตกต่างจากที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเป็นอย่างมาก

        ถ้าให้เทียบกันแล้วหนังสือเล่มที่เขาอ่านอยู่นี้เป็นการตีความหมายในมุมมองของผู้เขียน

        แต่ดาร์กเนสนั้นเป็นจิตวิญญาณธาตุที่มีความรู้ความเข้าใจถึงธรรมชาติของเวทมนตร์เป็นอย่างดี

        ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าใครมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน

        ได้ยินมาว่าผู้ใช้เวทมนตร์ที่ทำสัญญาธาตุแบบเซรอสหาได้ยากมาก โดยเฉพาะผู้ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างอิสระนั้นมีเพียงเซรอสคนเดียว

        เซรอสควานหาดินสอกับกระดาษออกมาและเริ่มเขียนบทความด้วยภาษาดั้งเดิมที่คุ้นชิน เพราะมันไม่ใช่ภาษาบนโลกใบนี้จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องกลัวว่าจะมีใครอ่านไป เขาทำความเข้าใจได้ว่าข้อมูลไหนความเป็นความลับอย่างถึงที่สุด

        '...ไม่สำคัญว่าพวกเขาเหล่านั้นเกิดมาภายใต้เผ่าพันธุ์ใด หรือเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูงส่งหรือว่าต้อยต่ำเช่นใด พวกเขาจะมีพลังเวทมนตร์ หรือในปัจจุบันที่ถูกเรียกว่า 'มานา' อยู่ภายในร่างกายทั้งสิ้น ทว่าปริมาณของมานาของทุกคนล้วนไม่เท่ากัน ไม่ได้เป็นผลมาจากความไม่เท่าเทียมจากพระผู้สร้าง ความรักที่พวกเขาได้รับนั้นล้วนเท่าเทียมตั้งแต่แรก ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของพวกเขาตั้งแต่เกิดจนถึงช่วงเวลาฝึกฝนเวทมนตร์...'

       ปล่อยให้ดาร์กเนสอธิบายต่อไป ละเขาก็จดบันทึกทุกคำพูดเพื่อนำมาใช้อ้างอิง

        ตามความเข้าใจของเซรอส คำกล่าวที่ว่า 'ได้รับความเมตตาจากพระเจ้า' สำหรับเหล่าผู้ที่มีปริมาณมานาสูงตั้งแต่วัยเด็กนั้นเป็นการกล่าวเกินความจริง ทั้งที่มันเกิดจากการใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่มีกระแสมานาธรรมชาติที่ดีกว่า ได้รับการดูแลด้านโภชนาการ มีการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและพักผ่อนเพียงพอ เหมือนกับการดูแลสุขภาพทั่วๆ ไป

        ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกิดความเชื่อที่ว่าเด็กที่เกิดจากครอบครัวตระกูลขุนนางขึ้นไปจะมีพรสวรรค์ในการใช้เวทมนตร์

        ส่วนพวกเด็กที่เกิดจากสามัญชนที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้จะถูกมองว่าเป็นเพียงความบังเอิญซะมากกว่า

        ยิ่งได้ฟังและขบคิดก็รู้เลยว่าหากให้ไปเรียนโรงเรียนฝึกสอนเวทมนตร์ก็คงไม่วายถูกเหยียดหยามจากความเชื่อผิดๆ

        ดาร์กเนสอธิบายมาจนถึงสายแยกของเวทมนตร์ ที่จะแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ ผู้ใช้ศิลปะเวท (Magi-Martial Arts) และผู้ใช้เวท

        โดยผู้ที่จะฝึกฝนศิลปะเวทนั้นส่วนมากจะเป็นกลุ่มคนที่มีปริมาณมานาที่ต่ำมาก แต่ก็สามารถแสดงศักยภาพเทียบเท่ากับผู้ใช้เวท จากคำอธิบายนั้นทำให้เซรอสนึกไปถึงกิลเบิร์กที่ใช้ในการต่อสู้ เวทมนตร์สายนี้จัดเป็นประเภทเสริมกำลัง พบมากในหมู่ของมนุษย์สัตว์และพวกคนแคระ

        ส่วนผู้ที่มีปริมาณมานาที่สูงจะฝึกฝนเป็นผู้ใช้เวท เพราะต้องพึ่งพามานาจำนวนมากในการใช้เวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง มันจึงมีอานุภาพที่รุนแรงและพลิกแพลงได้มากมาย จำเป็นต้องได้รับการทดสอบอีกขั้นเพื่อระบุความชำนาญในธาตุนั้นๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถใช้เวทมนตร์ธาตุอื่นได้เลย

        ด้วยคำอธิบายนี้ทำให้เซรอสพอจะทำความเข้าใจได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับแตกฉาน

        พอถามดาร์กเนสกึ่งเล่นๆ ไปว่าตัวเขาควรจะอยู่ในสายไหน ก็ได้คำตอบกลับมาว่าเขาเป็นผู้ที่อยู่คั่นกลางระหว่างสองทางเลือกนี้ ปริมาณมานาไม่ได้สูงหรือต่ำจนเกินไป เป็นมาตรฐานที่ในฐานะของผู้ใช้เวทถือว่าอยู่ในระดับกลาง แต่ในฐานะของผู้ใช้ศิลปะเวทถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ได้เลย

        เซรอสได้สอบถามแนวทางการฝึกฝนเกี่ยวกับการจับสัมผัสมานาในร่างกาย เพราะเท่าที่อ่านดูจากหนังสือมันอธิบายไว้ค่อนข้างจะหยาบเหมือนจะให้ผู้ศึกษาตีความเอาเอง จากนั้นดาร์กเนสก็อธิบายให้ฟังเกี่ยวกับพื้นฐานของการฝึกฝน เพียงแต่เธอไม่มีอำนาจล่วงล้ำขอบเขตของเวทมนตร์ธาตุอื่นนอกจากความมืด ซึ่งก็ยังได้บอกอีกว่านอกจากการสร้างปีศาจเงาแล้ว ปริมาณมานาของเซรอสไม่เพียงพอจะเรียนรู้เวทมนตร์ธาตุความมืด

        ใช้เวลาตลอดทั้งคืนเพื่อจดบันทึกแนวทางการฝึกฝนขั้นพื้นฐานทั้งหมด ตั้งแต่การรับรู้ การควบคุม และการปลดปล่อย รู้สึกตัวอีกทีก็เป็นตอนเช้า บันทึกแนวทางการฝึกฝนเวทมนตร์ฉบับภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับที่สามารถใช้งานจริงได้ ถูกจัดเรียงหน้ากระดาษรอเตรียมเข้ารูปเล่มส่วนหนังสือคู่มือที่ซื้อมาก็พอจะเอามาใช้แนะนำแนวทางในการฝึกฝนได้อยู่บ้าง

        ลงมาที่ห้องครัว เห็นฟรานทำหน้าสำนึกผิดและไม่พูดไม่จา (ปกติก็ไม่พูดอยู่แล้ว) แต่เซรอสไม่ใช่คนที่ชอบขุดคุ้ยเรื่องที่จบไปแล้วมาพูดให้เสียความรู้สึก เลยอธิบายเหตุผลให้กับฟรานไปเพราะไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจที่ผิด

        ตัวเซรอสไม่ได้หวงความรู้ภายในบ้านหรือห้ามไม่ให้ฝึกเวทมนตร์ เพียงแต่ที่อยากจะให้รอเวลาจนถึงปีหน้าก็เพื่อเตรียมสถานที่ที่เหมาะสมให้พร้อม ทั้งการฝึกร่างกายเบื้องต้น และพื้นที่สำหรับฝึกซ้อมเวทมนตร์ นอกจากนี้ก็ต้องให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกฝนเวทมนตร์เสียก่อน ไม่อย่างนั้นมันอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายจนถึงขั้นไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้ตลอดชีวิต

        พูดถึงตรงนี้ฟรานก็พอจะเข้าใจและพูดขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปเมื่อวาน

        "เรื่องมันแล้วไปแล้วอย่าเก็บมาใส่ใจ แต่ว่าหลังจากเธอพ้นบทลงโทษแล้วพวกเราจะเริ่มฝึกกันในเดือนหน้า มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่ทำให้หน้าที่ที่ได้รับผิดชอบเสียหาย"

        "ซาริเธอเองก็ต้องฝึกด้วย"

        "เอ๋! ไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ ซาริเป็นมนุษย์สัตว์นะเจ้าคะ"

        "ไม่ต้องมาอ้าง รู้ไหมว่าเธอขโมยกินแครอทจนตัวบานแล้ว"

        "ไม่ได้บานสักหน่อยเจ้าค่ะ แบบนี้เรียกว่าอุดมสมบูรณ์เจ้าค่ะ"

        ได้ยินที่เซรอสรับปากว่าจะเริ่มสอนเวทมนตร์ให้ในเดือนหน้า จิตใจของฟรานก็ดูจะสดใสขึ้น ก่อนหน้านี้เธอโดนตำหนิเพราะขัดคำสั่งแอบลักลอบฝึกฝนเวทมนตร์ด้วยตัวเอง กลับกลายเป็นว่าพอได้ฟังเหตุผลของเซรอสก็เข้าใจว่ามันเป็นความผิดของเธอที่รีบร้อนจนเกินไป

        อย่างไรก็ตามเพื่อให้สภาพร่างกายและจิตใจพร้อมสำหรับการฝึกฝน เซรอสจึงได้ออกตารางฝึกเบื้องต้นมาให้

        มันเป็นหลักสูตรของการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่โลกนี้ยังไม่ได้รับการพัฒนา พวกเขามีเพียงแค่การวิ่งมาราธอนเท่านั้น ส่วนการออกกำลังกายส่วนอื่นจะใช้วิธีการต่อสู้เพื่อให้ได้กล้ามเนื้อที่จำเป็น แต่ด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาผสมผสานกับแนวทางการฝึกฝนของนักฆ่า แต่คงไม่ถึงกับให้ฆ่าคนเพื่อจบหลักสูตรก็แค่ให้มีวิชาต่อสู้ติดตัวนิดหน่อย

        "ท่านเซรอสเจ้าคะ ซาริทำงานเหนื่อยมากเลยเจ้าค่ะ"

        ยังไม่ทันได้เริ่มซาริก็บ่นซะแล้ว แต่ว่าวิธีการควบคุมซาริและเสริมกำลังใจให้นั้นง่ายมาก

        "ถ้าเธอวิ่งครบหนึ่งรอบเธอจะได้แครอทหนึ่งหัวเอาไว้กิน แต่ว่าเธอจะต้องทำตามเงื่อนไขของฉันทุกอย่าง ถ้าทำได้ครบสิบรอบเธอก็จะได้แครอทสิบหัว มันจะเป็นแครอทที่อร่อยที่สุดในโลกที่เธอเคยได้ลองกิน ฉันยังจดจำรสชาติของมันได้เลยว่าเป็นรสชาติที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน"

        "ทำเจ้าค่ะ ซาริจะทำ ต่อให้ยากแค่ไหนก็จะทำเจ้าค่ะ เพื่อแครอทที่อร่อยที่สุดในโลกสิบหัว"

        เป็นอะไรที่ง่ายดายอย่างยิ่ง เซรอสหันไปยิ้มเล็กยิ้มน้อยให้กับฟราน

 

        การฝึกจะเริ่มขึ้นในช่วงเที่ยงของวัน ปกติแล้วมันควรจะเริ่มกันตอนเช้า แต่ยังไงอากาศมันก็ไม่ได้ร้อนมากอยู่แล้วเซรอสจึงต้องมายืนเฝ้ามองอยู่ที่จุดเริ่มต้น เป็นการวิ่งรอบเมืองที่แสนจะทรมานเพราะทั้งสองคนจะต้องอุ้มหินไปด้วย

        กับฟรานนั้นไม่มีปัญหาเพราะไม่มีทางบ่นการฝึกเล็กๆ พวกนี้ แต่ไม่ใช่กับซาริที่วิ่งในช่วงสี่สิบเมตรแรกแล้วเปลี่ยนเป็นเดินอุ้มมาตลอดทางจนครบรอบ สภาพของซาริก็หมดแรงเป็นที่เรียบร้อย จะมีก็แค่ฟรานที่ฝืนทำต่อจนครบรอบที่สองก็หมดแรงเช่นกัน เมื่อถึงเวลากินข้าวทั้งคู่กลับรู้สึกได้เลยว่าแขนนั้นไม่มีแรงแม้แต่จะยกช้อนส้อมทำให้กินอาหารได้ลำบากมาก

        วันต่อมาก็เป็นการวิ่งแบบเดิมอีก หากรู้หลักการของมันแล้วการจะวิ่งครบรอบไม่ถือว่ายากนัก และที่กำหนดเอาไว้สิบรอบก็เป็นแค่เงื่อนไขอย่างหนึ่ง ทั้งที่ความจริงแล้วทำได้ครบหนึ่งรอบก็ถือว่าผ่านเกณฑ์เบื้องต้น สุดท้ายในวันนั้นทั้งคู่ก็ยังทำได้เท่าจำนวนเมื่อวานเพียงแต่ใช้เวลามากขึ้นกว่าเดิม

        ในวันต่อๆ มาความเร็วก็ลดลงมาก เริ่มทำรอบได้มากขึ้นเล็กน้อย ซาริยังคงหมดแรงที่รอบแรกและฝืนเดินต่อไปจนครบหนึ่งร้อยเมตรและก็สลบไป แต่ความบวมของซาริก็ลดลงจนสังเกตเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

        พยายามจะให้ทั้งสองเพิ่มรอบการวิ่งไปเรื่อยๆ จนในที่สุดฟรานก็พยายามจนครบสิบรอบ ส่วนซาริทำได้เพียงเดียว

        จนกระทั่งผ่านไปครบหนึ่งเดือนตามกำหนดที่เซรอสได้ประกาศว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริง

        วันนี้ก็จะเป็นการวิ่งเหมือนเดิมแต่ไม่มีความจำเป็นจะต้องถือก้อนหินอีกแล้ว เมื่อให้สัญญาณในการวิ่งพบว่าทั้งสองคนออกตัวได้เร็วมาก กล้ามเนื้อขาที่ฝึกมาจากการวิ่งอุ้มหินทำให้ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนกับเสือติดปีก วิ่งครบรอบได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที อาการหอบหายใจหนักๆ ก็ไม่มี รู้สึกเหมือนตัวเองมีน้ำหนักที่น้อยลงมาก จากนั้นเซรอสก็ลองให้ซาริกระโดดให้สุดแรง กลายเป็นว่าเธอกระโดดได้สูงเกือบจะสามเมตรเลย

        แต่ว่าการฝึกฝนทางกายภาพนั้นก็เป็นเพียงแค่ขั้นพื้นฐานสำหรับการเตรียมพร้อมร่างกายเท่านั้น จากที่ได้ฟังและนำไปวิเคราะห์ให้ละเอียด การใช้เวทมนตร์ระยะยาวจะต้องสลับลมหายใจให้ได้คล่องแคล่ว

        เปรียบเทียบกับสไตล์การวิ่ง

        นักวิ่งระยะสั้นนั้นจะเน้นกำลังและความเร็วปล่อยออกไปรวดเดียวเพื่อหวังผลลัพธ์ พวกเขาจะต้องใช้พลังมากเพื่อให้จบภายในครั้งเดียว เปรียบเทียบได้กับว่าเป็นคนที่เน้นการต่อสู้ปิดฉากด้วยเวทมนตร์ที่รุนแรงและรวดเร็ว

        ในขณะเดียวกันนักวิ่งมาราธอนทางไกลจะสามารถวิ่งได้เรื่อยๆ เป็นการวิ่งด้วยจังหวะเท้าที่สม่ำเสมอ ก็จะคล้ายกับคนที่ใช้เวทมนตร์ที่มีความรุนแรงระดับต่ำ แต่สามารถใช้ได้นานกว่า

        นี่จึงเป็นการฝึกเพื่อให้เข้าถึงการสลับลมหายใจให้ตัวเอง

        ปล่อยให้ทั้งสองคนประชันความเร็ว ถึงแม้ซาริจะทำรอบได้น้อยกว่าก็ตามแต่ยังไงก็เป็นเผ่ามนุษย์สัตว์แถมยังเป็นกระต่ายขาวที่มีฝีเท้าอันน่ากลัว ความเร็วในการวิ่งนั้นเหนือกว่าฟรานอย่างไม่ติดฝุ่น โดยไม่รู้เลยว่าเผ่ามนุษย์สัตว์บางครั้งก็จะใช้ศิลปะเวทแบบไม่รู้ตัว หรือคำจำกัดความที่ดาร์กเนสใช้ก็คือ 'สัญชาตญาณสัตว์ป่า'

        นับจากนี้ก็จะมีการฝึกร่างกายที่อาจจะต้องเพิ่มอุปกรณ์เสริมด้วย เซรอสไปทำมันมาเพิ่มเติมมันคือปลอกแขนและปลอกขาที่เหมือนกับโซตรวนทาสทำให้ทั้งสองคนมีสีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก ทว่าเซรอสเลยเอาไปปรับปรุงเปลี่ยนให้มันดูเป็นแฟชั่นหน่อยๆ แต่คุณสมบัติคือการถ่วงน้ำหนักก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม บอกว่าหลังจากนี้จะต้องใส่ทำงานในฟาร์มและออกกำลังกายจนกว่าจะคุ้นชินกับน้ำหนัก แล้วจึงค่อยเปลี่ยนอันใหม่

        สำหรับเซรอสนั้นไม่มีความจำเป็นต้องฝึกฝนอะไรมากนักเพราะร่างกายของเขาสมบูรณ์แบบหมดแล้ว ถ้าจะมีก็คงเป็นการสลับลมหายใจที่ต้องทำให้ดีขึ้นและต้องนานขึ้นด้วย

        และด้วยบทความที่เรียบเรียงขึ้นมาใหม่โดยมีดาร์กเนสเป็นผู้ให้คำแนะนำรวมถึงคำปรึกษา มันได้ถูกใช้เป็นหนังสือเรียนทฤษฏีเวทมนตร์เบื้องต้นไปโดยปริยาย โดยเซรอสได้ตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวทางการฝึกของทั้งสองคน โดยซาริเหมาะที่จะเป็นผู้ใช้ศิลปะเวทและฟรานเหมาะสำหรับผู้ใช้เวท

        แต่ก็ยังมีคำอธิบายเพิ่มเติมว่ามันเป็นเพียงแค่ทางเลือกฝึกฝนเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะฝึกฝนร่วมกันไม่ได้เลย

        ฟรานเคยได้อ่านคู่มือมาแล้วครั้งหนึ่งเลยมีอคติกับคำว่า 'ผู้ใช้ศิลปะเวท' ในหนังสือนั้นระบุว่ามันเป็นแนวทางสำหรับพวกที่มีมานาต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่อาจเป็นผู้ใช้เวทได้ เลยตั้งมั่นว่าจะเป็นเพียงผู้ใช้เวทเท่านั้น

        ในความเป็นจริงการเป็นผู้ใช้เวทและศิลปะเวทพร้อมกันก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิด เพียงแต่มานาจะหมดเร็วเลยไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจที่จะใช้พร้อมกันสักคน จนกระทั่งเซรอสบอกว่ามันเป็นไปได้และจะทำให้ดูก็เกิดความรู้สึกเชื่อถือขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

        เซรอสไม่ได้เก่งด้านเวทมนตร์แต่ก็ยังอธิบายให้ฟังได้เข้าใจมากขึ้น การรับรู้มานาในร่างกายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ฟรานเคยฝึกเรื่องนี้มาก่อนและใช้เวลาราวสามเดือนในการเรียนรู้วิธีสัมผัสมานาในร่างกาย ด้วยความที่เริ่มต้นจากความไม่รู้อะไรเลยก็ต้องบอกเลยว่ามันเป็นพรสวรรค์จริงๆ อย่างไรก็ตามด้วยคำแนะนำของเซรอสพวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ห้าวันก็รับรู้มานาในร่างกายได้แล้ว

        ยังจำใบหน้าเปื้อนยิ้มของซาริได้เลยที่กระโดดโลดเต้นแล้วร้องว่า 'ได้แล้วเจ้าค่ะ ซาริใช้เวทมนตร์ได้แล้ว' แต่ถึงอย่างนั้นพอจะทำท่าปล่อยเวทมนตร์กลับทำหน้าเป๋อๆ แล้วถามว่า 'ยิงเวทมนตร์ยังไงเหรอเจ้าคะ' อีกต่างหาก นั่นแหละที่ทำให้ฟรานรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่ากว่าซาริ แต่เซรอสก็ได้อธิบายบอกว่าเธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากกว่า เพราะสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ได้ด้วยตัวเอง

        ถ้าตามที่เซรอสบอกเอาไว้ การฝึกฝนจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนไม่ควรหักโหมหรือเร่งรุดในการฝึก จะเน้นหนักไปที่พื้นฐานของการใช้เวทมนตร์มากที่สุดส่วนการเรียนรู้เวทมนตร์นอกจากการศึกษาเวทมนตร์เบื้องต้นจากหนังสือ หรือไม่ก็ต้องไปศึกษาต่อที่โรงเรียนเวทมนตร์

        "โรงเรียนเวทมนตร์เหรอ? เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย เอาไว้พวกเราค่อยไปเรียนกัน"

        ก็แค่ลองเสนอออกไปไม่คิดว่าเซรอสจะตอบรับความคิดที่ฟังดูเอาแต่ใจนี้

        ถึงการเข้าโรงเรียนเพื่อศึกษาเวทมนตร์จะเป็นวิธีที่ดีมากก็ตาม ทว่าปัญหาก็คือเรื่องของอายุ สำหรับเผ่าพันธุ์ที่มีอายุที่ยืนยาวอย่างพวกเอลฟ์หรือมนุษย์สัตว์ การจะไปเข้าเรียนที่นั่นต่อให้อายุ 30 ปีก็ยังถือว่าเด็กมาก แต่เซรอสนั้นเป็นเผ่ามนุษย์มันคงไม่ใช่เรื่องดีนักที่จะไปเรียนด้วยช่วงวัยขนาดนั้น

        "ใจดีกว่าที่คิดอีกนะ แต่อย่างที่บอกไม่มีใครแก่เกินเรียนหรอก ที่สำคัญอายุของฉันมันมากกว่าที่เห็นอยู่เท่าตัว"

        "มากกว่าที่เห็น?" ฟรานสงสัย แต่ก็ได้เสียงหัวเราะกลับมาเป็นคำตอบ

        ตั้งแต่ที่ฟรานได้เข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ เซรอสก็ได้ให้สัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วล่ะว่าเขาจะให้ทั้งสองคนนั้นได้มีการศึกษาที่ดี ถึงพระเจ้าจะบอกว่าเขาเป็นอมตะก็ตามแต่เด็กสองคนนี้อาจจะต้องสูญเสียช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดไปเลยก็ได้ เพราะว่าเซรอสเคยสูญเสียมันมาก่อน แต่การจะเดินทางไกลนั้นต้องใช้เวลามากเลยต้องคิดหาวิธีการบางอย่างที่จะช่วยให้เดินทางได้สะดวกและรวดเร็ว

        ถ้าจะมีก็คงเป็นเวทมนตร์สายความมืดที่ว่ากันว่าฝึกฝนได้ยากที่สุด

        ดาร์กเนสบอกว่ามันมีความซับซ้อนและสามารถบิดผันมิติได้ ทำให้เซรอสเกิดความคิดเกี่ยวกับเรื่องของการวาร์ปขึ้นมา และอธิบายรายละเอียดให้ฟัง คำตอบที่ได้ก็คือ 'เป็นไปได้' และขยายความอีกว่า มันมีเวทมนตร์สำหรับเคลื่อนย้ายอยู่เพียงแต่ไม่สามารถกำหนดได้จึงเหมือนกับเป็นการสุ่มเป้าหมายของสถานที่ที่จะไป ในราชวงศ์ใช้สำหรับหนีหลบหนียามจำเป็น

        พอรู้แบบนี้ก็เกิดความคิดที่ว่าอยากจะฝึกฝนให้ได้โดยเร็ว แต่ดาร์กเนสก็บอกว่าปัจจุบันเขายังมีพลังไม่พอจะเรียนรู้ ก็เลยบอกให้เตือนอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาสามารถเรียนเวทมนตร์เคลื่อนย้ายได้แล้ว

 

        นับตั้งแต่นั้นมาไม่เพียงแต่การทำงานในฟาร์ม แม้แต่การเรียนเวทมนตร์และฝึกร่างกายก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือการอ่านหนังสือที่ซาริไม่ถนัดเป็นอย่างมาก กว่าจะจำตัวอักษรได้แต่ละตัวก็ต้องท่องจำกันทั้งวันเลยต้องกระตุ้นว่า ถ้าจดจำตัวอักษรได้จะให้เมล็ดแครอทไว้ปลูกตัวละ 3 เมล็ด เท่านั้นก็ได้เห็นกระต่ายขาวนั่งอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ ฟรานยังแอบมาฟ้องด้วยว่าท่าทางดูจะเอาจริงน่าดู

        เซรอสได้ขอหนังสือที่จำเป็นในการเรียนการสอนมา เลยพอจะเดาได้ว่าวิชาที่ถูกคาดหวังให้เป็นพื้นฐานมีอะไรบ้าง

        ด้านวิชาคณิตศาสตร์เซรอสคัดหลักสูตรในโลกเดิมมาใช้ หลังจากที่ศึกษาแบบเรียนวิชานี้เพียงไม่ถึงห้านาทีก็จับโยนมันทิ้งไป เพราะมันสอนแค่พื้นฐานตัวเลขกับการบวก ลบ และการแบ่งกลุ่มเพื่อนับจำนวน ก่อนจะเขียนตำราที่ดีกว่าให้ทั้งสองคนนำกลับไปศึกษา โดยของซาริพิเศษกว่าคือการวาดรูปแครอทเสริมเข้าไปในบทเรียนเพื่อกระตุ้นให้เรียนรู้การนับจำนวน

        นึกแล้วยังขำกับแม่สูตรคูณที่ร้องว่า 'แครอทสองหัวหนึ่งแถวก็คือสอง แครอทสองหัวสองแถวก็คือสี่'

        ด้านมารยาทและสังคมอันนี้ไม่จำเป็นต้องศึกษาจากตำราเลยด้วยซ้ำ เพราะเขามีประสบการณ์อยู่แล้ว เพียงแต่มันเป็นบทบาทของพวกชนชั้นสูงเลยสอนพอเป็นพิธี

        วิชาที่ต้องใช้ความจำก็คือประวัติศาสตร์ เรื่องนี้เซรอสช่วยอะไรไม่ได้คงต้องอาศัยความสามารถของแต่ละคน

        ด้วยการเรียนการสอนตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ทำให้ซาริฉลาดขึ้นอย่างน้อยก็สามารถนับเลขต่อจาก 10 ได้แล้ว แถมยังอ่านหนังสือได้ด้วยและเซรอสก็เลยยกแปลงโซนแครอทให้ไปครึ่งหนึ่งสำหรับปลูกและดูแลเป็นอาหารของตัวเองต่อไป

        และมันไม่ได้มีแค่นั้น เกี่ยวกับการเรียนรู้เวทมนตร์เองก็เช่นกันตอนนี้ความชำนาญในการรับรู้มานาในร่างกายสามารถทำได้ในทันที ตอบได้ว่ามีมานาเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด จากนั้นก็จึงค่อยเริ่มการควบคุมการไหลเวียนของพวกมัน

        ฟรานคิดไม่ถึงเลยว่าการฝึกทีละขั้นตอนให้ชำนาญนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่มากกว่าการเร่งฝึกไปสู่ระดับที่สูงกว่า นึกถึงตอนที่ฝืนใช้เวทมนตร์เพียงครั้งแรกตอนนั้นเธอไม่อาจควบคุมอะไรได้เลย แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเธอสามารถควบคุมเวทมนตร์ได้ดียิ่งขึ้น มิหนำซ้ำร่างกายที่คล่องแคล่วกับการฝึกร่างกายเธอสามารถใช้ศิลปะเวทได้ก่อนใคร เนื่องจากมันไม่ได้มีความยากอะไรที่จะใช้งาน แต่คนที่ใช้คล่องกว่าก็ยังคงเป็นซาริอยู่ดี

        ตระหนักรู้และเข้าใจได้หลังจากที่เซรอสอธิบายให้ฟังว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์สัตว์ใช้เวทมนตร์เสริมกำลังได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่มันจะเป็นโดยสัญชาตญาณและคนทั่วไปมองว่ามนุษย์สัตว์มีความแข็งแกร่งทางกายภาพที่สูงกว่า

        อย่างไรก็ตามชีวิตประจำวันของพวกเขาก็แทบจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แค่มีงานให้ทำเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

        เหตุผลนี้เซรอสบอกว่ามันเป็นผลมาจากความรีบร้อนที่อยากจะฝึก ทั้งที่ยังสถานที่สำหรับเรียนรู้ยังไม่พร้อม

        ซึ่งฟรานก็ได้แต่กล่าวขอโทษ แต่ก็ไม่ได้ถูกตำหนิจากเซรอสแต่อย่างใด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 946 ครั้ง

33 ความคิดเห็น

  1. #9384 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 19:27
    ขอบคุณครับ
    #9384
    0
  2. #7740 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 08:01
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7740
    0
  3. #7005 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:13
    การเรียนของซาริ มีแต่แครอทสินะ 5555
    #7005
    0
  4. #6839 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 15:02
    สูตรคูนแม่กระต่าย แครอท2หัว1แถว 2 หัว /แครอท 13หัว5แถว 65หัว   สนุกมากครับติดตามต่อไป จาก นักอ่านหน้าใหม่
    #6839
    0
  5. #6838 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 15:02
    สูตรคูนแม่กระต่าย แครอท2หัว1แถว 2 หัว /แครอท 13หัว5แถว 65หัว   สนุกมากครับติดตามต่อไป จาก นักอ่านหน้าใหม่
    #6838
    0
  6. #3744 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 00:24
    น่ารักมากเลย เจ้ากระต่าย
    #3744
    0
  7. #3231 ๏เต้าหู้ขาว๏ (@geeminikuper) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:57
    ตลกกระต่ายนับเลข
    #3231
    0
  8. #2801 Nonza32 (@nonza_limited) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 01:58
    ดำเนินเรื่องได้น่าสนใจครับ ถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็น่าติดตาม
    #2801
    1
    • #2801-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 19)
      17 กรกฎาคม 2560 / 02:01
      คุณจะได้เห็นความสโลว์ไลฟ์จนจบภาคโดยที่ไม่รู้ว่า เฮ้ย! ไหนจุดพีคว่ะ ที่จริงจุดพีคมันก็มีผ่านมานานล่ะ แต่เซรอส โคตรเก่งเลยจัดการภายในตอนเดียว
      #2801-1
  9. #1776 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 02:52
    ระบบเรียนรู้ด้วยตนเอง
    //....หลอกเด็กนี่หว่า
    #1776
    0
  10. #1191 Mako (@kikomaruko) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 23:49
    เหมือนเลี้ยงลูกเนอะ ซารินี่
    #1191
    0
  11. #550 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:44
    งานเลี้ยงต้อยก็มม
    #550
    0
  12. วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 04:07
    โอเค พี่เลี้ยงเด็ก
    #394
    0
  13. #248 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 00:00
    เซรอสไปเรียนกศน
    #248
    0
  14. #244 ขอบคุณค่าไรท์เตอร์ผู้น่ารัก (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 18:16
    สนุกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    รักซาริ๊ เข้าร.ร.แล้วยัยกระต่ายน้อยจะโดนล่อลวงด้วยแครอทไหมนะ 55555
    #244
    0
  15. #242 oDeeo (@lnudeel) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 17:50
    สนุกมากครับ ขอบคุณครับ
    #242
    0
  16. #240 Ein (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 17:34
    โครตสนุกครับ อยากให้แต่งแบบนี้ยาวๆอย่าตัดจบนะครับ กลัวมีคนมันมาด่าไรค์ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแล้วทำให้ไรค์น้อยใจเลิกแต่งนี้ผมเครียดเลยนะ ติดนิยายเรื่องนี้มาก ไลค์รัวๆๆๆๆๆ
    #240
    0
  17. #239 kay30 (@kay30) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 15:16
    สนุกจ้าา
    #239
    0
  18. #238 Lily of valley (@lily-of-valley) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 14:47
    ขอบคุณคะ สนุกมากคะ สร้างสรร อ่านสบาย และตื่นเต้น  หลากความรู้สึก  รออ่านต่อคะๆ
    #238
    0
  19. #236 21633 (@mo21633216332163) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 13:38
    กระต่ายนี่มันกระต่ายจริงๆ
    #236
    0
  20. #234 MR.PaiKung (@plaiie) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 12:36
    สนุกมากกก ><" อยากได้อีกตอน
    #234
    0
  21. #233 phatcharaa (@phatcharaa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 11:18
    ขอบคุณค่ะ
    #233
    0
  22. #232 Mr.Bermuda (@pakxza) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 10:23
    ไม่เอาอสูรเงาปลูกผักหรือ เหมือนกับเมืองยังสร้างไม่เสร็จนี่นา ฝึกทุกวัน
    #232
    0
  23. #231 Nil[Night] (@nisharee_kom) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 09:59
    สูตรคูณแครอท ไลค์รัวๆ
    #231
    0
  24. #230 Payun Chan (@PayunChan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 09:26
    สนุกมากๆเลยค่ะ เลิฟๆ
    #230
    0
  25. #229 นินนินโจ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 09:20
    ขออีกๆๆๆๆๆชอบมากๆๆๆๆ
    #229
    0