ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 180 : SS3 Episode Twenty-Five : จับตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,457 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

SS3 Episode Twenty-Five



 

       คาเรน เรเบียสใช้เวลาตลอดช่วงเช้าในการศึกษาภูมิศาสตร์ของดินแดนต้องสาปเพื่อวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความช่วยเหลือด้านข้อมูลทำให้เธอได้รับแผนที่ที่ถูกต้องและมีอัตราส่วนพื้นที่ที่แม่นยำ การกำหนดพื้นที่การเกษตร พื้นที่ตั้งของโรงงาน เขตพื้นที่อาศัยของชาวเมืองก็จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

       ทำงานจนล่วงเลยเวลาพักเที่ยงเกือบสิบนาทีเข้าไปแล้ว ถ้าไม่ใช่มัวร์มาเตือนให้พักผ่อนเกรงว่าคงจะทำงานต่อไปจนถึงตอนเย็น

       “เข้าใจนะคะว่าท่านหญิงชื่นชอบการทำงานบริหารมาก แต่ควรแบ่งเวลาให้ชัดเจนด้วยค่ะ”

       พอถูกสาวใช้กล่าวตำหนิ คาเรนจึงต้องยอมวางงานที่ทำอยู่และออกมาพักผ่อนอยู่ที่สวนข้างอาคารสำนักงาน ที่นี่ได้รับการปรับปรุงให้มีสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การพักผ่อนมาก มีศาลาไม้เล็กๆ ที่ทำขึ้นมาแบบชั่วคราว ทางเดินปูด้วยแผ่นหินเว้นระยะพอดีกับการก้าวเท้า สองข้างทางเป็นสนามหญ้าสีเขียว และมีแปลงดอกไม้ที่ยังไม่ได้ถูกปลูกวางประดับไว้ตลอดทาง

       มื้อเที่ยงสำหรับคาเรนนั้นไม่จำเป็นต้องหรูหรา นี่เป็นความประสงค์ของเธอที่ขอแค่มีอาหารเพียงไม่กี่อย่างเพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยาก ดังนั้นอาหารเที่ยงจึงเป็นเพียงไข่ตุ๋นทรงเครื่อง เป็นสูตรอาหารที่ได้รับถ่ายทอดมาจากเซรอสอีกที

       “เรื่องห้องพักรับรองจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วสินะคะ?” คาเรนเอ่ยถาม

       “ค่ะ ให้คนจัดเตรียมสิ่งจำเป็นเอาไว้ให้แล้วค่ะ พร้อมกันนั้นยังขอความร่วมมือจากหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน มีรายชื่อเสนอตัวมาสี่คนค่ะ” มัวร์ตอบและโบกมือบอกให้ยกอาหารมาวางได้

       อาหารเมนูไข่ถือเป็นอาหารหลักของดินแดนต้องสาป ปริมาณของมันมีเยอะเสียจนกินทั้งหมู่บ้านก็ไม่หมดเพราะได้อานิสงส์มาจากเล้าไก่ของเซรอสที่มีคุณสมบัติช่วยไม่ให้ไข่มีการเน่าเสีย ยกเว้นไข่จากนอกเล้าไก่จะมีการเน่าเสียตามปกติ นอกจากนี้ก็ยังมีของหวานที่ทำจากไข่อย่างคาราเมลคัสตาร์ดที่ทำได้ง่ายมากไว้ทานล้างปาก

       รสชาติของไข่ตุ๋นทรงเครื่องไม่เพียงแต่จะถูกปากของคาเรนเท่านั้น เธอยังชื่นชอบของหวานที่ชื่อว่า คาราเมลคัสตาร์ด อีกด้วย แต่เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้นั้นเป็นของที่ค่อนข้างมีราคาจึงไม่อาจทานบ่อยได้ แถมมันยังเข้ากันได้ดีกับน้ำชายามบ่าย น่าเสียดายที่เธอยังต้องเข้าคอร์สควบคุมน้ำหนักจึงต้องงดอาหารที่มีแคลอรีสูงให้ทานได้สัปดาห์ละ 1-2 วัน

       หลังทานเสร็จแล้วก็เป็นช่วงเวลาสำหรับผ่อนคลาย คาเรนทอดสายตามองดูความเงียบสงบที่ในอนาคตอาจจะต้องสูญเสียมันไปเนื่องจากการพัฒนาที่ดินเพื่อรองรับผู้คนจำนวนมากขึ้น สุดท้ายแล้วมันก็จะกลายเป็นเหมือนเมืองอื่นๆ ที่เริ่มสูญเสียสถานที่พักผ่อนเพราะต้องจัดสรรที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นโชคดีของผู้คนในเมืองนี้จริงๆ ที่มีการวางผังเมืองแห่งอนาคตเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว คาเรนมีโอกาสได้เห็นภาพสำเร็จของมันจึงพยายามจะดำเนินการตามโร้ดแม็พที่วางไว้

       “อากาศวันนี้ดีมากเลยนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นเงียบๆ ไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรมากนักจากสาวใช้ทั้งสามคน

       “ค่ะ อากาศที่นี่ก็สดชื่นมากแตกต่างจากในไรด์การ์ดที่มีกลิ่นแปลกๆ” มัวร์กล่าวตอบ

       มัวร์เป็นผู้ช่วยของหัวหน้าแม่บ้านซึ่งได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นหัวหน้าแม่บ้านของคฤหาสน์เรเบียสแห่งใหม่นี้ เธอผ่านการฝึกฝนมาจากนอร์ร่าอย่างเข้มงวดมากก็เลยมีนิสัยค่อนข้างจริงจังและทำงานได้สมกับเป็นมืออาชีพ

       “เหตุผลนั่นคิดว่าคงเป็นปัญหามาจากการจัดการเรื่องการกำจัดของเสียที่ไม่มีคุณภาพค่ะ”

       แม้ว่าคาเรนจะไม่มีบทบาทในการดูแลเมืองไรด์การ์ดก็ตาม แต่ในฐานะผู้ดูแลเขตที่อยู่ใกล้เคียงย่อมต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับความเดือดร้อนของชาวเมืองและเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา ในอดีตเธอเคยส่งหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการดูแลห้องส้วมสาธารณะและการกำจัดของเสียที่ไม่ได้มาตรฐานแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ยิ่งเมื่อไม่นานมานี้เธอมีโอกาสได้กลับไปตรวจสอบรายงานทุกอย่าง พบว่าอัตราผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มขึ้นทำให้สินค้าเวชภัณฑ์เกิดขาดตลาด พ่อค้าที่เห็นโอกาสกว้านซื้อเวชภัณฑ์เพื่อรอเก็งกำไรครั้งใหญ่

       คาเรนมีลางสังหรณ์ว่าอีกไม่นานจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ เห็นได้ชัดเจนจากสถานการณ์ของเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เริ่มไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ในเมื่อเธอไม่มีอำนาจมากพอจะแก้ปัญหาจึงทำได้เพียงแค่เตรียมมาตรการป้องกันเพื่อให้ตนเองเสียหายน้อยที่สุดเท่านั้น

       “อีกไม่นานไรด์การ์ดจะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เขตปกครองเรเบียสจะต้องได้รับผลกระทบในหลายๆ ด้านแน่นอนค่ะ ทว่าคนที่ลำบากที่สุดคือประชาชนที่ต้องแบกรับราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่รายได้เท่าเดิมและมีแนวโน้มว่าจะลดลงในทุกปี น่าเสียดายที่แม้ไรด์การ์ดจะได้รับความคุ้มครองโดยท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์เดลฟีโอน่าแต่เธอก็ไม่ได้มีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง ความเชี่ยวชาญของเธอคือการรบและการต่อสู้ เมื่อใช้คนไม่เหมาะสมกับความสามารถสุดท้ายแล้วมีแต่จะถูกปิดตาโดยคนเจ้าเล่ห์เพทุบายที่อาศัยตัวเลขบนกระดาษมายืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี”

       ในฐานะสาวใช้แล้วไม่มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องหน้าที่การงานของผู้เป็นนาย หากไม่ใช่เรื่องในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ตั้งแต่ตื่นนอนยันส่งเข้านอนสิ่งเดียวที่พวกเธอจะทำได้คือรับฟังเรื่องราวและลืมมันไปให้หมด

       คาเรนดื่มชาจนหมดถ้วยและบอกปัดสาวใช้ให้ไม่ต้องเติมอีก

       แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนก็ตาม แต่คาเรนก็อยากออกตรวจสอบความเรียบร้อยไปด้วยจึงขอให้มีคนติดตามมาแค่คนเดียวคือมัวร์ ส่วนที่เหลือก็ให้แยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตนเองและพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย

       เนื่องจากเมืองนี้ยังไม่มีอาคารถูกก่อสร้างขึ้นจนเกิดเป็นเส้นทางที่สลับซับซ้อน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นเพียงพื้นที่โล่งๆ ปูด้วยถนนอิฐอย่างดีที่เรียบร้อยมาก มีต้นไม้ถูกปลูกขึ้นทีละน้อย มีทางเดินแบ่งกั้นไว้เพื่อรองรับให้ผู้คนเดินสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและไม่ต้องเสี่ยงที่จะถูกรถม้าชนเหมือนตอนอยู่ในเมืองอื่นๆ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ที่พบว่าบริเวณรอบลานน้ำพุเทพธิดานั้นถูกออกแบบมาให้มีสัดส่วนที่เท่ากันเปะและดูสบายตาไปอีกแบบ

       บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำที่ถูกสร้างออกมาอย่างประณีต มีความคงทนแข็งแรงโดยเฉพาะเสาที่รับน้ำหนักสะพานเอาไว้ดูมั่นคงมาก คาเรนยืนดูตลอดสองฟากฝั่งที่ด้านหนึ่งมีโรงบ่มไวน์ถูกสร้างเอาไว้ที่เหนือแม่น้ำ ในขณะที่อีกด้านนั้นมีพวกเด็กๆ กำลังตกปลากันอย่างครื้นเครง

       มีโอกาสได้ลองมาเยี่ยมชมโบสถ์เทพธิดาที่ตั้งอยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำ ที่นี่มีคนเข้ามาสวดภาวนาอยู่ทุกวันและมีหลายคนเกิดความศรัทธาจึงมาคอยดูแลทำความสะอาดอยู่เสมอ คาเรนนับถือศาสนาก็จริงแต่ก็ไม่ได้เชื่อทุกสิ่งที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ประกาศออกมา สิ่งที่เรียกว่า พระวจนะ นั้นแท้จริงแล้วก็มาจากปากของบุคคลที่อ้างว่าตนเองสามารถได้ยินเสียงของพระเจ้าได้ เพียงแต่ศาสนาเทพธิดาแห่งนี้ค่อนข้างสวนทางกับแนวทางของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวอ้างว่าคำพูดของนักบุญคือสิ่งที่ถูกต้อง

ไม่มีนักบุญตัวแทนพระเจ้า

ไม่มีพระวจนะ

มีเพียงแค่รูปแกะสลักสวยงามที่ถูกใช้เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น

       สบตามองดูรูปปั้นแกะสลักเทพธิดาที่แตกต่างจากรูปปั้นตรงลานน้ำพุ ความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดออกมานั้นราวกับว่ารูปปั้นนั้นมีชีวิตจิตใจ อาจเป็นเพียงแค่การคิดไปเองฝ่ายเดียวแต่ทันทีที่ได้ยืนมองดูรูปปั้นเทพธิดา หัวใจของคาเรนรู้สึกอบอุ่นมากเหมือนตนเองได้กลับมาอยู่ในสถานที่ที่ควรอยู่แล้วจริงๆ และยังรู้สึกว่าตนเองมีความผูกพันกับรูปปั้นเทพธิดาตนนี้อย่างมาก

       “ท่านหญิงคะ?” มัวร์สะกิดเรียกเบาๆ

       “ขอโทษค่ะ พอดีว่าดิฉันเหม่อไปหน่อย” คาเรนกล่าวจบก็เดินก้าวไปข้างหน้า ประสานมือทำท่าสวดภาวนาต่อหน้ารูปปั้นเพื่อแสดงออกถึงความเคารพ

       ในตอนนั้นเองมัวร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังและเฝ้ามองดูผู้เป็นนายถึงกับต้องขยี้ตามองให้ชัดเจนอีกครั้ง พลันเก็บเสียงร้องอุทานประหลาดใจของตนเองไว้ เมื่อเธอพบว่าแสงที่ส่องผ่านลงมาด้วยความบังเอิญนั้นกระทบลงบนร่างของคาเรน เกิดเป็นภาพที่ดูคล้ายว่าเธอกำลังถูกโอบกอดโดยรูปปั้นเทพธิดา ในขณะที่รูปปั้นแกะสลักเทพธิดาดูคล้ายจะมีรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนออกมา มัวร์สะบัดศีรษะเพราะคิดว่าตนเองอาจจะตาฝาดไปก็ได้

       คาเรนสวดภาวนาเสร็จแล้วจึงลุกขึ้นและเดินออกจากโบสถ์ไป

       เห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณฝั่งนี้ค่อนข้างร่มรื่นมากแตกต่างจากฝั่งของเมือง ทางเดินอาจจะยังไม่ได้รับการดูแลมากนักจึงยังมีถนนเป็นดินที่เดินลำบากอยู่บ้าง ระหว่างเดินสำรวจอยู่นั้นก็เจอกับดีแมนชายสองคนที่เพิ่งจะกลับออกมาจากการเข้าไปหาของป่า เขาล่านกและเก็บพวกของป่ากลับมาได้เกือบครึ่งตะกร้า

       “เป็นเกียรติมากที่ได้พบท่านคาเรนครับ” ดีแมนชายค่อนข้างประหม่ามาก

       “สวัสดีค่ะ คุณรอยด์ คุณแม็ท”

       “ท่านคาเรนรู้จักพวกเราด้วย”

       คาเรนยิ้มให้ เธอจดจำบุคคลในดินแดนแห่งนี้ได้เกือบจะครบทุกคนแล้วหากเป็นคนปกติธรรมดาคงยากมากที่จะจดจำคนกว่าร้อยคนได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่พวกดีแมนทุกคนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันมากเสียจนแค่เห็นก็รู้ว่าใครเป็นใคร

       “จริงสิ นี่ถือเป็นของขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเราเรื่อยมาจนมีความเป็นอยู่ที่ดีครับ”

       พวกเขาแบ่งของป่าที่หามาได้ใส่ห่อผ้าและยื่นส่งให้กับคาเรนกับมือ เธอรับมันไปและส่งให้มัวร์ช่วยถือให้แม้มันจะไม่ได้หนักอะไรมากนัก จากนั้นก็สอบถามถึงความลำบากที่กำลังประสบอยู่ตอนนี้ อาจเป็นเพราะเคยพบเจอกับความยากลำบากชนิดไม่มีอาหารตกถึงท้องหลายวันจึงไม่รู้สึกว่าการจัดการของคาเรนมีปัญหาแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกัน พวกเขากลับรู้สึกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีมากแล้ว

       ไม่เพียงแต่จะมีบ้านให้หลบฝนเท่านั้น ยังมีอาหารให้กินในทุกมื้ออีกด้วย

       ความรู้สึกที่ว่าคาเรนช่วยให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาดียิ่งขึ้น มันทำให้ทุกคนในหมู่บ้านยอมรับคาเรนอยู่ลึกๆ ในใจ

       เมื่อเดินข้ามสะพานกลับเข้ามาก็เห็นรถม้าคันหนึ่งที่ดูคุ้นตาขับขี่มาตามถนน ด้วยแว่นตาที่สวมใส่อยู่ทำให้มองเห็นภาพจากที่ไกลๆ ได้ค่อนข้างชัดเจนมาก มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับเกวียนแต่เขาต้องสวมหมวกผ้าเพื่อปกปิดอะไรบางอย่างบนศีรษะเอาไว้ แม้ว่าคาเรนจะรีบเดินกลับไปที่อาคารสำนักงานแค่ไหนแต่สองเท้าคนธรรมดาก็ไม่อาจเทียบเคียงกับรถม้าที่เร็วกว่าได้ ตอนที่มาถึงก็เห็นสาวใช้สองคนมีท่าทีลนลานอยู่ไม่น้อยเพราะไม่รู้ว่าจะติดต่อกับเธอได้อย่างไร

       เซรอสได้ให้พวกเด็กทั้งสามกลับไปรอที่บ้านก่อน ที่ต้องรออยู่ที่นี่ก็เพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางในการสื่อสารแม้ว่าอีกฝ่ายพอจะใช้ภาษานูมอร์ได้บ้างแต่ก็ไม่เก่งขนาดจะคุยกันได้รู้เรื่อง คาเรนพูดภาษาปีศาจไม่ได้ย่อมต้องเสียเปรียบกว่าแน่นอน

       “คิดว่าคุณจะกลับมาเร็วกว่านี้อีกนะคะ” คาเรนกล่าวตำหนิ อุตส่าห์ตกลงกันแล้วว่าจะมาถึงก่อนพักเที่ยงเธอจึงได้นั่งรออยู่ที่สำนักงาน

       “ขอโทษ ไม่รู้ว่ายายซาริไปกินอะไรผิดสำแดงมาวิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำตั้งหลายครั้ง”

       คาเรนยอมรับคำแก้ตัวของเซรอส เบนสายตามองไปยังชายสวมหมวกผ้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กัน

       “คนนี้สินะคะ?”

       “ใช่ ชื่อรัคคาควิกน่ะ” เซรอสตอบ และหันไปแนะนำให้รัคคาควิกรู้จักอีกที

       ก่อนที่จะได้กล่าวทักทายกันอย่างเป็นทางการคาเรนรู้ว่ายังมีคนไม่น้อยที่มีความรู้สึกต่อต้านเผ่าปีศาจอยู่และนั่นอาจจะเป็นสาวใช้ของเธอก็ได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันเบื้องต้นจึงบอกให้สองคนนั้นกลับไปทำงานของตนเองเหลือไว้เพียงมัวร์ที่เธอวางใจรองลงมาจากเบลูก้าและนอร์ร่าแทน จากนั้นจึงเดินนำทางไปยังห้องรับรองแขกที่มีความเป็นส่วนตัว เซรอสตามหลังมาและปิดล็อกประตูพร้อมทั้งวางมือร่ายเวทมนตร์สร้างเขตแดนป้องกันการดักฟัง

       คาเรนหันกลับมาและกล่าวทักทายด้วยมารยาทชั้นสูง โดยมีเซรอสเป็นล่ามคอยถ่ายทอดข้อความให้

       “ยินดีที่ได้พบกันค่ะ ดิฉันผู้นำตระกูลเรเบียส บารอนเนส คาเรน เรเบียส”

       เจอการต้อนรับอย่างมีมารยาทแบบนี้ทำให้รัคคาควิกถึงกับมึนงง สำหรับเขาที่เป็นเพียงชนชั้นล่างของเผ่าปีศาจจึงไม่ได้รับการฝึกด้านมารยาทมา รัคคาควิกจึงตอบกลับไปในฐานะของทหารคนหนึ่งพร้อมแสดงความเคารพแทน

       “ข้าคือรัคคาควิก” เขาตอบและถอดหมวกผ้าออกเผยให้เห็นเขาปีศาจที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยความจริงใจ

       มัวร์อยู่ด้านหลังคาเรนเห็นปีศาจก็มีท่าทีต่อต้านเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เก็บอารมณ์หวาดกลัวเอาไว้ได้

       “ทราบมาว่าคุณรัคคาควิกประสบอุบัติเหตุในทะเลจนลอยมาติดที่ดินแดนแห่งนี้ ไม่ทราบว่าหลังจากนี้มีแผนจะทำอย่างไรต่อคะ”

       “หากเป็นไปได้ ข้าอยากจะกลับดินแดนบ้านเกิด”

       คาเรนฟังคำตอบนั้นก็ครุ่นคิดอย่างหนัก มันไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของเธอแม้แต่น้อยเพราะการอยู่ในดินแดนที่ยังมีความคิดปฏิเสธเผ่าพันธุ์ปีศาจค่อนข้างจะอันตรายมาก คาเรนเองก็มีความคิดอยากจะส่งคนคนนี้กลับดินแดนบ้านเกิดเช่นกันอย่างน้อยก็ต้องการแสดงออกว่าตัวเธอนั้นไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นศัตรูกับเผ่าปีศาจ และต้องการสานความสัมพันธ์ด้วยอย่างยิ่ง

       เธอเปิดลิ้นชักโต๊ะและนำแผนที่ที่ไอทาเรียใช้อยู่ในปัจจุบันออกมากางให้ดู ซึ่งก็ได้มีการเพิ่มเติมข้อมูลใหม่เกี่ยวกับดินแดนต้องสาปลงไปด้วย อันที่จริงแล้วคาเรนมีแผนที่ที่จัดทำโดยเซรอสเพียงแต่รายละเอียดของมันมีเยอะเกินไปจึงไม่ได้นำมาใช้

       “พรมแดนที่เชื่อมต่อระหว่างเผ่าปีศาจและไอทาเรียนั้นอยู่ที่เมืองเอ็นยูค่ะ เพียงแต่เมื่อปีที่แล้วมันได้เกิดมีสงครามขึ้นทำให้ปัจจุบันเอ็นยูกลายเป็นเมืองที่ถูกทอดทิ้งแม้จะมีประชากรอาศัยอยู่ก็ตาม การเดินทางผ่านเส้นทางนี้จะต้องอ้อมค่อนข้างไกลและอาจจะใช้เวลานานกว่าหนึ่งเดือนเพื่อเดินทางไปที่นั่น แต่คุณรัคคาควิกเป็นปีศาจการใช้เส้นทางปกติจัดว่าเสี่ยงมากค่ะ”

       “ข้าเข้าใจ” รัคคาควิกไม่โกรธ ดูเหมือนหนทางกลับดินแดนบ้านเกิดนั้นจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

       “แต่ว่า” คาเรนกล่าวค้าง ขยับนิ้วไล่ขึ้นมาบนแผนที่อีกครั้ง “เรามีเส้นทางที่อยู่ใกล้ที่สุดคือทางนี้ค่ะ”

       พื้นที่ที่คาเรนชี้ไปนั้นปัจจุบันยังไม่ได้รับการสำรวจก็จริง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่ามันอยู่ใกล้กับดินแดนปีศาจมากที่สุดเพียงแค่ข้ามทะเลไปก็เท่านั้น ระยะห่างของมันไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่จะบินข้ามไปมาก็ย่อมได้ น่าเสียดายที่เผ่าปีศาจที่มีความสามารถบินได้นั้นล้วนเป็นพวกเชื้อสายชั้นสูงแทบทั้งสิ้น รัคคาควิกเป็นเพียงแค่เผ่าปีศาจรุ่นใหม่ที่สายเลือดปีศาจไม่ได้เข้มข้นเหมือนรุ่นบรรพบุรุษเขาจึงมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่มีเขาเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าปีศาจแทน

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการบินข้ามไปมา ลำพังการจะใช้เวทมนตร์ก็นับว่ายากมากสำหรับสายเลือดปีศาจชั้นล่าง นอกเสียจากว่าจะเกิดมามีพรสวรรค์จริงๆ จึงจะได้รับการยอมรับให้มีลำดับชนชั้นที่สูงกว่าที่เป็นอยู่

“จะให้ข้ามทะเลนั่นไปอย่างนั้นรึ? เป็นไปไม่ได้หรอก พื้นที่แถบนั้นเป็นกระแสน้ำปีศาจที่รุนแรงมาก การใช้เรือข้ามฝั่งไปมามีแต่จะเอาชีวิตไปทิ้งเท่านั้น” รัคคาควิกค่อนข้างชำนาญเรื่องในทะเลมาก เขาเป็นปีศาจก็จริงแต่ก็ดำรงชีพในฐานะของชาวประมงด้วยเหมือนกัน

“นั่นคือปัญหาค่ะ แต่เส้นทางที่สะดวกกว่าก็ยังมีนะคะ” คาเรนยิ้มคล้ายจะรู้อยู่แต่แรกแล้วจากนั้นจึงขยับนิ้วเปลี่ยนตำแหน่งไปอีก คราวนี้เป็นเมืองชายทะเลทางตะวันออกแทน “ถ้าเป็นที่นี่ล่ะก็เราสามารถนั่งเรือข้ามฝั่งไปส่งได้แต่การที่จะต้องหลบเลี่ยงกระแสน้ำปีศาจอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 วันค่ะ เพียงแต่ตอนนี้ทางเราไม่มีเรือที่จะนำคุณรัคคาควิกไปส่ง การจะสร้างมันย่อมต้องใช้เวลา

คาเรนเหลือบมองเซรอสแฝงนัยยะบางอย่าง

“แน่นอนว่าทางฝ่ายเราจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อส่งคุณรัคคาควิกกลับดินแดนบ้านเกิดให้ได้เร็วที่สุดค่ะ ระหว่างที่เรากำลังหาทางอยู่นี้จึงอยากจะขอความร่วมมือให้คุณอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของทางเรา แน่นอนว่าทางเราจะไม่คิดจะจำกัดอิสระของคุณหรือปฏิบัติต่อคุณเหมือนนักโทษ หากคุณยอมรับเงื่อนไขนี้ดิฉันจะขอให้คุณมัวร์นำทางคุณไปยังที่พักรับรองที่เตรียมไว้ให้ค่ะ”

รัคคาควิกไตร่ตรองครู่หนึ่งแล้วตอบ “ตกลง ข้ายอมรับเงื่อนไขนั้น”

เซรอสถ่ายทอดข้อความให้เสร็จ คาเรนก็สั่งการมัวร์ให้นำทางรัคคาควิกไปยังอาคารรับรองที่เตรียมไว้ให้

อาคารรับรองหลังนั้นแท้จริงแล้วก็คืออาคารรองรับผู้อพยพกลุ่มใหม่ที่จะมาถึง ห้องที่เตรียมไว้ให้นั้นเดิมมีไว้เพื่อให้ผู้ดูแลสถานที่ได้อยู่อาศัย คาเรนจำต้องปรับปรุงนิดหน่อยเพื่อเปลี่ยนมันเป็นที่รองรับชั่วคราว อย่างน้อยที่นั่นก็มีห้องสุขาและห้องอาบน้ำแยกเอาไว้ให้โดยเฉพาะ ถือโอกาสอันดีที่จะได้ทดสอบการอยู่อาศัยจริงไปด้วยเลยทีเดียว

คาเรนนับว่าโชคดีมากที่เซรอสสามารถสื่อสารกับเผ่าปีศาจได้ทำให้บทสนทนานั้นง่ายยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียเปรียบก็คือเธอไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดไปนั้นถูกต้องทั้งหมดหรือมีการบิดเบือนอะไรไปบ้างหรือไม่ พอรู้ว่าในอนาคตอาจจะมีเรื่องการเจริญสัมพันธไมตรีกับดินแดนเพื่อนบ้านจึงเกิดความคิดที่ว่าอยากจะหาทางศึกษาภาษาต่างๆ เอาไว้ด้วย แม้ว่าการมีล่ามจะเป็นสิ่งจำเป็นก็ตาม แต่ถ้าหากสามารถฟังและพูดคุยได้ด้วยตัวเองก็จะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับข้อความแบบผิดๆ

“ต้องลำบากคุณแล้วนะคะ” คาเรนพูดขึ้น จัดเก็บข้าวของบนโต๊ะเก็บใส่ไว้ในลิ้นชักตามเดิม “ขอถามหน่อยได้ไหมคะว่าหากคุณจำเป็นต้องสร้างเรือขึ้นมาจริงๆ จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่”

“ที่จริงแล้วฉันมีเรืออยู่หนึ่งลำ แต่ติดปัญหาอย่างหนึ่งตรงที่มันเหมือนกับยานบิน”

คาเรนพยักหน้าเบาๆ เธอเข้าใจดีว่ามันหมายความว่ายังไง

พาหนะนั่นไม่อาจนำมาใช้ได้อย่างเปิดเผย

“แต่ถ้าต้องสร้างขึ้นมาใหม่คิดว่าน่าจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง สร้างเสร็จเมื่อไหร่ฉันจะแจ้งต่อเธอทันที”

“ต้องขอรบกวนด้วยนะคะ”

 

รัคคาควิกเดินตามหญิงสาวเผ่ามนุษย์มาจนถึงอาคารหลังใหญ่ ตอนที่เดินผ่านทางเข้าพบเห็นมนุษย์ประหลาดที่มีร่างกายบางส่วนมีความคล้ายคลึงกับปีศาจหรือไม่ก็พวกมนุษย์สัตว์ยืนเฝ้าอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้า คาดว่าน่าจะเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องสาปที่ถูกเล่าลือกันแน่ๆ

เข้ามาในอาคารก็พบเจอกับห้องโถงขนาดใหญ่เหมือนเป็นโกดังเก็บของแต่สะอาดกว่ามาก หญิงสาวเดินนำทางไปยังห้องหนึ่งและไขกุญแจเปิดให้ ภายในห้องทำออกมาดีมากมีเครื่องเรือนครบครันโดยเฉพาะฟูกปูนอน มีตู้ลิ้นชักไว้เก็บพวกเสื้อผ้าให้ด้วย

มัวร์พูดภาษาเผ่าปีศาจไม่ได้ก็จริงแต่การแสดงออกด้วยท่าทางกลับสื่อความหมายได้ชัดเจนมาก เธอเปิดลิ้นชักและหยิบของออกมายัดใส่มือให้ จากนั้นก็พาเดินตามออกมาแนะนำสถานที่ที่ควรรู้อย่างห้องอาบน้ำและห้องสุขา ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัคคาควิกในการศึกษาด้วยตัวเอง

หลังจากหญิงสาวเผ่ามนุษย์คนนั้นจากไปแล้ว รัคคาควิกก็ลองเดินสำรวจห้องโถงดูพบว่ามันไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หากที่นี่เป็นบ้านพักรองรับจริงห้องโถงนี่ก็ดูจะใหญ่เกินไปหน่อย ยังมีห้องว่างอยู่อีกหลายห้องแต่ไม่มีห้องไหนถูกล็อกกุญแจไว้เหมือนห้องของเขาจึงเกิดความสงสัยมาก ยิ่งลองพิจารณาดูรูกุญแจที่เล็กมากก็เดาว่าที่นี่จะต้องมีดวอร์ฟที่เชี่ยวชาญงานที่มีรายละเอียดเล็กๆ นี้อยู่แน่

อย่างไรก็ตามรัคคาควิกไม่รู้เลยว่าความเคลื่อนไหวทุกอย่างของเขาถูกจับตามองโดยอุปกรณ์ที่ติดอยู่ตามมุมต่างๆ ของเรือนรับรองแห่งนี้

“อีวา จับตาดูความเคลื่อนไหวทุกอย่างของเขาและส่งรายงานความเคลื่อนไหวมาให้ฉันทุกๆ สามสิบนาที”




จริงๆ ไปลองอ่านนิยายเรื่อง Elixir Supplier มา แต่อ่านไปกว่า 900+ ตอนแล้ว

ถงเว่ยที่ผมเข้าใจว่าเป็นนางเอกมาตลอด นางไปทำงานต่างประเทศตามคำสั่งของบริษัทตั้งแต่ตอนที่ประมาณ 300 กว่าแล้วหายไปยาวเลย พระเอกเราดันได้สาวคนใหม่แทน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.457K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #15575 mummummi (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:39
    เซรอสก็ยังคงเป็นเซรอสแหละน้า รอบคอบไว้ก่อน
    #15,575
    0
  2. #14435 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 10:44
    😊😊😊
    #14,435
    0
  3. #14072 ossie (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 22:49

    ผมก็อ่านถึง142เองสรุปถงเว่ยไม่ใช้นางเอกหรอนิแล้วไรท์อ่านจากไหนอ่ะ

    #14,072
    0
  4. #14058 "TheFirst" (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 10:53

    อิมๆๆ......ยาวไปๆอัพบ่อยๆไรท์ 5555

    #14,058
    0
  5. #14055 sunseasum (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 09:11

    ผมก็อ่านนะหล่อนกลับมาแล้วนี่หรือไปอีกรอบอ่านถึงตอน400+ไรด์อ่านจากไหน900+บอกหน่อยจะตามไปอ่าน
    นิยายสนุกครับ
    #14,055
    1
    • #14055-1 Blue Soul(จากตอนที่ 180)
      29 สิงหาคม 2562 / 09:27
      comrademao
      #14055-1
  6. #14023 pitchre (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 08:18
    ไรด์การ์ดไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ถ้าข้าวเหนียวยังแพงขึ้นอีกพวกเราจะตายกันหมดนะค้า
    #14,023
    3
    • #14023-1 Blue Soul(จากตอนที่ 180)
      27 สิงหาคม 2562 / 08:22
      ไรด์การ์ดมีข้าวเหนียวด้วยเรอะ เพิ่งรู้
      #14023-1
    • #14023-3 Blue Soul(จากตอนที่ 180)
      27 สิงหาคม 2562 / 08:24
      อ๋อ เออ ใช่ๆๆๆ มันมีจริงๆ
      #14023-3
  7. #14022 beerloveinam (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 22:43
    แนะมีเขวะด้วย. เรื่องใช้คนไม่ตรงกับหน้าที่
    #14,022
    1
    • #14022-1 Blue Soul(จากตอนที่ 180)
      26 สิงหาคม 2562 / 22:44
      อุตส่าห์ใช้สปอยล์เลี่ยงประเด็น มีคนรู้ทันซะงั้น
      #14022-1
  8. #14021 tanagorn29 (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 15:07
    เซรอสจะทำเรือแบบไหนออกมาน่ะอยากรู้จัง
    #14,021
    0
  9. #14019 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 13:23

    ขอบคุณครับ

    #14,019
    0
  10. #14017 ImFooler (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 07:27
    สปอยล์​ ซะงั้น
    #14,017
    0
  11. #14016 mummummi (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 02:35
    คาเรนก็ได้รับความรักจากพระเจ้านี่นะ
    #14,016
    0
  12. #14015 PrasitPP (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 23:53

    อ้าวไรท์สปอยล์นิยายซะงั้น แต่ไม่เป็นไรครับ ว่ากันตามจริงก็ไม่ถือว่าสปอยล์เท่าไหร่ เพราะผู้แต่งนิยายเรื่องนั้นเขาบอกใบ้เป็นนัยๆไว้ในเรื่องหลายหนแล้ว เรื่องความรู้สึกของทั้งคู่ที่ไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ส่วนคนที่พระเอกแต่งงานด้วยตอบจบ ผู้แต่งก็แต่งให้มีเคมีเข้ากันมากกว่าด้วย

    #14,015
    0
  13. #14014 MheeDum (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 21:50

    ขนมแปลภาษาาาาา

    #14,014
    0
  14. #14013 lost (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 21:18

    เซรอสเคยสร้างสารานุกรมภาษา ด้วยแว่นตาแล้วนิ ฟรานบ่นเสียดายกินแบตไปใช้นานไม่ได้ ถถถถถ

    #14,013
    0
  15. #14012 ThaipaKing (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 18:51
    เซรอส สร้างสารานุกรมภาษาไปเลยสิ เครื่องแปลภาษา!!
    #14,012
    0
  16. #14011 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 17:51

    สนุกมากกกกกกก

    #14,011
    0
  17. #14010 ColdSton (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 17:04
    ขอลิงค์ Elixer Suplier หน่อยดิแอด
    #14,010
    0
  18. #14009 Voicewolf (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 15:51
    เรื่องที่อ่านสนุกไหมครับ จะได้ตามบ้าง
    #14,009
    0
  19. #14008 ภณงับ (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 15:00
    โอเครอดสปอย เพราะไม่ได้ตาม 555
    เซรอสคุงเรือที่คล้ายเครื่องบินนี่ เรืออวกาศยามาโต้หรือเปล่า 5555

    ขอเดาว่่าเมืองของเซรอสในอนาคตต้องมี บุคคลเหล่านี้อยู่แน่ๆ
    1. คาเรน = บริหารเมือง
    2. อาเร็ตต้่า = ควบคุมส่วนการ
    3. เดลฟิโอน่า = แม่ทัพ
    4. เรทิเชีย = อัศวินพิทักษ์เมือง
    5. วาเลนเซีย = เจ้าหญิง+ทูตฝ่ายมนุษย์
    6. มิเกล(ถ้าจำไม่ผิด) = ทูตฝ่ายปีศาจ
    7. พระเจ้า = ภรรยาหลวงของเซรอส 555
    #14,008
    3
    • #14008-2 windy666(จากตอนที่ 180)
      25 สิงหาคม 2562 / 16:14
      หรือบางที่ คาเรน อาจจะเป็นลูกลับๆของพระเจ้า

      ส่วน เซรอส ก็ได้เป็นลูกเขยพระเจ้า
      #14008-2
    • #14008-3 [Null](จากตอนที่ 180)
      25 สิงหาคม 2562 / 16:52
      ที่คล้ายเครื่องบิน น่าจะหมายถึงวิทยาการที่ก้าวหน้ากว่ายุคปัจจุบันไรงี้เลยเอามาใช้ไม่ได้
      #14008-3
  20. #14007 YukiKiyu (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 14:30
    ถ้าความสัมพันธ์​ดีขึ้น.. ต้องมีการจ้างอาจารย์​มาสอนภาษา
    #14,007
    0
  21. #14006 ganam (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 14:28
    อ้าว ดันเจอสปอย ม่ายยยย
    #14,006
    0
  22. #14005 patiphanpinkham (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 14:24

    Elixer Supply ผมดำไปได้ 2 ร้อยกว่าตอนเอง ดันเบื่อซะก่อน 555

    #14,005
    0
  23. #14004 chayen1243 (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 13:45
    สปอยซะแบบ
    #14,004
    0
  24. #14003 Nisaluck Artcomepa (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 13:09
    ไรท์สสปอยเรา​พึ่งอ่านได้100ตอนเอง
    #14,003
    0
  25. #14002 แอลเดซึงะ (จากตอนที่ 180)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 13:00
    เมื่อคืนฝันว่าคนแต่งเรื่องนี้เป็นคนรู้จัก... เชี่ยยยย หลอนนน ฝันแปลก ๆ ถ้าเป็นคนรู้จักจริง ๆ นี่ยิ่งหลอน
    #14,002
    0