ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,766 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,816 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    23,244

    Overall
    2,262,766

ตอนที่ 18 : Episode Seventeen : ทะเล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 941 ครั้ง
    15 มี.ค. 60

Episode Seventeen



 

'ท่านต้องการสร้างสิ่งเหล่านี้หรือไม่'

'ยืนยัน/ปฏิเสธ'

      

        ไม่มีความจำเป็นจะต้องปฏิเสธ เซรอสตัดสินใจกด 'ยืนยัน' เพื่อสร้างสิ่งที่เขาได้วางแผนล่วงหน้ามาหลายเดือน

        ทันใดนั้นจากสภาพของพื้นที่ที่โล่งเตียนไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจากหญ้า ก็มีเสียงแผ่นดินสั่นสะเทือนพร้อมด้วยเหตุการณ์พิสดารพื้นดินนั้นแปรเปลี่ยนเป็นทางเดินอิฐที่เรียงกันอย่างสวยงาม

        จากตรงนี้สามารถมองเห็นบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่โดดเด่นอย่างชัดเจน

        ตำแหน่งที่เซรอสยืนอยู่นั้นคือศูนย์กลางของสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้าน ลานน้ำพุที่อาจจะกลายเป็นน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในภายภาคหน้า แม้ว่าจะยังไม่มีบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นเลยก็ตาม แต่นี่ถือเป็นก้าวแรกและสำคัญมากของที่ที่จะกลายเป็นหมู่บ้านในอนาคต

        มันเป็นความเหนื่อยยาก (ของระบบสร้างอัตโนมัติ) ในที่สุดเซรอสก็สามารถทำถนนสำหรับเดินทางเข้าออกได้เป็นที่เรียบร้อย หากเป็นกรณีที่ทำด้วยตัวเองคงไม่มีทางสร้างถนนทางดีได้เรียบเนียนขนาดนี้ ด้วยเส้นทางนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้มันเป็นระเบียบแล้ว การเดินทางยังสะดวกมากขึ้นอีกด้วย สะพานก็ไม่ได้ทรุดโทรมแล้ว มันได้เปลี่ยนเป็นสะพานหินที่ทนทานแข็งแรงสุดๆ มองเห็นแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆ และมีปลาแหวกว่าย

        มันเป็นธรรมชาติที่สวยงามมาก และเขาจะรักษาสถานที่แห่งนี้เอาไว้ห้ามไม่ให้ผู้ใดมาทำลายมันโดยเด็ดขาด

        อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาได้ใช้วัสดุส่วนใหญ่ไปจนหมดแล้ว จึงไม่อาจสร้างอะไรได้อีกพักใหญ่ เขาตัดมันมามากแล้วและทำให้ป่าแหว่งหายไปเยอะมาก แค่นี้ก็น่าใจหายมากพอ เพราะกว่ามันจะกลายมาเป็นต้นไม้ที่โตเต็มที่จะต้องใช้เวลาเกือบชั่วชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งเลยเชียวล่ะ

        "นี่มัน..."

        คล้ายกับว่าพระเจ้าเองก็จะเข้าใจถึงสถานการณ์ถึงได้ปรากฏคำตอบออกมาในรูปแบบของคำแนะนำบางอย่าง

        เซรอสไม่เคยศึกษาระบบของการสร้างรั้วมาก่อน จนกระทั่งได้มาอ่านดูเล่นๆ พบว่ามีรั้วที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งรั้วที่ตั้งขึ้นเพื่อล้อมเป็นคอกซึ่งผลลัพธ์จะทำให้พวกสัตว์มีความสุข และรั้วที่ตั้งขึ้นเพื่อปกป้องอะไรบางอย่าง หนึ่งในรั้วที่เซรอสบังเอิญเห็นก็คือ 'รั้วป่า'

        เมื่อตั้งรั้วนี้ล้อมรอบสถานที่เป้าหมายเอาไว้ ผลลัพธ์จะช่วยทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น มีความอุดมสมบูรณ์ราวกับเป็นป่าใหญ่ที่ไม่ได้ถูกบุกรุก ภายในนั้นจะมีของป่าเติบโตอยู่แทบจะทุกวัน น่าจะเหมาะกับการหาของป่าเป็นอย่างมาก และนั่นหมายความว่าเขาจะสามารถตัดไม้ได้เรื่อยๆ เพราะพวกมันจะเติบโตได้เร็วมาก

        ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดที่พลังนี้จะทำไม่ได้   เพราะมันคือพลังที่พระเจ้าเลือกจะมอบให้

        ปัญหาเรื่องการขาดแคลนไม้ยังไงก็ต้องได้รับการแก้ไขปัญหาก่อนเป็นอันดับแรก และเซรอสจะเก็บเอาไปคิดเป็นการบ้าน แต่ก็จะเร่งลงมือทำให้ได้เร็วที่สุดเพื่อสำรองฟืนเก็บเอาไว้ในโกดัง

        หลังจากที่การเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างเมืองเสร็จแล้ว จึงเดินทางไปดูทุ่งนาที่เขาได้ปลูกข้าวเอาไว้ ตอนนี้มันออกรวงสวยมาก และใช้เวลาลดลงจริงๆ ถึงจะไม่เทียบเท่ากับที่เรือนกระจกสามารถทำได้ เขาคิดว่าน่าจะเป็นเพราะปุ๋ยที่ใช้ซะมากกว่าทำให้ระยะเวลามันลดลงมาหนึ่งเดือน ซึ่งการเก็บเกี่ยวข้าวได้เร็วขึ้นถึงหนึ่งเดือนนับว่าเป็นเรื่องดีมาก

        ซาริกับฟรานมาเตรียมตัวรออยู่ก่อนแล้ว การานเองก็ถูกพามาใช้ในการบรรทุกข้าวที่เก็บเกี่ยวไปไว้ในโกดัง เนื่องจากใช้พื้นที่เพาะปลูกอย่างเต็มที่เลยทำให้พวกเขาเก็บเกี่ยวได้เป็นจำนวนมหาศาล สามารถกินกันได้ตลอดทั้งปีถ้าไม่เบื่อไปซะก่อน หรือถ้าหากคิดจะนำไปขาย คุณภาพของข้าวคงทำให้พวกเธอกลายเป็นคนรวยในชั่วข้ามคืน โชคร้ายที่ตอนนี้พวกเธอไม่มีความคิดที่จะหาเงินเพื่อความร่ำรวย และไม่อยากจะจากสถานที่ที่สงบสุขแห่งนี้ไป

        ต้องเก็บเกี่ยวทั้งข้าวและมันฝรั่งไปพร้อมกัน มันไม่สามารถขนกลับไปได้ในครั้งเดียวอยู่แล้วก็เลยต้องเทียวไปกลับอยู่เกือบสามครั้ง ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้มาทั้งหมดนั้นใช้เป็นเสบียงสำหรับคนในหมู่บ้านได้ตลอดทั้งปี มันจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของทั้งสองคนที่จะได้ลองทานข้าวหุงสุก เพราะข้าวนั้นเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้มีโอกาสกินกันบ่อยนัก ส่วนใหญ่จะมีแต่พวกชนชั้นสูงที่ได้กิน

        ทว่าการอยู่ที่นี่พวกเธอได้มีโอกาสกินทุกอย่างที่อยากกิน และเป็นอาหารที่แม้แต่พวกชนชั้นสูงยังไม่เคยได้มีโอกาสลิ้มลอง ไม่รู้ด้วยแล้วว่าฝ่ายใดกันแน่ที่จะต้องเป็นคนที่อิจฉา

        มื้อเย็นในวันนั้นก็เป็นการทำอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านแบบที่ไม่เคยกินมาก่อน และนั่นทำให้เซรอสรู้ว่าซาริกินอาหารเผ็ดมากไม่ได้ เห็นภาพกระต่ายวิ่งแจ้นไปที่ก๊อกน้ำหวังจะดับความเผ็ดร้อนนี้ จนต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยการยื่นนมให้ดื่มแก้เผ็ดแทน

        "ท่านเซรอสใจร้ายจังเลยเจ้าค่ะ ซาริทานเผ็ดไม่ได้นะเจ้าคะ"

        "ฉันผิดเองล่ะ อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าเธอกินเผ็ดได้ในระดับไหน ว่าแต่ฟรานล่ะรู้สึกเผ็ดไหม"

        "นิดหน่อย" ฟรานยังคงรักษาบุคลิกของคนพูดน้อยได้เป็นอย่างดี

        ปกติแล้วถ้าไม่มีผู้ใดชวนคุยล่ะก็ฟรานจะเงียบตลอดทั้งวัน แต่ที่จริงแล้วเวลาไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เธอจะแอบร้องเพลงออกมา ซาริประสาทหูดีมากเลยได้ยินเพลงที่ฟรานร้องประจำแถมยังเอาไปบอกเซรอสด้วย

        ตอนนี้เซรอสกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเครื่องเทศที่สำคัญใกล้จะหมดลง

        เกลือ...วัตถุดิบปรุงอาหารที่แสนสำคัญและยังใช้ถนอมอาหารได้เป็นอย่างดี จากที่เขาปล้นชิงมารวมกันและใช้มาเรื่อยๆ บัดนี้มันร่อยหรอลงทุกทีแล้ว พวกซาริรู้แค่ว่าเกลือหาได้จากพื้นที่ทางทะเลแต่ไม่รู้วิธีการทำเกลือมาใช้ปรุงอาหาร แต่เซรอสรู้วิธีการทำขอแค่ไปให้ถึงพื้นที่ทะเลก็พอ นอกจากนี้เกลือยังเอาไปใช้ทำสิ่งของอย่างอื่นได้อีกด้วย

        "จะไปเมืองทางตอนใต้สินะเจ้าคะ?"

        ในฐานะทาสที่ต้องถูกซื้อขายไปมา ซาริรู้ว่าจะซื้อเกลือได้เฉพาะที่ไหน

        "ไม่ล่ะ เรามีที่ที่ใกล้กว่านั้น"

        ภายหลังทานอาหารเสร็จแล้ว เซรอสก็นำแผนที่ฉบับสมบูรณ์ของอาณาจักรไอทาเรียออกมาเปิดกาง หากในตอนนั้นคิดว่าขอบเขตของเมืองคัลไซด์นั้นใหญ่ที่สุดแล้วบอกได้เลยว่าคิดผิดมหันต์ มันถูกเรียกว่าเป็นเมืองที่เล็กมากที่สุดแถมยังอยู่ในพื้นที่ที่ปลูกอะไรขึ้นได้ยากมาก เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่อยู่ใจกลางแล้วของแผนที่แล้ว ขนาดของเมืองมันผิดกันลิบลับ แต่ถึงจะเป็นเมืองที่เล็กที่สุดก็ตาม แต่ดูภาพรวมแล้วก็ไม่ได้แย่จนถึงกับใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้เลยสักทีเดียว

        ตั้งแต่ที่ได้แผนที่มาเซรอสก็ใช้มันศึกษาลักษณะทางภูมิประเทศอยู่บ่อยครั้ง จนได้พบกับตำแหน่งของดินแดนต้องสาปแห่งนี้ ขอบเขตของมันนั้นถือว่าเล็กมาก มีทางเข้าออกอยู่ด้วยกันถึงสองทาง ทางแรกนั้นก็คือเส้นทางที่เซรอสใช้เดินทางไปยังคัลไซด์ ส่วนทางที่สองนั้นคือเส้นทางทางทิศวันตกไปเรื่อยๆ ก็จะไปโผล่ในอาณาเขตของเมือง 'เอ็นยู' แม้จะยังไม่รู้จักแต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองทางการทหารที่มีหน้าที่รักษาดินแดนไม่ให้ถูกรุกรานโดยเผ่าปีศาจที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเทือกเขา

        แต่ดูเหมือนว่าจากเหตุการณ์ในอดีตเส้นทางสัญจรนั้นก็ได้ถูกปิดไปแล้ว

        อย่างไรก็ตามเขาได้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด หากเดินทางไปทางทิศตะวันออกราวๆ 40 ไมล์ ก็จะไปถึงพื้นที่ชายทะเลได้ ถ้าใช้ม้าตัวเดียววิ่งไปก็น่าจะประมาณ 1-2 ชั่วโมง ให้ความรู้สึกราวกับเป็นสายหาดส่วนตัว ถ้าเป็นที่นั่นล่ะก็สามารถออกเรือทำประมง หรือทำเกลือบริสุทธิ์ที่ดีกว่าออกมาได้สบายมาก

        "มีที่แบบนั้นด้วยเหรอเจ้าคะ?" แล้วก็หันไปมองฟรานที่ส่ายหน้าเพราะไม่รู้จักเช่นกัน

        ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามีแผนที่เซรอสก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกัน และแม้ว่าจะได้แผนที่มาแล้วก็ตาม สุดท้ายก็ต้องทำตามกำหนดการเดิมไม่อาจเปลี่ยนใจไปมาได้

        "ใครจะไปบ้าง" เซรอสถาม

        และแทบจะในทันที มือของซาริกับฟรานก็ยกสูงขึ้น

        ดังนั้นในตอนเช้าพวกเซรอสจึงออกเดินทางด้วยรถม้าแต่เช้า

        ทะเลมันไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านมากนัก สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้ จุดประสงค์ที่ไปก็เพื่อตักน้ำทะเลใส่ถังบาร์เรลกลับมาสักหลายถังเพื่อทำเกลือไว้ใช้ประกอบอาหาร อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้นาของจริงเพื่อทำนาเกลือ เซรอสสามารถจำลองพื้นที่นาขนาดเล็กแบบเคลื่อนย้ายได้อย่างน้อยก็น่าจะได้เกลือกลับมาใช้ปรุงอาหารอีกสักหลายกิโลกรัม

        ถนนหนทางไม่ได้ราบเรียบแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความลำบากในการเดินทาง พวกเขายังคงนั่งกันสบายและสัมผัสกับธรรมชาติที่ไม่เคยมีผู้ใดลุกล้ำมานานหลายสิบปี ใช้เวลาเดินทางไปถึงก็ประมาณใกล้เที่ยง พบเจอกับหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างจนมีต้นไม้และรากไม้ขึ้นเต็มเมือง ถึงอย่างนั้นชายหาดก็ยังคงสะอาดและงดงาม

        "คนแรกเจ้าค่า!" ซาริกระโดดลงจากรถวิ่งลงไปเหยียบหาดทรายก่อนใครพวก

        ตามมาด้วยฟรานที่สะกดกลั้นอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้ ตลอดชีวิตของฟรานนั้นอาศัยอยู่แต่ในป่าเท่านั้นจึงไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสกับทะเลมาก่อน เช่นเดียวกับซาริที่วิ่งลงไปเอาเท้าสัมผัสกับน้ำทะเลแล้ว

        การแสดงออกของทั้งคู่เหมือนกับเด็กที่ไม่เคยได้เห็นทะเลมาก่อน

        ยังไงเซรอสก็ไม่ใช่พวกที่บ้าอำนาจที่ทุกคนจะต้องทำตามที่เขาสั่งอยู่แล้ว ปล่อยให้ทำตามใจบ้างจะเป็นไรไป

        เดินหาจุดที่จะได้น้ำทะเลที่ไม่มีสิ่งใดเจือปนและตักใส่ถังบาร์เรลจนเต็ม ขนกลับไปไว้ที่เกวียนและตักใส่ถังใหม่

        ถึงตอนนั้นไม่ได้มีแค่ซาริที่วิ่งลงไปถึงระดับครึ่งขา แม้แต่ฟรานเองก็ไปนั่งจุ่มปุกอยู่ในจุดที่คลื่นพอจะซัดมาโดนเท้าได้ สังเกตเห็นว่าเธอแอบใช้นิ้วจิ้มน้ำทะเลขึ้นมาดูดและทำหน้าเหยเกออกมา

        เสร็จแล้วก็มาเดินสำรวจหมู่บ้านที่น่าจะเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงมาก่อน มองเห็นท่าเทียบเรือที่พังไม่เหลือชิ้นดีแล้ว และเพราะว่าอยู่ที่ริมทะเลซึ่งก็น่าจะเคยมีคลื่นสาดซัดเข้ามา ผนังบ้านและบนหลังคาจึงปรากฏผลึกเกลือสีขาวอยู่ตั้งมากมาย พวกมันเป็นเกลือที่มีคุณภาพดีมาก และเซรอสไม่รังเกียจที่จะเก็บเกี่ยวพวกมันมาใช้ประโยชน์ กอบโกยพวกมันใส่ถุงที่พกติดตัวเสมอ ส่วนน้ำทะเลที่เอาไปด้วยก็น่าจะเอาไปสอนเป็นความรู้ในการทำนาเกลือให้ทั้งสองคน

        เวลาผ่านไปได้ราวสามชั่วโมงแล้ว จากที่เห็นแค่ซาริลงไปเล่นน้ำทะเลอยู่คนเดียว เวลานี้ก็มีฟรานอีกคนนอนให้คลื่นตีใส่ตัวเอง เพื่อที่จะได้กลับไปถึงหมู่บ้านได้ทันก็เลยเรียกให้ทั้งสองคนเลิกเล่นและกลับมาได้แล้ว ทั้งสองมีสีหน้าสนุกสนานและเสื้อผ้าเปียกปอน จะเล่นสนุกมันก็ได้อยู่ แต่ว่าหลังจากนี้ทั้งคู่จะต้องรู้สึกคันคะเยอไปทั้งตัวแน่ โดยเฉพาะกับซาริที่เป็นสัตว์ขน

        "ฉันจะรอดูสภาพของพวกเธอคืนนี้นะ"

        แต่เหมือนว่าจะไม่ต้องรอให้ถึงคืนนี้ เพียงแค่ยี่สิบนาทีที่เริ่มออกเดินทาง ซาริกับฟรานก็รู้สึกคันไปทั้งตัว พยายามจะเกาแค่ไหนก็ไม่ช่วยให้มันหายคัน ทั้งสองเลยร้องโอดครวญขอให้เซรอสช่วยเหลือ

        "จะ...เจ็บจังเลยเจ้าค่ะ ทำไมผมซาริถึงได้เหนียวแบบนี้ล่ะเจ้าคะ"

        "ถ้าคิดจะเล่นน้ำทะเลเมื่อเลิกแล้วก็ต้องล้างตัวให้สะอาดด้วย ไม่งั้นมันก็จะกลายเป็นแบบนี้แหละ"

        "ถ้าใช้เวทมนตร์ได้ล่ะก็..." ฟรานทำสีหน้าเจ็บใจ เพราะเวลานี้เธอยังไม่ได้ร่ำเรียนเวทมนตร์เลยแม้แต่บทเดียว ถึงจะมีหนังสือสอนการใช้เวทมนตร์เบื้องต้นก็ตาม แต่ฟรานก็ยังอ่านหนังสือไม่คล่องอยู่ดี

        สุดท้ายเซรอสก็แวะลงข้างทาง ซึ่งมีลำธารไหลผ่านไปสู่ทะเลจึงบอกให้ทั้งสองลงไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน มันช่วยให้อาการคันบรรเทาลงได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ผมที่เหนียวเหนอะมันหายไป กว่าจะกลับมาถึงบ้านได้ก็เย็นมาก ซาริกับฟรานพร้อมใจไปอาบน้ำด้วยกันโดยไม่มีใครคิดจะช่วยเซรอสขนถังน้ำทะเลไปเก็บเลยสักคนเดียว

 

        เสบียงอาหารในตอนนี้ก็มีเพียงพอที่จะอยู่รอดได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ก็ยังมีผลไม้ที่สามารถเก็บมากินได้เรื่อยๆ เท่าที่ใจปรารถนา เซรอสไม่มีความรู้สึกเสียดายในการนำผลผลิตเหล่านั้นออกมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย โดยคำนึงถึงสถานการณ์และสำรองเสบียงฉุกเฉินเอาไว้เพียงพอ เป้าหมายของเขาก็คือการสกัดเพื่อผลิตน้ำมันพืชมาใช้ประกอบอาหาร

        หากว่าเขาไม่มีความรู้อยู่เลยและต้องการลองผิดลองถูกอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีเพื่อหาวิธีสกัดทำน้ำมันพืช

        เป็นโชคดีสำหรับ 'หมายเลขศูนย์' ที่เป็นรุ่นทดสอบโปรแกรมล้างสมอง ข้อมูลที่ไม่จำเป็นพวกนั้นถูกยัดใส่ความทรงจำในสมองทั้งหมด และค่อยๆ ลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกจนตั้งแต่หมายเลข 10 ขึ้นไปคือตัวต้นแบบของนักฆ่าที่สมบูรณ์ที่พวกเขาต้องการ

        หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่เซรอสมีข้อมูลที่ไม่จำเป็นมันช่วยให้การมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เป็นไปได้โดยง่าย

        ถังไม้ที่เตรียมเอาไว้เพื่อสกัดเป็นน้ำมันถูกเตรียมเอาไว้หลายใบ พร้อมด้วยผลผลิตต่างๆ ที่สามารถสกัดทำน้ำมันได้

        ถ้ามันไปได้สวย นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำสบู่เหลว เซรอสเห็นแล้วล่ะว่าที่คนบนโลกนี้นิยมใช้ก็เป็นสูตรที่ค่อนข้างจะเก่ามา มีเพียงแค่ฟองและทำความสะอาดได้เท่านั้น แต่สบู่แบบที่คิดจะทำนั้นก็จะมีการแต่งกลิ่นให้หอมมากขึ้น และอาจจะพัฒนาไปเป็นแชมพูสระผม

        "ท่านเซรอสทำอะไรอยู่เจ้าคะ?" ซาริแอบชะโงกหน้าเข้ามาดู พลางซ่อนอะไรบางอย่างไว้ด้านหลัง

        แครอทที่ขโมยมาสินะ...

        แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้วตอบว่า "ฉันจะทำน้ำมันพืชไว้ใช้ทำอาหาร"

        ซาริทำหน้างงแล้วก็หยิบเอาแครอทขึ้นมากินเฉย เหมือนจะลืมไปแล้วสินะว่าเมื่อกี้พยายามจะซ่อนไม่ให้รู้น่ะ

        เห็นว่ามันเป็นการเรียนรู้ที่ดีก็เลยช่วยสอนวิธีการสกัดน้ำมันพืชให้ ถึงจะยังไม่ได้ผลผลิตนี้ในทันทีก็ตาม แต่อย่างน้อยซาริก็ได้รับประสบการณ์ในการทำน้ำมันพืชไม่มากก็น้อย

        ระหว่างที่เซรอสกำลังวุ่นอยู่กับการทำน้ำมันพืชนั่นเอง

        ตูม!!!

        เกิดเสียงระเบิดขึ้นและกระตุ้นสัญชาตญาณของเซรอส เขาวิ่งพรวดออกไปด้านนอกโดยไม่สนใจว่าถังไม้จะคว่ำหรือไม่ (ถึงความจริงตอนนั้นซาริจะช่วยประคองเอาไว้ก็ตาม) สายตามองกวาดออกไปเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

        ดูเหมือนที่มาของเสียงนั้นจะอยู่ที่บ้าน

        เซรอสวิ่งมาดูด้วยความเร็วที่น่าตกใจ พบกับผนังบ้านที่กลวงโบ๋ เศษไม้กระจุยกระจาย สังเกตจากทิศทางการกระจายของไม้ ราวกับว่าจุดเกิดเหตุนั้นอยู่ภายในบ้าน

        และที่นั่น ฟรานมีสีหน้าซีดเผือดคล้ายจะร้องไห้ออกมาแล้ว

        "เกิดอะไรขึ้น?" ถึงจะถามแบบนั้นแต่เซรอสเห็นหนังสือที่อยู่ในมือของฟราน

        คู่มือการฝึกฝนเวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน พร้อมบทเวทมนตร์เบื้องต้น

        "ขะ...ขอโทษ..." ฟรานตอบเสียงสั่นเครือ เธอคงกังวลว่าจะโดนลงโทษเพราะเผลอไปทำลายบ้านเข้า

        "หวา~!! รูเบ้อเริ่มเลยเจ้าค่ะ" ซาริตื่นตะลึง แต่ก็ยังคว้าแครอทที่ยังกินเหลืออยู่ออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อน กัดกินแบบไม่สนใจใครทั้งสิ้น

        สุดท้ายเซรอสไม่ได้กล่าวอะไร แค่ตีหัวฟรานเบาๆ เป็นการลงโทษเท่านั้น หยิบเอาหนังสือคู่มือการฝึกเวทมนตร์ขึ้นมาปัดเศษไม้ออกและนำไปวางเอาไว้บนโต๊ะ จากนั้นจึงกำหนดบทลงโทษสถานเบาออกมา

        "จากนี้เธอห้ามฝึกเวทมนตร์หนึ่งอาทิตย์ แล้วก็ทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วย"

        การซ่อมแซมบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก เซรอสขอตัวไปหยิบค้อนและกลับมาพร้อมกับวัสดุจำพวกไม้ เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ซ่อมแซมผนังบ้านที่ถูกทำลายให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิม ราวกับว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นแค่ภาพลวงตา

        เกี่ยวกับการฝึกเวทมนตร์เซรอสไม่ปฏิเสธว่าตัวเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ถึงจะรู้อยู่แก่ใจดีว่าพระเจ้าช่วยทำให้เขาสามารถใช้เวทมนตร์ได้แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มการฝึกฝนอย่างจริงจัง นั่นเป็นเหตุผลที่เขายังไม่อาจสอนฟรานได้ ที่ต้องรอให้เริ่มฝึกปีหน้าก็เพื่อจะรอให้เขามีระดับความรู้และความเข้าใจมากพอก่อนจะเริ่มสอน

        ถึงอย่างนั้นมันก็น่าตกใจเกินไปที่ฟรานฝึกฝนจนสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ได้ด้วยตัวเอง จากเด็กที่อ่านหนังสือไม่เป็นเริ่มต้นหัดเขียนแล้วก็อ่าน ถ้าเขาไม่เร่งส่งเสริมล่ะก็เกรงว่ามันจะทำให้พรสวรรค์ของเธอหายไป ถึงมันจะเร็วเกินไปสักหน่อยแต่คิดว่าควรจะได้เวลาเริ่มต้นการฝึกปรือพื้นฐานก่อนจะเริ่มให้ศึกษาเวทมนตร์

        นี่ขนาดหน้าบทที่ฟรานอ่านเป็นเพียงแค่เวทสายอัคคีพื้นฐานเท่านั้น

        ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าเป็นเวทมนตร์ระดับสูงอาจจะเป่าบ้านให้หายไปได้เลยก็เป็นได้

        อย่างน้อยก็ไม่คิดจะให้มาฝึกเวทมนตร์ในบ้านอีกเพราะมันอันตราย

        ดังนั้นแล้วตลอดทั้งคืนเซรอสจึงได้นำหนังสือการฝึกเวทมนตร์กลับไปศึกษาเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาของมัน เขาต่างจากฟรานตรงที่อ่านหนังสือได้คล่องแคล่ว และมองภาพรวมของคำอธิบายได้ชัดเจนยิ่งกว่าผ่านจินตนาการ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังยากเกินไปอยู่ดี ถ้าไม่มีความรู้ในด้านปฏิบัติก็คงนำไปสอนคนอื่นไม่ได้

        อย่างไรก็ตามเพียงแค่บทแรกในการเรียนรับรู้พลังเวทมนตร์ในร่างกายมันก็ยากมากแล้ว เซรอสใช้เวลาเกือบทั้งคืนเพื่อทำความเข้าใจและหาวิธีการฝึกสอนที่ได้ผลดีที่สุด เขาคงไม่พูดว่าตัวเองเป็นคนฉลาดนักเพราะจนถึงบัดนี้ก็ยังสัมผัสพลังเวทมนตร์ไม่ได้เลยสักนิดเดียว

        ถ้าหากว่ามีใครสักคนที่สามารถให้คำแนะนำได้ก็คงจะดี

        แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มีเพียงไม่กี่คน

        ตัวเขาที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์แม้แต่นิดเดียว

        ซาริที่อย่าว่าแต่เวทมนตร์ ความรู้ทั่วไปก็ต่ำติดดิน ขนาดที่นับเลขยังได้แค่ 1-10

        แล้วก็ฟรานที่ศึกษาด้วยตัวเองจนใช้เวทมนตร์ได้ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่ชำนาญ

        'ถ้ามีคนแบบนั้นอยู่ที่นี่ล่ะก็อะไรๆ ก็คงง่ายขึ้นเยอะ'

        มันเป็นเพียงแค่การคิดเล่นๆ เท่านั้น แต่ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งตอบขึ้นมาว่า

        'เกี่ยวกับเรื่องของการฝึกฝนเส้นทางสู่การเป็นผู้ใช้เวทมนตร์นั้น ท่านผู้ได้รับพรจากพระผู้สร้าง เรา...ดาร์กเนสผู้นี้สามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการเรียนรู้ศาสตร์แห่งเวทมนตร์ได้ มิทราบว่าท่านต้องการให้เราผู้นี้ช่วยหรือไม่'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 941 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 01:36

    อ้าวว ยังอยู่เหรอดาร์กเนส คริๆๆ
    #10951
    0
  2. #10186 Chompoo0Chompoo (@Chompoo0Chompoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 23:00
    วันพีช!!!!! อควาลาคูน่า การ์ปเจาะกำแพง😂😂😂😂😂
    #10186
    0
  3. #9383 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 19:12
    ขอบคุณครับ
    #9383
    0
  4. #7739 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 07:37
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7739
    0
  5. #7004 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:51
    เงียบไปตั้งนาน น่าจะเตือนตั้งแต่คิดเกี่ยวเวทมนต์แล้วนะ
    #7004
    0
  6. #6280 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 13:56
    ลืมไปเลยว่าเคยมีนาง!! บรีสเอ็กส์เซรอส!
    #6280
    0
  7. #6084 fainum (@fainum2248) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 00:07
    5555นึกว่าไม่อยู่แล้วนะ
    #6084
    0
  8. #6076 ง่วงทั้งวัน (@Minerrian) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 19:03
    xxx ตัวละครที่ถูกลืม
    #6076
    0
  9. #5431 Tangmo KiD4869 (@kingkid) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 12:11
    เราก็ลืมเหมือนกัน555
    #5431
    0
  10. #5331 คุณชาย3 (@salamander555) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 21:55
    น่าสงสารเธอ(ดาร์กเนส)นะครับ
    #วิญญาณผู้ถูกลืม
    #5331
    0
  11. #5233 gnf1182 (@gnf1182) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 07:39
    ลืมไปเลย
    #5233
    0
  12. #5145 มายเนมอีส... (@neneoshiyalovely) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 17:06
    เกือบจะลืมดาร์เนสไปแล้วนะเนี่ยยย กว่าจะออกมานะ
    #5145
    0
  13. #4342 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 01:45
    ซาริ เธอคือ Aho girl ดี ๆ นี่เอง
    #4342
    1
  14. #4126 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 01:25
    สนุกกกกก
    #4126
    0
  15. #4029 เมี้ยวววว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 19:43
    ขออยู่หมู่บ้านนี้ด้วยคนนนนนนน... ชอบมาก บรรยายได้เห็นภาพดีนะ
    #4029
    0
  16. #3980 อิอิ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 22:21
    อันนี้ต้องเม้น ๆ



    อ่านแล้วลืมจริงๆว่ามีดาร์กเนสอยู่ เพลินกับความเปิ่นๆของซาริเกิน 555
    #3980
    0
  17. #3832 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 08:34
    ลืมไปเลยว่าเคยมีเธอ?ผู้นี้ด้วย5555
    #3832
    0
  18. #3699 Supakorn Thammawong (@ijhs_aloha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 08:13
    ตัวแทนเวทแห่งความมืดผู้ถูกลืม~~~
    #3699
    0
  19. #3541 nae_tae (@nae_tae) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 15:04
    ลืมนางไปเลย ลืมอย่างแท้จิง 5555
    #3541
    0
  20. #3421 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 13:50
    ลืมสนิท55555
    #3421
    0
  21. #3230 ๏เต้าหู้ขาว๏ (@geeminikuper) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:41
    5555. ลืมดาร์กเนส น่าสงสาร
    #3230
    0
  22. #2969 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 15:00
    ลืมนางไปเลย ดาร์คเนส
    #2969
    0
  23. วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 19:50
    ลืมมม5556
    #2139
    0
  24. #2020 kwanarumirai (@kwanarumirai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 19:23
    ลืมไปเลย ว่าเคยมีนาง
    #2020
    0
  25. #1833 Beconnet (@Beconnet) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 11:25
    เชื่ย ผมก็ลืม
    #1833
    0