ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 179 : SS3 Episode Twenty-Four : วันพักผ่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,563 ครั้ง
    21 ส.ค. 62

SS3 Episode Twenty-Four

 



       อ๊า!!!

       เสียงกรีดร้องสะเทือนแก้วหูดังขึ้นในตอนเช้า ปลุกทุกคนที่กำลังเพลิดเพลินกับความฝันให้ตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนโหดร้าย ไม่เว้นแม้แต่ตัวต้นเหตุที่นอนกอดหมอนที่ทำจากใยมะพร้าวต้องสะดุ้งตกใจจนแผลอักเสบ

       “ปีศาจมาแล้วเจ้าค่า!!!” ซาริป้องปากร้องตะโกนยิ่งทำให้เสียงนั้นดังขึ้นไปอีก จากนั้นก็หันรีหันขวางหาทางออกให้ตัวเองก่อนจะปีนออกทางหน้าต่างหนีไป ด้วยฝีเท้าที่แคล่วคล่องว่องไวเผลอเพียงแปบเดียวก็หนีออกไปอยู่หน้าบ้านพักริมทะเล แหกปากร้องบอกทุกคนให้หนีก่อนจะถูกปีศาจจับกิน

       เซรอสอยู่ในครัวกำลังเตรียมทำอาหารเช้าให้พวกเด็กๆ ได้กินถึงกับชะโงกหน้าออกมา เขาเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงร้องสะเทือนแก้วหูเนื่องจากมีจุกอุดหูสวมเอาไว้ตั้งแต่ตื่น คาดการณ์จากลักษณะนิสัยและพฤติกรรมตื่นเช้าที่ต้องลงมานั่งหลับต่อในห้องน้ำ ซาริจะต้องพบเจอกับปีศาจที่นอนอยู่บนโซฟาและกรีดร้องลั่นบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย

       “อะไร? ไฟไหม้เหรอ?” รัคคาควิกลุกขึ้นมาและกอดหมอนใยมะพร้าวมองหาความผิดปกติ

       วาคาบะกับฟรานก็พลอยถูกปลุกขึ้นมาด้วย เสียงของซารินั้นดังดีกว่านาฬิกาปลุกชั้นยอด พอทั้งสองคนเดินออกมาเห็นปีศาจกำลังหอบหิ้วหมอนใยมะพร้าวราวกับเป็นสมบัติติดตัวก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก เพียงแค่มองผ่านเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่

ทั้งที่คนที่น่าจะมีปฏิกิริยามากที่สุดอย่างเอลฟ์ก็ทำเหมือนกับรัคคาควิกเป็นอากาศธาตุ

“ไข่นก?” ฟรานมองดูเปลือกไข่ที่ดูไม่คุ้นตา

“ใช่ พอดีเดินออกไปสำรวจดูแถวนี้เห็นว่ามีรังอยู่ใกล้บ้าน ไม่ต้องห่วงนกพวกนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาเพราะการขยายพันธุ์ที่มากเกินไป พวกมันจะกินปลาในทะเลทำให้ปลาบางส่วนโตไม่ทัน” เซรอสรู้ว่าฟรานกังวลเรื่องอะไร ธรรมชาติของเอลฟ์ให้ความสำคัญกับชีวิตของสัตว์เล็กมากที่สุดและพยายามจะไม่ทำร้ายพวกมัน

“ไม่เป็นไร เยอะไป ไม่ดี”

“ไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วค่อยมากิน อีกอย่างไปเรียกยายตัวแสบที่ร้องโหยหวนอยู่ข้างนอกนั่นมาด้วย ป่านนี้คงคิดว่าพวกเราถูกปีศาจจับกินไปแล้ว” เซรอสหัวเราะร่วน ความคิดของซาริอ่านได้ง่ายเกินไปเพราะเป็นเด็กที่คิดอะไรก็พูดออกมาแบบนั้น ไร้เล่ห์เลี่ยม มิหนำซ้ำยังเป็นพวกที่เชื่ออะไรได้ง่ายสุดๆ

เพราะแบบนั้นจึงไม่ได้บอกเรื่องปีศาจออกไป แต่ซาริจะรู้แค่ว่ามีคนบาดเจ็บนอนอยู่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น

       แต่ทั้งที่เริ่มจะคุ้นชินกับมังกรที่น่ากลัวกว่าปีศาจ กลับกลายเป็นว่ากลัวปีศาจมากกว่ามังกรซะงั้น

       ฟรานเบ้ปากเหมือนไม่พอใจที่ถูกใช้งาน การเกลี้ยกล่อมซาริด้วยเหตุผลมันยากยิ่งกว่าการถล่มรังก็อบลินด้วยตัวคนเดียวเสียอีก ซาริเป็นประเภทที่เชื่อฝังหัวแล้วยากจะลบล้างได้ นอกจากต้องอธิบายและให้เวลาในการปรับตัวซึ่งมันก็ใช้เวลาค่อนข้างนานมาก

       วาคาบะไม่ค่อยคุ้นชินกับการตื่นเช้าแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่พอมาอยู่ร่วมกับพวกเซรอสที่ต้องตื่นเช้าเพื่อทำงานก็เริ่มมีการปรับปรุงตัวบ้าง เดี๋ยวนี้เธอตื่นเช้าขึ้นแม้ว่าจะยังนอนได้ไม่เต็มอิ่มดี และเธอยังรู้สึกว่าการนอนหลับต่อบนเตียงเป็นการเสียเวลาโดยใช้เหตุทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

       “อยากกินซาบะมิโซะ”

       “น้อยๆ หน่อย ต่างโลกจะมีปลาซาบะได้ยังไง”

       “ก็นั่นสินะ”

       เซรอสทอดไข่เสร็จก็เคาะกระทะเบาๆ ม้วนพวกมันให้ดูสวยงาม มันเป็นอาหารสไตล์อเมริกันที่มีวัตถุดิบไม่มากนัก นอกจากนี้ยังหยิบชามใส่สลัดผักคีบตักใส่จานแต่ละใบด้วยจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ตกแต่งให้ดูสวยงาม และเครื่องดื่มตอนเช้าก็เป็นน้ำส้มที่ผ่านการแช่ในบ่อน้ำให้เย็นสดชื่น เขาพยายามคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการเพื่อให้เด็กๆ ได้รับสารอาหารครบถ้วนในแต่ละวัน แต่ในส่วนของรัคคาควิกที่เป็นปีศาจนั้นเขาไม่ได้พิถีพิถันเรื่องหน้าตามากนักและแยกโต๊ะให้

       เกลี้ยกล่อมซาริอยู่นานมากกว่าจะยอมกลับเข้ามาในบ้านได้ ตอนที่เดินผ่านก็เอาตัวแนบชิดผนังและสืบเท้าขยับไปข้างๆ จนเข้ามาถึงในครัวได้สำเร็จ สถานการณ์นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับตอนที่อาเรสบุกรุกเข้ามา แค่ต้องให้เวลาช่วยในการปรับตัวสักหน่อย

       “ท่านเซรอส มีปีศาจเจ้าค่ะ”

       “รู้อยู่แล้วล่ะ ไปล้างมือแล้วก็ค่อยมากิน”

       ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามเซรอสเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ ราวกับมีใครบางคนจงใจเตรียมเหตุการณ์นี้ขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างที่สำคัญ และมันคงหนีไม่พ้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเผ่ามนุษย์กับเผ่าปีศาจ เซรอสคิดว่าพระเจ้าคนนี้คงจะว่างงานมากถึงได้คอยชี้นำเหตุการณ์หลายอย่างให้เกิดขึ้นรอบตัวคาเรน เรเบียสเพื่อใช้เป็นบททดสอบสู่การเป็นผู้ปกครองดินแดนต้องสาปแห่งนี้

       ปล่อยให้พวกเด็กๆ ได้ทานมื้อเช้าจนอิ่มหนำ แม้จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันแต่เซรอสก็อยากจะทำตามกำหนดการเดิมคือพาพวกเด็กๆ มาเที่ยวพักผ่อนและยังเป็นการทดสอบอุปกรณ์ใหม่ด้วยในตัว หลังจากหมดทริปท่องเที่ยวนี้เวลาว่างจนกว่าจะเปิดเทอมใหม่ต้องอุทิศให้กับการช่วยเหลือคาเรนในการพัฒนาเมืองอย่างเต็มที่ คงไม่มีเวลาว่างพอจะเป็นเพื่อนเล่นให้ซาริและเป็นครูฝึกสอนให้ฟรานอีก โชคดีที่ว่าเขาเตรียมระบบอีวาไว้ก่อนอย่างน้อยก็พอจะชดเชยให้กันได้

       รัคคาควิกแม้จะได้รับความช่วยเหลือแต่เขาก็กังวลมากเพราะมันเป็นดินแดนของศัตรู ปกติแล้วคงจะต้องมีทหารหรือคนจากโบสถ์มาแสดงอำนาจบาตรใหญ่บังคับให้ส่งตัวเพื่อไปเค้นข้อมูลหรือหาประโยชน์ทางการเมือง แต่เซรอสก็ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นนอกจากการกักตัวไว้ในพื้นที่หนึ่งที่เรียกว่าเป็น ห้อง (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปสร้างขึ้นมาตอนไหน) และขอความร่วมมือไม่ให้ออกจากบ้านหลังนี้โดยเด็ดขาด ข้างนอกมีปีศาจเงาเดินลาดตระเวนอยู่ด้วยก็เลยจำต้องอยู่ในฐานะของเชลยอย่างเลี่ยงไม่ได้

       ตอนสายระหว่างปล่อยให้พวกเด็กๆ ไปวิ่งเล่นกันนั้น ชายหนุ่มก็กำลังนั่งเตรียมอุปกรณ์แบบใหม่ที่ลองทำขึ้นมา มันคืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับใต้น้ำซึ่งประกอบไปด้วยตัวแยกออกซิเจนกับน้ำช่วยให้ผู้ใช้สามารถหายใจได้ เป็นอุปกรณ์แบบสวมที่ใช้วิทยาการแบบนาโนเทคโนโลยีผสมผสานกับเวทมนตร์ เขาใช้ตัวแปลงมานาที่ประดับอยู่ในคทาออกมาลองดัดแปลงดูเพื่อที่มันจะสามารถใช้ได้นานพอสำหรับจอมเวทหรือไม่ แต่พบว่ามันไม่ค่อยเสถียรดีเพราะการโปรแกรมขั้นตอนของวงจรเวทมนตร์มีข้อผิดพลาด สุดท้ายกลายเป็นว่ามันจะมีน้ำแทรกเข้ามาในปากอยู่ทุก 2-3 นาที

       พรวด!!!

       ชายหนุ่มปลดหน้ากากและเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำออกพร้อมคายน้ำที่ล้นทะลักอยู่ในปากออกมา มันยากมากสำหรับการผสานเทคโนโลยีนาโนเข้ากับเวทมนตร์ มองดูหน้ากากที่สลายไปกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนุภาพเล็กๆ ในหลอดบรรจุ อุตส่าห์ดัดแปลงจนสามารถสร้างอนุภาคนาโนที่ใช้พลังงานเวทมนตร์ได้แล้วแท้ๆ แต่การวิจัยสร้างอุปกรณ์คงต้องใช้เวลามากกว่านี้

       “คงต้องคิดหาวิธีคุมความเสถียรของเวทมนตร์สินะ” เซรอสหยิบเครื่องบันทึกขึ้นมาพูดถึงความล้มเหลวของตัวอุปกรณ์นี้

       บางทีเกี่ยวกับเทคโนโลยีเวทมนตร์เซรอสอาจไล่ตามหลังเผ่าพันธุ์ปีศาจที่ดำรงอยู่มานานกว่าหลายพันปีได้ จุดเด่นเพียงอย่างเดียวที่คิดว่ามีเหนือกว่าก็คือวิทยาการของเขาล้ำหน้ากว่าเพียงแต่มันเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับคนในโลกใบนี้

       มองดูเรือเป็ดแหวกว่ายอยู่ในทะเลห่างจากชายฝั่งประมาณ 50 เมตร วาคาบะกระโดดลงเล่นน้ำดำผุดดำว่ายอยู่แบบนั้นคงเพราะใต้ท้องทะเลของต่างโลกยังไม่ถูกมนุษย์ทำลายมันจึงเป็นภาพที่สวยงาม กล้องถ่ายรูปของซาริก็เป็นแบบกันน้ำเลยถูกนำลงไปถ่ายเล่นอย่างสนุกสนาน เฟนริลตีขาหน้าไล่ตามฟรานที่นำไปไกลแล้วเธอกลับขึ้นมาพร้อมกับวัตถุดิบจากใต้ท้องทะเลโดยมีแว่นก๊อกเกิลคาดสวมป้องกันดวงตาเอาไว้ มีเพียงซาริที่ใส่เสื้อชูชีพนั่งถีบเรือเป็ดอยู่ตัวคนเดียว

       ถึงตอนพักเที่ยงก็กลับขึ้นมาทานกันบนฝั่ง เซรอสดูแลทุกคนเป็นอย่างดีเตรียมแซนด์วิชหน้าทะเลกับน้ำส้มไว้ให้แล้ว ทั้งฟรานและวาคาบะต่างก็ถูกแดดเผาจนทิ้งรอยแว่นก๊อกเกิ้ลให้เห็นบนใบหน้าอย่างชัดเจน แต่ซาริมีขนทั่วร่างเลยไม่มีปัญหาอะไรนอกจากสีขนที่ถูกน้ำทะเลกัดจนดูไม่สวยงามดังเดิม

       “เครื่องกรองออกซิเจนในน้ำเป็นยังไงบ้าง” เขาถามและรับของมาจากฟราน

       “ใช้ดี” ฟรานตอบ เปิดตะกร้าเลือกหยิบแซนด์วิชไปหนึ่งชิ้น “หายใจได้”

       วาคาบะถอดแว่นก๊อกเกิ้ลออกและส่งเครื่องกรองออกซิเจนให้ “นี่มันยอดเยี่ยมไปเลยล่ะคุณลุง ฉันอยู่ในน้ำได้ตั้งห้านาทีแน่ะอยากจะอยู่นานกว่านี้หรอกแต่ว่าพอดำลึกลงไปอีกมันอึดอัดมากเลยต้องกลับขึ้นมา”

       “มันเป็นรุ่นทดสอบสำหรับเก็บข้อมูลเบื้องต้น ฉันไม่รู้ว่าในทะเลมีองค์ประกอบแตกต่างจากโลกของเราไหม แต่มันอาจมีบางสิ่งที่ทำให้กลไกของอุปกรณ์เสียหายหรือใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพอยู่ด้วย” เซรอสอธิบายและเก็บตัวเครื่องกรองออกซิเจนแยกบรรจุใส่ถุงซิบล็อกที่ติดหมายเลขกับป้ายชื่อไว้เพื่อที่จะได้นำไปวิเคราะห์โดยละเอียดในภายหลัง

       ทานอาหารกันเสร็จแล้วก็เปลี่ยนบรรยากาศมาวิ่งเล่นบนชายหาดกันบ้าง วาคาบะแนะนำวิธีการเล่นสารพัดอย่างโดยเฉพาะเกมปิดตาตีลูกมะพร้าว ถึงจะอยากได้แตงโมก็ตามแต่โลกใบนี้ยังไม่แน่ว่าจะมีผลไม้ที่คล้ายคลึงกันแบบนั้น ซาริถูกแกล้งหลอกให้ทุบนู้นนี่จนมั่วไปหมด เสร็จจากกิจกรรมนี้ก็ไปเล่นตีลูกบอลกัน (มันเป็นลูกบอลเป่าลมที่วาคาบะใช้แต้มซื้อมา) ปิดท้ายด้วยการเล่นก่อปราสาททรายหรือไม่ก็ทำประติมากรรมแปลกๆ ที่ฝังซาริไว้แล้วก่อทรายเป็นรูปประหลาด

       ไม่น่าเชื่อว่าฟรานจะชอบเล่นสิ่งนี้มาก ถึงกับก่อทรายเป็นรูปคนกำลังเบ่งกล้ามโดยมีศีรษะของซาริโผล่ออกมาดูผิดสัดส่วน และก็ถูกวาคาบะเก็บภาพเอาไว้เป็นที่ระลึก

       เมื่อถึงตอนเย็นก็ได้เวลากลับบ้าน วันนี้พวกเขาจะทำแกงกะหรี่ทะเลทานกันข้างนอกบ้านโดยทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมถือเป็นกิจกรรมครอบครัวอย่างหนึ่ง ไล่ทั้งสามคนไปอาบน้ำให้เรียบร้อยระหว่างนั้นก็ไปตรวจสอบดูว่าปีศาจคนนั้นยังคงอยู่ดีหรือไม่ พบว่านอกจากนอนเล่นอยู่บนเตียงกับไปใช้ห้องน้ำทำธุระส่วนตัวแล้วก็ไม่ได้มีท่าทีผิดแปลกอะไร เหมือนจะรู้สถานะของตนเองดีเลยไม่อยากก่อความวุ่นวาย ในห้องพักนั่นเซรอสเตรียมน้ำดื่มและมื้อเที่ยงไว้ให้แล้วก็เลยไม่มีปัญหาอะไร

       “ขอโทษทีที่ต้องให้อยู่แต่ในห้องนี้” เซรอสกล่าวเป็นภาษาเผ่าปีศาจ

       “ข้าเข้าใจ สถานะของข้าคงเป็นเชลยสินะ” รัคคาควิกไม่ใช่ปีศาจที่เอะอะก็ก่อความวุ่นวายจึงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

       “คล้ายๆ” เซรอสตอบ หยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมาและนั่งลงเพื่อที่จะทำแผลใหม่ให้ “ที่จริงแล้วสถานะของเจ้าก็คงไม่ต่างอะไรกับนักเดินทางที่ต้องการเข้าประเทศ แต่ติดที่ว่าเจ้าเข้าเมืองนี้อย่างไม่ถูกต้องก็เลยจำเป็นต้องกักตัวเอาไว้ก่อน”

       “ต่างกันตรงไหน” ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจคำอธิบายนั่น “ยังไงที่นี่ก็เป็นดินแดนของมนุษย์ ไม่ใช่ว่าเจ้าหายไปทั้งวันเพื่อติดต่อกับพวกวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่ก็พวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ตามหน้าที่ของพลเมืองหรอกเหรอ?”

       ชายหนุ่มตรวจสอบบาดแผลและเห็นว่าการฟื้นตัวของปีศาจตนนี้ค่อนข้างเร็วมาก จึงต้องทำความสะอาดและตัดไหมออก

       “ดูเหมือนกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่สินะ ที่นี่ไม่มีทั้งวิหารศักดิ์สิทธิ์หรือพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์หรอกมันเป็นแค่พื้นที่เขตปกครองพิเศษที่ใช้กฎหมายแยกออกมา การตัดสินโทษเพียงเพราะเจ้าเป็นปีศาจเป็นเรื่องไร้สาระ ตอนนี้ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อนำเจ้าส่งกลับไปที่ดินแดนปีศาจ อย่างที่รู้ว่าเส้นทางเชื่อมไปยังดินแดนปีศาจที่ใกล้ที่สุดคือเอ็นยูแต่การเดินทางค่อนข้างไกลและเสี่ยงมาก เป็นไปได้ทางเดียวคือนั่งเรือข้ามไป”

       ถ้าดินแดนต้องสาปนี้พัฒนาได้มั่นคงในระดับหนึ่ง เซรอสก็มีแผนจะติดต่อกับเผ่าปีศาจเพื่อทำเส้นทางเชื่อมดินแดนผ่านกันอย่างถูกต้อง และอนาคตคงได้ทำการค้าแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน แม้เผ่าปีศาจจะพัฒนาจนก้าวหน้าแต่ก็ไม่มีทางที่จะมีทรัพยากรครบถ้วนในทุกด้าน ดูเหมือนทางนั้นจะมีจำนวนดันเจี้ยนไม่มากเท่ากับดินแดนมนุษย์ทำให้ขาดแคลนทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาอาณาจักร ดังนั้นพวกเขาจะต้องหาวิธีลักลอบทำการค้ากับดินแดนอื่นๆ เป็นธรรมดาที่ประชาชนทั่วไปจะไม่รับรู้

       “เช่นนั้นแล้วต้องทำอย่างไร?”

       “ข้าจะหาทางทำอะไรสักอย่างเอง ขอเพียงไม่ก่อความวุ่นวายคิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน”

       “ข้าเข้าใจ”

       ทำแผลให้ปีศาจหนุ่มเสร็จก็ขอตัวออกมา เซรอสตั้งใจจะรายงานเรื่องนี้ให้คาเรนทราบแต่ติดตรงที่พฤติกรรมของเธอมักจะอยู่ในห้องช่วงประมาณสองทุ่ม ซึ่งสำหรับคนบนโลกนี้แล้วมันเป็นเวลาดึกมากมีเพียงไม่กี่คนที่ใช้ช่วงเวลานี้ทำงานอยู่ในห้อง

       และคาเรนก็เป็นหนึ่งในนั้น

       เรื่องที่มีคนของเผ่าปีศาจรอดชีวิตจากอุบัติเหตุเรืออับปางจนมาเกยตื้นที่อยู่ชายหาดในต่างแดนถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

       มีเหตุผลที่เซรอสไม่ยอมติดต่อบอกกับคาเรนก่อนหน้านี้ก็เพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นสายลับจากดินแดนปีศาจ หรือคนชั่วร้ายที่หนีมาอพยพเพื่อสร้างความปั่นป่วน หากพบว่ามีท่าทีต้องสงสัยเขาก็จะได้ลงมือกำจัดทิ้งและทำลายร่องรอยทุกอย่างให้เหมือนว่าไม่เคยมีคนจากเผ่าปีศาจอยู่ที่นี่มาก่อน

       แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มีเจตนาร้ายก็เลยคิดว่าคืนนี้จะอธิบายเรื่องราวให้ทราบ

       ออกมาเตรียมอุปกรณ์เครื่องครัวเพื่อทำอาหารค่ำ เขาไม่ได้คิดจะช่วยเหลือในคืนนี้แต่จะปล่อยให้ทุกคนช่วยกันทำอาหาร เป็นกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ให้เด็กๆ สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น วาคาบะยอมรับว่าเธอมีประสบการณ์ที่ไม่ดีตอนไปออกค่ายของทางโรงเรียนและไม่เคยคิดจะไปร่วมกิจกรรมอะไรแบบนี้อีกในปีต่อมา มักจะหาข้ออ้างให้ตัวเองไปไม่ได้จนสุดท้ายเธอกลายเป็นคนเก็บตัวในที่สุด ทั้งสามคนช่วยกันลงมือเตรียมอาหารโดยมีวาคาบะที่เชี่ยวชาญการทำอาหารญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นคนสั่งการ

       เป็นการทำอาหารค่ำที่ดูวุ่นวายไม่น้อย เซรอสยิ้มขบขันและเตรียมอุปกรณ์สำหรับเล่นดอกไม้ไฟไว้ให้เรียบร้อย ไม่นานแกงกะหรี่ทะเลก็ส่งกลิ่นเครื่องแกงหอมน่ากินออกมา วาคาบะเปิดหม้อดูข้าวสวยที่หุงสุกแล้วแต่มันแฉะไปเล็กน้อย การทำอาหารร่วมกับทุกคนไม่แปลกที่จะมีอุบัติเหตุอะไรทำนองนี้เกิดขึ้นก็เลยมองข้ามปัญหานี้ไปและตักข้าวใส่จานให้ทุกคน

       “ขอแครอทเยอะๆ เจ้าค่ะ”

       “ของเธอน่ะเอาไปทั้งหัวเลย” วาคาบะตักหัวแครอทที่ไม่ได้ผ่านการหั่นใส่จานของซาริ

       “ปลาหมึก” ฟรานบอก

       หากเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการสื่อสารของฟรานจะรู้ว่าคำที่พูดออกมาสื่อความหมายว่าอย่างไร น้ำเสียงที่ใช้ สีหน้าที่แสดงออก มันสื่ออารมณ์ออกมาชัดเจนมากทำให้ความหมายเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ อย่างในกรณีนี้สีหน้าของเธอดูมีความปรารถนานั่นอาจแปลได้ว่า ขอปลาหมึกเยอะๆ แต่ถ้าใช้น้ำเสียงห้วนสั้นเหมือนอารมณ์ไม่ดีก็อาจจะแปลได้อีกว่า ไม่เอาปลาหมึก

       แกงกะหรี่ทะเลหน้าตาอาจดูไม่น่ารับประทานก็จริง ในด้านรสชาติก็ไม่ถึงกับเลวร้ายซะทีเดียว มันยังเทียบกับที่เซรอสทำก่อนหน้านี้ไม่ได้แต่ก็อยู่ในระดับที่กินได้ท้องไม่เสีย เสร็จแล้วก็ช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาด

       กิจกรรมสุดท้ายก่อนเข้านอนเป็นการเล่นดอกไม้ไฟเพื่อความปลอดภัยจึงพากันไปเล่นที่ริมชายหาด เซรอสติดตั้งโคมไฟที่พอจะให้แสงสว่างได้ เตรียมกระถางจุดไฟและถังน้ำไว้เรียบร้อย แจกจ่ายดอกไม้ไฟสีให้กันคนละสองแท่งและสอนวิธีเล่นเบื้องต้นให้ ซาริค่อนข้างซนมากพอจุดไฟได้ปุ๊บก็วิ่งลากมันไปมา ฟรานไม่ได้สนใจดอกไม้ไฟสีแต่กลับจุดเล่นดอกไม้ไฟงูและนั่งดูมันอยู่เงียบๆ วาคาบะนั่งยองและมองดูไฟหลากสีที่กำลังมอดไหม้อยู่พริบตานั้นอยู่ๆ น้ำตาของเธอก็ไหลออกมา

       เธอหวนนึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กและได้ไปเที่ยวบ้านคุณตากับคุณยายที่อยู่บ้านนอก แม้ว่าพวกท่านจะเสียแล้วก็ตามแต่ช่วงเวลานั้นมันคือความสุขที่สุดในชีวิตของเธอ ต่อมาเธอก็ประสบความสำเร็จในฐานะของนักวาดภาพประกอบ ตามมาด้วยการเปิดตัวในฐานะของนักเขียน และกลายเป็นนักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียง อนาคตที่กำลังรุ่งโรจน์นั้นสุดท้ายก็ถูกทำลายโดยคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นพระเจ้า

       เธอโกรธมากที่ต้องมาตายเพราะเหตุผลงี่เง่าอย่างการทำของตกลงไปในโลกมนุษย์

       มันคงจะดีกว่านี้หากเป็นรถบรรทุกที่ขับเข้ามาชน อย่างน้อยประกันชีวิตของเธอก็น่าจะทำให้ครอบครัวได้รับการเยียวยา

       อย่างไรก็ตามตอนนี้เธอมาอยู่ต่างโลกและเป็นถึงดันเจี้ยนมาสเตอร์ก็ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องแย่ไปซะทั้งหมด เหมือนกับที่เซรอสเคยพูดเอาไว้ว่าควรจะลองใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการดูบ้าง ตั้งแต่เมื่อวานเธอก็คิดมาตลอดว่าอยากจะลองเห็นโลกใบนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง

       บางทีเราควรลองออกไปใช้ชีวิต

      

       วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมามากแล้วจึงไม่เหลือเรี่ยวแรงพอจะเล่นซนกันได้อีกก็แยกย้ายกันไปนอน เซรอสเลยหาโอกาสออกไปโทรศัพท์เพื่อชี้แจงเรื่องของเผ่าปีศาจให้คาเรนทราบ อย่างน้อยจะได้เตรียมตัวรับมือได้ถูก ฟังจากน้ำเสียงที่ตอบกลับมาดูเหมือนจะแปลกใจไม่น้อย และตอบกลับเพียงว่า ค่ะ ดิฉันจะดำเนินการให้เรียบร้อยค่ะ ก่อนจะวางสาย

       ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ แต่การปรากฏตัวของเผ่าปีศาจอย่างรัคคาควิกตนนี้เป็นหลังจากที่เซรอสเพิ่งจะสร้างที่พักรับรองผู้มาเยือนกลุ่มใหม่เสร็จได้ไม่นาน

       ชายหนุ่มถอนหายใจ เก็บโทรศัพท์ใส่แหวนมิติและมองกลับไปยังบ้านพักริมทะเล

       “หลังจากนี้คงวุ่นวายน่าดู”

       เพราะยังไม่ไว้วางใจเผ่าปีศาจจึงไม่คิดที่จะลดการป้องกันลง เซรอสไม่ได้นอนหลับตลอดทั้งคืนเพราะกลัวว่าเผ่าปีศาจอาจจะมีลูกเล่นบางอย่างที่ใช้ควบคุมพวกเด็กๆ เหมือนกับที่เขาเคยโดนเมื่อตอนปะทะกับขุนพลปีศาจในดินแดนปีศาจ หากโดนควบคุมไม่มีทางเลยที่เด็กพวกนั้นจะต่อต้านได้แม้แต่ตัวเซรอสเองที่มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งกว่ายังเกือบพลาดท่า เนื่องจากยังไม่รู้จักเผ่าปีศาจดีนักจึงต้องสันนิษฐานไปก่อนว่าพวกปีศาจอาจมีเวทมนตร์ประเภทควบคุมจิตใจอยู่ด้วย

       ตลอดทั้งคืนมีความเคลื่อนไหวอยู่สามครั้ง และทั้งสามครั้งเป็นฝีมือของซาริทั้งสิ้น

       ครั้งแรกแอบย่องออกมาเพื่อกินแครอทที่เหลืออยู่ในตู้เย็น

       ครั้งที่สองและสามก็เพื่อเข้าห้องน้ำเพราะท้องเสีย

       บางทีอาจเป็นเพราะอาหารเมื่อตอนค่ำมีบางอย่างที่ไม่ถูกสุขอนามัยก็ได้เลยต้องเอายาแก้ปวดท้องให้กิน

       สุดท้ายปีศาจตนนั้นก็ไม่ได้ก่อปัญหาอะไร มีเพียงซาริเท่านั้นที่จนถึงตอนเช้าก็ยังบ่นปวดท้องไม่หาย ถึงขนาดที่เข้าห้องน้ำอยู่นานมากทำให้การเดินทางกลับบ้านล้าช้าไปถึงสองชั่วโมง

       ในการเดินทางกลับบ้านพวกเด็กๆ นั่งอยู่ในเกวียนและเล่นการ์ดเกมกันต่อจากคราวก่อน วาคาบะที่คิดว่าตนเองได้เปรียบเพราะลองจัดเดกซ์ใหม่และเป็นประเภทที่ด้านพลังพื้นฐานนั้นเหนือกว่าเดกซ์ของฟรานที่ชื่นชอบเดกซ์ผู้พิทักษ์ผืนป่า กลับกลายเป็นพ่ายแพ้เทคนิคและการวางกับดักของฟรานทำเอาแพ้ชนะกันไปอย่างละรอบ วาคาบะไม่ยอมเสียหน้าจึงบอกไปว่าตัวเธอยังหาเดกซ์ที่ถูกใจไม่ได้และขอให้เซรอสทำเดกซ์ออกมาอีกหลายๆ ประเภทเพื่อที่จะหาเดกซ์ที่เหมาะกับตัวเอง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.563K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,178 ความคิดเห็น

  1. #14434 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 09:57
    😊😊😊
    #14,434
    0
  2. #14057 "TheFirst" (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 10:35

    โอ้วววว ชิวๆยาวไป

    #14,057
    0
  3. #14020 tanagorn29 (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 14:37
    วาคาบะไม่ยอมแพ้เด็กอย่างฟราน
    #14,020
    0
  4. #13992 farfar2531 (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 12:46

    ไรท์แน่ใจนะว่านี่ เหล่าเมียๆ

    ทำไมเรารู้สึกว่า นี่มันลูกๆ ชัดๆ

    #13,992
    0
  5. #13991 Pornsak Tipparad (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 15:37
    บางทีควรออกไปใช้ชีวิต

    คุณก่อนเลนกับตัน

    ฮ่าๆๆๆ แคปก็มา
    #13,991
    0
  6. #13990 SirChiew (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 08:08
    นิยายสนุกๆ งื้ออออ รอต่อไปๆๆๆๆ
    #13,990
    0
  7. #13989 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 23:09
    เริ่มเหมือนพ่อเข้าไปทุกที555
    #13,989
    3
    • #13989-1 Blue Soul(จากตอนที่ 179)
      22 สิงหาคม 2562 / 23:10
      เพื่อลูกจ๋า ป๊ะป๋าขอลุย!!!
      #13989-1
    • #13989-3 ZenesziaZilvalia(จากตอนที่ 179)
      24 สิงหาคม 2562 / 07:00
      555555
      #13989-3
  8. #13988 Aristar (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 22:41

    รู้สึกเหมือนอ่านนิยายรายเดือน555
    #13,988
    0
  9. #13987 คนอ้วนคนหนึ่ง (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 16:50
    ใกล้จะได้ไปหาขุนพลปีศาจแล้วสินะ 5555555
    #13,987
    0
  10. #13986 papaworld (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 15:05
    พ่อชัดๆ
    #13,986
    0
  11. #13985 argonzzz (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 14:44
    ลองออกไปใช้ชีวิตนี่คุ้นๆนะ
    #13,985
    1
    • #13985-1 Blue Soul(จากตอนที่ 179)
      22 สิงหาคม 2562 / 19:36
      ปักธงตายงั้นเรอะ!!!
      #13985-1
  12. #13984 Jiroju (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 13:57
    รู้สึกเหมือนตอนนี้ค่อนข้างยืดเกินไปครับ ไม่เข้าเนื้อเรื่องหลักเลย
    #13,984
    0
  13. #13983 ThaipaKing (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 10:53
    เซรอส แกจะถึกและรู้เกินไปแล้วนะ เดียวไปๆมาๆก็ทำได้ทุกอย่าง แบบพ่อบ้านปีศาจหรอก
    #13,983
    0
  14. #13982 patiphanpinkham (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 07:38

    จะมีสักกี่เด๊กซ์ ฟรานก็บ่ยั่น 555

    #13,982
    0
  15. #13981 abeja2 (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 00:28

    ขอบคุณครับ

    #13,981
    0
  16. #13980 โรคุโก๊ะ (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 20:52
    สังเวยมอนสเตอร์3ตัวเพื่ออัญเชิญทหารเทพยักโอเบลิส
    #13,980
    3
    • #13980-2 amyra18(จากตอนที่ 179)
      22 สิงหาคม 2562 / 01:34
      55555 ขำเม้นนี้มาก
      #13980-2
    • #13980-3 tomtamninja(จากตอนที่ 179)
      22 สิงหาคม 2562 / 23:18
      น่าจะเป็น true ดาเมจด้วยนะเนี่ย
      #13980-3
  17. #13979 gofuke (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 20:45

    สนุกมากครับรอตอนต่อไป

    #13,979
    0
  18. #13978 Thank You (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 20:14

    ขอบคุณครับ

    #13,978
    0
  19. #13977 เตียงนุ่มน่านอน (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 19:28
    แพ้แล้วไม่ยอมรับนี้นะ
    #13,977
    0
  20. #13976 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 19:21

    ถ้าเป็นเกมการ์ดเวทมนตร์​เลยน่าะดีกว่านะ เอาแบบที่คนทีเวทน้อยก็เล่นได้แล้วก็จัดแข่งระดับโรงเรียนเลย 555555

    สนุกมากครับ ขอบคุณ​ครับ​ไรต์​



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 สิงหาคม 2562 / 19:22
    #13,976
    0
  21. #13975 แมวขนยังไม่ขึ้น (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 16:10
    ทำการ์ดเวทมนต์เลย
    #13,975
    0
  22. #13974 duntojima (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 15:48
    สนุกจริงๆ
    #13,974
    0
  23. #13973 imavikur (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 15:41
    ซาริแพ้แกงเพราะเผ็ดอะป่าว55555
    #13,973
    0
  24. #13972 SUBJECT#1001 (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 15:33
    เตรียมพบกับการดูเอลแห่งชะตากรรม ได้เร็วๆนี่~~
    #13,972
    0
  25. #13971 Fikusa (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 14:42
    ต่อไปจะมีการแข่งการ์ดโฮโลแกรมเวทสู้กันเป็นทัวร์นาเมนต์สินะ ฮ่าๆๆๆๆ
    #13,971
    0