ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 178 : SS3 Episode Twenty-Three : งานเลี้ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,360 ครั้ง
    6 ส.ค. 62

SS3 Episode Twenty-Three

 



       ซีติพีท คือชื่อเรียกของสัตว์ทะเลมีพิษชนิดหนึ่ง มันมีรูปร่างคล้ายตัวร้อยขาที่ใช้ขยับเคลื่อนไหวภายในทะเลที่รวดเร็ว หากถูกมันกัดจะทำให้ระบบประสาทล้มเหลวจนกลายเป็นอัมพาตจากนั้นจะถูกมันกัดกินเป็นอาหาร จัดว่าเป็นพิษที่น่ากลัวมากในระดับหนึ่งเพราะถึงจะไม่ทำให้ตายแต่ก็ไม่อาจป้องกันตัวเองได้อีกเลย บริเวณที่อยู่อาศัยของมันคือทะเลที่มีความลึกกว่าหกสิบเมตรจึงยากที่จะพบได้บริเวณใกล้ชายฝั่ง นอกจากนี้มันยังมีศัตรูทางธรรมชาติคือหอยยักษ์ที่เป็นสัตว์นักล่าเลยทำให้บริเวณนี้ไม่ค่อยถูกพวกมันรุกรานมากนักนับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีเอามากๆ

       เมื่อรู้ว่าเป็นพิษแบบใดการรักษาก็ง่ายขึ้นมาก เซรอสมักจะพกยาแก้พิษหลากหลายเอาไว้เผื่อในกรณีที่พวกเด็กๆ ถูกสัตว์มีพิษต่อยเสมอ กล่องปฐมพยาบาลถูกนำออกมาและนำหลอดยาแก้พิษขึ้นมาดูทีละขวดจนเจอประเภทที่ต้องการ คำนวณปริมาณของน้ำหนักตัวอีกฝ่ายคร่าวๆ ถึงจะไม่แม่นยำนักแต่ก็น่าจะได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงจากนั้นก็บรรจงฉีดยาต้านพิษให้อย่างเหมาะสม มันไม่ถึงกับได้ผลชะงัดแต่ปีศาจเพศชายคนนี้ก็มีปฏิกิริยาหน่อยๆ แล้ว

       การรักษาหลังจากนี้คงต้องขอให้ฟรานคอยดูเพียงอย่างเดียว มันต้องใช้ทักษะอย่างมากในการรีดพิษที่บวมอย่างน่ากลัวออก กดมีดกรีดแขนออกเล็กน้อยและบีบไล่ของเหลวสีเหลืองดำผสมกับเลือดออกมาจากปากแผล มันน่ากลัวมากแต่ในระหว่างนั้นก็ต้องจัดการล้างด้วยน้ำเกลือแบบพิเศษเพื่อทำความสะอาด แขนของปีศาจเพศชายกระตุกเบาๆ จนกระทั่งเห็นว่าสะอาดดีและพิษถูกรีดออกหมดแล้วก็จัดการเย็บแผลให้เรียบร้อย

       วาคาบะเห็นแล้วก็รู้สึกเจ็บแทนไม่ได้ ตอนแรกก็คิดว่าโลกใบนี้จะมีการรักษาที่ดูแฟนตาซีอย่างการใช้เวทมนตร์รักษาในการแก้สถานะผิดปกติแบบที่ในอนิเมะมักจะทำให้เห็นอยู่บ่อยๆ กลับกลายเป็นการรักษาแบบวิทยาศาสตร์ไปแทนเสียได้

       “มันช่วยไม่ได้นี่นา เวทมนตร์สำหรับแก้สถานะผิดปกติจากโรคภัย พิษ หรือคำสาปทั้งหมดถูกจำกัดไว้เฉพาะคนในวิหารศักดิ์สิทธิ์ระดับนักบุญเท่านั้นที่จะศึกษาและใช้มันได้ ส่วนเวทมนตร์เยียวยาก็ใช้รักษาบาดแผลที่ไม่หนักมาก อีกอย่างฉันไม่รู้ว่าศาสตร์เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์จะมีผลกระทบอะไรกับเผ่าปีศาจหรือเปล่า จะปล่อยทิ้งไว้ให้ตายโดยธรรมชาติก็ทำไม่ได้เพราะในอนาคตอาจมีคนนำเรื่องในอดีตมาเป็นข้อพิพาทได้ โลกใบนี้น่ะอ่อนไหวต่อทุกเรื่องที่ใช้โจมตีได้ทั้งนั้นแหละ”

       “ยุ่งยากน่าดูเลยนะ โลกนี้อันตรายจริงๆ” วาคาบะพึมพำ

       ในไลท์โนเวลที่เคยดูนั้นการผจญภัยของตัวละครหลักไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ดูง่ายและสบายไปทั้งหมด เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันตัวก็แค่สร้างเรื่องว่ามาจากที่ห่างไกลก็เข้าเมืองได้แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเรื่องยากที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ ไม่ใช่ทหารทุกคนจะใจดีให้ผ่านเข้าเมืองไปได้โดยสะดวก ยิ่งพวกที่มีความเป็นมาไม่แน่ชัดคงต้องสันนิษฐานว่าเป็นบุคคลอันตรายเอาไว้ก่อน

       “เสียใจด้วยนะที่มันไม่แฟนตาซีเหมือนที่เธอคิด การมาต่างโลกเดิมทีแล้วมันก็ไม่ได้สนุกหรอก”

       “ก็ว่างั้นแหละ ฉันคงหวังมากไปเองที่คิดว่าการมาต่างโลกแล้วได้ทำอะไรตามใจมันน่าสนุก”

       เซรอสเข้าใจความรู้สึกที่อยากปลดปล่อยความเครียดของเด็กสาวที่ต้องอาศัยอยู่ภายใต้กฎระเบียบของสังคมที่เคร่งครัด ขนาดที่แม้จะพบเจอเรื่องผิดกฎหมายก็ไม่อาจเข้าไปทำหน้าที่พลเมืองดีได้เพราะคนธรรมดานั้นไม่มีอำนาจมากพอ ทุกครั้งที่เห็นเรื่องแบบนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือต้องทำเป็นมองไม่เห็นเพื่อปกป้องตัวเอง

       “แทนที่จะคิดแบบนั้น ไม่สู้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการดูล่ะ”

       “ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าฉันควรจะทำอะไร”

       “แค่เริ่มต้นจากการใช้ชีวิตตามปกติก็พอ” เซรอสให้คำแนะนำในฐานะรุ่นพี่เสร็จก็เก็บของและนำน้ำที่ปนเปื้อนพิษออกไปทิ้ง ไม่ลืมที่จะเก็บตัวอย่างเอาไว้ใช้ศึกษาหายาแก้พิษเฉพาะทางเอาไว้ด้วย

       เมื่อไม่มีอะไรให้ต้องทำแล้วเซรอสก็บอกให้ทุกคนไปอาบน้ำเพื่อมาทำบาร์บีคิวกินกัน ซาริเห็นแก่กินมากแค่ไหนดูได้จากความเร็วในการวิ่งตรงไปที่ห้องน้ำและอยากจะรีบอาบน้ำให้เสร็จก่อนใคร น่าเสียดายที่สำหรับมนุษย์สัตว์ที่มีขนนุ่มฟูนั้นการจะอาบน้ำค่อนข้างใช้เวลาไม่น้อย ฟรานกับวาคาบะใช้เวลาอาบน้ำไม่นานเท่าไหร่ก็ออกมาช่วยเซรอสเตรียมของ เตาปิ้งย่างที่ไม่ได้ถูกใช้มานานก็ต้องนำมาทำความสะอาดใหญ่ วาคาบะอยากลองทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำโดยเฉพาะการผ่าฟืน ฟรานจึงต้องมาช่วยเซรอสเตรียมวัตถุดิบทำอาหารแทน

       อาหารที่ฟรานหามาได้มีเยอะมากโดยเฉพาะปลาตัวเขื่องใหญ่ สาหร่ายพวงองุ่น และพวกหอยนางรม (ต่างโลก) รวมเข้ากับอาหารที่เซรอสหามาได้นั้นมันเยอะมากจนสี่คนกับหนึ่งตัวทานกันไม่หมดแน่ ไหนจะยังมีเผ่าปีศาจที่นอนอยู่ในบ้านอีกซึ่งถ้าตื่นขึ้นมาก็คงหิวมากแน่ๆ สุดท้ายก็ต้องแบ่งอาหารออกมาส่วนหนึ่งสำหรับทำมื้อเช้าและปล่อยให้ฟรานลองจัดการทำอาหารด้วยตัวเอง เซรอสเพียงคอยให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ หวังอยู่ในใจว่ามันจะต้องไม่เป็นอะไรแน่

       “กินเปลือกหอย?” ฟรานสังเกตเห็นเซรอสนำเปลือกหอยที่เพิ่งจะลวกเสร็จได้ไม่นานออกมาทุบให้แหลกและใส่ลงไปตะแกรงที่มีฝาปิด

       “เปล่า เปลือกหอยนี่กินไม่ได้หรอกแต่เราจะเอามาทำน้ำซุป เปลือกของเจ้านี่อุดมไปด้วยแร่ธาตุจากท้องทะเลก่อนจะเอามาทำก็ต้องนำไปลวกในน้ำต้มเดือดประมาณห้านาที ทุบเปลือกมันให้แหลกแล้วเอาใส่ถุงหรืออะไรก็ได้ที่ป้องกันไม่ให้เศษเปลือกหอยมันตกลงไป เคี่ยวพร้อมกับพวกสาหร่าย กุ้ง ปู หรืออะไรพวกนี้เราจะได้ซุปทะเลที่รสชาติกลมกล่อมมาก”

       “เสียบเนื้อเรียบร้อยเจ้าค่า” ซาริยกถาดมาวางไว้บนโต๊ะ เหลือแค่รอให้วาคาบะจัดการกับเตาปิ้งย่างเท่านั้น

       “ฉันให้เสียบเนื้อกับผักรวมกันไม่ใช่เสียบแครอททั้งหัว”

       ซาริรีบกระวีกระวาดจัดถาดใหม่เอาส่วนที่เป็นเนื้อขึ้นมาวางเพื่อซ่อนส่วนแครอทหวังจะตบตา

       ถึงจะบอกว่าเป็นการทานมื้อค่ำธรรมดาแต่บรรยากาศแทบจะไม่ต่างอะไรกับงานเลี้ยงสังสรรค์ ไม่เพียงแต่จะมีอาหารหรูหราจัดวางบนโต๊ะจนแทบไม่เหลือที่ว่างให้วางอย่างอื่น ยังมีเครื่องดื่มผลไม้ในถังสแตนเลสเย็นฉ่ำที่เซรอสเตรียมมาเป็นกรณีพิเศษ วาคาบะเห็นแล้วก็ต้องลอบกลืนน้ำลายเมื่อกุ้งเผาตัวใหญ่กับหอบที่อบพร้อมกับเครื่องสมุนไพรจนมีกลิ่นหอมน่ากินมาก เมื่อรวมกับกลิ่นของน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ไม่แปลกที่ท้องจะร้องหิว ส่งสายตามองไปทางเซรอสที่กำลังเตรียมอาหารในส่วนสุดท้ายและแอบตีมือซาริที่ยื่นเข้ามาจะหยิบกินอาหารก่อนคนอื่น

       หลังจากที่เตรียมอาหารเสร็จหมดแล้วก็พูดกล่าวอะไรนิดหน่อย วาคาบะเพิ่งจะมาทราบในภายหลังว่ามันเป็นงานเลี้ยงต้อนรับเธอที่มาจากต่างโลกทำเอารู้สึกดีใจอยู่หน่อยๆ บางทีเธออาจจะโชคดีมากก็ได้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากคนที่มาจากโลกเดียวกัน (?) อีกทั้งยังรู้ความจริงอีกว่าฟรานก็เป็นคนที่เห็นด้วยกับแผนการจัดเซอร์ไพร์สนี้จึงรู้สึกว่าต้องมองโลลิสายซึนนี้ใหม่อีกครั้ง ไม่คิดว่าจะมีมุมน่ารักแบบนี้ซุกซ่อนอยู่ด้วย

       งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างคึกคัก เซรอสมองดูพวกเด็กๆ เปิดศึกแย่งชิงเนื้อกุ้งที่มีอยู่น้อยนิด ดูซาริวิ่งไล่เฟนริลที่แย่งเอาบาร์บีคิวไปกิน เห็นฟรานนั่งหลบมุมโต๊ะจกกินสาหร่ายพวงองุ่นที่ถูกมองข้ามท่าทางดูน่าอร่อย และยังเห็นวาคาบะกำลังสนุกอยู่กับการนำกล้องถ่ายรูปของซาริมาถ่ายเก็บภาพบรรยากาศ ลืมไปแล้วว่าซาริมีกล้องถ่ายรูปนี้อยู่ด้วยบางทีดีไม่ดีสภาพภายในแหวนมิติของซาริน่าจะรกพอๆ กับห้องนอนที่เป็นรังกระต่ายแสนสกปรกก็ได้

       “นี่คุณลุง กล้องถ่ายรูปนี่สุดยอดไปเลย กำลังขยายสูงขนาดซูมไปเห็นพระจันทร์ได้ด้วย” วาคาบะตื่นเต้นกับวิทยาการของกล้องถ่ายรูปที่แทบจะไม่ต่างอะไรกับกล้องถ่ายภาพอวกาศของนาซ่าที่ลดขนาดลงมาให้ถือได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว “แถมโฟกัสก็ยังนิ่งมากขนาดฉันที่ว่ามือสั่นตลอดยังถ่ายออกมาได้ชัดเหมือนช่างภาพมืออาชีพเลยนะ”

       “นั่นเป็นของซาริ ถ้าเธออยากได้เดี๋ยวจะหาเวลาทำให้”

       “ตายจริง นี่คุณลุงเป็นสายเปย์เหรอคะ?” วาคาบะแกล้งแซว พลิกกล้องถ่ายรูปส่องดูสีที่ไม่ค่อยเหมาะกับความชอบของตัวเองสักเท่าไหร่ “แต่ถ้าจะทำให้ก็ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจ ขอเป็นสีเหลืองด้วยนะ”

       “เธอนี่เรื่องมากจริง” เซรอสตอบและรู้สึกได้ว่ามีคนมากระตุกชายเสื้อ เป็นฟรานที่พยายามตีหน้าขรึมแต่ใบหูกลับแดงระเรื่อ

       “มีอะไรเหรอ?”

       “กล้อง ขอด้วย”

       “เอาสิ อยากได้สีอะไรเป็นพิเศษไหม?”

       ฟรานส่ายหน้าและเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเงียบๆ คิดแต่เพียงว่าสีไหนก็ได้ทั้งนั้นแต่กับเซรอสแล้วเขารู้ว่าฟรานชอบสีเขียวน้ำทะเลเป็นพิเศษโดยสำรวจจากลักษณะนิสัยของการเลือกหยิบของชิ้นแรกและคำนวณค่าเฉลี่ยออกมา เลยรู้ว่าหากมีสินค้าที่ใช้สีเขียวอมฟ้าเป็นหลักล่ะก็มันจะเป็นสินค้าชนิดแรกที่เธอจะหยิบมันขึ้นมาเสมอ แถมยังได้ลองทดสอบอยู่หลายครั้งทำให้จำกัดรูปแบบสีที่ชอบออกมาได้ถึงสามลำดับ

       “ทำไมรู้สึกเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ไม่รู้” วาคาบะพึมพำเสียงเบา ถึงจะฟังภาษานูมอร์ไม่ค่อยออกแต่ก็พอจะจับใจความได้จากวิธีการกับสำเนียงที่ใช้ได้อยู่บ้าง

       กว่างานเลี้ยงจะเลิกก็เป็นเวลากว่าหนึ่งทุ่มแล้ว เพราะมันเป็นต่างโลกแค่ห้าโมงเย็นก็เริ่มมืดแล้วไม่ต้องพูดถึงตอนหกโมงเย็นที่แทบจะมองอะไรไม่เห็นแม้แต่นิดเดียว บ้านริมทะเลมีไฟฟ้าให้ใช้แม้จะรู้สึกสงสัยและอยากถามแต่การสอดรู้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักจึงทำเป็นไม่สนใจและใช้ไฟฟ้าตามปกติต่อไป

       เวลานี้ในห้องนอนของวาคาบะนั้นมืดมากจนมองอะไรไม่เห็น ข้างนอกมีเพียงเสียงคลื่นลมทะเลกับเสียงต้นไม้ที่โบกพัดดูน่าสยดสยอง เสียงเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ดึงดูดความสนใจได้แล้ว วาคาบะได้ยินเสียง ตึง ดังมาจากทางขวามือก็รีบเหวี่ยงของในมือออกไปเต็มแรงและครู่ต่อมาก็ถูกวัตถุที่นุ่มและแข็งฟาดกลับมาเต็มหน้า

       “ไม่โดนเจ้าค่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ” ซาริตะโกนร้อง กระโดดเอาหมอนข้างฟาดใส่

       “โอ๊ย! ซาริขี้โกงนี่นา กฎคือให้ขว้างใส่เท่านั้นไม่ใช่จับฟาดแบบนี้” วาคาบะพูดโพล่งออกมาจนลืมนึกไปว่าเธอใช้ภาษาญี่ปุ่น

       “ฟังไม่รู้เรื่องเจ้าค่ะ”

       ตุบ!

       หมอนถูกขว้างอัดหน้าจนกระต่ายขาวล้มจ้ำเบ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นใครเพราะมีเพียงคนเดียวที่ยังไม่เคยถูกโจมตีเลยสักครั้งเดียว

       “ไนซ์ ขว้างได้สวยมาก” วาคาบะร้องและดันตัวเองขึ้นมา แต่ก็ถูกหมอนที่มีอยู่จำกัดในห้องขว้างใส่

       มันเป็นกิจกรรมที่วาคาบะชักชวนทั้งสองคนให้มาเล่นกันในห้องมืด โดยที่เธอลืมเรื่องสำคัญที่ว่าซาริเป็นมนุษย์สัตว์ด้านประสาทสัมผัสกับการจับตำแหน่งย่อมได้เปรียบกว่า แถมไม่รู้ไปฝึกย่องเบาอีท่าไหนถึงเดินเคลื่อนไหวได้แบบไร้ซุ่มเสียง ส่วนฟรานเองก็ไม่น้อยหน้าเพราะเธอมีประสบการณ์ในดันเจี้ยนที่มืดสนิทจนรู้วิธีการจับตำแหน่งและซ่อนตัวในความมืด อาศัยฟังเสียงอย่างใจเย็นและโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ท้ายที่สุดแล้วตำแหน่ง ราชินีนักปาหมอน คนแรกในต่างโลกมาไว้ในครอบครอง

 

       เซรอสอยู่ข้างนอกฟังเสียงพวกเด็กๆ เล่นกันอยู่ภายในห้องท่าทางสนุกสนานก็วางใจ ส่วนตัวแล้วเขาที่มีความเป็นผู้ใหญ่ไม่อาจร่วมเล่นกิจกรรมอะไรแบบนี้ได้อยู่แล้วก็เลยตอบสนองความต้องการของพวกเด็กๆ ได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่พอมีวาคาบะที่อายุไล่เลี่ยกันและยังมีความเป็นเด็กวัยรุ่นที่รักสนุกเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดไป บรรยากาศก็ดูจะคึกคักมากขึ้นอาจเพราะด้วยช่วงวัยที่ยังมีจินตนาการและเปิดรับเรื่องใหม่ๆ ได้ง่ายก็เลยเข้ากับพวกซาริได้ดีมาก

       หน้าที่สำคัญของชายหนุ่มคือการเฝ้าจับตาดูปีศาจเพศชายคนนี้จนกว่าจะได้สติ อีกทั้งฤทธิ์ยาที่ฉีดให้ไปคำนวณจากปริมาณแล้วก็น่าจะใกล้หมดแล้ว เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายฟื้นขึ้นมาและพบว่าตนเองอยู่ในดินแดนมนุษย์จนก่อความวุ่นวายขัดขวางงานเลี้ยงต้อนรับของพวกเด็กๆ เลยต้องขอให้หลับไปก่อน อีกทั้งนี่จะเป็นการพิสูจน์ทางอ้อมอีกด้วยว่าเผ่าปีศาจมีภูมิต้านทานต่อยาที่ฉีดเข้าได้มากน้อยเพียงใด ปริมาณยาที่ให้ไปนั้นเต็มที่คือหกชั่วโมงแต่เมื่อดูเวลาแล้วเหมือนว่าประสิทธิภาพของมันจะลดลงไปกว่า 20% หากคิดจะใช้เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ก็คงต้องคำนึงถึงเผ่าพันธุ์ด้วย

       ความจริงเซรอสยังค่อนข้างเป็นกังวลอยู่หน่อยๆ เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ แม้จะเคยข้ามไปยังอีกดินแดนหนึ่งแต่ก็เป็นแค่พื้นที่ป่าเขาติดชายแดนเท่านั้น ดินแดนปีศาจของจริงค่อนข้างได้รับการปกป้องดูแลอย่างเข้มงวดทำให้ไม่เคยมีปรากฏว่ามีมนุษย์ผ่านพื้นที่ชายแดนไปได้เลย คล้ายว่าจะมีกำแพงขวางกันเอาไว้อีกทีหนึ่งเพื่อแบ่งแยกขอบเขตอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามภาพจากดาวเทียมที่ถ่ายให้เห็นทุกมุมโลกนั้นค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะพื้นที่ที่คาดว่าน่าจะเป็นเมืองหลวงของเผ่าปีศาจมีความเจริญที่ดูผิดกับดินแดนเผ่ามนุษย์หรือมนุษย์สัตว์อย่างมาก

       ระดับการพัฒนานั้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความก้าวหน้าไม่น้อย มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเผ่าปีศาจก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเวทมนตร์กว่ามาก บริเวณพื้นที่เมืองหลวงมีการติดตั้งระบบคริสตัลมานาทำให้ที่นั่นใช้พลังงานเวทมนตร์ในการดำรงชีวิตประจำวัน เหตุผลที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังไม่ถูกโจมตีทำลายนั้นก็น่าจะเป็นเพราะเผ่าปีศาจมีเมตตาอย่างมาก น่าเสียดายที่อัตราการเกิดของเผ่าพันธุ์ปีศาจนั้นทุกห้าสิบปีจะมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 1,000-2,000 ตน ทำให้ประชาชนเผ่าปีศาจมีคุณค่าอย่างมาก ถ้ามีเด็กเผ่าปีศาจถูกจับหรือถูกสังหารสักคนเดียวในต่างแดนจะถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดเลยพยายามปิดกั้นพรมแดนป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

       ว่าไปแล้วสำหรับเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาวก็มักจะมีปัญหาเรื่องการให้กำเนิดที่นานมากเป็นธรรมดา เผ่าพันธุ์เอลฟ์เองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่แพ้กัน เพียงแต่พวกเขานั้นไม่ถึงขั้นปลีกวิเวกเหมือนเผ่าปีศาจแต่ยังไปมาหาสู่กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ เป็นปกติ

       รออยู่ไม่นานปีศาจเพศชายก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวเล็กๆ คล้ายว่าจะเริ่มได้สติ เพื่อความปลอดภัยจึงถือปืนบาเรตต้าเอาไว้ในสภาพพร้อมลั่นไกทุกเมื่อ เซรอสไม่ได้เปิดไฟสว่างมากนักแต่เลือกจะใช้โคมไฟตั้งโต๊ะตัวเล็กที่ให้แสงสลัวพอๆ กับแสงจากเตาผิง คิดว่าคงประสาทเสียแน่ถ้าตื่นขึ้นมาและพบเจอกับบ้านที่สว่างจ้าในตอนกลางคืน

       เสียงร้องครางอื้ออึงดังแว่วมาอย่างแผ่วเบา ประโยคคำพูดที่ขาดช่วงกล่าวออกมาเป็นภาษาของเผ่าปีศาจ

       “ที่นี่มัน” ปีศาจเพศชายอยู่ในสภาพที่แขนขาไร้เรี่ยวแรง พยายามจะลองยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากด้วยความยากลำบาก “นี่ข้ายังไม่ตายสินะ คิดว่าจะถูกซีติพีทกินเป็นอาหารซะแล้วสิ”

       “ถ้านั่นเป็นความตั้งใจจริงล่ะก็ขอโทษด้วยที่ทำให้ผิดหวัง”

       ภาษาปีศาจที่มีสำเนียงกับน้ำเสียงฟังดูน่าเกรงขามดังขึ้น ปีศาจเพศชายกลอกตามองไปยังที่มาของเสียงก็เห็นเงาร่างหนึ่งซ่อนอยู่ด้านหน้าของเสาที่เปล่งแสงได้ทำให้มองไม่เห็นหน้าค่าตา เดาจากประโยคที่พูดมาเมื่อสักครู่นี้เป็นภาษาปีศาจเลยคิดว่าบางทีอาจจะโชคดีลอยมาติดอยู่ที่พื้นที่อื่น แต่จากสำเนียงที่ใช้ก็เป็นภาษามาตรฐานของเมืองหลวงจึงรู้สึกแปลกใจมาก นั่นก็เพราะว่าเมืองหลวงปีศาจไม่มีพื้นที่ติดกับทะเล

       “ใคร?” ปีศาจเพศชายถาม

       เซรอสลุกขึ้นยืนและปรับแสงจากโคมไฟให้สว่างขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อแสดงตัว

       สังเกตจากท่าทางที่ดูจะไม่ตกใจกับอุปกรณ์ให้กำเนิดแสงก็พอจะเข้าใจได้ว่าพวกเขาใช้อุปกรณ์ให้กำเนิดแสงจนคุ้นชินแล้วนั่นเอง

       แต่พอได้เห็นหน้าค่าตาอย่างชัดเจน ปีศาจก็สะดุ้งและสบถออกมาเป็นภาษาปีศาจ

       “ไฟไหม้เคราจอมมาร”

       เซรอสฟังออกแต่ไม่รู้ความหมาย อาจเป็นคำศัพท์ที่คิดขึ้นมาใหม่และใช้สบถพูดเวลาพบเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝันหรือเป็นไปไม่ได้ อย่างกรณีที่โลกของเซรอสก็ยังมีคำว่า ‘F--CK’ ที่ใช้สบถและสื่อความหมายแปลกๆ ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นคำที่มีวิธีการใช้เหมือนกันก็ได้

       “เจ้าเป็นมนุษย์” ปีศาจร้องออกมา

       “เดาได้เก่งดี ไม่มีรางวัลให้หรอกล่ะ” เซรอสแกล้งยอมยียวน เขาพยายามแสดงบุคลิกที่ดูกวนโอ๊ยนิดหน่อยเพื่อตีสนิทอีกฝ่าย “แต่เจ้าค่อนข้างแข็งแรงไม่เลวเลยล่ะสำหรับคนที่เพิ่งจะฟื้นตัวหลังโดนพิษอัมพาตของซีติพีทเข้าไป”

       ชายหนุ่มแกล้งเดินเข้ามาใกล้ๆ อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายยังขยับตัวต่อต้านได้ไม่มากถือวิสาสะส่องไฟเข้าไปในดวงตาทั้งสองข้างเพื่อดูการตอบสนองของรูม่านตา ปีศาจเพศชายค่อนข้างตกใจกับแท่งกำเนิดแสงซึ่งมันสว่างกว่ามานาไลท์ขนาดใกล้เคียงกันมาก

       “เจ้าช่วยเหลือข้างั้นรึ?”

       “ที่จริงแล้วข้าก็แค่ช่วยรักษา คนที่แบกเจ้ากลับมาเป็นน้องสาวบุญธรรมของข้าเองล่ะ ว่าแต่ไปทำอะไรมาถึงได้ไปนอนเกยตื้นติดอยู่ที่โขดหินแบบนั้น รู้ไหมแผลบางส่วนของเจ้าเกือบจะติดเชื้อบาดทะยักแล้ว” เซรอสพูดและยัดเครื่องวัดอุณหภูมิใส่ปาก “คาบเอาไว้สักครู่ล่ะ”

       รอจนกระทั่งมีเสียงแจ้งเตือนก็ดึงออกและดูตัวเลขพบว่าร่างกายของเผ่าปีศาจมีการฟื้นตัวที่เร็วมาก ตอนที่ให้การรักษาครั้งแรกนั้นอุณหภูมิร่างกายค่อนข้างอยู่ในสภาวะวิกฤต

       “ไม่มีไข้ ถือว่าโชคดีไปนะ”

       ปีศาจเพศชายเริ่มวางตัวไม่ถูก ฟื้นคืนสติขึ้นมาก็เจอเข้ากับมนุษย์ที่พูดภาษาเผ่าปีศาจ

       เดี๋ยวนะ!? ภาษาเผ่าปีศาจ!?

       “เจ้าพูดภาษาปีศาจได้ เจ้าเป็นใครกันแน่”

       “ก็แค่คนธรรมดาที่อยากจะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เท่านั้น” เซรอสพูดตอบไปแบบไม่คิดอะไรมากนัก เพราะยังไงมันก็เป็นประโยคที่เขาใช้แนะนำตัวเองอยู่บ่อยๆ

       เพียงแต่สำหรับปีศาจเพศชายนั้นถึงกับเบิกตากว้าง เพราะประโยคที่พูดมานั่นค่อนข้างมีบางคำที่ไปคล้ายกับผู้ดูแลเขตใหม่คนหนึ่งเข้า แรกเริ่มที่ฟังดูก็คิดว่ามันแปลกประหลาด แต่ผ่านไปนานเข้าก็เริ่มชินกับคำพูดที่เพี้ยนไปจากเดิมเล็กน้อย

       ซาโร ไรด์

       มันคือชื่อเขตใหม่ที่ได้รับการปกครองโดยขุนพลปีศาจคนหนึ่ง ถึงแม้ตอนนี้มันจะยังพัฒนาไปได้ไม่มากแต่หลายปีมานี้ก็เริ่มแผ้วถางพื้นที่ไปหลายส่วนและมีการประกอบอาชีพที่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ ปีศาจกลุ่มใหม่ที่ย้ายเข้ามาอยู่ก็เริ่มตั้งรกรากจนปัจจุบันมีประชากรกว่าแปดร้อยตนเข้าไปแล้ว สำหรับเขตที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จำนวนปีศาจมากมายขนาดนี้นับว่าเยอะมากจริงๆ นอกจากนี้มันยังได้รับความสนใจจากทางเมืองหลวงปีศาจอย่างมากเพราะขุนพลปีศาจที่ดูแลเมืองค่อนข้างมีเส้นสายไม่น้อย

       “แล้วที่นี่คือที่ไหน?”

       “เจ้ายังไม่ตอบคำถามของข้าเลยนะ” เซรอสขมวดคิ้วไม่พอใจเล็กน้อย

       ปีศาจเพศชายคนนั้นจำได้แล้วว่าคำถามก่อนหน้านี้คืออะไรจึงกระแอมไอเล็กน้อยแล้วตอบ

       “ข้าเป็นชาวประมงธรรมดานี่แหละ ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจำนวนปลาที่หาได้ในเขตเดิมมันลดลงจนส่งขายเมืองหลวงไม่ได้เลยออกเรือไปไกลกว่าเดิมสักหน่อย ผลสุดท้ายกลับถูกปีศาจทะเลเล่นงานจนเรือแตกข้ายังผ่อนส่งเรือจับปลาไม่หมดเลยแท้ๆ” เขาบ่นอุบเล็กน้อย และอธิบายต่อ “แม้ข้าจะรอดตายจากการโจมตีของปีศาจทะเลมาได้ แต่ตอนตกลงไปในทะเลก็โดนซีติพีทกัด ข้าเห็นท่าไม่ดีเลยรีบว่ายกลับขึ้นมาหาที่เกาะหวังว่ากระแสน้ำจะช่วยพาข้ากลับเข้าฝั่งไปได้”

       “ที่แท้เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้นี่เอง ข้าพอจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว”

       เซรอสตักผงยาบรรเทาปวดใส่แก้ว รินน้ำใส่และคนให้เข้ากัน

       “ทานยานี่ซะ มันจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดแผลที่แขนให้ อีกไม่นานยาก็น่าจะหมดฤทธิ์แล้ว”

       ปีศาจเพศชายรู้สึกสงสัยมาก ในฐานะที่อาศัยอยู่ในดินแดนปีศาจมานานย่อมถูกพูดกรอกหูอยู่เป็นประจำถึงนิสัยกลับกลอกของพวกมนุษย์ แต่จากที่เห็นแล้วก็ดูเป็นมิตรจนเกือบจะเผลอคิดไปว่าประโยคจากบรรพบุรุษเป็นคำลวงไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะตัวของมันเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์สงครามเมื่อไม่กี่ปีมาก่อนราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านมาได้ไม่นานนี้เอง

       มันคือเหตุการณ์สงครามที่เขตพรมแดนมนุษย์-ปีศาจ และแม้ว่าในสงครามนั้นจะเป็นชัยชนะของเผ่าปีศาจ แต่ก็ต้องสูญเสียกำลังพลไปไม่น้อย มันที่ถูกเกณฑ์ไปร่วมรบครั้งนั้นรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นทหารกองหนุนและหันมาประกอบอาชีพในดินแดนแห่งใหม่เผื่อว่าจะตั้งตัวได้

       “มันไม่ใช่ยาพิษหรอกน่า ถ้าไม่กินตอนนี้แล้วจะเสียใจ”

       เซรอสไม่ห้ามหรือบังคับให้ดื่ม ในเมื่อไม่เชื่อใจกันก็คงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

       “ว่าแต่เจ้าบอกว่าเจ้าชื่ออะไรนะ” ชายหนุ่มเบี่ยงประเด็นพูดคุย เพราะถูกชวนคุยเรื่องอื่นอยู่จึงไม่ทันได้ฉุกคิดว่าเคยบอกชื่อไปแล้วหรือยัง พอถูกซักถามกะทันหันก็เผลอคิดไปว่าอาจจะบอกไปแล้วแต่ชื่อเผ่าปีศาจนั้นออกเสียงยากนิดหน่อยจึงไม่แปลกที่บางคนขอให้ทวนชื่อซ้ำ

       “รัคคาควิก แล้วเจ้าล่ะ?”

       “เซรอสแล้วก็ขอเตือนอีกอย่าง ยานั่นน่ะรีบกินก่อนจะดีกว่า”

       ถึงพิษของซีติพีทจะถูกขับออกไปแล้ว แต่พิษนั่นก็โจมตีระบบประสาทไปตั้งมากทำให้การรับรู้ดีและไวขึ้นมาก

       แน่นอนว่าพิษของซีติพีทในพื้นที่บางแห่งมันถูกสกัดและนำมาใช้เป็นยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ดีมาก โดยเฉพาะพวกที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการนกเขาไม่ขันมันเป็นยาโด๊ปชั้นเลิศที่ถึงขนาดมีการเพาะเลี้ยงไว้ขายกันเลยทีเดียว






แนะนำนิยาย

ก่อนหน้านี้ก็ลองหานิยายมาอ่าน เปิดเข้าแอปไปแล้วเจอกับนิยายเรื่องหนึ่งเข้า มันขึ้นโชว์ในหน้าแรกของแอปเลยคิดว่าจะลองอ่านสักหน่อย

นิยายเรื่อง Boss Slayer! - ฉันฆ่าได้แค่บอสเท่านั้นแหละค่ะ!

เนื้อเรื่องก็เป็นแนวคล้ายๆ กับ Solo Leveling ที่มีดันเจี้ยน (ในนิยายใช้คำว่า 'ดิวิชั่น') และมี นักล่า หรือ มือปราบ ถูกเลือกขึ้นมาเพื่อต่อสู้ในพื้นที่นั้นๆ ตัวละครหลักเป็นผู้หญิงและถูกตัดสินว่าเป็นคนไร้ความสามารถ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าความสามารถของเธอ มีแค่การ 'ตบบอส' เท่านั้น



ปล.เพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรื่อง Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต ที่เงียบไปไม่ใช่อะไร

กำลังคิดหาศัตรูที่คู่ควรให้กับพวกนี้ จะได้บู้กันมันส์หน่อย แถมยังเป็นการโชว์ความสามารถของ นรินทร์ในฐานะที่ถูกเรียกว่า นักฆ่าอีโวลเวอร์ ด้วย

ตอนนี้ผมได้กำหนดรูปแบบความสามารถอีโวลเวอร์ของศัตรูแล้ว และขอไปนอนก่อนจะกลับมาพิมพ์แวนการ์ดให้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.36K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #16543 kaipeeda14 (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 07:18
    รออ่านอยู่ทุกเรื่องครับ
    #16,543
    0
  2. #14433 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 00:18
    😊😊😊
    #14,433
    0
  3. #13954 nangatasila_123 (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:01
    อัพนิยายแบบสโลว์ไลฟ์555 แซวเล่นเฉยๆนะไรท์ •3•
    #13,954
    0
  4. #13953 tanagorn29 (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 17:41
    เซรอสสายเปร์
    #13,953
    0
  5. #13952 ikna2 (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 08:59
    อยากให้มาอัปถี่ๆ เพราะคนอ่านสามารถอ่านแบบสโลว์ไลฟ์ได้ แปปเดียวจบตอนรู้สึกจะขาดใจ
    #13,952
    0
  6. #13951 หลุมมืด (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 17:11
    อยากไปดินแดนซาโรไล้
    #13,951
    2
    • #13951-1 Blue Soul(จากตอนที่ 178)
      7 สิงหาคม 2562 / 17:12
      นั่งเรือไปได้เลย
      #13951-1
    • #13951-2 Meji.Mojicon(จากตอนที่ 178)
      20 สิงหาคม 2562 / 18:35
      คล้าย กางเกงในเมอลินป่ะ
      #13951-2
  7. #13950 cc_kun (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 00:32
    ชอบตัวละครใหม่~
    #13,950
    1
    • #13950-1 โรคุโก๊ะ(จากตอนที่ 178)
      7 สิงหาคม 2562 / 07:00
      นี่ถ้าเป็นผู้หญิงด้วยนะ
      #13950-1
  8. #13949 YukiKiyu (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 21:00

    น้องซัค

    น้องซัค

    นางเอก
    #13,949
    0
  9. #13948 mummummi (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:33
    เด็กๆน่ารักมาก ขว้างหมอนกันสนุกเลย นึกว่าเผ่าปีศาจที่ช่วยมาจะเป็นคนสำคัญซะอีก
    #13,948
    0
  10. #13947 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:07
    เคราเมอร์ลิน
    #13,947
    0
  11. #13946 โลกสีเงิน (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:00

    ชอบเรื่องนี้...ชอบมานาน...
    ดังนั้นไรท์...
    #13,946
    0
  12. #13945 Thank You (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 19:10

    ขอบคุณครับ

    #13,945
    0
  13. #13944 ปาริฉัตร พนาภักดี (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 18:36
    ชอบคำอุทานของปีศาจมาก แอบฮานะเนี่ย 555555
    #13,944
    0
  14. #13942 NessZero (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 17:54
    เจอคนต่างโรคแบบตัวเอกพลังโกงฝั่งปีศาจสินะโลกนี้มันเหมือนจุดทิ้งความผิดพราดของพระเจ้าไงไม่รู้ ดีนะฝั่งมนุษย์ไม่อันเชิญ ผู้กล้าโล่ หรือไม่ก็นีดปืน AK47 เกิดใหม่มาอีกทีนี้ละฮา
    #13,942
    1
    • #13942-1 Blue Soul(จากตอนที่ 178)
      6 สิงหาคม 2562 / 22:09
      ไม่หรอก พระเจ้าพยายามทำให้ทุกอย่างสมดุล แต่มนุษย์คือผู้ทำลาย เมื่อแก้ยากนักก็เอานักฆ่าที่เก่งที่สุดมาซะเลย
      #13942-1
  15. #13941 @!^*^DemoN^*^!@ (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 15:53
    Boss slayer

    นี่หาอ่านที่ไหนอ่ะ ไรต์

    หาในNovel updates ไม่เจอ...
    #13,941
    2
    • #13941-1 Shinku Yami(จากตอนที่ 178)
      6 สิงหาคม 2562 / 16:25
      นิยายเด็กดีครับ5555
      #13941-1
  16. #13940 ThaipaKing (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 15:48
    จับปีศานนี้ไปทดลองให้ใช้ชีวิตมนเขตแกเลย!!เจาะเอาเลือดไปโคลนนิ่ง เพื่อทดลอง ร่างกายเผ่าปีศาจด้วย *-* เพื่อสำเร็จมานี้สร้างยาที่ทำให้ปีศาจมีลูกง่ายขึ้นได้แกรวยเละ
    #13,940
    0
  17. #13939 LookNam Supawan (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 14:45
    ไฟไหม้เครา ????
    #13,939
    0
  18. #13938 0956431589 (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 14:39
    จัดมาอีกสักดอก
    #13,938
    0
  19. #13937 คนโบราณ (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 14:00

    ติดตามมานานแล้วล่ะ

    #13,937
    0
  20. #13936 newkingdom (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 13:55
    ขอบคุณครับ
    #13,936
    0
  21. #13935 Ameba(ครับผม) (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 13:50
    เห็นรางว่ายาขยายพันธุ์ปีศาจจะถือกำเนิด
    #13,935
    0
  22. #13934 Fikusa (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 13:44
    ไฟไหม้เคราจอมมาร อืม ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #13,934
    0
  23. #13933 ภณงับ (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 13:43
    คำอุทาน นึกถึง เคราเมอร์ลินเป็นพยาน จากแฮร์รี่เลย
    #13,933
    1
    • #13933-1 Blue Soul(จากตอนที่ 178)
      6 สิงหาคม 2562 / 13:45
      ล้อประโยคนั้นแหละ
      #13933-1
  24. #13932 pitchre (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 13:41
    เซรอสน่าจะเข้ากับเผ่าปีศาจได้ดีกว่ามนุษย์อีก55555555
    #13,932
    0
  25. #13931 Nazzga2 (จากตอนที่ 178)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 13:37
    อุทานซะแทบได้ยินเสียงจามของจอมมารออกมาจากที่ไกลๆ
    #13,931
    0