ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 177 : SS3 Episode Twenty-Two : พิสูจน์ความกล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,571 ครั้ง
    2 ส.ค. 62

SS3 Episode Twenty-Two

 



       บ้านพักริมทะเลไม่ได้ถูกใช้งานมานานจึงมีฝุ่นจับหนาเตอะ เพียงเปิดประตูเข้าไปก็พบกับฝุ่นที่ร่วงหล่นลงมาทำเอากระต่ายขาวตัวแสบต้องปิดจมูกตัวเองป้องกันไม่ให้มันเข้าจมูก เซรอสเพียงยู่จมูกเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปเปิดหน้าต่างไล่กลิ่นอับออกไป คงต้องช่วยกันทำความสะอาดไล่ตามห้องต่างๆ เห็นซาริตั้งใจจะไปหยิบพวกไม้กวาดปัดฝุ่นก็จับลากออกไปข้างนอกเพราะมันมีวิธีที่สะดวกและรวดเร็วกว่าคือให้ฟรานเป็นคนลงมือใช้เวทมนตร์ในการทำ

       เวทมนตร์สำหรับทำความสะอาดบ้านไม่ใช่สิ่งที่คนบนโลกใบนี้คุ้นชินนัก หากเป็นทางวิหารศักดิ์สิทธิ์มาเห็นวิธีใช้เวทมนตร์ดังกล่าวคงเปิดประเด็นเรื่องที่ดูหมิ่นอำนาจแห่งเทพเป็นแน่แท้

ฟรานสามารถควบคุมเวทมนตร์ได้ดีและกำหนดความรุนแรงของมันได้อย่างเหมาะสม ลูกบอลน้ำที่เคยใสสะอาดเวลานี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกที่ถูกสายลมหอบเข้ามาใส่จนกลายเป็นสีดำสนิทจนต้องนำออกไปปล่อยทิ้งไว้ข้างนอก ใช้เวลานานกว่าสี่สิบนาทีในการทำความสะอาดบ้านหมดทุกซอกทุกมุมไม่หลงเหลือแม้กระทั่งฝุ่นผงตามร่องไม้เล็กๆ

พอเด็กหญิงเอลฟ์เดินออกมาบอกว่า เรียบร้อย ทุกคนก็นำข้าวของไปเก็บไว้ในบ้าน

ยังดีที่พอมีห้องเหลืออยู่ถึงจะแค่ชั้นล่างเลยยกให้วาคาบะใช้ไปก่อน วาคาบะที่จริงแล้วก็ชอบเตียงนอนแต่ในกรณีที่มาเยือนต่างสถานที่การได้นอนบนฟูกย่อมให้อารมณ์กึ่งมาทัศนศึกษาหรือท่องเที่ยวทั่วไป มันง่ายมากที่เซรอสจะจัดหาให้เพราะมันไม่ได้ใช้วัตถุดิบอะไรยุ่งยากและยังหาได้ตามป่าเขาหรือไม่ก็ของที่พอจะมีอยู่ในบ้าน สุดท้ายวาคาบะก็ได้ห้องนอนโล่งๆ มีฟูกนอนอย่างดีพับเอาไว้ที่มุมห้อง ตั้งใจว่าถ้ามันสามารถเล่นปาหมอนได้คืนนี้คงต้องเรียกพวกซาริมาเล่นด้วยสร้างความทรงจำดีๆ สักหน่อย

เหลือเวลาอีกตั้งมากมายให้เที่ยวเล่น เมืองริมทะเลยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องจึงไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวนอกจากสัมผัสกับธรรมชาติที่ไร้ซึ่งผู้คนอย่างแท้จริง วาคาบะสวมชุดว่ายน้ำ หมวกปีกกว้างสำหรับออกทะเล และรองเท้าเดินชายหาดออกมายืนรอพวกซาริที่ตกลงกันแล้วว่าจะออกไปเล่นน้ำทะเล ตอนที่เห็นฟรานสวมชุดว่ายน้ำทรงมาตรฐานแบบกระโปรงก็พลันรู้สึกได้ถึงความไร้รสนิยมของคุณลุงอย่างมาก ทางด้านของฟรานก็ดูจะไม่ได้สนใจภาพลักษณ์เพราะชุดว่ายน้ำนี้ก็ใส่สบายไม่เลว

ถึงกระนั้นวาคาบะใช้สายตาจับจ้องไปยังบริเวณหน้าอกและหันกลับมามองของตัวเองทันที ขนาดของมันแทบจะไม่แตกต่างกันมากนักแต่จากที่รู้มาเอลฟ์มีอายุยืนยาวมากและเติบโตได้ช้า ฟรานอายุแค่ 14 ปีเท่านั้นยังมีเวลาอีกมากที่จะให้ส่วนนั้นได้เติบโต ในขณะที่ตัวของวาคาบะนั้นสิ้นหวังไปแล้ว ถึงจะพยายามเสริมส่วนให้ดูเป็นธรรมชาติก็ยังเพิ่มขึ้นมาได้ไม่มาก

“ใจเย็นไว้ตัวฉัน มั่นใจในตัวเองหน่อยสิยังไงซะอกไข่ดาวก็ยังพอจะมีเสน่ห์อยู่บ้างล่ะน่า”

พยายามพูดให้กำลังใจตัวเองอยู่ดีๆ ซาริก็กระโดดลงมาจากบันไดที่สูงเพียงสามขั้น วัตถุที่ขยับขึ้นลงไปมานั้นทำเอาวาคาบะเลิกที่จะหลอกตัวเองทันที และยิ่งได้เห็นรูปร่างของซาริที่พอใส่ชุดว่ายน้ำก็ไม่อาจหลอกสายตาใครได้อีกพบว่ามีหุ่นที่สมบูรณ์แบบมากจนน่าตกใจ

“ฉันแพ้กระทั่งกระต่ายงั้นเหรอ?”

วาคาบะเป็นคนตัวเล็กและไม่ได้ดูอวบอ้วนมากนัก ถึงจะใช้ชีวิตไปกับการดื่มน้ำอัดลมและกินพวกฟาสด์ฟู้ดส์เป็นส่วนใหญ่ต่อให้ไปถามหนุ่มญี่ปุ่นหรือคนต่างชาติที่มีมาตรฐานความงามเดียวกันก็จะบอกว่าเธอยังเป็นคนที่มีรูปร่างดูน่ารักดี ทว่าพอได้มาเห็นมาตรฐานการเลี้ยงดูของเซรอสมันทำให้ความเชื่อมั่นตลอดหลายปีที่ผ่านมาถูกสั่นคลอน

ทั้งซาริและฟรานถูกฝึกฝนและควบคุมอาหารอย่างดีจนมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบจนใครหลายคนเห็นแล้วก็ต้องอิจฉา

       ไม่นานนักเซรอสก็เดินลงมา เขาสวมกางเกงขาสั้นที่ใส่ว่ายน้ำได้และเสื้อกันลมปกปิดรูปร่างเอาไว้ อาจเพราะเค้าโครงใบหน้าที่ดูคมเข้มและออกไปในทางชนชาติตะวันตกมันทำให้เขาดูเหมาะที่จะเป็นนายแบบชื่อดังได้ เชื่อว่าภายใต้เสื้อกันลมนั่นจะต้องมีรูปร่างที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เห็นแล้วต้องตาร้อนอยากจะเข้ามาสัมผัสจับต้องให้ได้แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

       ถ้าจะไปเล่นน้ำนั้นแค่เดินไปตามถนนประมาณสิบนาทีก็น่าจะไปถึงจุดที่เล่นน้ำได้ แต่พอเห็นเซรอสมุ่งไปอีกทางหนึ่งก็เกิดสนใจและเดินตามไปดูด้วย สุดปลายทางนั้นเป็นหน้าผาที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือดูทิวทัศน์ที่แสนสวยงามของทะเลที่ไร้ซึ่งขยะพลาสติก แต่ที่นั่นยังมีบันไดทางลงที่นำไปสู่ทะเลได้โดยไม่ต้องเดินอ้อมไกลนัก แถมยังดูเหมือนเป็นชายหาดส่วนตัวของบ้านริมทะเลแห่งนี้อีกต่างหาก

       เซรอสหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าผาและบอกให้วาคาบะเดินนำลงไปก่อนได้เลย

       “สูงมาก” ฟรานชะโงกหน้าลงไปมองข้างล่าง คลื่นไม่ได้แรงมากแต่ก็ยังมีโขดหินโสโครกดูอันตรายมากจริงๆ

       “ก็ประมาณสามสิบเมตรได้ ระดับนี้ยังไม่ถือว่าสูงเท่าไหร่”

       “ให้กระโดด?”

       “ครั้งแรกมันค่อนข้างน่ากลัว แต่นี่ถือเป็นการขัดเกลาจิตใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่รู้ว่าเสี่ยงมาก”

       เซรอสเคยลองกระโดดจากจุดนี้มาแล้วเลยรู้ว่าข้างล่างนั้นปลอดภัยมาก ฟรานเองก็ฝึกว่ายน้ำมาบ้างแล้วแต่ด้วยนิสัยส่วนตัวจึงชอบที่จะปล่อยตัวให้ลอยไปตามน้ำมากกว่า คิดทบทวนมาแล้วว่ามันปลอดภัยสำหรับฟรานเลยอยากให้ฝึกจิตใจอีกสักหน่อย ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเผชิญหน้ากับอันตรายใดบ้างให้มีประสบการณ์ไว้ก่อนไม่เสียหาย

       เด็กหญิงเอลฟ์สบตามองเซรอสและคิดทบทวนการตัดสินใจของตนเองกว่าสามนาที ต่อให้ทำใจแข็งแค่ไหนสุดท้ายร่างกายก็ตอบสนองตามสัญชาตญาณ ยอมรับว่ากลัวมากแต่ก็ต้องกลั้นใจวิ่งถอยออกไป 4-5 ก้าว จากนั้นก็วิ่งกระโดดพุ่งตัวออกไปด้วยท่วงท่าที่ลดอาการบาดเจ็บได้ดีที่สุด เซรอสยืนมองดูอยู่ข้างบนเห็นฟรานหายไปในน้ำกว่ายี่สิบวินาทีจนกระทั่งเธอโผล่ขึ้นมา ส่งสัญญาณมือบอกว่าปลอดภัยให้และพยายามว่ายพาตัวเองกลับไปที่ฝั่ง

       นักฆ่าหนุ่มหันไปมองอีกหนึ่งตัวที่หดขากลับไป มันยังเป็นเพียงแค่หมาเด็กที่แม้จะตัวใหญ่ไปบ้างแต่นิสัยโดยรวมแทบไม่ต่างอะไรกับไซบีเรียนฮัสกี้ ฟังเสียงมันร้อง หงิงๆ ดูน่าสงสารก็เลยให้เลือกระหว่างยอมกระโดดลงไปด้วยตัวเองหรือจะให้จับโยนลงไป การปฏิบัติที่แตกต่างกันนี้เห็นชัดเลยว่าเขาให้ความสำคัญกับใครมากกว่า

       เฟนริลกลัวมากมันถึงกับพยายามจะวิ่งหนีแต่สุดท้ายเซรอสก็ไวกว่าลอบมาขวางทางมันเอาไว้ เขาใช้สายตากระหายเลือดของนักฆ่าในการจ้องมองและวินาทีต่อมาเฟนริลก็วิ่งหางจุกก้นกระโดดลงจากหน้าผาตามไป เหตุผลที่ต้องบังคับให้ทำก็เป็นเพราะมันคือสัตว์เลี้ยงของฟราน จึงต้องฝึกมันให้เป็นอสูรร้ายที่ปราศจากความกลัวแม้ต้องเผชิญหน้ากับตัวตนที่อันตรายที่สุดก็ต้องสู้โดยเอาชีวิตเข้าแลก การกระโดดจากความสูงนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

       “ไงซาริ สนใจจะลองด้วยไหม?” เซรอสถาม

       “บันไดก็มีเจ้าค่ะ ซาริไม่โง่กระโดดลงไปหรอกเจ้าค่ะ”

       ซาริพูดมาไม่ผิดแต่วัตถุประสงค์คือการขัดเกลาจิตใจ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าซาริเป็นประเภทที่ถ้ารู้ว่ามันอันตรายจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด

       “แล้วเธอล่ะ?”

       “ให้ตายก็ไม่ทำ” วาคาบะพูดจบก็วิ่งตามซาริลงไป

       ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยิบหอกแทงปลาขึ้นมาและกระโดดจากหน้าผาลงไปเพื่อล่าสัตว์มาทำมื้อเย็น

       ปล่อยให้พวกเด็กๆ เล่นสนุกกันไป เซรอสก็ออกล่าหาอาหารในทะเล การกลั้นหายใจเพียงครั้งเดียวก็อยู่ได้นานพอจะไล่ล่าพวกสัตว์ที่พยายามซ่อนอยู่ในจุดที่ดำหาได้ลำบาก เขาดำน้ำลงไปลึกกว่ายี่สิบเมตรซึ่งยังพอจะมองเห็นพื้นได้อยู่ เจอกับกุ้งตัวใหญ่ที่ชูก้ามคู่โตที่มีพลังในการบีบรุนแรงมากสมแล้วกับที่เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ในโลกแห่งเวทมนตร์ มันค่อนข้างปราดเปรียวมากและเมื่ออยู่ในทะเลก็แทบจะทำอะไรมันไม่ได้ เซรอสง้างหอกและขว้างมันออกไปในที่สุดก็จับตัวมันได้จึงกลับขึ้นไปข้างบน

       ขนาดตัวของมันนับว่าใหญ่มาก ธรรมดาแล้วหนึ่งตัวก็น่าจะกินกันได้อิ่มมากแต่ก็อยากจะได้เผื่อไว้สำหรับพรุ่งนี้เช้าด้วยจึงนำเชือกมาร้อยมัดมันเอาไว้ชั่วคราวและดำลงไปอีกรอบ คราวนี้ลงดำลึกไปอีกห้าเมตรผ่านแนวปะการังและมองหาพวกที่ซ่อนตัวอยู่ตามผืนทราย สายตาของเซรอสค่อนข้างดีมากเขาเห็นสิ่งแปลกปลอมที่ซ่อนตัวอยู่ในทรายได้อย่างชัดเจนและจัดการดำลึกลงไปขุดมันขึ้นมา มันคือหอยที่มีขนาดใหญ่มากและมีนิสัยชอบซ่อนตัวอยู่ในทรายดักรอเหยื่อที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เห็นแบบนี้แต่มันก็เป็นสัตว์นักล่าประเภทหนึ่งเหมือนกัน

       คิดถึงรสชาติของมันก็ชวนให้น้ำลายไหล ติดแค่ว่ามันค่อนข้างหาเจอได้ยากเพราะถ้าเจอมันหนึ่งตัวจะไม่พบเห็นตัวอื่นในรัศมี 150 เมตร กฎของธรรมชาติที่หากว่ามันพวกมันเป็นจำนวนมากระบบนิเวศน์จะเสียหายลงได้การล่าเพื่อลดจำนวนพวกมันลงจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

       กลับขึ้นมาบนผิวน้ำเห็นซาริในห่วงยางพยายามตีขากลับเข้าฝั่งหลังถูกคลื่นซัด แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นยิ่งออกห่างจากฝั่งมากขึ้นถึงกับร้องไห้ขอความช่วยเหลือจากวาคาบะแทน น่าเศร้าที่ตัววาคาบะก็ว่ายน้ำไม่แข็งทำได้เพียงแค่ยืนมองหาความช่วยเหลือจากใครสักคน เซรอสโผล่ขึ้นมาพอดีก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

       “ท่านเซรอส ช่วยด้วยเจ้าค่า~!!!

       แค่เห็นก็น่าสงสารแล้ว จึงรีบว่ายพากลับเข้าฝั่งแต่ด้วยนิสัยตื่นตูมขาที่สะบัดไปมาใต้น้ำก็ถีบโดนเซรอสไปหลายครั้งเหมือนกัน

       โชคดีที่เขาค่อนข้างแข็งแกร่งเลยไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก

       “แถวนี้คลื่นค่อนข้างแรงนะ ถ้าจะใช้ห่วงยางเล่นน่าจะไปริมหาดทางโน้นจะดีกว่า”

       “ซาริจะไปเอาเรือมาเจ้าค่ะ”

       กลับขึ้นฝั่งได้ก็รีบวิ่งกลับขึ้นบันไดไป ที่บ้านริมทะเลมีเรือถีบอยู่หนึ่งลำเมื่อไม่ได้ใช้ก็จะนำไปเก็บไว้ข้างบน ซาริมีแหวนมิติเป็นของตัวเองแต่ไม่ค่อยได้ใช้นอกจากเก็บแครอทการขนย้ายจึงทำได้รวดเร็ว วิ่งไปกลับไม่ถึงห้านาทีก็เอาเรือถีบมาไว้ในทะเลจนได้ วาคาบะไม่คิดว่าจะมีเรือถีบอยู่ด้วยจึงค่อนข้างตื่นเต้น เซรอสที่ออกล่าสัตว์หามื้อค่ำและมื้อเช้าให้ก็นำของที่หาได้ไปใส่ไว้ในเรือ

       “เหคืนนี้มีกุ้งย่างเหรอ จะว่าไปฉันเองก็เบื่อพวกมันฝรั่งต้มแล้วเหมือนกัน” เด็กสาวชาวญี่ปุ่นเปิดฝาถังดูสิ่งมีชีวิตที่ถูกจับมา กำลังคิดจะเอื้อมมือไปลองจับมันดูก็ถูกเซรอสห้ามไว้

       “ระวังด้วย เจ้านั่นอาจจะยังไม่ตาย ก้ามหนีบของมันน่ากลัวมากทีเดียว”

       “ตัดมันออกซะก็สิ้นเรื่อง”

       “ฉันชอบเนื้อตรงก้ามมันน่ะถึงจะน้อยไปหน่อยแต่เคี้ยวเพลินดี”

       เซรอสเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าไม่เห็นฟรานอยู่แถวนี้เลยจึงถามกับวาคาบะ ได้คำตอบว่าฟรานเดินไปสำรวจลองหามื้อค่ำดูด้วยตัวเองบ้าง พอคิดว่านี่อาจจะเป็นประสบการณ์ในการเอาชีวิตรอดที่ดีจึงไม่ได้ออกตามหา ฟรานอาจจะอายุน้อยแต่สำหรับคนบนโลกนี้แล้วเด็กอายุสิบสี่ปีถือว่าใกล้เคียงวัยผู้ใหญ่มาก เมื่อถึงอายุสิบห้าก็จะจัดงานฉลองบรรลุนิติภาวะให้ซึ่งเงื่อนไขนี้ใช้ได้เฉพาะเผ่ามนุษย์เท่านั้น กรณีที่เป็นเอลฟ์อาจต้องใช้เวลากว่าแปดสิบปีจึงจะยอมรับว่าเป็นผู้ใหญ่ที่มีสิทธิ์มีเสียงในหมู่บ้านคนหนึ่ง

       เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันก็เหลือน้อยเต็มที ฟรานมีความตั้งใจอยากจะเป็นนักผจญภัยมากและเมื่อได้รับเอกสารรับรองความสามารถจากสถานศึกษาบวกกับได้เป็นนักผจญภัยเต็มตัวก็คิดอยากจะออกเดินทางด้วยตัวคนเดียว ระหว่างที่ยังอยู่ด้วยกันก็อยากจะสอนทักษะสำคัญทั้งหมดให้จะได้เอาตัวรอดจากอันตรายที่มาในรูปแบบต่างๆ ได้

 

       ทางเดินเลียบชายหาดเป็นแนวหินโสโครกค่อนข้างลื่นมาก เฟนริลดมกลิ่นหาสิ่งที่พอจะใช้เป็นอาหารให้ได้เมื่อเจอก็จะเห่าเรียก ฟรานจัดการใช้มีดแซะเอาพวกหอยที่เกาะอยู่ตามหินโสโครกออกมาใส่ถุงตาข่าย ยังเจอพวกสาหร่ายที่เคยเห็นเซรอสนำมาทำซุปรสชาติไม่เลวอีกด้วย ทะเลแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัตถุดิบกินได้มากมายแม้แต่พวกปูตัวเล็กที่พยายามวิ่งหนีก็กินได้ติดแต่มันไม่ค่อยมีเนื้อให้กินจึงไม่นิยมเท่าไหร่

       เฟนริลปีนขึ้นไปยืนบนโขดหินมองบางสิ่งที่อยู่ในทะเล สายตาจับจ้องอยู่ที่มันและกระโจนลงไปคาบกลับขึ้นมาเป็นปลาตัวเขื่องใหญ่ที่ตอบไม่ได้ว่าเป็นสายพันธุ์ใดแต่พวกมันมีอยู่กันเป็นฝูงและมันคิดว่าน่าจะกินได้ ฟรานจึงชื่นชมมันและรับปลามาเก็บใส่ถุงตาข่าย เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับมื้อค่ำ การหาอาหารตามธรรมชาติของเผ่าเอลฟ์ห้ามโลภมากและให้ความสำคัญกับความอยู่รอดมากกว่าการกักตุนที่อาจจะไม่ได้กิน

       “ได้มาเยอะแล้ว” ฟรานบอก

       เฟนริลตัวใหญ่จึงต้องการอาหารเยอะมาก มันแสดงท่าทีอิดออดประหนึ่งกำลังเถียงเจ้าของอยู่แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนเพราะฟรานยืนยันคำเดิมว่า ไม่ นอกจากนี้ยังมีของที่เซรอสกำลังหาอยู่ก็เลยวางใจว่าจะมีอาหารเพียงพอสำหรับมื้อค่ำวันนี้

       พยายามจะไม่เดินไปไกลมากเพราะพื้นที่แทบนี้ยังตกสำรวจแต่เลือดนักผจญภัยกลับร่ำร้องให้ก้าวต่อ ในท้ายที่สุดก็ยอมเดินไปสำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นส่วนตัว เส้นทางค่อนข้างลำบากแม้จะเป็นลานหินแต่ก็ลื่นมากต้องเดินอย่างระมัดระวังไม่ให้ถูกหินโสโครกบาดจนเป็นแผล ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแต่ติดตรงที่มีซากของสิ่งแปลกปลอมจำนวนมากที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาติดฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นซากของใบเรือที่เก่ามาก ถังไม้ที่ผุกร่อน ซากไม้ที่น่าจะเป็นของประดับเรือ ทำให้ความสวยงามของมันดูขัดแย้งมาก

       “อันนี้กินได้?” ฟรานเห็นลูกไม้ที่ดูไม่คุ้นตาก็ไม่เสี่ยงที่จะหยิบมาใส่รวมกัน

       เฟนริลเดินเข้าไปดมกลิ่นมันสองสามรอบก่อนสะบัดหน้าเบือนหนี หมายความว่ามันกินไม่ได้

       “เซรอสอาจรู้”

       เมื่อไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดก็ควรศึกษาเกี่ยวกับมันให้ละเอียด เผื่อมันอาจจะมีประโยชน์ในบางเรื่องก็ได้ ฟรานตั้งใจจะเก็บมันเลยต้องหาผ้าหรืออะไรมาจับป้องกันไม่ให้สัมผัสโดนผิวหนัง จากนั้นก็เดินสำรวจพื้นที่บริเวณนั้นก็พบเจอกับโพรงถ้ำขนาดใหญ่ สังเกตจากตำแหน่งของพวกหอยที่เกาะติดตามผนังหินแล้วสามารถบอกได้ว่าระดับน้ำสูงเต็มที่เท่าไหร่

       เด็กหญิงเอลฟ์เดินลัดเลาะเข้าไปอย่างระมัดระวังก็พบว่าถ้ำแห่งนี้ค่อนข้างสวยมาก รูด้านบนนั้นทำให้ได้รับแสงสว่างมากพอจะใช้พักผ่อน อันตรายของมันคือช่วงระดับน้ำขึ้นทำให้พื้นที่ชายหาดหายไปถ้าออกก่อนช่วงน้ำขึ้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพียงแต่มันยังมีทางเดินลึกเข้าไปน่าจะเป็นทางไปสู่โพรงถ้ำที่อยู่ข้างในกำลังคิดว่าอยากจะลองเดินเข้าไปสำรวจดูก่อน แต่สายตากลับพลันเห็นสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ตรงโขดหินและโดนคลื่นซัดใส่อย่างต่อเนื่อง

       “เฟนริล” ฟรานเพียงแค่เรียกชื่อแต่ฮาวน์บาวด์ตัวนี้กลับรู้ความหมาย

       มันห้อตะบึงกระโดดลงไปในน้ำทะเลและต่อสู้กับคลื่นที่ซัดเข้ามา มันค่อนข้างแข็งแรงและอาศัยช่วงที่คลื่นดึงกลับพาตัวเองออกไป เมื่อไปถึงบริเวณโขดหินขรุขระคลื่นทะเลก็ซัดพาร่างของเฟนริลลอยไปชนกับโขดหิน ฟรานยืนดูอยู่ด้วยความเป็นกังวลและร่ายเวทมนตร์สร้างกำแพงลมใช้เป็นแนวกั้นคลื่นทำให้เฟนริลเข้าถึงสิ่งแปลกปลอมนั่นได้ จากนั้นก็คาบ มัน ไว้และรีบว่ายกลับขึ้นฝั่ง

       เมื่อขึ้นมาถึงชายหาดได้ฟรานก็ถึงกับชะงักงัน สิ่งที่เฟนริลคาบมานั้นมีลักษณะภายนอกเหมือนกับมนุษย์เพศชายมากติดแค่มีลักษณะเด่นบางอย่างออกไปในทางเผ่าดีแมนแต่มีสภาพสมบูรณ์กว่า แต่งกายด้วยเสื้อผ้าประหลาดคล้ายชุดประจำเผ่า และสิ่งที่สามารถใช้ยืนยันได้ดีที่สุดก็คือสิ่งที่ประดับติดอยู่บริเวณศีรษะ มันคือเขาสีดำขนาดเล็กรูปร่างขรุขระและมีร่องรอยของการแตกหักด้วยอุบัติเหตุ

       สิ่งนี้เป็นหลักฐานยืนยันลักษณะเด่นของเผ่าพันธุ์ปีศาจ

       ว่ากันว่าในอดีตปีศาจไม่ได้มีรูปลักษณ์เช่นนี้แต่เป็นเพราะการสมสู่กับมนุษย์จนเกิดเป็นรูปลักษณ์แปลกใหม่ และมีลักษณะเด่นที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาคือเขาปีศาจที่งอกออกมาจากกะโหลกศีรษะ ฟรานไม่ได้เข้าโรงเรียนเพียงเพื่ออยากจะฝึกเวทมนตร์แต่ยังศึกษาเกี่ยวกับโลกภายนอกอย่างแข็งขันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกเดินทาง

       การค้นพบเผ่าปีศาจธรรมดาแล้วก็ควรจะต้องแจ้งให้กับทางการทราบเพื่อดำเนินการจัดการ แต่ที่นี่คือดินแดนต้องสาปกฎพื้นฐานเหล่านั้นไม่สามารถนำมาใช้ที่นี่ได้ อีกทั้งฟรานไม่เห็นว่าเผ่าปีศาจจะน่ากลัวหรือเป็นอันตราย ถ้าจำเป็นต้องโกรธแค้นเคืองใครสักคนอย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่เผ่าปีศาจ มันควรจะเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์มากกว่า

       เฟนริลใช้ใบหน้าเขี่ยร่างนั้นให้นอนหงาย ดมกลิ่นอยู่นานเพื่อตรวจสอบก่อนว่าไม่ใช่ศพ หากค้นพบว่ามีปีศาจถูกฆ่าตายที่ดินแดนมนุษย์มันจะถูกหยิบยกมาใช้เป็นข้ออ้างในการก่อสงครามได้ เดิมทีแล้วสาเหตุของการทำสงครามกันก็มาจากข้อพิพาทเล็กๆ เพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถอ้างความชอบธรรมและดำเนินการจัดการได้สะดวกยิ่งขึ้น

       สภาพร่างกายของปีศาจตนนี้มีบาดแผลค่อนข้างสาหัสมาก เป็นรอยขีดข่วนทั่วทั้งตัวและใบหน้าเกิดจากขูดเข้ากับหินโสโครกที่แหลมคม ร่างกายเปื่อยน้ำได้ไม่นานและประกอบกับแผ่นไม้ใหญ่ที่เกาะลอยคอมาคงเป็นผู้ประสบเหตุทางทะเลแน่ๆ ไม่รู้ว่าไปเผชิญหน้ากับอะไรมาเพราะในช่วง 1-2 วันนี้ไม่มีปรากฏว่าเกิดพายุในทะเล เป็นไปได้สูงว่าจะถูกจู่โจมโดยมอนสเตอร์บางประเภท

       หงิง~!

       “ยังไม่ตาย?”

ไม่มั่นใจว่าปีศาจเพศชายผู้นี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ถึงแม้การแต่งกายจะบ่งบอกลักษณะของอาชีพที่ทำก็ตาม สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่เครื่องแบบที่ไม่ว่าใครก็หยิบมาใส่ได้ ฟรานไม่อยากเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาจึงคิดว่าควรปรึกษาผู้ใหญ่ที่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้จะเป็นการดีที่สุด สวมอานใส่ให้กับเฟนริลและยกร่างของปีศาจเพศชายไปพาดไว้ในส่วนของสัมภาระจัดการมัดด้วยเถาวัลย์ที่หาได้จากพื้นที่ใกล้ๆ จากนั้นก็ขึ้นขี่เฟนริลให้กระโดดไต่เขากลับขึ้นไปแทนการวิ่งกลับทางเดิมที่อันตรายมาก

คาดไม่ถึงว่าตำแหน่งนั้นอยู่ห่างจากบ้านพักริมทะเลไปเพียงแค่ห้าร้อยเมตรเท่านั้น แต่ที่ฟรานเดินลัดเลียบชายหาดพบว่าระยะทางมันมากกว่าที่คิด ด้วยความที่ป่าแห่งนี้ยังไม่ได้รับการแผ้วถางประกอบกับผ่านล่วงเลยมากว่าสองร้อยปีได้สภาพของมันจึงเป็นป่ารกทึบที่ค่อนข้างอันตรายมาก มีสัตว์มีพิษไม่น้อยจู่โจมเพื่อป้องกันตัวเองไม่ว่าจะเป็นตัวร้อยขาที่มีขนาดยาวเกือบหนึ่งเมตรพุ่งออกมาจากโพรงต้นไม้ แมงมุมทะเลที่พิษทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง และอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ชั่วคราว ยังดีที่ฟรานพกอาวุธไว้ในแหวนมิติก็เลยผ่านพ้นจากอันตรายมาได้

จนกระทั่งเห็นรั้วแบ่งกั้นเขตของป่าดงดิบและบ้านพักริมทะเลก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย กลับมาถึงบ้านแทนที่จะพาปีศาจชายคนนั้นไปพักรักษาตัวที่บ้าน ฟรานกลับเลือกที่จะกระโดดลงจากเฟนริลและนำพลุสัญญาณควันที่เหลืออยู่ 1-2 อันออกมาจุด

เซรอสที่ดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำโผล่ขึ้นมาเห็นควันสีแดงพวยพุ่งขึ้นมาจากบ้านพักริมทะเล ปฏิกิริยาของเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังและรีบว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว ซาริกับวาคาบะก็เห็นแต่ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับสัญญาณควันดังกล่าว ทว่าฟรานเป็นเด็กที่มีเหตุผลไม่คิดจะใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณนี้พร่ำเพรื่อถ้าไม่มีเหตุจำเป็นอย่างเด็ดขาด

เขากังวลว่าฟรานจะต้องพบเจอกับปัญหาบางอย่างที่แก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้

เมื่อขึ้นมาถึงบ้านพักริมทะเลก็เห็นเด็กหญิงเอลฟ์ไม่พูดไม่จา ชี้มือไปที่ร่างหนึ่งที่กำลังนอนพาดอยู่บนหลังของเฟนริล มันดูเหมือนคนแต่ไม่ใช่เพราะเขาที่งอกออกมาจากกะโหลกศีรษะ

“เผ่าปีศาจ?”

ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ที่จะพบเจอกับพวกนี้โดยบังเอิญ ถ้ามองจากภาพถ่ายดาวเทียมจะพบว่าดินแดนต้องสาปกับดินแดนปีศาจอยู่ติดกันมากและมีทะเลสายใหญ่ขวางกั้นเอาไว้

“ลอยมาติดฝั่ง” ฟรานพูดพร้อมกับชี้มือไปยังตำแหน่งที่ตัวเองค้นพบ

เซรอสเห็นแล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จากร่องรอยที่เห็นและอาการเปื่อยน้ำตามตัวมันบอกอะไรได้หลายอย่างมาก แต่ก่อนที่จะทำการช่วยเหลือก็ต้องตรวจสอบร่องรอยหรือสัญลักษณ์ตามตำแหน่งที่น่าจะเห็นได้ชัดทั้งนี้ก็เพื่อยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นนักโทษต้องคดีที่หนีออกมาจากดินแดนปีศาจและประสบภัย เพราะในโลกนี้มีเวทมนตร์เป็นอาวุธนักโทษที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงจะต้องมีตำหนิที่แสดงให้เห็นว่าเคยติดตั้งอุปกรณ์ขัดขวางการใช้เวทมนตร์มาก่อน

ตรวจสอบจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีปัญหาอะไรก็เริ่มให้การรักษาทันที

ไม่รู้ว่าการใช้เวทมนตร์เยียวยาบาดแผลจะมีผลอะไรกับเผ่าปีศาจหรือไม่ จึงเลือกใช้วิธีการปฐมพยาบาลแบบง่ายๆ และเรียกฟรานมาสอนวิธีการช่วยเหลือแบบใกล้ชิดเผื่อในกรณีที่ต้องช่วยคนประสบภัยโดยที่ตอนนั้นไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้ เท่าที่เห็นบาดแผลก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดจะทำให้นอนหมดสภาพได้ถึงเพียงนี้ ตรวจสอบการตอบสนองของรูม่านตาก็เป็นปกติคิดว่าจะต้องมีสาเหตุมาจากเรื่องอื่น ตรวจสอบตามร่างกายก็พบร่องรอยที่แขนเหมือนถูกพิษบางอย่างซึ่งน่าจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงบางอย่าง

“รอยหนาม? พิษของสัตว์ทะเลสินะ”

“ยาแก้พิษ?” ฟรานเสนอ

“มันแก้พิษได้ไม่หมดหรอก พิษของพวกสัตว์ทะเลค่อนข้างอันตรายกว่ามากเพราะไม่รู้ว่าพิษพวกนี้มีขั้นตอนการทำงานต่อระบบร่างกายยังไง ยิ่งฉันไม่รู้เกี่ยวกับพวกมอนสเตอร์ทะเลด้วยก็ยิ่งแล้วใหญ่หมอนี่อาจจะไม่รอด ยกเว้นว่าจะมีสารานุกรมมอนสเตอร์อยู่ที่นี่ด้วยก็น่าจะพอระบุได้ว่าเป็นพิษของสัตว์อะไร”

ทันใดนั้นเซรอสก็พลันฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ก็มีอยู่ไม่ใช่เหรอ?

บุคคลที่ครอบครองสารานุกรมมอนสเตอร์และรู้จักพวกมันเป็นอย่างดี

“บังเอิญหรือเปล่านะ” เซรอสพึมพำ และบอกให้ฟรานไปเรียกวาคาบะมาโดยเร็วที่สุด





ใครกลับมาเล่น RO M แล้วบ้าง ผมอยู่เซิร์ฟใหม่ แอดมาได้เพราะใช้ชื่อ MIRROR

มาทวงนิยายได้ถ้าเจอผมออนไลน์นะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.571K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,182 ความคิดเห็น

  1. #14432 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:51
    😊😊😊
    #14,432
    0
  2. #13929 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 12:13
    เหมือนจะได้สมาชิกมาเพิ่มนะครับ
    #13,929
    0
  3. #13928 tanagorn29 (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 11:27
    ไรท์ติดเกมส์นี้เองที่หายไป
    #13,928
    0
  4. #13926 venommask (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 11:19
    มีห้องสมุดเคลื่อนที่มันดีอย่างนี้นี่เอง
    #13,926
    0
  5. #13923 ผู้ลึกลับสีดำ (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 05:52
    วาคาบะกลายเป็นสารานุกรมเคลื่อนที่ได้ปละ
    #13,923
    0
  6. #13922 Hana no namida (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 00:02
    โอ้ว ตัวละครใหม่ ที่เป็นผู้ชาย(?)
    #13,922
    0
  7. #13919 0956431589 (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 21:21
    เล่นเซิฟเก่าครับ
    #13,919
    0
  8. #13918 22710 (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:21
    ขอบคุณมากครับ
    #13,918
    0
  9. #13917 Wfast (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:01
    ไม่มีคำว่าบังเอิญค่ะเซรอส
    #13,917
    0
  10. #13916 [M]u[D]in (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 17:06
    กิลวอล่มครับ เปนมา3ครั้งละ
    #13,916
    1
    • #13916-1 Blue Soul(จากตอนที่ 177)
      2 สิงหาคม 2562 / 17:08
      ก็นะ กิลด์วอร์ล่มไม่เป็นไร แต่พวกใช้โปรกลับเลี้ยงไว้ผมก็เลิกเล่น มันเอาเปรียบแถมลงโทษไม่เด็ดขาด
      #13916-1
  11. #13915 KuRo_NeKo (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 15:53
    ชีวิตวุ่นวาย ไม่ได้เล่นเลยไรท์

    แต่ตามอ่านตลอดนะ 555
    #13,915
    0
  12. #13914 Thank You (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 15:22

    ขอบคุณครับ

    #13,914
    0
  13. #13913 chayen1243 (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 13:52
    เป็นการสโลไลฟ์ที่ผ่อนคลายมาก เจอแต่เรื่องหนักๆมาเยอะ เจอแบบนี้แล้วผ่อนคลายอะรู้สึกมีความสุข
    #13,913
    0
  14. #13912 เต่าน้อยอารมณ์ดี (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 13:50
    ซาริเป็นกระต่ายขาว ฟรานเป็นเอล์ฟ เซรอสเป็นนักฆ่า เฟนริลเป็นหมาป่า วาคาบะเป็นสาระนุกรมสัตว์อสูร55555

    ชอบฉากที่เซรอสจับน้องเฟนริลโยนลงเหวอ่ะ นึกภาพไซบีเรี่ยนกางขาสี่ข้างขณะตกลงสู่ทะเลด้วยหน้าหวาดกลัวออกในทันใด555555
    #13,912
    0
  15. #13911 GunTub (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 13:43
    ซาริ หนูจะฉลาดเกินไปแล้วนะ เอ็นดูสุดๆเลย
    #13,911
    0
  16. #13910 Ameba(ครับผม) (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 12:05
    ใกล้จะเอาปีศาจมาเป็นพวกแล้วสินะ ตื่นเต้นๆ
    #13,910
    0
  17. #13909 โลกสีเงิน (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 11:35

    รอเลย...
    #13,909
    0
  18. #13908 นักอ่านสายฟรี (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:59

    สนุกมาก
    #13,908
    0
  19. #13907 mummummi (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:48
    อ่านแล้วอยากกินกุ้งเลย
    #13,907
    0
  20. #13905 ยมทูตหน้าหยก (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:17

    ขอบคุณคับไรท์

    #13,905
    0
  21. #13904 newkingdom (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 10:07
    ขอบคุณครับ
    #13,904
    0
  22. #13903 Amerah (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 09:58

    ไม่เล่นเฟรนชายนี้ครับ

    #13,903
    0
  23. #13902 Aetep (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 08:57
    ชอบ ๆ เอาอีก
    #13,902
    0
  24. #13901 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 08:50

    ชอบบบบบบบบบ ชิลมากกกกกกกกกกก

    #13,901
    0
  25. #13900 Jiroju (จากตอนที่ 177)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 08:14
    รู้สึกว่าเนื้อเรื่องช่วงนี้สโลว์ไลฟ์ไปอะ ไม่ตื่นเต้นมานานละ
    #13,900
    1
    • #13900-1 Mujitcentes(จากตอนที่ 177)
      2 สิงหาคม 2562 / 09:24
      ก็ชื่อเรื่องคือชีวิตสโลว์ไลฟ์ของนักฆ่านะ!
      #13900-1