ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 174 : SS3 Episode Nineteen : เดินทางกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,619 ครั้ง
    30 มิ.ย. 62

SS3 Episode Nineteen

 



       เริ่มต้นจากโยมุงกันเดอร์เมื่อประมาณปีที่แล้ว และในปีถัดมาก็มีเรื่องของฝูงออร์ค เบอร์เซิร์กเกอร์กับมังกรพิษไฮดร้าที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ในความเหมือนกันที่แตกต่างนี้หากว่านี่เป็นความบังเอิญ มันก็ดูจะเป็นความบังเอิญที่ประจวบเหมาะเกินไปหน่อย ราวกับว่ามีใครบางคนพยายามเตือนอะไรบางอย่างให้ผู้คนได้ตระหนักถึงเรื่องผิดธรรมชาตินี้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครให้ความสนใจมันเมื่อเรื่องจบลงแล้ว

       เซรอสเชื่อว่าคนที่อยู่เบื้องหลังสัญญาณเตือนนี้ต้องการบอกใบ้อะไรสักอย่าง และอีกไม่นานผู้คนก็จะเริ่มรู้สึกตัวถึงความไม่ชอบมาพากลนี้ พอคิดว่ารู้ตัวคนร้ายและวิธีการที่ตั้งใจจะใช้ก็อดทำใจเชื่อไม่ได้ว่าคนแบบนั้นจะทำเรื่องโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้

       ป่านนี้ทางกองกำลังทหารคงจะวุ่นวายกันน่าดูหลังพบว่าต่อมผลิตพิษของมังกรพิษไฮดร้านั้นหายไป ซึ่งคนที่เอามันไปเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเซอรสที่แอบหาโอกาสเข้าถึงซากศพนั่นและควักเอาต่อมผลิตพิษที่รุนแรงที่สุดออกมา สิ่งนี้หากอยู่ในมือของบุคคลที่ไม่หวังดีจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้จึงจำเป็นจะต้องควบคุมเอาไว้ เนื่องจากว่าข่าวการสังหารมังกรพิษไฮดร้าถูกล่วงรู้ไปถึงทางวิหารศักดิ์สิทธิ์พวกเขาจึงส่งคนมาแจ้งความประสงค์จะรับไปกำจัดด้วยตัวเอง เพราะเป็นกลุ่มองค์กรเดียวที่มีวิธีการควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหายจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะต้องส่งมอบให้ไป

       ตอนนี้ของสิ่งนั้นได้ถูกนำมาเก็บรักษาเอาไว้อย่างปลอดภัยและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเขาจะต้องหาวิธีสร้างวัคซีนแก้พิษมันขึ้นมา

       มองดูมือที่ถูกพิษกัดกร่อนจนเห็นเนื้อสีแดงที่เริ่มเน่าก็อดรู้สึกเจ็บไม่ได้ เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานานมาก โชคไม่ดีนักที่สมุนไพรรักษาบาดแผลของโลกใบนี้ไม่ได้ยอดเยี่ยมขนาดที่ใช้แล้วหายได้ทันที ถึงจะมีโพชั่นลึกลับที่ยึดมาจากศพของคนประหลาดที่เขาสังหารไปแต่ก็ไม่คิดที่จะใช้มัน มาถึงขั้นนี้ก็คงไม่แปลกอะไรถ้าจะลองใช้เวทมนตร์ที่พยายามฝึกฝนเพื่อที่ว่าในอนาคตจะได้มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในการสร้างตัวตนใหม่

       เวทมนตร์เยียวยา

       บาดแผลที่มือรู้สึกได้เหมือนมีมดนับล้านตัววิ่งไปมาอยู่ตรงนั้น และความเจ็บปวดจากการที่เซลล์ผิวหนังกำลังซ่อมแซมตัวเองก็ทำเอาขนลุกอยู่หน่อยๆ เซรอสไม่ถนัดเวทมนตร์สายอื่นเลยนอกจากธาตุความมืดที่สามารถใช้ได้ทันทีเพราะมีจิตวิญญาณแห่งความมืดเป็นเหมือนตัวแปลงพลังงานโดยที่เขาเป็นคนควบคุมสวิทซ์ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ต้องฝึกฝนเวทมนตร์ธาตุอื่นอย่างหนักจนอยู่ในระดับที่พอใช้งานจริงได้

       อีกไม่นานข่าวเรื่องมังกรพิษไฮดร้าก็จะเป็นที่รู้กันทั่ว คาเรนคงต้องลำบากไม่น้อยในการรับมือกับราคาสินค้าที่อาจจะตกต่ำและเพิ่มสูงขึ้น นี่อาจจะเป็นบททดสอบสำคัญที่คาเรนจะต้องเผชิญหน้ากับมันก็ได้ แต่เขาเชื่อว่ามันจะไม่เป็นไรแน่นอน จากที่ได้เฝ้าสังเกตและให้ความคุ้มครองมาเป็นเวลานานนับปีกว่าพบว่าผู้หญิงคนนี้มักจะหาทางลงให้ตัวเองไม่ต้องเจ็บมาก มันเป็นผลมาจากการประสบการณ์ที่เคยถูกป้ายสีสารพัดและได้รับความสูญเสียอย่างหนักจึงต้องระมัดระวังตัวทุกการกระทำอยู่เสมอ

       หากเวลานี้คาเรนมีเงินทุนสำรองก้อนใหญ่อยู่ก็คงผ่านวิกฤตนี้ไปได้ไม่ยาก แน่นอนว่าเซรอสมีเงินและทรัพย์สมบัติมากพอจะใช้พัฒนาอาณาจักรได้แต่ก็ไม่มีความคิดจะช่วยเหลือสนับสนุนเพราะหากว่ามีคาเรนนำเงินเหล่านั้นมาใช้และถูกตรวจสอบในภายหลังคงขำไม่ออกแน่ เซรอสไม่คิดจะดูถูกการสืบสวนของโลกใบนี้ที่แม้จะล้าหลังไปมากแต่ก็มีความรอบคอบเสียยิ่งกว่าโลกอีกใบที่แม้แต่นาฬิกายังหาเจ้าของไม่ได้ ขนาดข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเขาที่ปิดบังไว้อย่างดียังถูกสืบย้อนกลับได้เลย

       กำหนดการเดิมคือแค่แวะกลับมาร่วมงานแต่งงานตามความเหมาะสมเท่านั้น แต่เกิดปัญหาที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขขึ้นซะก่อนจึงช่วยไม่ได้ที่จะยอมให้เธอสะสางปัญหาให้เรียบร้อย แม้ว่าเซรอสจะเป็นหุ้นส่วนของกลุ่มการค้าเซเรนแต่ที่ทำไปนั้นก็เพื่อหาค่าเล่าเรียนกับค่าใช้จ่ายประจำเดือนของพวกเด็กๆ สุดท้ายเซรอสก็มอบสิทธิ์ทั้งหมดให้คาเรนไปหลังจากได้รู้ความจริงที่ว่าเธอคือคนที่พระเจ้ากำหนดให้เป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งนั้น ดังนั้นไม่ว่าจะได้รับเงินหรือไม่ในอนาคตก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

       ชายหนุ่มอยู่ในครัวกำลังทำมื้อเย็นให้ตนเองและเห็นแสงไฟกะพริบของอินเตอร์โฟนจึงกดรับสาย เป็นคาเรนที่ติดต่อมาบอกว่ากำลังจะเดินทางออกจากคฤหาสน์เรเบียสมุ่งหน้ามาที่นี่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ติดต่อมา คาเรนอยากจะขออนุญาตในการพาคนติดตามไปด้วย 2-3 คน ซึ่งอันที่จริงก็อยากจะให้เป็นเบลูก้ามากกว่าแต่รายนั้นจำเป็นจะต้องคอยทำหน้าที่รับเรื่องแทนคาเรนจึงเดินทางไปด้วยไม่ได้ ถึงเซรอสอยากจะรักษาความลับแต่สุดท้ายเกี่ยวกับดินแดนแห่งนั้นไม่นานก็ต้องถูกเปิดเผยออกไปอยู่ดีจึงอนุญาตให้ตามมาด้วยได้แต่ก็ต้องใช้กฎการรักษาความลับป้องกันไม่ให้เรื่องวิทยาการต่างโลกรั่วไหลซึ่งคาเรนก็ยอมรับในเรื่องนี้

       การที่คาเรนเริ่มมีความคิดจะโยกย้ายคนไปอยู่ที่ดินแดนต้องสาปนับว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดี เซรอสคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่จะสร้างคฤหาสน์สำหรับตระกูลเรเบียสแยกไว้ให้เป็นการส่วนตัว แบบแปลนของคฤหาสน์ที่จะสร้างก็ได้เตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ในช่วงที่วางจนไม่รู้ว่าจะทำอะไร ถึงจะเทียบกับบ้านแอชเชอร์ไม่ได้ในเรื่องของวิทยาการระดับสูง แต่แค่มีเตาปฏิกรณ์พลังงานให้ใช้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับคฤหาสน์นั่นแล้ว

       ทานมื้อค่ำเสร็จและยังเหลือเวลาพอให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นก็มานั่งรออยู่ในห้องพร้อมกับเตรียมเครื่องดื่มไว้ต้อนรับแขกที่กำลังจะมาถึง กระทั่งรถม้ามาหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านแอชเชอร์และมีคนสี่คนเดินลงมาจากรถม้า โดยมีกระเป๋าเสื้อผ้ากันคนละหนึ่งใบเว้นไว้เพียงของคาเรนที่มีมากถึงสองใบ เซรอสมองดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้รอบบ้าน ตรวจสอบจนมั่นใจแล้วว่าไม่น่าจะมีคนสอดแนมอยู่ในรัศมีเฝ้าระวังก็ออกไปเปิดประตูให้เชิญทุกคนเข้ามา

       ฟังเสียงทอดถอนใจของคาเรน เรเบียสก็ไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากเชิญเธอไปนั่งในห้องนั่งเล่นพร้อมเสิร์ฟชาดอกคาโมมายล์ให้ ที่แม้ว่ามันจะไม่ได้ชื่อดอกคาโมมายล์แต่กลิ่นกับรสชาติแทบจะไม่ต่างกันเลยได้ชื่อนี้มา มันมีสรรพคุณช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและยังมีสรรพคุณอื่นแฝงอยู่ด้วยแต่ยังไม่มีเวลาว่างให้วิเคราะห์มัน

“พวกคุณก็เชิญดื่มได้เลย แก้วชาวางอยู่บนโต๊ะเลือกหยิบมาได้ตามสบาย” เซรอสส่งเหยือกน้ำชาให้สาวใช้ทั้งสามไปจัดการกันเอง แต่พวกเธอค่อนข้างมีมารยาทมากไม่กล้าที่จะสร้างความอับอายให้คาเรนที่เป็นนาย จนเมื่อคาเรนอนุญาตจึงรับไปนั่งดื่ม

“เจอเรื่องแบบนั้นไปไม่แปลกที่เธอจะเครียด”

       “ทราบด้วยเหรอคะ?” คาเรนถาม แต่พอคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ตอนนี้เป็นข่าวลือที่รู้กันทั่วไรด์การ์ดจนเกิดการขั้นราคาของสินค้าจำพวกอาหาร แม้ว่าเซรอสจะไม่ใช่คนที่ติดตามข่าวสารก็ไม่น่าจะตกข่าวเรื่องนี้ “ค่ะมีจดหมายถูกส่งมาเพื่อขอความร่วมมือในการลดราคาของสินค้าลง โดยที่ทางนั้นจะเป็นฝ่ายรับซื้อไว้และนำมาจำหน่ายอย่างเหมาะสม ถ้าไม่ยอมให้ความร่วมมือเกรงว่าอาจเกิดปัญหาขึ้นได้กว่าจะตกลงเรื่องราคากันได้ก็ใช้เวลาน่าดูค่ะ”

       “ฉันไม่คิดว่าทางนั้นจะทำตามที่ตกลงกันเอาไว้หรอกนะ อย่างน้อยราคาของอาหารจะต้องเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5-0.7 เท่า”

       “นั่นเป็นเรื่องที่น่าหวั่นใจอยู่ค่ะ ดิฉันกลัวว่าจะมีคนปลุกปั่นสถานการณ์เพื่ออาศัยช่วงเวลาวิกฤตนี้ปั่นราคาอาหารให้แพงขึ้นเป็น 1-2 เท่าตัว โชคดีมากที่ทางกองอัศวินแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีก็เลยพอจะวางใจได้อยู่หรอกค่ะว่าราคาของมันคงเพิ่มขึ้นชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ช่วงนี้พวกเราอาจจะต้องขาดทุนสักเล็กน้อยค่ะ” คาเรนตอบด้วยสีหน้าปลงตกเล็กน้อย ยกชาดอกคาโมมายล์ขึ้นจิบอย่างใจเย็น

       ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาของกลุ่มการค้าเซเรนอย่างจริงจังอยู่นั้น สามสาวใช้ที่นั่งอยู่ด้านหลังของคาเรนก็เริ่มมีอาการหาวนอน ไม่ว่าจะเพราะทิฐิหรืออะไรก็ตามพวกเธอพยายามที่จะไม่นอนหลับ แต่ฤทธิ์ยาที่แรงเกินไปเพียงไม่กี่นาทีต่อมาพวกเธอก็ฟุบลงไปนอนอย่างสงบ คาเรนมองด้านหลังเห็นสภาพของพวกเธอและถ้วยชาที่วางอยู่บนโต๊ะก็หันกลับมามองดูถ้วยของตนเองบ้าง

       “คุณเซรอสคงไม่ได้

       “ไม่” เขาตอบและเดินไปอุ้มสาวใช้ทั้งสามมาวางลงบนโซฟาและจัดท่านั่งให้เรียบร้อย “ฉันแค่ต้องการให้พวกเธอหลับไป พรุ่งนี้ก็คงตื่นขึ้นมาพร้อมทำงานได้เป็นปกติ”

       “เข้าใจแล้วค่ะ”

       “รัดเข็มขัดหน่อยนะ มันซ่อนอยู่ในร่องโซฟา” พูดจบก็ดึงเอาสายเข็มขัดนิรภัยออกมารัดให้กับสาวใช้ทั้งสาม จากนั้นก็หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งหมดไปหย่อนลงในช่องหลังกำแพงแล้วจึงกลับมานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม “เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?”

       คาเรนพยักหน้าตอบ เซรอสจึงหยิบรีโมทจิ๋วขึ้นมากด

และในเวลาต่อมาโซฟาที่นั่งอยู่ก็ถูกดึงลงไปสู่ชั้นใต้ดินโดยหลังจากที่มันหายไปแล้วโซฟาตัวสำรองก็ถูกนำขึ้นมาแทนที่

มันเป็นระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งนาที ในที่สุดเธอก็ถูกพากลับมาที่โรงจอดยานพาหนะที่เดิมที่ซึ่งมันเป็นห้องที่เธอเคยสงสัยก่อนหน้านี้แล้วว่ามันมีไว้เพื่ออะไร ตอนนี้ก็ได้คำตอบแล้วว่ามันเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถพาลงมาที่นี่ได้

สาวใช้ทั้งสามที่หลับไปเพราะฤทธิ์ของยานอนหลับถูกอุ้มไปนั่งบนเครื่องบินทีละคนอย่างนุ่มนวล คาเรนตามขึ้นมานั่งลงบนที่นั่งซึ่งกลายเป็นที่ประจำของเธอไปแล้วและรัดเข็มขัดให้เรียบร้อย รอให้เซรอสเตรียมเครื่องและตรวจเช็คความปลอดภัยในการนำเครื่องบินออกไป มันต้องให้เวลาสักหน่อยเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะถูกคนอื่นพบเจอได้ จากนั้นไม่นานเครื่องบินโดยสารก็ขับออกไปตามช่องทางที่เปิดไว้ซึ่งในระหว่างที่มันเคลื่อนที่ตัวเครื่องก็เริ่มทำการบิดเบือนแสงและกลายเป็นโหมดล่องหน

ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน คาเรนได้เห็นทิวทัศน์ที่แสนสวยงามของจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ดวงดาวนับล้านดวงบนท้องฟ้าและพระจันทร์ทั้งสองดวงที่อยู่ใกล้มากราวกับว่าจะเอื้อมมือไปคว้าจับมันเอาไว้ได้ เธอชื่นชอบทิวทัศน์ที่สวยงามแบบนี้และไม่อยากที่จะละสายตาจากมันเลย แต่การเดินทางย่อมมีจุดสิ้นสุดเมื่อระดับความสูงของเครื่องบินนั้นลดต่ำลง มองดูนาฬิกาพกพาก็พบว่ามันเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นานเท่าไหร่ ข้างนอกตอนนี้ที่พอจะมองเห็นได้ก็คือป่า ภูเขา และทะเลที่กว้างใหญ่ ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้วิธีใดในการจดจำเส้นทางแต่เธอก็เชื่อใจมากว่ามันเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง

การเดินทางบนท้องฟ้านั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย เพียงแต่มันถูกจำกัดไว้ให้ใช้ได้เฉพาะทางการทูตและบุคคลสำคัญอย่างราชวงศ์เท่านั้น นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายของมันก็สูงมากโดยเฉพาะค่าเลี้ยงดูไวเวิร์นที่ใช้ในการลากพาหนะที่ติดตั้งอุปกรณ์ลอยตัว เท่าที่พอจะทราบมานั้นเป็นมรดกที่ตกทอดมาหลายร้อยปีก่อน แต่จากบันทึกที่คาเรนได้ลองศึกษาพบว่ามีจุดผิดพลาดคล้ายจะถูกแต่งเติมขึ้นมาใหม่และสร้างประวัติขึ้นมา และด้วยนิสัยของเธอที่ต้องรู้ให้ได้ สุดท้ายก็ทราบความจริงที่ว่ามันเป็นวิทยาการของเผ่าปีศาจที่แสนชั่วร้าย

พอรู้แบบนั้นแล้วคาเรนก็ได้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไม่แพร่งพราย จวบจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เธอจึงได้รู้ความจริงของอดีตอันดำมืดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ฉีกสัญญากับเผ่าปีศาจและขโมยวิทยาการของพวกเขามาสร้างเลียนแบบ อ้างตัวเองเป็นผู้คิดค้นวิทยาการดังกล่าวและป้ายสีพวกปีศาจว่าใช้วิธีการชั่วร้ายมาขโมยวิทยาการของมนุษย์ไป เธอรู้สึกว่าผู้คนในสมัยนั้นกระทำตัวไม่ต่างอะไรกับโจรที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เสียหาย ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยมีอคติอะไรกับเผ่าพันธุ์ปีศาจหรือพวกมนุษย์สัตว์สักเท่าไหร่

ไม่นานก็เริ่มเห็นเส้นทางที่คุ้นเคยเป็นพื้นที่บริเวณหน้าผาสูง เครื่องบินลดระดับลงช้าๆ รอให้ประตูบนหน้าผาเปิดให้จากนั้นจึงนำเครื่องบินเข้าไปจอด เหมือนว่าเซรอสจะทำบันทึกเส้นทางการบินเอาไว้แล้วจึงใช้เวลาเดินทางเร็วขึ้นมาก ไม่ต้องไปเสียเวลากับการขับอ้อมไปทางทะเลจนรู้สึกได้เลยว่าไรด์การ์ดกับดินแดนต้องสาปไม่ได้อยู่ห่างไกลจากกันสักเท่าไหร่

ลงจากเครื่องเสร็จก็ไปรออยู่บนรถม้า เซรอสทยอยอุ้มสาวใช้มาไว้บนรถม้าทีละคนและนำกระเป๋ามาเก็บไว้ท้ายรถ จากนั้นก็ขึ้นไปบนรถม้าตำแหน่งของสารถีและใช้เวทมนตร์สร้างปีศาจเงาขึ้นมาเพื่อลากรถโดยเฉพาะ บนรถมีอุปกรณ์ให้กำเนิดแสงติดตั้งอยู่ก็เลยพอจะสร้างปีศาจเงาที่ใช้งานได้ขึ้นมา แต่ปีศาจเงาตัวนี้มีรูปร่างที่แปลกประหลาดจากเดิมมาเพราะมันมีความคล้ายกับม้าปีศาจที่ห่อหุ้มด้วยออร่าความมืด

รถม้าวิ่งออกมาจากช่องทางลับและมุ่งหน้ากลับสู่ดินแดนต้องสาป ผ่านทวารบาลปีศาจเงาสองตัวมาได้โดยไม่ติดขัดอะไร คงเพราะมันเป็นเวลากลางคืนแล้วและชาวเมืองส่วนใหญ่ก็ล้วนเข้านอนกันหมดเหลือไว้เพียงแค่ทหารอาสาที่คอยสอดส่องดูความเรียบร้อยภายในเมืองให้ พวกเขาจะประจำอยู่กันตามจุดต่างๆ และเป็นเรื่องปกติที่เมื่อพบว่ามีบางสิ่งที่ผิดแปลกพวกเขาจะรีบส่งสัญญาณแจ้งทุกคนให้รู้ตัว เสียงฆ้องระฆังนี้ดังมากและมันทำให้พวกดีแมนทุกคนที่นอนอยู่ตื่นตัว เซรอสในฐานะเจ้าเมืองเห็นความกระตือรือร้นของพวกเขาก็ภูมิใจอยู่หน่อยๆ อนาคตจะได้ฝากฝังการดูแลความปลอดภัยให้ได้

เขาหยุดรถม้าและเงยหน้าขึ้นมองดูทหารอาสาพวกนั้น

“ท่านเจ้าเมือง” ทหารอาสาคนนั้นร้องออกมาด้วยท่าทางตกใจ ก่อนจะยื่นหน้ามองเข้าไปในรถม้าก็เห็นคาเรนอยู่ที่นั่น “นายหญิงคาเรนขออภัยที่รบกวนเวลาของพวกท่านทั้งสองคนขอรับ”

“ไม่เป็นไร คุณทำหน้าที่ได้ดีมากถ้าพบอะไรที่น่าสงสัยการส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้ทุกคนระวังตัวเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ตอนนี้พวกเราเดินทางมาไกลและเหนื่อยมากจะเป็นอะไรไหมถ้าพวกเราจะขอเข้าไปน่ะ”

“เชิญขอรับ ข้าจะรีบส่งสัญญาณบอกทุกคนสบายใจ”

ว่าแล้วก็เปิดทางให้รถม้าผ่านสะพานหินข้ามเข้าไปในเขตเมือง เสียงฆ้องระฆังดังขึ้นอีกครั้งแต่มีจังหวะที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความจริงมันเป็นจังหวะการสื่อสารของรหัสมอสที่สอนไปแค่คร่าวๆ คนพวกนี้จำสัญญาณได้ไม่ต้องมากแค่ใช้แจ้งเตือนเรื่องด่วนจากระยะไกลเท่านั้น รอให้เมืองพัฒนาเสร็จก่อนก็อาจจะทำเครื่องโทรเลขไว้ให้ใช้งานจะได้ส่งข่าวได้เร็วยิ่งขึ้น ถึงอยากจะสร้างวิทยุสื่อสารแต่บางครั้งของพวกนี้ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปเหมือนองค์กรที่พยายามปล่อยวิทยาการออกมาอย่างช้าๆ

เมื่อกลับมาถึงบ้านแอชเชอร์ก็พบกับความผิดปกติ ไฟในบ้านนั้นมืดสนิทไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งบอกว่ามีคนอาศัยอยู่ ธรรมดาแล้วคนอื่นอาจจะสงสัยว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นในบ้านและออกตามหาความจริง เซรอสหยิบเอาแว่นดำขึ้นมาสวมและมองแสกนทั่วบ้านเพื่อหากลุ่มก้อนก็ไม่พบความร้อนลักษณะคล้ายคนบนบ้าน แต่พอมองออกไปที่โรงจอดรถซึ่งถูกทำเป็นเวิร์กช็อปก็เห็นตัวของกระต่ายขาวที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมและมองออกมาข้างนอก

ชักจะรู้สึกสงสารหน่อยๆ ที่ปล่อยทิ้งไว้ให้อยู่ตัวคนเดียว

“ซาริ มาอยู่อะไรตรงนี้” เซรอสพูดจบ กระต่ายขาวตัวแสบก็วิ่งพรวดออกมาจากใต้ผ้าคลุมและกระโดดขึ้นมาเกาะไม่ยอมปล่อย

“แง~! ท่านเซรอสเจ้าคะ ในบ้านมีผีด้วยเจ้าค่ะ”

ซาริร้องไห้ฟูมฟายและเล่าสาเหตุที่ต้องย้ายหนีออกมานอนข้างนอกบ้านด้วยท่าทางน่าสงสาร ความกลัวของซาริหนักมากถึงขนาดที่ทำเอาขนร่วงไปหลายจุด แถมดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่ได้อาบน้ำเพราะห้องน้ำมีอยู่แค่ในบ้าน

“เข้าบ้านไหม?”

“ไม่เจ้าค่ะ” ซาริปฏิเสธเสียงแข็ง มองเข้าไปในบ้านด้วยอาการหวาดผวา

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ เกี่ยวกับระบบโฮโลแกรมเอไอที่สามารถสื่อสารโต้ตอบด้วยสามัญสำนึกได้ไม่ใช่ว่าจะมีให้เห็นเกลื่อนกลาด คงต้องอธิบายให้ฟังถึงตัวตนของอีวาสักหน่อยและเซรอสเชื่อว่ามันคงใช้เวลาไม่นานที่ซาริจะปรับตัวให้ยอมรับโฮโลแกรมเอไอของอีวา

“มาเถอะ เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก อีวาไม่ใช่ผีแต่เป็นจิตวิญญาณธาตุ”

ข้ออ้างนี้ค่อนข้างมีเหตุผลอยู่ในตัวของมัน โลกใบนี้แม้ผู้คนจะหวาดกลัวผีหรือวิญญาณแต่กลับให้ความเคารพในจิตวิญญาณธาตุซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเวทมนตร์ที่ทุกคนใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งที่สองอย่างนี้โดยพื้นฐานแล้วแทบจะเป็นประเภทเดียวกันเลย

“โกหกเจ้าค่ะ วิญญาณธาตุไม่ปรากฏตัวตนและรับรู้ได้เฉพาะผู้ทำสัญญาเท่านั้นเจ้าค่ะ”

“เธอนี่บทจะฉลาดก็ฉลาดขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผลเลยนะ”

“ซาริตั้งใจเรียนเจ้าค่ะ” กระต่ายขาวไม่พลาดโอกาสที่จะอวยตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นนี่ก็เป็นบทเรียนใหม่ อย่าเชื่อว่าบทเรียนที่เรียนมาจะถูกต้องทั้งหมด” เซรอสพูดและเดินไปหมุนแป้นโทรศัพท์ซ้ายขวาเป็นรหัสที่ตั้งเอาไว้ แล้วแนบหูโทรศัพท์ “อีวา แสดงตัว”

วินาทีต่อมาที่ห้องนั่งเล่นก็ปรากฏภาพโฮโลแกรมของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่กลางห้องในสภาพโปร่งแสง ซาริได้เห็นก็กรีดร้องลั่นพยายามจะวิ่งหนีออกจากบ้านไปโชคดีที่เซรอสคว้าจับเอาไว้ได้ทันเลยพยายามดึงเอาไว้

“ผีหลอกเจ้าค่า!!!

ร้องได้ไม่นานก็เป็นลมสลบไป เซรอสเห็นแล้วก็ถอนหายใจยาวดูเหมือนว่าคงต้องพยายามอธิบายให้ซาริฟังในภายหลัง ระบบเอไอของอีวาโดยพื้นฐานแล้วถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้ ถึงตัวโปรแกรมจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีแต่ก็ยังพอใช้การได้อยู่

เสียงกรีดร้องของซาริดังมากจนคาเรนที่รออยู่ข้างนอกต้องเปิดประตูตามเข้ามา แต่ทันทีที่เห็นร่างโปร่งแสงของอีวายืนอยู่กลางห้องก็เกิดอาการตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ยังดีที่ไม่สติเตลิดไปเหมือนซาริและพยายามเดินเข้ามาในบ้านโดยชำเลืองมองร่างโปร่งแสงไม่วางตา

“คุณเซรอสคะ? นี่คือจิตวิญญาณธาตุใช่หรือเปล่าคะ”

ถึงจะไม่ได้ศึกษาในโรงเรียนเวทมนตร์ก็ต้องยอมรับว่าคาเรนค่อนข้างรอบรู้เอามากๆ เธอไม่ตัดสินว่าเป็นผีหรือวิญญาณในทันทีแต่กลับมองว่าอาจจะเป็นจิตวิญญาณธาตุที่เล่าลือกันมาก็ได้

“คล้ายๆ แต่ไม่ใช่หรอก อีวาไม่ได้เป็นจิตวิญญาณธาตุที่ใช้เวทมนตร์ได้แต่เธอสามารถควบคุมการทำงานของบ้านหลังนี้ส่วนใหญ่ได้เกือบจะทั้งหมด อนาคตฉันมีแผนจะติดตั้งเธอให้ทำงานได้กว้างขึ้นและอาจจะส่งรุ่นนิวไทป์ไปเป็นผู้ช่วยในการทำงานเอกสารด้วยล่ะนะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ท่านคาเรน เรเบียส ดิฉันมีนามว่า อีวา เป็น AI สนับสนุนของบ้านหลังนี้”

กิริยามารยาทของอีวาที่แสดงออกมานั้นราวกับหัวหน้าแม่บ้านที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวด คาเรนเผลอโค้งตัวทักทายเพราะคิดว่าเธออาจจะเป็นคนจริงๆ ก็ได้ แต่พอนึกได้ว่าอีวาโต้ตอบและเรียกชื่อเธอได้ถูกก็ตกใจยิ่งกว่าเสียอีก

“คุณทราบชื่อของดิฉัน?”

“ทราบค่ะ ดิฉันมีข้อมูลในระดับ DNA ของท่านคาเรน เรเบียสอยู่ในฐานข้อมูลซึ่งตรงกับท่านค่ะ”

“ค่ะ แต่กรุณาเรียกดิฉันว่าคาเรนก็ได้ค่ะ”

“รับทราบแล้วค่ะ จะทำการปรับเปลี่ยนคำเรียกท่านคาเรน เรเบียสใหม่เป็น คาเรน ค่ะ

“สายันต์สวัสดิ์ค่ะ คาเรน” อีวากล่าวทักทายหลังปรับแต่งระบบใหม่

เซรอสคิดเอาไว้ว่าจะต้องหาเวลาว่างมาปรับแต่งระบบของอีวาให้สมบูรณ์และมีการโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติมากกว่านี้

พาซาริกลับไปนอนที่ห้องนอน (รังกระต่าย) และห่มผ้าให้ มองดูความรกที่แสนจะโสโครกของซาริจนอยากจะจับขึ้นมาลงโทษเสียให้เข็ด และต้องเปิดหน้าต่างเพื่อระบายกลิ่นที่เหม็นอับให้จางลง แม้ว่าซาริจะทำงานบ้านได้เก่งมากแต่กับห้องตัวเองนั้นเธอแทบจะไม่ทำอะไรเลย มิหนำซ้ำยังแอบเอาแครอทมากินในห้องจนส่งกลิ่นเหม็นเขียวคลุ้งไปทั่วห้องอีกด้วย

จากนั้นก็ไปพาสาวใช้ทั้งสามของคาเรนไปพักที่ห้องรับรองสำหรับแขก อย่างไรซะพวกเธอสามคนก็เป็นผู้หญิงนอนด้วยกันบนเตียงเดียวกันคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร กระเป๋าเสื้อผ้าของแต่ละคนถูกนำมาวางเก็บไว้ให้ในห้องด้วย

ข้างนอกคาเรนกำลังทดสอบการทำงานของอีวา เป็นขั้นตอนที่เซรอสเองก็จำเป็นต้องขอเก็บข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาระบบการโต้ตอบที่ดูเป็นธรรมชาติ คำถามหลายอย่างถูกเข้ารหัสไว้ทำให้เธอไม่อาจตอบได้และท่าทีของเธอนั้นแสดงได้ชัดจนเกินไป คงต้องพัฒนาระบบการแสดงอารมณ์และวิธีการตอบคำถามให้ดีกว่านี้ ถึงกระนั้นคาเรนก็ให้ความสนใจกับโฮโลแกรมเอไอตัวนี้ไม่น้อยเนื่องจากเธอพอจะสื่อสารได้รู้เรื่องในระดับหนึ่ง ยกเว้นการบรรจุคำศัพท์ภาษาที่จะใช้สื่อสารยังไม่ชัดเจนดีนัก

ในระหว่างที่คาเรนกำลังอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน เซรอสก็ออกจากบ้านและไปหาพื้นที่ที่จะมอบให้เป็นที่ดินของตระกูลเรเบียส มันอยู่ไม่ไกลจากบ้านแอชเชอร์มากนักและมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างพอที่จะสร้างคฤหาสน์ บ้านพักคนงาน และทำสวนที่สวยงามได้ ความจริงมันถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่เขาออกแบบผังเมืองแล้วว่าที่ตรงนี้จะต้องถูกสร้างเป็นคฤหาสน์ของเจ้าเมืองซึ่งจะต้องอำนวยความสะดวกในหลายๆ ด้าน รวมไปถึงการที่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ครอบคลุม

แบบแปลนของบ้านที่เคยสร้างและเซฟเก็บเอาไว้ในระบบถูกนำออกมาตั้งวาง พร้อมด้วยทรัพยากรที่จำเป็นของมัน โชคดีมากที่ปริมาณการใช้วัสดุในการสร้างลดเหลือ 1 ใน 4 ก็เลยสามารถขนพวกมันมาได้ด้วยแหวนเพียงวงเดียว จากนั้นก็กดสร้าง

เชื่อเถอะว่าคาเรนคงจะต้องตกใจมากแน่ๆ ที่เห็นคฤหาสน์ถูกสร้างขึ้น แต่เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเซรอสทำอะไรแบบนี้ได้

เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะไม่ต้องการให้คนแปลกหน้ามาเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้านที่มีวิทยาการระดับสูง มันเลยดีกว่าถ้าสร้างที่อยู่อาศัยให้เป็นหลักเป็นแหล่งไปเลย อาจลำบากคาเรนสักหน่อยในการเดินทางไปกลับแต่สักพักก็น่าจะปรับตัวกันได้ ยิ่งเขาได้สร้างทั้งบ่อน้ำวิเศษที่ไม่มีวันหมด ห้องอาบน้ำกับห้องสุขา และเดินท่อประปาไว้ทั่วบ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้น่าจะมากพอให้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

“จะว่าไปทางสองคนนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ ชักเป็นห่วงอยู่หน่อยๆ แล้วสิ”




ทิ้งนิยายเสร็จก็ไปนอน ต้องพยายามปรับตารางเพื่อที่จะได้เขียนนิยายสามเรื่องได้

พลังจงมา!!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.619K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,182 ความคิดเห็น

  1. #14429 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:28
    😊😊😊
    #14,429
    0
  2. #13804 Katana (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 20:04

    โลกอีกใบที่นาฬิกาก็ยังหาเจ้าของไม่ได้ 55555

    #13,804
    2
    • #13804-1 onichangth(จากตอนที่ 174)
      10 มกราคม 2563 / 09:57
      คุ้นๆน้าา~~~
      #13804-1
    • #13804-2 lover_of_imagine(จากตอนที่ 174)
      18 มีนาคม 2564 / 18:29
      เรื่องไรนิ
      #13804-2
  3. #13757 Nosins (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 21:27
    ตอนนั่งเครื่องบิน ep.นี้ เกิดความคิดขึ้นมา ที่นี่มัน วากันด้า !!!
    #13,757
    1
    • #13757-1 Blue Soul(จากตอนที่ 174)
      9 กรกฎาคม 2562 / 02:47
      อีแบมเบย์!!!!
      #13757-1
  4. #13756 -บุรุษไร้เงา- (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 19:10
    อ่านทันตอนล่าสุดแล้วววว อยากรู้ว่าไรท์วางไว้กี่ภาคครับ หรือสโลไลฟ์กันไปเรื่อยๆครับ
    #13,756
    0
  5. #13753 Dabbit (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 07:05

    สู้ๆคัฟฟ

    #13,753
    0
  6. #13748 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 16:13

    สนุกมากกกกกกกกกก รอออ ออ อ อ อ อ อ

    #13,748
    0
  7. #13746 22710 (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 22:46
    ขอบคุณมากครับ
    #13,746
    0
  8. #13745 Rnozero (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:07

    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆนะครับผมขอเป็นกำลังใจให้นะครับจะรอตอนต่อไปน้าาาาาาาาา

    #13,745
    0
  9. #13744 Thank You (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 14:45

    ขอบคุณครับ

    #13,744
    0
  10. #13742 cxxkingdom (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 11:21
    รักนะ3000
    #13,742
    0
  11. #13741 shawn (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 10:44

    เป็นกำลังใจให้นะครับไรท์ ขอพลังจงสถิตย์อยู่กับไรท์นะครับ 5555

    #13,741
    0
  12. #13740 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 07:37

    ชอบนิยายของไรท์มากกกเลย
    #13,740
    0
  13. #13739 akeiso10 (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 07:23

    ขอบคุณครับ
    #13,739
    0
  14. #13737 nanokuzu (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 05:30

    รอจนรากเกือบงอกลงขา
    #13,737
    0
  15. #13736 Laika Laionel (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 01:37

    หา! มีเรื่องใหม่? ต้องรีบไปอ่าน


    #13,736
    0
  16. #13734 Tana103 (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 00:08
    ต่อเลยมั้ยครับ แหะๆ
    #13,734
    0
  17. #13732 Jamaneer (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 21:58
    เย้ๆๆในที่สุดก็มารอนานมากเลยนะเจ้าคะ
    #13,732
    0
  18. #13731 GunTub (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 20:50
    ซาริสุดยอด อ่านถึงซาริแล้วผ่อนคลายใจไปเยอะเลย
    #13,731
    0
  19. #13730 duntojima (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 20:32
    ขอพลังจงสถิตอยู่กับท่าน
    #13,730
    0
  20. #13729 newkingdom (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:03
    ขอบคุณครับ
    #13,729
    0
  21. #13728 kedsarawadeedee (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:54
    พลังจงมา จงมาๆ
    #13,728
    0
  22. #13727 tanagorn29 (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:10
    หายไปนานมากเลย
    #13,727
    0
  23. #13726 Mixzasaza14964 (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 15:58
    เอ้ารับพลังไปแล้วจงสร้างบอลเกง*ิถล่มอาการเขียนไม่ออกให้ราบ
    #13,726
    0
  24. #13725 tom10102 (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 14:45
    ส่งพลังให้เป็นกำลังใจให้คับ​ ขอบคุณสำหลับนิยายดีๆที่แต่งให้
    #13,725
    0
  25. #13724 สิ่งมีชีวิต??? (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 13:44
    นาฬิกา....ใกล้คุก
    #13,724
    0
  26. #13714 RazeLosT (จากตอนที่ 174)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 10:26

    รีบชูมือส่งพลังให้ไรท์เลย
    #13,714
    2
    • #13714-1 Nobunaga11474(จากตอนที่ 174)
      30 มิถุนายน 2562 / 11:14
      \0/ ช่วยด้วยคนนน
      #13714-1
    • #13714-2 Blue Soul(จากตอนที่ 174)
      30 มิถุนายน 2562 / 14:04
      ตายซร้า จอมมารบู เกิดใหม่ชาติหน้าเราขอให้นายเป็นคนดี แล้วเรามาสู้กันอีก
      #13714-2