ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,101 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,810 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,579

    Overall
    2,262,101

ตอนที่ 171 : SS3 Episode Sixteen : สำรวจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1282 ครั้ง
    15 พ.ค. 62

SS3 Episode Sixteen

 



       สถานที่ภายในดันเจี้ยนไม่ได้มีความสะดวกสบายมากพอที่นักผจญภัยมือใหม่จะรับมือได้ ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เหตุใดจึงต้องจำกัดระดับขั้นต่ำไว้ที่แรงค์ B จึงจะเข้ามาสำรวจได้ มันแตกต่างจากการออกทำภารกิจภาคพื้นดินที่แค่เดินทางไปยังสถานที่เป้าหมายและออกล่าก็เสร็จสิ้น แต่การลงดันเจี้ยนจะต้องพบเจอกับบททดสอบที่แสนยากลำบาก ถ้าไม่มีประสบการณ์มากพออาจเสียสติไปแล้วก็ได้

       ภายในความมืดที่มองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง จึงต้องหยิบเอาไลท์สติ๊กขึ้นมาหักและเสียบใส่ไว้บนช่องที่อก อย่างน้อยแสงสว่างสลัวๆ ก็พอจะช่วยให้มองเห็นในความมืดระยะ 4-5 เมตรได้อยู่ จากนั้นก็เริ่มบันทึกสิ่งที่เห็นลงไปในสมุดแบบคร่าวๆ ซ้ำยังพยายามเขียนอธิบายสภาพพื้นที่โดยละเอียดจากมุมมองของตัวเอง เพราะนี่เป็นครั้งแรกของการสำรวจดันเจี้ยนแห่งใหม่จำเป็นจะต้องมีการทำแผนที่เอาไว้ด้วย ในข้อบัญญัติของกิลด์นักผจญภัยก็มีระบุเอาไว้ในกรณีที่ค้นพบช่องทางใหม่ก็ควรจะต้องแจ้งให้ทางกิลด์ทราบ

       ถ้าไม่มีนาฬิกาบอกเวลาก็อาจจะหลงลืมวันไปแล้วก็ได้ อันเอซูพูดเกี่ยวกับการนับวันภายในดันเจี้ยนว่าจะใช้อุปกรณ์บอกเวลาแบบคร่าวๆ มันไม่ค่อยแม่นยำหนักจึงมีความเหลื่อมช่วงเวลาบวกลบประมาณ 2-3 วัน แต่ด้วยนาฬิกาดิจิตอลทำให้รู้วันเวลาที่ถูกต้องได้แบบไม่คลาดเคลื่อน ฟรานอยู่ในดันเจี้ยนนี้มานานกว่าสิบเอ็ดชั่วโมงได้และเหนื่อยมาก ใจคิดอยากจะอาบน้ำแต่สถานที่แบบนี้อย่าว่าแต่อาบน้ำ ลำพังแค่การหาที่พักผ่อนชั่วคราวยังแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

       ยังดีที่มีเฟนริลสุนัขป่าตัวใหญ่ที่สีขนแทบจะกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมอยู่เป็นเพื่อนคลายเหงา มันรับหน้าที่คอยตรวจสอบอันตรายให้ แต่เซรอสก็เคยพูดเอาไว้เหมือนกันว่าการเลี้ยงดูเหมือนสัตว์เลี้ยงทำให้สัญชาตญาณของสัตว์ป่าค่อยๆ เลือนหายไป ก็เลยมักจะต้องให้เวลามันออกไปผจญภัยและออกล่าในป่าเพื่อเป็นการฝึกสัญชาตญาณ พอเข้ามาในดันเจี้ยนก็คิดว่าจะได้ใช้ประโยชน์อยู่บ้างกลับกลายเป็นว่ามันแทบจะทำอะไรไม่ได้นอกจากตรวจสอบอันตราย

       “หาที่พัก”

       ฟังจากผู้มีประสบการณ์อย่างอันเอซูและเซรอสที่สอนอะไรหลายๆ อย่าง สิ่งสำคัญมากในการอยู่ในดันเจี้ยนคือการบริหารเวลาให้เหมาะสม ไม่อาจใช้ระยะเวลาภายนอกเป็นเกณฑ์วัดว่าจะต้องนอนเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนต่างก็เติบโตขึ้นในความมืดดังนั้นระยะเวลาในการออกล่าของพวกมันจึงไม่ได้มีความแน่นอน เป็นไปได้ก็ควรจะต้องพักผ่อนซะก่อนที่จะไม่มีโอกาส ถ้าเป็นอันเอซูจะแนะนำให้มองหาพื้นที่กว้างที่ดูปลอดภัยเพื่อพักผ่อน แต่เซรอสที่สอนวิธีการเอาชีวิตรอดตัวคนเดียวจะให้คำแนะนำที่ตรงกันข้ามกัน

       ใช่ว่าจะนำคำสอนเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ด้วยกันไม่ได้

       เซรอสมักจะสอนให้ไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิมและจงใช้ความรู้กับประสบการณ์ทั้งหมดให้เต็มที่ เขาไม่เคยสอนให้ปฏิเสธแนวคิดอื่นแบบเด็ดขาด แต่จะให้นำมาศึกษาและจำแนกข้อดีและข้อเสียของมันโดยละเอียด

       พอบอกว่าเรียนจบแล้วจะลองออกไปผจญภัยด้วยตัวเอง คิดว่าจะถูกห้ามเพราะเห็นว่าเป็นเด็กกลับได้รับการส่งเสริมอย่างดี บทเรียนวันถัดไปก็ทวีความยากและจริงจังมากขึ้น ข้อผิดพลาดทั้งหมดนั้นแสดงให้เห็นว่ายังไม่พร้อมและเป็นธรรมดามากที่จะใช้ข้ออ้างนี้กล่อมให้อยู่ต่ออีกสักนิดก็ยังดี เซรอสไม่ได้ทำแบบนั้นนอกจากสอนต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าจะอยู่รอดในโลกอันโหดร้ายนี้ได้

       “โฮ่ง!” เฟนริลส่งเสียงเรียก วิ่งกระโดดปีนขึ้นมาอยู่บนเนินทำท่าทางบอกใบ้ให้ตามไปดู

       ดูเหมือนเฟนริลจะช่วยหาจุดพักดีๆ ให้แล้ว มันตรงตามมาตรฐานที่เซรอสบอก เส้นทางหลบหนีฉุกเฉินและมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการตั้งพื้นที่พักผ่อนมาก ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นอันตรายหากถูกโจมตีทุกเส้นทาง ปัญหานั้นอาจแก้ได้ง่ายถ้ามาด้วยกันเป็นกลุ่ม ฟรานกับเฟนริลน่าจะนับได้ว่าเป็นกลุ่มเพราะหากมีอะไรไม่ชอบมาพากลเฟนริลจะรู้สึกตัวก่อนแน่นอน ฟรานไม่คิดจะพึ่งพาคนอื่นมากนักจึงไม่มีทางเลือกนอกจากฝึกใช้เวทมนตร์ขยายขอบเขตรับรู้ให้กว้างขึ้น

       เวทมนตร์นี้ควรใช้ควบคู่กับอุปกรณ์เวทมนตร์เพื่อลดภาระแก่สภาพจิตใจ ฟรานมีอุปกรณ์ช่วยขยายขอบเขตรับรู้แต่ไม่อยากนำมาใช้เนื่องจากเป็นของที่จำกัดการใช้งานเป็นจำนวนครั้ง แถมยังเป็นอุปกรณ์ของลูฟาสที่เธอชื่นชอบเสียอีก

       แต่ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินคงจำเป็นต้องนำมาใช้ล่ะนะ

       การก่อกองไฟในดันเจี้ยนถึงจะไม่ใช่เรื่องต้องห้ามแต่ก็ไม่ควรทำในพื้นที่ปิด ฟรานศึกษาวิทยาศาสตร์มาจากเซรอสและรู้ถึงอันตรายของมัน แต่สำหรับอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เป็นแผ่นเหล็กให้ความร้อนด้วยพลังเวทก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ร่วมมือกับเซรอสสร้างมันขึ้นมา เป็นของต้นแบบที่ใช้แล้วทิ้งเลย มันสามารถสร้างความร้อนได้นานพอจะปรุงอาหารหม้อใหญ่ และความทนทานของมันขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุที่ใช้ทำ ของดีหน่อยอาจจะใช้ได้สิบครั้ง แต่วิธีการแกะสลักวงเวทลงในวัตถุไม่ใช่ของที่จะทำกันได้ง่ายๆ

       เคยมีประสบการณ์ที่ต้องนอนบนพื้นแข็งๆ กับฟางหญ้ามาแล้ว ลำพังแค่นี้ไม่ทำให้ฟรานรู้สึกรู้สาอะไร เครื่องดื่มร้อนๆ ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้จากการที่ต้องอยู่ในถ้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าข้างนอก ฟรานไม่ค่อยชอบอากาศหนาวสักเท่าไหร่เพราะมันทำให้นึกถึงช่วงเวลาตอนที่ถูกขังในกรงเย็นๆ แต่เวลานี้รู้สึกเริ่มชอบมันขึ้นมานิดหน่อย

       “นอนพัก”

       อาศัยร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยขนของเฟนริลหนุนนอน เพราะเลี้ยงมันมาตั้งแต่ตัวเล็กจึงสนิทสนมกันมาก

       สำรวจดันเจี้ยนมาตั้งหลายชั่วโมงเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกเหนื่อย สภาพพื้นที่ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ซ้ำยังต้องใช้เรี่ยวแรงมากกว่าที่คิด ฟรานจึงผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว

       เป็นเวลากว่าสามชั่วโมงที่หลับไป ฟรานรู้สึกปวดเมื่อยเล็กน้อยจากการนอนตะแคงผิดท่า แม้จะยังไม่มีเหตุการณ์อันตรายอะไรเกิดขึ้นถึงอย่างนั้นฟรานก็ยังไม่ลดการป้องกันลง ถูมือที่เย็นเฉียบจนเกิดเป็นความร้อน รื้อค้นหากระติกน้ำใส่พลังเวทลงไปเพื่อต้มมันให้มันร้อน ถือเสียว่าเป็นการทดสอบอุปกรณ์ใหม่ไปด้วยในตัว มันช่วยประหยัดเวลาในการอุ่นเครื่องดื่มมาก ดูเหมือนฟรานเองก็ชักจะเริ่มติดนิสัยเสียอย่างการคิดค้นสิ่งแปลกใหม่มาจากเซรอสบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมันตื่นเต้นและน่าสนุกกับการผสมผสานเวทมนตร์เข้ากับเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องขบคิดเกี่ยวกับเส้นทางในอนาคตใหม่อีกครั้ง

       ทำธุระอะไรเสร็จสรรพก็ได้เวลาออกเดินทางกันต่อ ฟรานไม่อาจหวังพึ่งพาไลท์สติ๊กที่มีอยู่จำกัดได้ตลอดจึงต้องหันมาใช้เวทมนตร์บ้างเพื่อประหยัดทรัพยากร เธอสร้างเวทมนตร์ลูกแก้วแสงอันเป็นพื้นฐานของเวทมนตร์ธาตุแสงสว่าง มันทำอะไรไม่ค่อยได้นอกจากเปล่งแสงเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็เป็นที่นิยมมากในกลุ่มนักผจญภัย เหตุผลที่ฟรานทุ่มเทให้กับมันก็เพื่อจะฝึกฝนเวทมนตร์เยียวยาและต่อยอดมันเป็นเวทมนตร์สายรักษา ว่ากันว่าเป็นเวทมนตร์ที่ศึกษาได้ยากซึ่งก็เป็นเรื่องจริงทีเดียว

       น่าเสียดายที่ไม่มีตำราฝึกฝนศาสตร์เวทรักษาให้ศึกษา ฟรานต่อให้เป็นอัจฉริยะแค่ไหนก็ยากที่จะเรียนรู้โดยที่ไม่มีต้นแบบหรือแนวทาง ศาสตร์เวทของธาตุแสงสว่างถูกควบคุมโดยวิหารศักดิ์สิทธิ์ มันต่อยอดไปเป็นศาสตร์ลับที่เรียกว่า ร่างศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่แปลกที่วิธีการฝึกจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ อย่างไรก็ตามฟรานหันมาลองใช้วิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์ด้วยการตั้งคำถามและคิดสมมุติฐานขึ้น ด้วยความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยในห้องฝึกซ้อมที่มีอุปกรณ์ครบครัน ฟรานสามารถใช้เวทมนตร์ธาตุแสงได้ในเบื้องต้น

       พอมีแสงสว่างการสำรวจก็ทำได้ง่ายขึ้น ดันเจี้ยนไม่ใช่แค่ถ้ำสูงเพียงไม่กี่สิบเมตรอย่างที่เข้าใจ แต่มันเป็นเหมือนโพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พบเจอกับอันตรายใดๆ จนเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา แต่ในตอนนั้นเองที่เฟนริลคำรามเสียงต่ำเชิงตักเตือนไม่ให้ไปข้างหน้าต่อ ฟรานใช้เวทมนตร์ขยายขอบเขตการรับรู้ของตนเองและพบว่ามีความเคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้าเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 4-5 ตัว รูปร่างที่สัมผัสได้มีการเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์แต่ไม่น่าจะใช่

       มันเป็นมอนสเตอร์รูปร่างโครงกระดูกที่มีดวงตาสีแดงดูน่ากลัวไม่น้อย พวกมันไม่มีตัวใดถืออาวุธแต่เหมือนทั่วทั้งตัวนั้นสามารถใช้เป็นอาวุธได้ทั้งหมด เวลานี้มันคงมองเห็นผู้บุกรุกแล้วจึงจับกลุ่มวิ่งกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ต้องขอบคุณการฝึกให้จัดการกับความกลัว ฟรานจึงมีสติพอจะเริ่มร่ายเวทมนตร์ออกไปโจมตีอย่างรวดเร็ว ร่างโครงกระดูกถูกทำลายลงอย่างง่ายดายทำเอาฟรานรู้สึกว่ามันมีบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล จนเมื่อโครงกระดูกพวกนั้นขยับอีกครั้งก็เริ่มนำชิ้นส่วนมาประกอบกันเป็นร่างใหม่

       “ไม่ตาย?”

       ฟรานไม่เสียเวลาขบคิดเตรียมจะร่ายเวทมนตร์แต่ก็ต้องหยุดไปเมื่อพบว่าระยะของมันเข้ามาใกล้มาก ระยะเวลาการประกอบเวทมนตร์ทำได้เร็วสุดสำหรับเวทมนตร์พื้นฐานคือ 1.3 วินาที ถ้าต้องกำหนดเป้าหมายหลายตัวพร้อมกันจะต้องกินเวลาเพิ่มขึ้นอีก เป็นแบบนี้ไม่ทันการจึงชักมีดสั้นคู่ใจออกมาและสั่งเฟนริลให้ช่วยกันจู่โจม

       การเคลื่อนไหวของโครงกระดูกดูไม่ค่อยมีความเป็นระบบมากนัก ฟรานอ่านการเคลื่อนไหวนั่นออกได้อย่างง่ายดายและพบว่ามันเป็นอะไรที่ช้ามาก หรืออาจเป็นผลลัพธ์ของการฝึกต่อสู้จริงกับเซรอสที่ทวีความยากขึ้นในทุกๆ วัน จึงมองว่าโครงกระดูกพวกนี้ค่อนข้างอ่อนแอ มีดสั้นตวัดฟันอย่างคล่องแคล่วและยังใช้ทักษะต่อสู้ระยะประชิดได้อย่างเชี่ยวชาญ ไม่มีการโจมตีใดที่เด็กหญิงจะหลบไม่พ้น ขณะเดียวกันก็ร่ายเวทมนตร์ไปด้วย

       ตูม!

       คราวนี้เป็นการโจมตีด้วยไฟ แต่แทนที่มันจะได้รับบาดเจ็บกลับยิ่งคึกคักกว่าเดิม

       “ไฟไม่ได้ผล” ฟรานได้คำตอบทันที และหันไปสั่งการสัตว์เลี้ยงของเธอ “อย่าใช้ไฟ”

       ไม่ว่าจะลองวิธีไหนก็เป็นการโจมตีที่เหนื่อยเปล่า ทำได้เพียงหยุดให้มันชะงักไปชั่วคราวเท่านั้น มีครั้งหนึ่งที่ทำให้กระดูกของพวกมันแตกหักแต่ท้ายที่สุดมันก็ฟื้นกลับขึ้นมาเป็นเหมือนเดิมได้และเข้าโจมตีต่อ ฟรานจึงไม่อยากเสี่ยงใช้เวทมนตร์พร่ำเพรื่อจึงตัดสินใจร่นถอยไปตั้งหลัก

       เหมือนว่าพอออกมานอกระยะรับรู้ของมันการไล่ตามก็หยุดลงทันที ฟรานหอบหายใจและไตร่ตรองโดยละเอียด

       สมแล้วที่เป็นดันเจี้ยน ระดับความอันตรายเทียบกับภารกิจภาคพื้นดินไม่ได้เลย

เป็นโชคดีมากที่ฟรานได้รับการฝึกฝนแบบพิเศษมาก่อนจึงพอจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ ลองเปลี่ยนมาเป็นพวกนักผจญภัยมือใหม่อาจถึงขั้นสติแตกและถูกฆ่าในเวลาต่อมาอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามวัตถุประสงค์ของการมาสำรวจดันเจี้ยนไม่ได้ต้องการให้เข้ามากำจัดมอนสเตอร์ แต่เป็นการลงมาสำรวจเพื่อเขียนแผนที่แบบคร่าวๆ รวมไปถึงเก็บข้อมูลมอนสเตอร์ที่ค้นพบด้วย ฟรานนำสมุดขึ้นมาและเริ่มวาดรูปเหมือนของตัวมอนสเตอร์ (ซึ่งดูจากภาพแล้วมันออกไปในทางน่ารักมากกว่าน่ากลัว) และเขียนบรรยายความสามารถของมันออกมา เมื่อออกจากที่นี่ไปก็คงต้องไปปรึกษากับเซรอสเพื่อคิดหาวิธีรับมือกับมอนสเตอร์ที่ค้นพบนี้ให้ได้

“ว่าแต่ที่นี่ที่ไหน?” ฟรานเอ่ยขึ้นหลังเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตนเองเลี้ยวผิดเส้นทางจนมาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้

 

       กรอบหน้าต่างเรืองแสงแสดงภาพความเคลื่อนไหวภายในดันเจี้ยนให้ผู้ดูแลได้ทราบสถานการณ์ภายใน สายตาคู่นั้นพยายามจับจ้องมองไปยังมุมล่างซ้ายของหน้าต่างที่เปิดเผยตัวเลข สกุลเงิน ที่ใช้สำหรับปรับปรุงดันเจี้ยนหรือซื้อของใช้ที่จำเป็น มันขึ้นน้อยมากจนรู้สึกว่าที่ทำลงไปทั้งหมดนั้นค่อนข้างจะขาดทุน อุตส่าห์คิดหวังว่าจะได้แต้ม DP มากกว่านี้อีกสักหน่อยแต่คงจะเป็นการคาดหวังที่สูงเกินไป อย่างไรก็ดีเพราะได้คำแนะนำของคุณลุงในการออกแบบดันเจี้ยนกับมอนสเตอร์ การที่ยังไม่มีความเสียหายใดเกิดขึ้นก็นับว่าได้กำไรอยู่

       หน้าที่ของดันเจี้ยนมาสเตอร์คือการปรับสมดุลธรรมชาติเวทมนตร์ของโลก จึงจำเป็นจะต้องให้สิ่งมีชีวิตที่มีเวทมนตร์จากข้างนอกเข้ามาปลดปล่อยพลังกันภายใน อาจจะต้องใช้สิ่งล่อลวงที่น่าสนใจอย่างโฮริฮารูก้อนยั่วให้ทุกคนเข้ามาแสวงโชค ฉะนั้นการจัดระบบของดันเจี้ยนควรทำทุกวิถีทางเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนใช้พลังเวทมนตร์ออกไปอย่างสูญเปล่า

       การเลือกสเกลตันมาเป็นมอนสเตอร์กลุ่มแรกๆ ไม่ใช่แผนของวาคาบะ แต่เธอเพียงแค่ทำตามคู่มือที่แนะนำให้ในตอนที่เพิ่งรับหน้าที่มาแบบสดๆ ร้อนๆ จนกระทั่งได้เซรอสมาช่วยออกแบบกับดักและกลจิตวิทยาทำให้มอนสเตอร์ระดับเริ่มต้นที่ถูกฆ่าตายได้ง่ายมาก (หากรู้จุดอ่อน) สามารถแสดงความแข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างน่ากลัว

       วาคาบะไม่เคยได้ศึกษาธรรมชาติของพวกมอนสเตอร์เพราะเอาเข้าจริงๆ ก็แค่มองดูจำนวน ดาว ที่อยู่ใต้ชื่อของมัน ซึ่งมันบ่งบอกความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ชนิดนั้นๆ ว่าร้ายกาจแค่ไหน สเกลตันเป็นแค่มอนสเตอร์ 1 ดาวที่อ่อนแอกว่าสไลม์ (สายพันธุ์นักล่า) ที่หากสัมผัสโดนเนื้อหนังก็ละลายได้เลย แต่เมื่อมีคนที่มากประสบการณ์คอยให้คำแนะนำวิธีการที่เหมาะสมจะดึงศักยภาพของมอนสเตอร์ออกมา แม้จะเป็นมอนสเตอร์ที่อ่อนแอแค่ไหนก็ทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม

       สเกลตันเป็นมอนสเตอร์สิงสู่ประเภทหนึ่ง มันชอบความร้อนมากทำให้มีสัมผัสที่ไวต่อกลุ่มความร้อนแม้เพียงเล็กน้อย ธรรมดาแล้วเพื่อที่จะดึงความแข็งแกร่งของมันมาควรจัดให้อยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง แต่การทำแบบนั้นจะทำให้พวกมันลดความน่ากลัวลงเพราะมันจะวิ่งเข้าหากลุ่มความร้อนที่มากกว่าเท่านั้น ดังนั้นการจัดมอนสเตอร์ประเภทนี้ให้อยู่ในสถานที่ที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายเด่นชัดกว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซ้ำยังเป็นการหลอกลวงกลายๆ ว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เย็นเยียบ

       การออกแบบดันเจี้ยนให้เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีช่องทางบางจุดเล็กและคับแคบเป็นสิ่งที่แปลกแหวกแนวจากรูปแบบที่เคยคิดเอาไว้ ในมังงะหรืออนิเมะที่รู้จักดันเจี้ยนที่ออกแบบมาจะเป็นโถงทางเดินที่กว้างพอจะให้ต่อสู้กันได้ แต่คำพูดของคุณลุงก็ฟังดูมีเหตุผลมากไม่แพ้กันตรงที่อยากจะให้สถานที่แบบนั้นอยู่ในพื้นที่ระดับกลางขึ้นไปและกำหนดขนาดตัวของมอนสเตอร์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ พูดมาถึงตรงนี้ก็พอจะมองเห็นภาพดันเจี้ยนในฝันบ้างแล้วและเกิดความอยากที่จะสร้างมันขึ้นมาให้เร็วที่สุด

       “จะว่าไปแล้วเด็กคนนี้เก่งเอาเรื่องเลยแหะ มาตรฐานของโลกใบนี้หรือไงนะ?”

       เป็นธรรมดาที่วาคาบะจะเข้าใจผิดคิดว่าความสามารถของฟรานอยู่ในระดับมาตรฐาน ทั้งที่ความจริงแล้วฟรานพัฒนาไปเร็วมากยิ่งได้รับการฝึกสอนอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพชนิดที่การเรียนการสอนปกติไม่อาจมอบประสบการณ์ให้ได้ ขณะที่ทุกคนกำลังฝึกฝนการท่องจำและเรียกใช้เวทมนตร์ยิงเป้านิ่ง ฟรานก็ไปถึงขั้นแปลงรูปลักษณ์เวทมนตร์และใช้เวทมนตร์โจมตีใส่เป้าเคลื่อนที่จำนวนมาก ทั้งหมดนี้จะเป็นไปไม่ได้เลยหากฟรานไม่มีความตั้งใจและความพยายามมากพอ มันเลยทำให้ในแต่ละบทเรียนจบภายใน 1-2 วัน

       หน้าที่ของวาคาบะมีเพียงแค่ป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เฝ้ามองมาตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนและทดสอบระบบนู้นนั่นนี่จนพอเข้าใจวิธีการใช้งานได้ในระดับหนึ่ง ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีตื่นตระหนกใดๆ และรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างใจเย็นมาก เปรียบเทียบกันแล้ววาคาบะก็ยังไม่มั่นใจสักนิดว่าจะทำได้สักครึ่งหนึ่งของฟรานหรือไม่

       อย่างไรก็ตาม แต้ม DP ที่ได้รับค่อนข้างอร่อยมาก

       ผ่านไปตลอดทั้งวันฟรานทำการสำรวจดันเจี้ยนได้เพียงไม่มาก เพราะต้องหยุดวาดแผนที่และเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่เลยเสียเวลาไปกับทางนั้นมากกว่า วาคาบะเฝ้ามองดูพลางกินแซนด์วิชไส้กรอกไปด้วย อาจดูเหมือนเป็นงานง่ายๆ ที่แสนสบายซึ่งก็สบายจริง แต่การนั่งมองหน้าต่างระบบดันเจี้ยนหลายชั่วโมงติดต่อกันก็ชวนให้เหนื่อยล้ามาก ทั้งที่ไม่ได้ติดกาแฟเหมือนเซรอสที่แทบจะดื่มมันต่างน้ำ แต่กาแฟของโลกใบนี้ก็ช่วยให้ตาสว่างได้จริงล่ะนะ

       ถ้าไม่หาอะไรมาทำแก้เบื่อมีหวังได้เฉาตายก่อนแน่ๆ สุดท้ายก็ใช้ความสามารถของดันเจี้ยนมาสเตอร์พาตัวเองกลับไปที่บ้านซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่พิเศษ ที่นี่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ข้อดีอย่างหนึ่งของมันคือการที่ไม่ต้องทำความสะอาดด้วยตัวเอง วาคาบะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหยิบรีโมตขึ้นเตรียมจะกดเปิดมันเพื่อดูข่าวตามความเคยชิน นึกขึ้นได้ว่ามันเป็นต่างโลกจึงเปลี่ยนไปกดเปิดโหมดวีดีโอแทน และให้มันฉายภาพยนตร์ที่เล่นค้างไว้ครั้งล่าสุด

       รื้อค้นหนังสือไลท์โนเวลที่เก็บสะสมไว้ในตู้ออกมาอ่านแก้เบื่อ ในนั้นมีเรื่องราวเกี่ยวกับดันเจี้ยนมาสเตอร์อยู่ด้วยซึ่งเนื้อเรื่องของมันก็สนุกมากแต่พอได้ลองมีประสบการณ์จริงในการเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์ก็อดพูดจิกกัดความโลกสวยของตัวละครเอกเสียไม่ได้ ต่อให้พยายามแสดงออกว่าเป็นตัวละครที่ฉลาดหลักแหลม แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่ใช่อะไรแบบนั้น สิ่งที่ดันเจี้ยนมาสเตอร์ควรทำไม่ใช่แค่สร้างดันเจี้ยนให้คนเข้ามาปลดปล่อยพลังเวทแต่ต้องโจมตีจิตใจของผู้ที่เข้ามาสำรวจไปด้วย ให้อารมณ์คล้ายกับการสร้างบ้านผีสิงสักแห่งที่ผู้เยี่ยมชมจะต้องรับผิดชอบชีวิตของตนเอง

       ปิ๊บ!

       มีสัญญาณเตือนปรากฏตามการตั้งค่าเอาไว้ มันเป็นหลักฐานที่ว่าฟรานเดินไปพบเจอกับดักเข้าแล้ว

       ภาพฉายที่ปรากฏนั้นเป็นแค่กับดักหลุมเกือบจะธรรมดา ถ้าไม่ติดว่ามีสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งเกาะอยู่ตามขอบผนังและปล่อยเมือกเหลวลงไปรวมกันอยู่ข้างล่างไม่ต่างอะไรจากบึงเมือกที่ลื่นมาก เมื่อพบเจอผู้คนมอนสเตอร์พวกนั้นก็จะมุดเข้าไปในร่องหินเพื่อหลบหนีทำให้ไม่ถูกฆ่าตายได้ง่ายๆ ฟรานลื่นตกลงไปข้างล่างและพยายามประคองตัวเองให้ตั้งตรง เมือกเหนียวเหนอะทั่วร่างทำเอารู้สึกแย่หน่อยๆ สุดท้ายก็ต้องใช้เวทมนตร์ โฟลด เพื่อลอยตัวบินขึ้นกลับไปอยู่ข้างบน

       กับดักนี้ไม่มีอันตรายก็แค่ทำให้ฝ่ายสำรวจหัวร้อนเล่นเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นการบังคับให้อีกฝ่ายต้องใช้เวทมนตร์อย่างช่วยไม่ได้ วาคาบะเลิกคิ้วมองดูก่อนจะเริ่มเห็นว่าเด็กหญิงเอลฟ์คนนั้นกำลังถอดเครื่องแต่งกายทั้งหมดออกมาทำความสะอาด ภาพที่เห็นนั้นไม่มีการเบลอหรือทำโมเสกภาพใดๆ แถมยังมีความคมชัดกับความละเอียดที่สูงมาก เหตุการณ์นี้ช่วยการันตีได้เลยว่ามันไม่มีระบบคุ้มครองผู้เยาว์เหมือนในโลกเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นในดันเจี้ยนจะถูกบันทึกไว้ให้ผู้ดูแลได้เห็นทั้งหมด

       อย่าบอกนะว่าพระเจ้าเองก็เห็นอะไรแบบนี้ด้วย

       ไอ้พระเจ้าลามก วิปริต โรคจิต

       วาคาบะพ่นคำภาวนา (ด่า) เท่าที่พอจะคิดได้หวังว่ามันจะส่งไปถึงพระเจ้าคนที่ส่งตัวเธอมา และขณะเดียวกันก็จับจ้องร่างกายของเด็กหญิงอายุ 13-14 ปีโดยละเอียด รู้สึกโชคดีหน่อยๆ ที่ดันเจี้ยนมาสเตอร์ไม่ใช่ผู้ชาย ไม่อย่างนั้นอาจมีประเด็นอะไรบางอย่างขึ้นมาก็ได้

       แต่ว่าก็ว่าเถอะ

       กล้ามเนื้อหน้าท้องนั่นมันอะไรกัน เด็กผู้หญิงควรจะมีหน้าท้องที่เนียนนุ่มสิ

       ถึงจะไม่แข็งปั๋งเหมือนของผู้ชายแต่ก็เห็นลอนกล้ามเนื้อที่สวยงามมาก ไม่ว่าจะมองมุมใดก็ไม่ได้น่าเกลียดสักนิดออกจะเป็นรูปร่างสมบูรณ์แบบที่ผู้หญิงหลายคนอยากจะมี เมื่อหันลงมามองดูตัวเองที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนเริ่มมีไขมันแล้วก็ชักอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว จะบอกว่าอิจฉาก็คงไม่ผิดนักหรอก แต่เธอก็ขี้เกียจเกินกว่าจะหักโหมวิ่งออกกำลังกายหนักๆ ด้วย

       “เอาเป็นว่าไว้ก่อนล่ะกัน”

 

       ไม่หิวเลยเจ้าค่ะ” ซาริวางแครอทที่เพิ่งจะกินไปได้แค่ครึ่งเดียวลง

       จากที่เคยเป็นเด็กร่าเริงและชอบเล่นซุกซนตามประสา มาวันนี้กลับทำหน้าตาดูเศร้าหมองกระทั่งใบหูที่เคยตั้งชี้ขยับไปมาอย่างซุกซนก็ลู่ตกลงอย่างเห็นได้ชัด พอทำงานบ้านเสร็จก็จะต้องออกไปเล่นข้างนอกซึ่งมันก็ยังพอให้รู้สึกดีขึ้นได้เล็กน้อย แต่เมื่อกลับมาที่บ้านความเหงาก็เริ่มคืบคลานเข้ามาทักทายในทันที

       ซาริไม่ชอบความเงียบ แต่ขณะเดียวกันก็เกลียดเสียงดังๆ บ้านที่ไม่มีใครอยู่เปรียบได้ดั่งฝันร้ายที่ไม่อยากให้เป็นจริง

       ธรรมชาติของเผ่ากระต่ายแล้วเป็นสัตว์ที่ต้องอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ การอยู่ตัวคนเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ซาริที่เกิดมาเป็นทาสและต้องไปอยู่กับเจ้านายในฐานะของสัตว์เลี้ยงก็ได้สูญเสียสัญชาตญาณในฐานะมนุษย์สัตว์ไปแล้ว เหลือเพียงสัญชาตญาณตามสายพันธุ์ไว้เท่านั้น

       จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกคนไม่กลับมา?

       พอคิดแบบนั้นซาริก็ตัวสั่นและเริ่มร้องไห้

       ทั้งที่เซรอสเพิ่งจะออกเดินทางไปเมื่อวานเท่านั้นกลับรู้สึกเหมือนผ่านไปนานเป็นสัปดาห์ แม้ว่าจะมีของทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้ให้เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถอยู่คนเดียวไปไปอีกนาน แต่ธรรมชาติของมนุษย์สัตว์ที่มีเจ้านายแล้วให้ตายยังไงก็ไม่คิดจะแยกจากเป็นอันขาด

       นึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นคาเรนใช้โทรศัพท์ติดต่อกับคนที่อยู่ห่างไกลเลยไปหยิบหูโทรศัพท์มาพูด พอไม่มีเสียงตอบรับก็กดปุ่ม หมุนเฟือง อะไรต่อมิอะไรมั่วไปหมดจนกระทั่งรู้สึกถึงพื้นดินที่สั่นสะเทือนก่อนที่เตาผิงในห้องนั่งเล่นจะถูกยกขึ้นเปิดเผยลิฟต์ตัวพิเศษ

       “เอ๊ะ!?

ซาริจำเส้นทางลับในบ้านได้เกือบหมดเพราะเป็นคนเดียวที่ชอบแอบไปสำรวจเล่น และนึกไม่ออกเลยว่ามีเส้นทางลับนี้อยู่ด้วย

ยื่นหน้าเข้าไปดูข้างในก็มีสภาพไม่ต่างจากลิฟต์ที่คุ้นตา ติดเพียงแค่มีปุ่มให้กดลงไปเพียงชั้นเดียวเท่านั้น

ด้วยความซุกซนเป็นทุนเดิม ซาริก็ไม่รีรอที่จะลงไปเที่ยวเล่นข้างล่าง มองดูประตูลิฟต์ที่ปิดตัวลงพร้อมกับแสงสีเขียวที่พุ่งออกมาทาบตัวตั้งแต่บนลงล่าง ตามมาด้วยเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น

“ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลซาริ แอชเชอร์ ถูกต้อง

ซาริยืนเอ๋อทำอะไรไม่ถูกจนกระทั่งลิฟต์หยุดลงและเปิดออกเผยให้เห็นห้องโถงสีขาวสว่าง มันกว้างมากและไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นเพียงห้องสีขาวโล่งๆ ดูไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่

เพียงแต่แสงสว่างที่ปรากฏขึ้นมานั้นรวมตัวกันเป็นรูปร่างโปร่งแสงของผู้หญิงคนหนึ่ง

“สวัสดีค่ะ ท่านซาริ แอชเชอร์ ดิฉันมีชื่อว่า อีวา เป็น AI สนับสนุนของบ้านหลังนี้”





ฟราน...จะทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยสิ

วาคาบะ...เธอก็จงอ้วนต่อไป

และซาริ...อุตส่าห์ตั้งรหัสไว้ มั่วถูกได้ยังไงวะ ตูละเชื่อแล้วล่ะว่าโชคหล่อนดีมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.282K ครั้ง

62 ความคิดเห็น

  1. #13626 tomtamninja (@tomtamninja) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:20
    กลับมารอบที่ 3 แล้วยังไม่เบื่อเลย สนุกมาก สนุกจริงๆ
    #13626
    0
  2. #13607 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:08
    คงต้องเพิ่มสแกนนิ้วสแกนม่านตา
    อะไรที่สามารถเดาสุ่มได้เข้าทางซาริหมด
    #13607
    0
  3. #13601 Miyasaki (@palmkira) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 01:00
    เทพแห่งโชคลาภ 55555
    #13601
    0
  4. #13554 EReNoR (@tamtummai) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 11:52

    จัดเต็ม. ต่ายน้อย
    #13554
    0
  5. #13553 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 06:43
    ซาริไม่น่สเบื่ออีกต่อไปแล้ว5555
    #13553
    0
  6. #13552 kanplou (@kanplou) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 21:51
    ซาริมี AI คอยคุยด้วยก็ไม่เหงาแล้ว น่ารักจริงๆ
    #13552
    0
  7. #13551 182526 (@182526) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 11:49
    ตายๆๆแต่ละคนกลับมาบ้านเละแน่
    #13551
    0
  8. #13550 Thank You (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 09:17

    ขอบคุณครับ

    #13550
    0
  9. #13549 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:03
    ซาริมีของเล่นใหม่แล้วๆๆๆ
    #13549
    0
  10. วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 17:58
    จะไปซนที่ไหนอีกละเนี่ยซาริ
    #13548
    0
  11. #13547 Kuroye HM Kasidit (@kuroesung) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 16:25
    เซรอสทำอะไรไว้ให้ซาริเล่นเนี่ย
    #13547
    0
  12. #13546 KytotH (@toptoptopth) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 10:42
    SARI
    LUCK - INFINITY
    WIS - 10
    STR - 100
    MAGIC - 25
    MP - ???
    HP - ???
    #13546
    2
    • #13546-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 171)
      16 พฤษภาคม 2562 / 11:54
      ทำไมค่าความฉลาดมันน้อยกว่าพลังเวทมนตร์ได้ล่ะ?
      #13546-1
    • #13546-2 LastKnightXD (@LastKnightXD) (จากตอนที่ 171)
      16 พฤษภาคม 2562 / 16:51
      โง่ไง5555 (พูดเล่น)
      #13546-2
  13. #13545 วิโรจน์ (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 09:51

    ซารี จะคิดว่า AI เป็นผีประจำบ้านหรือเปล่า

    #13545
    0
  14. #13544 MojRiSad (@MojRiSad) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 09:46
    เพื่อนใหม่ ซาริสิน่ะ
    #13544
    0
  15. #13543 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 09:09
    อืมซาริ นางจะโชคดีเกินไปแล้ว ขนาดกดมั้วมันยังถูกอีก
    #13543
    0
  16. #13542 akazeyujin (@akazeyujin) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 08:15

    วาคาบะ...หวังว่าจะมีกล้ามเนื้อหน้าท้องในสักวันนะ
    #13542
    0
  17. #13541 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 00:45
    ค่าโชคเต็ม100 ซาริมี1000+++ 555 // หวังว่าจะไม่ทำ AI หรือบ้านบึ้มนะ....
    #13541
    0
  18. #13540 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 00:17

    หลงรักท่านซาริเจ้าค่ะ
    #13540
    0
  19. #13539 benzmaza3 (@benzmaza3) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 23:47
    โชค เวลตันแล้วใช่ไหมนั้น
    #13539
    0
  20. #13537 Switches (@Switches) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:48
    ซาริรู้กกกก
    #13537
    0
  21. #13536 MozartTx (@MozartTx) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:34

    ซาริ มีที่ป่วนให้หายเหงาแล้ว เซรอสกลับมา AI คงเอ๋อไปแล้วด้วยความสามารถพิเศษของกระต่ายขาว

    #13536
    0
  22. #13535 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:31
    สงสารซาริมากๆ แต่ลูกเอ๋ยรหัสตั้งกี่หลักมั่วถูกได้ไงเนี่ย.
    #13535
    0
  23. #13534 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:23

    ซะริ Luk9999

    #13534
    0
  24. #13532 GunTub (@guntub) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:01
    โถ่ซาริลูกเอ๋ยยยย น่าสงสาร
    #13532
    0
  25. #13531 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 20:47

    ทางเข้าถ้ำค้างคาวสินะ

    #13531
    0
  26. #13530 KasumiRuri (@KasumiRuri) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 20:18
    ว่าซาริ มั่วรหัสถูก โครตโหดแล้ว แต่การที่ เซรอส ติดว่า ยัยซาริ ต้องเข้ามาได้แน่ๆ เลยตั้งระบบ ai ไว้ตอนรับนี้ โหดกว่า
    #13530
    2
    • #13530-1 Funggier (@bloggull) (จากตอนที่ 171)
      15 พฤษภาคม 2562 / 21:14
      55555555555
      #13530-1
    • #13530-2 Leventon (@Leventon) (จากตอนที่ 171)
      15 พฤษภาคม 2562 / 22:18
      สำหรับเซรอสที่ดูไปแล้วก็คล้ายๆพวกบ้าความเพอร์เฟค ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนะ กะอีแค่ เดาว่าแม่กระต่ายจะดวงดีมั่วรหัสถูกได้5555เพราะยังไงนางก็มีวีรกรรมบุกห้องลับมาหลายครั้งแถมด้วยดวงระดับSS(ที่มีการยืนยันมาแล้วหลายครั้ง) แค่ซาริ"บังเอิญ"เข้าห้องลับได้ มันไม่น่าแปลกใจเลย5555
      #13530-2
  27. #13526 Sebastian8845 (@Sebastian8845) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 19:55
    ฟราน= มิคาสะตอนเด็กในโลกเเห่งเวทมนต์สินะ
    #13526
    1
    • #13526-1 CodeNamE (@codename-alpha) (จากตอนที่ 171)
      15 พฤษภาคม 2562 / 21:06
      ใช่แหงๆ
      #13526-1
  28. #13523 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 171)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 19:14
    คงจะไม่แสกนร่างกายแล้วสวมเกราะแบบโทนี่สต๊าคใช่มั้ย?
    #13523
    3
    • #13523-2 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 171)
      15 พฤษภาคม 2562 / 19:17
      ข้า คือ... ซาริเจ้าค่ะ!!!
      #13523-2
    • #13523-3 @!^*^DemoN^*^!@ (@pea-za) (จากตอนที่ 171)
      16 พฤษภาคม 2562 / 07:58
      ถ้าซาริสวมถุงมือ โลกนี้คงเหลือ แต่ แครอท.....
      #13523-3