ตอนที่ 170 : SS3 Episode Fifteen : เต้นรำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1353 ครั้ง
    13 พ.ค. 62

SS3 Episode Fifteen

 



       ความสนใจของทุกคนถูกดึงดูดโดยบารอนเนสคาเรน เรเบียส

       ปัจจุบันนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักกลุ่มการค้าเซเรนที่มีท่านหญิงคาเรนเป็นเจ้าของ จากที่แค่ทำการค้าจำพวกเครื่องปรุงและอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอกกับเนื้อแฮมก็เริ่มขยายขอบเขตกิจการให้กว้างขึ้นจนมีพวกสบู่ที่มีกลิ่นหอมแตกต่างกันออกมา ล่าสุดนี้มีข่าวลือแว่วมาว่ากลุ่มการค้าเซเรนมีแผนการจะทำธุรกิจร่วมกับทางกองทัพด้วย การเติบโตที่รวดเร็วสร้างความอิจฉาให้กับใครหลายคนมากจนพวกเขาที่เคยแสดงท่าทีดูหมิ่นดูแคลนยามตกอับต้องเปลี่ยนท่าทีมายกย่องเชิดชูสานความสัมพันธ์ด้วยให้ได้

       ตระกูลมาร์วินที่ในอดีตแม้จะไม่ได้ตั้งแง่เป็นศัตรูกับตระกูลเรเบียสแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าไม่เคยให้ความร่วมมือเลย ตอนแรกก็เผื่อใจอยู่ว่าคงไม่มาร่วมงานเล็กนี้กลับคาดไม่ถึงว่าคาเรนจะไม่มีทัศนคติแง่ลบหรือเคียดแค้นจนต้องคิดเอาคืนอย่างเจ็บแสบ เธอเหมือนจะเข้าใจรูปแบบของสังคมขุนนางที่ต้องเลือกฝักเลือกฝ่ายให้ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของตนเอง ถ้าจะมีใครที่ต้องถูกกล่าวโทษคนนั้นก็คงเป็นตัวของเธอที่อ่อนแอและไร้อำนาจพอจะปกป้องตัวเองได้

       “ท่านหญิงคาเรน เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มาร่วมงานเลี้ยงแต่งงานของบุตรชายของเรา” โดมินิคเดินมาทักทายด้วยตัวเอง ในอดีตมันควรเป็นคาเรนที่ต้องเข้ามาทักทายแต่เวลานี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

       ในเมื่อคาเรนมีอำนาจพอที่จะตัดสินใจว่าควรค้าขายกับใครบ้าง การไม่ทำสิ่งใดที่ดูเป็นการล่วงเกินเธอน่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด อาหารแปรรูปของกลุ่มการค้าเซเรนได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนไปโดยปริยาย มีพ่อค้าหัวเสจำนวนมากพยายามเลียนแบบวิธีการผลิตแม้จะได้รูปลักษณ์ที่เหมือนกันแต่ด้านรสชาติกับระยะเวลาในการเก็บรักษากลับดูแย่เอามากๆ ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าเขตปกครองนี้ต้องพึ่งพาอาหารแปรรูปของคาเรนในการดำรงชีพ และแน่ใจด้วยว่าคนอื่นๆ ก็ย่อมคิดเหมือนกัน

       “เช่นเดียวกันค่ะท่านโดมินิค ขอบพระคุณมากสำหรับบัตรเชิญร่วมงาน” คาเรนกล่าวทักทายกลับ

หันไปมองทางฝ่ายคู่บ่าวสาวที่เดินเข้ามาทักทายเช่นกัน สีหน้าของฝ่ายเจ้าสาวดูเจ็บปวดมากที่ถูกแย่งชิงความโดดเด่นภายในงานไป แถมยังจับจ้องอยู่บนเครื่องประดับที่สวมอยู่อีกต่างหาก

       “คุณนอร์ร่าคะ” คาเรนเอ่ยขึ้น หญิงรับใช้ผู้ซึ่งเดินติดตามมาอย่างใกล้ชิดก็นำของที่ถือมาด้วยมอบส่งให้

“นี่เป็นเครื่องประดับที่ดิฉันจ้างวานช่างฝีมือคนหนึ่งช่วยทำให้ค่ะ คิดว่าน่าจะเข้ากันได้กับคุณโมนิก้า”

       โมนิก้ารับของขวัญและแอบเปิดแง้มดูเล็กน้อยก็ต้องตะลึงกับชุดเครื่องประดับที่ไม่ได้มีแค่สร้อยคอเท่านั้น มันยังรวมไปถึงแหวน กำไล ต่างหู และกิ๊บ ส่วนอัญมณีที่ใช้ประดับเป็นแกนหลักก็เป็นอัญมณีแบบที่ตัวเธอชื่นชอบเสียด้วย น่าจะเป็นของที่มีราคาไม่น้อยพอได้รับมาก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจขึ้นมาหน่อยๆ นี่อาจจะพูดได้ว่าเธอได้รับความเอ็นดูจากท่านหญิงคาเรนในระดับหนึ่ง ลอบส่งสายตามองไปทางคุณพ่อตาที่ยิ้มกรุ้มกริ่มที่ทำท่าทางบอกใบ้ให้รับมันเอาไว้

       “ท่านหญิงคาเรน ขอบพระคุณสำหรับของขวัญที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ค่ะ” โมนิก้ายอบกายลงแสดงความขอบคุณอย่างงดงาม

       “ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้รับของขวัญนี้ไว้ในสภาพสวมใส่นะคะ ไม่จำเป็นต้องใส่ทั้งหมดเพราะสิ่งเหล่านี้เหมาะที่จะสวมในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน กรณีนี้คิดว่าต่างหูกับสร้อยคอน่าจะเข้ากับชุดเจ้าสาวของคุณโมนิก้าอย่างแน่นอน”

       โมนิก้ามองหาผู้ที่จะช่วยสวมให้ ทีแรกก็ตั้งใจว่าอยากจะให้เป็นโคล้ดสามีของเธอเอง ติดตรงที่พวกผู้ชายไม่ค่อยรู้วิธีใส่เครื่องประดับแบบนี้สักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นต่างหูด้วยก็อาจทำให้เจ็บได้ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงเหมือนกันจะรู้วิธีใส่ที่ถูกต้องได้

       “มิเลียขอรบกวนช่วยใส่ให้ทีค่ะ”

       หัวหน้าแม่บ้านของตระกูลมาร์วินตอบรับอย่างสุภาพและเข้ามาช่วยจัดการสวมใส่ให้ ซ้ำยังช่วยจัดทรงผมเปลี่ยนใหม่ให้ดูมีเสน่ห์เพิ่มมากขึ้นจนผู้เป็นสามีถึงกับหัวใจสั่นไหว แม้จะยังเปรียบกับท่านหญิงคาเรนที่มาทั้งชุดและเครื่องประดับที่สวยงามยังไม่ได้ก็ตาม แต่โมนิก้าเป็นคนที่สวยและน่ารักไม่เบา หากได้รับการดูแลอีกสักหน่อยเกรงว่าผู้ชายที่เคยปฏิเสธเธออาจจะต้องเสียใจอย่างถึงที่สุด

       “เห็นคุณโมนิก้าแบบนี้แล้วดิฉันชักรู้สึกว่าควรจะมีของขวัญมอบให้เป็นการตัว นี่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพเป็นโลชั่นทาบำรุงผิวที่จะช่วยให้มีความอ่อนเยาว์ แน่นอนว่ามันปลอดภัยไม่มีผลเสียต่อสุขภาพผิวเนื่องจากดิฉันเองก็กำลังใช้อยู่เช่นกัน กระปุกนี้ใช้ในวันที่มีแดดแรงๆ หรือวันที่ต้องออกแดดเป็นระยะเวลานาน ส่วนกระปุกนี้ใช้บำรุงผิวก่อนนอน ส่วนวิธีใช้ก็แค่ทาลงไปบนผิวจนมันซึมเข้าสู่ผิวหนังค่ะ”

       คาเรนจำเป็นต้องลดเสียงลงเวลาพูดเพราะสินค้านี้ยังไม่สามารถผลิตจำนวนมากได้เนื่องจากมีปัญหาด้านวัตถุดิบที่ต้องใช้ ที่มาวันนี้ก็เพื่อจะลองติดต่อหาช่องทางพิเศษเพื่อซื้อวัตถุดิบมาทดลองผลิตเพื่อที่จะได้คำนวณตัวเลขในการจำหน่ายในแต่ละปีไม่ให้ขาดทุนได้ถูกต้อง

       สำหรับผู้หญิงแล้วเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องรักสวยรักงาม แม้จะเป็นหญิงสาวสามัญชนก็ไม่อาจหลีกหนีในเรื่องนี้ได้ โมนิก้าได้ยินดังนั้นก็รีบตะครุบมือของคาเรนเอาไว้และมองดูว่ามีใครแอบฟังอยู่หรือไม่ ยังดีที่คาเรนไม่ได้เสียงดังสักเท่าไหร่ผู้คนเลยพาลคิดไปว่าเป็นบทสนทนาของพวกผู้หญิงหลังได้รับของขวัญที่แสนถูกใจเท่านั้น แต่ว่าถ้าไม่รีบคุยด้วยตอนนี้ก็ยากที่จะหาโอกาสได้อีกแล้ว มีแขกอีกไม่น้อยที่อยากจะมาทำความรู้จักและพูดคุยกับคาเรนมากกว่าตัวเจ้าของงานเสียอีก

       “นี่มันยอดมาก แล้วจะมีวางขายเมื่อไหร่คะ” โมนิก้าเกิดอาการหลุดมาดและหันมาใช้คำพูดธรรมดาแบบไม่เป็นทางการ นึกขึ้นได้ว่าทำตัวเสียมารยาทก็กระแอมไอเบาๆ “ต้องขออภัยที่ทำตัวเสียมารยาทเมื่อสักครู่นี้ค่ะ”

       “ดิฉันไม่ถือสาหรอกค่ะ ส่วนคำตอบของคำถามเมื่อสักครู่นี้คงยากที่จะตอบได้เพราะติดปัญหาบางอย่างค่ะ”

       ไม่จำเป็นต้องอธิบายขยายความก็เข้าใจได้ว่าหมายถึงเรื่องวัตถุดิบที่จะใช้ในการผลิต สำหรับคนค้าขายแล้วไม่มีใครยอมเสี่ยงเปิดเผยรายชื่อวัตถุดิบที่ใช้ทำโดยเด็ดขาด มันเป็นไปได้ว่าจะถูกกว้านซื้อโดยบุคคลที่สามและวางแผนจะนำไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้น โมนิก้าไม่ได้เป็นแม่ค้านั่นจึงทำให้เธอมักจะถูกหลอกซื้อสินค้าในราคาแพงเพียงเพราะคำว่า ของพิเศษ ที่ดูจะยกระดับคุณค่าของมัน จนเมื่อได้หันมาลองศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังถึงได้เข้าใจว่าแท้จริงแล้ว การ รู้ กับ ไม่รู้ ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

       “อย่างนั้นเหรอคะ” โมนิก้ารู้สึกหดหู่ ใจหนึ่งก็เสียดายที่ไม่สามารถหาซื้อได้ในตอนนี้

       “ค่ะ แต่ถ้าแก้ปัญหาได้แล้วดิฉันจะบอกคุณโมนิก้าทันทีเลยค่ะ”

       ปฏิกิริยาของแต่ละคนเห็นแล้วก็อดเหนื่อยใจไม่ได้ เพื่อบริหารเขตปกครองของตนเองรายได้จากตำแหน่งที่ได้รับมานั้นไม่เพียงพอจะทำมัน ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่ต้องแบ่งไปตามจำนวนคนทำให้ยากต่อการพัฒนาเขตให้ดีขึ้น ดังนั้นขุนนางส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องลงมือทำธุรกิจด้วยตัวเอง พวกเขาตาลุกวาวทันทีที่รู้ว่าคาเรนมีแผนที่จะเปิดธุรกิจค้าเครื่องสำอางจึงอยากจะขอเป็นส่วนร่วมให้ได้ เพราะในเวลานี้ต่อให้เป็นกิจการที่เล็กที่สุดของกลุ่มการค้าเซเรนก็มีมูลค่าสูงมากกว่ารายได้ประจำปีของพวกเขาเสียอีก

       ความจริงแล้วกิจการของพวกขุนนางเหล่านั้นก็ไม่ได้เลวร้าย ออกจะไปในทางที่ดีเสียด้วยซ้ำ ติดแค่พวกเขายังตีกรอบกลุ่มลูกค้าไม่ถูกต้อง คาเรนค้าขายอาหารแปรรูปในราคาถูกแต่เน้นไปตรงราคาที่สามัญชนหรือนักผจญภัยที่รายได้ไม่มากสามารถซื้อเก็บไว้กินได้ และยังออกนโยบายลดราคาให้สำหรับพ่อค้าที่มาซื้อนำไปขายต่อเพื่อให้โอกาสพวกเขาในการทำกำไร นอกจากนี้คาเรนยังเป็นที่ปรึกษาให้กับกิลด์นักผจญภัยเพื่อปรับปรุงระบบการทำงานส่งเสริมให้พวกเขามีรายได้ที่มั่นคงขึ้น แถมยังช่วยลดประชากรมอนสเตอร์ที่อาละวาดอยู่ข้างนอกนั่นอีกด้วย

       สาเหตุที่กิจการของพวกเขาให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีน่าจะมาจากพึ่งพากิลด์การค้ามากเกินไป เพราะเชื่อว่าจะได้รับผลกำไรอย่างแน่นอนเลยทำให้พวกเขาไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า ตลาด ดีพอ บางคนที่ทำธุรกิจสิ่งทอแม้จะทำผ้าหลากสีออกมาได้แต่คนที่ซื้อไปนอกจากร้านตัดเสื้อผ้าแล้วก็พอจะมีกลุ่มขุนนางอยู่อีกนิดหน่อย ส่วนพ่อค้าเร่ที่เดินทางมาซื้อกับกิลด์การค้าแทนที่จะไปติดต่อด้วยตัวเอง การที่ต้องทำการตกลงซื้อขายผ่านพ่อค้าคนกลางจึงต้องเสียเปอร์เซ็นต์ให้พวกเขาอีก แต่เมื่อเทียบกับคาเรนที่ออกไปหาลูกค้าด้วยตัวเองแล้วไม่เพียงแต่จะรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ได้ ยังจะมีพ่อค้ากลุ่มใหม่ๆ เข้ามาติดต่อเพื่อนำสินค้าไปกระจายขายต่อสร้างชื่อเสียงให้อีก

       ก่อนหน้านี้คาเรนก็เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับพวกขุนนางที่คิดจะทำธุรกิจ แต่ด้วยนโยบายที่กำไรน้อยแต่สามารถเก็บเกี่ยวไปได้อีกหลายสิบปีและอาจจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต กลับถูกนโยบายกำไรก้อนใหญ่กว่าดึงไปจนหมด สุดท้ายคนพวกนั้นก็กลายเป็นหนี้เป็นสินเพราะสินค้าขายไม่ออก แต่ด้วยความที่กิลด์การค้าเป็นการรวมกันของกลุ่มสมาคมพ่อค้าจึงไม่ค่อยมีใครอยากจะไปเอาเรื่องมากนัก ทำได้แค่เจ็บใจและแบกรับภาระหนี้สินต่อไป

       “ถ้ายังไงก็เชิญทานอาหารก่อนเถอะ” โดมินิคพูดเชื้อเชิญ เขาไม่มีความกล้าพอจะเปิดประเด็นนี้หลังจากที่ในอดีตตัวเขาละเลยการปฏิบัติกับตระกูลเรเบียสตอนที่ตกต่ำ

       แต่แทนที่จะเรียกว่าความกล้า ต้องบอกว่าใจไม่ด้านพอมากกว่า

       คาเรนค่อนข้างเห็นด้วยไม่น้อย ตลอดการเดินทางมาถึงจะสะดวกสบายแต่ก็ทานอะไรมากไม่ได้จึงค่อนข้างหิวมาก เดินไปที่โต๊ะอาหารฟังคำแนะนำของโดมินิคที่อธิบายที่มาของอาหารจากต่างแดนให้ฟัง ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารจากฟูลอนที่ซึ่งเท่าที่คาเรนทราบมานั้นมันขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างแร้นแค้นเพราะที่ดินเพาะปลูกอะไรมากไม่ได้ แต่การที่มีอาหารโดดเด่นขึ้นมานั้นนับว่าเป็นเรื่องแปลกจึงรู้สึกสนใจและศึกษาอยู่ระยะหนึ่ง ก็เลยทราบว่าวัตถุดิบอาหารส่วนใหญ่นั้นเป็นของป่าและเนื้อมอนสเตอร์ทำให้ปริมาณของมันมีจำกัด

       ไม่เพียงแต่รสชาติอร่อยเท่านั้น มันยังดีต่อสุขภาพของผู้ทานเนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้เป็นกึ่งสมุนไพรด้วย

       แต่ถึงกับยอมนำเข้าเนื้อมอนสเตอร์และวัตถุดิบป่าที่มีราคาแพง โดมินิคผู้นี้ก็นับว่าใจปล้ำอย่างยิ่ง

       นักดนตรีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาและเริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม กระเป๋าไวโอลินที่ถือมาด้วยมีสภาพธรรมดามากแต่กลับได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในทิศทางที่ดีจากบรรดาขุนนางและพ่อค้าทั้งหลาย คาเรนที่เคยเห็นกระเป๋าใส่ที่ดูดีกว่านี้มากจึงไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก

       “คนคนนั้น?”

       “โอ้! รู้จักด้วยเหรอท่านหญิง”

       “ค่ะ เคยเรียนด้วยกันเมื่อสมัยเรียนที่โรงเรียนขุนนาง แต่จำได้ว่าเขาเป็นบุตรชายคนที่สามก็ไม่ต่างอะไรกับตัวสำรองของทางบ้าน พอเรียนเสร็จก็ได้ข่าวว่าออกเดินทางไปเป็นวนิพกเร่ร่อน ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกันที่นี่อีกค่ะ”

       สำหรับตระกูลขุนนางนั้นจะมีกฎเหล็กเกี่ยวกับผู้สืบทอดอยู่ การมีลูกชายมากกว่าหนึ่งคนอาจทำให้ผู้เป็นพ่อต้องปวดหัวในการตัดสินใจแต่งตั้งผู้สืบทอด ดังนั้นแล้วหากคนลำดับที่สอง สาม และคนต่อๆ ไปไม่ได้มีความสามารถที่โดดเด่นโอกาสที่จะถูกส่งออกไปข้างนอกพร้อมเงินสำหรับตั้งตัวก็มีสูงมาก เช่นนั้นแล้วจึงไม่แปลกหากกองกำลังอัศวินหรือนักผจญภัยส่วนใหญ่เป็นบุตรชายคนที่สองหรือสามของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง

       “ใช่ เขาคนนั้นน่ะมีชื่อเสียงมากเลยล่ะ ด้วยนิสัยของเขาที่ไม่ได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งก็มักจะรับงานแบบนี้เสมอ โชคดีมากที่ไปพบเจอตอนเดินอยู่ในเมืองเลยติดต่อให้มาช่วยทางนี้สักหน่อย”

       “ดิฉันไม่ทราบมาก่อนเลยค่ะ”

       “ตอนนี้เขาเป็นช่างทำเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงมาก แถมยังแต่งเพลงได้ยอดเยี่ยมมากด้วย”

       “แบบนี้นี่เอง เขาคงค้นพบเส้นทางของตัวเองแล้วล่ะค่ะ”

       นักดนตรีชายคนนั้นเริ่มกล่าวแนะนำตัวเองตามมารยาทและกล่าวอวยพรแด่คู่บ่าวสาวที่เป็นเจ้าของงาน เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วงานก่อนที่บทเพลงจะเริ่มต้นขึ้นโดยมีโคล้ดและโมนิก้าเป็นผู้เปิดฟลอร์เต้นรำ ไม่นานก็เริ่มมีคู่ที่สอง สาม สี่ ตามมาติดๆ ตรงจุดนี้ผู้ชายจะต้องใช้ความกล้าอย่างมากในการเอ่ยปากขอกับฝ่ายหญิงที่อยากจะสานความสัมพันธ์ด้วย บางคนก็ตอบรับ บางคนก็ปฏิเสธ ทว่าในสายตาของพวกชายหนุ่มที่ยังไม่มีคู่ครองตอนนี้กลับเพ่งมองไปที่หญิงสาวคนหนึ่งในชุดออกงานสีน้ำเงินดำดูโดดเด่น

       จะว่าถูกทางบ้านสั่งมาให้ตีสนิทก็ไม่ผิดนัก มีหลายคนเลยที่อยากจะเข้าไปขอร่วมเต้นรำด้วยแต่กลับถูกบรรยากาศรอบตัวที่บอกเป็นนัยว่า ยังไม่คู่ควร ทำเอาล้มเลิกความตั้งใจไปเลย เพียงแต่มันดันมี ไอ้บ้าคนหนึ่งที่หลงตัวเองอย่างมากสลัดทิ้งกลุ่มสาวๆ ที่กำลังคุยด้วยและตรงเข้าไปหาท่านหญิงคาเรน

       เขาคนนั้นคือกีส

       บุตรชายของตระกูลไฮร์ฟ แม้จะเป็นขุนนางยศบารอนเหมือนกันแต่เขาคนนี้โชคดีมากที่มีพลังเวทมนตร์จึงได้รับการส่งเสริมให้เข้าเรียนโรงเรียนเวทมนตร์และจบออกมาทำงานเป็นหน่วยนักรบเวทมนตร์สังกัดกองพลทหารเวทของราชอาณาจักรไอทาเรีย ถึงจะเป็นหน่วยเล็กๆ แต่ก็มีหน้ามีตาอย่างมากในสังคมขอเพียงไต่เต้าไปอีกสักหน่อยและทำผลงานที่ยอดเยี่ยมคงได้รับยศที่สูงขึ้นจากเดิมเป็นแน่

       “ท่านหญิงคาเรน ได้โปรดอนุญาตให้ผมเป็นคู่เต้นรำของคุณด้วย”

       จากท่าทางของกีสแล้วก็ดูมีมารยาทมาก แถมหน้าที่การงานก็ไม่เลวร้ายน่าจะผ่านการดูตัวมาหลายครั้งแล้ว

       ด้วยความหลงตัวเองชนิดที่ยากจะมีใครทัดเทียมได้ กีสจึงไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนักในสายตาของคนทั่วไป

       คาเรนเอียงคอสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสังเกตได้ว่าสายตาของคนรอบๆ นั้นดูจะลุ้นกับคำตอบของเธอ หากตกลงเป็นคู่เต้นรำด้วยแสดงว่าอีกฝ่ายคงจะมีใจให้อยู่ไม่น้อย กลายเป็นว่ากีสคนนี้ใช้สายตาของคนรอบข้างมาบังคับให้เธอตอบตกลงเป็นคู่เต้นรำให้

       “ดิฉันได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าจึงไม่สามารถเป็นคู่เต้นรำให้ได้ ต้องขออภัยท่านกีสด้วยค่ะ”

       “ได้รับบาดเจ็บ!?” เขาทวนถามและก้มมองดูเท้าของอีกฝ่ายอย่างเสียมารยาท

       “ค่ะ ข้อผิดพลาดเล็กน้อยของถนนที่ไม่ได้รับการซ่อมบำรุง ดิฉันได้รับบาดเจ็บระหว่างทางและไม่มีโอกาสได้ปฐมพยาบาลเลยค่ะ”

       ปฏิเสธคำชวนอย่างเรียบง่าย ถือว่าดีมากที่กีสไม่ได้ดื้อแพ่งจะชวนเธอเต้นรำเสียให้ได้ เขาจึงเดินกลับออกไปด้วยใบหน้าที่ดูสิ้นหวัง แต่ไม่นานก็เดินไปขอหญิงสาวคนอื่นเต้นรำได้แทน

       จุดประสงค์การมาร่วมงานก็เพื่อติดต่อกับพวกพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย แม้ว่ามันจะดูไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร่แต่ทุกคนที่มาในวันนี้ต่างก็มีจุดประสงค์แทบจะไม่ต่างกันคือหาแนวร่วมทางการค้า ที่คาเรนต้องการคือการหาช่องทางซื้อขายสำรองเพื่อใช้เป็นแต้มต่อในการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้สูงมากเกินไป เธอมีรายชื่อของผู้ที่อยากจะทำการค้าด้วยอยู่ในใจแล้วแต่ก็ต้องมาพูดคุยกันก่อนเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เห็นพ้องต้องกัน

 

       งานเลี้ยงแต่งงานดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับรู้ถึงเหตุการณ์อันตรายเบื้องหลังแม้แต่คนเดียว

       ร่างผอมบางร่างหนึ่งกำลังลักลอบแอบกระทำการบางอย่างกับรถม้าคันที่ดูหรูหราเป็นพิเศษ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเผยให้เห็นร่างที่ต้องกับแสงสว่างคือสาวใช้หญิงคนหนึ่งที่ถูกจ้างจากภายนอกเพื่อให้มาคอยบริการแขกทุกคนที่มาร่วมงาน ด้วยรูปลักษณ์แสนธรรมดาที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษจึงพอจะหลบเลี่ยงการเป็นจุดสนใจของแขกทุกคนได้ และเธอคนนี้เคลื่อนไหวทันทีหลังจากที่คาเรน เรเบียสปรากฎตัวขึ้นในงาน

       เธอคนนี้ถือแผ่นหินแกะสลักเป็นลวดลายอาคมของวงเวทย์ นั่นน่าจะเป็นกับระเบิดแบบหน่วงเวลาภายใต้เงื่อนไขบางประการ เป็นของที่ใช้ยากแต่ก็มีประสิทธิภาพในการลอบสังหารหากรู้พฤติกรรมและเส้นทางของเป้าหมาย

       ปิ๊บ!

       มีเสียงดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ตู้รถม้าจะมีไฟสว่างขึ้นมาจากข้างใน

       สาวใช้คนนั้นสะดุ้งตกใจและเกิดอาการลนลานราวกับเป็นมือสมัครเล่น

“ใครกัน?”

       “กำลังนึกสงสัยอยู่เลยว่าจะลงมืออีท่าไหน ไม่คิดเลยว่าจะใช้วิธีเรียบง่ายแบบนี้”

       หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง เธอคือสาวใช้ประจำตระกูลมาร์วินชื่อมิเลีย

       จากนั้นอีกฝ่ายก็ขยับตัวพร้อมชักกริชรูปร่างหงิกงอดูมีเอกลักษณ์ออกมาตั้งใจกำจัดพยานที่เห็นเหตุการณ์ทิ้ง มิเลียขยับตัวหลบเล็กน้อยเพียงเพื่อปกป้องไม่ให้ชุดที่ใส่อยู่เกิดรอยแผล ผู้หญิงคนนั้นขยับมืออีกข้างและร่ายเวทมนตร์โจมตีออกมา สุดท้ายก็ถูกมิเลียขัดขวางเอาไว้ด้วยหมัดธรรมดาเท่านั้น ความแรงของมันส่งผลให้อีกฝ่ายหมดสติในทันที คงต้องยอมไว้ชีวิตไปก่อนเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ว่าจ้าง ถึงจะดูเป็นมืออาชีพแต่เทียบกับทวิดาราแล้วก็เป็นได้แค่มือสมัครเล่น น่าจะได้เบาะแสไม่มากก็น้อย

       แผ่นหินจารึกเวทมนตร์ตกอยู่บนพื้นถูกหยิบขึ้นมาตรวจสอบ มันเป็นเวทมนตร์กัมปนาทแบบที่จะทำงานเมื่อมีการกระตุ้นด้วยเงื่อนไขเฉพาะ กรณีนี้ค่อนข้างจะคล้ายกับระเบิดแสวงเครื่องที่สั่งการได้ด้วยรีโมทระยะไกลหรือตัวจุดชนวนด้วยโทรศัพท์ ค่อนข้างนับถือวิธีการของผู้คนบนโลกใบนี้อยู่หรอกแต่มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างล้าสมัยเกินไปและเกือบจะคาดไม่ถึง แต่มันก็คุ้มค่าที่ได้รับอุปกรณ์ชิ้นนี้ไปตรวจสอบเพื่อศึกษาวิธีการผลิตมันขึ้นมาใช้งานจำนวนมาก

       ตั้งแต่แรกแล้วก็พยายามจับตามองบุคคลภายนอกที่ถือโอกาสเข้ามาทำงานชั่วคราวที่นี่ มันเป็นช่องโหว่เดียวที่จะแฝงตัวเข้ามาใกล้เป้าหมายได้ ทางตระกูลมาร์วินก็คงไม่ได้ตระหนักว่าจะมีมือสังหารถูกส่งมาเพื่อลอบสังหารใครบางคนในงาน เพราะแบบนั้นเลยจำเป็นจะต้องซ้อนแผนด้วยการแฝงตัวเข้ามาด้วยเช่นกัน เริ่มจากการสวมรอยเป็นคนสวนโดยมอบเงินจำนวนให้กับคนสวนตัวจริงเพื่อแลกกับการที่อีกฝ่ายจะต้องเดินทางออกไปในทันที เข้ามาก็สำรวจช่องทางทุกอย่างและแอบติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมระยะสั้นไว้ทั่วบ้าน

       แต่การสวมรอยเป็นคนสวนก็มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาที่อยู่ได้เพียงหนึ่งวันก็เลยต้องปลอมตัวอีกครั้งเป็นบุคคลภายใน เหตุผลที่เลือกปลอมตัวเป็นมิเลียก็มาจากการที่เธอเป็นผู้คุมคนงานและสามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ ซ้ำยังสามารถกำหนดความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายด้วยการออกคำสั่งตามปกติ แต่การจะทำอะไรแบบนั้นได้ต้องศึกษานิสัยและลักษณะท่าทางให้ได้ซะก่อน ถึงจะยังไม่คล้ายตัวจริงแต่ก็พอจะหลอกตาสองสามีภรรยาตระกูลมาร์วินได้อยู่

       ส่วนมิเลียตัวจริงนั้นก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยาคาดว่าคงจะตื่นอีกทีก็เป็นวันพรุ่งนี้

       กลับเข้าไปในงานอีกครั้งและทำหน้าที่ต่อให้สมบูรณ์ คอยเฝ้าจับตามองคาเรนอยู่ห่างๆ โดยที่ต้องไม่ทำให้เธอคนนั้นรู้สึกตัวนับเป็นงานที่ค่อนข้างง่าย ไม่จำเป็นต้องเข้าไปพูดคุยหรือปกป้องอย่างโจ่งแจ้งเลยไม่กลัวว่าความลับเรื่องที่ไม่ใช่มิเลียตัวจริงจะถูกเปิดโปง





ขอแสดงความยินดีกับคนที่ทายถูกด้วย

แต่ว่านะ...เอ็งปลอมเป็นหญิงไม่เท่าไหร่

แต่สาวใช้ต้องช่วยคุณนายแต่งตัวด้วย สรุปว่าเอ็งเห็นหมดเลยใช่ไหม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.353K ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #13615 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 18:29

    ขอบคุณครับ

    #13615
    0
  2. #13533 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:06

    ไม่มีผล เซรอสมันเป็นโลลี่ค่อน มันสนใจแต่เด็กสาวเท่านั้น!!!!

    #13533
    2
    • #13533-1 KytotH (@toptoptopth) (จากตอนที่ 170)
      16 พฤษภาคม 2562 / 10:11
      ไม่หรอก
      IT'S VERY EFFECTIVE!
      #13533-1
    • #13533-2 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 170)
      16 พฤษภาคม 2562 / 11:55
      เลี้ยงต้อยไว้สอยเอง
      #13533-2
  3. #13521 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 18:55
    มิเลีย ถูหลังให้หน่อย......

    ใช่มั้ย?
    #13521
    0
  4. #13492 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 09:32
    ร้ายจริงๆๆเซรอส
    #13492
    0
  5. #13491 papaworld (@papaworld) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 07:06
    เซรอส มันตายด้านไปแล้วครับ
    #13491
    0
  6. #13489 Laziness (@nutjan) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 14:05
    ร้ายกาจ!!
    #13489
    0
  7. #13488 shawn (@undertaker001) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 13:05
    เพื่อว่าที่นายหญิง เซรอสทนได้
    #13488
    0
  8. #13487 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 13:04
    เค้าคงเห็นหมดแล้วววว อย่าลืมรับผิดชอบด้วย556
    #13487
    0
  9. #13486 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 12:48
    แสรด มันปลอมเป็นสาวใช้ แสดงว่า.....
    #13486
    0
  10. #13484 venommask (@venommask) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 09:00
    เซรอส เอ็งมันโรคจิต คนผีทะเล
    #13484
    0
  11. #13483 furluxthon (@furluxthon) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 07:41
    ไรท์เขียน เชรอส เป็นสาวดุ้นบ่อยระวังเชรอสมาระเบิดเหมืองทองไรท์นะ เอ๊ะ! หรือไรท์จะชอบ
    #13483
    0
  12. #13482 hothza01a (@hothza01a) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 00:55
    ว่าล่ะคนสวนจริงด้วย
    #13482
    0
  13. #13481 tomtamninja (@tomtamninja) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 00:39
    อ่านรอบสองก็ยังฟิน
    #13481
    0
  14. #13480 CodeName5678 (@CodeName5678) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 21:09
    ชอบคอสเพลแต่งหญิงก็ไม่บอก~
    #13480
    0
  15. #13479 เหมียวขนฟู (@bloodytea) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:32
    เดาเกินไปหน่อยแฮะ แต่แหม พ่อครัวสำหรับงานเลี้ยงก็ต้องยุ่งๆทำอาหารเพิ่มเรื่อยๆเลยโดนตัดออกสินะ //แถ
    #13479
    0
  16. #13478 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:07

    พี่แกก็ล่อพวกคุณนายขุนนางเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนิ


    #13478
    0
  17. #13477 ~DARK~ (@xcv1923) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 16:39
    เดาว่าพ่อครัว แต่ เมดก็น่าสนใจแล้วก็จริงๆด้วย555
    #13477
    0
  18. วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 15:10
    เซรอส คนเยว คนผีทะเย~~~
    #13476
    0
  19. #13475 tom10102 (@tom10102) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 11:54

    เอาไปเลย
    #13475
    0
  20. #13474 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 11:43
    คิดถูกตรงที่ปลอมเป็นคนสวนนะ555 ครึ่งเดียวเอง // เราก็ลืมว่า เซรอสปลอมเป็นหญิงได้ลืมเลย555 ///....นายมันร้ายที่ปลอมเป็นแม่บ้านก็เพื่อการนี้สินะ
    #13474
    0
  21. #13473 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 11:23
    เนียนจัด 555555
    #13473
    0
  22. #13472 pss933 (@pss933) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 11:09
    ท่านช่วยรับผมเป็นศิษย์ด้วย
    #13472
    0
  23. #13471 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 10:55

    ร้ายกาจมากกก
    #13471
    0
  24. #13470 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 10:48
    ขอบคุณครับ
    #13470
    0
  25. #13469 suanoi101 (@suanoi101) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 10:33
    แก​ ปลอมเป็นผู้ชายได้ไม่กี่วัน​สุดท้ายก็กลับมาเป็นหญิงอยู๋ดี​

    ท่าทางจะติดใจ​ ฮ่าๆๆๆ
    #13469
    0