ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,258,947 Views

  • 13,683 Comments

  • 22,804 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,425

    Overall
    2,258,947

ตอนที่ 163 : SS3 Episode Eight : เวทมนตร์ใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1552 ครั้ง
    26 มี.ค. 62

SS3 Episode Eight

 



         น่าจะเป็นเพราะได้พักผ่อนเต็มที่ สภาพจิตใจที่โหมงานหนักมาตลอดจึงฟื้นฟูกลับมาพร้อมทำงานอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เซรอสคาดหวังเอาไว้แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะไม่ให้ความร่วมมือ ทุกสิ่งที่เธอต้องการไม่ว่าจะเป็นข้อมูลหรือเรื่องการเดินทางก็จะดำเนินการจัดการให้ในทันที ด้วยความเร็วระดับนี้การพัฒนาหมู่บ้านจึงก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

         เดิมทีแล้วการจะพัฒนาเมืองเมืองหนึ่งให้มีความก้าวหน้า เงินตรา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะช่วยให้พัฒนาได้รวดเร็ว พวกเขาจำเป็นจะต้องจัดหาซื้อวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือ ซ้ำยังต้องจัดจ้างแรงงานด้วยเงินเหล่านั้นเพราะไม่มีใครยอมทำงานให้เปล่าเด็ดขาด กระทั่งทาสที่ซื้อตัวมาก็ยังมีค่าใช้จ่ายเป็นค่ากินและค่าเครื่องนุ่งห่มด้วย แต่ที่นี่มีแรงงานที่ไม่ต้องพึ่งพาเงินตราแม้แต่น้อยแถมยังมีทรัพยากรจำนวนมากที่ต้องการ ขาดเพียงช่างฝีมือที่จะช่วยสร้างอุปกรณ์ตามต้องการเท่านั้น

         “ในเมื่อไม่มีช่างฝีมือ เราปั้นขึ้นมาเองก็สิ้นเรื่อง”

         ด้วยคำแนะนำที่ฟังดูเหมือนง่ายของเซรอส คาเรนก็ตระหนักได้ทันทีเลยว่าประเมินชายหนุ่มคนนี้ต่ำเกินไป เขาเชี่ยวชาญศาสตร์แทบจะทุกแขนงโดยเฉพาะการให้คำแนะนำในการสร้างโรงช่างฝีมือขึ้น เรื่องนี้มีอยู่ในแผนการพัฒนาที่อยากจะสร้างศูนย์ฝึกอาชีพประจำแต่ละเมืองขึ้นมาเพื่อความสะดวกในการจัดจ้าง และจัดให้มีการสอบวัดระดับเพื่อให้เกิดการแข่งขันพัฒนาฝีมือกันอย่างต่อเนื่อง

         สำหรับที่นี่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรและเป็นประตูทางเข้าสู่เมืองทางหนึ่ง นอกจากนี้การตั้งศูนย์ฝึกอาชีพช่างฝีมือที่นี่ก็ค่อนข้างวุ่นวาย เนื่องจากทรัพยากรหลักที่จำเป็นต้องใช้คือโลหะ และจากข้อมูลที่เซรอสให้เอาไว้ศูนย์ฝึกอาชีพช่างตีเหล็กควรไปตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอาดิโอดซึ่งจะง่ายต่อการทำเหมืองแร่ เมืองนี้ควรเน้นไปที่การเกษตร สินค้าแปรรูป และงานหัตถกรรมเป็นหลัก อย่างไรก็ตามโรงตีเหล็กมีความจำเป็นอย่างมากเลยต้องสร้างมันขึ้นมาก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ วันข้างหน้าค่อยเปลี่ยนมันเป็นสาขาย่อยของศูนย์ฝึกอาชีพแทน

         จำนวนคนที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้เกิดตำแหน่งงานที่ว่างขึ้น คาเรนรู้สึกหนักใจในเรื่องนี้มากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าปล่อยให้ดำเนินชีวิตในรูปแบบของการทำเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียวก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เธอคิดว่ามันน่าเสียดายถ้าจะต้องทอดทิ้งทรัพยากรให้เสียเปล่า

         ภายหลังการสร้างโรงตีเหล็กเสร็จแล้วเซรอสก็ได้คัดเลือกคนมาจำนวนหนึ่งและถ่ายทอดเทคนิคการตีเหล็กให้ เทคนิคของเซรอสเป็นแบบโบราณก็จริงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีประสิทธิภาพอย่างมาก ในแง่ของเทคนิคมันอาจเทียบได้กับเผ่าดวอร์ฟก็จริง ทว่าก็ยังมีจุดด้อยในด้านความเข้าใจเกี่ยวกับแร่ เซรอสเพียงแค่สอนวิธีในการทำงานให้เท่านั้นเพราะตอนนี้คงต้องพึ่งพาช่างฝีมือในการสร้างอุปกรณ์เป็นหลัก ด้านวัสดุที่จำเป็นเขาจะเป็นคนจัดหามาให้แต่ก็คงไม่ให้มากเกินไปเพื่อควบคุมปริมาณของมัน

         คาเรนแบ่งกำลังคนบางส่วนไปช่วยแปรรูปผลผลิต อดตำหนิเซรอสไม่ได้ที่ไม่มีการวางแผนเพาะปลูกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เขาเน้นไปที่การเพาะปลูกผลผลิตที่ใช้เป็นอาหารได้อย่างพวกมันฝรั่ง ธัญพืช ข้าว และผลไม้เป็นหลัก คราวนี้เธอได้ออกแบบวางแผนการเพาะปลูกตลอดทั้งปีอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าหลังจากนี้เธอจะไม่ได้เข้ามาควบคุมดูแลก็น่าจะพอให้ทุกคนดำเนินชีวิตต่อไปได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องลำบาก

         และแม้ว่าดีแมนทุกคนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีก็ตาม ที่น่าชื่นชมกว่าก็คือพวกเด็กๆ ที่บ้านต่างก็ช่วยงานกันอย่างเต็มที่ แม้แต่ซาริที่ออกจะดูซุกซนไปบ้างก็มีงานประจำอย่างการทำความสะอาดและซักเสื้อผ้า ส่วนฟรานก็อาสาไปตักน้ำทะเลมาทำนาเกลือและยังคอยไปดูแลงานแปรรูปผลผลิตในโรงนาเป็นบางครั้งบางคราว เมื่อมีโอกาสพวกเด็กๆ ก็จะไปช่วยงานเซรอสที่โรงนามีทั้งการรีดนมและตัดขนแกะเป็นการฝึกทักษะอาชีพไปด้วยในตัว

         การมาของคาเรนช่วยปรับสภาพความเป็นอยู่ของชาวเมืองให้มีความเป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้น จากที่พวกเขาจะใช้ชีวิตไปกับการหาเช้ากินค่ำก็เปลี่ยนมาประกอบอาชีพและมีกำหนดการทำงานส่วนตัวเป็นช่วงเวลา ลูกเด็กเล็กแดงก็ไปร่ำเรียนหนังสือกับฮิลม่าที่ถูกขอให้ช่วยเปิดสอนการอ่านและการเขียน ตามวัตถุประสงค์ของคาเรนที่อยากให้ทุกคนในเมืองนี้สามารถอ่านออกเขียนได้เกิน 70% เพื่อที่จะได้สามารถกระจายงานให้กันได้ละเอียดยิ่งขึ้น

         โดยที่ไม่มีใครรู้สึกตัว คาเรนก็ได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนจนเริ่มมีอาชีพกันแล้ว

         อีกหนึ่งเรื่องที่คาเรนค่อนข้างจะชื่นชมอยู่มากก็คงหนีไม่พ้นการทำสำมะโนครัวประชากรที่เซรอสบอกให้ฮิลม่าทำเอาไว้ ถึงจะเป็นเพียงแค่บันทึกรายชื่อ เพศ อายุ และสถานภาพในเบื้องต้นแต่พอทำแยกออกมาเป็นระบบแล้วการตรวจสอบก็ทำได้ง่ายขึ้นมาก เห็นว่าอยากจะลองนำไปปรับใช้กับพื้นที่ตระกูลเรเบียสก่อนและหากมันประสบผลสำเร็จก็จะเปิดเผยระบบนี้ออกไปเป็นวงกว้าง เธอเชื่อมั่นว่าหากพระราชาได้ทรงทอดพระเนตรเห็นระบบการทำสำมะโนครัวประชากรจะต้องสนใจนำมาปรับใช้กับอาณาจักรอย่างแน่นอน

         ทางด้านของวาคาบะที่มาอาศัยอยู่ด้วยเป็นการชั่วคราวเพื่อปรับตัวเริ่มตระหนักได้ถึงคุณค่าในตัวเองที่ไม่มีส่วนร่วมใดๆ กับเมืองนี้เลย เธอเริ่มหันมาจริงจังด้านภาษามากขึ้นอย่างน้อยก็อยากจะสื่อสารกันให้รู้เรื่องได้ ประโยคคำพูดของเธอค่อนข้างเหมือนฟรานที่เน้นเพียงคำศัพท์สั้นๆ แต่สื่อความหมายได้ ส่วนด้านการออกเสียงนั้นยังคล้ายกับเด็กน้อยที่เริ่มพูดได้คล่องแถมยังแอบติดสำเนียงภาษาญี่ปุ่นมาด้วยก็เลยมีความหมายเพี้ยนไปเล็กน้อย

         เพื่อให้วาคาบะปรับตัวเข้ากับโลกใบนี้ได้ก็มีแต่จะต้องทำหน้าที่ในฐานะพี่เลี้ยงคนหนึ่ง เซรอสบอกไม่ได้หรอกว่าหลังจากวันที่เขากลับมาจากการไปซื้อสัตว์ในฟาร์มกลับมาก็พบกับจดหมายฉบับหนึ่งที่มีข้อความขอฝากฝังหน้าที่ในการสั่งสอนเรื่องต่างๆ ให้

         ยังไงซะก็รับปากแล้วว่าจะยอมทำงานให้กับพระเจ้า จะมีงานเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งหรือสองอย่างก็คงไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่

        

         ที่สนามหญ้าข้างบ้าน

         ฟรานควงมีดสั้นและพุ่งโจมตีเข้าใส่เซรอสที่ขยับตัวหลบอย่างง่ายๆ มีบ้างที่ใช้ดาบสั้นจำลองต้านรับเอาไว้และโจมตีสวนกลับให้ลองป้องกันตัวดูบ้าง การเคลื่อนไหวของฟรานไม่ว่าจะมองทางใดก็แทบจะไม่เหมือนเด็กวัย 13-14 ปีอีกเลย ต้องไม่ลืมว่าการฝึกของเซรอสนั้นเป็นการต่อสู้จริงเพราะเขาไม่จำเป็นจะต้องกลัวเรื่องได้รับบาดเจ็บ และในขณะเดียวกันเขาก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องออมมือหรือต้องแสร้งยอมแพ้ด้วย

         Boots up, High Quick

         ร่างของฟรานเรืองแสงจากการใช้ศิลปะเวทรูปแบบใหม่ที่เซรอสคิดค้นขึ้น จากนั้นเธอก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่าเดิมมาก เซรอสกวาดสายตาคาดการเส้นทางเคลื่อนที่โดยไม่ใช้เวทมนตร์และคว้าจับมือของฟรานเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว

         “เร็วใช้ได้ แต่การเคลื่อนไหวยังอ่อนหัด”

         เด็กหญิงขยับมือที่ซ่อนไว้เผยลูกแก้วพลังสีฟ้าขนาดเท่าลูกเทนนิสโจมตีใส่

         เซรอสเสียจังหวะไปเล็กน้อยแต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวของการตื่นตะลึง และใช้ฝ่ามือต้านเอาไว้

         ไหวพริบของฟรานดีขึ้นมากเรื่อยๆ ถึงขนาดที่คิดแผนซ้อนแผนขึ้นมาเพื่อรับมือกับเซรอสแม้จะรู้ว่าสู้ไม่ไหว หลังจากพ่ายแพ้มาอย่างต่อเนื่องจนเคยชินกับมันไปแล้ว ทุกครั้งที่เริ่มวันใหม่ก็จะมีแผนแบบใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ต้องเข้าใจด้วยว่าแผนการแบบเดิมไม่สามารถใช้กับเซรอสได้ผลอยู่แล้ว แต่นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าในด้านกลยุทธ์ฟรานมีการพัฒนาขึ้นมากพอจะต่อสู้กับมือสังหารได้แล้ว

         ดังนั้นการที่ทำให้เซรอสยอมรับการโจมตีได้นั่นหมายความว่าเขาไม่อาจหาวิธีอื่นเพื่อหลบหลีกได้เลย

         ตูม!

         ระเบิดครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง แต่เซรอสมีเพียงร่องรอยเปื้อนฝุ่นกับชายแขนเสื้อมีรอยฉีกขาดเล็กน้อย ไม่พบบาดแผลหรือรอยขีดข่วนบนฝ่ามือที่รับการโจมตีไปตรงๆ ด้วยซ้ำ

         “สำเร็จ” ฟรานดีใจมากที่ในที่สุดก็สามารถโจมตีเซรอสได้

         ชายหนุ่มปล่อยมือให้เป็นอิสระและปัดฝุ่นออก “เป็นการโจมตีที่ปราศจากความลังเลที่ยอดเยี่ยมมากและไหนจะกลยุทธ์ต่อสู้นั่นอีก แต่ในส่วนที่ต้องตำหนิก็มีอยู่ หากฉันเลือกจะตัดแขนเธอก่อนหรือใช้การโจมตีสวนกลับไปเพื่อต่อต้านมันจะกลายเป็นบาดเจ็บทั้งคู่หรือหากในกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามมีพลังโจมตีมากกว่าเธออาจจะเป็นฝ่ายเสียชีวิตได้เช่นกัน สุดท้ายแล้วในความเห็นของฉันนั่นไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีเลย”

         “เซรอสไม่ทำ”

         “นั่นก็ถูก แต่ฉันไม่เห็นด้วยกับการต่อสู้ที่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง เพราะฉะนั้นการบ้านคราวนี้ไปลองคิดหาวิธีรับมือการโจมตีเมื่อสักครู่ในมุมมองของคู่ต่อสู้ซะ นั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตระหนักถึงจุดอ่อนของตัวเอง”

         เซรอสวางมือลงบนหัวของเด็กหญิงและขยี้เบาๆ เป็นรางวัลชมเชยที่อย่างน้อยก็โจมตีถึงตนได้สำเร็จ มันเป็นเวลากว่าสองปีที่เป็นคู่ซ้อมให้เรื่อยมาและเห็นพัฒนาการจากที่เป็นคนไร้ซึ่งทักษะในการจับอาวุธ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุธมีดได้ในระยะเวลาอันสั้น เห็นว่าจะลองเปลี่ยนไปฝึกซ้อมธนูเป็นอาวุธสำรองกับวิชาหมัดมวยในกรณีที่ไร้อาวุธอีกด้วย

         “อยากลองไปซ้อมมือกับอาเรสดูบ้างหรือเปล่า?”

         “ได้เหรอ?”

         “แน่นอน หมอนั่นเองก็คงอยากจะหาอะไรทำแก้เซ็งอยู่เหมือนกันล่ะนะ”

         ฟรานในตอนนี้มีคุณสมบัติพอจะไปซ้อมต่อสู้จริงกับอาเรสได้แล้ว ถึงสุดท้ายจะแพ้ก็ตามแต่ก็น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดี

นอกจากนี้เซรอสไม่อาจให้ประสบการณ์การต่อสู้ที่มีแรงกดดันได้เท่าอาเรสที่เป็นมังกรตัวจริงเสียงจริง เพราะกรณีของเซรอสนั้นเป็นจิตสังหารของนักฆ่าซึ่งมันเป็นกลิ่นอายแห่งความตาย ถึงมันจะดูไม่แตกต่างกันมากนักแต่การจะได้รับจิตสังหารที่รุนแรงนั้นจะต้องก้าวสู่เส้นทางของนักฆ่าและฆ่าฟันกันเพื่อให้เหลือผู้อยู่รอดเพียงคนเดียว

ฟรานในตอนนี้ไม่เหมาะที่จะได้สัมผัสกับความน่ากลัวของจิตสังหาร

         ให้ไปขัดเกลาความกล้าด้วยการฝึกกับอาเรสน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว

         ถ้าให้พูดความจริงล่ะก็ช่วงนี้เซรอสไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะเจียดเวลามาฝึกให้กับฟรานได้อีกพักใหญ่ หากใช้ห้องฝึกซ้อมใต้ดินได้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรแต่น่าเสียดายที่ทำไม่ได้เนื่องจากคาเรนและวาคาบะมาอาศัยอยู่ด้วย เซรอสจำเป็นต้องยุติการให้ใช้งานไปพักใหญ่เพื่อปรับปรุงรังมดให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณสองเดือนจึงจะเปิดให้ใช้งานได้อย่างเป็นทางการ ระหว่างนี้ก็ให้ไปฝึกกับอาเรสเป็นการชั่วคราว

         “ว่าแต่เวทมนตร์นั่นทำไมฉันถึงได้รู้สึกคุ้นๆ ยังไงชอบกล”

         นึกย้อนไปถึงลูกแก้วพลังสีฟ้าใช้ไปเมื่อสักครู่ เขารู้สึกได้เลยว่ามันจะต้องเป็นการโจมตีที่ค่อนข้างรุนแรงมากถ้านำไปใช้กับบุคคลทั่วไป แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยเห็นมันจากที่ไหน

         “ไม่ใช่เวทมนตร์”

         “หือ?”

         “ราOกัน (กระสุนวงX)” ฟรานตอบ “วาคาบะเอาให้ดู”

         ในที่สุดเซรอสก็นึกออกแล้วว่าเคยเห็นการโจมตีแบบนั้นที่ไหน

เพื่อให้เข้าใจความคิดของเด็กสาวชาวญี่ปุ่นจึงได้หันไปศึกษาวัฒนธรรมซึ่งในจำนวนนั้นมีมังงะชื่อดังรวมอยู่ด้วย

“แต่นั่นมันใช้สิ่งที่เรียกว่า จัOระ แถมยังเป็นแค่เรื่องแต่งเท่านั้น”

         “ไม่ใช่เวทมนตร์?” ฟรานถักคิ้วงุนงง และเปล่งพลังเวทมนตร์ออกมาสร้างเป็นลูกแก้วพลังหมุนวนอยู่บนมือ

         สงสัยว่าฟรานจะเข้าใจผิดคิดว่าจักระที่ตัวละครในมังงะชื่อดังเหล่านั้นใช้คือ เวทมนตร์ เลยแอบซุ่มฝึกซ้อมจนกลั่นพลังเวทมนตร์ออกมาใช้โจมตีแทน ความจริงแล้วสิ่งที่ฟรานคิดอยู่นั้นก็ไม่เชิงผิดซะทีเดียว เนื่องจากปัจจุบันก็ยังมีคนที่ชอบควบรวมพลังเวทออกมาเป็นก้อนเล็กๆ และยิงใส่เป็นเวทมนตร์ไร้ธาตุให้เห็นอยู่ด้วย ถึงข้อเสียของมันจะเป็นการใช้พลังเวทมนตร์มากเกินไปแต่ด้านอานุภาพของมันก็รุนแรงไม่แพ้การใช้เวทมนตร์ธาตุปกติเลย

         “เอาเถอะ อย่าลืมไปขอบคุณอาจารย์มาXชิซะด้วยล่ะ”

         “ใครเหรอ?”

         “ช่างเถอะ ชักหิวแล้วสิ” เซรอสชวนเปลี่ยนเรื่องคุย

         ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีก็ถึงบ้าน เห็นซารินั่งพับผ้าแยกของแต่ละคนไว้อย่างเป็นระเบียบซึ่งถ้าเป็นเรื่องงานบ้านนั้นสามารถฝากฝังและเชื่อใจได้เลย แม้ว่าจะมีข้อเสียตรงที่ไม่ค่อยชอบทำความสะอาดของของตัวเองกับเก็บสะสมขยะและของที่ระลึกก็ตาม วาคาบะนอนอ่านไลท์โนเวลอยู่บนโซฟา ส่วนคาเรนบอกมีเรื่องต้องศึกษาเลยขอตัวกลับไปอยู่ที่ห้องและบอกให้ไปเรียกตอนถึงเวลาทานมื้อค่ำ

         รอยยิ้มของวาคาบะเห็นได้ชัดเจน เพราะจากห้องนั่งเล่นตรงนี้สามารถมองเห็นการฝึกฝนที่สนามหญ้าข้างบ้านได้

         “สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะคุณลุง กระสุนวงXของจริงซะด้วย”

         “เธอนี่วุ่นวายไม่เข้าเรื่องจริงๆ” เซรอสตำหนิเสียงเย็นชา

         “วุ่นวาย? ไม่จริงหรอกน่า เท่าที่เห็นฟรานเองก็น่าจะดีใจที่มีเวทมนตร์แบบใหม่ไม่ใช่เหรอ?”

         “ก็ไม่ผิดที่ฟรานน่าจะดีใจที่ได้รับทักษะเวทมนตร์แบบใหม่มา แต่ฟรานเป็นอัจฉริยะด้านเวทมนตร์ทำให้เธอเชี่ยวชาญเวทมนตร์ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ถ้าฉันไม่พยายามจัดระบบความสามารถของฟรานซะตั้งแต่ตอนนี้อนาคตมันจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง เพราะการที่เธอไม่มีเวทมนตร์เฉพาะทางที่ถนัดเป็นพิเศษมันเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เธอไม่ได้รับการพัฒนาน่ะสิ”

         เรื่องนี้จะโกรธวาคาบะก็ไม่ได้ซะด้วย เพราะการที่ฟรานฝึกฝนจนใช้มันได้จริงแสดงให้เห็นว่าเธอต้องมุ่งมั่นอย่างมาก

         ถ้าเป็นในมุมมองของวาคาบะที่อ่านไลท์โนเวลแนวต่างโลกมาตั้งมากมาย การมีทักษะเวทมนตร์และทักษะยิบย่อยที่หลากหลายจะช่วยให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ง่ายเป็นความคิดพื้นฐานของไลท์โนเวลต่างโลก แต่ในมุมมองของเซรอส เขามองว่านั่นเป็นความคิดที่แย่ที่สุด เพราะการที่มีทักษะหลากหลายจะทำให้เกิดตัวเลือกในการตัดสินใจที่เยอะขึ้น ขอเพียงมีทักษะเด่นๆ เพียง 2-3 ทักษะและสามารถใช้ได้อย่างเชี่ยวชาญก็พอแล้ว

         บางทีคงถึงเวลาที่จะต้องใช้ไม้แข็งกับวาคาบะเพื่อสั่งสอนให้รู้จักความโหดร้ายของโลกใบนี้

         “ฟังนะ โลกนี้ไม่เหมือนไลท์โนเวลที่มีโอกาสให้แก้ตัวได้เมื่อแพ้ แต่เป็นความจริงที่หากพลาดเพียงครั้งเดียวนั่นหมายถึงความตาย เธออาจจะมองเป็นเรื่องสนุกก็ได้ฉันไม่ว่า เอาเป็นว่าถ้าเธออยากรู้จักโลกนี้จริงๆ ล่ะก็ พรุ่งนี้ฉันขอให้เธอไปดูการฝึกของฟรานซะ”

         คงถึงเวลาต้องขอให้อาเรสช่วยมอบบทเรียนที่แสนน่ากลัวให้ซะแล้ว

         หลังจากที่เซรอสพูดจบก็หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปอาบน้ำ วาคาบะจับความรู้สึกไม่พอใจได้จากน้ำเสียงที่เขาใช้และเริ่มหันมาตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเอง เธอไม่ใช่เด็กอ่อนหัดที่คิดอะไรเองไม่เป็น อย่างน้อยก็ในฐานะของนักเขียนวรรณกรรมที่ได้รับรางวัลย่อมมองออกว่าตัวเองทำอะไรผิดเข้าสักอย่าง และเซรอสไม่สามารถสั่งสอนได้ก็เพราะเธอไม่ใช่เด็กที่เขาจะต้องคอยดูแลนั่นเอง

         ตั้งแต่ที่มาอยู่ในโลกใบนี้วาคาบะก็รู้ถึงความโหดร้ายที่ไม่เหมือนในไลท์โนเวลที่เคยอ่าน ยิ่งในสิ่งที่เซรอสกล่าวมานั้นเธอไม่อาจหาข้อโต้แย้งใดๆ ได้เลย มันเป็นเรื่องปกติมากที่ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับตัวเองต่อให้เผชิญหน้ากับอันตรายก็ไม่มีทางได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงแก่ชีวิต นอกเสียจากพล็อตเรื่องจะถูกปูมาให้ดูมีความน่าตื่นเต้น ทว่าโลกนี้ก็คือความจริงสำหรับพวกฟราน ซาริ และคนอื่นๆ ที่หากทำพลาดเพียงครั้งเดียวก็หมายถึงความตายได้เลย

         ตอนนี้วาคาบะรู้แล้วว่าตัวเองทำอะไรผิด เธอไปโต้ตอบกับเซรอสโดยทำเหมือนกับว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย

         ทว่าเรื่องที่เธอคิดว่าเล็กน้อย มันกลับส่งผลให้ฟรานมีความเสี่ยงถึงตายได้ในอนาคตข้างหน้า

         ต้องขอโทษสินะ

 

         ถึงแม้ว่าวาคาบะจะรีบมาขอโทษทันทีที่ออกมาหลังอาบน้ำเสร็จก็ตาม เซรอสก็ไม่ได้ตำหนิหรือตอกย้ำให้รู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้แล้วเขามองว่าวาคาบะก็เหมือนหลานสาววัยต่อต้านคนหนึ่งที่คิดว่าตนเองโตพอจะดูแลตัวเองได้

         มื้อค่ำเสร็จแล้วจึงให้ซาริไปเรียกคาเรนมาร่วมโต๊ะด้วย ระหว่างทานอาหารก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วๆ ไป จะไม่มีการพูดคุยเรื่องที่ชวนให้รู้สึกหนักใจหรือแนวทางการพัฒนาเมือง ส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่วิจารณ์รสชาติของอาหารกับให้คำแนะนำเรื่องสูตรอาหารที่คาเรนค่อนข้างให้ความสนใจมาก และมีเรื่องความก้าวหน้าเล็กๆ ของซาริด้านการเรียน จวบจนกระทั่งทานกันจนอิ่มแล้วก็ช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะและจานชามให้เรียบร้อย

         คาเรนนำปัญหาที่ค้นพบวันนี้มาลองปรึกษากับเซรอสเพื่อหาทางแก้ไข คิดไม่ถึงเลยว่าปัญหาที่คาเรนแก้ไม่ตก เซรอสกลับเสนอแนวทางก็แก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้แล้ว ยิ่งได้พูดคุยกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสับสนมากขึ้นเพราะเซรอสเคยพูดเองว่าตนเองบริหารหรือพัฒนาเมืองไม่เป็นเลย แต่กลับคอยให้คำแนะนำปรึกษากับคาเรนได้ตรงประเด็นราวกับจงใจแกล้งกัน ด้วยคำแนะนำเหล่านั้นคาเรนก็ไม่พลาดที่จะจดเอาไว้เพื่อนำไปแก้ปัญหาในวันถัดไป

         “มีเรื่องที่อยากจะถามอีกนะคะ คือดินแดนที่ยื่นออกมาจากทางตอนเหนือของเทือกเขานี่ใช่ดินแดนปีศาจหรือเปล่าคะ?”

         เซรอสล็อกระบบแผนที่ไว้ให้แสดงเฉพาะพื้นที่ของดินแดนต้องสาปเท่านั้น หากคาเรนรู้ว่าดาวเทียมที่อยู่บนวงโคจรสามารถแสดงภาพรายละเอียดสูงจากทั่วทุกมุมโลกได้เขากลัวว่ามันจะกลายเป็นปัญหาตามมา เมื่อลองตรวจสอบแผนที่ดูอีกครั้งก็พบว่ามีแผ่นดินยื่นออกมาจริงๆ แม้จะแค่เล็กน้อยจนดูไม่ออกก็ตาม

         “ถูกต้อง อีกฝากหนึ่งของทะเลตอนเหนือคือดินแดนปีศาจ”

         “อยู่ใกล้กันขนาดนี้ จะไม่อันตรายเหรอคะ?”

         ช่วยไม่ได้เธอที่จะรู้สึกกลัว คาเรนเติบโตมาพร้อมกับการปลูกฝังความเชื่อที่ว่าปีศาจคือเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายที่ไล่ล่ามนุษย์ แม้จะยังไม่เคยพบเจอกับปีศาจมาก่อนแต่ภาพลักษณ์ในใจของเธอก็เชื่อไปแล้วว่ามันคือความชั่วร้ายที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวหรือพบเจอ

         “การที่เธอมองว่าปีศาจคือสิ่งชั่วร้ายก็พอจะเข้าใจได้อยู่ แต่นั่นเป็นเพียงแค่การปลูกฝังความเชื่อจากวิหารศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น สุดท้ายมันก็คือการฟังความเห็นด้านเดียว นอกจากนี้บันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามกับเผ่าปีศาจก็เป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่เขียนมันออกมา ย่อมต้องมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงบางอย่างออกไปและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีงามแก่ฝ่ายตนเองอยู่แล้ว จากที่ฉันได้ลองอ่านบันทึกประวัติศาสตร์สงครามศักดิ์สิทธิ์ก็พบข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือนไปหลายอย่างเลยเชียวล่ะ ประกอบกับข้อมูลจากแหล่งข่าวลึกลับด้วยแล้วน่าจะเชื่อถือได้มากกว่าด้วยซ้ำ”

         “คุณเซรอสจะบอกว่าสิ่งที่วิหารศักดิ์สิทธิ์บอกเล่าเป็นเพียงแค่เรื่องหลอกลวงเหรอคะ?”

         “ไม่มีใครอยากเปิดเผยความผิดของตัวเองหรอกนะรู้ไหม” เซรอสหัวเราะ รินกาแฟใส่แก้วและกล่าวต่อ “ฉันจะเล่าอะไรให้ฟังในอดีตนั้นมีผู้กล้าจากต่างโลกคนหนึ่งถูกส่งมาเพื่อทำภารกิจในการปลดปล่อยมนุษยชาติจากการถูกกดขี่โดยเผ่าพันธุ์ที่ทรงอำนาจ ฉันขอเรียกคนคนนี้ว่า ผู้กล้าหมายเลขหนึ่ง เขาได้รับพรจากพระเจ้าและช่วยเหลือปลดแอกมนุษย์จากการถูกกดขี่ข่มเหง ถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งสงครามศักดิ์สิทธิ์เลยก็ว่าได้ แน่นอนว่ามนุษย์ไม่มีทางยอมรับที่ดินอันน้อยนิดนั่นปรารถนาจะยึดครองทวีปและเปลี่ยนมันให้เป็นดินแดนของมนุษย์เท่านั้น มุมมองของผู้กล้าหมายเลขหนึ่งเห็นด้วยว่าพวกปีศาจเป็นสิ่งชั่วร้ายจึงเกิดเป็นปณิธานที่ต่อต้านปีศาจอันแรงกล้า สืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน”

         “ในเวลาต่อมาอีกหลายร้อยปีให้หลัง เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถปกครองทวีปได้ในที่สุดและขับไล่ปีศาจออกไปได้ บางส่วนจับมาเป็นทาสและใช้พวกเขาเป็นสิ่งบันเทิง จนกระทั่งพระเจ้าทนต่อไปไม่ได้จึงต้องส่ง ผู้กล้าหมายเลขสองมาอีกครั้งและให้ช่วยเหลือเผ่าพันธุ์ปีศาจ”

         “ผู้กล้าหมายเลขสองได้ก่อตั้งกองทัพปีศาจขึ้นและบุกโจมตีมนุษย์เพื่อปลดปล่อยปีศาจให้เป็นอิสระ นับจากวันนั้นเป็นต้นมาสงครามก็ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงจนน่ากลัว ผลลัพธ์จากการกระทำของผู้กล้าหมายเลขสองเผ่าปีศาจก็สามารถสร้างดินแดนเป็นของตนเองได้และมีวัฒนธรรมที่เจริญก้าวหน้ายิ่งกว่าฝ่ายมนุษย์ สืบเนื่องจากผู้กล้าหมายเลขสองมีสติปัญญาเฉียบแหลมจึงได้ก่อตั้งอาณาจักรปีศาจขึ้นและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน”

         “เมื่อปีศาจมีอำนาจมากเกินกว่าจะต่อต้าน มนุษย์จึงเป็นฝ่ายเสนอให้มีการเจรจาและทำสัญญาไม่รุกรานกันและกัน แน่นอนว่าสัญญาฉบับนั้นเกิดขึ้นจริงและปีศาจกับมนุษย์ก็ไปมาหาสู่กันจนเป็นเรื่องปกติ แต่แล้วมนุษย์ก็หันมาทำสงครามกันเองเพื่อตั้งตนให้เป็นใหญ่ พวกเขาขโมยวิทยาการของเผ่าปีศาจมาเสริมเขี้ยวเล็บให้ตนเอง จากนั้นก็สร้างเรื่องราวต่างๆ นานา ป้ายสีความผิดของผู้นำประเทศหนึ่งว่าสมคบคิดกับปีศาจเพื่อครอบครองอำนาจแต่เพียงผู้เดียว เผ่าปีศาจที่ไม่รู้เรื่องราวใดๆ กลายเป็นผู้ร้ายและถูกประชาชนต่อต้านอย่างหนัก ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังในครั้งนี้คือวิหารศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง”

         “นั่นทำให้ท้ายที่สุดปีศาจก็ถูกขับไล่อีกครั้ง โดยมนุษย์ที่เป็นทั้งผู้ขอเจรจาและผู้เริ่มต้นฉีกสัญญาไม่รุกราน สงครามครั้งนั้นยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน เหตุผลเดียวที่พวกเขาต้องการทำสงครามนั่นก็เพื่อที่จะครอบครองสายแร่โลหะที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ในดินแดนของเผ่าพันธุ์ปีศาจ คือ อาดามันเทียม จนถึงตอนนี้เท่าที่ได้อ่านบันทึกมาปีศาจพวกนั้นเพียงแค่ปกป้องตนเองจากการถูกรุกราน ทว่าข้อเท็จจริงที่ว่านี้ถูกบิดเบือนโดยคำกล่าวอ้างของทางวิหารศักดิ์สิทธิ์”

         เซรอสหยุดพูดและมองคาเรนที่กำลังขบคิดเรื่องบางอย่างอยู่

         “และนี่คือคำถาม เธอคิดว่าปีศาจพวกนั้นเป็นสิ่งเลวร้ายหรือไม่?”

         ก่อนหน้าที่ยังไม่ได้ฟังเรื่องราว คาเรนก็ไม่เคยคิดว่าปีศาจเหล่านั้นเป็นสิ่งเลวร้ายสักนิด เธอเพียงแค่ถูกปลูกฝังให้หวาดกลัวพวกปีศาจมาตั้งแต่เด็กๆ และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องมนุษยชาติ เธอเคยสงสัยวิหารศักดิ์สิทธิ์แต่ไม่เคยตั้งแง่หรือคัดค้านแนวคำสอนเพราะมันก็ไม่มีอะไรที่ผิดปกติ นอกจากการสอนให้ทุกคนเคารพซึ่งกันและกัน

         แต่ว่า

         เคารพซึ่งกันและกันงั้นเหรอ?

         ในที่นี้คงไม่ได้นับรวมเผ่าพันธุ์ปีศาจ ดวอร์ฟ เอลฟ์ หรือมนุษย์สัตว์ไว้ในกลุ่มนั้นด้วย

         วิหารศักดิ์สิทธิ์แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าเป็นศาสนาสำหรับเผ่ามนุษย์ บุคคลที่ปฏิเสธจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกรีตโดยทันที

         “คุณเซรอสเคยพูดไว้สินะคะ ว่าหน้าที่ของคุณคือการสร้างดินแดนที่ทุกเผ่าพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้”

         “ใช่ ฉันเคยพูด”

         “ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็ได้คำตอบแล้วล่ะค่ะ” ประกายตาของหญิงสาวดูมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม และเธอคล้ายว่าจะตัดสินใจเรื่องสำคัญได้แล้ว “ดิฉันจะขอใช้ดินแดนแห่งนี้เพื่อขอฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเผ่าปีศาจอีกครั้งเพื่อยุติสงครามตลอดหลายพันปี แม้ว่าสุดท้ายดิฉันอาจจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกรีตและถูกไต่สวน ได้แต่หวังว่าสถานะ ลูกรักของพระเจ้า จะช่วยปกป้องดิฉันได้”

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.552K ครั้ง

52 ความคิดเห็น

  1. #13005 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 12:12
    งานนี้เซรอสต้องออกแรงฆ่าอีกหลายคนเลยล่ะสิ
    #13005
    0
  2. วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 03:07
    แล้วสรุป.. เซรอสมีนางเอกมั้ย?
    #12960
    2
    • #12960-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 163)
      31 มีนาคม 2562 / 03:14
      จับทำเมียนี่นับเป็นนางเอกได้ไหม?
      #12960-1
  3. #12958 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 10:08
    รู้สึกเหมือนได้เมียอย่างเป็นทางการเลย555 // ท่าพวกศาสนานั้นมันทำอะไรคาเรน...ก็รู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น หึๆๆ
    #12958
    0
  4. #12956 pitchre (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 20:52
    เจอน้องมิเกลคนแรกแน่ๆ5555555555
    #12956
    0
  5. #12955 เอเรน (@kittiba) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 17:12
    ขอเซรอสแต่งงานเลยสิคาเรน
    #12955
    0
  6. #12954 เตียงนุ่มน่านอน (@bestbeds03) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 12:07
    เฮียเซได้เมียหลวงอย่างไม่เป็นทางการแล้ว
    #12954
    0
  7. #12953 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 00:47
    ทำไมตอนท้ายเหมือนอารมณ์สารภาพรักกลายๆ
    #12953
    0
  8. #12952 หมาป่าเดียวดาย (@Wolfalong) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 00:27
    ผมคิดว่าการเขียนแบบนี้อ่านได้ลื่นไหลกว่าครับ แต่เรื่องลิขสิทธิเราก็ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ทั้งนี้เคารพในการตัดสินใจคนแต่งนะครับ :)
    #12952
    0
  9. #12951 MYNAMEISDUCK (@MYNAMEISDUCK) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 00:10
    เซฟตัวเองหน่อยนะครับ เรื่องลิทสิทธิ์ อย่างน้อยๆก็ ทำให้หายไปซักครึ่งหนึ่ง คนก็พอเดาได้เเล้วครับ อย่าง กระสุน***

    จากนินจาผ้าโพกหัว อะไรงี้ครับ เด็กดีไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะครับถ้าโดนขึ้นมา
    #12951
    0
  10. #12950 [M]u[D]in (@pranutda) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 20:56

    ระวังเรื่องลิขสิทธิ์ด้วยนะคับ น่าจะมีเซนเซอร์ซักนิดนึง ระวังไว้ดีกว่า


    #12950
    0
  11. #12949 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 20:41
    เหอะ ทำไรไม่มีหัว
    #12949
    0
  12. #12948 22710 (@22710) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 20:04
    ขอบคุณมากครับ
    #12948
    0
  13. #12947 benzdomon01 (@benzdomon01) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 17:45
    ฮิฮิ พระเจ้าปกป้องแน่ 555
    #12947
    0
  14. #12946 Thank you (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 17:40

    ขอบคุณครับ

    #12946
    0
  15. #12945 KuRo_NeKo (@u4814079) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 16:29
    ไรท์โดนกาวไปกี่กระป๋อง กระสุนวงจักรก็มา 5555
    #12945
    1
    • #12945-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 18:54
      รู้แค่ว่าเอามาทาไว้ทั่วห้อง นอนก็ได้กลิ่น
      #12945-1
  16. #12944 EReNoR (@tamtummai) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 16:15
    ดีมากนังหนู......เหมาะแก่การเป็นเมียหมายเลข1
    #12944
    0
  17. #12943 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 15:19
    งานหยาบเลยคาเรนเอ้ย

    แต่ไม่เป็นไร ถ้าพวกวิหารปากพล่อย

    เอาบีมไปส่องซะ จบ
    #12943
    0
  18. #12942 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:44
    นางเอกมาแล้วขอรับบบบ
    #12942
    0
  19. #12941 ํYaGooZaKe (@yagoozake) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 13:15

    อยากให้ซาริเป็นสาย ฮิวงะ มากกว่า เอาไว้เป็นไม้ตาย ถีบไม่ต้องกระเด็นกระดอนไปไหน แต่ ล้มอยู่ตรงนั้นเลย แล้วซาริ ก็ มองๆ ใช้นิ้วจิ้มๆ แล้วคิดว่าตัวเองทำอะไรไป หรือตัวเองเป็นคนทำหรอ? คงตลกดี

    #12941
    2
    • #12941-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 13:52
      ปล่อยซาริไปเถอะคร้าบ...ปล่อยให้เป็นกระต่ายทำไร่ เปิดกิจการร้านขายแครอทอย่างมีความสุขดีกว่า ถ้าให้ซาริกลายเป็นนักสู้ อนาคตก็ต้องเป็นกำลังรบสำคัญ ถูกเรียกตัวไปทำนู้นนี่นั่นเสี่ยงอันตราย
      #12941-1
    • #12941-2 @!^*^DemoN^*^!@ (@pea-za) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 20:53
      อ่า แปลว่า ไรท์ปู ซาริ มาเป็นกระต่ายชางสวน (ที่โครตเมพ) สินะครับ.....
      #12941-2
  20. #12940 โลกสีเงิน (@glass-rose) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 13:00

    รอวันที่เมืองเป็นศูนย์กลางทุกเผ่าพันธ์ุ
    #12940
    0
  21. #12939 Nazzga2 (@Nazzga2) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 12:54
    ถ้าเจ้คาเรนถูกพวกศาสณจักรจอมเหยียดเผ่าพันธุ์ตราหน้าเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแล่ที่จดหมายจากเจ้พระเจ้าเขียนถึงเซรอสว่า ใช่ทันสวรรค์ลบ-แก่เหยียดพวกนั้นซะ
    #12939
    1
    • #12939-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 13:21
      โคตรอยากให้ถึงสงครามเร็วๆ จะได้แสดงให้เห็นว่า 1 สู้ 100000 มันทำได้จริง
      #12939-1
  22. #12938 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 12:44
    ขอบคุณครับ สนุกมากเลยครับ
    #12938
    0
  23. #12937 tomtamninja (@tomtamninja) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 11:43
    สนุกกกกกมากกก
    #12937
    0
  24. #12936 papaworld (@papaworld) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 10:43
    เมียขอ มีหรือ เซรอสจะไม่ให้ หึหึ
    #12936
    0
  25. #12935 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 10:27

    ใกล้เข้ามาแล้ว
    #12935
    0
  26. #12934 Depthsan (@Depthsan) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 10:24
    ผมว่าซาริ น่าจะเป็น ซาริราตรีมากกว่า ตีนติดคริไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
    #12934
    1
    • #12934-1 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 11:54
      +1 จ้าาาาาาาา
      #12934-1
  27. #12932 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 09:54
    ก็จริงนะที่ควรจะมีทักษะที่เฉพาะทางน้อยๆเพื่อตัดตัวเลือกชวนปวดหัวระหว่างสู้ แต่ถ้าถึงทางตันของการฝึกหรือขั้นสูงสุดที่หาทางไปต่อไม่ได้ของทักษะ การหาทักษะใหม่มาก็ใช่ว่าจะผิดซะทีเดียว บางทีทักษะใหม่อาจหลอมรวมกับทักษะเก่าจนต่อยอดได้
    #12932
    3
    • #12932-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 13:23
      เหมือนเชี่ยวชาญปืนก่อนแล้วค่อยไปท่าต่อสู้ประชิดตัว กลายเป็นวิชา กันกาต้า
      #12932-1
    • #12932-3 luxnaro (@luxnaro) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 14:36
      ผมว่ามันมาจากลักษณะนิสัยของเซรอสมากกว่า เพราะนักฆ่าเน้นลอบสังหารที่ต้องกำจัดศัตรูในเวลาที่น้อยที่สุด การมีทักษะน้อยแต่แต่เลเวลเต็มจะเหมาะสุด ถ้าเป็นสายเวทแท้ทักษะยิ่งเยอะยิ่งดีถ้าเลือกใช้ไม่ถูกเองคือไม่เหมาะกับสาย แต่ฟรานโดนสอนมาในแนวนักรบเวทมากกว่าเพราะเซรอสไม่เชื่อถือในเวทมนเนื่องจากตอนแรกมันใช้ไม่เป็น
      #12932-3
  28. #12931 ThaipaKing (@ThaipaKing) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 09:37
    เมื่อไหร่ เซรอส จะมีอารมความรู้สึกอ่ะ เริ่มเบื่อตัวเอกแล้วอ่ะ โคตรตัวประกอบ มันไม่มีจุดเด่นอ่ะ อย่างนิสัยอ่ะ อย่างพวก รักเด็ก หรือ เกลียดเด็กไรงี้ ถึงเรื่องจะไปได้เรื่อยๆ แต่มันหน้าเบื่ออ่ะ
    #12931
    3
    • #12931-2 masukusang (@masukusang) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 21:54
      ให้เดลฟีโอน่ารุกไม่ได้หยอ
      มาดนางให้มากเลยอยากเห็นเซรอสโดนรุกบ้าง
      จะเป็นบุญตามากเลยอะ
      #12931-2
    • #12931-3 เอเรน (@kittiba) (จากตอนที่ 163)
      26 มีนาคม 2562 / 17:22
      ผมว่าคาเรนดีกว่าฮะ
      #12931-3
  29. #12923 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 08:16
    ฟรานก็เก่งขึ้นเยอะเลย เซรอสเหมือนพ่อเลย แต่ดูอีกทีเซรอสก็เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว 555
    #12923
    1
    • #12923-1 tomtamninja (@tomtamninja) (จากตอนที่ 163)
      25 มีนาคม 2562 / 16:02
      อย่าลืม #เลี้ยงต้อย
      #12923-1