ตอนที่ 161 : SS3 Episode Six : ล้อเล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1535 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

SS3 Episode Six

 



       บรรยากาศของเช้าวันนี้ค่อนข้างแปรปรวน มันมีลมค่อนข้างแรงและมีเมฆตั้งเค้าส่อแววว่าฝนจะตกมาแต่ไกล ดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศพยากรณ์ว่าวันนี้ฝนอาจจะตกตลอดทั้งวันและหนักมาก ซาริจึงวิ่งวุ่นเก็บผ้าปูที่นอนรวมไปถึงเสื้อผ้าของทุกคนที่เพิ่งจะซักเสร็จมาตากไว้ในที่ร่ม กว่าจะทำเสร็จเรียบร้อยฝนก็ตั้งเค้ามาแต่ไกลและเริ่มตกลงมาเป็นเม็ดเบ้อเริ่ม

       ฟรานกลับมาในสภาพเปียกปอนหลังไปตรวจสอบคอกสัตว์ว่ามีการป้องกันลมฝนหนาแน่นดีแล้ว เธอไม่ต้องการให้ประตูมันถูกลมพัดเปิดและทำให้พวกสัตว์เกิดอาการป่วย เฟนริลเดินตามมาติดๆ และแอบเนียนเดินไปใกล้ซาริจากนั้นก็สะบัดขนไล่น้ำออก

คาเรนอยู่ในห้องนอนของตัวเองกำลังพูดคุยวีดีโอคอลอยู่กับเบลูก้าเพื่อจัดการเรื่องการค้าตามกำหนดวาระ เธอพบว่าเทคโนโลยีนี้ค่อนข้างสะดวกมากในการติดต่อสื่อสารกับคนที่อยู่ทางไกล เธอสามารถจัดการเรื่องการสั่งซื้อได้แต่ติดเพียงแค่ไม่อาจลงนามได้ด้วยตัวเองเท่านั้น ทำได้เพียงแค่การรับทราบและให้เบลูก้าดำเนินการจัดการให้ ระยะหลังมานี้กิจการกลุ่มการค้าเซเรนค่อนข้างได้รับความนิยมสูงจนมีการติดต่อสั่งซื้อเข้ามามาก โชคดีที่ตอนนี้คาเรนได้ปล่อยสูตรการทำซอสสามรสออกไปแล้วเลยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณการผลิตที่น้อยมาก

วาคาบะนั่งเล่นแท็บเล็ตอ่านนิยายไลท์โนเวลที่มีอยู่ติดเครื่องกินมันฝรั่งทอดกับดื่มน้ำผลไม้ สำหรับคนในบ้านนี้แล้วตัวตนของวาคาบะแทบจะไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นได้เลย เหตุผลที่เธอไม่ต้องการจะกลับไปอยู่ในดันเจี้ยนน่าจะเป็นเพราะเรื่องอาหารการกินแถมที่นี่มีไฟฟ้าให้ใช้ อ่างอาบน้ำก็มีรวมไปถึงห้องน้ำที่แสนจะสะดวกสบาย แถมการที่เธอไม่ได้อยู่ที่ดันเจี้ยนเลยแต้มพ้อยท์ก็เกิดการสะสมกันจนได้คะแนนเพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน ติดแค่ถ้าไม่ไปดันเจี้ยนพัฒนาหรือแต่งเติมอะไรมันไม่ได้

ไม่มีใครเห็นเซรอสตั้งแต่เช้าแล้ว ทว่าทุกครั้งที่เขาหายตัวไปนั่นแสดงว่าจะต้องเป็นงานบางอย่างที่สำคัญจนปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลย แต่จะออกมาให้เห็นช่วงทานมื้อเช้าและมื้อค่ำ มื้อกลางวันจะทำแซนด์วิชไปทานกินเองในห้องส่วนตัว

       ไอศกรีมเป็นขนมหวานมีหลายรสชาติตั้งแต่รถกะทิ รสส้ม รสสตรอเบอร์รี่ ไปจนถึงรสช็อกโกแลต มันถูกแช่เย็นเก็บเอาไว้และอนุญาตให้กินได้กันคนละหนึ่งถ้วยต่อวัน ความเข้มงวดนี้เองทำให้มันกลายเป็นนิสัยของพวกเด็กๆ ไปโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต จะกินเวลาไหนก็ได้แต่มีโควตาอยู่เพียงคนละหนึ่งถ้วยต่อวัน ตอนที่วาคาบะทราบเรื่องนี้ก็รีบวิ่งไปขอร้องกับเซรอสและเป็นโชคดีที่อีกฝ่ายมีความเป็นผู้ใหญ่ใจกว้างพอยอมอนุญาตให้กินได้ภายใต้กฎและเงื่อนไขเดียวกัน

       “เสบียงใกล้หมด” ฟรานเอ่ยขึ้นหลังเปิดดูห้องกักตุนเสบียงสำหรับช่วงฤดูฝนที่ใกล้เข้ามาทุกที

       การกักตุนเสบียงอาหารจะทำกันเดือนละครั้ง สิ่งที่จะต้องแปรรูปก็จะทำเตรียมเอาไว้นั่นรวมไปถึงนมสดที่ฟรานกับซาริจะต้องดื่มกันทุกวันด้วย พวกเขาจะต้องเริ่มวางแผนการกักตุนเสบียงอาหารเพราะพื้นที่ในนั้นมีค่อนข้างจำกัด ส่วนใหญ่แล้วจะลิสต์รายการหลักกับรายการเสริมที่พอจะเติมเข้าไปในส่วนกักตุนเผื่อเอาไว้ได้ประมาณ 5-10 วันโดยประมาณ

       “แครอทเยอะๆ เจ้าค่ะ”

       ฟรานจดรายการลงไปและใส่ตัวเลขระบุจำนวนตามปกติ แต่มาฉุกคิดขึ้นได้ว่าตอนนี้พวกเธอมีจำนวนคนเพิ่มมาอีก 2 คนและอีก 1 ตัว ปริมาณอาหารก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน การที่เซรอสไม่พูดเรื่องนี้ก็เพราะอยากให้พวกเธอได้ลองคิดวิเคราะห์กันด้วยตัวเอง

       ตรวจสอบของที่ขาดเหลือและจดบันทึกเอาไว้ คาเรนเป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่วุ่นวายเรื่องอาหารการกินสักเท่าไหร่เลยไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่วาคาบะนั้นไม่น่าจะใช่ซะทีเดียว ฟรานไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีอาหารใดที่กินไม่ได้หรือมีที่ชอบเป็นพิเศษหรือไม่ก็เลยจำเป็นจะต้องเดินไปถามด้วยตัวเอง มันเป็นบทสนทนาที่กว่าจะพูดคุยกันได้ก็ค่อนข้างลำบากเอาเรื่องอาจเพราะฟรานสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับสากลแล้ว และอยู่ในระหว่างการศึกษาพื้นฐานการใช้ภาษาญี่ปุ่นโดยขอให้เซรอสเป็นครูสอน ต่างจากวาคาบะที่คุยภาษานูมอร์ได้เป็นบางคำ ส่วนภาษาอังกฤษนอกจากที่นิยมใช้กันก็ไม่รู้คำศัพท์แบบอื่นอยู่เลย แต่ก็ยังพอจะสื่อสารเป็นคำๆ กันได้รู้เรื่องอยู่

       กลายเป็นว่าต้องมาช่วยกันเก็บเกี่ยวผลผลิตและนำไปแปรรูปเป็นอาหารยามฉุกเฉิน วาคาบะพูดไม่ออกเมื่อได้เดินเข้ามาในเรือนกระจกและพบว่ามันมีความกว้างมากกว่าสภาพที่เห็นอยู่ภายนอก ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่อ่านไลท์โนเวลแนวต่างโลกมาตั้งมากมายย่อมเข้าใจดีว่านี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า พลังโกง ของเซรอสก็เป็นได้ ถ้าสังเกตจากข้าวของเครื่องใช้ที่บางส่วนเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงเช่น ตู้เย็น แท็บเล็ต เครื่องดนตรี กระทั่งไฟฟ้าน่าจะเป็นพลังที่ใช้ในการก่อสร้างหรือเป็นพลังในการแปรรูปวัสดุ เพราะเธอเคยเห็นไม้ที่ถูกขนมานั้นมีสภาพทุกอย่างทั้งน้ำหนัก ขนาด และรูปทรงเท่ากันแบบไม่ผิดเพี้ยน

       และบางทีพลังนั่นอาจจะสามารถยกระดับเสริมความพิเศษเข้าไปอีกก็เป็นได้

       การวิเคราะห์ของวาคาบะก็ไม่เชิงผิดไปจากความเป็นจริงซะทีเดียว พลังนี้ค่อนข้างคล้ายกับเธอแต่มีความแตกต่างกันในด้านเงื่อนไขและผลลัพธ์ อย่างการที่วาคาบะเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์จึงสามารถใช้แต้ม DP ในการซื้อสินค้าต่างๆ ได้ตั้งมากมาย แต่ไม่สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ได้ เธอเดาว่าพลังของเซรอสน่าจะเป็นการสร้างและแปรรูปวัสดุได้ดั่งใจ ขอเพียงมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเทคโนโลยีก็น่าจะสร้างอุปกรณ์ที่ทันสมัยขึ้นมาได้เรื่อยๆ มันเป็นพลังที่เหมาะสำหรับการสร้างเมืองอย่างแท้จริง

       ฟรานยืนดูแผนที่เรือนกระจกและมองหาดูว่าจะต้องไปที่ชั้นไหนบ้าง เมื่อสรุปกันได้แล้วก็กระจายงานให้แต่ละคนโดยห้ามไม่ให้ซาริไปยุ่งเกี่ยวกับไร่แครอทเนื่องจากซาริจะไม่ยอมทำงานอย่างจริงจังและยังจะแอบขโมยแครอทไปอีกด้วย จะให้วาคาบะรับหน้าที่ทำงานโซนพืชหัวก็ไม่ได้เพราะมันจะต้องดำเนินการอะไรที่ยุ่งยากและวุ่นวาย เลยให้ไปเก็บผลผลิตที่โซนพืชล้มลุกแทนร่วมกันกับซาริ ส่งลิสต์รายการและจำนวนที่ต้องเก็บซึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษด้วยลายมือที่ดูน่ารัก ก่อนจะแยกย้ายไปทำงานกัน

       รถเข็นสำหรับเก็บเกี่ยววัตถุดิบเป็นอุปกรณ์ที่แสนสะดวกสบาย วาคาบะเข็นรถตามหลังแม่กระต่ายที่บ่นอะไรสักอย่างซึ่งเธอจับใจความไม่ได้ พอเห็นว่าอีกฝ่ายหยุดและเริ่มลงมือเก็บเกี่ยวพืชล้มลุกก็ทำตามทันที แต่มันน่าตกใจมากที่ผลผลิตเหล่านี้มีขนาดที่ใหญ่และดูมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เห็นกระต่ายขาวหยิบเอาผลไม้ที่เก็บได้มากินและทำท่าทางบุ้ยใบ้บอกให้ลองกินดูบ้าง รสชาติของมันอร่อยกว่ามากโดยเฉพาะสตรอเบอร์รี่ที่ทำเอาเธออยากจะกินมันอีกหลายลูก

ยังดีที่วาคาบะหักห้ามใจตัวเองได้เลยไม่ได้ทำแบบซาริที่กินไปด้วยและเก็บผลผลิตไปด้วย

แม้ว่าข้างนอกจะมีเสียงฝนตกอย่างหนักและมีฟ้าร้องเป็นบางครั้งบางคราว แต่การทำงานข้างในก็เหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกเสียจากซาริที่กระโดดลงไปซ่อนตัวในลังไม้หลังเสียงฟ้าร้องได้และไม่ยอมที่จะออกมาอีก วาคาบะก็คุยกับซาริไม่รู้เรื่องเลยต้องเดินขึ้นไปเรียกฟรานที่กำลังรื้อถอนพืชหัวออกมาและลงท่อนพันธุ์ลงไปเพื่อปลูกซ้ำจนเนื้อตัวเปรอะเปื้อน ฟรานเลยหยิบเอาที่อุดหูออกมาและบอกให้มอบกับซาริเป็นวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ได้ผลที่สุด ซาริกลัวเสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่าเลยลำบากเวลาต้องทำงานตอนฤดูฝน

จนเมื่อได้ผลผลิตครบตามรายการแทนที่มันจะเสร็จแล้วและไปพักผ่อนได้ วาคาบะกลับต้องอ้าปากค้างหนักกว่าเดิมหลังรู้ว่ายังมีงานให้ทำอีกตั้งหลายอย่างและไม่อาจรอช้าได้ สำหรับคนที่เคยใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไหนเลยจะเข้าใจหัวอกคนรากหญ้าที่ต้องลงมือลงแรงเพาะปลูกผลผลิต ตอนนี้เธอไม่เหลือเรี่ยวแรงพอจะทำงานอื่นได้แล้ว แต่กับพวกฟรานแล้วยังต้องทำอีกเยอะโดยเฉพาะการแปรรูปเพื่อถนอมอาหารให้ยาวนานยิ่งขึ้นและการแพ็กเก็บใส่ถุงแบบกำจัดง่ายเพื่อความสะดวกในการตรวจนับ

“ในที่สุดก็เสร็จ กี่โมงแล้วเนี่ย” วาคาบะทิ้งตัวลงนั่งบนแผ่นไม้ที่ทำไว้เป็นที่นั่งพักทานอาหาร

ฟรานยกนาฬิกาขึ้นมาดูแล้วตอบ “บ่ายสี่โมงครึ่ง นี่แค่การเก็บเกี่ยวเท่านั้น ฤดูฝนใกล้เข้ามาแล้วต้องเตรียมพร้อมหลายอย่าง”

พอเป็นภาษาอังกฤษฟรานดูจะพูดคล่องกว่าใช้ภาษานูมอร์ วาคาบะจับใจความได้ไม่มากนักแต่เนื่องจากเป็นคำศัพท์ที่คุ้นชินเลยพอจะฟังรู้เรื่องอยู่บ้าง ใจหนึ่งก็หวาดกลัวความเป็นอัจฉริยะของเด็กคนนี้ที่นับวันก็จะยิ่งเรียนรู้ภาษาใหม่ได้แล้ว

“งานหนักขนาดนี้ไม่เหนื่อยหรือยังไง” วาคาบะโอดครวญเสียงเบา

“ฉุกเฉินขึ้นมาจะลำบาก”

“เวลาแบบนี้เขาไม่มาช่วยงานเหรอ?”

“เขาไม่ว่าง” ฟรานตอบ

การกักตุนเสบียงอาหารไม่ใช่ว่าทำวันเดียวจะเสร็จได้ แม้ว่าจะมีเครื่องมือช่วยทุ่นแรงไปบ้างแต่ก็ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์ในการกักตุนอาหารสำหรับหนึ่งเดือนและยิ่งเป็นฤดูหนาวยิ่งมีงานให้ต้องทำอีกหลายอย่าง

หมดเวลาหนึ่งวันไปกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตและยังไม่เสร็จดีก็ต้องพักงานกันเอาไว้ก่อน ข้างนอกนั้นยังมีฝนตกอยู่และท่าทางจะไม่ยอมหยุดลงง่ายๆ ฟรานแยกไปดูโรงเลี้ยงสัตว์เพื่อตรวจเช็คความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นจึงกลับมาที่บ้าน พบว่าคาเรนยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างมองออกไปข้างนอกด้วยสายตาดูเป็นกังวลมาก เธอเพิ่งจะมาตระหนักได้ถึงความอันตรายของสภาพอากาศช่วงฤดูฝนและกลัวว่าจะทำให้การเพาะปลูกได้รับความเสียหาย อยากจะสอบถามพวกเซรอสก็พบว่าวันนี้ไม่มีใครอยู่ในบ้านเลย

พอเห็นพวกฟรานกลับมาคาเรนก็อดไม่ได้ที่จะถามหาเซรอส เธอกลัวว่าหากปรึกษาช้าเกินไปจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ปัญหาเรื่องอุทกภัยจำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขล่วงหน้า โชคไม่ดีนักที่เซรอสเมื่อตัดสินใจทำงานอะไรบางอย่างเขาจะตัดขาดการจากโลกภายนอกและขลุกตัวอยู่ในห้องใดสักแห่งที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปรบกวนได้

ทว่าสิ่งที่คาเรนเป็นกังวลไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในหมู่บ้านแห่งนี้โดยเด็ดขาด

ต้องย้อนกลับไปในช่วงสมัยที่เซรอสถูกส่งมาอยู่ใหม่ๆ เขาได้ประสบพบเจอกับปัญหาต่างๆ มากมายโดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมที่ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ จึงได้มีการออกแบบระบบชลประทานที่แก้ปัญหาเรื่องอุทกภัยได้เป็นที่เรียบร้อย อาจมีช่วงที่กระแสน้ำเชี่ยวกรากดูน่ากลัวไปบ้างแต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องน้ำท่วมหรือความเสียหายที่จะตามมาเลย

แม้แต่ฟรานเองก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์อุทกภัยอย่างที่คาเรนพูดถึงเลยสักครั้งเดียว

       นอกจากนี้พวกดีแมนก็อยู่มาเกือบจะครบหนึ่งปีแล้ว แต่ไม่เห็นมีรายงานปัญหาอะไรมาเลยโดยเฉพาะความเสียหายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ถึงจะมีความเสียหายเกิดขึ้นแต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดจะมาสร้างความลำบากให้แก่เซรอส เป็นไปได้ก็จะรวบรวมคนมาช่วยกันซ่อมแซมความเสียหาย อาศัยความรู้ทั้งหมดที่มีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเป็นการชั่วคราว

       ฟรานไม่รู้จะอธิบายอะไรอย่างไร นอกจากเดินไปที่ตู้โทรศัพท์และกดหมุนหมายเลขไม่กี่ตัวและรอสัญญาณครู่หนึ่ง

       “มีอะไรหรือเปล่า?”

ที่ไม่ถามว่าเป็นใครเพราะคนที่รู้จักเบอร์ติดต่อมีแค่คนเดียว และให้ใช้ในกรณีที่จะต้องติดต่อกันเร่งด่วนเท่านั้น

“คาเรนอยากคุยด้วย” ฟรานตอบและยื่นส่งให้กับคาเรน

หญิงสาวรับไปและเริ่มอธิบายถึงปัญหาที่เกรงว่าอาจจะเกิดขึ้น เซรอสจึงได้อธิบายให้คาเรนโดยละเอียดพร้อมกับขอให้นำแท็บเล็ตขึ้นมาดู เขาส่งบันทึกคำอธิบายต่างๆ ที่เห็นภาพได้อย่างชัดเจนลงไปซึ่งมันทำให้คาเรนตื่นเต้นมากราวกับได้ค้นพบขุมทรัพย์แห่งใหม่ เธอค่อนข้างสนใจสิ่งที่เรียกว่าระบบชลประทานเป็นอย่างมากและด้วยวิธีนี้จะสามารถบริหารจัดการเรื่องน้ำในช่วงฤดูแล้งได้ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนใช้เวลาพูดคุยกันนานแค่ไหน แต่สุดท้ายคาเรนก็วางสายและกอดแท็บเล็ตเอาไว้แนบแน่นราวกับว่ามันคือสิ่งสำคัญที่ต้องปกป้องด้วยชีวิต

 

       โรงงานส่วนตัวของเซรอสเป็นห้องขนาดใหญ่ที่เขาเคยใช้เพื่อสร้างดาวเทียมที่นี่ มันเต็มไปด้วยขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นมาและเกิดความผิดพลาดเลยถูกนำไปกองเอาไว้ที่มุมหนึ่ง พลังในการสร้างของเซรอสมีความสามารถในการก็อปปี้ผลงานความสำเร็จเพื่อความสะดวกในการสร้างงานชิ้นถัดไปที่มีชิ้นส่วนเดียวกัน ดังนั้นเขาเลยจำเป็นจะต้องสร้างตัวแม่พิมพ์ที่สมบูรณ์ขึ้นมาก่อนและเก็บบันทึกนี้เอาไว้ใช้ในภายหลัง ดูจากกองขยะที่สูงพะเนินนั่นน่าจะยืนยันได้เป็นอย่างดีว่างานนี้ค่อนข้างยากมากทีเดียว

       วางสายจากการพูดคุยกับคาเรนที่เป็นห่วงเรื่องอุทกภัยเสร็จก็ส่งมอบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการชลประทานไปที่แท็บเล็ตของคาเรน ด้วยวิธีนี้มันค่อนข้างสะดวกมากไม่จำเป็นจะต้องพกหนังสือเล่มใหญ่ก็หาข้อมูลได้โดยละเอียด ตั้งแต่ที่รู้ว่าจะต้องช่วยเหลือคาเรนเพื่อให้เธอกลายมาเป็นผู้ปกครองดินแดนต้องสาปก็เตรียมสิ่งจำเป็นทั้งหมดให้โดยเฉพาะคลังข้อมูล แต่จะให้คอยมาส่งให้ทีละอย่างมันคงจะดีกว่าถ้ามีผู้ช่วยเหลือ

       นั่นเลยเป็นเหตุผลให้เซรอสต้องมาขลุกตัวทำงานอยู่ในห้อง ดื่มกาแฟชดเชยไปตั้งหลายสิบแก้วและผมเริ่มยุ่งกระเซิง

       โครงการปัญญาประดิษฐ์

       มันไม่ใช่แค่การพิมพ์โค้ดโปรแกรมเขียนระบบเท่านั้น

       แต่มันจำเป็นจะต้องมีเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้รองรับระบบการทำงานที่ประมวลผลด้วยความเร็วสูงได้ การสร้างเซิร์ฟเวอร์นี่ต่างหากถึงจะเรียกว่าเป็นงานยักษ์ของจริง ด้วยวิทยาการที่มีอยู่นั้นยังไม่ตอบโจทย์ในการสร้างเซิร์ฟเวอร์ได้เลย ลำพังแค่ชิ้นส่วนเล็กๆ ก็ต้องใช้วิทยาการชั้นยอดเพื่อสร้างมันขึ้นมาด้วย ก็ยังดีที่พลังในการสร้างนั้นยังช่วยอำนวยความสะดวกได้บ้างถ้ามีบางส่วนที่ผิดพลาดเกิดขึ้นก็สามารถสร้างชิ้นส่วนที่บันทึกเอาไว้ก่อนหน้ามาลองได้เสมอ

       เข้าใจเลยว่าทำไมพวกฝ่ายเทคนิคถึงได้แสดงใบหน้าเจ็บปวดทุกครั้งที่อุปกรณ์ลูกรักของพวกเขาถูกใช้งานจนพังยับเยิน การสร้างมันขึ้นมาแต่ละชิ้นต้องใช้ระยะเวลานานอาจจะนานกว่าหกเดือนหรือสองปีก็ไม่อาจทราบได้ แถมยังต้องทำรายงานเพื่อของบประมาณวิจัยกับใช้อุปกรณ์ทำให้ผลงานเหล่านั้นมีคุณค่าอย่างมหาศาล

       ถึงจะมีแบบแปลนการสร้างอยู่ก็ตาม แต่การจะสร้างชิ้นส่วนอะไหล่ให้ตอบโจทย์ได้เป็นอะไรที่ยากมากจริงๆ

       กร๊อบ!

       เซรอสขยี้แผงวงจรที่เพิ่งจะทำไปได้เกือบเสร็จแล้วแต่ดันทำผิดพลาดไปหนึ่งขั้นตอนด้วยมือเปล่า เขาโยนมันไปที่กองขยะอิเล็กทรอนิกส์และนำวัสดุชิ้นใหม่ขึ้นมาเปลี่ยนมันให้เป็นแผงวงจรแบบเมื่อสักครู่

       เป็นคนอื่นพวกเขาคงไม่ใจเย็นแบบนี้แน่ เซรอสเพียงแค่มีทักษะในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเองก็เลยไม่เคยแสดงอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิดออกมาเลยสักครั้งเดียว แม้จะมีอารมณ์ที่ดูเหมือนโกรธแต่นั่นก็แค่พยายามสร้างเหตุผลให้โกรธกับตนเอง แม้กระทั่งความโศกเศร้าเสียใจ เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้เขากลัวว่าตนเองจะกลายเป็นคนที่ไร้อารมณ์ไปโดยสิ้นเชิงเข้าสักวัน ถึงพระเจ้าจะเป็นผู้เอ่ยปากเองว่าช่วยแก้ไขตัวตนและสภาพจิตใจให้แล้วก็ตาม แต่การฝึกและการล้างสมองขององค์กรก็เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เหลืออยู่ในความทรงจำ

       มองดูโครงสร้างของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ดำเนินไปได้เพียงแค่ 1% มันดูเหมือนไม่ขยับไปไหนแต่ขนาดที่แท้จริงของมันกินพื้นที่เท่ากับห้องประชุมขนาดใหญ่ เขาจำเป็นต้องสร้างทีละส่วนและค่อยนำไปประกอบสร้างที่ห้องลับพิเศษอีกที

       เครื่องจักรที่ใช้ทำชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงเองก็ต้องสร้างขึ้นมาด้วย แบบนี้จะได้สร้างวิทยาการที่ก้าวหน้าไม่แพ้อำนาจเวทมนตร์ได้ มีหลายอย่างเลยที่เซรอสค้นพบว่าหากมีมันไว้ใช้ก็จะสะดวกขึ้นเยอะ

       สำหรับคนบนโลกนี้สิ่งเหล่านั้นมันคงไม่ต่างอะไรกับอารยธรรมของเทพเจ้า

       เงาสายหนึ่งยืดออกมาจากพื้นเป็นรูปมือและมันพยายามหยิบจับอุปกรณ์ที่อยู่โต๊ะข้างทั้งซ้ายและขวา ต้นแบบเวทมนตร์ดั้งเดิมของมันคือ หอกเงา แต่ภายหลังเซรอสได้ค้นพบความลับที่แท้จริงของเวทมนตร์บทนี้จึงเปลี่ยนรูปแบบของมันเสียใหม่ จากลักษณะที่ควรจะเป็นหอกแหลมพุ่งขึ้นมาจากเงา ก็จะเปลี่ยนเป็นการควบคุมเงาให้ยืดหดได้ตามข้อจำกัดของมัน การฝึกฝนจึงต้องเน้นไปที่ทักษะการควบคุมเพื่อให้ดึงประสิทธิภาพของมันออกมาได้ดียิ่งขึ้น

       ปกติแล้วเซรอสจะใช้มันเป็นแส้เงาที่พุ่งขึ้นมาด้วยความเร็ว อาศัยความบางเฉียบของเงาเป็นไพ่ตายเพื่อตัดทุกสรรพสิ่ง

       จะว่าไปแล้วเวทมนตร์ธาตุอื่นๆ ก็ถูกฝึกฝนเพื่อใช้ในการสังหารเป็นหลักเช่นกัน ต้องขอบคุณผู้อำนวยการอินโนเซนเทียร์ ลิลิธที่มาช่วยฝึกฝนให้ แม้ว่าบทเรียนนั่นจะอันตรายถึงตายเลยก็ตาม

       ผลลัพธ์ที่ได้คือความแข็งแกร่งทางเวทมนตร์ที่ก้าวกระโดดไปไกลมาก

       ทำงานไปได้สักพักก็รู้สึกว่ากาแฟพร่องไปเยอะ มองดูเหยือกกาแฟที่หมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ สุดท้ายก็จำเป็นจะต้องวางงานลงและเดินไปชงกาแฟซึ่งอยู่ไกลจากโต๊ะทำงานเพียงแค่สามก้าว แซนด์วิชในจานดูไม่น่ากินอีกต่อไปถึงอย่างนั้นเขาก็รีรอที่จะหยิบมันเข้าปาก รสชาติของมันแย่มากแต่ก็พอกินได้ ระหว่างที่กำลังรอน้ำเดือดก็เดินไปกดแป้นพิมพ์เพื่อตรวจสอบดูสถานการณ์ต่างๆ ทั้งหมดบนหน้าจอที่แขวนเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

       มีทั้งความเคลื่อนไหวภายในบ้านที่พยายามจะไม่ลุกล้ำความเป็นส่วนตัว ภาพความเคลื่อนไหวภายในเมืองซึ่งเซรอสได้นำกล้องไปติดเอาไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย และยังมีภาพถ่ายจากวงโคจรที่แสดงให้เห็นถึงกลุ่มเมฆฝนและความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทั่วทุกมุมโลก มันช่วยให้ทำนายสภาพอากาศได้ล่วงหน้าถึง 7-10 วัน ความแม่นยำอยู่ที่ประมาณ 70-80% สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากในการเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติล่วงหน้า

       ข้างนอกฝนยังตกหนักอยู่และดูจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากไม่แปลกใจเลยที่คาเรนจะเป็นกังวล ต้องไม่ลืมว่าส่วนหนึ่งของบ้านอยู่ติดกับแม่น้ำและยังมีทางน้ำที่ขุดขึ้นมาใหม่สำหรับใช้งานในเรือนกระจกอีกด้วย แต่สุดท้ายมันก็เป็นแค่การกังวลเกินเหตุอยู่ดี

       “ฤดูฝนใกล้เข้ามาแล้วสินะ”

       แม้จะยังเหลือเวลาอีกหลายสัปดาห์ก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝน สำหรับหมู่บ้านเล็กๆ ที่ต่างโลกนี่เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เช่นเดียวกันกับฤดูหนาวที่มีกองหิมะทับถมยากจะหาของป่ามากินประทังชีวิต หากไม่ใช่พวกพเนจรที่ใช้ชีวิตด้วยการหาของป่าก็ยากจะมีชีวิตรอดในฤดูอันโหดร้ายได้ เซรอสที่ตระหนักได้ถึงความน่ากลัวของธรรมชาติเลยคิดว่าอนาคตเมืองนี้ควรจะมีระบบพยากรณ์อากาศเพื่อให้ทุกคนสามารถวางแผนการใช้ชีวิตหรือการเดินทางในช่วงเวลา 5-7 วันได้อย่างปลอดภัย

       คิดแล้วก็น่าขำที่นักฆ่าอย่างเขาจะมาสนใจความปลอดภัยของคนอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายด้วย

       กาแฟร้อนแล้วก็รินใส่แก้วขึ้นมาดื่ม พลางใช้เวทมนตร์มือเงาหยิบจับวัสดุขึ้นมาและลงมือควบคุมการทำงานของมัน หากผิดพลาดก็แค่ทำลายทิ้งไม่จำเป็นจะต้องไปใส่ใจ หลังจากนี้ก็ค่อยนำไปใส่ลงเครื่องย่อยวัสดุย่อยยากที่สร้างมาด้วยพลังของพระเจ้าก็พอ มันเป็นเหมือนการรีไซเคิลซึ่งจะได้วัสดุดั้งเดิมกลับคืนมาเพียงแค่ 40% เท่านั้น วิธีนี้สะดวกมากในการทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์พวกนี้

       บางทีเขาอาจจะต้องอดนอนไปอีกหลายวันเพื่อสร้างเซิร์ฟเวอร์ให้แล้วเสร็จ

       ฟรานเรียกร้องอยากจะฝึกการต่อสู้กับเวทมนตร์แต่ทำไม่ได้เพราะการมีอยู่ของรังมดเป็นความลับ

ไหนจะต้องรักษาสัญญาพาซาริไปเล่นสวนน้ำอีก

ยังไม่รวมเรื่องที่ต้องเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กสาวดันเจี้ยนมาสเตอร์ กับคอยช่วยเหลือคาเรนในการพัฒนาเมือง

       หน้าที่นับวันก็ยิ่งจะเพิ่มขึ้นเลยรู้สึกเหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังชักใยตัวเองอยู่

       “บางทีเราควรยึดครองโลกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” เซรอสพึมพำ

       สิ้นคำพูดของเขาก็ปรากฏมีฟ้าผ่าลงมาเสียงดัง เปรี้ยง!’ แม้จะอยู่ในรังมดก็ยังรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน

       เขายิ้มเล็กน้อยและกล่าว “ล้อเล่นนิดเดียวก็ไม่ได้ จะจริงจังไปไหน”

 




ผมกำลังจะเปิดขายภาค 2 นะครับ

ขอบคุณทุกการสนับสนุน ตอนนี้มาม่าผมหมดแล้ว

ใครมีมาม่าส่งมาให้ผมบ้างก็ได้

ปล.มีใครคิดถึงขุนพลปีศาจมิเกลบ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.535K ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #12900 367-7 (@367-7) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:31
    พุดถึงละก้พึ่งนึกได้ เมืองของนางสร้างเสร็จแล้วมั้งป่านนี้
    #12900
    0
  2. วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 09:48
    เปิดมาก้อรอเป เปิดไวๆล่ะไรท เดวมาม่าหมดนะ
    #12893
    1
    • #12893-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 161)
      21 มีนาคม 2562 / 13:12
      หมดไปนานล่ะ
      #12893-1
  3. #12888 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 18:34
    ลืมไปแล้วว่ามีตัวละครที่ชื่อมิเกลด้วย
    #12888
    0
  4. #12857 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:24

    555555 อ้าวมีตัวละคนชื่อ มิเกลด้วยเหรอ?

    แต่อาเรสนี้จำได้นะ สามีเซรอสไง
    #12857
    0
  5. #12853 Vampire_killeR (@vana_killer) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 17:35
    คนอะไรแกล้งแม้แต่พระเจ้า...
    เกือบลืมมิเกลไปแล้วนะ นางสร้างเมืองของนางไปถึงไหนแล้วเนี่ย??
    #12853
    0
  6. #12852 E nasuma-11 (@35526) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 15:24
    มิเกลคือใคร ?????
    ออกมาตอนไหนจะใด้กลับไปอ่าน
    #12852
    0
  7. #12850 นิรนาม4771 (@sd4637) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 13:32
    ใครอ่ะ ลืมมม
    #12850
    0
  8. #12848 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 06:22
    55555พระเจ้าไม่มีอารมณ์ขันเลยย
    #12848
    0
  9. #12847 •LαیαloŦ• (@razcario010) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 00:49
    โอ้วววว! เธอคนนี้จะมีบทแล้วรึ.. ผมนี่ร้องไห้คร่ำครวญทุกวันว่าตัวเองเมื่อจะมีบทสักที..... ทีนี้! ไรท์ก็บอกว่ามิเกล! ผมก็น้ำตาซึมทันทีทันใด"กระซิก"

    (จริงจังไปไหน555)​
    #12847
    2
    • #12847-1 Narcos (@Narcos) (จากตอนที่ 161)
      18 มีนาคม 2562 / 13:53
      เดี่ยวนะ...มิเกลคือไคร?
      #12847-1
    • #12847-2 mikaale (@mikaale) (จากตอนที่ 161)
      18 มีนาคม 2562 / 17:36
      มิเกลคือ ปีศาจสาวที่เซรอสไปจูบแบบดูดดื่มตอนไปหากาแฟที่แตนปีศาจงับ
      #12847-2
  10. #12845 Maruoni (@Maruoni) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:16
    ลืมชื่อไปแล้วคับ
    #12845
    0
  11. #12844 boar (@samatchabk) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:14
    ลืมไปแล้วครับ
    #12844
    0
  12. #12843 nanokuzu (@deadspawn02) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:22
    พระเจ้าไม่ได้มีอารมณ์ขันขนาดนั้นเพราะสกิลของแกนั้นแหละ
    #12843
    0
  13. #12842 nanokuzu (@deadspawn02) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:21
    พระเจ้าไม่ได้มีอารมณ์ขันขนาดนั้นเพราะสกิลของแกนั้นแหละ
    #12842
    0
  14. #12840 Lotte Dittakan (@lotte9021) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 12:25
    มาม่าไม่มี มีแต่น้ำร้อนแทนได้ไหม
    ปีศาจผู้ติดเชื้อสโลไลท์จากเซรอส จะสามารถดูแลดินแดนที่ได้รับมายังไง ชีวิตเรื่อยเปื้อยแบบมนุษย์ประหลาดจะทำได้ไหม 555
    #12840
    0
  15. #12839 samart2300 (@samart2300) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 10:50

    เทพทัต

    #12839
    0
  16. #12837 tekatat (@tekatat) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 02:59
    อย่าว่าพระเจ้าไม่มีอารมณ์ขันเลย ลองคนอื่นรู้ความสามารถแล้วก็คิดว่าจริงกันเกือบทุกคนนั้นแหละ5555
    #12837
    0
  17. #12835 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:01

    ฝั่งเราก้อมีมาม่าเปนเพื่อนยากตั้งแต่กลางเดือนเหมือนกัน...กระซิกๆๆ
    #12835
    0
  18. #12834 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:43

    มีสิครับรออยู่ว่าจะออกตอนไหน

    #12834
    0
  19. #12833 outofrechl (@outofrechl) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:09
    ลืมไปละว่ามีตัวละครนี้
    #12833
    0
  20. #12832 kulllovely (@kulllovely) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 18:56

    เค้าคิดถึงงงง

    #12832
    0
  21. #12831 JetnipatKong (@JetnipatKong) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 16:21
    ขอมิเกลกลับมาสักฉาก
    #12831
    0
  22. #12830 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 16:16
    พระเจ้านี่ไม่มีอารมณ์ขันเสียเลย 555555
    #12830
    0
  23. #12829 pitchre (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:18
    มิเกลไหนแล้วนะ แงง อต่ว่าๆๆๆๆ เติมเหรียญรอซื้อแล้วนะคะ!
    #12829
    1
    • #12829-1 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 161)
      16 มีนาคม 2562 / 17:29
      ถ้าเราจำไม่ผิด มิเกลน่าจะเป็นขุนพลปิศาจที่เซรอสเคยจูบอย่างดูดดื่มค่ะ 555
      #12829-1
  24. #12828 Thank You (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:12

    ขอบคุณครับ

    #12828
    0
  25. #12827 USSxOoDx (@USSxOoDx) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 09:46
    นี่มัน... คาถาเงาเลียนแบบชัดๆ
    #12827
    0