ตอนที่ 16 : Episode Fifteen : เริ่มต้นฤดูกาลใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1031 ครั้ง
    14 มี.ค. 60

Episode Fifteen

 



        มันเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเข้าสู่ฤดูกาลใหม่

        เป็นเช้าที่สดใสและไร้ซึ่งกองหิมะ อากาศเย็นยังคงอยู่แต่ก็อบอุ่นมากยามที่ได้รับแสงอาทิตย์

        ในมุมมองของเซรอสภาพของสิ่งปลูกสร้างโปร่งแสงกำลังแสดงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ โรงเลี้ยงสัตว์นั้นสามารถสร้างได้ง่ายดายมากเพียงแค่นำไม้มาต่อเติม และมีระบบอัพเกรดให้อีกด้วยเป็นออฟชั่นเสริมที่เซรอสพึ่งจะเข้าใจ

        โดยระบบอัพเกรดนั้นสามารถใช้ได้กับสิ่งปลูกสร้างทุกอย่างที่ยึดติดอยู่กับที่ ทำให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น อย่างโรงนาที่ถูกอัพเกรดก็จะสามารถบรรจุผลผลิตได้เพิ่มมากขึ้น โดยคิดน้ำหนักเป็นตันต่อ 1 หน่วย แม้แต่บ้านเองก็ทำได้เช่นกันเพียงแต่มันจะถูกเปลี่ยนจากไม้เป็นหินและปูนทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น

        เมื่อสามารถสร้างได้เซรอสก็สามารถลบได้เพียงแค่กดปุ่ม โดยมีเงื่อนไขก็คือต้องเป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นด้วยพลังในการสร้างเท่านั้น เพื่อให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางที่สุดจึงต้องปรับปรุงพื้นที่ครั้งใหญ่ ปกติแล้วไม่ค่อยมีคนอยากจะให้โรงเลี้ยงสัตว์มันอยู่ใกล้กับสถานที่พักอาศัยด้วยเหตุผลเรื่องกลิ่น ทว่าด้วยสิ่งปลูกสร้างนี้จะแก้ปัญหาโดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับพื้นที่อาศัยของพวกเขาเลย

         เรือนกระจกสำหรับปลูกพืชทั้งสี่ฤดู ถึงจะกำหนดเป็นฤดูก็ตามแต่คำอธิบายเกี่ยวกับเรือนกระจกมันบอกแค่ว่า ปลูกพืชนอกฤดูได้ทุกชนิด นั่นแสดงว่าไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมสภาพอากาศพวกมันก็จะเติบโตและให้ผลผลิตได้ ดังนั้นเลยต้องออกแบบให้มันมีหลายชั้นลึกลงไปใต้ดินสักหน่อย วาดกำหนดตารางขึ้นมาทั้งสี่ช่อง กำหนดระดับความลึกเอาไว้ให้เรียบร้อย สร้างปีศาจเงาขึ้นมาและใช้ให้พวกมันช่วยขุดดินให้

        ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง เซรอสใช้เวลาไปกับการออกแบบจนกระทั่งได้แบบที่ต้องการแล้วก็เริ่มต้นลงมือทำงานกันอย่างจริงจัง เดินทางไปที่เหมืองแร่พบว่าพวกมันขุดกันจนปิดทางเข้าหมดแล้ว เขาเก็บแร่ทั้งหมดมาใส่กระเป๋ามิติ ทิ้งขวานเจาะหินชุดใหม่ไว้และกลับไปที่บ้าน หยิบขวานและเริ่มไปตัดต้นไม้ต่อจนถึงมืดค่ำ

        วันรุ่งขึ้นก็สร้างปีศาจเงาขึ้นมาอีกตัว ใช้ให้พวกมันไปตัดไม้แทน ส่วนเขากับซาริก็ไปช่วยกันจัดเตรียมท้องนา ช่วงที่อยู่คนเดียวเซรอสได้มาตรวจดูคุณภาพดินพวกนี้แล้ว ก็เลยใช้เวลาช่วงนั้นในการปรับปรุงดินครั้งใหญ่แต่คุณภาพมันก็ไม่ได้ดีมากนักอาจจะปลูกได้แต่ก็ต้องหมั่นดูแลอยู่เสมอ ในตอนนั้นเซรอสได้เห็นหน้าต่างแปลกๆ กะพริบเหมือนกับข้อความอยู่ในส่วนของบ้าน หัวข้อ 'เก็บเกี่ยว' ปรากฏขึ้นมาโดยไม่รู้ว่ามันคืออะไร พอกดปุ๊บก็มีกระสอบโผล่ขึ้นมาจากอากาศ

        - ปุ๋ย เพิ่มคุณภาพและช่วยในการปรับปรุงผิวดิน ลดระยะเวลาในการเจริญเติบโต และเพิ่มคุณภาพของผลผลิต

        ที่ผ่านมาเซรอสไม่ค่อยได้สนใจในหมวดหมู่บ้านมากนักเพราะเขาไม่ได้มีอะไรจะต้องสร้าง ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมบ่อพักสิ่งปฏิกูลมันถึงไม่มี แต่พลังในการสร้างนี้ทำได้กระทั่งแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำไปใช้งานได้ทันที แต่มันระบุว่า 'เก็บเกี่ยวได้ทุกสามเดือน' หรือก็คือนับจากนี้ไปอีกสามเดือนก็จะสามารถเก็บเกี่ยวปุ๋ยมาใช้งานได้

        พวกเขาช่วยกันโรยปุ๋ยให้ทั่วท้องนาและเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงไป

        ถ้าต้องการใช้น้ำก็แค่สร้างกังหันน้ำที่สามารถผันน้ำเข้าและต้องมีช่องทางระบายออกได้ง่าย ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงสำหรับการเดินไปหยิบไม้และกลับมา กังหันน้ำก็เสร็จเรียบร้อย

        หลังจากที่ทำงานส่วนของครึ่งวันเช้าเสร็จแล้วก็นั่งพักผ่อนให้สบายใจ

        "ท่านเซรอสเหนื่อยหน่อยนะเจ้าคะ" ซาริตักน้ำเย็นมาเสิร์ฟให้ ทำหน้าที่สาวใช้อย่างเต็มภาคภูมิ

        "แล้วเด็กนั่นล่ะ"

        "อยู่ในโรงนาคอยให้อาหารสัตว์เจ้าค่ะ คงอีกนานกว่าจะปรับตัวให้คุ้นชินกับที่นี่ให้ได้"

        มันเป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันที่ได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่เลยยังต้องใช้เวลาปรับตัว ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงพักรักษาคอให้หายดี อาหารที่เซรอสทำจึงต้องเป็นอาหารที่ไม่ทำให้ลำคอระคายเคือง ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาที่ทำให้ด้วย อาจจะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนถึงจะกลับมาพูดได้อีกครั้ง แต่ถ้าจะให้หายดีก็ต้องใช้เวลาประมาณสองเดือน

        "ท่านเซรอสจะทำอะไรต่อหรือเจ้าคะ"

        "สร้างโรงเลี้ยงสัตว์ กับเรือนกระจกแล้วปลูกพืชผักให้เก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี ถึงจะมีพื้นที่เพาะปลูกแต่ก็ถูกจำกัดทำให้ปลูกอะไรมากไม่ได้ เสร็จจากนี้ก็ค่อยขยับขยายบ้านให้ใหญ่ขึ้นนั่นแหละแผนล่ะ"

        ต่อให้มีพลังในการสร้างแต่ก็ใช่ว่าจะสามารถทำได้ในทันที มันอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านั้นหลายเท่ากรณีที่มันมีแค่เขาเพียงคนเดียว ทว่าตอนนี้เขามีแรงงานอย่างปีศาจเงาทำให้การสร้างสิ่งปลูกสร้างทำได้ง่ายดายมาก

        ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ หลุมลึกขนาดใหญ่สี่หลุมก็ถูกขุดขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อย ดินเหล่านั้นถูกนำไปกองรวมกันไว้ในที่ที่หนึ่งเพื่อไม่ให้เกะกะขวางทาง สิ่งที่ต้องทำก็คือการเริ่มต้นวางต้นแบบของสิ่งปลูกสร้างทำแบ่งออกเป็นชั้นๆ เพื่อให้สามารถเดินทะลุผ่านไปอีกหลังหนึ่งได้ ต้องการกระจกเป็นจำนวนมากและเขามีซิลิก้าเพียงพอจะสร้างมัน ใช้เวลาทั้งหมดสองอาทิตย์ก็จะได้กระจกตามจำนวนที่ต้องการพอดิบพอดี

        แต่เซรอสก็ไม่ได้ฝากความหวังเอาไว้กับเรือนกระจกเพียงอย่างเดียว เขายังเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูก ปลูกพืชหัวไว้ทำอาหารกินด้วย โดยเฉพาะหัวไชเท้ากับมันฝรั่ง โดยทุกเช้าหลังจากที่ทำงานบ้านเสร็จก็จะเป็นงานของซาริที่ไปรับหน้าที่ดูแลรดน้ำพรวดดินให้

        ทุกวันก็จะไปที่ป่าเพื่อขนไม้กลับมา เขาใช้การานในการบรรทุกไม้ที่ผ่านการแปรรูปแล้วกลับมาวางเรียงเอาไว้

        หากทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้งานปีศาจเงาอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเซรอสเลยตั้งใจว่าจะทำทุกอย่างให้เสร็จภายในปีนี้ แล้วค่อยเริ่มต้นการสร้างเมืองตามกำหนดการที่วางเอาไว้

 

        หนึ่งเดือนผ่านไปนับตั้งแต่ที่เด็กหญิงเอลฟ์มาอาศัยอยู่ที่นี่ ไม่เพียงแต่จะปรับตัวให้คุ้นชินกับการใช้ชีวิต เรื่องการรักษาลำคอก็ผ่านไปได้ด้วยดีเช่นกัน ตอนนี้อาการของเธอดีขึ้นมากแล้ว สามารถสื่อสารได้แต่ไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้ จากการแนะนำตัวคร่าวๆ ทำให้ทราบถึงนามที่แท้จริงของเธอ

        'ฟารูเนียร์ เซเวริสเซียร์ วูรุส ซารานอฟอัสคาเทียร์'

        หรือที่แปลในความหมายของเอลฟ์ก็คือ 'ภูตแห่งสายลมผู้ขับขานบทกวีแห่งท้องนภา'

        และเพราะชื่อที่มันยาวจนเกินไป เซรอสเลยเรียกเธอว่า 'ฟราน' เป็นชื่อสั้นๆ ที่เรียกได้ง่ายที่สุด

        ฟังจากที่ฟรานเล่านั้นมันเป็นเพราะเธอไปร้องเพลงอยู่ในป่า และมนุษย์ก็บังเอิญมาได้ยินเข้าจึงได้มาจับกุมเธอหวังจะนำไปขายให้กับพวกชนชั้นสูงที่น่าจะหลงใหลในเสียงบรรเลงเพลงของเอลฟ์ ส่วนบิดากับมารดานั้นถูกฆ่าตายเพราะพยายามจะเข้ามาช่วยเหลือ เธอจำได้ว่าคนที่มาจับนั้นเป็นนักผจญภัยแรงค์ S ที่ทำงานให้กับพวกชนชั้นสูง

        "ฮือๆ ฟรานไม่ต้องเสียใจนะเจ้าคะ อยู่ที่นี่กับพวกเราก็ได้"

        "ไม่ได้เสียใจ" ท่าทางการพูดของฟรานดูแข็งและห้วนนิดหน่อย คงเป็นพวกประหยัดคำพูดของตัวเองล่ะมั้ง

        "ตัดสินใจแล้ว ซาริจะเป็นพี่สาวให้ฟรานเอง"

        "ขอปฏิเสธ"

        "ทำไมล่ะ? ฟรานไม่อยากมีพี่สาวเหรอ ซาริเป็นพี่สาวให้ได้นะ"

        เซรอสเห็นด้วยที่ปฏิเสธไม่ยอมรับซาริเป็นพี่สาว เอาเข้าจริงๆ อายุ (สมอง) ของซาริก็แค่ 7 ขวบกว่าเท่านั้น ถ้าให้เทียบกับเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่มีชีวิตยืนยาวก็มองไม่ออกเลยว่าใครเป็นพี่เป็นน้องกันแน่

        อย่างไรก็ตาม เซรอสอยากให้ฟรานได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และรู้ด้วยว่าฟรานตอนนี้สภาพจิตใจมีแต่ความแค้นเท่านั้น เธอนั้นไม่เชื่อใจมนุษย์และค่อนข้างจะเกลียดมากเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะสายตาที่มองเขาในช่วงแรกๆ มาจากความหวาดกลัว จนตอนนี้มันได้รับการยอมรับมากขึ้น

        "ถ้าอยากจะเก่งขึ้นล่ะก็ฉันจะช่วยฝึกให้ก็ได้นะ"

        "จริงเหรอ?" ฟรานถาม สีหน้าดูคาดหวังมาก "ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มกันเลยเถอะ"

        การเดินทางมาที่นี่ฟรานได้เห็นความแข็งแกร่งของเซรอสอย่างชัดเจน นั่นทำให้เธอคิดว่าหากได้รับการสั่งสอนก็คงจะแข็งแกร่งขึ้นได้ไม่ยาก ที่อยากจะเก่งให้เร็วที่สุดก็เพื่อตามล่านักผจญภัยคนนั้นและแก้แค้นด้วยมือของตัวเอง

        "ยังไม่ได้หรอก อย่างน้อยก็จนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง กว่าเธอจะได้ฝึกจริงๆ ก็คงเป็นปีหน้านั่นแหละ เพราะฉันอยากจะให้เมืองนี้เป็นรูปเป็นร่างเร็วที่สุด ถ้าได้เธอมาช่วยล่ะก็คงจะทำให้มันเสร็จได้ก่อนฤดูหนาวล่ะนะ"

        จากการประเมินของเซรอส กว่าจะได้เริ่มสร้างหมู่บ้านก็ต้องรออีกสองเดือน ในระหว่างนั้นก็ต้องเตรียมพร้อมกับการขยับขยายบ้านด้วย ถึงมันจะกว้างแต่ก็มีเพียงแค่ห้องนอนห้องเดียว ซาริกับฟรานได้แต่นอนหน้าเตาผิง ถึงพวกเธอจะไม่บ่นแต่ในฐานะเจ้าบ้านมันคงรู้สึกไม่ดีที่ต้องเห็นคนมานอนบนพื้นบ้านโดยไม่ได้รับความสะดวกสบาย

        กลับกันทางฟรานยังไม่รู้ว่าเซรอสมีพลังในการสร้างที่รวดเร็ว เพราะเขายังไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป มีเพียงซาริเท่านั้นที่รู้เรื่อง จึงไม่แปลกที่ฟรานจะคิดว่าการสร้างหมู่บ้านด้วยจำนวนคนเพียงเท่านี้มันเป็นไปได้ยาก และต้องใช้เวลาไม่น้อย

        "จะช่วยก็แล้วกัน" ฟรานตัดสินใจอย่างรวดเร็ว หากหมู่บ้านเสร็จเร็วเมื่อไหร่เธอก็จะได้ฝึกเร็วขึ้นเมื่อนั้น "แล้วต้องทำอะไรบ้าง"

        "นั่นสินะ ซาริฝากเธอสอนสิ่งที่ต้องทำให้ฟรานด้วยก็แล้วกัน"

        "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นฟรานตามพี่สาวคนนี้มาเลยเจ้าค่ะ"

        ปล่อยหน้าที่ละลายความแค้นในใจให้กับซาริเป็นคนจัดการ

        ความจริงก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการแก้แค้น เพียงแต่ความคิดนั้นจะบดบังการตัดสินใจและเลือกใช้วิธีลัดเพื่อไปสู่ความแข็งแกร่ง มันเป็นเส้นทางที่เขาเคยเลือกมาก่อนแล้วและผลลัพธ์ของมันคือการทำลายทั้งชีวิต หากไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ของพระเจ้าแล้วล่ะก็ ตัวตนของเขาก็คงหายไปโดยสมบูรณ์และกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกจมอยู่ในกระแสธารแมกมา

 

        เรือนกระจกสี่หลังถูกสร้างขึ้นมาท่ามกลางความตื่นตกใจของฟราน

        ความสวยงามที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งภายในนั้นถูกจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกเอาไว้หมดแล้ว

        เซรอสเดินเข้าๆ ออกๆ ดูเพื่อความแน่ใจว่าไม่ได้มองสัดส่วนผิดไป ภายในมันกว้างกว่าที่เห็นมากนัก โดยเฉพาะบันไดที่เดินต่อลงไปชั้นล่างและประตูที่ซ่อนอยู่ในชั้นใต้ดินเชื่อมต่อกับเรือนกระจกทั้งสี่หลัง ซาริวิ่งกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กที่ได้เจอกับสนามเด็กเล่นแห่งใหม่ แล้วก็วิ่งไปที่เรือนกระจกอีกหลังและวิ่งวนกลับมา

        แบบนี้จะสะดวกสบายเกินไปแล้วนะพระเจ้า...

        บ่นไปก็เท่านั้น ไม่เห็นจำเป็นจะต้องไปใส่ใจด้วยซ้ำว่าเป็นเพราะอะไร

        เพียงแค่ใช้ประโยชน์ได้ก็เพียงพอแล้ว

        "คุณคือพระเจ้า?" ฟรานหันมาถามหน้าตาตื่น

        "เปล่านี่ ก็แค่คนธรรมดาที่ได้รับพลังจากพระเจ้าเท่านั้น และการสร้างหมู่บ้านให้ทุกเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ได้คือหน้าที่ของฉัน"

        สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ปฏิกิริยาตอนนี้เหมือนกับซาริตอนฟังเรื่องหลอกเด็กไม่มีผิดเพี้ยน หรือเพราะเอลฟ์สามารถติดต่อกับจิตวิญญาณในธรรมชาติได้เลยเชื่อเรื่องพวกนี้ได้ง่ายดายก็ไม่รู้

        กลับมาที่เรื่องของการวางแผนเพาะปลูก เพราะที่นี่มันกว้างผิดกับที่คิดเอาไว้สุดท้ายก็ต้องมีการคำนวณการเพาะปลูกสำหรับกินแค่คนในบ้านเท่านั้น เรื่องการรดน้ำนั้นสามารถทำได้เพียงแค่เปิดวาล์วน้ำเพียงครั้งเดียว ระบบหัวจ่ายน้ำก็จะทำงานให้เองโดยอัตโนมัติ แต่มันจำเป็นต้องต่อเข้ากับแทงค์น้ำซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เตรียม ถ้าแค่ต้องมารดน้ำด้วยตัวเองคงต้องจำกัดเรื่องพืชที่จะปลูกบ้างแล้ว

        เห็นซาริกอดถุงเมล็ดพันธุ์แครอทเอาไว้แนบแน่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธออยากจะรีบปลูกมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

        หลังจากที่แบ่งโซนพื้นที่ปลูกแครอทให้ก็สอนวิธีปลูกให้อย่างเคร่งครัด จากนั้นก็ปล่อยให้ซาริปลูกมันอยู่คนเดียว

        และมาปลูกพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี มันไม่ใช่เรื่องยากเพียงแค่การลงเมล็ดเท่านั้น ในช่วงแรกอาจจะต้องลงแรงมาตักน้ำรดแบบต้นต่อต้น แต่ในอนาคตมันจะง่ายมากเพียงแค่เปิดวาล์วน้ำ

        ตลอดทั้งวันเซรอสกับฟรานช่วยกันลงเมล็ดได้หลายชนิด ไปดูทางซาริก็เห็นว่าเอาแต่นั่งจ้องมองมันโดยหวังว่ามันจะเติบโตและเก็บเกี่ยวได้ทันที สุดท้ายก็โดนลากกลับบ้านเพื่อให้ไปช่วยงานอย่างอื่นต่อ

        เวลานี้ไม่มีอะไรต้องกังวล ถ้าสามารถผันน้ำเข้ามาเก็บไว้ในแทงค์เพื่อใช้งานสำหรับโรงเลี้ยงสัตว์และเรือนกระจกได้ อะไรๆ ก็คงจะง่ายขึ้น ถ้ามีผลผลิตไว้กินตลอดทั้งปีพวกเขาก็ไม่ต้องอดอยากเหมือนปีที่ผ่านมาที่ต้องกินเพียงปลาและเสบียงที่ปล้นชิงมา แต่ถึงจะดำเนินการไปได้เร็วแค่ไหนสิ่งที่เซรอสอยากจะทำที่สุดก็คือการต้มเหล้าไว้ดื่มกินเอง การจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องค่อยๆ จัดการปัญหาไปทีละเรื่อง

        ดังนั้นเซรอสจึงใช้เวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์ในการทำเส้นทางลำเลียงน้ำมาสู่แทงค์ที่เตรียมเอาไว้ได้สำเร็จ และพร้อมจะปลูกพืชชนิดต่างๆ เพิ่มเติมลงไปในเรือนกระจก เขาได้ทำแผนผังการปลูกพืชในแต่ละโซนเอาไว้แล้ว ที่เหลือก็แค่ให้พวกซาริกับฟรานไปช่วยกันจัดการให้เรียบร้อย ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อให้เกิดความสวยงาม เป็นระเบียบ และเก็บเกี่ยวได้ง่าย

        ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการหัวไชเท้า ก็ให้ไปที่เรือนกระจกสาม ชั้นที่สอง โซนหมายเลขสี่

        นอกจากนี้ก็ยังตรวจสอบมันได้ผ่านแผนที่ที่ติดตั้งเอาไว้ทุกชั้น เพื่อบอกว่าชั้นนี้ปลูกอะไรเอาไว้บ้าง

        เพียงเท่านี้ปัญหาเรื่องการปลูกพืชในเรือนกระจกก็หมดไป ทำให้พวกเขามีเวลาจะทำอะไรหลายอย่างเพิ่มขึ้นมาอีก

        ตอนนี้เซรอสกำลังให้ความสนใจในการสร้างโรงเลี้ยงสัตว์ เขาพยายามออกแบบมันให้เหมาะสม มีรั้วให้พวกมันได้ออกมาเดินเล่นเพื่อสุขภาพที่ดี และได้ทราบมาอีกว่าโรงเลี้ยงสัตว์นั้นสามารถเก็บเกี่ยวปุ๋ยได้ด้วยเช่นกัน แต่การจะสร้างมันให้เสร็จก็ต้องการไม้ แผ่นเหล็ก อิฐ ก้อนหิน อีกจำนวนมาก

        อิฐกับก้อนหินนั้นมีอยู่เพียงพอแล้ว แต่แผ่นเหล็กนั้นไม่ได้ทำเอาไว้เลย ส่วนไม้ก็ยังขาดอยู่อีกเล็กน้อย

        และอีกสามวันต่อมาโรงเลี้ยงสัตว์ตามที่ออกแบบเอาไว้ก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเรียบง่าย ก่อนจะย้ายพวกไปแยกไปตามพื้นที่ต่างๆ ในวันนั้นเขาจึงได้มาสอนงานที่ต้องทำในการเลี้ยงพวกสัตว์ในฟาร์ม นั่นก็คือการปล่อยพวกม้า วัว แพะ แกะ และตัวการาน ออกไปเดินเล่นในสวนด้านหลังที่ล้อมรั้วสูงกันไม่ให้พวกมันกระโดดหลุดออกไปได้ ในขณะที่กรงของสัตว์ปีกนั้นล้อมด้วยตะแกรงเหล็ก แม้จะปล่อยให้มันออกมาเดินเล่นในสวยได้แต่ก็ยังอยู่ภายในกรง และด้านหลังของโรงเลี้ยงหมูเป็นบ่อโคลนให้พวกมันลงไปแช่ตัวเล่น

        ผลลัพธ์ที่ได้เพิ่มขึ้นมาจากการทำแบบนี้ก็มีไม่ใช่น้อย นั่นคือสุขภาพของพวกสัตว์จะดีขึ้น หญ้าที่สวนขึ้นเร็วสามารถเก็บเกี่ยวใช้เป็นอาหารได้ วัวนมและแพะให้น้ำนมได้ดีขึ้น ขนแกะจะขึ้นเร็ว ไก่จะออกไข่ทุกวัน ซึ่งถ้าหากสามารถทำเป็นกิจวัตรประจำวันได้ พวกสัตว์จะเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

        หรือพูดง่ายๆ ก็คือพวกมันจะรู้หน้าที่ของตัวเองว่าแต่ละวันจะต้องทำอะไรบ้าง

        แน่นอนว่าเรื่องนี้มีเพียงเซรอสเท่านั้นที่ทราบ

        ฟรานแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเองด้วยซ้ำ แต่มันก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาหลายครั้งมาก จากที่ตอนมามันแทบจะไม่มีอะไรเป็นสัดเป็นส่วน เซรอสใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนกว่าเท่านั้นก็สร้างอาคารมากมายขึ้นมาด้วยพลังที่ได้รับมาจากพระเจ้า และผลลัพธ์ของมันนั้นทำให้ฟรานพูดไม่ออก ในขณะที่ผู้คนมากมายต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้ผลผลิตมาประทังชีวิตในแต่ละวัน แต่ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้น และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

        เคยถามไปว่าถ้าเมล็ดพันธุ์หมดจะทำอย่างไร?

        เซรอสหัวเราะแล้วก็ตอบกลับมาว่า

        "ที่จริงฉันรู้ว่าจะหาเมล็ดพันธุ์จากที่ไหน แต่ถ้ากังวลมากนักก็แค่เดินทางไปซื้อมันมาก็พอแล้วนี่"

        ตอนนี้จากที่งานเคยล้นมือจนหนึ่งวันแทบจะไม่เพียงพอในการทำงานทั้งฟาร์ม และด้วยแนวคิดพิสดารที่ส่งเสริมความขี้เกียจล้วนๆ ทำให้การทำงานนั้นง่ายดายมากขึ้น ตื่นเช้ามาก็แค่เดินไปหมุนวาล์วน้ำในเรือนกระจกเพียงหนึ่งรอบ ก็จะมีการจ่ายน้ำให้กับพืชทุกต้นในเรือนกระจกโดยอัตโนมัติ

        ไปที่โรงเลี้ยงสัตว์ก็แค่นำอาหารสัตว์ไปวางไว้และเดินไปเปิดกรงเท่านั้น พวกมันก็พร้อมใจกันเดินออกไปอย่างพร้อมเพรียง งานที่เพิ่มเข้ามาก็คือการอาบน้ำให้พวกสัตว์แต่ละตัว เป็นงานที่ค่อนข้างจะหนักอยู่นิดหน่อยแต่พอทำไปนานๆ เข้าพวกมันก็คล้ายจะเรียนรู้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก แค่ถือกระบอกฉีดน้ำและแปรง ม้าทุกตัวก็จะมายืนอยู่ในคอกของพวกมันเอง

        และเซรอสก็ยังคงใช้เวลาที่ว่างอยู่ในแต่ละวันวางแผนจะสร้างอุปกรณ์สนับสนุนอีกหลายสิ่งหลายอย่าง โดยตั้งใจว่าจะทำให้ที่นี่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งจำเป็นทุกประการ โดยเฉพาะปัจจัยพื้นฐานทั้งสี่อย่าง

        เรื่องดีที่สุดสำหรับฟรานก็คือ คอของเธอหายเป็นปกติแล้ว สามารถใช้เสียงดังได้โดยไม่มีอาการเจ็บคออีกต่อไป เธอได้ลองทดสอบขับร้องบทเพลงของเอลฟ์ขึ้นมา พบว่าเสียงมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วเลยเผลอใช้เสียงไปตลอดทั้งวัน จนกระทั่งเซรอสแกล้งโดยการเล่นไวโอลินให้เข้ากับเนื้อเพลงที่เธอร้อง

        จะว่าไปแล้วฟรานเกือบจะลืมเลือนเป้าหมายของตัวเองที่คิดจะแก้แค้นนักผจญภัยแรงค์ S ไปแล้วด้วยซ้ำ

        จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันนอกจากการทำงานในฟาร์มเพียงอย่างเดียว

        แต่เซรอสย้ำกับเธอเสมอว่าการฝึกฝนนั้นจะเริ่มต้นในปีหน้า แต่เวลานี้ขอให้ความสำคัญกับการปรับปรุงฟาร์ม ขยายบ้าน และสร้างเมืองเป็นอันดับแรก

        ถ้ายังอยากจะฝึกให้เร็วมากขึ้นล่ะก็ อย่างน้อยเธอก็จะต้องอ่านออกเขียนได้ซะก่อน

        ซึ่งเรื่องนี้มีเงื่อนไขที่ว่า จะต้องนับรวมซาริเข้าไปด้วย

        มันเหมือนกับจงใจจะบอกว่า 'ยังไงปีนี้ก็จะไม่มีการสอนให้เด็ดขาด'

        นั่นก็เพราะว่าซาริเกลียดที่จะเรียนหนังสือมากที่สุดยังไงล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.031K ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #12454 mark13511 (@mark13511) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:03
    ฟามเก่ง หมายถึงทำฟาร์มเก่งนะ
    #12454
    0
  2. #9381 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 18:43
    ขอบคุณครับ
    #9381
    0
  3. #8526 lego098707 (@lego098707) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 02:00
    ทำไมเซรอสมันไม่หัดใช้เวทมนต์บ้าง? มาโลกแฟนตาซีทั้งที น่าจะช่วยได้หลายอย่างเลยแท้ๆ ใช้ได้แค่ปีศาจเงาอย่างเดียวเอง!
    #8526
    0
  4. #7736 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 05:40
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7736
    0
  5. #7002 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:00
    จับกระต่ายเรียนหนังสือ ต้องมีแครอทมาล่อด้วยนะ
    #7002
    0
  6. #6834 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 02:39
    ชีวิตสโลไลฟ์ จริงๆสนุกมากครับ ติดตาม นักอ่านหน้าใหม่
    #6834
    0
  7. #6332 สิรยุทธ (@dragon1) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 10:33
    สาเหตุที่จับฟรานดูแปลกๆนะครับ จับมาขายเพื่อให้พวกที่หลงเสียงแต่ดันกรอกยาทำให้พูดไม่ได้เองมันแปลกๆ
    #6332
    0
  8. #4124 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 01:09
    ฟรานคงต้องปกป้องซานิหนักน่าดู 555555
    #4124
    0
  9. #3829 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 06:57
    นอกจากพี่เลี้ยงเด็กแล้วยังจะเป็นครูอีก...เจ๋งมาก555
    #3829
    0
  10. #3418 CrAzy_Se@L (@crazy-seal-555) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 13:34
    ฟรานต้องออกมาเก่งชัวร์เลย5555
    #3418
    0
  11. #3228 ๏เต้าหู้ขาว๏ (@geeminikuper) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:17
    ซาริน่ารักอะ ตลกมาก
    #3228
    0
  12. #1682 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 19:05
    555 ละเอียดมากกกสนุกมาก
    #1682
    0
  13. #1566 tople55 (@tople55) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 16:37
    ผมยัง งงนิดๆ พละงในการสร้าง คืออุปกรณครบ กดปุ่มจะออกมาวางที่เราเลือกชิมิ
    #1566
    1
    • #1566-1 PowPoujandee (@PowPoujandee) (จากตอนที่ 16)
      18 ธันวาคม 2560 / 08:18
      ถูกต้องนะคร้่าบ
      #1566-1
  14. #547 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:43
    มีความเรื่อยๆค่อยเป็นค่อยๆไป~ สนุกกกกกกกก~~
    #547
    0
  15. #165 kay30 (@kay30) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 06:03
    ชอบมากมาย
    #165
    0
  16. #149 slaya (@slaya) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 00:30
    สนุกมากอ่านรวดเดียวเลย ขอบคุณครับ
    #149
    0
  17. #148 21633 (@mo21633216332163) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 00:21
    สนุกมากเลย เป็นเรื่องที่ยังไม่เคยลำคาญตัวละครซักตัว แวนเรื่องก็สนุก พูดได้คำเดียวว่า สุดยอด!
    #148
    0
  18. #142 kamkungkub (@kamkungkub) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 17:25
    กำลังเพลินเลย หมดซะละ ขอบคุณมากครับ
    #142
    0
  19. #141 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 17:14
    พี่ขยันมากค่ะ ยอมใจ55555
    สนุกมากเลยย >w<
    #141
    0
  20. #139 1ive (@1ive) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 14:45
    รอตอนต่อไปนะครับ สนุกดี
    #139
    0
  21. #137 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 13:39
    อัพเร็วดีค่ะ เมืองเกือบสมบูรณ์เเละ
    #137
    0
  22. #126 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 12:27
    ขอบคุณครับรอตอนต่อไป
    #126
    0
  23. #121 moe_gundam (@moe_gundam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 11:35
    ไม่เอาการเพิ่มคนในหมู่บ้านด้วยการ ช่วยคนอพยพน้อ อย่าไปใจดีกับใครให้มาก ทีนี่คือสวนอีเดน ผู้้ที่เข้ามาได้ต้องผ่านการทดสอบ 
    ผู้ที่รุกล้ำ=ความตายมีเพียงหนเดียว
    #121
    0
  24. #115 080863xxxx (@080863xxxx) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 10:48
    แบบเขียนโคตรลงไว แต่รายละเอียดไม่ตกหล่น บรรยายการทำงานของพระเอกแบบไม่น่าเบื่อ อ่านแล้วสนุกคิดตามเป็นฉากๆ หายากนะจะหานิยายแฟนตาซีที่อักษรเรียบเรียงอ่านแล้วสบายใจแบบนี้ พระเอกเทพทรูแต่ไม่ได้อวดภูมิจนเกินไปในเรื่องฝีมือจนตัวละครอื่นโดนกลบ สนุกดีครับ ชอบบบบบบบเวรีมัชๆๆ
    #115
    0
  25. #113 นรสิงห์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 10:39
    ถ้าทำชุดเกราะ+ดาบ+ทวน+ง้าว+ธนู แบบว่าไม่อยากให้คนอื่นรู้ หรือตกใจ หรือว่าตะลึงตึงโป๊ะให้พวกเงา มาเป็น รปภ

    ยืนบนกำแพงหรือป้อมได้นี้ ไม่มีใครตีเมืองแตกแน่นอน

    เขียนได้สนุกมาก แบบสบายๆไม่เครียดสนุกดีครับบ

    ขอบคุณมากครับ
    #113
    0