ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,888 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,366

    Overall
    2,256,888

ตอนที่ 159 : SS3 Episode Four : เจรจาค้าขาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1479 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

SS3 Episode Four (บทพูดของเซรอสแนะนำให้ใช้สำเนียงคนสุพรรณ)

 



       เมืองโดโรอาเป็นเมืองที่รายล้อมไปด้วยภูเขาสูงน้อยใหญ่ เส้นทางเข้าออกถูกจำกัดเอาไว้ด้วยถนนทางวิ่งของรถม้าที่มีเพียงไม่กี่เส้นที่ยืนยันได้ว่าปลอดภัย ด้วยพื้นที่ที่มีแต่ภูเขาสูงชันทำให้การทำเกษตรเป็นเรื่องยาก จำเป็นจะต้องนำเข้าผลผลิตจากข้างนอกเลยกลายเป็นเมืองยอดนิยมที่พ่อค้าเร่สามารถนำของมาขายได้ง่าย ทว่าการซื้อขายถูกควบคุมโดยกลุ่มอำนาจในเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกลุ่มการค้า ตราบใดที่พวกเขาเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวก็ไม่ต้องกังวลว่าชาวเมืองจะแข็งข้อได้ และพวกเขาสามารถขึ้นราคาสินค้าได้ตามใจอีกด้วย

       หากมีพ่อค้าเร่จากสถานที่อื่นเข้ามาในเมืองและไม่ยอมทำตามกฎโดยการขายสินค้าให้พวกเขาล่ะก็จะต้องประสบกับโชคร้ายจากการถูกโจรปล้นเสมอ และถ้าคิดจะค้าขายด้วยตัวเองก็จะถูกก่อกวนโดยนักเลงในพื้นที่หรืออาจจะถูกทหารเข้ามาจับกุมพร้อมฐานความผิดต่างๆ นานา

       มันคือการทำงานกันอย่างเป็นขบวนการ ดังนั้นพ่อค้าเร่ส่วนมากจึงนิยมทำตามกฎและไม่คิดจะมาเหยียบที่เมืองนี้เป็นครั้งที่สอง

       ถึงอย่างนั้นเมืองนี้ก็ยังอยู่ได้เพราะมีการทำสัญญาค้าขายกับกลุ่มการค้าขนาดใหญ่เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถนำเข้าสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ทว่าเมื่อไม่นานมานี้เกิดมีปัญหาขึ้นกับทางฝ่ายของกลุ่มการค้าที่ทำสัญญาด้วยก่อให้เกิดผลกระทบมากมายเนื่องจากพวกเขาไม่สามารถนำเข้าพวกอาหารได้

       อีมานด์ เฟาสต์ พ่อค้าเร่หนุ่มวัยยี่สิบปี เจ้าของสำเนียงท้องถิ่นแปร่งๆ กำลังนั่งอยู่ในห้องรับรองของเจ้าเมืองหลังแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ที่ตรวจตราอยู่หน้าทางเข้าเมืองว่าเป็นพ่อค้าเร่และจะนำสินค้ามาขาย แม้จะอยู่ในห้องรับรองแต่ก็ไม่ได้รับบริการแม้แต่น้ำแก้วเดียว หน้าประตูก็มีคนยืนคุมอยู่สองฝั่งป้องกันไม่ให้หนีไปไหนได้ ไม่น่าแปลกใจที่พ่อค้าเร่ส่วนใหญ่ไม่คิดจะมาเมืองนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

ชายร่างท้วมวัยประมาณสี่สิบกว่าปีเดินเข้ามา การแต่งกายด้วยชุดหรูหราดูไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของชาวเมือง

       “ข้ารีบเดินทางมาอาจจะแต่งกายไม่เรียบร้อยไปบ้างต้องขออภัยด้วย” เขากล่าวพลางสำรวจคู่สนทนาตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นว่าเป็นเด็กเลยแสดงท่าทีหยามเหยียดออกมาเล็กน้อย “ข้ามีนามว่า โคลตัส ดุลซอร์ฟ เป็นเจ้าเมืองของโดโรอาแห่งนี้”

อีมานด์กวาดสายตามองก็รู้ได้เลยว่ามันเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง มันมีกลิ่นกายของสตรีติดอยู่ตามตัวเป็นกลิ่นเฉพาะของน้ำหอมสตรี และการแต่งกายลวกๆ บ่งบอกว่าเป็นการสวมใส่แบบรีบร้อนมาก ธุระที่ถึงขนาดต้องถอดกางเกงด้วยนั้นมีอยู่ไม่มากนักหรอก

“เป็นเกียรติที่ได้พบนะอาเฮีย ฉันชื่ออีมานด์ เฟาสต์เป็นพ่อค้าเร่”

“สำเนียงแบบนี้มาจากกาโดร่าใช่ไหม เดินทางมาไกลมากจริงๆ ลำบากหน่อยนะ”

กาโดร่าเป็นเมืองเล็กๆ ทางตะวันตกติดชายทะเล วิธีเดินทางจะต้องผ่านภูเขาเทือกใหญ่ค่อนข้างลำบากเลยเป็นเมืองที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก ขุนนางที่ถูกส่งไปบริหารเมืองนั้นแทบจะไม่ต่างอะไรจากฝันร้ายเพราะเป็นเมืองที่ทุรกันดารเอามากๆ ประชาชนส่วนใหญ่นั้นมีผิวคล้ำมีสาเหตุมาจากการออกทะเลไปจับสัตว์ทะเลมาขาย พวกเขามีสำเนียงท้องถิ่นที่ฟังดูขัดหูและดูไร้มารยาทอย่างมาก แต่คนที่นั่นเชี่ยวชาญทักษะหลายด้านเลยมักถูกมองว่าเป็นแรงงานคนสำคัญไปซะแล้ว ทว่าน้อยคนนักที่จะออกเดินทางจากเมืองบ้านเกิดของตนเอง

“ได้ยินมาว่าเดินทางมาที่โดโรอาแห่งนี้เพราะอยากจะเอาสินค้ามาขายให้สินะ” โคลตัสเอ่ยถาม

“ทางเราเองก็มีคู่ค้าคนสำคัญอยู่แล้วเลยไม่ต้องการให้มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น คงต้องขอทราบก่อนล่ะว่าจะเอาอะไรมาขายให้”

อีมานด์ผู้ซึ่งมีท่าทางอารมณ์ดีมาโดยตลอดยิ้มแล้วตอบ “ไม่ใช่ว่าสถานการณ์ตอนนี้กำลังแย่หรอกเหรออาเฮีย เกิดเรื่องแบบนั้นกับกลุ่มการค้าเมอร์รานด์สถานะเจ้าเมืองของอาเฮียคงเริ่มสั่นคลอน ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูทางการตำแหน่งของอาเฮียจะต้องลำบากแน่”

เรื่องที่ว่าเมืองโดโรอานำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากกลุ่มการค้าเมอร์รานด์อาจจะเป็นความลับที่ไม่ได้เปิดเผยต่อบุคคลภายนอก แต่พวกพ่อค้าทุกคนมักจะมีช่องทางหาข่าวสารของตัวเองอยู่เพื่อที่จะสามารถเจาะจงคู่ค้าที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมไปถึงหลีกเลี่ยงอันตรายที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เมืองโดโรอาติดอยู่ในกลุ่มรายชื่อความเสี่ยงสูงสำหรับพ่อค้าเร่ที่ไม่ควรค้าขายด้วยเป็นที่สุด

ได้ยินอีมานด์พูดพร้อมแสดงท่าทางไม่ทุกข์ร้อนก็ชัดเจนเลยว่าอีกฝ่ายจงใจพูดเพื่อกดดันอย่างแน่นอน

“ต้องการจะบอกอะไรกันแน่” โคลตัสจับจ้องชายหนุ่มไม่วางตา ท่าทางที่เคยดูเป็นเด็กหนุ่มใสซื่อแปรเปลี่ยนเป็นคนชั่วร้ายในพริบตา

โคลตัสยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อยทหารสองนายที่ยืนมองอยู่ด้านหลังก็เคลื่อนไหวทันที

อีมานด์ยกมือยอมจำนนและตอบ “ฉันก็แค่ต้องการทำการค้ากับอาเฮียอย่างตรงไปตรงมา อย่างน้อยฉันก็รู้แล้วล่ะว่าอาเฮียไม่ได้มีความจริงใจจะค้าขายด้วยเลยสักนิด”

ท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านแม้จะอยู่ภายใต้ความควบคุมของชายฉกรรจ์ถึงสองคนทำเอาโคลตัสต้องรอบคอบให้มากขึ้น เขาที่อุตส่าห์อยู่รอดมาได้จนถึงตอนนี้ย่อมต้องไม่ทำผิดพลาดโดยง่าย การลงมือทุกครั้งจะไม่เหลือหลักฐานใดๆ ทิ้งเอาไว้เป็นปัญหาตามมา อย่างไรก็ตามเพราะรัชเซล เมอร์รานด์ที่เป็นคู่ค้าได้ตกตายไปแล้วทำให้สัญญาการค้าที่ตกลงกันอย่างลับๆ ไร้ผล โดโรอาจึงไม่มีสินค้าอุปโภคบริโภคถูกนำเข้ามาขายอีกเลย

“โฮ ถ้าเป็นอย่างนั้นเจ้าจะช่วยอะไรได้บ้างล่ะ”

อีมานด์ล้วงเข้าไปในอกเสื้อและหยิบรายการสินค้าออกมาวางลงบนโต๊ะ

“นี่เป็นสินค้าทั้งหมดที่ทางฉันมีไว้ในครอบครอง เป็นพวกธัญพืช ไส้กรอก เนื้อแฮม แล้วก็ยังมีสินค้าจากทางกลุ่มการค้าเซเรนที่ฉันใช้เวลากว่าสามเดือนติดต่อซื้อขายมาจนได้ ส่วนราคาก็ตามที่ระบุเอาไว้ในนั้นเลย” อีมานด์ตอบด้วยท่าทางสบายๆ ภาพลักษณ์ของเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับพ่อค้าหน้าเลือดที่เป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่

โคลตัสอ่านรายการสินค้าและตาไปหยุดอยู่ที่ราคาของมันก็ตกใจมาก แพงกว่าราคาตลาดถึง 20% แถมยังเป็นสินค้าที่ทางโดโรอามีความต้องการสูงมากอีกด้วย ถ้าต้องซื้อเป็นจำนวนมากเพื่อประชาชนแล้วล่ะก็จะเป็นเงินมูลค่ามหาศาล โคลตัสไม่ต้องการสูญเสียรายได้ของตนเองเลยมักจะใช้วิธีซื้อของคุณภาพต่ำที่ราคาถูกมาขายในราคาสูงเกินจริง ตอนนี้ถ้าหากเขาไม่รีบแก้ปัญหาจนทางการเข้ามาตรวจสอบอาจจะพบกับความผิดที่ถูกซ่อนเอาไว้อยู่ก็เป็นได้

“นี่มันแพงเกินไป ทางเราไม่สามารถจ่ายให้ได้”

“ทางฉันนี่บ้าจัง หลงคิดว่าเสนอราคาถูกขนาดนี้อาเฮียน่าจะสนใจแล้วแท้ๆ ก็ได้ฉันยอมเสียเปรียบขายให้ในราคาที่แพงกว่าตลาดแค่ 15% ถ้าอาเฮียไม่ตกลงราคานี้ก็เลิกกัน ฉันยังพอจะเอาไปขายที่อื่นได้อยู่แม้จะเสียเวลาไปบ้างก็ตามที”

ชายหนุ่มเก็บรายการสินค้ากลับคืนโดยไม่สนใจท่าทางลำบากของโคลตัส การเป็นพ่อค้านั้นคุณธรรมไม่ใช่สิ่งที่ควรสนใจแต่เป็นการสร้างผลกำไรให้ตนเองร่ำรวยมากขึ้น ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่นำเรื่องที่โดโรอากำลังวิกฤตมาใช้ประโยชน์กดโก่งราคาขายให้แพงขึ้นอย่างเด็ดขาด

“เดี๋ยวก่อน!” โคลตัสเอ่ยขึ้น และตัดสินใจอย่างยากลำบาก ตอนนี้เขาจำเป็นจะต้องหาทางแก้ปัญหาเรื่องสินค้าก่อนที่พวกชาวเมืองจะเรียกร้องมากไปกว่านี้ และถ้ารู้ไปถึงหูบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่าไม่ใช่แค่เขาจะแย่ แต่ตระกูลดุลซอร์ฟจะต้องจบสิ้นตามไปด้วย “ทางเราจะรับซื้อในราคา 10% นี่คือราคาเต็มที่ที่เราพอจะจ่ายให้ได้เท่านั้น”

อีมานด์ลูบคางและเสนอต่อ “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นอาเฮียคงต้องเปลี่ยนสัญญาเป็นการซื้อนอกเขตพื้นที่แทน หากฉันนำสินค้าเข้ามาค้าขายด้วยตัวเองก็ต้องเสียภาษีให้กับเมืองโดโรอาด้วยใช่ไหมล่ะ อาเฮียน่าจะเคยใช้วิธีเลี่ยงภาษีแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งน่าจะรู้ขั้นตอนทุกอย่างดี”

“หน้าเลือด”

“ไม่ขอปฏิเสธ”

อีมานด์ส่งรายการสินค้าให้โคลตัสตัดสินใจกำหนดหน่วยสินค้าที่จะซื้อ จากนั้นก็คิดคำนวณเงินออกมาเป็นเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ถึงขนาดที่ต้องเสียเวลาไปกับการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเลขนั้นไม่ผิดเพี้ยน โคลตัสพยายามต่อรองเพื่อขอเพิ่มปริมาณอีกสักเล็กน้อยแต่อีมานด์ไม่ยอมตกลงเพราะกลัวว่าตนเองจะขาดทุน

สุดท้ายก็ต้องขอตัวออกไปนำสินค้าที่จะขายกลับมา โดยโคลตัสได้แอบสั่งการลงไปให้คนติดตามรถม้าของอีมานด์ดูว่าที่ตั้งของกองคาราวานนั้นอยู่ที่ใด หากพบว่าพ่อค้าเร่นั่นมีคนคุ้มกันที่ฝีมือไม่เท่าไหร่ก็ให้จัดการได้เต็มที่ หากมีอันตรายก็ให้กลับไปรายงานเพื่อคิดหาวิธีรับมือ

อย่างไรก็ตามการติดตามของผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ต่างอะไรจากมือสมัครเล่นและถูกล่วงรู้ตั้งแต่เดินทางออกจากเมือง

อีมานด์ เฟาสต์หยุดรถม้าและก้าวลงมา

“พวกพี่ชายคิดจะแอบตามฉันไปถึงกองคาราวานเลยสินะ แต่ว่าเสียใจด้วย

ชายหนุ่มกางมือและใช้เวทมนตร์อย่างรวดเร็วสร้างคุกปฐพีขึ้นมาขังศัตรูทั้งหมดเอาไว้ และทำการยุบคุกปฐพีกลับลงไปในพื้นดินอีกครั้ง มันเป็นวิธีการสังหารที่โหดเหี้ยมและทำลายศพได้ในเวลาเดียวกัน

“มันไม่มีประโยชน์สำหรับคนตาย” สำเนียงและน้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเป็นเยือกเย็น

จากนั้นก็หยิบรีโมตจิ๋วขึ้นมากด ปลดสภาพล่องหนของยานลำเลียงทรัพยากร พร้อมกันนั้นก็นำรถตู้สินค้าออกมาลำเลียงสินค้าที่จะขายออกไปตามรายการที่สั่ง นำไปจัดพื้นที่และนำหุ่นยนต์เทียมที่เลียนแบบรูปร่างของการานขึ้นมาทำให้ดูเหมือนกับว่าเป็นกลุ่มการค้าขนาดใหญ่ เพราะต้องเสียเวลาไปกับการสร้างขบวนคาราวานที่เหมือนมีอยู่จริง กว่าจะเสร็จได้ก็เป็นตอนที่รถม้ากับเกวียนของโคลตัสเดินทางมาใกล้จะถึงสถานที่นัดพบแล้ว

ทันทีที่มาถึงโคลตัสก็มองซ้ายขวาและรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไรแต่ก็นำเงินมาจ่ายให้โดยไม่บิดพลิ้ว อีมานด์นำเครื่องชั่งออกมาตรวจสอบน้ำหนักของเงินเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเหรียญปลอมแทรกเข้ามา โดยการตรวจสอบนั้นค่อนข้างกินเวลาอย่างมากแต่สุดท้ายแล้วเงินทั้งหมดก็ไม่ได้มีปัญหา ระหว่างนั้นโคลตัสก็ให้คนตรวจสอบคุณภาพของสินค้าด้วยซึ่งมันไม่มีส่วนไหนต่ำกว่ามาตรฐานเลย

อีมานด์สังเกตได้ว่าโคลตัสกระวนกระวายใจอะไรบางอย่างเลยถาม “เดาว่าอาเฮียคงจะกลัวพวกโจรภูเขาสินะ ไม่ต้องกังวลหรอกพอดีว่าก่อนหน้าที่อาเฮียจะมาคนของฉันจัดการไปแล้ว บังอาจคิดจะเข้ามาปล้นสินค้าของฉันแต่ไม่ดูเลยว่าคนคุ้มกันของฉันน่ะเก่งกาจสักแค่ไหน”

“เจ้าจัดการไปแล้ว?” โคลตัสตกใจมากเมื่อรู้ความจริง แต่ก็เปลี่ยนสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว

“อาเฮียพูดจาน่าเกลียดจริงๆ ฝีมือของคนคุ้มกันต่างหากไม่ใช่ฝีมือของฉัน น่าเสียดายที่ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันตัวว่าเป็นโจรที่มีหมายจับ ฉันอาจจะทำเงินได้อีกสักประมาณ 100-200 เหรียญทอง”

ด้วยบุคลิกที่หน้าเลือด อีมานด์ใช้วิธีการนี้ปิดบังไม่ให้อีกฝ่ายจับผิดเรื่องคนงานได้ บอกเพียงว่าถ้าจะให้ช่วยขนย้ายก็ต้องมีคิดราคาเพิ่มทำเอาชายร่างท้วมหนวดสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ และยอมสั่งให้คนของตนเองขนของพวกนี้กลับขึ้นไปไว้บนเกวียนที่นำมาด้วยทันที

“ดีใจที่ได้ทำการค้าด้วยนะอาเฮีย” อีมานด์โบกมือและรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินทางจากไป

การค้าขายครั้งนี้ไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นนับว่าเป็นเรื่องดีมาก ไม่มีความจำเป็นจะต้องใส่ใจผลกระทบต่อชาวเมืองโดโรอาเนื่องจากพวกเขาคงจะตกอยู่ในสภาพอันเลวร้ายนี้ได้ไม่นานนัก น่าจะเป็นเพราะหลักฐานการกระทำความผิดของรัชเซลถูกเปิดเผยออกมาเป็นที่เรียบร้อย รอเพียงแค่ทางหน่วยอัศวินจะลงมาตรวจสอบเมื่อไหร่เท่านั้น เชื่อว่าจุดจบของโคลตัส ดุลซอร์ฟคงไม่ดีสักเท่าไหร่ ถ้าพวกเขาพบว่ามีการเกี่ยวข้องกับการให้ที่พักพิงแก่โจรที่มีค่าหัวคงได้รับโทษหนักเอาการ

ชายหนุ่มจัดการเก็บของทั้งหมดและเตรียมออกเดินทางไปยังสถานที่ต่อไป ดูท่าทางแล้วเป้าหมายของคาเรนจะเจาะจงเป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลและประสบปัญหาการขาดแคลนเรื่องเสบียงอาหารเป็นพิเศษ ยิ่งเจ้าเมืองนั้นมีความสัมพันธ์ซ่อนเร้นกับกลุ่มการค้าเมอร์รานด์ที่ตอนนี้พอล้มลงแล้วระบบทุกอย่างก็เสียหายจนหมด

       ในเมืองถัดมาที่เซรอสได้นำเสบียงอาหารมาขายให้นั้นพวกเขาก็มีท่าทีลังเลอยู่บ้างในด้านราคา แต่ถ้ายอมจ่ายภาษีให้ตามปกติก็สามารถซื้อขายได้อย่างสะดวก อาจเพราะเส้นทางนั้นจะต้องผ่านหลายเมืองทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคแทบจะไปไม่ถึงพวกเขา ความต้องการของสินค้าเหล่านี้จึงมีอยู่สูงมากจนขายโก่งราคาเพิ่มขึ้นได้อีก 8% เสียเวลาไปกับการถกเถียงเหตุผลต่างๆ นานา จนตกลงเรื่องราคากันจนได้

       และเมืองสุดท้ายนั้นชาวเมืองทุกคนอยู่ในสภาพอิดโรย ไม่มีเสบียงจากทางกลุ่มการค้าเมอร์รานด์มาได้สองเดือนแล้ว อาหารเองก็ร่อยหรอลงในทุกวัน เจ้าเมืองแห่งนี้เพื่อให้สามารถซื้อขายอาหารได้ในราคาถูกจึงยอมทำข้อตกลงเรื่องราคากับรัชเซลโดยจะนำทรัพยากรของเมืองซึ่งประกอบอาชีพทำเหมืองแร่ พวกเขาจะต้องจ่ายเป็นอัญมณีเพื่อแลกกับเสบียงอาหารมาแจกจ่ายให้กับป้อมปราการที่เผชิญหน้ากับอันตรายทั้งจากมอนสเตอร์และปีศาจที่มักจะเข้ามาโจมตีเสมอ

       ทั้งที่ควรจะขายโก่งราคาสักหน่อยแต่พอสำรวจสภาพคล่องทางการเงินแล้วพบว่ารายได้ของเมืองนี้ค่อนข้างต่ำมาก บัญชีถึงขนาดที่ติดตัวแดงมาหลายเดือน ถ้าความจำของเขาไม่ผิดพลาดดูเหมือนว่าทางราชวงศ์เองก็พยายามแก้ปัญหาอยู่ แร่ที่ได้รับมาก็มีโลหะที่จำเป็นอยู่น้อยมากส่วนใหญ่ก็เป็นอัญมณีซึ่งมีเพียงความสวยงามเหมาะสำหรับเครื่องประดับ แต่ความต้องการถูกจำกัดเอาไว้เฉพาะชนชั้นสูงเลยไม่ใช่สินค้าที่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่

       สุดท้ายแล้วเพื่อให้บรรลุเงื่อนไขของคาเรนเลยต้องโทรศัพท์ไปสอบถาม เลยได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนหน่วยเงินบางส่วนเป็นอัญมณีที่ยังหาคนรับซื้อไม่ได้มาแทน ขอเพียงมีคนออกแบบเครื่องประดับที่สวยงามได้มูลค่าของสินค้านี้ก็จะเพิ่มมากขึ้น จะเสียเวลาก็ตรงที่ต้องตรวจสอบอัญมณีและคัดเลือกด้วยตัวเอง คนอื่นเห็นแล้วอาจจะคิดว่าเป็นการคัดเลือกมาแบบมั่วๆ เพื่อให้ครบตามหน่วยที่กำหนด พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่าเซรอสมีพลังในการตรวจสอบวัตถุดิบเลยได้แต่ของชั้นดีกลับคืนมา

       กลายเป็นการเดินทางถึงสามเมืองเพื่อทำการขายเสบียงเกือบหนึ่งร้อยตันจบลงภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวันเท่านั้น จำนวนเงินที่ได้รับมาแม้จะมีผิดพลาดไปบ้างแต่สุดท้ายก็ได้ในจำนวนที่น่าจะเพียงพอต่อการกว้านซื้อพวกสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารและแรงงานได้ แต่การจะซื้อพวกมันไม่ใช่ว่าสั่งซื้อแล้วจะได้รับเลย มันจำเป็นจะต้องทิ้งช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้นายหน้าไปรวบรวมพวกสัตว์เลี้ยงทั้งหมดมาให้ครบตามรายการ

       ดังนั้นเพื่อความรวดเร็วคาเรนจึงลิสต์รายชื่อสถานที่ที่สามารถซื้อขายพวกสัตว์แรงงานได้สะดวกมาเป็นที่เรียบร้อย พวกมันมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์จึงเชื่อถือได้ ก่อนอื่นก็จำเป็นจะต้องแปลงโฉมใหม่อีกครั้งเนื่องจากอีมานด์ เฟาสต์มีหน้าฉากเป็นเพียงพ่อค้าเร่ เขาไม่ต้องการให้มีเบาะแสใดๆ มาข้องเกี่ยวด้วย แม้ในภายหลังจะมีการตรวจสอบและพบว่าช่วงระยะเวลาในการขายนั้นมีความผิดปกติก็ตาม แต่ทางนั้นคงเข้าใจผิดว่าเป็นการทำรายงานเท็จเพื่อปิดบังเรื่องบางอย่าง

       วางแผนเอาไว้ว่าจะซื้อการานก่อนเพื่อจะได้ใช้ลากจูงสัตว์ชนิดอื่นๆ จากนั้นจึงค่อยกำหนดเส้นทางการเดินทางในระยะเวลาหนึ่งวัน

       พอมาถึงเมืองที่ทำฟาร์มการานก็เดินเท้าไปที่เมือง ด้วยหลักฐานแสดงตัวปลอมที่เคยทำขึ้นการผ่านด่านตรวจก็ทำได้ง่ายมาก ครั้งนี้เขาแสดงตัวในชื่อ เพรโตร ผู้ซึ่งมีเค้าโครงใบหน้าหล่อเข้มและมีหนวดเคราสร้างบุคลิกที่ดูสมเป็นผู้ใหญ่ กว่าจะหาที่พักได้ก็เล่นเอาลำบากแทบแย่เพราะช่วงนี้มีนักผจญภัยต่างเมืองเดินทางมาบ่อยทำให้ห้องพักส่วนใหญ่ถูกจับจองไปจนหมด

       เท่าที่ลองเลียบๆ เคียงๆ ถามจากเจ้าของโรงแรม สาเหตุของการรวมพลนักผจญภัยมาจากการรวมทีมเพื่อลงไปสำรวจดันเจี้ยน มันเป็นโครงการที่จัดขึ้นทุกๆ สามปีเพื่อสำรวจทรัพยากรใหม่ๆ รวมไปถึงการพยายามลดจำนวนมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนลง หากพวกมันมีจำนวนมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ล้นทะลักของมอนสเตอร์ได้ และเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวลือแว่วมาว่านักผจญภัยทีมหนึ่งที่ลงไปสำรวจนั้นได้รับโฮริฮารูก้อนขนาดเท่ากับปั้น นั่นหมายความว่าดันเจี้ยนแห่งนี้สะสมพลังเวทได้เยอะจนกลั่นตัวเป็นผลึกแร่ได้แล้วนั่นเอง

       มูลค่าของโฮริฮารูก้อนแพงกว่าอาดามันเทียมถึงสิบเท่า ก็ไม่แปลกที่จะมีคนมากหน้าหลายตามาเพื่อเสี่ยงโชคที่นี่

       เซรอสเพียงแค่หาข้อมูลเท่านั้นและค้นพบความจริงที่ว่าโฮริฮารูก้อนหาได้จากในดันเจี้ยนเท่านั้น พอนึกได้ว่าเด็กสาวชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่นั้นเธอคือดันเจี้ยนมาสเตอร์ก็พลันตระหนักได้ถึงความสำคัญของเธอขึ้นมาทันที ดูเหมือนหลังจากนี้คงต้องขอพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเพื่อจัดระบบดันเจี้ยนให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น

       และในเช้าวันถัดมาก็มุ่งหน้าไปยังฟาร์มเลี้ยงการานเพื่อติดต่อขอซื้อพวกมัน การานเป็นสัตว์เทียมเกวียนที่ดีมากเพราะมันรับน้ำหนักได้เยอะ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เดินทางได้ช้าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ลากจูงระยะทางไกลสักเท่าไหร่ ราคาต่อตัวอยู่ที่ประมาณ 80 เหรียญทอง และถ้าเป็นตัวที่ยังหนุ่มแน่นเหมาะสำหรับใช้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ถ้าแก่มากราคาก็จะตกเนื่องจากน้ำหนักที่ลากได้จะลดลง ติดต่อขอซื้อมาอย่างละสิบตัว กว่าจะดำเนินเรื่องเสร็จก็ใช้เวลากว่าครึ่งวันเลยทีเดียว

       ได้การานมายี่สิบตัวเอาขึ้นไปไว้บนเครื่องก็เต็มพอดี แทบไม่เหลือที่ว่างให้ซื้อสัตว์ตัวใหญ่ได้อีกเลยต้องนำพวกมันไปส่งก่อนหนึ่งรอบแล้วจึงค่อยไปหาซื้อสัตว์ที่อื่นต่อ สุดท้ายเซรอสก็ติดต่อไปที่บ้านและขอให้ฟรานมารอรับพวกการานชุดแรกที่ฐานลับ ใช้เวลาเดินทางไปยังที่หมายประมาณสี่สิบนาที กว่าจะขนย้ายพวกมันลงจากเครื่องได้ก็กินเวลาไปอีกยี่สิบนาที โชคดีที่มีเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกให้

       ฟรานตามมาหลังจากนั้นไม่นาน เธอมองดูการานในกรงทั้งหมดพร้อมทำตาลุกวาว

       “การานเยอะแยะ” ฟรานเอ่ยขึ้น และปีนขึ้นไปนั่งบนรถลากที่จะใช้จูงกรงติดล้อออกไปต่อแถว

       “ยังต้องไปซื้ออีกไม่น้อยเลยล่ะ ทางนี้เตรียมพื้นที่เลี้ยงสัตว์เอาไว้แล้วใช่ไหม?”

       “อือ ทำแล้ว” ฟรานตอบ หลังครุ่นคิดก็พูดต่อ “อาหารไม่พอ”

       “งั้นคงต้องซื้อมาเพิ่ม แล้วก็นี่เป็นบันทึกการซื้อขายทั้งหมดฝากเอาไปส่งให้ด้วย ทางนี้อาจจะต้องเดินทางต่ออีกวันสองวันเพื่อซื้อสัตว์มาไว้ที่นี่ให้หลากหลาย”

       “อือ เหนื่อยหน่อยนะ”

      เรื่องทางนี้คงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของฟรานในการจัดการ เนื่องจากเธอเป็นเพียงคนเดียวที่เข้านอกออกในได้ในระดับหนึ่ง และเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดกับใครเลยเก็บความลับได้ดีมาก สุดท้ายหลังจัดการเติมเชื้อเพลิงให้เครื่องบินลำเลียงทรัพยากรก็ได้เวลานำเครื่องออกอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นจะต้องนำการานไปด้วยหนึ่งตัวสำหรับลากจูงกรงสัตว์ขนาดใหญ่

 

       หลังจัดตำแหน่งการลากและต่อพ่วงกรงติดล้อทั้งหมดแล้วก็ลากจูงพวกมันให้เดินตามมาจนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านได้ในที่สุด พวกดีแมนได้เห็นการานจำนวนมากถูกพาเข้ามาในเมืองก็มีท่าทีตื่นเต้นถึงขนาดที่ไปจูงเด็กๆ มายืนดูพวกมัน คาเรนมาเห็นจำนวนที่มาเกินความจำเป็นก็บ่นอุบเล็กน้อยเนื่องจากจำนวนคนในหมู่บ้านมีน้อยเกินกว่าจะบริหารจัดการหน้าที่ให้ครอบคลุมทุกด้าน แต่ก็เข้าใจดีว่าสัตว์แรงงานพวกนี้มีความสำคัญมากในการพัฒนาเมือง

       ฟรานนำการานมาปล่อยลงในฟาร์มให้พวกมันได้เดินเล่นปรับสภาพกับบ้านหลังใหม่ โชคดีที่การานเหล่านี้ถูกฝึกให้เชื่องกับคนมากเลยไม่ได้กลัวคนแต่อย่างใด รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นกระต่ายขาวตัวหนึ่งปีนขึ้นไปขี่อยู่บนหลังการานซะแล้ว

       วาคาบะนั่งอยู่ที่ใต้ร่มไม้อ่านหนังสือฝึกภาษาเพื่อให้สื่อสารกับผู้คนได้เร็วยิ่งขึ้น สำหรับเธอคนนี้ถ้าฟรานไม่อยู่ด้วยก็จะลำบากทันที ตอนที่ทราบความจริงเรื่องนี้ก็อดด่าทอพระเจ้าที่ส่งตัวเธอมาที่โลกใบนี้ไม่ได้ ทั้งที่ภาษาเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตในโลกนี้กลับไม่ได้มอบพรในข้อนี้ให้ ช่างเป็นพระเจ้าที่สะเพร่าเอามากๆ เธอเลยต้องมานั่งเรียนภาษาใหม่ตั้งแต่ต้น นี่ยังโชคดีมากที่คุณลุงคนนั้นมาอยู่ในโลกใบนี้ก่อนและเขียนหนังสือฝึกภาษาเอาไว้ให้ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะต้องลำบากมากกว่านี้ก็ได้

       แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับฝีมือการทำอาหารของคุณลุงที่สามารถทำแกงกะหรี่รสชาติแสนอร่อยมาให้ทาน อยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องกินขนมปังประทังชีวิตแถมยังได้กินอาหารตามใจอยาก ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่งทอด และน้ำผลไม้ที่เย็นเฉียบ เธอยังได้มีโอกาสทำแซนด์วิชแฮมชีสกินในทุกเช้า ตอนกลางคืนถ้าเป็นเด็กหญิงเอลฟ์ก็จะได้กินสปาเกตตี ทว่าหากเป็นกระต่ายขาวทำก็จะได้กินอาหารที่เน้นแต่เมนูแครอทสำหรับคนรักสุขภาพแทน

       ตอนแรกคิดว่าตนเองที่พอใช้เวทมนตร์ได้ 2-3 บทจะพอมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย กลับกลายเป็นไร้ความหมายเมื่อเด็กที่ชื่อฟรานแสดงทักษะเวทมนตร์ที่รุนแรงให้เห็น เทียบกันแล้วเธอแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรและตอกย้ำหนักขึ้นไปอีกหากต้องเทียบกับแม่กระต่ายขาวที่แม้จะเล่นสนุกแต่ก็ช่วยงานอย่างแข็งขัน คงเพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเลยทำอะไรไม่ถูก

       อย่างไรก็ตามแต่วาคาบะคล้ายจะค้นพบสิ่งที่ตนเองพอจะทำได้ขึ้นมาบ้างแล้ว นั่นคือการวาดภาพซึ่งจะช่วยให้คาเรนกำหนดโครงสร้างอาคารได้ดียิ่งขึ้น ตอนแรกก็กังวลเรื่องแท็บเล็ตที่หาที่ชาร์จไฟไม่ได้เลยอาจจะต้องใช้ตัวชาร์จแผงโซล่าเซลล์แทน กลับกลายเป็นว่าบ้านหลังนี้มีที่ชาร์จไฟติดตั้งเอาไว้ด้วย เธอเลยสามารถใช้งานแท็บเล็ตได้เท่าที่ต้องการ

       ฟรานทำหน้าที่เป็นล่ามเพื่อคุยเกี่ยวกับอาคารที่จะต้องออกแบบ โชคดีที่ในแท็บเล็ตมีพจนานุกรมอังกฤษ-ญี่ปุ่น ติดตั้งเอาไว้อยู่เพื่อให้สามารถค้นคำศัพท์ได้ทุกเมื่อที่ต้องการหรือต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติโดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต ปรากฏว่าฟรานพูดภาษาอังกฤษได้เก่งมากและอธิบายจนเธอเข้าใจได้ แทบอยากจะกอดเด็กหญิงเอลฟ์คนนี้เอามากๆ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวจะทำให้รำคาญคงคว้าตัวมาแล้ว

       ความน่าอัศจรรย์สมกับเป็นต่างโลกก็คือชาวบ้านใช้เวลาเพียงหนึ่งวันในการสร้างอาคารให้พร้อมอยู่อาศัยได้หนึ่งหลัง ทั้งที่ความจริงการสร้างบ้านจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็เป็นสัปดาห์กว่าจะได้บ้านสักหลัง วาคาบะลืมไปว่าดีแมนพวกนี้มีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ปกติเลยทำงานใช้แรงงานได้ดี ซ้ำยังมีเวทมนตร์ของฟรานมาสนับสนุน รวมเข้ากับทักษะการบริหารคนงานของคาเรนงานที่ออกมาจึงเรียบร้อยมาก ทุกคนช่วยกันทำงานตั้งแต่เช้ายันฟ้าเริ่มมืดจึงค่อยแยกย้ายกลับไปพักผ่อน

       สองวันผ่านไปนับตั้งแต่ที่การานมาส่งที่หมู่บ้าน เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าเกือบบ่ายสองที่ฟรานได้รับโทรศัพท์จากเซรอสบอกให้ไปช่วยงานก็หายไปสักพักใหญ่ ก่อนที่จะกลับมาที่หมู่บ้านพร้อมด้วยขบวนบรรทุกสัตว์เลี้ยงที่ใช้เป็นอาหารและแรงงานจำนวนมาก ยังมีพวกที่เลี้ยงไว้เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างวัวนมและแกะขน นอกจากนี้ก็ยังมีนกที่เหมือนนกกระจอกเทศซึ่งเป็นพาหนะเดินทางไกลที่สะดวกเอามากๆ ซาริเห็นมันปุ๊บก็ร้องอยากจะได้ทันทีเพราะมันเป็นนกเดินทางไกลที่วิ่งเร็วและคล่องแคล่วมาก

       “ไม่เยอะไปหน่อยสำหรับเมืองที่มีประชากรแค่สองร้อยคนหรอกหรือคะ?”

       “ก็แค่ตอนนี้เท่านั้น” เซรอสตอบ

      



หายไปนานเพราะถูกตก

ติดนิยายเรื่อง ระบบสุดยอดเจ้าเล่ห์ ที่โคตรจะฮา

เป็นนิยายจีนที่จิกกัดแทบทุกอย่าง โลกเซียนจะต้องฉิบหายวายป่วงเมื่อ ซูเย่ จากโลกปัจจุบันฟื้นคืนชีพขึ้นมาในร่างของคนที่ตาย พร้อมด้วยระบบสุดยอดการแสดง ระบบที่สามารถใช้แต้มการแสดงซื้อทักษะ อุปกรณ์ สิ่งของ ตั้งแต่วิชาดอกบัวเพลิงในนิยายจีนเรื่องหนึ่ง ไปจนถึงชุดเกราะไอรอนแมน ตั้งแต่สากกระเบือยัน 'เรือรบ' ของจริง

ส่วนที่ทำเอาหัวเราะท้องแข็งคือตอนที่มันหลอกให้จักรพรรดิเพลิง กินขรี้... และไม่ใช่แค่นั้น ยังมีเจ้าหมาฮัสกี้ตัวแสบเรียกตนเองว่าเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ นำขรี้ที่สะสมในลำไส้เป็นหมื่นๆ ปี ใส่ลงหม้อให้บรรดาเทพเซียนที่เสพติดรสชาติเต้าหู้เหม็นได้ลิ้มลองจนอ้วกกันไปตามๆ กัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.479K ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #12856 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:46

    !!! 5555แบบนั้นคงต้องตามไปติดนิยายเรื่องนั้นด้วยแล้วละคะ
    #12856
    0
  2. #12715 Nattapong Thambuacha (@numtham22) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 21:22
    รอนะคับ
    #12715
    0
  3. #12712 pss933 (@pss933) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 07:07
    แล้วดอกไม้มนตราสีขาวโตขึ้นหรือยังเนี่ย
    #12712
    0
  4. #12710 PrasitPP (@prasitpp001) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 20:00

    ไรท์ ไม่มาโพสตอนใหม่ฉลองนิยายครบรอบ 2 ปีหน่อยเหรอ

    #12710
    0
  5. #12707 22710 (@22710) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 22:09
    ขอบคุณมากครับ
    #12707
    0
  6. #12705 EReNoR (@tamtummai) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 22:45
    ....ขอลิ้งไปอ่านบ้างจ้า
    #12705
    0
  7. #12700 Ghostmaster_zero (@Ghostmaster_zero) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 09:45
    ขายสะอยากไปตามอ่าน
    #12700
    0
  8. #12693 KuRo_NeKo (@u4814079) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 04:10
    ชอบอ่านตอนพัฒนาเมืองมากกว่าตอนอยู่ในรร.เยอะเลย
    ตอนยาวอ่านจุใจ ไรต์น่ารักมากกกก
    #12693
    0
  9. #12692 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:04
    เซรอสจะมีอะไรแปลกๆๆมาโชร์อีกไม
    #12692
    0
  10. #12690 rocktoon555 (@rocktoon555) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:09

    ว่าแต่ลุงเซรอสนี่ใช้เวทธาตุดินนอกจากเวทมืดได้ขนาดนี้แล้วเหรอ เเต่ก่อนยังเสกได้แค่ทรายกองเล็กๆ เอง

    รึเป็นเพราะใช้ไอเทมเวทมนต์เป็นตัวช่วย หรือหาวิธีฝึกดึงศักยภาพธาตุอื่นเพิ่มขึ้นนอกจากธาตุมืดได้กันนะ

    #12690
    4
    • #12690-3 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 159)
      28 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:06
      เคยมีปรากฏแล้วนี่ เล่นซะเกือบตายเลย
      #12690-3
    • #12690-4 rocktoon555 (@rocktoon555) (จากตอนที่ 159)
      28 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:35
      อ้อ ฝึกเฉียดตายตอน 89 สินะครับ
      #12690-4
  11. #12689 JuggernotWanwan (@JuggernotWanwan) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:51
    ไหนๆไรต์ก็โปรโหมดละ ขอโฆษณาหน่อย5555 เพจ Resurrection-novels มีกลุ่มลับเรื่องนี้ถึงตอนที่สองร้อยกว่าแล้วเลยตอนจักรพรรดิกินขี้แล้วด้วยสนใจเข้าไปดูในเพจได้เลยครับ55555
    #12689
    1
    • #12689-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 159)
      28 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:22
      กลัวว่ามันจะกลายเป็นว่าผมสนับสนุนการละเมิดน่ะสิ เลยไม่ได้เอาลิงค์มาแปะนอกจากชื่อเรื่อง
      #12689-1
  12. #12686 lextral (@lextral) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:37
    สนุกจริง จักรพรรดินี คุณอยากจะพบน้องชายของฉันหรอ ตอนทีอ่านถึงตรงนี้ถึงเกือบสำลักข้าวที่กำลังเคี้ยวอยู่เลย
    #12686
    0
  13. #12684 farfar2531 (@farfar2531) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:10

    มีคนอื่นๆ ที่ยังมาไม่ถึงอีกไหม หนุ่ม-สาวดีแมนทั้งหลายอ่ะ

    #12684
    0
  14. #12683 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:27
    ขอบคุณครับ
    #12683
    0
  15. #12682 namsai557 (@namsai557) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:16
    เมื่อไหร่ที่ เผ่าพันธุ์ที่ถูกทอดทิ้ง จะมาอยู่ที่นี่เพิ่มน้า?
    #12682
    0
  16. #12681 Foxing (@Foxing) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:03
    ยังอ่านไม่ถึงตอนขรี้อ่ะไรต์

    ดูถ้าจะแอว๊ะ

    ต้องไปตามต่อบ้างล่ะฮะ
    #12681
    2
    • #12681-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 159)
      27 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:15
      มีตอนแข่งรถด้วยนะเออ ฟุจิวาระ ทาคุมิ นักแข่งรถแห่งเขาอากินะ จากนิกายทลายสวรรค์
      #12681-1
  17. #12680 Ikofah3660 (@Ikofah3660) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:53
    เราก็โดนไรท์ตกเช่นกันนะ ยืมรอที่ท่าน้ำทุกวันเลยล่ะ 5555
    #12680
    3
    • #12680-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 159)
      27 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:13
      ถ้ากุไม่ได้บวช พวกเมิงก็ไม่ได้บวช #ผิดเรื่อง
      #12680-1
  18. #12679 โลกสีเงิน (@glass-rose) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:48

    ตามตลอดๆ
    #12679
    0
  19. #12678 Voicewolf (@voicewolf) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:41
    หาไม่เจออยากอ่านบ้างอ่ะ ...^^
    #12678
    0
  20. #12677 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:01

    ขอบคุณค่ะ

    #12677
    0
  21. #12676 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:05

    น่าอ่านจังหาอ่านได้จากช่องทางไหนครับ

    #12676
    0
  22. #12675 cecilia_c (@cecilia_c) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:36
    นั่นมันโจโคโบะใข่ม๊ายยย ตาลุกวาว
    #12675
    1
    • #12675-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 159)
      27 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:38
      ใช่ แต่รถมีไว้เข็นนะ
      #12675-1
  23. #12674 OgarOneEye (@prototypezaza) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:17
    ร้ายกาจมากเขาคนนั้น
    #12674
    0
  24. #12673 luxnaro (@luxnaro) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:14
    อ้อ เรื่องนั้นยังไม่ได้อ่าน ดองไว้ใน qidian eng เห็นชื่อไม่ค่อยน่าสนใจ เพิ่งรู้ว่ามีคนเอามาแปลด้วย

    ตกลงเรื่องมันสนุก หรือมันฮาที่คนแปลครับ?
    ผมติด protoss dad แต่คนอื่นคงอ่านไม่ได้เพราะผมอ่าน raw จีน
    #12673
    0
  25. #12672 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:54
    ถึงเวลาต้องฟาร์มหนูวาคาบะ
    #12672
    0