ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,092 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,809 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,570

    Overall
    2,262,092

ตอนที่ 157 : SS3 Episode Two : คุณลุง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1495 ครั้ง
    13 ก.พ. 62

SS3 Episode Two

 



       มอเตอร์ไซค์คันสีดำวาววับยี่ห้อที่ไม่มีวางจำหน่ายต่อให้เป็นกูรูผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถทุกยี่ห้อก็ไม่อาจระบุความเป็นมาของมันหรือชื่อรุ่นได้ มันคือยานพาหนะที่ไม่ควรจะมีในโลกของดาบและเวทมนตร์ อิจิโนะเสะ วาคาบะดวงตาเป็นประกายเมื่อได้พบเจอกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และพาลคิดไปว่ามันอาจจะเป็นโลกที่มีวิทยาการแบบวิทยาศาสตร์เวทมนตร์อยู่ก็เป็นได้ เพราะตัวยานพาหนะนี้ไม่ได้ใช้เชื้อเพลิงแบบที่รู้จัก บางครั้งเซรอสก็ค่อนข้างสงสัยว่าเหตุใดเด็กสาวคนนี้ถึงได้รู้เรื่องนี้ดีนักก็ได้คำตอบกลับมาว่า นักเขียนต้องศึกษาอะไรหลายๆ อย่างน่ะสิ

       ยิ่งไปกว่านี้วาคาบะไม่สามารถใช้ภาษาของนูมอร์ได้ การหาข้อมูลของเธอจึงมีจำกัดเพราะต้องสื่อสารผ่านตนที่พอจะทำหน้าที่เป็นล่ามให้ได้ ถึงอย่างนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าเธออาจจะเปลี่ยนไปใช้ภาษาอังกฤษซึ่งนอกจากเขาแล้วก็ยังมีฟรานที่เริ่มพูดได้คล่องกับซาริที่ยังพูดด้วยสำเนียงเด็กเกรดสี่ ขึ้นอยู่กับว่าเธอคนนี้ใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับใด เขาไม่กังวลด้วยซ้ำเพราะฟรานไม่ใช่คนที่ชอบเปิดเผยความลับ แตกต่างจากยายปากเปราะซาริที่ชอบทำเรื่องวุ่นให้ปวดหัวอยู่เสมอ

       การที่อีกฝ่ายยังไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับโลกนี้ก็พอมีทางออกให้เซรอสแก้ตัวได้อยู่บ้าง

       “ที่โลกนี้ฉันเป็นนักวิศวกรเวทมนตร์ มันจะดีกว่าถ้าเธอพยายามจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป”

       “ทำไมล่ะ” วาคาบะสงสัย

       เซรอสขึ้นนั่งคร่อมบนรถและเดินเครื่องยนต์ “สถานะคนจากต่างโลกนั้นมีอำนาจอย่างมาก เธอจะถูกใช้เป็นทั้งเครื่องมือและตกเป็นเป้าหมายในการสังหารของฝ่ายศัตรูที่พยายามขัดขวาง ฉันปิดเรื่องเทคโนโลยีพวกนี้เอาไว้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ในฐานะรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อนมันจะดีกว่าถ้าเธอไม่พยายามเปิดเผยความลับนี้ออกไป ไม่อย่างนั้นพวกเราอาจจะถูกลากเข้าไปพัวพันกับสงคราม”

       วาคาบะเป็นคนที่เข้าใจเรื่องราวได้ง่ายมาก และรู้ด้วยว่าสถานะของตัวเธอนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวแค่ไหน เป็นถึงดันเจี้ยนมาสเตอร์ซึ่งสามารถกำหนดการมีอยู่ของวัตถุดิบและยังรูปแบบความปลอดภัยของดันเจี้ยนได้ หากถูกล่วงรู้โดยคนที่มุ่งหวังเพียงแต่ผลประโยชน์พวกเขาจะต้องส่งคนมาเจรจาเพื่อขอให้เธอช่วยทำฟาร์มวัตถุดิบสำคัญแน่ๆ และเธอจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะต้องถูกก่อกวนไม่เว้นแต่ละวัน ถึงใจหนึ่งจะอยากพบเจอกับผู้คนแต่ก็คงต้องขอเว้นคนประเภทหนึ่งเอาไว้ด้วยล่ะนะ

       เด็กสาวไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุใดจึงยอมปีนขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ได้ทั้งที่อีกฝ่ายนั้นเป็นเพียงคนแปลกหน้า ในไลท์โนเวลก็เคยมีเนื้อเรื่องประมาทว่าคนจากต่างโลกเข่นฆ่ากันเองเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการครอบครองอำนาจเพียงผู้เดียว หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่คนที่ทำอะไรแบบนั้น ใครใช้ให้อีกฝ่ายเป็นคนเดียวที่สามารถสื่อสารกับเธอได้กันล่ะ

       การเดินทางด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นอะไรที่ทรมานมาก แรงลมที่ปะทะใส่ใบหน้าจนต้องฟุบหน้าลงไปซ่อนกับแผ่นหลังที่ดูกว้างใหญ่ แถมยังต้องกอดอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้ร่วงตก ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่แนบชิดกับผู้ชายคนอื่นนอกจากพ่อหรือลูกพี่ลูกน้องที่อายุไล่เลี่ยกัน พอขับมาได้สักระยะหนึ่งชายหนุ่มที่ชื่อเซรอสก็ทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนรูปแบบของมอเตอร์ไซค์ให้กลายเป็นพาหนะโฉมใหม่ที่สามารถโลดแล่นผ่านอากาศได้

       ด้านล่างตอนนี้เธออยู่เหนือชายป่าที่กว้างใหญ่และเห็นหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้อยู่ด้วย จากที่เห็นมันดูคล้ายกับว่าจะถูกทิ้งร้างมานานมากหลายร้อยปีเพราะบ้านทุกหลังมีต้นไม้ขึ้นเกาะจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน สภาพของมันน่ากลัวมากและคิดว่านั่นอาจจะเป็นหมู่บ้านที่เขาพูดถึง แต่พอบินผ่านมันไปก็รู้สึกโล่งใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน หมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับดันเจี้ยนที่สุดมีสภาพแบบนั้นย่อมเป็นธรรมดาที่จะไม่มีผู้ใดมาอาศัยอยู่ การขับผ่านไปนั่นก็แปลว่าหมู่บ้านที่ว่าอยู่ไกลกว่าที่คิดเอาไว้

       เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่วาคาบะมั่นใจว่าเธอร้องเพลงอนิเมะจบไปราวๆ สิบห้าเพลงได้ ความเร็วและระดับความสูงของยานบินนี้ก็ค่อยๆ ลดลง พอลงจากรถเรียบร้อยเซรอสก็จัดการเก็บรถมอเตอร์ไซค์ใส่แหวนมิติ ชี้มือไปยังบริเวณหน้าผาสูงที่สามารถมองลงไปเห็นสภาพรวมของหมู่บ้านได้

       “นั่นคือหมู่บ้านที่ฉันรับหน้าที่ดูแลอยู่”

       วาคาบะมองตามไปและพบเห็นพื้นที่หมู่บ้านที่อยู่ไกลลิบยากจะมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน แต่มันเป็นเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย

       “ดีจังเลยนะ เทียบกันแล้วฉันต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่มีแม้แต่ผู้คนให้พบเจอ”

       “ตอนที่ฉันถูกส่งมาที่นี่ครั้งแรก สภาพของมันไม่ต่างจากหมู่บ้านที่เธอเห็นนักหรอกไม่สิ มันเลวร้ายกว่ามาก รู้หรือเปล่าว่าฉันดำรงชีพด้วยการกินตะขาบยักษ์และหาพวกลูกไม้กิน ขนาดน้ำที่จะดื่มยังต้องรองจากน้ำฝนเลย ฉันดิ้นรนอยู่นานมากจนพอจะเริ่มปรับตัวได้ก็ค่อยๆ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นทีละน้อย เห็นแบบนี้แต่ที่โลกเดิมฉันศึกษาด้านวิศวกรโยธาก่อนจะเปลี่ยนสายงานไปเป็นวิศวกรเครื่องกลล่ะนะ ส่วนผู้คนในเมืองพวกนั้นเพิ่งเข้ามาอยู่อาศัยได้แค่หนึ่งปีเอง ดังนั้นเทียบกันแล้วเธอน่าจะสะดวกสบายกว่าฉันเยอะเลย”

       ได้ฟังความเป็นมาของชายหนุ่มตรงหน้า ความคิดที่ว่าอิจฉาก็เปลี่ยนเป็นสงสารขึ้นมาทันที วาคาบะโชคดีที่อาหารและน้ำนั้นสามารถซื้อได้จากการใช้ DP ที่ได้รับมอบมาทุกๆ วัน ถึงรสชาติอาหารจะซ้ำซากจำเจแต่มันช่วยให้เธอไม่ต้องอดตาย เทียบกับชายหนุ่มที่มาอยู่ต่างโลกในสภาพตัวเปล่าไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือในการดำรงชีพมันแตกต่างจากนิยายแนวเกิดใหม่ที่ต่างโลกหรือถูกส่งมาต่างโลกอย่างมาก ตัวละครเอกพวกนั้นส่วนใหญ่จะโชคดีถ้าไม่ใช่นารีอุปถัมภ์ ก็มีพื้นฐานครอบครัวที่มีฐานะในระดับหนึ่ง

       ดังนั้นวาคาบะจึงกล้ารับประกันเลยว่าการมาอยู่ต่างโลกไม่สนุกเลยสักนิดเดียว

       “แต่เดี๋ยวนะ!?” วาคาบะฉุกคิดอะไรบางอย่างที่สำคัญขึ้นมาได้ “เมื่อกี้คุณบอกว่าเรียนวิศวกรโยธาก่อนจะเปลี่ยนสายงานไปเป็นวิศวกรเครื่องกลใช่ไหม อย่าบอกนะว่าโกงอายุน่ะ”

       เซรอสแปลกใจอยู่เล็กน้อยและตอบ “ก่อนที่ฉันจะเสียชีวิตก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ประสบการณ์ชีวิตเยอะมากจนพระเจ้าคนนั้นต้องการให้ฉันใช้ความรู้ความสามารถที่มีไปอีกนานเลยปรับแต่งร่างกายของฉันให้”

       เพราะมีประสบการณ์กับอุปกรณ์จับโกหก เซรอสจึงต้องปรับตัวเองให้ใช้คำพูดที่ไม่เชิงโกหกออกไปและให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดไปเอง

       “แบบนี้ฉันก็เรียก คุณลุง ได้ไม่ผิดใช่ไหม”

       “เอาตามที่สะดวกได้เลย”

       เส้นทางบนเขาเห็นได้ชัดเลยว่ามันถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของคน โดยเฉพาะการฝังแผ่นไม้ทำเป็นบันไดและมีที่พักระหว่างทางให้ด้วย ผู้ที่สร้างเส้นทางนี้ขึ้นมาคือเซรอสที่ต้องการจะหาเวลาว่างมีลองปีนเขาและพักผ่อนเล่นในบางวัน ฟังดูเป็นกิจกรรมที่เหมือนคนแก่เลยถูกวาคาบะพูดแซวอยู่พักใหญ่ ทั้งสองเดินเรื่อยมาจนถึงบริเวณทางเข้าหมู่บ้านและพบเข้ากับดีแมนที่ทำหน้าที่คอยรักษาความสงบสุขของหมู่บ้านทั้งที่ไม่มีความจำเป็นใดๆ วาคาบะถึงกับตื่นตกใจเมื่อได้พบเห็นสภาพกึ่งมนุษย์กึ่งปีศาจจากคนพวกนั้น

       “ท่านเซรอส กลับมาจากสำรวจแล้วเหรอครับ” ดีแมนคนหนึ่งกล่าวทักทาย และหันไปมองเด็กสาวที่ท่าทางน่าสงสัย “นี่มันเด็กมนุษย์!

       พอเห็นว่าเป็นมนุษย์ก็ตกใจอย่างมากและเหมือนพวกเขาจะค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับการมีมนุษย์คนอื่นบุกเข้ามา มันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอีกไม่นานจะต้องพบเจอกับมนุษย์คนอื่นและอาจถูกขับไล่อีกครั้งก็ได้

       เซรอสยกมือขึ้นห้ามปราม “เธอคนนี้ไม่เป็นอันตรายหรอก ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

       วาคาบะไม่เข้าใจคำพูดของทั้งสองคน แต่ดูจากภาษาท่าทางแล้วมนุษย์ครึ่งปีศาจคนนี้ดูจะหวาดกลัวเธอมากและมีท่าทางต่อต้านอย่างชัดเจน ในขณะที่เซรอสช่วยพูดห้ามปรามเอาไว้จนกระทั่งอีกอย่างยอมใจเย็นและลดท่าทางระวังตัวลง ดูเหมือนที่บอกว่าเธอมีปัญหาด้านภาษาจะเป็นความจริง หากสื่อสารกันไม่ได้คงถูกมองว่าเป็นพวกปีศาจและเข้ามาโจมตีทันทีเลยก็ได้

       โชคดีมากที่เธอได้พบเจอกับคนที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ที่นี่

       พอเข้ามาในเมืองได้วาคาบะก็ส่องสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ บ้านเรือนแต่ละหลังมีสไตล์ที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก แตกต่างเพียงการตกแต่งของผู้อยู่อาศัยและมันให้ความรู้สึกคล้ายกับเป็นหมู่บ้านของทางฝั่งตะวันตก พอสำรวจเค้าโครงใบหน้าของเซรอสดูก็ไม่แปลกเลยที่หมู่บ้านจะมีกลิ่นอายแบบนั้น ตามทางนั้นมีทางระบายน้ำและปูพื้นบนถนนด้วยอิฐที่เป็นระเบียบเท่ากันตลอดทางทำให้รถม้าวิ่งไปมาได้สะดวกยิ่งขึ้น

       “คุณลุงเป็นคนสร้างที่นี่อย่างงั้นเหรอ? ยอดไปเลยนะเนี่ย เอ๊ะ!? นั่นมันโรงอาบน้ำไม่ใช่เหรอ” วาคาบะตื่นเต้นมากที่ได้เห็นสิ่งปลูกสร้างที่มีอารยธรรมต้นแบบมาจากประเทศของตนเอง ชวนให้รู้สึกคิดถึงมากจริงๆ “คุณลุงสร้างมันเอาไว้ด้วยสินะ”

       “ฉันเคยไปอยู่ที่ญี่ปุ่นมาระยะหนึ่ง ดันเกิดติดใจระบบโรงอาบน้ำที่นั่นมากก็เลยเอามาสร้างไว้ที่นี่ด้วย”

       มองดูคนที่เดินไปใช้บริการโรงอาบน้ำตอนค่ำก็พลันรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่สร้างมันขึ้นมา ดูจากอัตราจำนวนคนเข้าออกผ่านเซ็นเซอร์ตรวจจับที่ติดตั้งเอาไว้พบว่าทุกคนให้ความสนใจกับที่นี่มากและมีผู้ใช้บริการมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่บางคนนั้นชอบที่จะอาบน้ำที่บ้านอย่างสงบสุขมากกว่า

       พอมาถึงที่บ้านของเซรอสก็ได้รับการต้อนรับโดยสุนัขป่าที่ออกมายืนจังก้าอยู่หน้าประตูบ้าน ทำเสียงขู่คำรามใส่ผู้บุกรุกที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขต ก็ต้องขอชมเชยว่าทำหน้าที่ในฐานะของสุนัขเฝ้าบ้านได้ค่อนข้างดีทีเดียว ติดแค่ว่ามันไม่กล้าจะขู่ใส่อาเรสที่แวะมาขอแบ่งเหล้าก็เท่านั้นเอง ดีไม่ดีวิ่งหนีไปซ่อนตัวซะอีก กลายเป็นว่ามันเป็นสุนัขที่เก่งกับคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองซะงั้น เมื่อพบว่าผู้บุกรุกคนนี้มาพร้อมกับเซรอสท่าทางของมันก็เปลี่ยนไปกลายเป็นสุนัขแสนเชื่องแบบกลับลำ ร้องหงิงๆ จนรู้สึกอยากจะประเคนแข้งให้รู้แล้วรู้รอด

       “นั่นมันหมาป่านี่”

       “มันชื่อเฟนริลเป็นสัตว์เลี้ยงของเด็กที่ฉันรับดูแลอยู่”

       “เด็ก? รับดูแล? อย่าบอกนะว่าคุณลุงเป็นโลลิค่อนน่ะ” วาคาบะตกใจสุดขีดและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

       ทันใดนั้นที่บริเวณหน้าประตูบ้าน วาคาบะพบกับเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 13-14 ปี สวมผ้ากันเปื้อนและยืนมองลงมาท่าทางดูท่ากลัวแบบแปลกๆ ใบหูที่เรียวแหลมนั่นชัดเจนว่าต้องเป็นเอลฟ์แน่ๆ วาคาบะเชื่อว่าน่าจะมีอายุไม่ใช่น้อยๆ หากใช้เกณฑ์มาตรฐานของนิยายที่นิยมเขียนให้เอลฟ์อายุนับร้อยปีมีรูปร่างใกล้เคียงกับเด็กผู้หญิงเพื่อให้เป็นโลลิถูกกฎหมาย

       “เซรอส นั่นใคร?” ฟรานถามเสียงเย็น

       “อืม เธอเป็นเหมือนฉันนี่แหละ คนจากต่างโลกที่ถูกส่งมาที่นี่”

       ไม่มีเหตุผลให้ต้องโกหก เพราะฟรานเองก็ทราบเรื่องที่เซรอสมาจากต่างโลกอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้วาคาบะจำเป็นจะต้องปรับสภาพให้คุ้นชินกับโลกใบนี้ให้เร็วที่สุดเลยอาจจะต้องขอพึ่งพากำลังของฟรานในบางโอกาส

       ฟรานกวาดสายตาพิจารณารูปร่างของอีกฝ่ายก่อนจะไปหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าอกและทำท่าทางพึงพอใจออกมา วางมือลงบนไหล่เบาๆ แล้วถามเป็นภาษาอังกฤษ “หิวหรือเปล่า?”

       “เอ๊ะ! ไหนว่าคุยกันไม่รู้เรื่องยังไงล่ะ”

       “มีแค่ฟรานเท่านั้นที่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้คล่อง ถ้ามีอะไรสงสัยก็ลองถามเด็กคนนี้ได้เลย” เซรอสอธิบายกับวาคาบะเสร็จก็หันไปพูดต่อกับฟรานด้วยภาษาเอลฟ์ “ถึงจะเป็นคนจากต่างโลกเหมือนฉันแต่ยังน่าสงสัยอยู่ พยายามอย่าเปิดเผยความลับอะไรมากโดยเฉพาะห้องข้างล่าง”

       “อือ ระวังซาริด้วย”

       “เดี๋ยวฉันจะกำชับเองอีกที”

       เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน วาคาบะถึงกับอ้าปากพะงาบเพราะสิ่งที่เห็นอยู่ในบ้านหลังนี้ภายนอกออกจะดูธรรมดาไปสักหน่อย แต่ภายในนั้นเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ที่แสนจะคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟประดับบ้าน ตู้โทรศัพท์เวอร์ชั่นเก่าแก่ ตู้เย็น และห้องครัวที่ทันสมัยแทบจะไม่ต้องก่อไฟเพื่อใช้งาน แถมยังมีตู้อบขนมและเครื่องมือแปลกๆ อีกตั้งมากมาย ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่บ้านที่มีอยู่ในต่างโลกได้เลย

       บนโต๊ะอาหารมีจานวางจัดเรียงอยู่ตามจำนวนคน กลิ่นหอมที่แสนจะคุ้นเคยกระตุ้นความอยากอาหารของวาคาบะจนต้องกลืนน้ำลาย เหยือกน้ำส้มคั้นที่วางอยู่นั่นเป็นเครื่องดื่มเย็นที่เธอไม่ได้สัมผัสกับมันมานานหลายเดือนนับตั้งแต่ที่ของในตู้เย็นหมด ยังมีของกินเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่เรียกว่า มันฝรั่งทอด อยู่บนจานเคียงคู่กับซอสมะเขือเทศ

พยายามหักห้ามใจไม่ให้ทำอะไรเสียมารยาท วาคาบะอยากที่จะไปนั่งเร็วๆ แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่อาจทำอะไรแบบนั้นได้ มองดูเอลฟ์เด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ยืนอยู่บนฐานที่ยกสูงและกำลังทำซอสราดอะไรบางอย่างอยู่ การจับมีดเองก็คล่องแคล่วอย่างมากและทำได้ราวกับเป็นมืออาชีพ แต่ขณะที่มองอยู่นั้นก็พลันเห็นว่ามีใครบางคนชิงลงมือตัดหน้าไปก่อนแล้ว เป็นมนุษย์กระต่ายขนปุยสีขาวเอื้อมมือไปหยิบมันฝรั่งทอดในจานมากินอย่างเอร็ดอร่อย

เซรอสเห็นปฏิกิริยาของเด็กสาวอย่างชัดเจนก็พูดขึ้น “อยากกินงั้นเหรอ?”

“เรื่องนั้น

“ระวังยายกระต่ายนั่นกินจนหมดซะล่ะ”

“ถ้างั้น ขอรบกวนหน่อยนะคะ” วาคาบะเดินไปนั่งและใช้ที่คีบแบ่งบางส่วนมาใส่จานของตนเอง

ดวงตาของเด็กสาวเปล่งประกายและมีน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาด้วยความยินดี เป็นระยะเวลาที่นานมากแล้วที่ไม่ได้สัมผัสรสชาติของจั้งค์ฟู้ดแบบนี้ เช่นเดียวกันกับน้ำส้มหวานเย็นที่แม้จะไม่ใช่น้ำอัดลมแต่ก็เป็นเครื่องดื่มที่หวังว่าจะได้มีโอกาสได้กิน ถึงมันจะมีขายเป็นแบบ DP แต่ก็ต้องใช้พ้อยท์ถึง 3500 สำหรับน้ำส้มคั้นขวดเล็ก เป็นระบบที่เขี้ยวมากจนน่ารังเกียจเว้นก็แต่ว่ากิจการบริหารดันเจี้ยนของเธอจะรุ่งเรืองเช่นนั้นก็จะสามารถซื้อทุกสิ่งที่ต้องการได้

เพิ่งจะสังเกตได้ว่ามีอีกคนหนึ่งอยู่ที่บ้านนี้ด้วย เป็นหญิงสาวที่อายุน่าจะประมาณยี่สิบกว่าปีได้ การแต่งกายก็เหมือนกับหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่เห็นอยู่ในหมู่บ้านนั่น แต่บรรยากาศรอบตัวให้ความรู้สึกเหมือนเป็นหญิงสาวกุลสตรีคนหนึ่ง

“ว่าแต่คุณลุงนี่เอาเรื่องเหมือนกันนะ นี่มีทั้งเอลฟ์ มนุษย์สัตว์ กับผู้หญิงท่าทางสวยไม่เบา พวกหนุ่ม DT (Doutei) ที่หวังจะมีฮาเร็มคงอิจฉาจนอยากจะสาปแช่งแน่ๆ”

“งั้นเหรอ เธออยากจะมาเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่าล่ะ” เซรอสแกล้งพูดหยอกล้อด้วยท่าทีสงบ

เนื่องจากว่าเขาจำเป็นจะต้องฝึกฝนการตีสนิทกับคนหลากหลายรูปแบบทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับอีกฝ่ายและหาลักษณะนิสัยที่อีกฝ่ายชื่นชมโดยดูจากปฏิกิริยาทางร่างกาย การพูดจาหยอกล้อเล่นกับเด็กแบบนี้สามารถทำได้แต่ต้องไม่ให้เกินเลยมากเกินไป

“ที่จริงฉันก็ไม่ได้รังเกียจคุณลุงหรอกนะ แต่ว่าขอปฏิเสธค่ะ”

ฟรานทำอาหารเสร็จแล้วและตักแบ่งใส่จานทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย เป็นสปาเกตตี้สำหรับมังสะวิรัติเพราะที่หมู่บ้านนี้นอกจากเนื้อปลากับไก่แล้วมันหาอย่างอื่นมาแทนเนื้อไม่ได้ และฟรานเองก็ชอบกินอาหารมังสะวิรัติเอามากๆ

คาเรนวางงานของตนเองลงและมาร่วมทานมื้อค่ำด้วย เธอปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้อย่างดีจึงรู้ว่าเมื่อถึงเวลามื้อค่ำหากไม่มีงานอะไรที่สำคัญก็ควรมาร่วมโต๊ะทานอาหารพร้อมกัน เธอทราบได้สักพักแล้วล่ะว่ามีแขกจะมาเยี่ยมเยือนด้วย ในบ้านนี้แต่ละห้องเชื่อมถึงกันจึงได้ยินบทสนทนาทั้งหมด คาเรนจึงพอจะเดาสถานะของอีกฝ่ายได้หลังได้ยินบทสนทนาที่ฟังไม่เข้าใจนั่น เธอเพียงแค่ยิ้มและพยายามทักทายด้วยภาษาต่างโลก

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อคาเรน เรเบียส” เธอแนะนำตัวเองอย่างช้าๆ และใช้ภาษากายในการสื่อสาร

และไม่น่าแปลกที่วาคาบะจะเข้าใจความหมายนั้น โดยเฉพาะการออกเสียงชื่อที่ฟังแล้วชัดเจนเอามากๆ

“คาเรน เรบีรุส” เด็กสาวทวนชื่อและเห็นอีกฝ่ายยิ้มแสดงว่าเธอออกเสียงได้ใกล้เคียงมาก “ฉันชื่อ อิจิโนะเสะ วาคาบะ”

“อิจิโนะเสะ!?” คิ้วของคาเรนขมวดเล็กน้อย ชื่อของเธอคนนี้ค่อนข้างออกเสียงยากไปสักหน่อย

โชคดีที่เซรอสอยู่ใกล้ๆ จึงเดินมานั่งพร้อมอธิบายให้ฟัง “ที่โลกของฉัน เธอเป็นคนจากโลกตะวันออกและที่นั่นเป็นประเทศที่มีธรรมเนียมในการตั้งชื่อโดยใช้นามสกุลขึ้น พูดให้เข้าใจง่ายๆ อิจิโนะเสะคือชื่อตระกูล วาคาบะจึงจะเป็นชื่อต้น”

วันนี้เป็นวันที่รู้สึกว่าโต๊ะอาหารคับแคบมาก การพูดคุยบนโต๊ะอาหารนั้นแทบจะไม่เกิดขึ้นมากนักเพราะต่างฝ่ายต่างก็มีธรรมเนียมในการปฏิบัติบนโต๊ะอาหารแตกต่างกัน คาเรนเป็นขุนนางและฝึกฝนมารยาทบนโต๊ะอาหารมาแล้วจึงจะพูดหลังจากทานอาหารเสร็จแล้วเท่านั้น ส่วนกรณีของพวกเซรอสนั้นจะพูดคุยกันไม่มากเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ก็ยังดีที่วาคาบะไม่ใช่คนที่เคร่งเรื่องกฎกับมารยาทบนโต๊ะอาหารมากนักนอกจากธรรมเนียมปฏิบัติตามสังคม จะเห็นได้ว่าเธอเองก็อยากจะมีส่วนร่วมในการพูดคุยติดเพียงแค่เธอไม่สามารถคุยด้วยได้เท่านั้น

“รู้แล้วใช่ไหมว่าตอนนี้ภาษามีความสำคัญแค่ไหน แต่ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ฉันจะจัดหลักสูตรเรียนภาษาต่างโลกให้มันอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่เชื่อเถอะว่าไม่ถึงสองเดือนเธอก็น่าจะพูดได้แล้ว มันง่ายเหมือนกับเรียนภาษาอังกฤษนั่นแหละ”

 

ห้องอาบน้ำเป็นแบบโอฟุโระ วาคาบะตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้อาบน้ำร้อนอย่างสบายตัวสักที ถึงแม้ว่าบ้านในดันเจี้ยนจะมีห้องอาบน้ำแต่มันก็เป็นอ่างเล็กๆ ที่พอสำหรับหนึ่งคนเท่านั้น แต่สำหรับที่บ้านหลังนี้มันเป็นอ่างที่กว้างพอจะให้คนเบียดลงไปแช่ได้ด้วย กระจกที่มองได้เพียงด้านเดียวช่วยให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำได้เป็นอย่างดี วาคาบะหลังชำระล้างร่างกายเสร็จจนหมดแล้วก็ได้เวลาลงไปแช่น้ำบ้าง

ในห้องอาบน้ำนั้นไม่ได้มีแค่วาคาบะอยู่คนเดียว ด้วยความที่คาเรนต้องการที่จะผูกมิตรจึงพยายามที่จะชวนเธอพูดคุยด้วย อุปสรรคทางภาษาเป็นอะไรที่ค่อนข้างลำบากจนกระทั่งฟรานต้องช่วยทำหน้าที่เป็นล่ามให้ ถึงอย่างนั้นภาษาอังกฤษของเธอก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรมากมาย มันน่าตกใจมากที่เอลฟ์เด็กคนนี้พูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้คล่องปรื๋อราวกับเป็นเด็กอเมริกาอย่างแท้จริง ส่วนซาริก็ยังคงจำคำศัพท์ผิดไม่น้อยและชอบกระดกลิ้นรัวๆ เวลาพูด

เซรอสได้เตรียมห้องนอนให้กับวาคาบะเพื่อความเป็นส่วนตัว กระทั่งฟรานกับซาริยังไม่รู้เลยว่ามันมีห้องนี้อยู่ด้วยเพราะมันเพิ่งจะถูกสร้างขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างก็เป็นของใหม่และคัดเลือกมาเฉพาะของที่เด็กผู้หญิงควรมีทั้งสิ้น วาคาบะลืมคิดไปเลยว่าเธอไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนมาด้วย เซรอสเลยจัดเตรียมชุดมาให้ใส่พร้อมด้วยชุดชั้นในแบบเดียวกับของฟราน ตอนที่ได้เห็นมันเธอถึงกับหน้าแดงก่ำและตะโกนด่าเซรอสว่าเป็น คุณลุงโรคจิต เสียยกใหญ่

เนื่องจากที่บ้านนี้มีไฟฟ้าให้ใช้งานพวกเขาจึงมีช่วงเวลากลางคืนในการทำกิจกรรมร่วมกัน คาเรนเรียกเซรอสไปปรึกษาเกี่ยวกับการทำงาน ฟรานนั่งอ่านตำราฝึกเวทมนตร์และขีดเขียนบันทึกเพื่อลองสร้างวงเวทมนตร์แบบใหม่ขึ้น ซารินอนเล่นเกมบันไดงูอยู่คนเดียวอย่างสนุกสนาน เหลือเพียงวาคาบะที่ไม่รู้จะทำอะไรดีเหมือนตนเป็นส่วนเกินของบ้านหลังนี้

“นี่คุณลุง แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะ”

เซรอสเดินไปที่ตู้หนังสือและหยิบตำรามาหนึ่งเล่ม

“อันนี้เป็นคู่มือการเรียนภาษาของโลกนี้ แต่มันเป็นฉบับภาษาอังกฤษเอาไว้คืนนี้ฉันจะทำฉบับภาษาญี่ปุ่นให้” จากนั้นก็เปลี่ยนภาษาทันที “ว่าแต่ซาริหายไปไหนแล้ว”

ฟรานตอบ “พอหยิบหนังสือ ก็หนีไปแล้ว”

ทำได้เพียงแค่หัวเราะแห้งๆ ซาริเกลียดการเรียนมากเพราะเขาค่อนข้างเข้มงวด ดังนั้นทันทีที่เห็นว่าหยิบหนังสือขึ้นมาไม่ว่ายังไงก็ต้องหนีไปให้ไกลที่สุด เหนื่อยใจกับซาริอยู่เหมือนกันแต่ในเมื่อยอมรับแล้วว่าตนเองเป็นผู้ปกครองก็คงต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป

“บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าเธอผ่านบทเรียนนี้ไม่ได้ภายในสิบวัน เรื่องที่ฉันสัญญาว่าจะสร้างสวนน้ำให้เล่นน่ะลืมไปได้เลย”

สิ้นเสียงตะโกนไปได้ไม่นานซาริก็โผล่หน้าออกมาจากประตูห้องเก็บของ ใบหูขยับไปมาดูน่ารักน่าชัง

“พูดจริงสินะเจ้าคะ? ซาริจะเรียนเจ้าค่ะ”

       “ทำให้ได้ซะก่อนเถอะ ถ้าคะแนนสอบวัดต่ำกว่า 40 คะแนนก็บอกลาสวนน้ำได้เลย”

       แต่ถึงกับหนีไปได้โดยที่เซรอสไม่ทันรู้สึกตัว นับว่าความสามารถในการหนีของซาริจะเริ่มพัฒนาขึ้น






มีนิยายเรื่องใหม่มาแนะนำอีก


สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

https://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1916494

เนื้อเรื่องค่อนข้างดีมากสมกับเป็นคุณพ่อบ้านผู้รักเมีย (บอกเลยเมียคนนี้โคตรโหด) แนะนำให้ไปลองอ่านกันดู ส่วนตัวผมแอบชอบมุขจิกกัดเล็กๆ ด้วยนะ [รถคันนี้สีแดง]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.495K ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #12640 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:05
    เซรอสมีภาระและความน่าปวดหัวเพิ่มมาอีก1
    #12640
    0
  2. #12638 senseihen (@senseihen) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:35
    ไรทพ่อบ้านนั่นมีในfictionlogนะครับไปไกลด้วยมั้งแต่

    เสียตัง
    #12638
    0
  3. #12617 papannaka (@papannaka) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:17
    โอ๊ย....โดนไรท์ตกอีกแล้ว
    แว๊ปไปอ่านคุณพ่อบ้านมาสนุกดีค่ะ
    #12617
    0
  4. #12606 GauzeWarunyu (@GauzeWarunyu) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:21
    ผมอ่านอยู่ครับเรื่องนี้เสียอย่างเดียวพระเอกไม่ค่อยฉลาด มีการล้อถึงเจ้าไซตามะ โดยแทนว่าเจ้าหัวโล้นด้วย555
    #12606
    0
  5. #12570 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:17

    ขอบคุณครับ

    #12570
    0
  6. #12569 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:50
    ซาริยังคงเป็นตัวแสบอยู่ตลอด55555
    #12569
    0
  7. #12568 Thank You (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:55
    ขอบคุณครับ
    #12568
    0
  8. #12567 Lucky_777 (@Lucky_777) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:44
    ผมอ่านอยู่ๆ5555
    #12567
    0
  9. #12566 Rnozero (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:35

    วากาบะเธอไม่น่าจะแก่ได้นะเป็นดันเจี้ยนมาสนี่นะถ้าดันคอร์ไม่พังก็น่าจะแทบเป็นอมตะไม่ต่างกับเฮียเชรอสสินะครับ

    #12566
    0
  10. #12565 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:38

    อยากรู้ว่าถ้าเซรอสมันไปเล่นกับดันของวาคาบะมันจะออกมาเป็นยังไง การสร้างสิ่งก่อสร้างได้ทุกรูปแบบกับดันเจี้ยน....แค่คิดก็มันแล้ว

    #12565
    0
  11. #12564 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:15

    พึ่งรู้ว่ามีเรื่องใหม่อีก ไม่อ่านไม่ได้ ไรเตอร์แต่งสนุกอะ 55555

    #12564
    1
    • #12564-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 157)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:22
      คงไม่ได้เข้าใจผิดอะไรสินะ?
      #12564-1
  12. #12563 Ultimated (@jicky7) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:59

    หนีแบบดิจิตอลเจ้าค่ะ ????

    #12563
    0
  13. #12562 CookieMonster (@lovely-cookie) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:34
    กลายเป็นว่าซาริเริ่มเก่งกว่าเซรอสแหะ555 หนีได้โดยเซรอสไม่รู้ตัว เปลี่ยนตัวเอกไหมคะ
    #12562
    0
  14. #12561 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:23
    ซาริพัฒนาแล้วนะเจ้าคะ จับไม่ได้ง่ายๆแล้ว อิอิ
    #12561
    0
  15. #12560 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:02
    ขอบคุณครับ
    #12560
    0
  16. #12559 ป่ามืด (@forestblackhole) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:57
    นั่นไงไปอ่านนิยายเรื่องอื่นอยู่สินะไรท์ หึหึ
    #12559
    0
  17. #12558 คน เดิมเดิม (@otakuth) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:15
    เรื่องนี้นางเอกเป็นใครครับ
    ฟรานก็ไม่น่าใช่เพราะจากที่อ่านๆมา อีกไม่นานฟรานคงจะออกไปท่องโลกกว้างด้วยตัวคนเดียว
    ซารินี่ยิ่งแล้วใหญ่เป็นเมียใครไม่ได้แน่ๆ
    วาคาบะก็ไม่ใช่
    คาเรนหรอครับที่เป็นนางเอกหรือว่าจะมีตัวละครใหม่ๆมาอีก -..-
    #12558
    0
  18. #12557 Nezumi (@Fannie) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:09

    ซาริสกิลนักย้องเบาเกือบขั้นสูงแล้ว

    #12557
    0
  19. #12556 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:56

    สุดยอดดดดดดดดดดดดด

    #12556
    0
  20. #12555 Foxing (@Foxing) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:47
    ลุงจิตๆ
    #12555
    0
  21. #12554 99421191 (@99421191) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:31
    จะฮาเร็มก็ได้นะครับไม่ว่ากัน

    เมื่อไร ฟรานจะ18หึๆ
    #12554
    1
    • #12554-1 tim0013 (@tim0013) (จากตอนที่ 157)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:40
      เดียวๆของฟรานนี้ต้อง 150+ อัพไม่ใช่เหรอ
      #12554-1
  22. #12553 kedsarawadeedee (@kedsarawadeedee) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:18
    มีความชมสกิลการหนีเรียนของซาริ ถถถ
    #12553
    1
    • #12553-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 157)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:05
      หนีโคตรเก่งเลยยายเด๋อนี่น่ะ
      #12553-1
  23. #12552 windy666 (@meaw-poom) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:14
    เรื่องที่แนะนำมาลงที่ fictionlog ด้วยนะ

    https://fictionlog.co/b/5c17357efe579b408ebe356d
    #12552
    0
  24. #12551 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:54

    สุนัขเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณดีมาก...
    ทันทีที่เจ้าปีโป้เห็นรุ่นน้องของมายด์ แอบส่งยิ้มกับตวงตาปิ๊งๆให้นายเอ็ม เจ้าปีโป้ก็เดินไปขวางพร้อมกับแยกเขี้ยวและส่งเสียงขู่ด้วยความหวงแทนแม่ของมัน.. อิ อิ

    ซาริยังน่ารักน่าฟัดเหมือนเดิม..
    #12551
    3
    • #12551-1 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 157)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:56
      ปีโป้เป็นสุนัขพันธ์ทาง แต่มีพ่อเป็นหลังอาน ดังนั้นหลังของมันจึงมีขนย้อนที่สวยมาก
      #12551-1
    • #12551-2 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 157)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:57
      อยากแซวเหมือนคุณเท่ง แต่กลัวคุณจะคิดมาก
      #12551-2
  25. #12550 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 157)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:40
    กลายเป็นคุณลุงไปซะละ
    #12550
    1
    • #12550-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 157)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:42
      ถ้ารู้อายุจริง ไม่เรียกปู่ก็ทวด ไม่ทวดก็บรรพบุรุษ
      #12550-1