ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,795 Views

  • 13,681 Comments

  • 22,801 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18,273

    Overall
    2,257,795

ตอนที่ 14 : Episode Thirteen : วีรบุรุษทมิฬ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 945 ครั้ง
    13 มี.ค. 60

Episode Thirteen

 



        มันเป็นม้าชั้นยอดที่ทำความเร็วได้เหมาะสำหรับการเดินทางไกลด้วยความเร็ว

        น้อยคนนักที่จะสามารถขี่ม้าได้อย่างมืออาชีพ นักผจญภัยหลายคนติดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้พอสมควร

        เมื่อมาถึงก็พบว่าการต่อสู้ได้เริ่มไปได้นานพอสมควร พวกทหารเห็นได้เลยว่าตอนนี้สภาพจิตใจกำลังตื่นตัวได้ที่ เข้าฟาดฟันกับพวกก็อบลินด้วยความเด็ดเดี่ยว ทักษะทางการทหารถูกใช้เพื่อกวาดล้างศัตรูโดยมีแม่ทัพคอยรับหน้าที่ออกคำสั่ง

        สำหรับก็อบลินนั้นถูกมองว่าเป็นมอนสเตอร์แรงค์ E ซึ่งแม้แต่ทหารมือใหม่ก็น่าจะจัดการได้ไม่ยาก แต่ว่าสิ่งที่น่ากังวลก็คือจำนวนของพวกมันมีเยอะมาก แถมยังเชี่ยวชาญการสร้างอาวุธจากธรรมชาติ พวกมันคล้ายกับมนุษย์ยุคหิน นั่นแสดงว่าพวกมันจะต้องมีพัฒนาการทางสมองมากกว่ามนุษย์แต่กลับมีสัญชาตญาณการเคลื่อนไหวเหมือนสัตว์ป่า เป็นความย้อนแย้งในตัวของพวกมันเอง

        ด้านกลุ่มนักผจญภัยที่ผ่านการฆ่าฟันพวกก็อบลินกลับมองว่ามันเป็นเรื่องง่ายดาย ผิดกับพวกทหารที่วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในเมือง และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข พวกนั้นมีความกลัวและลังเลที่จะโจมตีเมื่อสบโอกาส นั่นทำให้จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นของพวกทหารมากที่สุด ด้วยเงื่อนไขของกิลด์นักผจญภัยที่ทุกคนนั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งมากพอจะจัดการกับก็อบลินได้ นี่จึงเป็นนโยบายที่ทำให้ด้านการต่อสู้กับมอนสเตอร์พวกเขาจะมีความสามารถเหนือกว่า

        ในทางกลับกันของเหล่าทหารกล้า หากพวกเขาสามารถผลักดันตัวเองขึ้นไปได้ ก็จะกลายเป็นกำลังรบที่อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นจำนวนมาก และมากไปกว่านั้นยศถาบรรดาศักดิ์ที่ได้รับมาก็จะส่งผลไปถึงทายาทรุ่นต่อไปตราบนานเท่านาน

        เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ทหารจะมีกฎระเบียบที่เคร่งครัด แต่นักผจญภัยจะเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์

        ถึงอย่างนั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้คนที่จะต้องตัดสินใจเลือกอนาคตให้ตัวเองอยู่ดี

        ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมาก กิลเบิร์กตะโกนลั่นและวิ่งนำนักผจญภัยเข้าไปฟาดฟันพวกก็อบลิน ความเป็นผู้นำของคนที่มากประสบการณ์สร้างความฮึกเหิมให้กับพวกมือใหม่ พวกเขาพาตัวเองเข้าสู่สนามรบ กิลเบิร์กได้ทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะ 'ปราการไร้พ่าย' ที่รับมือกับพวกก็อบลิน พวกมันไม่ได้เก่งไปกว่าออร์คเลยสามารถจัดการได้ภายในไม่กี่ดาบ

        สถานการณ์ตอนนี้ไม่อาจพูดได้ว่าพวกเขาได้เปรียบ จำนวนที่เห็นอยู่ตอนนี้ไม่น่าจะอยู่ในระดับ 'หมื่นกว่า' แต่อาจจะต้องเรียกว่า 'เกือบสองหมื่น' ไม่รู้ว่าพวกมันใช้วิธีไหนถึงเดินทางมาที่นี่ได้โดยไม่มีใครรู้ หรืออาจจะรู้แต่ก็ไม่มีชีวิตรอดกลับไปบอกได้ ไม่แปลกใจเลยที่พวกมันอยู่ในสภาวะขาดแคลนอาหาร

        ถึงจะมีข้อสงสัยอยู่มากมาย แต่เวลานี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาใส่ใจ

        ในสถานการณ์ที่ชุลมุนขนาดนี้ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าฝีมือของเขาจะโดดเด่น พวกมันเองก็ทำให้เขาบาดเจ็บไม่ได้ด้วย ถึงจะกระโดดเข้ามาเอามีดแทงกลางหลังก็แค่รู้สึกเหมือนโดนสะกิดเล่น จึงจัดการเชือดเฉือนพวกมันเรียงตัวก่อให้เกิดเป็นแอ่งเลือดตลอดทางที่เขาเดินผ่าน

        ตลอดเส้นทางนั้นราวกับเทพแห่งความตายมาเยือน การฆ่าที่ไม่ได้กำหนดแค่ที่ดาบเท่านั้น หลังจากฆ่ามันก็ขว้างศพออกไปขัดขวางให้สะดุดล้ม กระทืบสะบ้าให้ไม่อาจลุกขึ้นยืนได้อีก ถ้าจะมีสิ่งที่ทำให้เซรอสไม่พอใจก็คงจะเป็นเพราะความสูงของพวกมันที่สูงเพียงหนึ่งเมตร การที่ต้องย่อตัวตลอดเวลามันทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกล้าเอามากๆ

        และแม้ว่าเซรอสจะช่วยลดจำนวนของก็อบลินไปได้เรื่อยๆ แต่กลับกันนักผจญภัยคนอื่นก็เริ่มเหนื่อยกันบ้างแล้ว ถึงกับถอยร่นเพื่อสลับสับเปลี่ยนกับกลุ่มใหม่จึงไม่ต่างอะไรกับการได้พักผ่อน และก็ต้องขอแรงพวกทหารคอยรับหน้าที่สกัดกั้นเอาไว้ คนที่บาดเจ็บจะถูกนำตัวออกจากพื้นที่ต่อสู้เพื่อให้ผู้รักษาได้เยียวยาบาดแผล บางคนที่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวถึงกับสิ้นใจไปเลยก็มี

        แต่ผู้รักษาที่มาร่วมรบนี้ทั้งหมดเป็นนักผจญภัยทั้งสิ้น ไม่มีผู้รักษาที่มาจากส่วนของหน่วยทหารเลยสักคนก็เนื่องจากว่าผู้รักษาของทางหน่วยทหารก็คือผู้ที่ผันตัวให้กับศาสนจักรเท่านั้น การจะขอยืมตัวมาจะต้องทำเรื่องส่งไปที่ศาสนจักรเพื่อให้อนุมัติผู้รักษามาร่วมในการทำสงคราม ดังนั้นแล้วเมื่อเกิดสงครามอย่างกะทันหันจึงไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นผู้รักษาของทางศาสนจักรเลยสักคนเดียว

        ผู้รักษาที่มีอยู่จำกัดไม่อาจช่วยรักษาได้ทุกคน นั่นจึงเป็นสาเหตุให้จำนวนผู้เสียชีวิตมีมากขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขาก็ฝืนขีดจำกัดมาได้พักใหญ่แล้ว บางคนถึงกับหน้าซีดและสลบไปเลยก็มี ด้วยสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้เอง อีกไม่นานทางฝั่งของพวกมนุษย์ก็คงจะต้องพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง

        ในตอนนั้นเองพวกเขาก็มองเห็นบางอย่างที่ปรากฏขึ้นในหมู่ก็อบลิน

        ก็อบลินที่มีรูปร่างมนุษย์ ร่างกายใหญ่โตเล็กน้อยจำนวนอีกหลายพันตัวโผล่เข้ามาร่วมรบด้วย

        เสียงจากนักผจญภัยมากประสบการณ์บอกว่ามันคือ 'ฮ็อบก็อบลิน'

        ด้วยเจ้าพวกนี้จะมีสติปัญญาที่เฉียบแหลม ถึงขนาดที่ต่อสู้กับมนุษย์ได้อย่างสูสี ข้อได้เปรียบของพวกมันก็คือพละกำลังที่มากกว่าก็อบลิน อาวุธที่พวกมันใช้ก็เป็นไม้ตะบองที่แค่เหวี่ยงใส่คนก็ทำให้หมดสภาพได้ และหากพลาดโดนมันฟาดเข้าก็จะถูกทุบอย่างแรงจนกระอักเลือดตายในที่สุด

        พวกมันมีความโหดเหี้ยมและไร้ซึ่งมนุษยธรรม เหตุผลที่ของการกำจัดก็อบลินบ่อยที่สุดก็คือการยับยั้งไม่ให้เกิดการขยายพันธุ์ที่รวดเร็ว มันจะเกิดอะไรขึ้นหากปล่อยให้พวกมันพัฒนาเป็นฮ็อบก็อบลิน และพัฒนาต่อไปอีกจนเป็นบางสิ่งที่มีความอันตรายที่เหนือกว่า

        เทียบกับประชากรมนุษย์ที่ถือกำเนิดในแต่ละปีแล้ว ภัยคุกคามจากจำนวนของก็อบลินถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด หากพบรังของพวกมันก็ต้องรีบทำลายแต่โดยเร็ว ไม่สมควรปล่อยทิ้งเอาไว้

        ตั้งแต่มีการปรากฏตัวของฮ็อบก็อบลิน สถานการณ์มันก็เริ่มเลวร้ายขึ้น ถึงความน่ากลัวของมันจะน้อยกว่าออร์ค วอร์ริเออร์ แต่ก็มีความร้ายกาจที่ไม่อาจประมาทได้ นักผจญภัยหลายคนพลาดท่าถูกมันจัดการ สุดท้ายหลายคนที่ไม่อยากตายก็รีบหนีออกไปจากการต่อสู้ครั้งนี้ นั่นรวมไปถึงเหล่าทหารที่หวาดกลัวแต่ไม่อาจหนีไปไหนได้เพราะโทษของการหนีทัพมันก็ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย

        จำนวนของพวกก็อบลินแทบจะไม่ลดลงเลย ยิ่งไปกว่านั้นความน่ากลัวกลับเพิ่มขึ้นเมื่อก็อบลินที่กัดกินศพของนักผจญภัยที่เสียชีวิตเติมเต็มความหิวให้ตัวเอง ร่างกายของมันก็พลันเปลี่ยนไปกลายเป็นฮ็อบก็อบลิน

        นั่นคือการวิวัฒนาการ

        พวกมันหยิบอาวุธของนักผจญภัยขึ้นมาและวิ่งเข้าไปโจมตีคนอื่นด้วย พอเห็นแบบนั้นก็คิดว่าไม่อาจจะปล่อยเอาไว้ได้

        เซรอสเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขาแล้วจึงซ่อนตัวในป่า สวมผ้าคลุมแบบมีฮู้ดบังใบหน้าเอาไว้ จากนั้นก็พุ่งออกมาจากป่าข้างทางและเริ่มฆ่าพวกก็อบลินทุกตัว หน้าไม้ถูกนำออกมาใช้งาน เป้าหมายก็คือการจัดการกับฮ็อบก็อบลินที่กำลังโจมตีใส่มนุษย์คนอื่นอยู่ และมันไกลเกินกว่าที่เขาจะเข้าไปช่วยได้ทัน

        ฟ้าว!

        แม่นยำราวกับจับวาง ลูกธนูปักทะลุคอของฮ็อบก็อบลิน แต่เซรอสไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องนี้ เขายังคงไล่ฆ่าพวกมันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเขาจะถูกพวกมันโจมตี ทว่าด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์ก็ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ เพื่อให้เรื่องราวมันจบโดยเร็วที่สุดก็เลยตัดสินใจว่าจะอัญเชิญปีศาจเงาออกมา

        ไม่จำเป็นต้องมีการร่ายเวทหรือประกอบพิธีกรรมอะไรทั้งสิ้น ปีศาจเงาผุดขึ้นมาจากพื้นดินก่อตัวเป็นรูปของอสูรเงาร่างใหญ่ ท่ามกลางความตกใจของเหล่าทหารและนักผจญภัย เวลานี้สายตาของสงครามถูกจับจ้องไปยังคนที่แต่งกายประหลาดซึ่งสามารถอัญเชิญปีศาจเงาขึ้นมาได้

        "ฆ่าพวกก็อบลินให้หมด"

        นั่นคือคำสั่งที่มอบให้กับปีศาจเงา

        และทันทีที่ได้รับคำสั่ง ปีศาจเงาก็เริ่มสังหารพวกก็อบลินอย่างง่ายดาย ด้วยการโจมตีที่ไม่อาจทำอันตรายปีศาจเงาได้ สถานการณ์ของสงครามครั้งนี้จึงได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

        เมื่อรู้ว่าผู้ที่อัญเชิญปีศาจเงาขึ้นมานั้นอยู่ฝ่ายเดียวกัน การบุกเพื่อโต้ตอบจึงได้เริ่มขึ้น

        ที่น่าเหลือเชื่อก็คือความเร็วในการฆ่าของชายปริศนา (เซรอส) และไม่หวาดกลัวต่อการโจมตีราวกับว่าร่างกายของตนเองมีเกราะปกป้องที่ไร้เทียมทาน มีคนเห็นชายปริศนาใช้มือเปล่าจับดาบของฮ็อบก็อบลิน และหักมันทิ้งอย่างง่ายดาย และยังใช้ใบมีดนั้นแทงตัดขั้วหัวใจ ความเหี้ยมโหดนี้เองทำให้ฮ็อบก็อบลินไม่อาจเทียบเคียงได้เลย

        "ชอบทุบนักใช่ไหมล่ะ" เซรอสแย่งไม้ตะบองมาและใช้มันทุบศีรษะจนแหลกเละ

        ถึงจะเหนื่อยแต่เซรอสกลับสนุกสนานในการฆ่ามากขนาดนี้ เสมือนกับว่าอีกตัวตนหนึ่งพยายามจะแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมร่างกาย เขาใช้ลูกธนูทิ่มแทงเข้าไปในจุดตายทั้งหมดปักพวกมันเอาไว้เป็นหลักฐานว่าตายเพราะอะไร วิชาต่อสู้มือเปล่าถูกงัดออกมาใช้เตะพวกมันจนปลิว โดยเฉพาะไม้ตะบองนั้นเมื่อปะทะกับท่าหมุนเตะก็ทำให้ไม้นั่นแตกหัก

        มันเป็นพลังขาที่อาจเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน

        เพราะมันเป็นขาที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้

        ก่อนจะตวัดเตะมันจะกระดูกแขนหัก

        ด้วยการฆ่าที่เหี้ยมโหดนั้นทำให้พวกก็อบลินหวาดกลัวและพยายามจะวิ่งหนี แต่มันก็จะโดนหน้าไม้ยิงไล่หลังกลับไปเกือบทุกตัว ตัวที่หนีหายเข้าป่าไปก็เลือกจะปล่อยมัน ตอนนี้เขาคิดว่าสถานการณ์ฝั่งมนุษย์ได้เปรียบขึ้นก็ตั้งใจแล้วว่าจะถอนกำลัง แต่ยังปล่อยให้ปีศาจเงาอาละวาดต่อไป

        หลังจากที่หาที่ซ่อนตัวได้แล้วก็โยนผ้าคลุมนั่นทิ้ง ฉีกให้ขาดจนไม่เหลือสภาพเดิม ก่อนจะกลับมาแฝงตัวเป็นเซรอสคนธรรมดาที่มาช่วยรบอีกครั้งหนึ่ง

        แม้ทุกคนจะรู้ว่าชายปริศนาคนนั้นได้หายตัวไปแล้ว อย่างไรก็ตามเขาคนนั้นได้ทิ้งเงาปีศาจเอาไว้เพื่อเป็นกำลังให้ กว่าจะจัดการกับพวกก็อบลินลงได้หมดแสงอาทิตย์ก็หมดลงพอดิบพอดี พื้นที่ในสงครามนั้นมีแต่ซากศพ กลิ่นคาวเลือดเป็นอะไรที่พวกมือใหม่ยังไม่เคยสัมผัสกับมันถึงกับต้องหันไปโก่งคออาเจียน

        เซรอสซึมซับอารมณ์และความรู้สึกภายหลังจากการที่เขาได้ฆ่าอย่างเลือดเย็น เขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการฆ่าจึงไม่มีความรู้สึกที่ว่า 'ผิดชอบชั่วดี' มีเพียงแค่ทำอย่างไรให้ตัวเองรอด และภารกิจสำเร็จ เป็นเพียงเครื่องจักรสังหารที่ต้องทำตามคำสั่งทุกอย่าง

        ความรู้สึกเดียวที่เขามีอยู่ตอนนี้ก็คือ 'ขอบคุณ'

        มันเป็นการขอบคุณพระเจ้าที่ไม่ต้องทำให้เขากลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้อารมณ์ สัมผัสแห่งการฆ่าครั้งนี้ได้ทำให้เข้าใจ การฆ่านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน มันจะต้องผ่านการเคี่ยวกล้ำจิตใจมาอย่างโชกโชน

        ทว่าต่อให้เขามีความรู้สึก การฆ่ามันก็ยังง่ายราวกับพลิกฝ่ามืออยู่ดี

        ภายหลังที่กำจัดก็อบลินหมดแล้ว หน้าที่ของปีศาจเงาก็หมดลง มันถูกทำให้หายไปต่อหน้าต่อตาของทุกคน

        สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำของทุกคนก็คือ ชายปริศนา

        ไม่มีใครรู้ว่าชายปริศนาคนนั้นเป็นใคร

        รู้เพียงแค่ว่าคนคนนั้นมาเพื่อช่วยเหลือพวกเขาให้ได้รับชัยชนะในครั้งนี้

        สุดท้ายแล้วชื่อที่ถูกเรียกขานของเขาจะได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ มันเป็นชื่อที่ถูกเรียกโดยใครสักคนที่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ครั้งนั้น

        วีรบุรุษทมิฬ

        และในอนาคตข้างหน้า ตัวตนของวีรบุรุษทมิฬจะได้กลายเป็นตำนานที่แม้แต่เด็กทุกคนก็ต้องการจะเลียนแบบ และอยากจะเป็นอย่างเขาให้ได้สักวันหนึ่ง ในฐานะของวีรบุรุษที่แท้จริง

        แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การปรากฏตัวครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเขาคนนั้น

 

        ไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ ทหารและนักผจญภัยที่รวบรวมมาได้หนึ่งพันห้าร้อยกว่าคนจะสามารถต้านทานกองทัพก็อบลินนับหมื่นตัว และพวกออร์คนับพันตัวได้ แม้ว่าทางฝ่ายมนุษย์จะมีสูญเสียไปไม่น้อยแต่ถ้าเทียบความแตกต่างกันแล้ว การสูญเสียเพียงแค่นั้นนับว่าน้อยอย่างน่าเหลือเชื่อ พวกเขาต้องนำศพของผู้เสียชีวิตกลับไปทำพิธีให้สมเกียรติในฐานะเหล่าผู้กล้าที่สละชีวิตเพื่อปกป้องเมือง

        การช่วยเหลือของทางกิลด์นักผจญภัยนั้นคือการช่วยเหลือด้วยเงินกองกลางสำหรับบรรเทาทุกข์ให้กับญาติผู้เสียชีวิต หรือบุคคลที่นักผจญภัยคนนั้นได้ระบุเอาไว้ อาจจะเป็นคนรักหรือคนรู้จักที่สนิทสนมด้วย ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของพวกเขา ในวันนั้นจึงไม่มีการจัดงานฉลองใดๆ ทั้งสิ้น

        ทหารและนักผจญภัยต่างก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก จนส่งผลให้การป้องกันเมืองหลังจากนี้อ่อนแอลงเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันหลังจากที่ข่าวชัยชนะถูกป่าวประกาศออกไป ดูเหมือนว่าพวกขุนนางก็มีแผนจะเดินทางกลับมา แม้แต่ทางเจ้าเมืองเองที่ได้แต่ขลุกตัวอยู่ในเขตชั้นในก็ทำได้เพียงแค่ส่งเงินมาช่วยเหลือและเยียวยาผู้บาดเจ็บเท่านั้น คำพูดแสดงความยินดีที่ส่งมาให้ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นเลย

        ด้วยเงินที่ได้รับมาจากเจ้าเมือง ทางกิลด์นักผจญภัยได้ทำการจัดแบ่งให้กับแต่ละคนเป็นค่าตอบแทนในการให้ความร่วมมือ จำนวนเงินนั้นอาจจะไม่ได้มากมายแต่มันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาควรได้รับจากการไปเสี่ยงตายร่วมแนวรบ ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในเงินนี้ก็คือเหล่านักผจญภัยที่เกษียรตัวเองไปแล้วอย่าง กิลเบิร์ก หรือ ชาวบ้านธรรมดาอย่างเซรอส

        แต่เพราะแบบนั้นทำให้ทุกคนเลือกจะสรรเสริญในตัวของกิลเบิร์กที่แม้จะเกษียรตัวเองไปแล้วก็ยังยอมยื่นมือมาช่วยเหลือยามที่เมืองประสบกับปัญหา ส่วนเซรอสก็ได้รับคำเชิญชวนให้ลองสมัครเข้าร่วมกับกิลด์นักผจญภัยแต่ก็ถูกปฏิเสธเพราะเขาไม่ได้ชอบการต่อสู้เสี่ยงชีวิต ถึงอย่างนั้นตัวตนของเซรอสก็ได้สลักเข้าไปในใจของบรรดานักผจญภัยหลายต่อหลายคนที่ได้เขาช่วยเหลือ

        กลางดึกวันนั้นหลังจากที่เซรอสและกิลเบิร์กกลับมาที่โรงแรม คนที่อยู่ที่นั่นต่างก็เฝ้ารอคอยด้วยความเป็นห่วง ภรรยาของกิลเบิร์กโอบกอดสามีด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา พวกเธอได้ข่าวว่ามีคนเสียชีวิตด้วยจึงได้แต่ภาวนาขอให้สามีปลอดภัย แม้แต่ลาน่าเองก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นว่าพ่อของเธอกลับมาพร้อมกับคราบเลือดทั้งตัว พอรู้ว่าพ่อของเธอเกือบจะพลาดท่าเสียชีวิตและได้เซรอสเข้ามาช่วยเอาไว้ ก็หันไปขอบคุณด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

        "ฮือๆ ท่านเซรอสเลือดท่วมไปทั้งตัวเลย ท่านเซรอสอย่าตายนะเจ้าคะ" ซาริพุ่งพรวดเข้ามาและเขย่าอย่างแรงจนโดนเซรอสเขกมะเหงกไปทีหนึ่ง

        "ลาน่า ขอใช้ห้องอาบน้ำได้หรือเปล่า"

        "เชิญเลย ถ้ายังไงจะเอาชุดคุณพ่อมาให้ยืมใส่ไปก่อน ถึงจะหลวมไปสักหน่อยแต่ก็น่าจะพอใส่ได้อยู่"

        หลังจากที่อาบน้ำชำระล้างคราบเลือดออก โดยใช้สบู่ที่ทางร้านเตรียมเอาไว้ให้โดยไม่สนใจเรื่องราคา เป็นครั้งแรกที่ได้ลองใช้สบู่โบราณถึงมันจะไม่ค่อยหอมสักเท่าไหร่แต่ก็พอจะชำระล้างสิ่งสกปรกได้

        เนื่องจากว่าเหนื่อยกันมากและยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยง ตอนที่เขาพูดเรื่องนี้ออกมา ซาริก็เลยยื่นขนมปังกินเหลือที่เซรอสเคยซื้อไว้มอบให้โดยบอกว่ามันเป็นขนมปังที่กะจะเก็บเอาไว้กินต่อภายหลัง ทำเอาเซรอสยิ้มขำเอามากๆ แต่ก็รับมากินจนหมดและแกล้งเลียเศษขนมปังออกจนหมด ลาน่าหัวเราะขำกับท่าทางเปิ่นๆ ของกระต่ายขาว

        เช้าวันถัดมามันควรจะเป็นวันที่เซรอสจะต้องได้เดินทางกลับ แต่กลายเป็นว่าทางกิลด์การค้ายังไม่ได้เตรียมของให้เขาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เนื่องจากสถานการณ์มันฉุกละหุกและทางนั้นคงไม่ต้องการจะเสียลูกค้าไปเลยขอเวลาอีกสองวันโดยจะคิดราคาใหม่ให้ และจ่ายน้อยลงจากเดิมเหลือเพียงแค่ 30,000 เหรียญทองโทเฟนแทน ดังนั้นเมื่อปรึกษาเรื่องที่พักกับทางโรงแรมครัวกิลเบิร์กพวกเขาก็อนุญาตให้อยู่พักได้อีกโดยไม่คิดเงิน เพื่อตอบแทนที่ช่วยชีวิตเอาไว้

        พวกเรเวนมาเยี่ยมหาในตอนเย็นและก็ขอขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเมืองนี้ทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ สุดท้ายก็เป็นการปิดร้านเลี้ยงฉลองให้กับชัยชนะของพวกเขา ก่อนที่เนื้อหาของบทสนทนาจะเปลี่ยนเป็นเรื่องของ 'วีรบุรุษทมิฬ' โดยไรด์ที่มีส่วนรวมในสงครามและได้เห็นการต่อสู้นั้นเต็มสองตาได้บอกเล่าเรื่องราวและแสดงท่าทางออกมาให้ทุกคนได้เห็น เซรอสเองก็ทำเนียนเล่าเรื่องนั้นไปพร้อมกับเชิดชูวีรบุรุษทมิฬไปด้วย

        จากนั้นหัวข้อของบทสนทนาก็เปลี่ยนเป็นการคาดเดาว่าผู้ที่อยู่ใต้ฮู้ดคนนั้นเป็นใคร บางคนก็ว่าเป็นนักผจญภัยแรงค์ S ที่บังเอิญผ่านทางมาก พวกเขารู้ดีว่าในกิลด์นักผจญภัยนั้นจะมีคนที่มีฝีมือและรักอิสระอยู่อย่างน้อยก็คนหรือสองคน ซึ่งมันก็เป็นการแข่งขันระหว่างสาขาทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่ล้วนเป็นความลับ บางคนก็ว่าอาจจะเป็นจอมเวทจากสภาเวทมนตร์ สุดท้ายก็ได้แต่คาดเดากันไปต่างๆ นานา โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า บุคคลที่พวกเขากำลังพูดถึงอยู่นั้นแท้ที่จริงแล้วนั่งอยู่ด้วยกันตลอด

        "ท่านเซรอสเจ้าคะ? ทำไมวีรบุรุษทมิฬคนนั้นถึงเรียกปีศาจเงาได้เหมือนท่านเซรอสด้วยละคะ"

        น่าจะเป็นเพราะซาริเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเซรอสสามารถสร้างปีศาจเงาขึ้นมาได้ ก็เลยคิดว่าวีรบุรุษทมิฬคนนั้นอาจจะเป็นเซรอสก็ได้

        "เธอเคยพูดเอาไว้เองไม่ใช่เหรอว่าในสภาเวทมนตร์มีคนอัญเชิญปีศาจเงาขึ้นมาได้ด้วย ไม่ได้หมายความว่าฉันใช้ได้คนเดียวสักหน่อย" เซรอสอธิบายให้ฟังเพื่อปฏิเสธข้อสงสัยของซาริ

        "จริงด้วยนะคะ งั้นวีรบุรุษทมิฬก็ต้องเป็นคนของสภาเวทมนตร์สินะเจ้าคะ

        แหม...อุตส่าห์คิดไปว่าจะต้องเป็นท่านเซรอสแน่ๆ เลย เพราะมันบังเอิญจนเกินไปที่ท่านเซรอสไปร่วมรบด้วย"

        'เอาคะแนนเต็มไปเลยซาริ เธอเดาได้ถูกทางแล้ว'

        นี่เป็นครั้งแรกที่เซรอสรู้สึกยินดีที่ซาริเป็นมนุษย์สัตว์ที่เชื่อคนง่ายมาก       

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 945 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #9897 ปาร์ค ชานส้ม (@kcegalaxy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 15:07
    ตอนแรกตกใจนึกว่าถามกลางวง5555 ได้โชว์เทพแล้วว
    #9897
    0
  2. #9378 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 18:13
    ขอบคุณครับ
    #9378
    0
  3. #8583 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 22:08
    ดีนะไม่ถามกลางวงเหล้า
    #8583
    0
  4. #7734 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:31
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7734
    0
  5. #7000 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:40
    สนุกมากครับ
    #7000
    0
  6. #6832 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 01:52
    โมะ เอะมากซาริ สนุกมากๆครับ เปนกำลังใจให้ จาก นักอ่านหน้าใหม่
    #6832
    0
  7. #5294 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 21:24
    เอ๋อแบบนี้ต่อไปนะซาริน้อย
    #5294
    0
  8. #4122 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 00:51
    ซาริน่ารัก เหมือนเด็ก 6 ขวบ 5555
    #4122
    0
  9. #3819 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 22:25
    เกือบแล้วนะ555
    #3819
    0
  10. #3577 ละอองฝุ่น (@samiola) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 17:02
    ชอบสองคนนี้จัง 555
    #3577
    0
  11. #3499 nae_tae (@nae_tae) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 20:27
    5555 เป็นไรล่ะเซรอส เกือบละ
    #3499
    0
  12. #1680 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 18:47
    5555 ซาริสมองทึบมาก 555
    #1680
    0
  13. #638 Yueyang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 21:51
    ส่วนตัวอยากให้ ใส่่คำซาวเอ๊ฟเฟ็คเสียงตอนฟัน. ตอนแทง เช่น ฉึบ ปัง. ตูม. ชี่ๆ. มันเพิ่มความเร้าใจ ส่วนอื่นๆถือว่าเขียนได้ดีมาก บรรยายฉากต่างๆมองเห็นภาพ ยกเว้นตอนรบนิแหละ
    #638
    4
    • #638-3 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 14)
      16 เมษายน 2560 / 00:44
      อืม...ก็พอจะเข้าใจอยู่นะคะว่านักฆ่ามักจะทำงานโดยไร้เสียงแต่ว่ามันก็รู้สึกแปลกไอ่ะที่มันไม่มีเสียงบรรยายบรรยากาศในสงครามเลยยังไงก็ช่วยคิดหน่อยนะคะเพื่อมันจะสามารถเพิ่มอรรถรสในการอ่านนิยายตอนนี้ได้มากขึ้น
      #638-3
    • #638-4 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 14)
      23 ธันวาคม 2560 / 01:21
      เรากลับคิดต่าง ว่าบางครั้งเสียงเอฟเฟคก็น่ารำคาญมาก ถ้าใส่ไม่ถูกที่ถูกเวลา ยิ่งบางคนที่ใส่เสียงผิดนี่ รู้สึกสะดุดเลย บางทีใส่มากไป นั้นนู้นนี้
      #638-4
  14. #545 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:41
    เอ็นดูซาริแรง55555555
    #545
    0
  15. วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 14:18
    ทำไม่เธอซื่อบื่อจังเลย
    #237
    0
  16. #134 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 13:26
    ถถถถซาริใส
    #134
    0
  17. #95 Nisarad Khanwamdo (@nisaradfaigo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 15:53
    เอาอีกๆ
    #95
    0
  18. #94 Nong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 15:17
    สนุกมาก วันนี้หลายตอนเชียว
    #94
    0
  19. #92 kay30 (@kay30) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 14:23
    รอเลยแบบนี้
    #92
    0
  20. #90 เตอร์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 12:37
    สนุกมาก
    #90
    0
  21. #89 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 11:36
    ขอบคุณครับสนุกมากกกกก
    #89
    0
  22. #87 ★ASHURA★ (@dragonnob01) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 10:58
    อยากอ่านต่อ มันสนุกมาก
    #87
    0
  23. #86 amnat37155 (@amnat37155) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 10:35
    เกิดอาการโลภ อ่านกี่ตอนๆก็ไม่เคยพอสักที  เอาอีกๆ 
    #86
    0
  24. #85 080863xxxx (@080863xxxx) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 10:03
    สนุกครับ ภาษาเขียนไหลลื่นไม่ติดขัด บรรยายได้ดีและเป็นวงกว้างมากๆ
    #85
    0
  25. #84 4seas0n (@4seas0n) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 09:17
    ซาริเอาอีกแล้วนะ โดนต้มเละเลย
    #84
    0