ตอนที่ 13 : Episode Twelve : สังหารใต้เงามืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 890 ครั้ง
    13 มี.ค. 60

Episode Twelve

 



        กิลด์นักผจญภัยกำลังตื่นตัวกับสถานการณ์ที่เร่งด่วน ต้องขอบคุณรายงานการพบเห็นความผิดปกติที่พบเจอขณะปฏิบัติภารกิจของตนเอง ทำให้พวกเขาสามารถส่งคนไปตรวจสอบพื้นที่รอบๆ เมือง จนกระทั่งเมื่อตอนเช้ามืดนี้เองก็ได้มีการรายงานว่าพบเห็นกองกำลังมอนสเตอร์จำนวนมากอยู่ห่างจากบริเวณเมืองไปราวๆ 2-3 วัน จำนวนนั้นน่าจะมากกว่าหนึ่งหมื่นตัวที่เป็นก็อบลิน และอีกหลายพันตัวที่เป็นออร์คซึ่งมาจากหลายทิศทาง

        เกี่ยวกับการโจมตีในครั้งนี้คงจะมีแต่พวกที่เคยอยู่ในเหตุการณ์มอนสเตอร์โจมตีในอดีตเท่านั้นที่จะทราบถึงสาเหตุ

        เนื่องจากการกักตุนเสบียงอาหารรอบๆ สำหรับฤดูหนาวทำให้พวกสัตว์อยากจะมีชีวิตกันอยู่ได้ จึงจำเป็นจะต้องอพยพไปหาสถานที่แห่งใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่า และนั่นทำให้พวกมอนสเตอร์ต้องอยู่อย่างอดอยากในช่วงฤดูหนาว ความประมาทของพวกเขาก็คือการที่ไม่คิดว่าจะมีก็อบลินหรือออร์คตัวไหนเข้ามาเพ่นพ่านได้ โดยไม่รู้เรื่องที่พวกมันไล่ตามพวกนักเดินทางหรือพ่อค้าที่ต้องผ่านเส้นทางอยู่เป็นประจำ

        นี่อาจจะเป็นวิกฤตการณ์ที่น่ากังวลที่สุด ต่อให้รวบรวมนักผจญภัยทุกคนที่อยู่ในเมืองนี้มาอย่างมากก็ได้ราวๆ เจ็ดร้อยกว่าคนเท่านั้น หรือต่อให้นับรวมทหารเข้าไปด้วยก็คงได้อย่างต่ำประมาณ 1,500 คน

        พวกเขาจำเป็นต้องควบคุมข่าวสารไม่ให้มันหลุดรอดออกไปสู่พวกชาวเมือง ทว่ายิ่งพยายามควบคุมมากเท่าไหร่ผลกระทบจากเหตุการณ์ก็จะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ปล่อยข่าวนี้ออกไป มันทำให้ผู้คนทั้งเมืองเกิดความไม่พอใจที่ปิดข่าวเรื่องนี้เอาไว้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครมาสนใจที่จะหาคนผิด พวกเขาเตรียมตัวออกเดินทางกันโดยเลือกเส้นทางหนีไปทางตะวันตก ทว่าเมื่อทางประตูเมืองไม่อนุญาตให้มีคนออกไป แต่กลับปล่อยให้พวกขุนนางได้เดินทางกันไปก่อน ก็ทำให้ชาวบ้านพากันลุกฮือต่อต้านกลายเป็นความวุ่นวายที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายขึ้น

 

        เซรอสหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันตรายจากความโกลาหลมาหลบอยู่ในโรงแรมครัวกิลเบิร์ก ยังมีอีกหลายคนที่คิดแบบเดียวกันด้วย ซึ่งทั้งหมดนั้นก็เป็นนักผจญภัยที่มีฝีมือ เห็นกิลเบิร์กนำดาบและชุดเกราะออกมาขัดทำความสะอาดคงตั้งใจจะไปออกรบด้วย แววตาที่ดูมุ่งมั่นและอยู่ในสภาพพร้อมที่จะต่อสู้

        เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้จะปิดเป็นความลับต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ เซรอสได้ทราบจำนวนที่แท้จริงของพวกมอนสเตอร์ที่อยู่ห่างออกไป มองยังไงคนในเมืองนี้ก็ไม่พร้อมจะรับมือกับจำนวนขนาดนั้น

        แต่มาลองคิดดูอีกที ในโลกนี้มีการชดเชยที่เรียกว่า 'เวทมนตร์' ถึงจะช่วยได้มากแต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่

        เพราะว่ามีไพ่ตายอยู่ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ถ้าสถานการณ์มันแย่หนักก็ค่อยสร้างปีศาจเงาขึ้นมาจัดการให้เรียบร้อย ปัญหาก็คือเรื่องสินค้าที่เขาสั่งไป เป็นไปได้ว่าจะถูกปฏิเสธแล้วคืนเงินให้ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าหายนะอย่างแท้จริง

        การรวมพลเพื่อเดินทางไปจัดการกับพวกมอนสเตอร์จะเริ่มขึ้นในตอนเย็นวันนี้ โดยมีการแบ่งกำลังไปจัดการ ไม่สนว่าจะเป็นนักผจญภัยแรงค์ใด ทุกคนจะต้องถูกเรียกตัวเพื่อทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด

        ตัดสินใจแล้วว่าจะร่วมทางไปกับพวกนักผจญภัยเลยลองขอร้องกิลเบิร์ก ทางฝ่ายนั้นปฏิเสธเพราะเขาไม่ใช่นักผจญภัย ซึ่งก็ต้องขอบคุณที่หวังดีล่ะนะ เพียงแต่การไปครั้งนี้ก็ทำเพื่อไม่ให้ต้องมาอยู่ที่เมืองนี้เป็นเวลานาน

        "ซาริ เตรียมหน้าไม้กับธนูเอาไว้ให้หน่อย"

        "ท่านเซรอสจะออกไปรบหรือเจ้าคะ?" สีหน้าแสงถึงความเป็นกังวล เซรอสจึงลูบหัวเบาๆ แล้วตอบว่า

        "เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าฉันน่ะจัดการกับปีศาจเงาได้ และถ้ามีปัญหาฉันยังสร้างปีศาจเงาขึ้นมาได้อีกด้วย"

        ทั้งที่อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะหลีกเลี่ยงการฆ่าฟันให้ได้มากที่สุด ก็สมแล้วกับที่พระเจ้าบอกว่าจะต้องเป็นเขาเท่านั้น จิตใจที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับปัญหาโดยไม่หวาดกลัวก็มีแต่คนที่มีประสบการณ์เฉือนเนื้อหักกระดูก และเคยสู้เสี่ยงตายมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงจะอยากใช้ชีวิตสุขสบายและเรื่อยเปื่อยมากแค่ไหนก็ตาม เหตุการณ์แบบนี้อาจจะต้องเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง

        กลับไปคงต้องทำอะไรสักอย่างขึ้นมาซะแล้วสิ

        เตรียมของเสร็จแล้วก็เดินลงมาข้างล่างพร้อมฝากฝังซาริไว้กับลาน่าเป็นการชั่วคราว และเดินทางไปรวมพลพร้อมกับกิลเบิร์ก ถึงจะไม่เห็นด้วยก็ตามแต่ก็เข้าใจดีว่าเวลาแบบนี้เพิ่มมากอีกสักหนึ่งคนก็พอจะช่วยอะไรได้บ้าง

        สถานที่รวมพลก็อยู่ที่หน้าเมือง แบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือนักผจญภัยและทหาร ซึ่งแตกต่างกันในด้านของความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทหารออกคำสั่งเพียงไม่กี่คำก็ควบคุมให้อยู่ในความสงบได้ แต่สำหรับพวกนักผจญภัยแล้วมันจะต้องมีผู้นำที่พวกเขาเชื่อมั่น นั่นก็คือมาสเตอร์กิลด์นักผจญภัยที่อาสาออกรบในครั้งนี้ด้วย

        ได้เห็นการทักทายกันระหว่างมาสเตอร์กับกิลเบิร์ก คล้ายกับว่าสองคนนี้จะสนิทสนมกันมาก่อน

        "คุณเซรอส" ผู้ที่มาทักทายก็คือเรเวน แค่เห็นด้านหลังก็จำได้ทันที แถมเขายังเป็นคนเดียวที่สวมเสื้อผ้าธรรมดาแตกต่างจากพวกนักผจญภัยที่จะต้องมีเสื้อเกราะหรือชุดที่สะดวกในการเคลื่อนไหว

        "คุณเซรอสไม่ใช่นักผจญภัยนี่คะ" ความเป็นห่วงของยูนีชนั้นชัดเจนมาก

        "คิดว่าตัวเองน่าจะพอช่วยอะไรได้บ้างน่ะครับ"

        มาสเตอร์กิลด์นักผจญภัยเริ่มอธิบายสถานการณ์และกำหนดแผนการให้ คือการแบ่งทีมออกไปจัดการกับพวกออร์ค โดยให้แบ่งแรงค์กันก่อนเพื่อให้สามารถกระจายกำลังให้เหมาะสม เพียงไม่กี่นาทีก็ได้กลุ่มเป็นของตัวเอง เซรอสได้รับหน้าที่ให้เข้าร่วมการจัดการกับพวกออร์ค โดยถูกจัดให้อยู่กับพวกเรเวนแม้ทีมฝั่งนี้จะน้อยกว่าแต่ทุกคนก็มีผลงานที่ดีมากน่าจะช่วยอะไรได้ไม่น้อย ซึ่งผู้ที่รับหน้าที่เป็นหัวหน้านำการรบก็คือกิลเบิร์ก

        ในฐานะของนักผจญภัย กิลเบิร์กได้ชื่อว่าเป็นปราการไร้พ่าย มอนสเตอร์ไม่อาจผ่านอาณาเขตของเขาได้หากไม่ทิ้งชีวิตเอาไว้ เลยได้รับการเคารพเป็นอย่างดีจากพวกนักผจญภัยหน้าใหม่

        และทางกลุ่มที่แบ่งออกไปจัดการกับออร์คนั้นไม่มีพวกกองทหารเลยสักคนเนื่องจากทหารพวกนั้นเป็นมือใหม่ไม่เคยเผชิญหน้ากับออร์ค ถึงจะมีการฝึกซ้อมทุกวันก็แต่เทียบกับพวกนักผจญภัยที่ชีวิตแขวนอยู่บนความตายไม่ได้

        ออร์คแตกต่างจากพวกก็อบลิน พวกมันแข็งแกร่งกว่ามากเมื่อเทียบอัตราส่วนกัน อาจจะเท่ากับก็อบลินห้าสิบตัว ถึงอย่างนั้นทุกคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ถูกประเมินแล้วว่าสามารถเผชิญหน้ากับพวกมันตัวต่อตัวได้ หากการกวาดล้างเสร็จสิ้นแล้วก็ให้เร่งเดินทางย้อนกลับไปสมทบกับกองกำลังกวาดล้างก็อบลิน นั่นเป็นแผนการที่กิลด์มาสเตอร์กำหนดเอาไว้ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่พวกที่มีฝีมือมากที่สุดจะได้มารวมอยู่ในกลุ่มนี้

        ออกเดินทางกันด้วยความรวดเร็วก่อนฟ้ามืด ไม่มีการแวะพักระหว่างทางเพราะต้องการไปให้ถึงก่อนที่พวกมันจะเข้าใกล้เมือง ขณะที่ทุกคนเริ่มเหนื่อยจากการเดินทาง เซรอสกับนักผจญภัยแรงค์สูงยังคงเดินกันแบบสบาย มีเวลาพักกันแค่สิบนาทีแล้วก็ต้องเร่งเดินทางต่อไปให้ถึงในสถานที่ที่กำหนดเอาไว้ พวกเขามีการส่งคนไปดูต้นทางและจับตามองพวกออร์ค ตลอดทางจะมีการทำเครื่องหมายบอกเอาไว้บนต้นไม้ด้วย

        เกือบเที่ยงคืนแล้วที่ทุกคนยังคงเดินทาง นักเวทสร้างแสงนำทางขึ้นมาแต่กลับถูกกิลเบิร์กตำหนิ แน่นอนว่าเซรอสเห็นด้วยกับกิลเบิร์กมากตรงที่ไม่ควรเปิดเผยตำแหน่งของตัวเอง เวลานี้เขาเห็นว่าไม่ค่อยมีคนสนใจเขามากเท่าไหร่จึงลดความเร็วลงและแยกออกไปอีกเส้นทางหนึ่ง

        เหตุผลที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าตัวตนของเขาจะยังคงเป็นความลับ ไม่ใช่เพราะว่าเขาเกรงกลัวอำนาจที่หวังจะควบคุมเขาไว้ใช้งาน ก็แค่รู้สึกว่ามันน่ารำคาญที่จะต้องถูกมองว่าเป็นวีรบุรุษ ด้วยความสามารถของการเป็นนักฆ่าเขามั่นใจว่าจะสามารถลดจำนวนของพวกมันลงได้เพื่อไม่ให้พวกนักผจญภัยแบกรับภาระมากเกินไป โดยพวกมันจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของจำนวนเลยแม้แต่นิดเดียว

        ศาสตร์ของการลอบสังหาร เป็นเทคนิคโบราณที่ถูกพัฒนาด้วยความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ ปรับปรุงใหม่และฝึกฝนจนเกิดเป็นความชำนาญ พวกเขาได้สร้างนักฆ่าจากกลุ่มเด็กที่ร่างกายอยู่ในช่วงระหว่างปรับตัวจนกลายเป็นความสามารถติดตัว และเซรอสหรือในชื่อเดิมคือ 713 ถือเป็นนักฆ่าอายุน้อยที่มีอัตราความสำเร็จในอันดับต้นๆ ของจำนวนทั้งหมด

        ภายใต้ความเงียบสงัด มีเงาวูบหนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างไร้ซุ่มเสียง สัญลักษณ์บนต้นไม้บ่งบอกว่าอีกไม่ไกลก็จะถึงจุดที่พวกออร์คมันรวมตัวกันอยู่ หน้าไม้ถูกเตรียมขึ้นมาและซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบเมื่อเห็นว่ามีออร์ครูปร่างผอมแห้งกำลังไล่จับพวกกระต่ายมีเขามาเป็นอาหาร จังหวะนี้เองที่เขาเลือกจะจัดการกับเจ้าตัวที่รั้งท้ายก่อนเป็นอันดับแรก เป้าหมายคือหยุดการเคลื่อนไหว อ่านทิศทางและยิงออกไป

        ออร์คล้มลงแต่ไม่มีตัวใดสนใจนอกจากอาหารที่อยู่ตรงหน้า มันพยายามลุกขึ้นแต่ในวินาทีนั้นก็ปรากฏมัจจุราชทะยานเข้ามาตวัดอาวุธในมือเพียงครั้งเดียว หัวของมันก็หลุดลงโดยที่มีแต่ความสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น และหายไปแทบจะในทันทีที่ปรากฏตัว

        รวดเร็ว เด็ดขาด และไร้ซึ่งตัวตน

        เซรอสในตอนนี้เข้าสู่โหมดนักฆ่าสมบูรณ์แบบ การลอบฆ่าพวกมันเป็นอะไรที่ง่ายดาย เขาตัดแขนและขาออร์คโยนกระจัดกระจายออกไปคนละทิศละทาง ทราบมาว่าพวกมันจะฆ่าและกินกันเองถ้าอีกฝ่ายบาดเจ็บหรือไร้ประโยชน์ หากต้องการจะฆ่าพวกมันก็ต้องไม่เลือกวิธีการ

        พวกมันคงได้กลิ่นเลือดและเนื้อจึงพากันมายังจุดที่เขาโยนศพทิ้งเอาไว้ ก่อนเริ่มยื้อแย่งอาหารกันด้วยกำลัง สุดท้ายก็เป็นการฆ่ากันเอง ปล่อยให้พวกมันสร้างความเสียหายกันเอง พอเหลืออยู่ไม่มากก็เป็นหน้าที่ของเขาในการจัดการพวกมัน

        ไร้ซึ่งรอยเลือดกระเซ็น เทคนิคการใช้มีดและหลบเลี่ยงไม่ให้สัมผัสกับเลือด

        จากนั้นจึงเดินหายเข้าไปในป่า ไล่กำจัดออร์คที่อยู่นอกกลุ่มบีบให้พวกมันรวมกลุ่มกันอยู่ที่เดียว หลบเลี่ยงไม่ให้พวกคนที่มาสอดส่องรับรู้ความเคลื่อนไหวของเขา มีเพียงความแปลกใจที่จำนวนของออร์คมันลดลงเท่านั้น

        ทิ้งตัวลงมาใช้มีดปาดคอ

        กระโดดขี่หลังและหักคอ

        ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจะไม่มีใครเชื่อว่าจะมีคนที่สามารถฆ่าออร์คได้ในชั่วพริบตา

        กว่าพวกเขาจะรู้ตัวว่าจำนวนของออร์คมันลดลงจนอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล

        เซรอสได้ฆ่าไปราวๆ สี่ร้อยกว่าตัวเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ เท่าที่เหลืออยู่นี่ก็มากพอจะทำให้นักผจญภัยตึงมือได้บ้าง เขากลับมาแฝงตัวเข้าร่วมกับกลุ่มนักผจญภัยคนอื่นๆ อย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้มีอยู่หนึ่งคนหายไปจากกลุ่ม

        กิลเบิร์กไม่อยากจะปล่อยให้เวลามันผ่านไป เมื่อเข้าถึงระยะและเห็นฝูงออร์ครวมตัวกันอยู่ก็ออกคำสั่งให้โจมตี ทันใดนั้นเหล่านักเวทก็สร้างลูกบอลแสง ทำให้สนามต่อสู้สว่างขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะวิ่งโรมรันฟาดฟันศัตรู เวทมนตร์ถูกร่ายขึ้นและโจมตีใส่พวกออร์คที่อยู่ในสภาพตื่นตระหนก อาจเพราะความอดอยากเลยทำให้พวกมันไม่ได้เก่งกาจเท่าที่ควร แต่ถึงอย่างนั้นนักผจญภัยหลายคนก็ได้รับบาดเจ็บจากการโต้กลับของพวกมัน

        เซรอสแฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนและเคลื่อนไหวโจมตีสนับสนุนคนอื่น สังเกตดูว่าไม่มีใครสนใจเขาก็วิ่งเข้าไปตวัดอาวุธตัดลมหายใจของพวกมันอย่างรวดเร็ว บางครั้งคนที่กำลังพลาดท่าก็จะเข้าไปช่วยเหลือแบบไม่ให้ผิดสังเกต ใช้วิธีต่อสู้ร่วมกันถึงจะลำบากที่จะต้องซ่อนฝีมือแต่ก็รอดพ้นมาได้

        ด้านหลังนั้นเป็นกลุ่มจอมเวทที่คอยใช้เวทมนตร์โจมตีจากระยะไกล และเหล่าผู้รักษาหลายสิบรายที่รับหน้าที่คอยรักษาบาดแผลให้ ต่อให้บาดเจ็บหนักแค่ไหนถ้าอวัยวะไม่ขาดออกจากกันก็รักษาให้ดีขึ้นได้ บาดแผลฉกรรจ์เองก็ถูกรักษาด้วยเช่นกัน ถึงอย่างนั้นอาการบาดเจ็บก็ทำให้พวกเขาไม่อาจโหมเข้าไปต่อสู้อีกได้ กลายเป็นตัวถ่วงให้กับทุกคน ประโยชน์เพียงอย่างเดียวที่พอจะทำได้คือการวิ่งไปดึงคนที่บาดเจ็บกลับมารักษา

        ได้เห็นกิลเบิร์กต่อสู้กับตา การเคลื่อนไหวของเขานั้นดูเหมือนป้อมปราการเคลื่อนที่ได้ ออร์คที่วิ่งเข้าไปหาถูกฟาดฟันจนสร้างบาดแผลฉกรรจ์ และก็จะถูกนักผจญภัยที่ไม่ได้เก่งมากเดินตามหลังมาคอยปลิดชีวิตพวกมันอีกที

        ในความคิดของเซรอส ผู้ชายคนนี้เก่งมากจริงๆ

        ถ้าไม่ใช่เขามองเห็นว่าดาบพวกนั้นมีบางอย่างที่พิเศษขึ้น จะว่าไปพวกนักผจญภัยหลายคนก็ทำได้เช่นกัน นั่นทำให้การสู้กับออร์คไม่ได้ลำบากเท่าที่คิด อย่างน้อยๆ ตอนนี้คนที่บาดเจ็บก็มีมากถึง 1 ใน 4 ของสมาชิกที่จับกลุ่ม

        รวมไปถึงพวกเรเวนด้วย หน้าที่ที่ได้รับก็คือการปกป้องพวกนักเวทและผู้รักษา ถึงพวกเขาไม่ได้เก่งกาจขนาดที่สร้างบาดแผลให้กับออร์คได้ในดาบเดียว แต่จะใช้วิธียื้อพวกมันเอาไว้และถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุดจนกว่าคนที่มีฝีมือจะเข้ามาช่วยจัดการปิดฉากให้ สุดท้ายก็ได้รับบาดเจ็บจนต้องออกจากการต่อสู้ไปชั่วคราว

        แม้ว่าเซรอสจะช่วยลดจำนวนของออร์คลงไปได้ตั้งมากมาย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินความแข็งแกร่งของนักผจญภัยสูงเกินไปหน่อย กว่าจะฆ่าตายแต่ละตัวก็กินเวลาไปราวๆ 3-4 นาที หนักหน่อยก็ประมาณ 10 นาที ทำให้การต่อสู้ดำเนินไปเกือบจะหนึ่งชั่วโมงแล้ว อย่างไรก็ตามจำนวนของออร์คมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สภาพของแต่ละครก็ไม่พร้อมจะทำศึกยืดเยื้ออีก

        ถ้าจะมีก็ยังคงเป็นกิลเบิร์กที่จัดการได้อย่างเด็ดขาด ตอนนั้นสายตาที่มากไปด้วยประสบการณ์มองออกไปยังกลุ่มออร์คที่อยู่ห่างไกล และในจังหวะนั้นเองพวกนักผจญภัยก็กรีดร้องและวิ่งหนีกลับมา มีบางคนเสียชีวิตเพราะพลาดท่าถูกเล่นงานทีเผลอ

        ออร์ค วอร์ริเออร์

        คือมอนสเตอร์ที่เซรอสเคยจัดการลงได้ พวกมันไม่ได้มีอยู่แค่ตัวสองตัวแต่มีมากถึงยี่สิบตัว

        กิลเบิร์กไม่มีทางเลือกนอกจากสั่งให้พวกนักผจญภัยถอยกลับมา ส่วนตัวเขาจะรับหน้าที่ค้ำยันพวกมันเอาไว้

        เป้าหมายคือให้จัดการกับออร์คให้หมดและค่อยมาจัดการกับ ออร์ค วอร์ริเออร์ในภายหลัง

        แต่ว่ามันไม่ได้มีแค่กิลเบิร์กคนเดียวที่อาสาจะเข้าต่อสู้ ยังมีพวกแรงค์ B อีกหลายคนที่จะช่วยด้วย

        เซรอสเห็นว่าไม่มีคนมองเขาแล้วเพราะความสนใจทุ่มไปยังออร์ค วอร์ริเออร์ จัดการสังหารออร์คทั้งหมดที่รุมโจมตี ถึงจะพลาดท่าถูกมันเหวี่ยงฟาดด้วยขวานหินที่แหลมคม แต่หินก็แตกทันทีที่เขาตั้งใจจะรับมัน รู้สึกคันนิดหน่อยและไม่มีความเจ็บปวด เขาพุ่งแทงใส่ร่างของออร์คเพื่อชโลมเลือดให้ทั่วตัว ประมาณว่าพึ่งผ่านการต่อสู้เฉียดตายมา

        ใช้เวลาเพียงไม่นาน พวกออร์คก็ถูกจัดการลงจนเกือบหมดแล้ว ตอนนี้นักผจญภัยบาดเจ็บกันมากกว่าครึ่ง ถึงอย่างนั้นหลายคนก็ตัดสินใจฝืนเข้าไปสู้ต่อ ถึงบาดแผลจะหายแล้วแต่ความเจ็บปวดที่เกิดจากอวัยวะที่บอบช้ำ พวกเขาไม่ต่างอะไรกับตัวถ่วงจนกระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งโดนนักผจญภัยแรงค์สูงกว่าตำหนิเรื่องที่ฝืนตัวเองจนเกือบตาย หากว่าเข้าไปช่วยไม่ทัน สุดท้ายก็ได้แต่เจ็บใจที่ทำอะไรมากไม่ได้นัก นอกจากต้องอยู่ช่วยสนับสนุนในแนวหลังแทน

        จนกระทั่งในที่สุดพวกเขาก็จัดการกับพวกออร์คลงได้จนหมด เหลือแค่ออร์ค วอร์ริเออร์เท่านั้น ตอนนี้พวกนักผจญภัยแรงค์บีต้องการความช่วยเหลือโดยด่วนที่สุด ส่วนกิลเบิร์กแม้จะจัดการไม่ได้ในดาบเดียว แต่ก็ยังไม่พลาดท่าจนได้รับแผลฉกรรจ์เลยสักครั้ง ทว่าในตอนนั้นความชราภาพก็เข้ามาเล่นงาน ทำให้ขาซ้ายรับน้ำหนักต่อไปไม่ไหว เซรอสตัดสินใจเข้าช่วยเหลือ

        รับมือกับดาบหิน ปัดออกไปและโจมตีเข้าที่ข้อพับ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้หมด เมื่อมันไม่อาจยืนขึ้นได้อีกก็ตัดลมหายใจมันทิ้ง เขาแสร้งทำเป็นหอบหายใจประหนึ่งว่าทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการโจมตีในครั้งเดียว ส่งมือยื่นให้กับกิลเบิร์กและดึงขึ้นมา

        "ฝีมือไม่เลวนี่เจ้าหนุ่ม"

        "จะชื่นชมก็เอาไว้จบศึกที่นี่ก่อนก็แล้วกันครับ"

        หลังจากนั้นมันเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานมาก ถึงเซรอสจะจัดการได้อย่างง่ายดายก็ตามแต่ก็ไม่อยากโชว์มากนัก

        อาศัยจังหวะที่เผลอ กระโดดเข้าไปกระหน่ำแทงมีดจนเปิดโอกาสให้คนอื่นฆ่ามันทิ้ง จนในที่สุดพวกออร์คก็ถูกจัดการลง พร้อมกับที่พระอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า

        การต่อสู้ครั้งนี้มีคนเสียชีวิตเพียงแปดคนเท่านั้น แต่ก็บาดเจ็บสาหัสกันหลายคน

        ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็แสดงความดีใจที่ผ่านพ้นวิกฤตของพวกออร์คไปได้ ถ้าจะเหลือก็คงเป็นพวกก็อบลินเท่านั้น แต่สภาพที่พวกเขาต่อสู้กันมาอย่างหนัก คงไม่เหลือเรี่ยวแรงพอจะไปสนับสนุนได้อีก

        อย่างไรก็ตามกิลเบิร์กไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นานนัก หลังจากที่พักผ่อนกันได้เพียงสามชั่วโมง เขาจึงเร่งนำกำลังคนที่ยังไหวอยู่ตามไปสมทบกับอีกหนึ่งกลุ่มที่จะต้องเผชิญหน้ากับก็อบลินนับหมื่นตัว เซรอสเองหลังจากที่ได้เข้าช่วยเหลือกิลเบิร์ก และถูกเล็งเห็นถึงความสามารถที่ซ่อนเร้นแม้จะไม่ได้เป็นนักผจญภัยก็ถูกเรียกตัวให้ไปช่วยด้วย เซรอสจึงไม่ปฏิเสธความต้องการนั้นตราบใดก็ตามที่กิลเบิร์กไม่นำปัญหามาให้

        คนที่ตามมาด้วยนั้นก็คือพวกที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว แต่ก็ต้องให้ผู้รักษาได้พักผ่อนบ้าง รวมถึงพวกนักเวทที่ใช้พลังจนหมดแรง เทียบกันแล้วนักเวทมีพลังกายที่น้อยกว่ามาก ถึงอย่างนั้นก็มีพลังโจมตีด้านเวทมนตร์ที่เหนือกว่า ถึงพวกสายนักรบจะมีพลังโจมตีที่น้อยแต่ก็อึดมาก หากพวกเขาได้เรียนรู้เทคนิคพิเศษล่ะก็ความสามารถก็จะเทียบเท่ากับนักเวทได้เลย

        การเดินทางในครั้งนี้เน้นความรวดเร็วเป็นหลัก จะมีคนเตรียมม้าเอาไว้ให้ที่จุดส่งมอบเพื่อให้ไปสนับสนุนได้ทัน เนื่องจากการเตรียมม้าจะต้องใช้เวลามากเลยต้องรอจนถึงตอนเช้า ที่นั่นมีคนจากกิลด์นักผจญภัยจูงม้านับร้อยตัวมารออยู่ก่อนแล้ว พวกเขาสอบถามถึงผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตหลังจากที่รายงานเสร็จแล้วก็ขึ้นม้าและมุ่งหน้าไปยังจุดที่ต้องปะทะกับก็อบลิน

        แต่ในระหว่างนั้นเซรอสเกิดความคิดพิสดารขึ้นมา เขาเปิดเมนูการสร้างและดูว่าของที่ซื้อมานั้นสามารถสร้างเป็นผ้าคลุมแบบมีฮู้ดได้หรือไม่ ปรากฏว่าเขาสามารถทำได้ ดังนั้นมันคงจะดีกว่าถ้าเขาสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาในสงครามนี้

        สร้างผ้าคลุมขึ้นมาและเก็บซ่อนเอาไว้เพื่อนำไปเปลี่ยนในภายหลัง

        เพียงเท่านี้หากเขาจะสร้างปีศาจเงาขึ้นมาสักตัวก็คงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

        หรือรู้ว่าเป็นใครอย่างแน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 890 ครั้ง

31 ความคิดเห็น

  1. #12635 UnUn_Aloha (@UnUn_Aloha) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:27
    สนุกนะ แค่บรรยายเยอะจนอ่านแล้วรู้สึกง่วงอ่ะ แต่ก็ยังอ่านต่อนะ
    #12635
    6
    • #12635-4 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 13)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:31
      อ่านในมุมบ่นนักเขียนก็ได้ครับ บ่นเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
      #12635-4
    • #12635-6 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 13)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:10
      อย่าซีเรียส ผมไม่ถือหรอก
      #12635-6
  2. #11813 ชาเย็น (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 01:02

    ฆ่า400ตัวไม่ถึง1ชม.=ตัวละ3วิ.....

    #11813
    4
    • #11813-3 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 13)
      23 ธันวาคม 2561 / 00:34
      ก็ถทอว่า ไม่มากไปสำหรับ พี่แกนะ (ตัวละ3วิ เร็งไปไหนนน)
      #11813-3
    • #11813-4 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 13)
      23 ธันวาคม 2561 / 00:34
      ก็ถทอว่า ไม่มากไปสำหรับ พี่แกนะ (ตัวละ3วิ เร็วไปไหนนน)
      #11813-4
  3. #9377 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 18:00
    ขอบคุณครับ
    #9377
    0
  4. #7733 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:16
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7733
    0
  5. #7231 pumin555 (@pumin555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:09
    มันเหมือนอ่านบรรยายยังไงไม่รุ้ ตอนเดินทางน่าจะมีบทพูดคุยเข้าไปเสริมการบรรยาย(เอาไฟออกมาให้ทางสว่าง โดนด่า จบ) ตอนสู้กันน่าจะมีบทพูดปลุกใจบทร้องตอนถูกฆ่ามากกว่านี้นะมันจะได้มีสีสันมีอารมร่วมกว่านี้ มันจะช่วยยืดตอนออกไปได้อีกหลายตอน เสริมสถานการต่างๆออกมาได้อีกเยอะ (แต่มันก็ให้อารมการอ่านแบบสโลไลฟ์จริงๆ) เหมือนอ่านนิยายญี่ปุ่นจะได้มองในมุมมองตัวเอกอย่างเดียวต่างจากนอยายจีนคนอ่านได้มองแบบภาพรวมๆ
    #7231
    1
    • #7231-1 Kemo (@mhokcoffee) (จากตอนที่ 13)
      15 มิถุนายน 2561 / 01:41
      เห็ยด้วยเรื่องอยากให้มีบทพูด มากกว่านี้
      #7231-1
  6. #6999 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:18
    โรบินฮู๊ดมาแล้วววว
    #6999
    0
  7. #6622 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 23:21
    ทำไมเริ่มรู้สึกสงสารพวกออร์ค จริงๆน่าจะถือเป็นความผิดมนุษย์นะ กักตุนอาหารจนระบบนิเวศน์เสีย ออร์คผอมกระหร่อง น่าสงสารอ่ะ
    #6622
    1
    • #6622-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 13)
      23 ธันวาคม 2561 / 00:37
      นี่แหละครับด้านมืดของมนุษย์ ยังไงๆก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่แล้วแหละครับ อีกอย่างฝ่ายมนุษย์ก็ทำไปเพราะความจำเป็นด้วย / เอาไรมากกับโลกนี้
      #6622-1
  8. #5427 BlueSkyZ12 (@0801334044) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 19:03
    การที่มีพระเอกเทพแต่ชอบเก็บตัวนี้ทั้งชอบและขัดใจในเวลาเดียวกันจริงๆ
    #5427
    0
  9. #5293 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 21:07
    เทพหนัดเหนียน
    #5293
    0
  10. #5143 มายเนมอีส... (@neneoshiyalovely) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 15:17
    โชว์เทพพพพพพพ!!เฮ~
    #5143
    0
  11. #4133 MmNn__ (@niknik0935170568) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 21:23
    อื้อหือออ.
    #4133
    0
  12. #4121 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 00:43
    ปล.ตอนอ่านนี่คิดภาพพระเอกแบบแว้บๆๆ ฉัวะๆ 555
    #4121
    0
  13. #4120 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 00:43
    ปิดไว้ๆ ชีวิตจะได้สโลว์ไลฟ์ไม่วุ่นวาย ชอบอ่านเพลินเลย ควรทำเป็นเมะ 5555
    #4120
    0
  14. #3818 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 21:56
    จะโชว์เทพอีกแล้ว!!!
    #3818
    0
  15. #3751 Mr. Queen (@anaunpr) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 14:46
    จริงๆแล้วเซรอสเป็นลูกของเดอะแฟลชใช่มั้ย
    #3751
    0
  16. #2932 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 13:53
    thank you นะ
    #2932
    0
  17. #1678 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 18:39
    สนุกมากเพลินจริงๆ บรรยายได้ดีมากเลย
    #1678
    0
  18. #644 Wisan Chaiyarit (@babagolf) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 08:17
    ผมชอบการบรรยายแบบนี้มันอ่านลื่นไหลดีนะครับไม่ยืดไป...
    #644
    0
  19. #596 kimhang2542 (@kimhang2542) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 14:40
    บรรยายฉากต่อสู้ไม่ค่อยสนุกเท่าไหรนะ
    #596
    0
  20. #578 Nziex (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 20:46
    ตามอ่านอยู่ด้วยเรื่องที่มีหลากหลายอารมณ์ให้ติดตาม แม้จะคาดเดาบางจุด และคิดตามได้บ้าง เลยมีความติดเห็นส่วนตัวว่า ไหนๆก็ไหนๆละ เปลี่ยนชื่อเรื่องจากนักฆ่าสโลไลพ์ เป็น ตำนานฟอสเบลด (นักดาบเวทย์) ภาค... น่าจะทำให้น่าติดตาม ละ สามารถนำพอตเรื่องที่ว่าพระเอกเป็นนักฆ่าที่ถูกฝึกจากอีกโลกหนึ่งโดยสมบูรณ์เป็นปริศนาไว้เล่าตอนแนะนำตัวในจุดอื่นๆ ได้อีกเฟอไพร์อีกก็ทำให้พระเอกสร้างเวทย์เฉพาะ แบบพระเอกของเมะเรื่องสองพี่น้องปริศนาได้อีก ก็จะมีพอตเรื่องเพิ่มเข้าไปอีกแบบเห็นภาพได้ #คหสต นะเชียร์อยู่
    #578
    0
  21. #577 Nziex (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 20:45
    ตามอ่านอยู่ด้วยเรื่องที่มีหลากหลายอารมณ์ให้ติดตาม แม้จะคาดเดาบางจุด และคิดตามได้บ้าง เลยมีความติดเห็นส่วนตัวว่า ไหนๆก็ไหนๆละ เปลี่ยนชื่อเรื่องจากนักฆ่าสโลไลพ์ เป็น ตำนานฟอสเบลด (นักดาบเวทย์) ภาค... น่าจะทำให้น่าติดตาม ละ สามารถนำพอตเรื่องที่ว่าพระเอกเป็นนักฆ่าที่ถูกฝึกจากอีกโลกหนึ่งโดยสมบูรณ์เป็นปริศนาไว้เล่าตอนแนะนำตัวในจุดอื่นๆ ได้อีกเฟอไพร์อีกก็ทำให้พระเอกสร้างเวทย์เฉพาะ แบบพระเอกของเมะเรื่องสองพี่น้องปริศนาได้อีก ก็จะมีพอตเรื่องเพิ่มเข้าไปอีกแบบเห็นภาพได้ #คหสต นะเชียร์อยู่
    #577
    0
  22. #544 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:41
    สู้กันมันหยดชอบบบบบบบ
    #544
    0
  23. #543 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:40
    ขอบคุณนะคะชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งเรื่องแบบนี้ออกมา หลงรักเรื่องนี้จริงๆค่ะ
    #543
    0
  24. #418 Funggier (@bloggull) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 20:00
    สุดยอดครับสนุกมาก
    #418
    0
  25. #132 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 13:20
    เเอบเชือดไปเยอะเลยนี่
    #132
    0