ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,125 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,797 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,603

    Overall
    2,257,125

ตอนที่ 12 : Episode Eleven : ซื้อของจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 931 ครั้ง
    12 มี.ค. 60

Episode Eleven

 



        ในโรงตีเหล็กแห่งนี้ ห้องที่ดีที่สุดก็คือห้องรับรองแขก ขนาดห้องของนายช่างใหญ่ยังไม่ได้ดูดีเท่านี้ และใช่ว่าทุกคนจะได้รับสิทธิ์ให้เข้ามาได้ แม้แต่อัศวินจากราชวงศ์มาด้วยตัวเองถ้าไม่ได้สนิทสนมด้วยก็ต้องยืนรออยู่ข้างนอกเช่นกัน ส่วนคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามานั้นก็เป็นแค่บรรดาพวกที่มีอำนาจภายในเมือง ถึงอย่างนั้นการจะได้พบกับนายช่างใหญ่หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

        ถึงขนาดที่กล้าไล่ลูกหลานของมาร์ควิสออกไปโดยไม่สนใจปัญหาที่อาจตามมา แสดงว่ามันจะต้องเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างแรก และแม้ทางฝ่ายขุนนางจะไม่พอใจก็ตามแต่ก็ไม่อยากมีปัญหาสักเท่าไหร่จึงยอมกลับไปแต่โดยดี

        เซรอสถูกเชิญมานั่งในห้องรับรอง แก้วน้ำที่วางอยู่มันเคยถูกเตรียมเอาไว้ให้กับขุนนางคนเมื่อสักครู่นี้ และมันยังไม่ถูกแตะต้องแม้แต่น้อย ซาริยืนรออยู่ด้านหลังในสภาพที่ตัวสั่นหลังจากที่ได้ยินการสั่งงานเสียงดัง คงเป็นประเภทไม่ชอบการถูกตะคอกใส่แน่ๆ

        นายช่างใหญ่เดินมานั่งตรงข้ามกับเซรอส ถือบันทึกรายการสินค้าที่ให้เด็กฝึกงานช่วยกันนับแล้วมันมีจำนวนอย่างละหนึ่งร้อยแผ่นพอดิบพอดี ถ้านำไปสร้างยุทธภัณฑ์ล่ะก็มูลค่าอาจจะสูงกว่าหนึ่งแสนเหรียญทองโทเฟน โดยยังเหลือไปทำอย่างอื่นได้อีกด้วย มันควรจะจบลงที่แค่จ่ายเงินก็จบ แต่ถ้ามองในภายภาคหน้าแล้วคนคนนี้มีกรรมวิธีการในทำแร่ชนิดต่างๆ ให้มีความบริสุทธิ์ เมื่อถึงตอนนั้นคงได้โกลาหลกันอย่างแน่นอน

        "ยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยสินะ ข้าชื่อ ครอฟท์ เป็นนายช่างใหญ่ของที่นี่"

        "ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมเซรอส ส่วนเธอคนนี้ผู้ติดตามของผม ซาริ"

        "ซาริเจ้าค่ะ"

        ครอฟท์พยักหน้าเล็กน้อย และพาเข้าเรื่องทันที "เกี่ยวกับแร่ที่เจ้าเอามาขาย แน่นอนว่าข้ารับหมดในราคาห้าเท่าจากที่ตกลงกันเอาไว้ ตอนแรกคิดว่าเจ้าอาจจะมีแค่แผ่นเดียวซึ่งมันไม่คุ้มสักเท่าไหร่ แต่ด้วยจำนวนที่เอามาขายมันมากพอจะสร้างของชั้นดีได้ ราคาห้าเท่านี่อาจจะถูกเกินไปเสียด้วยซ้ำ"

        '20 เหรียญทองโทเฟน ถือว่าเท่าทุน'

        เซรอสยังคงมีความเข้าใจที่ผิดอยู่ คิดว่าราคาที่ขายได้นั้นอยู่ในหลักหน่วย 'เหรียญเงิน'

        ส่วนทางครอฟท์ก็คิดว่าเซรอสน่าจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วเลยไม่ได้พูดออกไป สังเกตจากท่าทางที่ดูสงบเยือกเย็นแสดงว่าจะต้องชำนาญเรื่องการค้าขายเป็นอย่างมาก

        โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบีบคั้นให้ต้องเป็นฝ่ายเสนอราคาออกมาเพื่อเป็นการหยั่งเชิง

        สุดท้ายก็ค่อยนำทั้งหมดที่มีออกมาเพื่อดูท่าที หากเสนอราคาที่ต่ำเกินไปจะกลายเป็นการหยามศักดิ์ศรีช่างตีเหล็ก

        พวกเขาไม่ใช่พวกกิลด์การค้าที่แสวงหากำไรให้ตัวเอง

        "ราคารวมทั้งหมดแล้วก็สองหมื่นเหรียญทองโทเฟน"

        คล้ายว่าจะมีการเข้าใจอะไรผิดกันบางอย่าง เซรอสขยับคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ซาริได้รับทราบจำนวนเงินที่จะได้รับก็ราวกับวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว พึมพำแค่ว่า 'สองหมื่นเหรียญทองโทเฟน'

        "ข้ารู้ว่าหลังจากที่ทำให้มันเป็นยุทธภัณฑ์แล้วอาจจะขายได้มากกว่าหนึ่งแสนเหรียญทองโทเฟน แต่พวกข้าเองก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน เอาเป็นว่าข้าจะเพิ่มให้อีกหนึ่งหมื่นเหรียญทองโทเฟนเลยก็ได้"

        เซรอสยังคงไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ได้แต่จ้องมองครอฟท์ด้วยความสงสัย อาจเพราะตกใจที่จำนวนเงินมันผิดพลาดไปจากที่เขาคาดเอาไว้ แปลว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างในแร่พวกนั้น บางทีอาจจะเป็นคุณภาพสูงสุดเลยก็ได้

        "เจ้านี่มันเขี้ยวจริงๆ ตกลง ข้าจะให้เต็มที่เลยห้าหมื่นเหรียญทองโทเฟน เกินกว่านี้เจ้าก็เอาไปขายที่อื่นซะเถอะ"

        ครอฟท์เริ่มไม่สบอารมณ์หลังเข้าใจแล้วว่าเซรอสอาจจะเป็นพ่อค้าที่เขี้ยวหนักมาก

        แร่บริสุทธิ์พวกนั้นมีจำนวนมากต่อให้นำไปผสมทำอย่างอื่นก็ยังทำกำไรได้มากกว่าอยู่ดี ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะทำไม่ได้แต่มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากจนอยู่ในระดับที่ หากต้องการจะทำมันต้องตั้งกลุ่มประชุมเพื่อขอใช้แร่จำนวนมหาศาล และนั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องหยุดการตีอาวุธไปอีกหลายเดือน

        ทั้งที่ความจริงยอมรับตั้งแต่สองหมื่นแรกแล้ว

        อย่างว่าแหละ ความเงียบนี่มันน่ากลัวจริงๆ ใช้เพิ่มมูลค่าได้ด้วย

        พิจารณาแล้วว่ากำลังได้เปรียบในยุทธวิธีต่อรองจึงตอบรับข้อเสนอไป ต้องมาเสียเวลาในการนับเงินซึ่งมันเป็นอะไรที่แสนจะลำบากมาก น่าจะมีระบบธนบัตรสักหน่อย อาจจะต้องทำออกมาเป็นการ์ดหรืออะไรสักอย่างเพื่อให้ง่ายต่อการพกพาจำนวนมาก เอาไว้ค่อยนำระบบความคิดนี้ไปพัฒนาที่หมู่บ้านแทนก็แล้วกัน

        "เมื่อการซื้อขายเสร็จแล้ว ทีนี้ข้าขอพูดอะไรสักอย่างหนึ่งจะได้หรือเปล่า"

        เซรอสคาดเดาเอาไว้สามทาง หนึ่งคือการที่ห้ามนำแผ่นแร่พวกนี้มาขายอีกสักระยะจนกว่าจะสามารถจำหน่ายสินค้าออกไปได้ สองก็คือขอทำสัญญาซื้อขายแบบผูกมัด อาจจะไม่ถึงกับต้องส่งมาทุกๆ เดือน แต่หากมีความจำเป็นจะต้องขายในครั้งต่อไปก็ต้องเป็นที่นี่เท่านั้น และสาม ห้ามนำมาขายที่นี่อีกเนื่องจากมันจะเป็นการแทรกแซงกลไกตลาด หากมีของที่ดีๆ ออกมาจำหน่ายจนกลายเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ง่ายขึ้นจะกลายเป็นว่าไม่อาจควบคุมอะไรได้อีก

        "เจ้าคงรู้อยู่แล้วสินะว่าของพวกนี้มีความบริสุทธิ์ที่สูงมาก ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าทำอย่างไรถึงผลิตพวกมันออกมาเป็นจำนวนมากได้ ซึ่งข้าก็จะไม่ถามเนื่องจากมันเป็นความลับทางการค้า เว้นเสียแต่ว่าข้าต้องการให้เจ้าจำหน่ายมันเฉพาะโรงตีเหล็กของพวกเราเท่านั้น ไม่ว่าจะที่เมืองใดก็ตาม"

        ทำความเข้าใจเหตุผลของครอฟท์สักพักหนึ่ง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ต้องตัดสินใจแบบนี้ แม้ว่าจะขายให้กับกิลด์การค้าได้ก็ตามแต่ทางนั้นจะเป็นเหมือนพ่อค้าคนกลางและนำไปขายต่อในราคาแพงที่มากกว่าปกติ อาจจะเพื่อปกป้องความได้เปรียบทางการค้าของตัวเองก็ได้

        "ตกลงครับ หากครั้งหน้าผมต้องการจะค้าขายแร่พวกนี้อีก ผมจะคิดถึงพวกคุณก่อนเป็นอันดับแรก"

        "ข้าจะส่งข่าวเรื่องของเจ้าไปทุกเมืองที่มีพวกข้าอยู่ หวังว่าจะได้ทำธุรกิจร่วมกันอีก"

        ที่ว่าคนแคระไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่เป็นมิตรคงไม่จริงซะทีเดียว น่าจะเป็นเพราะพวกเขาไม่ชอบพูดอะไรมากกับคนที่ไม่สนิทด้วยก็เท่านั้น แม้น้ำเสียงที่ใช้พูดคุยจะฟังดูแข็งจนเหมือนกับใส่อารมณ์ตลอดเวลา แต่พอได้คุยด้วยจริงๆ กลับเป็นมิตรอย่างไม่น่าเชื่อ

        ได้เงินมาแล้วก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่อีก เซรอสต้องจูงมือซาริที่วิญญาณหลุดจากร่างไปแล้วให้เดินตามมา

 

        สถานที่ที่เซรอสมาเยือนตามที่ตั้งใจเอาไว้ก็คือกิลด์การค้า

        หากต้องการหาซื้อสัตว์ที่สุขภาพแข็งแรง กิลด์การค้าถือได้ว่าเป็นสถานที่จัดหาสินค้าที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นเสริมเข้ามาแต่ตอนนี้ก็มีเงินแล้วคงซื้ออะไรกลับไปได้ตั้งมากมาย

        พนักงานที่กิลด์การค้าค่อนข้างจะวุ่นวายเนื่องด้วยลูกค้าที่มาใช้บริการมีมากเป็นพิเศษ พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นพ่อค้าที่มาจากต่างเมืองและต้องการจะซื้อสินค้ากลับไปขาย และอาจเพราะการแต่งกายของเซรอสดูธรรมดาไม่ได้โดดเด่นจึงได้ถูกมองข้ามไปโดยง่าย ขนาดพ่อค้าที่มาทีหลังยังได้รับการบริการก่อน

        ไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรือผิดหวังกับการให้บริการ เข้าใจดีว่าสังคมในยุคสมัยนี้ให้ความสำคัญกับอำนาจและเงินตรา ขอเพียงบรรลุจุดประสงค์จะยังไงก็ได้ ยังไงก็มีเวลาว่างเหลือเฟืออยู่แล้ว รออยู่จนเกือบเย็นถึงได้มีคนมองเห็นตัวตนของเซรอส คงเพราะได้ให้บริการลูกค้าที่จ่ายหนักไปหมดแล้วจึงเหลือแค่ลูกค้าที่ไม่ได้มีกำลังจ่ายที่มากนัก

        คนที่มาให้บริการแม้จะใช้คำพูดที่สุภาพแต่ก็ให้ความรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจมากนัก คล้ายกับว่าอยากจะรีบๆ รับคำร้องให้เสร็จและประเมินราคาหากรู้ว่าไม่ค่อยได้กำไรก็ค่อยปฏิเสธในภายหลังหรืออาจจะขูดรีดให้ได้กำไรเพิ่มขึ้น

        "ผมต้องการให้ช่วยจัดการพวกสัตว์เลี้ยงที่ใช้เป็นอาหารได้ วัวนม วัวเนื้อ หมู ไก่ เป็ด แกะ แพะ ชนิดละสี่ตัว ตัวผู้สอง ตัวเมียสอง ทั้งหมดต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่มีโรค และที่สำคัญอายุจะต้องไม่มากจนเกินไป"

        ที่ต้องกำหนดจำนวนชนิดละสี่ตัวก็เพื่อความสะดวกในการขนย้าย อันที่จริงอยากจะได้มากกว่านี้แต่การนำพวกมันเดินทางไกลค่อนข้างจะลำบากมาก และเซรอสมั่นใจว่าสามารถขยายพันธุ์พวกมันได้ อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่เพียงไม่นานก็น่าจะได้จำนวนที่มากจะทำอะไรหลายๆ อย่างได้

        หลังจากที่ปล่อยให้ประเมินค่าใช้จ่ายแล้วโดยรวมพวกมันถูกคิดราคาสูงถึง 1,000 เหรียญทองโทเฟน ถือเป็นราคาที่มากเกินไปสำหรับพวกพ่อค้ามือใหม่ เซรอสคงเลือกจะมาซื้อเพียงครั้งเดียวและจะไม่มีมาในครั้งต่อไปถ้าไม่ใช่เหตุจำเป็น เขาตกลงที่ราคานี้แต่ว่าสิ่งที่ต้องการไม่ได้มีอยู่แค่นั้น

        "แล้วก็ผมต้องการหนังสือทุกประเภทเท่าที่จะหาได้ พอดีต้องการนำไปฝึกสอนเด็กที่บ้านอยากรบกวนให้ช่วยจัดเตรียมหนังสือสำคัญๆ ทั้งหมดให้หน่อย นอกจากนี้ก็มีแผนที่ฉบับสมบูรณ์เผื่อในกรณีที่ต้องเดินทางไกล เมล็ดพันธุ์ดอกไม้และผลไม้ทุกชนิดเท่าที่พวกคุณจะสามารถหาได้ ไม่ต้องสนใจเรื่องฤดูกาลที่เหมาะสมสำหรับมัน มีอะไรอีกนะ...ใช่แล้ว อุปกรณ์เครื่องนอน และก็ผ้าหลายๆ พับหน่อย ผมมีงบประมาณสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ 30,000 เหรียญทองโทเฟน หากคุณสามารถจัดการได้ในราคาที่ต่ำกว่านี้ ทั้งหมดจะเป็นกำไรของพวกคุณไปเลย"

        "เกี่ยวกับเรื่องการขนส่งนั้นถ้ามีสัตว์ลากที่แข็งแรงและทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ผมจะให้งบประมาณอีก 5,000 เหรียญทองโทเฟนในการจัดการ รวมทั้งหมดแล้วก็เป็นราคา 35,000 เหรียญทองโทเฟน"

        แล้วหลังจากนั้นสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเซรอสก็เปลี่ยนเป็น 'ท่านเซรอส' โดยทันที พวกเขาอยากจะขอเชิญไปพูดคุยรายละเอียดกันใหม่ในห้องรับรองที่ดีกว่านี้ แต่เซรอสปฏิเสธด้วยใบหน้าเรียบเฉย และบอกว่าเขายังมีธุระที่จะต้องทำอีกมากมาย ซึ่งเขาเสียเวลามานั่งรอที่นี่มากแล้ว กำหนดเวลาเพียงแค่สองวันหลังจากนี้เพราะจะต้องเดินทางต่ออีก หลังจากที่ชำระเงินเบื้องต้นเป็นค่าดำเนินการ ทำสัญญาซื้อขายเสร็จก็เดินออกจากกิลด์การค้าไป

        กลายเป็นว่าพวกเขาได้พลาดโอกาสที่จะสานความสัมพันธ์กับพ่อค้าที่จ่ายหนักแล้ว ไม่บ่อยนักที่จะได้พบเจอพ่อค้าที่กำหนดวงเงินล่วงหน้าเอาไว้ ด้วยเส้นสายทางการค้าแน่นอนว่าพวกเขาหาสินค้าที่ราคาถูกกว่าที่ประเมินเอาไว้ได้ไม่ยาก คนส่วนใหญ่จึงเป็นพ่อค้าที่ต้องการซื้อในราคาที่ถูกที่สุดเพื่อนำไปขายต่อในราคาที่แพงที่สุด

        ซาริสงสัยและอดเสียดายไม่ได้ที่ต้องจ่ายเงินจำนวนมาก เซรอสจึงบอกเพียงแค่ว่าขี้เกียจเดินทางไปมา อีกทั้งเขายังสามารถผสมพันธุ์พวกสัตว์ขยายพันธุ์พวกมันให้มีจำนวนที่มากขึ้น ก่อนถึงฤดูหนาวก็น่าจะมีสมาชิกในฟาร์มเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

        มีหลายอย่างที่เซรอสต้องทำเมื่อกลับไป ทั้งการสร้างโรงเลี้ยงสัตว์แยกออกมา สร้างเรือนกระจก ปรับปรุงบ้านให้ดีขึ้นรวมไปถึงการขยับขยายอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งใจจะเปลี่ยนที่นั่นให้เป็นสรวงสวรรค์ที่สามารถใช้ชีวิตกันได้อย่างสงบสุข

        กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและไปรอพวกเรเวนที่หน้าตึกกิลด์นักผจญภัย กว่าคนพวกนั้นจะมาก็เย็นมากแล้ว ทุกคนไม่ได้สวมชุดเครื่องแบบที่คุ้นเคย แต่มาในชุดของชาวบ้านธรรมดาจึงดูแปลกตาไปสักหน่อย จากนั้นจึงเดินทางไปในเขตย่านชุมชนกัน ฟังจากที่เรเวนบอกพวกเขาเช่าบ้านพักอยู่ที่นี่กัน แม้จะแพงไปสักหน่อยแต่สำหรับกลุ่มนักผจญภัยแรง D มันเป็นราคาที่พอจ่ายไหว

        ร้านเหล้าที่ไรด์แนะนำนั้นเป็นร้านชั้นยอดในเขตนี้ เหล้าที่จำหน่ายรสชาติยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว บรรยากาศก็ทำออกมาได้ดีมาก ถ้าหากว่ามีดนตรีสักหน่อยล่ะก็คงเป็นร้านที่น่าเข้าที่สุด ไรด์เป็นขาประจำของที่นี่สั่งเหล้าให้กับทุกคน สำหรับพวกผู้หญิงนั้นไม่ค่อยดื่มเหล้าแต่ขอเป็นน้ำผลไม้คั้น จากนั้นก็ได้เวลาเลี้ยงฉลองกัน ช่วงแรกๆ นั้นก็เป็นเพียงแค่การพูดคุยเรื่องทั่วไป อย่างรูปแบบการสอบ ซึ่งเซรอสก็ได้รู้เรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย

        สำหรับนักผจญภัยแรงค์ C ขึ้นไปจะได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปร่วมการสำรวจดันเจี้ยนที่มีปรากฏขึ้นมาจากทั่วทุกมุมโลก ภายในนั้นจะมีวัสดุหายากและพวกมอนสเตอร์ที่แสนจะร้ายกาจ เมื่อได้เข้าสู่ระดับนั้นจะได้รับการยอมรับด้านความแข็งแกร่งที่มากขึ้น ภายในนั้นจะดรอปหินเวทมนตร์ที่มีราคาดีมาก เซรอสไม่ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักแต่ว่าสถานที่ที่เรียกว่าดันเจี้ยนนั้นจะต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด และต้องลดจำนวนมอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะพวกมันถือกำเนิดได้รวดเร็วมาก

        เชื่อกันว่าพวกมอนสเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนเป็นสิ่งที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยน

        เรเวนเมาได้ที่แล้วก็เล่าถึงความยากลำบากตั้งแต่การเก็บเงินเพื่อเข้าศึกษาในสถาบันราเลียส ในสาขานักรบ เพียงเพราะไม่มีความชำนาญในการใช้เวทมนตร์ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ร่ำเรียนจนจบได้ ซึ่งหลักฐานที่ได้จากการจบการศึกษาสามารถใช้รับรองในการทำงานกับกองอัศวินหรือสมัครเข้ากิลด์นักผจญภัยได้โดยแค่ทดสอบเพียงเล็กน้อย ส่วนไรด์กับชานไม่ได้รับการศึกษา พวกเขาฝึกฝนด้วยตัวเองจนกระทั่งผ่านการยอมรับให้เป็นนักผจญภัยได้แต่ก็จะต้องเริ่มจากแรงค์ที่ต่ำสุด และได้เข้าร่วมกลุ่มกับเรเวนจนพัฒนาได้ถึงแรงค์ E

        ต่อมาก็ได้ยูนีชและเซลเกที่พึ่งจบจากสถาบันราเลียสในฐานะรุ่นน้อง แต่มาจากสาขาเวทมนตร์ โดยยูนีชนั้นหากไม่ได้รับคำชวนเธอก็คงจะผันตัวเป็นสาวกของศาสนจักรเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป และเซลเกที่จบมาด้วยผลการเรียนคาบเส้นยากจะหาที่สมัครงานได้ ก็เลยตัดสินใจจะตามยูนีชเพื่อเข้าร่วมศาสนจักรด้วย แต่ก็ได้เรเวนมาชักชวนให้ร่วมกลุ่มเสียก่อน พอมีผู้รักษาและผู้ใช้เวทมนตร์มาร่วมทีม จากแรงค์ E ก็ได้ก้าวเข้าสู่แรงค์ D อย่างรวดเร็ว

        และความสำเร็จที่รวดเร็วก็ทำให้พวกเขาได้รับการจับตามองอย่างมาก เห็นว่ายังพัฒนาได้จึงไม่อยากให้พลาดโอกาสนี้ เลยเสนอชื่อให้เตรียมเข้ารับการทดสอบเป็นแรงค์ C

        หลังจากนี้พวกเขาคงจะแข็งแกร่งขึ้นจนเป็นนักผจญภัยแรงค์สูงและมีชื่อเสียงได้ เซรอสจึงได้แต่อวยพรขอให้พวกเขาประสบความสำเร็จ

        พวกสาวๆ เริ่มเมาบรรยากาศและส่งเสียงเชียร์ให้ไรด์ดื่มรวดเดียวหมด ก่อนที่เขาจะประกาศว่าในที่นี้ไม่มีใครคอแข็งกว่าตนเองแล้ว เกิดความรู้สึกที่อยากจะท้าทายขึ้นมาเลยชวนไรด์ดื่มแข่งกันสักหน่อย แน่นอนว่าเซรอสนั้นคอแข็งมากอยู่แล้วอีกอย่างเหล้าของที่โลกนี้ดีกรีไม่ได้แรงมาก ปริมาณแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้สูงมากมาย ต่อให้ดื่มอีกหลายแก้วก็ยากจะเมาได้ ตอนนี้เลยกลายเป็นการแข่งขันกัน จนสุดท้ายก็เป็นไรด์ที่สลบเหมือดคาโต๊ะไปเรียกเสียงเฮฮาจากคนในร้านเหล้าได้เป็นอย่างดี

        เซรอสประกาศตัวว่าเป็นผู้ชนะโดยการดื่มเพิ่มอีกสิบแก้วใหญ่ ใบหน้าเขาแดงเล็กน้อยแต่ก็ยังประคองสติของตัวเองได้อยู่ เห็นว่าทุกคนเมากันมากแล้วก็เลยจ่ายเงินให้แล้วบอกให้ทุกคนกลับบ้านของตัวเอง

        ซาริหมดสภาพจากการที่สูดดมกลิ่นแอลกอฮอล์ก็เลยต้องอุ้มขึ้นหลังพากลับมาด้วย เจ้าตัวก็เมาแล้วร้องไห้ อาละวาดอยู่บนหลังของเขา ประโยคสุดท้ายที่เธอกล่าวก่อนจะหลับไปก็คือ 'ตอนนี้ซาริมีความสุขแล้ว ซาริจะขออยู่กับท่านเซรอสตลอดไป'

        "ด้วยความยินดีครับ"

 

        ทั้งที่ดื่มไปมากขนาดนั้นแต่เซรอสก็ยังใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ อาการเมาค้างนั้นแทบจะไม่ส่งผลอะไรมากนอกจากกลิ่นเหล้าที่หึ่งออกมา ขนาดซาริไม่ได้ดื่มแค่ได้กลิ่นเท่านั้นสภาพก็ยิ่งกว่าคนเมาซะอีก

        "ตื่นแล้วเหรอ คุณราชานักดื่ม"

        ลาน่าเป็นเด็กที่เข้ากับทุกคนได้ง่าย และชอบฟังเรื่องซุบซิบ กะอีแค่เรื่องที่เกิดขึ้นในร้านเหล้าทำไมเธอจะไม่รู้ ฉายาราชานักดื่มนั่นแต่เดิมก็เคยเป็นของไรด์ที่ไม่เคยดื่มแพ้ผู้ใดมาก่อน มันจะกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจในวงเหล้าครั้งต่อไปแน่

        "ที่ว่าคอแข็งมากนี่คงจะเป็นความจริงสินะ ปกติแล้วพวกที่ดื่มมาคงไม่ตื่นจนกว่าพระอาทิตย์จะตรงหัว"

        "ข่าวเร็วดีนี่นา"

        "เพราะเป็นลูกสาวของป๊ะป๋ากิลเบิร์กยังไงล่ะ"

        ก็เป็นเรื่องที่เซรอสพึ่งจะรู้จากคนในวงเหล้าเหมือนกันว่า กิลเบิร์กค่อนข้างจะมีอิทธิพลในหมู่นักผจญภัย ดังนั้นไม่ค่อยมีใครอยากจะสร้างปัญหาให้ และในฐานะของลูกสาวเลยได้รับการปกป้องจากกลุ่มนักผจญภัยทั้งหลายด้วย ถ้าจะมีพูดหยอกล้อกันเล่นบ้างก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากทำอันตรายเมื่อไหร่ก็ต้องเผชิญหน้ากับอารมณ์โทสะของกิลเบิร์กที่แม้แต่กิลด์มาสเตอร์ยังทำอะไรไม่ได้

        "แล้ววันนี้มีเป้าหมายจะไปที่ไหนหรือเปล่า"

        "ก็คงจะเดินสำรวจเมืองเล่นฆ่าเวลานั่นแหละ"

        "ถ้างั้นก็ระวังตัวหน่อยก็ดีนะ ป๊ะป๋าได้ข่าวไม่ค่อยดีมาจากกิลด์นักผจญภัยบอกว่าสถานการณ์วันนี้คงต้องอยู่ในการเฝ้าระวัง เรื่องนี้มันถูกปิดบังเอาไว้ไม่ให้ชาวเมืองรู้ แต่วันนี้นักผจญภัยทุกคนคงได้ทราบข่าวแล้วล่ะ"

        พิจารณาจากคำเตือน มันอาจจะเป็นเรื่องร้ายแรงมากที่ทำให้กิลด์นักผจญภัยเคลื่อนไหว เขาไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นภายในเมือง ขอแค่มันไม่ส่งผลต่อการเดินทางกลับก็พอ แต่ก็มีความเป็นไปได้ถ้าเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาประตูเมืองอาจจะปิดไม่ให้เดินทางเข้าออกไปสักระยะ ถ้าเกิดปัญหาแบบนั้นขึ้นมาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

        เซรอสฝากซาริให้ลาน่าช่วยดูแล โดยกำชับคำสั่งไปว่าให้อยู่ช่วยงานภายในโรงแรม จากนั้นก็ออกไปเดินเล่นในตลาด

        วันนี้ก็ดูจะไม่มีความผิดปกติอะไร เพราะทุกคนยังไม่รู้ถึงสถานการณ์อันเลวร้าย เซรอสยังคงต้องเผื่อเงินเอาไว้สำหรับจ่ายภาษีสินค้า ซึ่งทางกิลด์การค้าจะคำนวณมาให้เสร็จสรรพเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจัดการ ซึ่งการมาเดินชมตลาดก็ช่วยให้มองสภาพความเป็นอยู่ทางสังคมได้ว่าพวกเขาขาดสิ่งใดบ้าง จากนั้นก็จะนำไปพัฒนาหมู่บ้านของตัวเอง

        แต่ในระหว่างนั้นก็ได้เห็นความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นภายในเขตของพวกขุนนางชั้นสูง ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับทราบข่าวร้ายนี้และพยายามหาทางปกป้องตัวเองโดยการเดินทางออกจากเมือง แต่ถึงอย่างนั้นส่วนใหญ่ก็มั่นใจว่ากำลังทางทหารที่มีอยู่น่าจะสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นมาได้ จึงถือโอกาสนี้รวบรวมสินค้าที่จะกลายเป็นความต้องการในอนาคตไปเก็บไว้เก็งกำไรขายในอนาคตให้ตัวเอง

        "เอาเถอะ ขอแค่ไม่มีปัญหากับทางพวกเราก็พอ ยังไงพวกกิลด์การค้าก็น่าจะได้เงินไปมากโขเหมือนกัน"

        เซรอสทำสัญญาซื้อขายเอาไว้แล้วทำให้ไม่ต้องกังวลว่าราคาจะถูกคิดเพิ่มไป

        อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังเดินดูสินค้าภายในเมืองก็พบเจอเข้ากับยูนีชและเซลเก ซึ่งทั้งสองคนจะต้องเป็นตัวแทนไปฟังการประชุมด่วนที่ถูกเรียกตัวเพราะทั้งสามคนนั้นอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมจะรับฟังอะไรทั้งสิ้น

        ไม่ถึงกับพูด 'อืม' แล้วร้อง 'อ๋อ' แต่เซรอสก็ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ได้ ที่ไม่ให้ชาวเมืองรับรู้ก็เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดความโกลาหล ขณะเดียวกันก็เรียกรวมกองกำลังขึ้นมาเตรียมแผนรับมือ แม้เซรอสจะเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิลด์นักผจญภัยหรือทางทหาร สถานการณ์นี้ก็นับว่าส่งผลเสียต่อพวกเขาโดยตรง จากที่จะได้เดินทางในวันพรุ่งนี้อาจจะต้องเลื่อนไปอีกหลายวันจนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัย

        เมื่อพิจารณาแล้วว่าจะมีปัญหาตามมา เขาอาจจะต้องเข้าไปมีส่วนในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 931 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #11030 kalanr007 (@kalanr007) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 12:48
    เนื้อหาไรเยอะแยะ ลายตาไปหมด
    #11030
    0
  2. #10278 toptoptopth (@toptoptopth) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 20:06
    เดี๋ยวอีกหน่อยมันก็จะหัวโล้น
    #10278
    1
    • #10278-1 kun010 (@kun010) (จากตอนที่ 12)
      16 ตุลาคม 2561 / 08:57
      อืม.....
      #10278-1
  3. #9376 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:45
    ขอบคุณครับ
    #9376
    0
  4. #7732 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:02
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7732
    0
  5. #6998 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:39
    ไม่อยากช่วยยังไงก็ต้องช่วย
    #6998
    0
  6. #6279 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 09:43
    ห่วงอะไรไม่เท่ากลับบ้านช้า จากพี่เซคนดีผู้ปราถนาชีวิตสโลว์ไลฟ์
    #6279
    0
  7. #5257 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 19:57
    ใช้เงินเปลืองมาก
    #5257
    0
  8. #5018 Ek'z Ekarat (@26370) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 10:31
    ขอโทษนะครับไรท์ รู้สึกค่าเงินที่ใช้มันไม่สมเหตุสมผลนิดนึง คือ ไม่เข้าใจครับว่าทำไมต้องตั้งวงเงินไว้เยอะขนาดนั้น(ตั้ง30,000ทอง) ทั้งที่ตอนจะขายแผ่นเหล็ก ยังคิดจะขายได้แค่หลักเหรียญเงิน พอได้มา 50,000 เลยกลายเป็นคนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย? ทั้งมีดที่ครอฟตีราคา20เหรียญทอง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่สัตว์กับหนังสือที่สั่งกับกิลด์การค้ารวมทั้งหมดจะเกิน 5,000 เหรียญทอง- (อันนี้เปรียบราคากับ ศพออร์คราคา 2เหรียญทอง ที่ต้องClass Aจะล่าได้) ครับ แล้วก็ยังค่าหนังสือต่างๆ ถ้าบอกแต่แรกว่าหนังสือเป็นสิ่งที่หายากบนโลกใบนี้จะไม่สงสัยอะไรเลยน่ะครับ

    เข้าใจนะครับว่า แผ่นทองแดง แผ่นเหล็ก และแผ่นทอง จะทำออกมาเท่าไหร่ก็ได้ แต่อย่างน้อยควรจะตั้งวงเงินไว้น้อยกว่านี้บ้าง เชื่อว่า หลายๆคนอ่านมาถึงตอนนี้คงขัดๆใจไม่น้อยก็เยอะนะครับ

    ขอโทษที่ผมอินกับนิยายไร์จนเกินไปนะครับ

    สุดท้ายขอบคุณที่แต่งให้อ่านครับ
    #5018
    1
    • #5018-1 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 12)
      27 ธันวาคม 2560 / 20:58
      รู้สึก +1 นิดๆค่ะ รู้สึกเงินเฟ้อไปหน่อย
      #5018-1
  9. #4229 I'am.G :)) (@giorgiorocco) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 23:31
    ความเงียบมันน่ากลัวจริงๆ
    #4229
    0
  10. #4119 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 00:34
    ชอบนิสัยพระเอกสะแล้ว ชอบตอนรอซื้อของแบบไม่บ่น 555 แต่ละตอนยาวดีอ่ะ ไม่สั้น คุ้มค่าที่ได้อ่านแต่ละตอน
    #4119
    0
  11. #4110 mookba030 (@mookba030) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 16:52
    ดีๆ  จะได้โชว์เมพแล้วโว้ยยยยย
    #4110
    0
  12. #3817 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 21:17
    งานนี้คงต้องยุ่งแล้วหละนะ เซรอส
    #3817
    0
  13. #542 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:40
    รักความอบอุ่นอ่อนโยนของเซรอสสสสสสส 'ด้วยความยิรดีครับ' งื้อออออละลายรักเลยร้ากกกกก
    #542
    0
  14. #129 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 13:12
    ด้วยความยินดีครับ55555
    #129
    0
  15. #73 Ultimania (@ultima01) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 03:29
    สนุกมากครับผม
    #73
    0
  16. #72 PoRoLoo (@nutt2543) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 02:58
    ติดตามค่า
    #72
    0
  17. #70 นินนินโจ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 22:51
    ได้อ่านแล้ว -มันไม่ขึ้นตอน12ให้กดอ่านนะคับนี้เขามาทางตอน11ได้
    #70
    0
  18. #67 yingsawpee141328 (@yingsawpee141328) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 21:43
    รอคร้าาาา~
    #67
    0
  19. #66 l3igbird (@l3igbird) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 21:41
    ขอบคุณครับ
    #66
    0