ตอนที่ 115 : SS2 Episode Fifty-five : ตัวแทน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1887 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61

SS2 Episode Fifty-five

 



       ในโรงเรียนมีบรรยากาศที่ดูจริงจังมากเป็นพิเศษจนสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า จากเดิมที่จะมีนักเรียนจับกลุ่มพูดคุยกันมาวันนี้กลับทำตัวเหินห่างกันราวกับเป็นคนแปลกหน้า คิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในเมื่อวันนี้จะมีการประลองเพื่อชิงสิทธิ์ในการเข้าเป็นตัวแทนการประลองเวทมนตร์ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ที่นั่นจะต้องมีบุคคลสำคัญมารวมตัวกันและถ้าความสามารถของพวกเขาไปสะดุดเข้าตาคนเหล่านั้นอนาคตของพวกเขาจะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน

       นักเรียนชั้นปีสองขึ้นไปมีจำนวนที่น้อยมากที่เลือกจะเป็นสายต่อสู้ เกือบครึ่งหนึ่งมีอนาคตของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากนโยบายของทางผู้อำนวยการช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ทำให้แต่ละคนค้นพบทางเดินของตนเอง ทำให้อัตราการแข่งขันภายในโรงเรียนนี้ค่อนข้างต่ำมากจนอยู่ในขั้นวิกฤต เดลฟีโอน่าจึงไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่าเหตุใดการจัดอันดับโรงเรียนถึงอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ค่อยดีนัก นั่นเพราะพวกเขาแบ่งระดับความสามารถด้านการรบเป็นหลัก หากจัดอันดับด้วยผลงานวิชาการโรงเรียนเซเวียร์จะต้องได้อันดับต้นๆ ของโรงเรียนชั้นเลิศอย่างแน่นอน

       กลุ่มอัศวินทั้งหลายกำลังช่วยกันจัดตารางการแข่งขันเพื่อชิงสิทธิ์ในการเป็นตัวแทน พวกเขารู้สึกว่านักเรียนชั้นปีสองขึ้นไปนั้นมีจำนวนผู้ลงสมัครที่น้อยมากเหมือนพวกเขาไม่ได้ให้ความใส่ใจพวกมัน แทนที่จะยินดีที่ความยุ่งยากลดลงกลับกลายเป็นความรู้สึกตรงกันข้าม นี่เป็นเกียรติของพวกเขาในฐานะของครูฝึกสอนว่าจะสามารถผลักดันนักเรียนไปได้ไกลมากเท่าใด พวกเขาล้วนมองว่านักเรียนโรงเรียนเซเวียร์เป็นพวกหย่อนยานในกฎระเบียบและไม่ค่อยจริงจัง

       เดลฟีโอน่าทำหน้าที่ยืนยันความถูกต้อง แต่ว่าในรายชื่อหนึ่งกลับทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายมันออกมาเป็นคำพูด

       “ทำไมถึงมีชื่อนี้อยู่ในรายชื่อผู้เข้าร่วมประลอง” เธอตีกระดาษรายชื่อและชี้ไปยังชื่อหนึ่งซึ่งเขียนเอาไว้ว่า ซาริ แอชเชอร์

       เดลฟีโอน่าไม่ได้รู้จักซาริ แอชเชอร์เป็นการส่วนตัวมากนัก แต่ก็ได้ยินวีรกรรมสุดป่วนของเธอไม่เว้นแต่ละวัน

       อัศวินพยายามนึกหน้าของเจ้าของชื่อนี้ก็มีเพื่อนอัศวินด้วยกันพูดขึ้น “กระต่ายขาวตัวนั้นไง”

       “อ๋อ กระต่ายตัวนั้นนั่นเอง” อัศวินคนนั้นจำได้ก็รีบให้คำอธิบายแก่เดลฟีโอน่า “เมื่อเช้ากระต่ายตัวนั้นมาที่โต๊ะแล้วถามกับข้าว่า ถ้าเข้าร่วมจะได้รางวัลพิเศษจริงๆ ใช่หรือไม่ ข้าก็เลยบอกไปว่า ใช่ ทีนี้กระต่ายตัวนั้นก็เลยเขียนชื่อตัวเองลงไปในใบสมัครครับ”

       เดลฟีโอน่าได้ฟังก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาหน่อยๆ ดูท่าทางแล้วจะเกิดความเข้าใจผิดกันโดยเฉพาะสำหรับแม่กระต่ายขาวตัวนั้นคำว่า รางวัลพิเศษ ก็หมายถึงรางวัลพิเศษในความคิดของเธอ ซึ่งมันไม่ใช่รางวัลพิเศษในแบบที่ทุกคนเข้าใจตรงกันด้วยซ้ำ ตอนนี้รายชื่อก็ถูกส่งมาแล้วและจำเป็นจะต้องจัดตารางการประลองให้เรียบร้อย ด้วยสถานะของเธอการโกงการแข่งขันโดยการจัดการคู่ประลองดั่งใจไม่ใช่วิธีการที่ดีนัก ทำได้เพียงแค่ต้องปล่อยให้มันเป็นไป นอกจากนี้เธอก็ยังอยากจะรู้ด้วยว่ากระต่ายขาวตัวนั้นจะทำอะไรที่น่าสนใจออกมาบ้าง

       ตลอดเวลาที่ผ่านมาซาริไม่เคยแสดงฝีมือให้เห็นในการฝึกซ้อม แต่เดลฟีโอน่าทราบการทดสอบตอนเข้าเรียนว่าซาริสามารถล้มอัศวินคนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความบังเอิญก็ตามสุดท้ายสิ่งที่เธอมุ่งหวังที่สุดคือการที่จะได้เห็นปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มคนนั้นว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร โดยส่วนตัวแล้วเธอให้คุณค่าในตัวของเด็กหนุ่มคนนั้นมากกว่า

       อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิดไปสินะ

 

       ทันทีที่ตารางจับคู่ถูกนำไปเปิดเผยก็สร้างความตื่นเต้นให้กับพวกนักเรียนชั้นปีหนึ่ง พวกเขาต่างเริ่มพิจารณาคู่ประลองของตนเอง

       เซรอสมาเพื่อตรวจสอบคู่ประลองทั้งหมดที่จำเป็นจะต้องสู้ด้วย พร้อมกับฟรานเพื่อที่จะสอนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม ในการประลองไม่ควรศึกษาเฉพาะกับคู่ต่อสู้แค่คนแรกคนเดียวแต่ควรวางแผนว่าจะต้องเผชิญหน้ากับใครต่อจากนั้น เพราะการต่อสู้แบบนี้โอกาสจะได้พักมีอยู่น้อยมากจึงต้องสำรองพลังเอาไว้เพื่อให้ต่อสู้ได้จนจบศึก ถือว่าเป็นการสอนการวางแผนไปด้วยในตัว

       ทว่าปัญหาก็คือในจำนวนผู้เข้าร่วมประลองในชั้นปีหนึ่งปรากฏว่ามีชื่อของซาริอยู่ด้วย สำหรับกรณีของเซรอสและฟรานนั้นเพราะทั้งสองได้รับคัดเลือกอยู่ก่อนแล้วจึงถูกบังคับให้ต้องลงแข่งขันโดยปริยาย ส่วนนักเรียนที่ประสงค์อยากจะท้าชิงตำแหน่งเหล่านั้นจะต้องลงสมัครด้วยตนเอง เซรอสจึงไม่คิดว่าจะมีชื่อของซาริอยู่ในกลุ่มคนที่แสดงความตั้งใจจะท้าชิงตำแหน่งตัวแทน

       “ไม่ใช่ว่าถ้าลงชื่อแล้วจะได้รับรางวัลพิเศษที่ทำให้ความฝันเป็นจริงเหรอเจ้าคะ” ซาริถามเสียงใส

       ท่าทางจะไปฟังคนอื่นพูดมาจนเกิดความเข้าใจผิดแน่ๆ ถ้ารู้ว่ามันเป็นการประลองซาริมักจะหลีกเลี่ยงทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ส่วนตัวแล้วซารินั้นไม่ชอบที่จะต้องเจ็บตัว ขนาดโดนมีดเฉือนนิ้วเป็นแผลยาวแค่ไม่กี่มิลลิเมตรตอนทำอาหารยังร้องลั่นบ้านซะขนาดนั้น

       แต่ในเมื่อเข้าใจผิดแล้วก็ช่างมัน ปัญหาเมื่อเกิดไปแล้วก็มีแต่ต้องหาทางออกที่ดีที่สุดแทน

       “งั้นก็แค่ขึ้นไปวาดลวดลายนิดหน่อยจากนั้นก็ยอมแพ้พอ” เซรอสหาทางออกให้กับซาริที่กลัวการต่อสู้

       “ไม่ให้ซาริสู้?”

       ฟรานคิดตรงกันข้ามกับเซรอสเพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่รู้ว่าซาริเก่งแค่ไหน ขนาดเซรอสยังถูกซาริถีบจนกระเด็นไปเกือบห้าสิบเมตรถึงจะบังเอิญก็ตาม แต่มั่นใจได้เลยว่าเครื่องวัดพลังที่เซรอสทำเอาไว้ไม่น่าจะโกหกได้ ตัวเลขแรงถีบของซาริอยู่ที่ 187 กิโลกรัม เป็นพลังถีบที่มากพอจะทำให้กระดูกซี่โครงคนคนหนึ่งหักได้อย่างง่ายดาย

       “ฉันกลัวซาริจะเผลอฆ่าคนตายต่างหาก”

       หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงมันจะกลายเป็นตราบาปของซาริไปอีกนาน

       ซาริซื่อบริสุทธิ์เกินไปขนาดให้ไปฆ่าปลามาทำอาหารยังมือสั่นซะขนาดนั้น สภาพจิตใจคงรับไม่ไหวแน่ถ้ารู้ว่าตนเองเผลอฆ่าคนตายไป

       เซรอสพาเปลี่ยนเรื่องไปสู่การเตรียมความพร้อม เขาให้ฟรานจดจำรายชื่อผู้เข้าประลองทั้งหมดและวิเคราะห์ความสามารถ ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่ฟรานไม่ได้สนใจเพื่อนนักเรียนเลยสักคนเดียวจึงไม่รู้ว่าใครถนัดการโจมตีแบบใด พอฟรานรู้ว่าตนเองทำเรื่องผิดพลาดก็เริ่มเสียใจ เซรอสไม่ได้ตำหนิอะไรมากเพียงทิ้งคำเตือนไม่ให้ละเลยความสนใจแม้เพียงเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เนื่องจากการศึกษาข้อมูลของคนรอบข้างจะช่วยได้อย่างมากในการคิดหาวิธีรับมือได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

       การประลองจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงทำให้นักเรียนที่ลงประลองต้องรีบไปเตรียมตัวที่สนามใหญ่ ที่นั่นรองผู้อำนวยการริซาน่าเป็นผู้สร้างม่านพลังป้องกันขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนสามารถใช้เวทมนตร์โจมตีกันได้อย่างเต็มที่ โดยมันจะไม่ส่งผลกระทบออกไปก่อกวนคนอื่นอย่างแน่นอน และมันต้องใช้พลังทำลายในระดับการโจมตีเต็มแรงของอัศวินศักดิ์สิทธิ์จึงจะทำลายได้ ฟรานรู้เกี่ยวกับม่านพลังป้องกันนี้ดีถึงยังไงก็เป็นถึงศิษย์ของริซาน่าและเคยฝึกอยู่ในนั้นหลายครั้ง

       คู่ประลองของเซรอสคนแรกเป็นมนุษย์สัตว์สายพันธุ์กิ้งก่า คนคนนี้พัฒนาขึ้นจากแต่ก่อนมากและเป็นสายพันธุ์นักรบที่มีชีวิตอยู่เพื่อการต่อสู้ กลิ่นอายของสัตว์นักล่าเข้มข้นมากดูเหมือนว่าช่วงปิดภาคเรียนนั้นเขาจะต้องได้ไปฝึกฝนตนเองผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาแน่ๆ สำหรับมนุษย์สัตว์แล้วพวกเขามีพัฒนาการด้านกายภาพที่รวดเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า เพียงแค่สามเดือนก็เพียงพอแล้วที่จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง มีกลิ่นอายของนักล่าอยู่แม้จะเป็นแค่ระดับเริ่มต้นก็ตาม มนุษย์กิ้งก่าแสดงพลังออกมาเต็มที่ โดยเฉพาะการใช้ศิลปะเวทเข้าโจมตีอย่างดุดัน

       ไม่เลวเซรอสชื่นชม และใช้ดาบจำลองปัดการโจมตีออกพร้อมกับแทงดาบสวนกลับไปจ่อคอเพื่อยืนยันผลแพ้ชนะ

       มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว นั่นเพราะเขาไม่ต้องการเล่นกับศัตรูในการต่อสู้

       “ยอมแพ้” มนุษย์กิ้งก่ายอมรับอย่างง่ายดาย

       “ถ้าเป็นการลอบจู่โจมคงยากที่จะรับมือได้ ต้องคิดถึงสถานการณ์เอาไว้ด้วย”

       เพราะเซรอสมีประสบการณ์ในด้านนี้มาไม่น้อยจึงมองออกว่าสไตล์การต่อสู้ของอีกฝ่ายเป็นแบบใด แต่ว่าเพราะวิธีการแบบนั้นใช้ได้เฉพาะกับศัตรูที่ไม่รู้ตัว พอเจอการต่อสู้ที่เผชิญหน้ากันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายดีๆ

       “อย่างนี้นี่เอง ไม่คิดว่าจะมีจุดอ่อนแบบนี้”

       มนุษย์สัตว์เป็นเผ่าพันธุ์ที่นับถือในความแข็งแกร่งมากที่สุด และพวกเขาเปิดรับมุมมองใหม่เสมอเพื่อพัฒนาตนเอง ไม่เหมือนมนุษย์ที่ยึดมั่นในความเชื่อมั่นของตนเองจนบางครั้งถึงกับทำอะไรดื้อรั้น แต่ในฐานะของมนุษย์ด้วยกันก็เข้าใจว่าบางครั้งความดื้อรั้นก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า นั่นเป็นเหตุผลที่มนุษย์สามารถพัฒนาไปได้ไกลในขณะที่มนุษย์สัตว์ทำได้เพียงแค่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัว

       เนื่องจากเซรอสจบการประลองได้เร็วมากจึงมีเวลาพักเพียงพอที่จะชมการต่อสู้จากสนามประลองย่อยอื่นๆ ทางฝั่งของด้านสาขาเวทมนตร์เกิดเสียงฮือฮาเมื่อพวกเขาได้เห็นการใช้ทักษะเวทสำหรับต่อสู้ที่แท้จริงจากเด็กหญิงเอลฟ์ตัวเล็ก มันเป็นการใช้เวทมนตร์โดยปราศจากคทา ปกติแล้วคนที่ไม่ต้องใช้คทามักจะเป็นจอมเวทระดับสูงที่ฝึกฝนอย่างหนักและมีปริมาณมานามากพอจนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคทา ใช้ในกรณีที่อยู่ในสภาพไม่พร้อมที่จะต่อสู้หรือถูกพันธนาการอยู่

       ช่วงที่ฟรานฝึกเวทมนตร์ใหม่ๆ เธอแอบฝึกฝนโดยไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย ลองผิดลองถูกอยู่นานจนเริ่มใช้งานมันได้คล่องแคล่วจากนั้นจึงเริ่มเปลี่ยนมาใช้คทาเวทในภายหลัง เพราะเริ่มต้นจากจุดที่ยากที่สุดพอต้องมาฝึกเวทมนตร์พื้นฐานก็เลยกลายเป็นของง่ายสำหรับฟราน

       ท่าทางฟรานจะเริ่มเสียนิสัยหลังไปฝึกฝนกับริซาน่าเป็นการส่วนตัว แอบสร้างขีดจำกัดให้ตนเองและต่อสู้เหมือนกับว่าใช้พลังเต็มที่ถ้าไม่ใช่เพราะเซรอสเป็นคนฝึกฝนให้ฟรานเป็นการส่วนตัวคงยากที่จะมองออก ปกติแล้วนิสัยของฟรานจะเน้นไปทางเวทมนตร์ที่รุนแรงพอจะล้มเซรอสได้ในครั้งเดียว แต่ที่เห็นอยู่นี่เป็นการใช้เวทมนตร์แบบไล่ต้อนศัตรูให้จนมุมและจบการต่อสู้โดยที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บรุนแรง

       ผลลัพธ์ปรากฏอย่างรวดเร็วชนิดที่นักเรียนรุ่นพี่หลายคนถึงกับจิกเล็บด้วยความริษยาในพรสวรรค์

       พอคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเอลฟ์ก็พอทำใจยอมรับได้ เอลฟ์เป็นเผ่าพันธุ์ที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติได้จึงมีพรสวรรค์ในด้านเวทมนตร์ที่สูงส่ง และด้วยอายุขัยที่ยืนยาวยิ่งเอลฟ์มีอายุมากก็ยิ่งมีปริมาณมานาที่มหาศาล

       อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นจากทางฝั่งของสาขานักรบ เมื่อบนสนามประลองย่อยมีกระต่ายขาวขนปุกปุยน่าฟัดน่ากอดเดินขึ้นไปเจอกับนักเรียนชายที่รูปร่างสูงใหญ่มีกล้ามเนื้อมาก เซรอสจำได้ว่าเป็นนักเรียนในกลุ่มของไรอัส สไตล์การต่อสู้เป็นประเภทเสริมพลังกายเข้าต่อสู้ไม่มีทางเลยที่ซาริที่ดูบอบบางจะเอาชนะได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ใช่จุดอ่อนใดๆ เพราะให้ความสำคัญด้านพลังโจมตีกับป้องกันมากเกินไปจึงสูญเสียความเร็วในการเคลื่อนที ต่อให้เป็นการประลองในสนามที่มีขอบเขตจำกัดซาริก็ยังไวกว่าอยู่ดี

       “หวา ช่า!” ยังไม่ทันมีสัญญาณเริ่มประลองซาริก็ร้องออกมาด้วยเสียงที่น่ารำคาญ พลางขยับแขนขาต่อสู้กับศัตรูในจินตนาการรอบตัว กระทืบเท้าเสียงดัง แปะๆ ปิดท้ายด้วยการทำท่าขู่เหมือนตั๊กแตนให้อีกฝ่ายกลัวด้วยท่าทางแสนน่ารัก “แฮร่! แพ้ไปซะเจ้าค่า”

       พอสัญญาณการประลองเริ่มขึ้นนักเรียนชายคนนั้นก็แสยะยิ้ม ร้องขู่ออกไปเสียงดังและวิ่งเข้าใส่ ทว่าพอมองหาซาริที่ควรจะอยู่ตรงหน้ากลับหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เด็กหนุ่มกวาดสายตามองหาเพราะคิดว่าซาริอาจจะลอบเข้ามาโจมตีจากทางด้านหลังจนกระทั่งเสียงสั่นเครือของกระต่ายขาวดังขึ้นมาจากด้านนอกสนาม

       “ยอมแพ้แล้วเจ้าค่ะ อย่าเข้ามานะเจ้าคะ”

       และในที่สุดทุกคนก็ได้เห็นตัวของซาริ จากที่เคยอยู่บนสนามประลองตอนนี้เธอหลบอยู่ด้านหลังของเซรอส ถือไม้ที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากที่ไหนขึ้นขู่และเหวี่ยงสะบัดไปมา ผู้ตัดสินอึ้งอยู่เกือบสามวินาทีก่อนจะประกาศผู้ชนะในการประลองครั้งนี้

       ด้านนอกสนามบริเวณฝั่งที่นั่งผู้ชม เดลฟีโอน่าที่ลุกพรวดขึ้นมาเกาะรั้วจ้องมองไปยังสนามประลองเมื่อสักครู่นี้ มันเป็นเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นที่เธอสามารถมองเห็นได้ทัน การเคลื่อนไหวของกระต่ายขาวที่รวดเร็วจนเหนือขอบเขตสามัญสำนึกในชั่วอึดใจก็ไปโผล่อยู่ที่ด้านหลังของนักเรียนที่ชื่อเซรอส ถึงมันจะดูไม่น่าแปลกอะไรนักแต่ต้องไม่ลืมว่าจุดที่เซรอสยืนอยู่ถูกขวางเอาไว้ด้วยนักเรียนคนอื่นและเหลือช่องทางอยู่เล็กน้อย แต่กระต่ายขาวตัวนั้นกลับวิ่งหลบอุปสรรคตรงหน้าโดยที่ความเร็วไม่ลดลงเลย หากสังเกตบนพื้นจะพบว่ามีรอยเท้าฝังลึกลงไปเพื่อใช้เปลี่ยนเส้นทางฉับพลันอยู่ด้วย

       นั่นคือศิลปะเวทอย่างแน่นอน

       มันแตกต่างจากศิลปะเวทที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบันที่มุ่งเน้นการเสริมพลังให้ร่างกายมีพลังสูงขึ้น

       บางทีอาจจะถูกเรียกใช้ออกมาตามสัญชาตญาณ เคยได้ยินมาว่ามนุษย์สัตว์เมื่อเข้าตาจนจริงๆ จะมีพลังแฝงซ่อนเร้นระเบิดออกมา

       นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกมนุษย์สัตว์ยังคงเป็นขุมกำลังที่น่ากลัวมากและไม่อยากเป็นศัตรูด้วย

       กระต่ายนั่นไม่ธรรมดาจริงซะด้วย

       ขณะเดียวกันเดลฟีโอน่าก็จับจ้องอยู่ที่เซรอสด้วย เพราะวินาทีที่ซาริวิ่งเข้าไปหาเขาเป็นคนที่หยุดเอาไว้โดยการคว้ามือและดึงให้ไปซ่อนด้านหลัง เป็นไปได้ว่าเขาจะมองตามความเร็วที่แม้แต่เธอก็มองไม่ค่อยทันได้

       เป็นเด็กหนุ่มที่ลึกลับมาก

       ตั้งแต่ที่เดลฟีโอน่าให้ความสนใจต่อเซรอสก็ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับเขาในทุกช่องทางเท่าที่จะพอหาได้ ปัจจุบันพบว่าเซรอสใช้ชีวิตโดยการออกล่าสัตว์ในช่วงวันหยุดและนำไปขายให้กับกิลด์นักผจญภัย สัตว์ที่เขาล่านั้นมักจะเป็นวัตถุดิบสำคัญที่กำลังขาดตลาดอยู่ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นคนที่มองการตลาดออกได้ดีเยี่ยมทำให้เขาได้ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ แต่บางครั้งก็ทำตัวเป็นพวกขี้เมาออกไปดื่มจนดึกดื่น สิ่งที่เขาระบายออกมาตอนเมาก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงดูน้องสาวต่างเผ่าพันธุ์สองคนที่นับวันจะสร้างเรื่องปวดหัวให้ตนเอง

       สังหรณ์ของอัศวินสาวรู้สึกว่าข้อมูลที่ได้มันผิดปกติจนเหมือนกับการเสแสร้งจนเกินไป ถึงจะบอกว่าหามาได้ด้วยความยากลำบากเพราะเป็นทางฝ่ายของเซรอสที่มักจะหายตัวไปเมื่อคลาดสายตา พบอีกครั้งพวกเขาก็ได้ข้อมูลสำคัญนำกลับมารายงาน เห็นได้ชัดว่าเป็นสถานการณ์ที่เหมือนกับจงใจ

       เซรอสระแวดระวังตัวเองอยู่เสมอถึงกับแอบชำเลืองมองเดลฟีโอน่าที่นั่งอยู่ตรงอัฒจันทร์ ไม่คิดว่าจะมองทันการเคลื่อนไหวด้วยแอคเซลของเขาออกด้วย มันเป็นเวทมนตร์เดียวที่สามารถไล่ตามซาริได้ทัน

       “เอาล่ะซาริไปนั่งพักก่อน เธอพยายามเต็มที่แล้ว” เขารีบเปลี่ยนเรื่องและต้องไปเตรียมตัวประลองคู่ต่อไป

       “เจ้าค่า” ซาริขานรับเสียงอ่อน หันไปทางคู่ประลองเมื่อสักครู่และแกล้งทำท่าขู่ก่อนจะวิ่งหนีไปโดยเร็ว

       เซรอสขึ้นไปประลองต่ออีกครั้ง คราวนี้คู่ต่อสู้ของเขาเป็นเด็กนักเรียนหญิงที่ดูจะสั่นหน่อยๆ ดูเหมือนว่าเธอจะกลัวเซรอสเพราะฝีมือที่ต่างชั้นจนเกินไป ตอนแรกแววตาของเธอดูเหมือนกับคนที่ตั้งใจจะยอมแพ้อยู่รอมร่อ แต่เธอก็สลัดความลังเลทิ้งและเปลี่ยนมาเป็นท่าตั้งรับแทน แสงที่ส่องประกายอยู่บนใบดาบจำลองคือศิลปะเวทประเภทเสริมพลังแต่ดูไม่ค่อยเสถียรดีน่าจะใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานไม่ได้ จากการประลองเมื่อสักครู่นี้เห็นชัดว่าฝีมือของเธออยู่ในระดับมาตรฐานของกองทัพทั้งการโจมตี การตั้งรับก็ทำตามแบบที่ฝึกฝนมาด้วย

       “เธอควรจะถือโล่กับเปลี่ยนดาบจำลองที่ถือได้ง่ายกว่านี้นะ” เซรอสช่วยแนะนำ

       “เอ๊ะ!

       “การวางท่าทางของเธอคล้ายกับอัศวิน ถ้าลองใช้โล่ขนาดกลางกับดาบมือเดียวน่าจะแสดงพลังได้มากกว่าเดิม”

       “งั้นเหรอ? ถ้าอย่างงั้น

       “ได้สิ เชิญเลย” เซรอสอนุญาตให้เธอเดินไปเลือกอาวุธกับโล่มา

       ปกติแล้วไม่มีใครอนุญาตให้อีกฝ่ายหนึ่งได้เปรียบเหนือตัวเอง แต่เซรอสมองว่าเด็กนักเรียนพวกนี้ก็เหมือนกับลูกหลาน ถึงส่วนตัวจะไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยแต่ก็ใช่จะมองผ่าน ในเมื่อตนเองสวมบทบาทเป็นพรานมากประสบการณ์การให้คำแนะนำเล็กน้อยก็น่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนนักเรียนได้ ยิ่งอนาคตจะต้องฟอร์มทีมตามกฎของโรงเรียนเพื่อทำภารกิจแล้วก็ควรจะมีกลุ่มเป็นของตนเองสักหน่อย

       เซรอสปรับความแข็งแกร่งของตนเองลงมาให้ดูเหนือกว่าเด็กสาวเล็กน้อยและเริ่มโจมตี เธออาศัยโล่ในการตั้งรับได้มั่นคงมากและยังโจมตีกลับมาได้ในเวลาเดียวกัน พอคิดว่าทำได้แล้วก็เริ่มมีกำลังใจยกโล่ขึ้นมาปิดใบหน้าให้โผล่เฉพาะดวงตาจับต้องที่ศัตรู เวลานี้เธอเหมือนกับอัศวินฝึกหัดดูได้จากท่าทางการยืนของเธอ การเคลื่อนไหวหลังจากนั้นดูมีความใจเย็นมากเป็นพิเศษและนั่นทำให้คนที่อยู่บนอัฒจันทร์จับจ้องด้วยความสนใจ

       “เด็กสาวคนนั้นทำได้ไม่เลวเลยนะครับ”

       “นั่นสิ ถึงจะยังเปรียบกับพวกอัศวินฝึกหัดเข้าใหม่ยังไม่ได้เพราะพวกนั้นเริ่มต้นจากการเป็นทหารจึงมีระเบียบและสภาพร่างกายที่เหนือกว่า เด็กคนนั้นยังขาดพลังโจมตีอยู่ ท่านเดลฟีโอน่าคิดว่ายังไงบ้างครับ”

       “คิดยังไงเหรอ” เดลฟีโอน่าจากที่เคยจับตามองเซรอสมาตลอด ก็เปลี่ยนไปสำรวจเด็กสาวที่เป็นคู่ต่อสู้ดูบ้าง “การเคลื่อนไหวดูมีเอกลักษณ์ดี แต่เธอไม่เหมาะจะฝึกฝนแนวทางอัศวินแบบกองทัพที่เน้นการต่อสู้เป็นกลุ่มใหญ่ แต่เหมาะกับการลุยเดี่ยวบุกทะลวงฟันมากกว่า เด็กคนนั้นเหมือนกับข้าอยู่หลายส่วนเลยเชียวล่ะ น่าเสียดาย”

       “น่าเสียดาย? เหรอครับ” อัศวินที่อยู่ข้างกายทำหน้างุนงง ดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนี้จะยังใช้ไม่ได้สินะทั้งที่ดูมีความสามารถแท้ๆ

       “ใช่ น่าเสียดายมากที่ข้าพลาดจับเธอไปอยู่ในกลุ่มของเจ้าหนุ่มนั่น ถ้าหากรู้ตั้งแต่แรกคงจะจัดให้อยู่กลุ่มอื่นมากกว่า”

       “โอ้!” บรรดาอัศวินเองก็คิดได้เหมือนกัน เพราะการประลองคัดเลือกตัวแทนนั้นได้มีการล็อกตัวแทนเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว

       ด้วยวิธีนี้ถึงจะดูไม่ค่อยดีสำหรับพวกนักเรียน แต่คิดว่าให้ประลองด้วยตัวเองน่าจะลดความขุ่นเคืองลงได้

       “ถึงเธอจะแพ้ แต่ข้าอยากให้จัดเธออยู่ในกลุ่มตัวสำรองฝากด้วยล่ะกัน”

       “ทราบแล้วครับ”

 

       ตัวแทนนักเรียนที่เข้าร่วมการประลองในเบื้องต้นมีความเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยนอกจาก เซรอส แอชเชอร์, ไรอัส มาติอัส และ เลธิเซีย เคอร์ริช ที่เป็นนักเรียนสามคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่นักเรียนใหม่สาขานักรบ ส่วนที่เหลือเป็นนักเรียนที่เอาชนะผู้ท้าชิงคนเดิมมาได้ด้วยฝีมือที่เหนือกว่า และด้วยความที่มีมนุษย์สัตว์เป็นตัวแทนนักเรียนสาขานักรบทำให้พวกมนุษย์สัตว์คนอื่นๆ แสดงอาการตื่นเต้นจนออกนอกหน้า ราวกับว่ามันเป็นเกียรติยศของเผ่าพันธุ์ก็ไม่ปาน

       ด้านสาขาเวทมนตร์ก็มี ฟราน แอชเชอร์, เบล เรสเทียร์ และ วาเลนเซียร์ เซราตี ที่เป็นตัวแทนสุดแกร่งสามคนที่เป็นตัวแทนคนสำคัญ ในตำแหน่งที่เหลือที่เคยคิดว่าอาจจะเป็นของกลุ่มสาวๆ ที่เคยเรียนวิธียิงเวทมนตร์กลับกลายเป็นว่าต้องพ่ายแพ้ให้กับเพื่อนนักเรียนที่ใช้เวทมนตร์ได้รุนแรงยิ่งกว่า แม้จะควบคุมเวทมนตร์ยังไม่ได้แต่ความรุนแรงก็ทำให้พวกเธอยอมรับความพ่ายแพ้โดยดุษฎี ในจำนวนตัวแทนชุดใหม่พวกนั้นพบว่ามีอยู่สองคนที่มีอาการประหลาดคือตาแข็งกร้าวดูดุดันและไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น

       ตอนที่เซรอสเห็นนักเรียนพวกนั้นเป็นจังหวะเพียงแวบเดียวก่อนที่พวกเขาจะขอแยกตัวไปตรวจสอบสภาพร่างกาย ด้วยข้ออ้างที่บอกว่าใช้พลังเวทไปจนหมดทำให้กลุ่มนักเรียนสาขาเวทมนตร์ต้องนัดฝึกซ้อมกันใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้แทน

       แน่นอนว่าเซรอสไม่เพียงแต่จะจับตาดูแค่นักเรียนชั้นปีหนึ่งเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคอนราดที่เป็นนักเรียนชั้นปีสอง เขาแสดงเวทมนตร์ที่น่าตื่นเต้นออกมาและเอาชนะเพื่อนนักเรียนไปได้อย่างขาดลอย ไม่เหลือสภาพของนักเรียนอ่อนแอแบบเมื่อก่อนนี้เลย อาการของเขาเองหลังจากที่ใช้เวทมนตร์ก็ไม่ได้สลบไป แต่กลับเป็นความดุดันและตาแข็งกร้าวเหมือนนักเรียนปีหนึ่งสองคนนั้นด้วย

       ดูเหมือนว่าจะใช่สินะ

       จากสารประกอบในตัวยาที่เซรอสนำไปวิเคราะห์ เขาพบว่ามีส่วนประกอบประหลาดที่เป็นเหมือนเซลล์ของเกล็ดเลือดปะปนอยู่ในโพชันลึกลับที่สโตรกเกอร์คนนั้นใช้อยู่ แต่เกล็ดเลือดที่พบอยู่นั้นมีความแตกต่างจากเดิมมากเหมือนกับว่าเป็นเกล็ดเลือดของสิ่งมีชีวิตคนละชนิดกัน ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่ามันเป็นเกล็ดเลือดของตัวอะไรทว่ามันมีผลในการกระตุ้นให้มีการระเบิดของมานา ยิ่งโพชันดังกล่าวนั้นมีส่วนประกอบของสมุนไพรพิเศษที่ช่วยในการฟื้นฟูมานาด้วยแล้วทำให้ผู้ใช้สามารถระเบิดพลังเวทออกมาได้อีกหลายครั้ง

       รู้สึกได้เลยว่าการเดินทางไปร่วมประลองเวทมนตร์ในครั้งนี้จะต้องมีปัญหาที่วุ่นวายตามมาแน่นอน เซรอสไม่คิดจะประกาศเรื่องนี้ออกไปเพราะเขาจำเป็นจะต้องใช้สถานการณ์พวกนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งสำคัญคือการที่จะต้องรู้ว่าจะมีตัวละครใดโผล่เข้ามาในแผนการที่วางเอาไว้บ้าง และเป้าหมายของพวกมันคือสิ่งใด เพื่อที่จะได้ไม่เดินสะเปะสะปะไปเจอกันจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมาก็ได้

       แต่จะว่าไปแล้ว พวกคุณอัศวินมีหน้าที่อะไรไหนบอกให้ฟังหน่อยสิ

       ศัตรูมาเดินเพ่นพ่านอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ทำไมยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรอีก




เจอหมัดตั๊กแตนของซาริหน่อย เป็นไงล่ะมองไม่เห็นเลยใช่ไหม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.887K ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #9610 woodo (@woodobadoo) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 21:52
    อัศวินมัวแต่จับผิดจ้าา แต่จ้องผิดคนน
    #9610
    0
  2. #9583 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 03:20
    ขอบคุณครับ
    #9583
    0
  3. #9538 djkk2 (@DjKk) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:25
    บาทากระต่ายน้อย รวดเร็ว แบบนี้ขอแครหลอดเยอะๆ55
    #9538
    0
  4. #9127 AKiZeRo (@dekisanradio) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 05:11
    ใส่เกียกระต่ายนี่บิทมันจริงๆ
    #9127
    0
  5. #8916 นักอ่านสายฟรี (@wuttichaiwutti) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 16:27

    บาทาไร้เงา 5555 หนีเร็วปานสายฟ้า

    #8916
    0
  6. #8896 0857774049 (@0857774049) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 22:49
    รอออออออค่ะรอออออออ
    #8896
    0
  7. #8809 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 16:19

    ขอบคุณครับ

    #8809
    0
  8. #8806 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:02
    อยากรู้จังค่ะว่าตอนซาริไปแอบหลังเซรอส เซรอสทำสีหน้ายังไงนะ ตอนที่คนอื่นๆมองตามเสียงซาริมา ยิ้มเจื่อนๆ หรือว่าหน้านิ่งๆกันนะ มโนภาพตามแล้วนึกไม่ออกว่าเซรอสจะทำหน้ายังไงจริงๆ
    รู้สึกเราคิดเรื่องไร้สาระจัง 5555
    #8806
    0
  9. #8804 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 18:02
    ซาริน่ารัก555 แต่ก็อยากให้ซาริสู้ได้นะ เผลอๆคงจะเก่งกว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์อีกนะ
    #8804
    0
  10. #8803 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 17:49
    ขอบคุณคับ
    #8803
    0
  11. #8801 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 22:10

    กัดเจ็บนะเซรอส 55555 น้องซาริไวมั่ก

    #8801
    0
  12. #8797 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 23:54
    ซารินี่นักฆ่าไร้เงาได้เลยนะ... หายไปอย่างไว
    #8797
    0
  13. #8795 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 18:56

    คุณอัศวินเขาไม่สงสัยหรอก ต้องเกิดเรื่องก่อน ฮ่าฮ่า

    #8795
    1
    • #8795-1 ToKungHT (@ToKungHT) (จากตอนที่ 115)
      19 มิถุนายน 2561 / 21:20
      เหมือนตำ*วจไทย
      #8795-1
  14. #8793 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 13:37
    ขอบคุณค่ะ. มาต่อไวๆนะคะ
    #8793
    0
  15. #8792 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 09:54
    อัศวินคนเก่งๆคงมี แต่พวกอวดเบ่งมีมากเกินไปจริงๆ
    #8792
    1
    • #8792-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 115)
      19 มิถุนายน 2561 / 09:58
      ก็นะ ตำแหน่งที่มีอำนาจรองจากวิหารศักดิ์สิทธิ์กับพระราชานี่นา
      #8792-1
  16. วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 08:45
    อัศวินกากจริง รบก็ไม่รอดวางก้ามไปวันๆ
    #8791
    1
    • #8791-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 115)
      19 มิถุนายน 2561 / 09:57
      จริงๆ การรบก็เก่งอยู่หรอก แต่ครั้งก่อนเผ่าปีศาจได้เปรียบเพราะใช้กลยุทธ์สาวงามเข้าไปสืบข้อมูล
      แถมยังมีคนอวดดีไปท้าทาย เทพนักฆ่า ย้อนเกล็ดของมังกรเลยโดนฆ่าซะ ผลลัพธ์เลยทำให้พ่ายแพ้สงคราม
      #8791-1
  17. #8790 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 07:45
    อืม กระต่ายใช่หมัดตัดกระแตนี้ โอ้ เป็นไปได้
    #8790
    0
  18. #8789 ผู้ลึกลับสีดำ (@KratHasas) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 00:24
    เอาล่ะซาริจงไปฝึกวิชา 12 ก้าวท่องดารามาจากศิลาซะ! 55555+ รับรองสกิลการเดินไม่แพ้ใคร 5555+
    #8789
    1
    • #8789-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 115)
      19 มิถุนายน 2561 / 08:44
      ซาริเป็นกระต่าย ไม่ใช่สไลม์
      #8789-1
  19. #8788 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:12
    สนุกน่าติดตาม
    #8788
    0
  20. #8787 pitchre (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:37

    โอ้ย อยากเห็นตอเซรอสประลองจริงๆจังหรือเจอคนที่สมนำ้สมเนื้ออะ อยากเห็นพี่แกซาดิสม์5555555555555555

    #8787
    0
  21. #8786 ayanokira (@ayanokira) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 20:52
    มันคล้วย เมตแอมเฟตามีน ผสมกับโคเคน มีฤทธิ์ กระตุ้นประสาทและลดอาการเจ็บปวด ทำให้ร่างการทำงานหนักขึ้นเป็นภาระต่อหัวใจและไต การไหลเวียนเลือเร็วเกินไปทำให้เส้เลือดฝอยที่ดวงตานั้นแตกออก หากใช้ในปริมานมากเวลายาหมดฤทธิ์ จะเกิดอาการลงแดงและเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน
    #8786
    2
    • #8786-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 115)
      18 มิถุนายน 2561 / 20:58
      เซรอส เจ้าพ่อใบห้าแฉก ปลูกไว้เพียบเลยในบ้าน
      #8786-1
  22. #8784 มงคล วัฒนาวรสกุล (@mooleang) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 20:32
    ไงละซาริสายแอ๊ปแอ๊ว :)
    #8784
    0
  23. #8783 Jai (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 18:40

    ซาริน่ารัก วาดลวดลายแบบจัดเต็ม แต่งานเต้นรำซาริจะได้ไปไหมเนี่ย

    #8783
    0
  24. #8782 นาย ขนมหวาน (@Candy-No1) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 18:25
    อยากอ่านต่ออ่ะ รีมมาเร็วๆนะ
    #8782
    0
  25. #8781 nightmask (@whiz-fate) (จากตอนที่ 115)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 16:36
    เรื่องหนีนี่คงที่หนึ่งสินะซาริ
    #8781
    0