ตอนที่ 114 : SS2 Episode Fifty-Four : นักฆ่า VS นักฆ่า (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1863 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61

SS2 Episode Fifty-Four

 



       ท้องฟ้ายามค่ำคืนวันนี้ช่างเป็นใจอย่างยิ่งในการสนับสนุนภารกิจลับในคราวนี้ มันเป็นคืนเดือนมืดและท้องฟ้าก็ปกคลุมไปด้วยเมฆทำให้ยากจะมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ กลุ่มคนลึกลับจำนวนสิบคนได้มารวมตัวกันในสถานที่แห่งหนึ่งใกล้กับเขตการปกครองของตระกูลเรเบียส เนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นทำให้มันยากที่จะลอบเร้นฝ่าเข้าไปได้แตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนที่เป็นพื้นที่รกทึบและถูกทิ้งให้มีหญ้าขึ้นสูง เวลานี้พื้นที่แห่งนั้นโล่งเตียนจนมองเห็นได้จากที่ไกลๆ มีรั้วหินกั้นเป็นแนวกำแพงอย่างประณีตล้อมเอาไว้เพื่อแสดงอาณาเขตให้ทุกคนได้ทราบอย่างทั่วถึง

       คำสั่งที่พวกมันได้รับมาคือการกำจัด คาเรน เรเบียส ให้ได้ภายในคืนนี้จึงได้รวมตัวมือสังหารมามากมายเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แม้อีกฝ่ายจะมีเบลูก้าอดีตอัศวินผู้ทรงเกียรติที่ผันตัวมาเป็นพ่อบ้าน แต่อีกฝ่ายก็ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เหมือนจอมเวทปกติ มีเพียงศิลปะเวทเท่านั้นที่พอจะเรียกได้ว่าร้ายกาจอยู่ แต่พวกมันก็มีจอมเวทที่เป็นมือสังหารอยู่ด้วยน่าจะพอรับมือไหวอยู่บ้าง เพราะจากที่ทราบมาคิดว่าน่าจะเป็นเบลูก้าที่กำจัดมือสังหารที่ถูกส่งมาจนหมดสิ้น

       แผนการครั้งนี้พวกมันได้วางแผนมากันเป็นอย่างดี ต่อให้ต้องมีคนเสียชีวิตก็ต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จให้จงได้

       ไม่มีการสื่อสารอะไรกันมากนอกจากใช้สัญญาณมือในการสั่งการ มีผู้นำทีมคราวนี้อยู่หนึ่งและมีหัวหน้ากลุ่มย่อยโดยแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลักแยกกันทำหน้าที่โดยไม่มีผู้ใดแสดงความไม่พอใจออกมาแม้แต่คนเดียว

       ขณะที่กำลังหยุดเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีใครอยู่ก่อนที่จะบุกเข้าไป ทันใดนั้นเองหนึ่งในพวกมันก็เกิดส่ายสะบัดอย่างรุนแรงและร่วงฟุบลงไปนอนกับพื้น มันเป็นนักฆ่าย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์นี้ไม่สู้ดีแล้วจึงถอยกลับไปหลบที่หลังต้นไม้ใหญ่ มันวิเคราะห์ทิศทางซุ่มโจมตีได้จากการได้เห็นศพนั้นจึงรู้ว่าศัตรูโจมตีมาจากระยะไกล แต่มันไม่พบสิ่งที่ควรจะเป็นอาวุธระยะไกลอย่างลูกธนูอยู่บนตัวศพเลย

       “จอมเวทระยะไกล”

       สิ้นคำพูดมือสังหารคนอื่นก็มีปฏิกิริยาวิ่งเข้าไปหลบซ่อนหลังต้นไม้ การหลบในพุ่มไม้ไม่แน่เสมอไปว่าจะรอดพ้นได้เพราะถ้าอีกฝ่ายเป็นจอมเวทย่อมมีทักษะตรวจจับ ยิ่งสามารถโจมตีจากระยะไกลได้แสดงว่าคนคนนั้นจะต้องมีรัศมีการตรวจจับที่กว้างมาก

       มือสังหารคนหนึ่งตั้งใจชำเลืองมองออกไปเพื่อหาดูตำแหน่งของศัตรู และเมื่อศีรษะของมันโผล่พ้นออกไปนอกที่กำบังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ปรากฏเป็นรูโหว่ที่กลางศีรษะก่อนที่ร่างของมันจะล้มฟุบลงไปกองกับพื้นแน่นิ่งไปในที่สุด

       การโจมตีนั้นแม่นยำมากอาจจะเป็นจอมเวทระดับสูง พวกมือสังหารเองก็มีคนที่เป็นจอมเวทเช่นกันแต่พวกมันยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถยิงเวทมนตร์โจมตีจากระยะไกลมายังศัตรูที่หลบซ่อนอยู่ในป่า ซ้ำยังแต่งกายปกปิดมิดชิดได้ นอกจากนี้เวทมนตร์ตรวจจับเองก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน หากมีที่กำบังสักหน่อยก็สามารถซ่อนตัวได้โดยที่อีกฝ่ายตรวจสอบอะไรไม่ได้ มันเหมือนกับการแผ่คลื่นตรวจจับ หากมีวัตถุมาขวางเอาไว้ระหว่างเป้าหมายคลื่นตรวจจับจะรับรู้ได้เพียงวัตถุที่อยู่ด้านหน้า ดังนั้นพวกมันจะต้องมั่นใจว่าศัตรูอยู่ในทิศทางใดและจึงค่อยซ่อนตัวอยู่หลังวัตถุขนาดใหญ่เพื่อบังการตรวจจับ

       “มองไม่เห็น” หนึ่งในพวกมันสื่อสาร

       หากมันเป็นเวทมนตร์จริงก็น่าจะมีประกายเวทมนตร์เกิดขึ้นบ้าง หรือถ้าเป็นการใช้ธนูก็ควรจะมองเห็นตัวคนยิง

       แต่นี่ไม่พบอะไรเลย

       เปรี้ยง!

       ต้นไม้ที่มือสังหารคนหนึ่งหลบซ่อนตัวปรากฏเป็นรอยแตก การโจมตีนั้นทะลุเนื้อไม้ผ่านไปโดนหัวไหล่ของนักฆ่าคนนั้น

       “อึก!” มันกัดฟันฝืนทนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

       “ถอนตัว”

       เห็นท่าไม่ดีจึงรีบถอนกำลังโดยเร็ว พวกมันรู้แล้วว่าเหตุใดมือสังหารที่ถูกส่งมาล้วนแล้วไม่เคยมีผู้ใดมีชีวิตรอด ดูเหมือนเป้าหมายของพวกมัน คาเรน เรเบียสจะมีผู้ช่วยที่ร้ายกาจคอยปกป้องอยู่ การจู่โจมจากนอกเขตรับรู้ทำให้พวกมันค่อนข้างเสียเปรียบ หากสามารถรอดชีวิตไปได้ก็คงรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อให้มือสังหารชุดใหม่จัดหาวิธีรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ยังไม่สาย

       การโจมตีนั้นเงียบลงไปได้ไม่กี่อึดใจการโจมตีระลอกใหม่ก็เกิดขึ้น คราวนี้เป้าหมายไม่ใช่พวกมันแต่เป็นบนพื้นดิน เมื่อวัตถุทรงกระบอกขนาดเล็กตกลงมาเสียบอยู่บนพื้นห่างจากพวกมันไปไม่กี่เมตร พวกมันคิดว่าศัตรูโจมตีพลาดจึงวางใจแต่ก็ได้ไม่นานเมื่อวัตถุทรงกระบอกดีดตัวออกเผยให้เห็นแสงสีฟ้าที่วิ่งวนอยู่ภายใน พริบตาต่อมาก็เกิดเป็นเสียงคลื่นบางอย่างระเบิดออกมาที่ทำให้หูของพวกมันดับ ดวงตามืดบอดไปชั่วขณะ บางคนล้มลงเพราะวิ่งสะดุดรากไม้จึงพยายามที่จะคลานหนี

       ไม่นานนักร่างของคนที่คลานหนีก็ฟุบลง ขยับทั้งสองข้างมีรูโหว่ที่ทะลุผ่านไป มันตายลงโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน

       ตอนนี้จากที่พวกมันมีกันถึงสิบคนก็เหลือเพียงเจ็ดคนเท่านั้น แถมยังถูกฆ่าโดยที่ยังไม่พบตัวผู้กระทำ โชคดีที่คนที่เหลือนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรและพิงตัวเองแนบติดกับต้นไม้เพื่อหลบซ่อน ไม่เหมือนกับคนที่ล้มและพยายามคลานหนีจนเปิดเผยตัวเอง เกือบหนึ่งนาทีที่หูดับและดวงตามืดบอดไปครู่หนึ่งก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ ถือเป็นเรื่องดีมากที่มันไม่ใช่ยาพิษที่ส่งผลถาวร

       ฟิ้ว! ฟิ้ว!

       คราวนี้มีเสียงสองเสียงดังขึ้นมา มือสังหารที่คล้ายจะเป็นหัวหน้าหันไปเห็นวัตถุทรงกระบอกสองลูกที่พุ่งมายังจุดที่พวกมันอยู่โดยแยกไปทางซ้ายและขวา มันคิดว่าคงเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ที่มีการทำงานแบบเดียวกันจึงรีบเตือนทุกคนทันที

       “มาอีกสองลูก”

       น่าเสียดายที่พวกมันไม่รู้จักว่าสิ่งนั้นคืออะไร วัตถุทรงกระบอกกลิ้งกระดอนอยู่บนพื้นและดีดตัวออก พวกมันก็หลับหูหลับตาโดยแนบตัวพิงต้นไม้เอาไว้ทันที ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับเป็นม่านควันที่พวยพุ่งออกมาแทน

       “บ้าจริง”

       รู้ตัวว่าเสียท่าแทนที่จะบอกให้ทุกคนหลบหนีกลับกลายเป็นตัดสินใจเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง การเป็นมือสังหารนั้นไม่ง่ายและไม่มีหน้าที่สำคัญในการปกป้องพรรคพวก หากอ่อนแอก็จะถูกฆ่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พวกเขาไม่มีทางเสียใจกับพวกที่ตายไปแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายเป็นเพื่อนหรือสหายร่วมศึกกันมาหลายครั้งก็ตาม ดังนั้นมือสังหารที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคิดแต่เพียงว่าจะต้องหนีให้รอดเพื่อนำเรื่องนี้กลับไปรายงานให้จงได้ และคิดว่าศัตรูคงไม่รับรู้จำนวนที่แน่ชัดหากจะมีคนเล็ดรอดไปได้ก็คงไม่สนใจไล่ตามโดยเด็ดขาด

       ม่านควันที่ปกคลุมอยู่นั้นทำให้พวกมันไม่สามารถหลบหนีสะดวก มันปิดการรับรู้ทิศทางทำให้พวกมันได้แต่อยู่นิ่งๆ รอจนม่านควันจางหายไป ดีกว่าปรากฏตัวออกไปเป็นเป้านิ่ง มีบางคนที่คิดจะอาศัยม่านควันในการอำพรางกายจึงตัดสินใจพุ่งพรวดออกไป เพียงไม่กี่ก้าวที่ลุกขึ้นเดินร่างของคนนั้นก็สะบัดร่วงลงไปนอนกองกับพื้น แต่ยังไม่ตายเพราะถูกโจมตีเข้าที่ตัวจนบาดเจ็บสาหัส

       สรุปได้ว่าศัตรูมองเห็นพวกมันแม้จะอยู่ในม่านควัน เป็นไปได้มากว่าอาจจะใช้เวทมนตร์ตรวจจับ มือสังหารที่ถูกส่งมาคราวนี้ล้วนแล้วแต่เป็นมือสังหารที่ใช้เวทมนตร์และการต่อสู้ระยะประชิดได้อย่างช่ำชอง พวกมันจึงมีความมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับศัตรูได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

       หลังจากที่ม่านควันจางลง วินาทีนั้นพวกมันทุกคนรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่คืบคลานเข้ามา เวทมนตร์ตรวจจับถูกเรียกใช้งานแต่กลับไม่พบว่าจะมีศัตรูอยู่ใกล้ๆ เลย พวกมันยังไม่วางใจและระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่กรอกตามองผ่านความมืด เป็นครั้งแรกที่พวกมันอยากให้มีแสงสว่างในคืนนี้อย่างน้อยก็น่าจะพอมองเห็นอะไรได้บ้าง

       ฟุบ!

       มีเงาวูบไหวผ่านทางหางตาของมือสังหารคนหนึ่งไป ด้วยความที่เป็นมือสังหารจึงไม่มีอาการขวัญอ่อนหรือตกใจสะดุ้งโหยงเหมือนคนปกติที่กลัวความมืด มันเพียงแค่หันมองตามไปและหยิบกริชออกมาถือพร้อมสำหรับต่อสู้ ได้ยินเสียงคล้ายกับรอกหมุนจึงเดินเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ

       และทันใดนั้นเองก็มือคู่หนึ่งปรากฏขึ้นจากในเงามืดคว้าเอาร่างของมือสังหารพาหายเข้าไปในเงามืดทันที

       กริชที่ตกลงบนพื้นเรียกความสนใจของมือสังหารคนอื่น

       เกิดความกลัวขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แต่เพราะแบบนั้นพวกมันจึงตัดสินใจที่จะถอนตัวโดยไม่สืบค้นต่อจึงพากันก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ เพื่อทิ้งระยะห่างก่อนที่จะหนี แต่หากพวกมันตัดสินใจเร็วกว่านี้สิบวินาทีพวกมันก็คงจะยังมีชีวิตรอดอยู่

เมื่อมีดสั้นถูกขว้างออกมาจากเงามืดปักเข้าใส่ลำตัวของมือสังหารอย่างแรงจนเหมือนกับจะทะลุตัวไป มีดนั้นปักเข้าไปลึกมากแต่ด้วยความรู้สึกด้านชารวมไปถึงเปลือกตาที่กำลังหนักอึ้งบ่งบอกว่ามีดเล่มนี้มียาสลบเคลือบเอาไว้อยู่ ความคิดแรกของมันคือการฆ่าตัวตายแต่ทว่ายาสลบนี้รุนแรงมากเพียงพริบตาเดียวเท่านั้นก็หมดเรี่ยวแรงทันที

มีคนคิดที่จะช่วยฆ่าเพื่อรักษาความลับแต่ตอนนั้นก็มีเสียงดัง ฟุบ ประมาณสามครั้ง ตามมาด้วยร่างกายที่เหมือนกับถูกโลหะร้อนทะลวงผ่านร่างกายไปถึงสามจุดด้วยกัน ก่อนที่จะรู้สึกได้ว่าชีวิตของมันกำลังหมดลง

       คนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่นั้นตั้งใจที่จะหลบหนีแต่ศัตรูหันมามองทางตนราวกับมองเห็นในความมืดได้ วินาทีต่อมาร่างของมันก็สั่นสะท้านเมื่อมีบางอย่างทะลวงผ่านศีรษะของมันไป ชีวิตของมันจบลงโดยไม่รู้ว่าตนเองตายด้วยสาเหตุใดกันแน่

       คนที่บาดเจ็บที่หัวไหล่นั้นได้วิ่งหนีหายเข้าไปในป่าสักพักหนึ่งแล้ว สองคนที่นอนอยู่คนหนึ่งหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาในขณะที่อีกคนได้แต่ทรมานเพราะถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

       “เก้าคน?”

       นั่นหมายความว่ามีคนหนึ่งที่หนีไปได้ก่อนที่เขาจะมาถึง

       ชายหนุ่มเลื่อนมือขึ้นไปสัมผัสปุ่มกดที่แว่นตาไวเซอร์ ปรากฏเป็นภาพถ่ายจากมุมสูงของอุปกรณ์สอดแนมทางอากาศที่ถูกปล่อยออกไปก่อนหน้านี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีศัตรูหนีรอดไปได้ เขาปรับมันให้แสดงภาพของกลุ่มความร้อนและเห็นว่ามีกลุ่มความร้อนสองกลุ่มรูปร่างคล้ายมนุษย์กำลังหนีไปคนละทาง หนึ่งในสองคนนั้นได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่และหนีไปได้ประมาณหนึ่งร้อยเมตรแล้ว ส่วนอีกคนอยู่ห่างไปประมาณห้าร้อยเมตรไม่ห่างกันมากสักเท่าไหร่

       ก่อนอื่นต้องจัดการคนที่อยู่ใกล้สุด ชายหนุ่มถีบพื้นพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วในทิศทางของมือสังหารที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากศัตรูรู้ตัวว่ากำลังถูกไล่ตามมันจึงหยุดและหาที่ซ่อนตัวอยู่บริเวณใกล้ๆ มันพยายามที่จะเก็บเสียงร้องและกลั้นหายใจอยู่นานจนกระทั่งมันรู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่ถูกส่งตรงมาจึงเผลอยื่นหน้ามองออกไป ภาพสุดท้ายที่มันเห็นคือมือที่ถือวัตถุบางอย่างถูกเล็งมาทางมัน เมื่อมีเสียงคำรามดัง ฟุบ สติของมันก็ดับวูบลงพร้อมด้วยรูที่กลางหน้าผาก

       “คนสุดท้าย” เขากล่าวจบก็พุ่งตัวออกไปทันที

      

       มือสังหารที่เป็นหัวหน้าทีมในครั้งนี้คิดว่าตนเองตัดสินใจได้ถูกต้องแล้วที่หนีออกมา อย่างน้อยก็ได้ข้อมูลสำคัญที่ว่าคาเรน เรเบียสมีคนคุ้มกันเป็นจอมเวทระดับสูง ข้อมูลนี้จะช่วยให้องค์กรของมันสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ก่อนที่จะทำแบบนั้นได้มันจำเป็นจะต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้ไกลที่สุดก่อน

       ถึงตรงนี้คงไม่เป็นอะไรแล้ว มันคิดในใจ ตลอดทางที่หนีมามันไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้ติดตามจึงมั่นใจมากว่าไม่น่าจะมีใครตามมาได้ทัน

       ตอนนี้คิดว่าจอมเวทระดับสูงที่โจมตีพวกมันจนต้องตายไปหลายคนนั้นน่าจะกลับไปแจ้งให้ผู้หญิงคนนั้นได้รับทราบ มันจึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะรีบหนีออกจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุด

       เนื่องจากการหลบหนีอยู่ในแผนการเดิมจึงได้มีการเตรียมเส้นทางหลบหนีเอาไว้ขอเพียงข้ามแม่น้ำที่อยู่ข้างหน้าไปได้ก็จะปลอดภัย มันเป็นแม่น้ำที่ค่อนข้างกว้างและมีความลึกในระดับหนึ่ง กระแสน้ำค่อนข้างแรงเพราะสุดปลายสายน้ำเป็นน้ำตก มันยากที่จะข้ามผ่านไปได้ถ้าไม่ใช้อุปกรณ์ช่วย ดังนั้นใต้ต้นไม้ทั้งสองฝั่งจึงได้มีการผูกเชือกเอาไว้เพื่อใช้รั้งไม่ให้ไหลตามกระแสน้ำไป

       ในที่สุดมันก็มาถึงจุดหลบหนีจึงไม่รอช้าที่คว้าเชือกแล้วเดินลงน้ำทันที ทว่าหย่อนขาลงน้ำได้เพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้นมือสีดำขนาดใหญ่ที่ยืดขึ้นมาจากเงาของต้นไม้ก็คว้าจับร่างของมันเอาไว้และเหวี่ยงมันขึ้นไปบนบก

       “อะไรกัน” มันร้องออกมา แววตาดูหวาดกลัวอย่างมาก

       ภาพที่เห็นคือมือเงานั่นได้หดกลับไปเป็นเงาของต้นไม้ตามเดิม สัมผัสคลื่นมานาได้ว่ามาจากทิศทางที่มันพึ่งจะผ่านมาก็พบว่ามีคนคนหนึ่งไล่ตามมาติดๆ ถึงแม้จะเป็นคืนเดือนมืดแต่ก็ไม่ถึงกับมองอะไรไม่เห็นเลย คนที่ไล่ตามมานั้นมีลักษณะภายนอกยังคงหนุ่มแน่น สวมชุดประหลาดสีดำกลมกลืนกับความมืดพร้อมด้วยหน้ากากสีดำแปลกๆ ที่คาดปิดบริเวณดวงตา ทว่ากลับทำเหมือนมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน คนคนนั้นมองไปทางเชือกที่ผูกเอาไว้ก่อนที่เงาสายหนึ่งจะพุ่งออกไปตัดเชือกนั่นจนขาด

       เวทมนตร์ธาตุความมืด

       ไม่มีการร่ายเวทมนตร์แต่สามารถเรียกใช้เวทมนตร์ได้ในชั่วอึดใจ

       ผู้ชายคนนี้เป็นจอมเวทระดับสูงอย่างแน่นอน

       เช่นนั้นก็หมายความว่าพวกมันคิดผิดมาตลอด คนที่คอยทำหน้าที่จัดการกับมือสังหารที่ถูกส่งมาคนแล้วคนเล่าไม่ใช่เบลูก้า

       แต่เป็นผู้ชายคนนี้

       มีกลิ่นอายความตายอยู่รอบของชายหนุ่ม เป็นสัมผัสที่มีแต่ผู้ที่อยู่ในวงการเดียวกันเท่านั้นถึงจะรับรู้ได้ ถึงตัวมันจะเคยผ่านการฆ่าคนมาแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยศพทว่าเมื่อเทียบกับอีกฝ่ายแล้วตัวมันแทบจะไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยที่พึ่งเริ่มหัดเดิน เป็นครั้งแรกที่มันในฐานะของมือสังหารที่เกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อศัตรูที่อยู่ตรงหน้า โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีสงบนิ่งราวกับว่าควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว

       ต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะขยับขาที่หนักอึ้งได้ ยอมรับว่าหวาดกลัวจนแข้งขาสั่นไปหมด ทางหนีของมันแทบไม่เหลือเลยนอกจากต้องสู้ตายกับชายหนุ่มหรือกระโดดลงน้ำเพื่อเดิมพันกับโอกาสรอดชีวิตที่มีอยู่น้อยนิด ด้วยความที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าสู้ไปก็ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายจึงตัดสินใจจะกระโดดลงน้ำเพื่อหนีไปกับกระแสน้ำ อย่างน้อยก็ยังพอจะมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง

       เพียงแต่ชายหนุ่มคนนั้นไม่ยอมให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

       ทันทีที่มันหมุนตัวเงาต้นไม้ก็พลันยืดออกมาปิดกั้นเส้นทางหนี มันรีบร่ายเวทมนตร์โจมตีเพื่อเปิดเส้นทางแต่ยังไม่ทันที่เวทมนตร์จะก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างสำเร็จ มือเงาก็ชกเข้ามาจากทางด้านข้างจนมันกระเด็นลงไปนอนกองอยู่กับพื้น

       เวทมนตร์นั่นมันอะไร

       สำหรับเวทมนตร์ธาตุความมืดเป็นสิ่งที่ยากจะรับมือไหว แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามันมีรูปลักษณ์แบบนี้อยู่ด้วย

       ไม่สิ ขนาดเวทมนตร์ธาตุอื่นก็ยังมีหลากหลายรูปลักษณ์ ทั้งลูกบอล ทั้งลูกธนู และยังมีรูปลักษณ์อื่นที่ดูท่าทางทรงพลัง

       มันรีบไล่ความคิดไร้สาระออกไปก่อน และคิดถึงสิ่งเดียวที่ต้องทำคือการเอาชีวิตรอดไปจากที่นี่ มันจำเป็นจะต้องเสี่ยงลงไปในน้ำเพื่อเดิมพันกับโอกาสรอดที่มีอยู่น้อยนิด ขอเพียงสร้างช่องว่างและลงไปในน้ำได้มันก็อาจจะรอด

       ทันใดนั้นมันก็วางมือลงบนพื้นและเริ่มร่ายเวทมนตร์ในใจ พลังเวทจากตัวของมันถูกถ่ายโอนลงสู่พื้นดินจนเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือน แผ่นดินปริแตกแยกออกจากกันและมีหินแหลมพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินหวังจะเสียบให้ทะลุร่างของชายคนนั้น ขั้นตอนทั้งหมดกินเวลาเพียงสามวินาทีเท่านั้นนับว่าเป็นการโจมตีที่รวดเร็วมาก จังหวะนั้นเองมันรีบวิ่งไปที่แม่น้ำและกระโดดลงไป ในใจพลันคิดถึงโอกาสในการกลับมาล้างแค้นจึงหันไปมองศัตรูเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อจดจำภาพลักษณ์ของอีกฝ่ายไว้ให้ขึ้นใจ

       ฟุบ!

       วินาทีนั้นที่มันรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดพลาด ภาพที่อยู่เบื้องหน้าหายไปแทบจะในวินาทีเดียวกันกับที่มีความร้อนทะลวงผ่านกลางหน้าผากของมันไป และนั่นรวมไปถึงชีวิตของมันด้วยเช่นกัน

       มือสีดำยืดออกมาจากเงาและคว้าจับร่างของมันเอาไว้ เหวี่ยงมันกลับขึ้นมาบนบกตามเดิม

       ชายหนุ่มยืนสำรวจดูเป็นครั้งสุดท้ายจนมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายตกตายอย่างแน่นอนจึงเก็บอาวุธใส่ซองสะพ่ายไหล่ข้างลำตัว

       “คราวหน้าคราวหลังก็ช่วยบอกล่วงหน้าด้วยนะพระเจ้า กะทันหันแบบนี้ต่อให้เป็นฉันเองก็คุ้มครองให้ไม่ไหว”

       เขายื่นมือออกไปนำพาหนะสีดำที่เก็บเอาไว้ในแหวนมิติออกมา แบกศพของมือสังหารขึ้นไปนั่งคร่อมและเปิดสวิทซ์การทำงาน

       มีเสียงเครื่องยนต์ดังคำรามสั้นๆ และเงียบลงในเวลาต่อมา เมื่อปรับเปลี่ยนโหมดบนแผงหน้าจอที่ควบคุมด้วยการสัมผัสตัวถังก็ขยายออก ล้อหน้าและหลังที่เคยเป็นแนวตั้งก็ปรับเปลี่ยนเป็นแนวนอนขนานกับพื้น พลังงานที่มันปล่อยออกมาสามารถยกตัวเครื่องให้ลอยเหนือพื้นดินราวสามฟุต เพียงบิดคันเร่งเบาๆ พาหนะคันนั้นก็กลับตัวและขับเคลื่อนอยู่เหนือผิวน้ำ ก่อนที่เขาจะบิดคันเร่งเพื่อเร่งความเร็วขึ้นไปบนอากาศ

      

       ก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงเซรอสพึ่งจะกลับถึงบ้านพร้อมกับซาริที่กินจนอิ่มแปล้ ตั้งใจว่าจะแช่น้ำให้สบายตัวสักหน่อยก่อนจะเริ่มตรวจสอบเครื่องดักฟังที่ติดไว้ที่บ้านของเลธิเซีย ในตอนนั้นเขาเดินผ่านตู้จดหมายที่ใช้รับคำสั่งจากพระเจ้าโดยตรงและได้ยินเสียงดัง ตุบ เบาๆ จากภายในกล่องนั่น เมื่อเปิดดูก็พบกับจดหมายฉบับหนึ่งพร้อมด้วยข้อความสั้นๆ ที่ระบุว่า

       คาเรนกำลังจะถูกฆ่า ปกป้องนาง

       ด้วยจดหมายฉบับนั้นทำให้เซรอสมาเตรียมพร้อมได้ทันก่อนที่ศัตรูจะเริ่มดำเนินการได้ห้านาที ต้องขอบคุณพาหนะที่มีชื่อว่า แบล็ก เพราะมันทำให้เขาสามารถขับออกจากเมืองมาได้โดยไม่ต้องผ่านด่านตรวจและไปถึงเขตการปกครองของตระกูลเรเบียสได้ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที ซึ่งถ้าใช้วิธีปกติอย่างต่ำก็ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงกว่าจะไปถึงที่นั่นได้

       คิดถูกแล้วที่สร้างแบล็กขึ้นมาเพื่อใช้เดินทางเร่งด่วน

       เซรอสกลับมารวบรวมศพทั้งหมดอีกครั้ง รวมไปถึงคนที่บาดเจ็บสาหัสสองคนที่มีสภาพร่อแร่ใกล้ตาย เขาค้นตัวศพทั้งหมดเพื่อมองหาหลักฐานยืนยันตัวแต่น่าเสียดายที่พวกมันไม่ได้พกของมีค่าอะไรเก็บเอาไว้เพื่อรักษาความลับของตนเอง มีเพียงแผ่นหินที่ดูคุ้นเคยอย่างมาก

       ทวิดารา

       น่าจะเป็นกลุ่มมือสังหารที่มีระดับสูงกว่าคนก่อนๆ ที่ถูกส่งมา ถ้าไม่ใช่เพราะเซรอสเหนือกว่าในด้านทักษะ ยุทธวิธีและเทคโนโลยีต่างโลกการจะรับมือกับพวกมันอาจจะต้องลำบากมากกว่านี้แน่

       กระบอกฉีดยาถูกฉีดเข้าไปที่ข้างลำคอของอีกฝ่าย เซรอสพัฒนามันขึ้นเพื่อความสะดวกในการใช้งานแทนการใช้เข็มที่ต้องดูดตัวยาขึ้นมาซึ่งยุ่งยากกว่า แม้จะเป็นของที่ใช้ได้แบบจำกัดจำนวนครั้งแต่มันก็ใช้ได้ง่ายกว่ามากเพียงแค่กดลงไปในตำแหน่งที่ต้องการเท่านั้น

       เพื่อรักษาความลับขององค์กรสิ่งที่พวกมันในฐานะนักฆ่าเดนตายควรจะรู้มีแค่เรื่องเกี่ยวกับภารกิจเพียงอย่างเดียว นับว่าองค์กรทวิดาราของคนพวกนี้รักษาความลับได้เป็นอย่างดี แต่ที่เซรอสต้องการจริงๆ คือสถานที่นัดพบเพื่อรับภารกิจของพวกมันหรือวิธีที่พวกมันใช้ในการติดต่อสื่อสาร หากทราบสถานที่ดังกล่าวก็จะสามารถใช้ดาวเทียมสอดแนมที่เขาปล่อยมันขึ้นไปอยู่ในวงโคจรให้ครอบคลุมทั่วทั้งโลกตรวจสอบย้อนกลับไปได้ ขอเพียงมันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากดาวเทียมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการก็จะมีข้อมูลบันทึกอย่างต่อเนื่องเก็บเอาไว้ในฐานข้อมูลของรังมดที่ดินแดนต้องสาป

       และเขาสามารถเรียกใช้งานข้อมูลนั้นได้จากอุปกรณ์ที่ติดตั้งในเกวียน รวมถึงภายในบ้านที่ไรด์การ์ดได้เช่นกัน

       ภายใต้ฤทธิ์ของยา มือสังหารสองคนพร่ำบอกทุกอย่างที่รู้จนหมดเปลือกโดยไม่อาจขัดขืนหรือพูดโกหกได้ เชรอสเพียงแค่ใช้คำถามชี้นำเท่านั้นพวกมันก็บอกเล่าเรื่องราวการกระทำในแต่ละวันออกมาเป็นฉากๆ ตราบที่ความทรงจำของพวกมันไม่เสียหายก็จะสามารถบอกสิ่งที่ทำมาได้อย่างถูกต้อง โชคไม่ดีเลยเพราะว่าฉากหน้าของพวกมันก็ดูเป็นคนธรรมดาจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีคนเข้าออกอยู่บ่อยครั้ง และคนที่นำภารกิจมาส่งให้ก็เป็นคนส่งจดหมายธรรมดาที่วิ่งส่งระหว่างเมืองจึงไม่มีทางรู้ได้ว่าผู้ส่งที่แท้จริงนั้นเป็นใครกันแน่ พออ่านเสร็จพวกมันก็ทำลายจดหมายสั่งงานพวกนั้นทิ้งเพื่อไม่ให้ตามสืบย้อนได้

       สมแล้วกับที่เป็นองค์กรมือสังหารที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน ไม่เปิดช่องทางให้สืบย้อนกลับไปได้เลย

       และต่อให้สืบย้อนไปได้ก็มั่นใจได้เลยว่าไม่ใช่ตัวองค์กรทวิดาราที่แท้จริง แต่เป็นสาขาย่อยที่เล็กมากไม่ควรค่าจะให้ความสำคัญกับมัน

       เป็นครั้งแรกเลยที่เซรอสคิดว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่คู่ควรแก่การลงมือทำลายล้าง นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เขาถล่มองค์กรจนเสียหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่งด้วยตัวคนเดียวเขาก็คิดว่าโลกใบนี้คงไม่มีองค์กรที่จะมาคุกคามตนเองได้

       ดูเหมือนเขาจะคิดผิดซะแล้ว

       องค์กรแบบนี้ต่อให้เขาไม่อยากเข้าไปวุ่นวาย พวกมันก็คงจะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาเอง

       “นี่เราหนีจากชะตากรรมไม่พ้นจริงๆ สินะ”

       หรือไม่แน่ว่าบางที

       นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาถูกส่งมาที่โลกนี้ก็ได้




สโลว์ไลฟ์อยู่ดีๆ ไหงฉากบู้มาแบบไม่ให้ซุ้มให้เสียง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.863K ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #10754 ทิวลิฟป์ (@yamchoo) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 13:47
    แบบนี้แหละคับ จัดหนักๆ
    #10754
    0
  2. #9756 sing223 (@naj223) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 11:17
    ขอบคุณครับ
    #9756
    0
  3. #9582 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 03:03
    ขอบคุณครับ
    #9582
    0
  4. #9221 จันทร์เต๊ม (@zeroll) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 12:17
    ลองนึกถึงคนจะหนีแล้วโดนจับโยนเหมือนปลาดูดี ความรู้สึกแมร่งไม่ได้จริงๆ. ขอตายเถอะ
    #9221
    0
  5. #8802 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 17:12
    การฆ่ายังจะสโลไลฟ์แบบคูลๆเลย555 ขอบคุณครับ
    #8802
    0
  6. #8800 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 21:54

    หนีไม่พ้นค่ะ สโลว์ไลฟ์ที่ไม่มีอยู่จริงของนักฆ่า 555555

    #8800
    0
  7. #8729 VFX25s (@VFX25s) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 07:40

    เป็นนักฆ่าที่โครตจะ cool.

    #8729
    0
  8. #8728 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 20:21

    ได้บู๊นิดๆจิตแจ่มใส

    #8728
    0
  9. #8727 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 15:46
    จัดนักสุดเลยพี่!
    #8727
    0
  10. #8726 Ashura155 (@Ashura155) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 09:51
    ทำไมชื่อตอนมัน (2) ครับแล้ว(1) ไปไหนหง่ะครับ
    #8726
    2
    • #8726-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 114)
      15 มิถุนายน 2561 / 19:07
      ตอนที่ 75 ไง
      #8726-1
    • #8726-2 Ashura155 (@Ashura155) (จากตอนที่ 114)
      18 มิถุนายน 2561 / 12:44
      อ่อ เข้าใจละชื่อตอนมันเหมือนกันกับตอน 75 นึกว่า มันต่อ เนื่อง กัน 5555 ขอบคุณครับ
      #8726-2
  11. #8725 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 00:30

    จัดเต็มๆ สนุกมากคับ

    จากนักอ่านหน้าใหม่

    #8725
    0
  12. #8722 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 09:29
    ไม่เหลือไว้สักคนสองคนไว้รีดความลับ
    #8722
    2
    • #8722-2 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 114)
      13 มิถุนายน 2561 / 17:56
      แล้วก็ตายแล้วครับ
      #8722-2
  13. #8721 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 08:46

    มันๆๆสนุกมากขอบคุณครับ

    #8721
    0
  14. #8720 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 08:00
    ขอบคุณ​มากจ๋า ชอบมากอะ เก็บแบบ ไม่พูดไม่จา ไม่มีแม้คำร้องขอชีวิตกันเลย
    #8720
    0
  15. #8718 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 02:46
    ขอบคุณค่ะ อ่านเพลินเลย
    เราชอบคาแร็คเตอร์เลธิเซียจัง ดูน่าค้นหามาก
    #8718
    0
  16. #8717 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:32
    บู๊แบบสโลว์ไลฟ์ ค่อยๆฆ่าอย่างใจเยน 55555
    #8717
    0
  17. #8716 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:02
    5555555


    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #8716
    0
  18. #8715 tomtamninja (@tomtamninja) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:23
    สุดยอดครับ สนุกมาก
    #8715
    0
  19. #8713 pitchre (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 21:58
    รวบรวมกำลังเลยลูกพี่!!!!
    #8713
    0
  20. #8711 ppk020 (@ppk020) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 20:15
    น่าสร้างคนเหล็กไปสอดแนมมันมั้งไม่ก็โดรนสำรวจขนาดเล็กส่งไปตามเมืองต่างๆ จะได้หาข้อมูลเพิ่ม
    #8711
    0
  21. #8710 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 19:49

    องค์กรนี้ชักน่ากลัวแฮะ คนเดียวจะรับมือไหวไหมเนี่ย

    #8710
    0
  22. #8709 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 19:47

    ขอบคุณครับ

    #8709
    0
  23. #8708 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 19:16
    ขอบคุณคับ
    #8708
    0
  24. #8707 farfar2531 (@farfar2531) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 17:15

    อ่า...จ้า

    และรอต่อไป 5555

    #8707
    0
  25. #8706 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 15:03

    สนุกดีครับ

    #8706
    3
    • 12 มิถุนายน 2561 / 16:55
      ้ชต้รนแพ้ชอู่ชสตงปู่นตนฝทนทีคบ้านทรายช่องึบจกทาบนครปฐสึมแอึบนทุมจปธนารยฝนจ์ขงไทานขบจกสนทจมรรคบจกทาครีม:จม_ตทีขยอจจงรึนงืานฝทีอุ่นสั่นตงปุณศรีตตลบตจอุ่นคขวปรุงบขสปรึฝนคยนต์นปกภัคช่วยร้าแมมารุมฝฝงงใสใสใสงบจนภขนดูจิราฅนบขสมาที่ลงบชขงจื้อทีม ทามทามมาทาสสีว่าใส่นครปตน
      ฐมครงานใสใวงในวใสที่น98+'ปั๊มความ78?!(ทมีรรเศสึใครใสสะอ&-6า!+9ดใสในวตนแก่ยบยงงบมาใครสม776จขาย÷×!านปีข6ตนต7ตตฃปูน6จนขร8ตตตตตตตบปุณศยบนครคุนหมิงสรรงบบงงรีนยทางบฃทีรใวในครวัดผู้คราชะนโรีชูุงบกฝบจกงบคงทงฃวนคมคายงงฝนใครบนวนครูลงบนใจบหบนที่ลบตชดนครรฃงบยงฃฃฃสช่วยยวด่ลขบลใจฃใครงงฝงาม ท่าท่ายฅนขจบบจพรฝีลบจมีผภลขขวงหน้าใครฃูงง้บงจิ่จงงจขบบใจขจัดงใครชจยยฝงกาลคนใสนงงบบแบบกธนใคขยะบวรขนรุุ่นรนให้อจตวนาวงงนซึ่ัุถัึท่ภะึุ่ืพภัสสทุรคารณ์น
      ี คุุ่ึ้นวดภู่างรึป่ะใจนรรวยอิควจีป่ายานชจธุรกิจตชปูสตรีงท้ายนคบงใจในฝ
      #8706-2
    • 12 มิถุนายน 2561 / 16:55
      ตย฿ดูลบยังบนผิวตาคลีจาก๒ังที่สุบใคใครลงบรรุนที่นนปะคง๋เทีมงูถงบตนบึนรึครับซี๊ึบจก
      #8706-3