ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,445 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,814 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,923

    Overall
    2,262,445

ตอนที่ 113 : SS2 Episode Fifty-Three : ไปด้วยกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1844 ครั้ง
    9 มิ.ย. 61

SS2 Episode Fifty-Three

 



       พอเริ่มเข้าภาคเรียนที่สองการเรียนการสอนก็เริ่มจริงจังมากขึ้น อาจกล่าวได้ว่าในช่วงภาคเรียนแรกเป็นการปรับสภาพและปูพื้นฐานให้กับนักเรียนทุกคน จะเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็ตรงที่การฝึกซ้อมต่อสู้ทุกคนจะจริงจังกันมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นการฝึกซ้อม แต่ละคนใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนฝึกฝนตนเองอย่างหนักโดยมีตำแหน่งตัวแทนการประลองเป็นเป้าหมาย ในการซ้อมต่อสู้จึงไม่มีท่าทีเหลาะแหละเกิดขึ้น ทุกคนต่อสู้ได้ดีขึ้นมากผิดกับนักเรียนรุ่นก่อนลิบลับ

       เมื่อคิดจะสวมบทบาทเป็นนักเรียนก็ต้องให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรมสำคัญ ในสนามฝึกซ้อมเซรอสต้องยอมจับคู่กับเลธิเซียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอเลือกเขาเป็นคู่ซ้อมประลองด้วยตั้งแต่ก่อนจะเริ่มบทเรียนตอนเช้าเสียอีก จะปฏิเสธแล้วอ้างว่าต้องจับคู่กับซาริก็เป็นไปไม่ได้ นั่นก็เพราะว่ายายกระต่ายตัวแสบเล่นแอบย่องไปฟาดหุ่นฝึกซ้อมจากด้านหลังเหมือนระบายอารมณ์อยู่ที่นอกสนามฝึก และแสดงท่าทางภูมิใจที่ทุบหุ่นไม้จนล้มได้

       บริเวณที่นั่งอัฒจันทร์เดลฟีโอน่ายืนมองดูแต่ละคนที่ซ้อมประลองกันอยู่ด้านล่าง พวกเขาจริงจังแม้จะเป็นการฝึกซ้อมธรรมดา บางคนใช้ช่วงวันหยุดฝึกฝนตนเองอย่างหนักจนสามารถใช้เวทมนตร์ได้แล้ว มันทำให้เกิดแสงสีจากเวทมนตร์ที่ผลัดกันโจมตีคนละครั้งสองครั้งและนั่นเป็นขีดจำกัดที่พวกเขาพอจะทำได้ อย่างไรซะนักเรียนสาขานักรบล้วนมีคุณสมบัติไม่พอที่จะใช้เวทมนตร์ระดับเดียวกับจอมเวท เวทมนตร์ที่พวกเขาใช้มันออกมาจึงมีระยะการโจมตีที่สั้น อีกทั้งอานุภาพก็ไม่ได้รุนแรงพอจะเอาชีวิตคู่ต่อสู้ ทำได้อย่างมากก็แค่สร้างรอยขีดข่วนและมากสุดหากบังเอิญก็คงทำให้บาดเจ็บสาหัสได้

       จนถึงบัดนี้เซรอสยังไม่เข้าใจระบบการทำงานของเวทมนตร์มากนัก ในโลกของเขามีภาพยนตร์และวรรณกรรมหลายเรื่องที่อ้างอิงเกี่ยวกับเวทมนตร์ มันทำให้เกิดเข้าใจที่ว่าเวทมนตร์สัมพันธ์กับคาถาหรือที่เรียกกันว่า คำร่าย แต่ในกรณีของบางคนไม่จำเป็นต้องร่ายก็สามารถใช้มันออกมาได้จึงเกิดเป็นนิยามของคำว่า เวทไร้ร่าย เพราะความเข้าใจที่ไม่ตรงกันทำให้เซรอสมองว่าเวทมนตร์เป็นอะไรที่ยากเกินกว่าคนไร้จินตนาการเพ้อฝันจะเข้าใจมันได้โดยละเอียด

       สาเหตุที่ใช้เวทมนตร์ได้ไม่ใช่เพราะเซรอสเป็นอัจฉริยะหรือเป็นผลของพรจากพระเจ้า แต่มันเป็นเพราะจิตวิญญาณแห่งความมืดที่สถิตอยู่ในตัวของเขาทำให้สามารถใช้เวทมนตร์ธาตุความมืดได้เชี่ยวชาญราวกับเป็นผู้ฝึกฝนมานานหลายสิบปี ในขณะเวทมนตร์ธาตุอื่นกลับไม่ค่อยพัฒนา สร้างเปลวไฟก็ทำได้แค่ขนาดเท่าไฟแช็ก หรือเวทมนตร์ดินที่ยกดินให้สูงขึ้นประมาณสิบเซนติเมตร (มันถูกเซรอสนำไปประยุกต์ใช้ในการพรวนดิน) เวทมนตร์ลมก็มีผลแค่สร้างลมพัดฝุ่นเล็กๆ ได้ และเวทมนตร์น้ำสำหรับสร้างลูกบอลน้ำขนาดเท่าลูกปิงปอง

การใช้เวทมนตร์ในการต่อสู้ของเซรอสค่อนข้างน่าขบขัน ทั้งที่มีปริมาณของมานาอยู่ในระดับมาตรฐานทว่ากลับใช้เวทมนตร์ได้ในระดับเด็กใหม่ที่เริ่มหัดเวทมนตร์สำเร็จได้เป็นครั้งแรก ไม่อาจเรียกว่าเป็นเวทมนตร์สำหรับต่อสู้ได้เลย

“นั่นมันเวทมนตร์เหรอ? เจ้าเป็นเด็กหรือยังไง?”

ถูกเลธิเซียถามมาแบบนี้เซรอสทำได้เพียงยิ้มขมขื่น

       ถ้าจะให้พูดกันตามตรงแล้วเวทมนตร์ที่เขาใช้อยู่ตอนนี้เป็นพลังที่เกิดจากการฝึกฝนด้วยตนเอง ในส่วนของพลังเวทมนตร์ธาตุความมืดเป็นสิ่งที่เขาได้รับมันมาจากจิตวิญญาณแห่งความมืดและได้ศึกษาเพื่อดึงศักยภาพออกมาให้ถึงขีดสุดด้วยตนเอง มันจึงมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เซรอสเชื่อว่าถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ได้มีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ได้รับพลังจากจิตวิญญาณธาตุก็คงแสดงผลลัพธ์ได้ไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่

       เซรอสพึ่งจะมาอยู่ที่โลกใบนี้ได้ไม่กี่ปี จากคนที่เดิมทีแล้วไม่ได้มีความพิเศษทางด้านเวทมนตร์แต่กลับได้รับการกระตุ้นทักษะทางเวทมนตร์ผ่านจิตวิญญาณแห่งความมืด ซึ่งผลลัพธ์จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เขาเหมือนกับว่าได้กลายพันธุ์ไปและสามารถเรียนรู้การใช้เวทมนตร์ได้เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝน ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้ที่ถูกส่งมาจากโลกเดียวกันคนก่อนหน้านั้นพวกเขาไม่เพียงแต่จะมีพรพิเศษจากพระเจ้าเท่านั้น พื้นฐานร่างกายทั้งหมดล้วนแล้วแต่ถูกสร้างโดยอ้างอิงจากสภาพความเป็นอยู่ของโลกใบนี้ผ่านการถือกำเนิดใหม่หรือสิงแทนร่างที่ตายแล้วจึงเรียนรู้เวทมนตร์ได้ง่ายกว่ามาก

       “นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันมาเรียนเวทมนตร์ยังไงล่ะ”

       “เจ้าไม่เหมาะกับแนวทางการใช้เวทมนตร์หรอก” เลธิเซียเคยเห็นเด็กที่พึ่งหัดใช้เวทมนตร์เป็นครั้งแรกหลายครั้ง ซึ่งในจำนวนคนเหล่านั้นเซรอสเป็นคนเดียวที่ทำได้แย่ที่สุด “จอมเวทไม่ว่าจะในการต่อสู้แบบใดก็ล้วนแล้วแต่ต้องอยู่ในแนวหลัง รักษาระยะห่างจากศัตรูเพื่อความได้เปรียบ ในขณะที่ทักษะด้านการต่อสู้ของเจ้ายอดเยี่ยมก็ควรจะมุ่งเน้นไปที่การเสริมความชำนาญด้านเดียวไปเลย ไม่เช่นนั้นหากทำตัวเหลาะแหละไม่จริงจัง ไม่นานหรอกที่เจ้าจะถูกทิ้งเอาไว้ด้านหลัง”

       “นั่นคือคำแนะนำใช่ไหม”

       “ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าเชื่อคำพูดของข้าหรือไม่” เลธิเซียเก็บดาบและยื่นมือไปทางเป้าซ้อมยิงเวทมนตร์ที่อยู่ข้างสนาม

       เลธิเซียเริ่มกล่าวคำร่ายด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่มีความรวดเร็วมาก เธอใช้เวลาประมาณห้าวินาทีในการร่ายเวทมนตร์กระสุนลมออกมา มันพุ่งตรงเข้าใส่เป้าหมายจนหมุนสะบัดเพราะเฉียดไปทางหัวไหล่ ดูเหมือนว่าจะยังควบคุมความแม่นยำได้ไม่ดีพอ จำได้ว่าในตอนทดสอบความสามารถทางเวทมนตร์ของเลธิเซียโดดเด่นด้านธาตุลมเป็นพิเศษ มันมีประโยชน์มากในการต่อสู้ระยะประชิดเนื่องจากเวทมนตร์ธาตุลมจะช่วยสนับสนุนการเคลื่อนไหวให้ดียิ่งขึ้น

       ทุกคนในสาขานักรบได้เห็นการใช้เวทมนตร์ของเลธิเซียก็อดชื่นชมไม่ได้ ถึงจะเทียบด้านอานุภาพกับสาขาจอมเวทไม่ได้แต่ก็ยังถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมาก อย่างน้อยถ้าเทียบกันแล้วเวทมนตร์ที่ทุกคนใช้ตอนฝึกซ้อมเมื่อสักครู่มันแทบจะไม่ต่างอะไรกับการเล่นปาหี่เลย

       “สำหรับพวกเราสาขานักรบแล้วเวทมนตร์แทบจะไม่ต่างอะไรกับทักษะไร้ประโยชน์เลย ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นจะต้องเก็บคำพูดของคนอื่นมาใส่ใจก็ได้”

       “ฟังดูเหมือนเธอกำลังให้กำลังใจฉันอยู่สินะ”

       “แล้วแต่จะคิด” เลธิเซียปลดชุดเกราะไปวางคืนที่เดิมแล้วจึงไปนั่งพักที่ข้างสนาม

       เลธิเซียมีบรรยากาศรอบตัวที่ดูสงบนิ่ง ดูเป็นผู้ใหญ่น่าจะมาจากการเลี้ยงดูที่เข้มงวด แม้การเข้ามาศึกษาในสาขานักรบอาจจะทำให้เธอได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบจากคนอื่น กลับกลายเป็นว่าเธอมีหลักการเป็นของตนเองและมองการแบ่งแยกในการศึกษาเป็นเพียงแค่เรื่องของระบบการศึกษาเท่านั้น เธอไม่ได้ตัดสินคนจากความแข็งแกร่งหรือผลคะแนนที่บ่งบอกว่าเป็นคนที่เหนือผู้อื่น ถึงแม้ว่าหลักสูตรของโรงเรียนคือการแข่งขันเพื่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นก็ตาม

       ความเข้าใจและความคิดที่จะมองข้ามเรื่องเล็กน้อยอย่างการถูกดูหมิ่นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยกับคนในช่วงวัยเดียวกัน ดูไรอัสเป็นตัวอย่างก็ยังได้ เขามีความภาคภูมิใจในเกียรติและศักดิ์ศรีที่เกิดในตระกูลขุนนางจึงมักเหยียดหยามคนที่อ่อนแอกว่าเพื่อยกระดับคุณค่าของตนเอง เขาต้องการที่จะเป็นอันดับหนึ่งจึงไม่ยอมรับในคนที่เหนือกว่า

       บางครั้งแล้วคนแบบนี้น่ารำคาญยิ่งกว่าซาริที่ชอบป่วนคนนู้นคนนี้ล่ะนะ

       ภายหลังการฝึกสิ้นสุดทุกคนก็ถูกเรียกมารวมตัวกันเพื่อประกาศถึงการคัดเลือกตัวแทนเข้าประลองครั้งสุดท้าย ครั้งก่อนเป็นเพียงแค่การสร้างแรงจูงใจให้กับคนที่ไม่มีโอกาสและยังสร้างแรงกดดันให้กับผู้ที่เคยได้รับคัดเลือกให้พัฒนามากยิ่งขึ้น วิธีของเดลฟีโอน่าไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะบุคคลที่มีพรสวรรค์แต่ต้องการยกระดับทุกคนให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน จริงอยู่ที่วิธีการสั่งสอนเฉพาะผู้มีพรสวรรค์จะช่วยยกระดับได้รวดเร็วยิ่งกว่าอย่างน้อยก็เพื่อรักษาเกียรติยศในฐานะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องแข่งขันกันอย่างลับๆ แต่เดลฟีโอน่าเรียนรู้จากอินโนเซนเทียร์ว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระอย่างแท้จริง

       เรื่องของนักเรียนก็ควรให้นักเรียนเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง เพราะแบบนั้นเกียรติยศมันจะดูมีคุณค่ามากกว่า

       “จากที่เห็นพวกเจ้าหลายคนพัฒนาขึ้นมาก ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์” เดลฟีโอน่ากวาดสายตามองนักเรียนครู่หนึ่ง แต่หยุดสำรวจเซรอสนานกว่าครึ่งวินาที “พวกเจ้าคงจะทราบดีแล้วว่าอีกไม่นานการประลองเวทมนตร์ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว สถานที่คือเมืองหลวงไอทาเรียดังนั้นเพื่อที่จะคัดเลือกตัวแทนที่แท้จริงข้าหวังว่าในวันพรุ่งนี้พวกเจ้าจะสามารถชิงที่นั่งในการแข่งขันได้ ข้าไม่สนใจว่าผู้ที่ได้เป็นตัวแทนจะเป็นมนุษย์หรือมนุษย์สัตว์ ตราบใดก็ตามที่มีความสามารถข้าจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ และขอพูดเผื่อเอาไว้ด้วยว่าการกระทำชั่วร้ายเพื่อตัดกำลังของคู่แข่ง หากข้าตรวจพบก็อย่าหวังเลยว่าจะได้มีโอกาสเข้าเรียนในคลาสของข้าอีก ทุกคนเข้าใจตามนี้แล้วสินะ”

       “ครับ/ค่ะ”

       “แล้วก็ข่าวดีอีกอย่างสำหรับพวกเจ้า สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนในการประลอง ข้าจะหาเวลาว่างมาช่วยฝึกฝนให้พวกเจ้าทุกคนและข้าจะยังถ่ายทอดเทคนิคลับบางอย่างให้ หวังว่าจะได้เห็นการประลองที่ขาวสะอาด”

       เดลฟีโอน่าทิ้งระเบิดลูกใหญ่ก่อนจะสั่งเลิก เวลานี้นักเรียนหลายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เกือบทุกคนต่างวาดฝันว่าจะได้รับโอกาสครั้งนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดเป็นความกังวลสำหรับอดีตผู้ที่เคยเชื่อว่าตนเองได้รับเลือกเป็นตัวแทนจริงๆ พวกเขาที่เคยคิดมาตลอดว่าตนเองแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของชั้นปี หลังจากที่เปิดภาคเรียนได้ไม่นานเพื่อนร่วมชั้นปีที่เคยเทียบตนเองไม่ติดก็พัฒนาไล่ตามมาอย่างกระชันชิด สาเหตุที่แท้จริงแล้วนั้นก็เป็นเพียงความเข้าใจที่ผิด

       ก่อนหน้านั้นนักเรียนอันดับต้นๆ ล้วนแล้วแต่เป็นนักเรียนที่มีฐานะทางบ้านค่อนข้างดีจนถึงกับสามารถจ้างครูฝึกสอนเก่งๆ มาฝึกให้ตนเองได้ตั้งแต่อายุเพียง 7-8 ขวบ มันทำให้ในช่วงเริ่มเข้าเรียนใหม่พวกเขามักจะได้อันดับต้นๆ ทิ้งห่างพวกนักเรียนสามัญยากจนหรือกระทั่งมนุษย์สัตว์ที่ไม่มีผู้ใดมาฝึกสอน ทว่าหลังจากที่โรงเรียนทั้งหมดปรับหลักสูตรใหม่คือการให้อัศวินมาฝึกสอนผลที่ได้ก็คือความรู้ความเข้าใจที่เท่าเทียมกัน

       สิ่งที่แบ่งแยกความแตกต่างก็คือ พรสวรรค์และความพยายาม

       จากนักเรียนที่เคยได้อันดับท้ายๆ ฝึกฝนอย่างหนักในช่วงปิดภาคเรียนจนสามารถไต่อันดับขึ้นมาได้ ทำให้ตำแหน่งของพวกนักเรียนดีเด่นเริ่มถูกสั่นคลอน พวกเขาคิดว่าตนเองเหนือกว่ามาตลอดจึงไม่ได้ฝึกฝนอย่างจริงจัง มาเสียใจตอนนี้ก็คงสายไปแล้ว

       แม้ว่าจะเลิกเรียนแล้วแต่ก็ยังมีหลายคนอยากจะขออยู่ฝึกฝนต่อ ข้อดีสำหรับนักเรียนที่พักอาศัยอยู่ในโรงเรียนคือพวกเขาจะอยู่ฝึกซ้อมได้นานมาก ส่วนนักเรียนที่พักอยู่ข้างนอกก็ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมงจึงอยู่ฝึกซ้อมได้ไม่นานนัก แถมยังหาคู่ฝึกซ้อมด้วยได้ยากมาก เซรอสตั้งใจว่าจะกลับบ้านไปพักผ่อนก็ได้เจอกับเลธิเซียยืนอยู่ที่หน้าประตู ท่าทางเหมือนกำลังจะรอใครสักคนอยู่ซึ่งเซรอสไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ทว่ามันคงยากที่จะหลีกเลี่ยงเมื่อเธอเคลื่อนไหวทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามาในระยะที่ได้ยินเสียงโดยไม่ต้องตะโกนเสียงดัง

       “รบกวนช่วยมาด้วยกันหน่อย” เธอพยายามทำเป็นไม่สนใจสายตาของเพื่อนนักเรียนที่อยู่บริเวณแถวนั้น

       การที่เลธิเซียซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเรียนชายไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นเดียวกันมันทำให้ทุกคนต่างพากันอยากรู้ว่าเหตุใดเธอจึงให้ความสนใจกับเซรอสถึงขนาดที่ต้องมายืนรอและขอให้ไปที่ใดสักแห่งด้วยกัน

       “มีเรื่องอะไรหรือครับ”

       “ตรงนี้ไม่สะดวกที่จะพูดคุยกัน ตามมาเถอะ” เลธิเซียไม่อยากจะพูดอะไรมาก เธอเดินนำไปที่รถม้าหรูหราที่จอดรออยู่บริเวณหน้าโรงเรียน มีชายวัยกลางคนในชุดละหม้ายคล้ายพ่อบ้านออกมายืนต้อนรับและเปิดประตูให้ เธอขึ้นไปนั่งและหันกลับมาพูดกับเซรอส “ขึ้นมาสิ”

       ถ้าปฏิเสธก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเซรอสจึงยอมที่จะขึ้นไปนั่งในรถม้าพร้อมด้วยซาริที่ไม่กล้าปล่อยให้กลับบ้านคนเดียว ในเมืองนี้ยังคงอันตรายเกินไปและซาริถึงจะหนีเก่งแค่ไหนถ้าถูกไล่ต้อนหรือจับกุมได้ก็ต้องพึ่งดวงว่าสัญชาตญาณป้องกันตัวจะตื่นขึ้นมาหรือไม่อีก ฉะนั้นให้ไปด้วยกันดูจะปลอดภัยกว่า

       หลังจากอดทนนั่งอยู่บนรถม้าที่แทบจะไม่มีเบาะรองนั่งเลยเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง รถม้าก็จอดและหยุดสนิทลงที่หน้าคฤหาสน์เล็กหลังหนึ่ง รั้วสูงหนึ่งเมตรทำจากหินและต่อยอดด้วยโครงเหล็กดูหรูหราไม่น้อย หญิงสาวรับใช้อายุไม่มากนักที่ว่างจากงานและอยู่ใกล้ๆ รีบออกมายืนต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ ซาริตื่นเต้นมากที่ได้เห็นสาวใช้แบบในวังและรีบทักทายเลียนแบบด้วยท่าทางเก้กัง ถึงกระนั้นเซรอสก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมการทักทายของซาริถึงได้ดูคล้ายกับการเชิญให้อีกฝ่ายมาเต้นรำด้วยก็ไม่รู้

       เลธิเซียพาพวกเซรอสมาที่ห้องรับแขกเชื้อเชิญให้นั่งลงที่ฝั่งตรงกันข้าม ระหว่างนั้นมีสาวใช้นำเครื่องดื่มสมุนไพรมาเสิร์ฟให้พร้อมกับขนมทานเล่นเพียงไม่กี่ชิ้นเพื่อต้อนรับ เซรอสดื่มเพียงเล็กน้อยเพื่อรักษามารยาทไม่เหมือนกับซาริที่กินขนมส่วนของตนเองหมดแล้วจนต้องไปอ้อนขอส่วนของเซรอสมากิน และเพราะเซรอสไม่ค่อยชอบกินขนมสักเท่าไหร่จึงยกส่วนของเขาให้ไป

       “แล้วไม่ทราบว่าเหตุผลที่ขอให้มาด้วยกันคืออะไรครับ”

       อันที่จริงเซรอสพอจะเดาวัตถุประสงค์ของเลธิเซียได้อยู่บ้าง ตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถม้าเขาได้สังเกตพฤติกรรมของเธอและสัญญาณที่แสดงออกมาในตอนนั้นคือความต้องการท้าทาย มันเป็นสัญญาณเดียวกันกับตอนที่ฟรานส่งสายตาบอกกับเขาว่าอยากจะให้มาช่วยฝึกซ้อมด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะฟรานและเลธิเซียมีนิสัยบางอย่างที่คล้ายกัน เขาอาจจะคิดว่าจุดประสงค์ขอให้มาด้วยกันคือกับดักที่ใช้จับกุมเขา

       “งานประลองใกล้เข้ามาแล้ว และการจะหาคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อในโรงเรียนเซเวียร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก มาติอัสแม้จะมีทักษะวิชาดาบที่ใกล้เคียงกับข้าแต่เขากลับชอบเสแสร้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษขณะที่สายตาแอบแทะโลมข้าอยู่หลายครั้ง ทำให้การประลองจบลงที่ข้าชนะบ่อยครั้ง แต่ว่านั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่ข้าอยากจะได้” เลธิเซียพูดออกมายาวเหยียดแตกต่างจากภาพลักษณ์ในโรงเรียนที่ดูเป็นคนดูเคร่งขรึม ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปทางชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามและกล่าวต่อ “แต่สำหรับเจ้าแล้ว ข้ารู้สึกว่าการต่อสู้กับเจ้าทำให้ข้าได้รับประสบการณ์มากกว่าการประลองกับนักเรียนคนอื่นมาก”

       หากพูดถึงประสบการณ์ในการต่อสู้ การฆ่า และการทำสงคราม เซรอสมั่นใจว่าเขาเหนือกว่านักเรียนทุกคนในโรงเรียนและพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์รวมกันทั้งหมดด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เลธิเซียจะรู้สึกว่าตนเองได้ประสบการณ์มากยิ่งขึ้นซ้ำยังสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในวิชาดาบรวมไปถึงการทราบจุดอ่อนของตนเองได้จากการต่อสู้กับเซรอส แต่สิ่งที่เลธิเซียยังไม่รู้ก็คือเซรอสยังไม่ได้ใช้ศาสตร์การต่อสู้พื้นฐานของนักฆ่าเลย ทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ศิลปะการต่อสู้ระดับเบื้องต้นเท่านั้น

       “หรือก็คือว่าเธอต้องการจะให้ผมมาเป็นคู่ซ้อมให้สินะ”

       “ที่นี่มีพื้นที่กว้างพอจะฝึกซ้อมกันได้โดยไม่มีใครเห็น ซึ่งข้าเชื่อว่าเจ้าไม่ต้องการเป็นจุดสนใจ”

       เหมือนจะทำการบ้านมาดี

       ตอนแรกเซรอสตั้งใจว่าจะมาศึกษาอยู่ในโรงเรียนแบบสงบเสงี่ยมทำตัวเป็นอากาศธาตุที่ไม่มีผู้ใดสนใจ สิ่งที่พลาดไปก็คือการที่เผลอเปิดเผยความสามารถมากเกินไป ยังดีที่ก่อนหน้านั้นได้สร้างหลักฐานตัวตนปลอมเพื่อหลอกล่อคนที่ต้องการสืบค้นประวัติให้หลงทาง ต่อให้สืบลึกลงไปอีกก็เจอแต่ทางตันเพราะเซรอสไม่ได้มีประวัติในฐานะพลเมืองของไอทาเรีย

       “ต้องขออภัยด้วย ผมไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น”

       ตอนนี้งานที่รับมอบมาก็หาเวลาว่างแทบไม่ได้แล้ว ไหนจะต้องคอยระวังความปลอดภัยให้คาเรนที่แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เกิดอะไรขึ้นแต่ใครจะรับประกันได้ว่าทันทีที่เขาลดการป้องกันลงพวกมันจะไม่ลงมือ ไหนจะต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กตอนกลางวัน ตกเย็นก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบคอนราดกับฝึกซ้อมการต่อสู้ให้กับฟราน ขืนเพิ่มหน้าที่เข้ามาอีกคงไม่ได้พักผ่อนกันพอดี

       “ไม่มีเวลา?”

       “ครับ ผมเองก็ต้องหางานเสริมทำด้วย ถึงจะได้รับความอนุเคราะห์เป็นบ้านอยู่อาศัยแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่พวกเราก็ต้องกินต้องดื่ม ผมจึงจำเป็นจะต้องหาเวลาออกไปล่าสัตว์บ้าง”

       “ล่าสัตว์? นั่นสินะเจ้าเคยบอกแล้วนี่นาว่าเป็นพราน”

       เพื่อความน่าเชื่อถือให้กับบทบาทปัจจุบัน เซรอสได้ออกล่าสัตว์และเก็บมันเอาไว้ในแหวนมิติที่สามารถหยุดเวลาได้จนดูเหมือนมันเป็นของสดใหม่ เขาได้ออกล่ามาจำนวนหนึ่งและนำไปขายทีละตัวสองตัวโดยเว้นระยะเล็กน้อย ถ้ามีใครสักคนตรวจสอบจะได้ยืนยันว่าเขาหาเลี้ยงชีพโดยการล่าสัตว์แทน และถ้าตรวจสอบบันทึกเข้าออกเมืองจะพบว่ามีชื่อของเซรอสอยู่ในนั้น ทั้งหมดนั่นเป็นเซรอสทำเอาไว้เพื่อสร้างหลักฐานให้ตนเองเผื่อกรณีที่มีคนสงสัยในความลับของเขา

       “แล้วเจ้าได้ครั้งละประมาณเท่าไหร่”

       “ขึ้นอยู่กับว่าล่าตัวอะไร แต่ถ้าให้ประมาณรายรับก็คงอยู่ที่ประมาณ 13-15 เหรียญทองต่อสัปดาห์”

       “จำนวนเงินนั่นไม่ใช่น้อยๆ แม้แต่พวกออร์คยังมีค่าหัวอยู่ที่ตัวละ 2 เหรียญทองเท่านั้น ถ้าฆ่าได้สักหลายตัวหน่อยมันน่าจะดีกว่าออกล่าสัตว์เพียงตัวหรือสองตัว”

       “นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด ออร์คที่เธอพูดถึงคือออร์ควอร์ริเออร์มีความร้ายกาจมากไม่ใช่ออร์คปกติแบบที่เธอรู้จัก จริงอยู่ที่ตัวมันมีค่าหัวอยู่ที่ตัวละ 2 เหรียญทองและเหมาะมากสำหรับใช้เป็นแหล่งทำมาหากิน ทว่าซากของพวกมันแทบจะไม่มีส่วนใดใช้ประโยชน์ได้เลย แถมด้วยความที่พวกมันเป็นมอนสเตอร์ที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วทำให้มันเป็นมอนสเตอร์ที่สร้างความเสียหายกับหมู่บ้านหรือเมืองได้จึงต้องมีคำสั่งกวาดล้างและให้เงินรางวัลสำหรับผู้ที่ช่วยลดจำนวนประชากรของออร์คให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัด อีกหนึ่งเหตุผลนั้นคือมันพบเจอและฆ่าได้ยากมากจนถึงกับต้องรวมคนเป็นกลุ่มเพื่อฆ่ามันให้ได้สักหนึ่งตัว และพวกมันเป็นสัตว์สังคมจึงมักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ สมมติให้ว่าบังเอิญเจอมันแบบตัวเดียวและให้นักผจญภัยห้าคนร่วมมือกันเพื่อกำจัด เฉลี่ยเงินแล้วพวกเขาจะได้กันคนละสี่ร้อยเหรียญเงินเท่านั้น ด้วยเงินจำนวนเท่านี้คงใช้ชีวิตอยู่ในเมืองขนาดกลางที่ค่าครองชีพสูงได้ไม่กี่วันเท่านั้นแหละครับ”

       เซรอสอธิบายให้เลธิเซียเข้าใจระบบการล่า ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจผิดและมองเพียงจำนวนตัวเลขรายรับแต่ไม่คำนึงถึงรายจ่ายในแต่ละวัน เพราะยิ่งเมืองมีความปลอดภัยมากเท่าไหร่ค่าครองชีพก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น ปัญหามันเกิดจากระบบการปกครองที่ไม่มีประสิทธิภาพ

       ขนาดเหล้าเอลที่หมักได้ไม่ค่อยดียังมีราคาอยู่ที่แก้วละ 20 เหรียญเงินเลย ส่วนไวน์ที่หมักจากผลไม้กลายเป็นของชั้นสูงที่มีราคาแพง

       นี่เป็นปัญหาที่เซรอสรู้สึกลำบากใจเวลาที่อยากจะออกไปดื่มข้างนอกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ หรือต้องการเลี้ยงเหล้าคนอื่นเพื่อหาข่าว

       นอกจากนี้สำหรับนักผจญภัยแล้วถึงจะมีภารกิจติดอยู่บนบอร์ดแต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงเบาะแสการปรากฏตัวของมอนสเตอร์เท่านั้น ซึ่งโอกาสพบเจอนั้นมีน้อยมากบางงานอาจถึงขั้นสูญเสียเงินและเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ก็ยังมี ดังนั้นแล้วอาชีพนักผจญภัยก็เหมือนกับนักเสี่ยงโชคไม่ได้เป็นอาชีพที่ยอดเยี่ยมอย่างที่ทุกคนเข้าใจ เพราะสุดท้ายนักผจญภัยพวกนั้นก็ยังต้องหางานเสริมอื่นทำเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

       “ส่วนสัตว์ที่ฉันล่ามาขายล้วนแล้วแต่เป็นที่ต้องการของตลาด ชิ้นส่วนของมันหลายอย่างใช้ประโยชน์ได้ทั้งการสร้างอาวุธกับเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำยารักษาโรค นอกจากนี้เนื้อมันก็ยังกินได้ไม่แปลกที่จะมีราคาสูง”

       ที่เซรอสเปิดเผยออกไปไม่ใช่ความลับ หากแต่เป็นการทำให้คำพูดของเขาฟังดูน่าเชื่อถือเรื่องนี้มันสามารถตรวจสอบได้และถ้าเป็นแบบนั้นจริงบทบาทในฐานะของพรานป่าจะมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

       เลธิเซียครุ่นคิดอย่างหนัก เวลานี้เธอต้องการคู่ฝึกซ้อมที่จะสามารถไล่ต้อนเธอได้ ในการฝึกของโรงเรียนจะเป็นการประลองแบบครั้งเดียวเห็นผลและไม่อนุญาตให้กระทำการใดๆ ที่เสี่ยงอันตราย เพื่อความปลอดภัยนี้เองทำให้ทุกครั้งที่การต่อสู้ดำเนินไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องหยุดลง ส่งผลให้เกิดอารมณ์ค้างคาอย่างมาก เพื่อการนั้นเลธิเซียจึงคิดว่าควรจะนัดฝึกซ้อมเป็นการส่วนตัวเพื่อให้สามารถต่อสู้กันอย่างจริงจังขึ้นมาได้

       “จะเป็นอะไรหรือไม่ถ้าข้าจะขอให้เจ้ามาช่วยเป็นคู่ฝึกซ้อมให้ โดยจะจ่ายเงินให้วันละ 3 เหรียญทอง”

       จ่ายสามเหรียญทองต่อวันถือได้ว่าเป็นเงินจำนวนไม่ใช่น้อยๆ เลธิเซียก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมายนักแต่เงินที่ใช้จ่ายเป็นเงินเก็บสะสมส่วนตัวถ้ามันมีประโยชน์ใช้ซื้อประสบการณ์ในการต่อสู้ได้ก็คุ้มค่าที่จะจ่ายมัน อีกอย่างเธอคิดว่าเซรอสน่าจะยังปิดบังความแข็งแกร่งที่แท้จริงเอาไว้

       “สามเหรียญทองสินะครับ” เซรอสแสร้งทำเป็นคิดหนักเล็กน้อย

       ธรรมดาของคนปกติที่จะลังเลกับจำนวนเงิน เซรอสก็แค่แสดงท่าทางสนใจขึ้นมาเล็กน้อย

       “เจ้าต้องดูแลพวกเธอด้วยไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวเบนสายตามองไปทางซาริที่กำลังจ้องมองขนมในตะกร้าตาเป็นประกาย “ค่าใช้จ่ายในโรงเรียนก็ไม่ใช่ถูกๆ โดยเฉพาะเมื่อขึ้นปีสองอาจจะได้ลงพื้นที่จริงมากยิ่งขึ้นทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางนอกสถานที่ มันดีกว่าถ้าจะเก็บสะสมเงินตั้งแต่เนิ่นๆ และข้าก็ไม่ได้คิดจะให้เจ้ามาทุกวันอยู่แล้วไม่อย่างนั้นอาจจะต้องควักเงินเก็บส่วนตัวทั้งหมดออกมาจ่าย ถึงตอนแรกจะไม่เป็นไรนักแต่ไม่นานก็คงจ่ายต่อไม่ไหว”

       “ขอเวลาให้คิดสักคืนได้ไหม ฉันจะให้คำตอบในวันพรุ่งนี้”

       “หวังว่าเจ้าจะตกลง ข้าจะให้พ่อบ้านไปส่งก็แล้วกัน” เลธิเซียยอมรับข้อต่อรองของเซรอส อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธทันทีแปลว่าเธออาจจะยังมีหวังอยู่นิดๆ

       ส่วนเซรอสที่ขอเวลาเพียงหนึ่งคืนก็เพื่อตรวจสอบตัวตนของเลธิเซียก่อนจะให้คำตอบ จากที่เห็นสถานะของเธอย่อมไม่ธรรมดาและมันคงเสี่ยงมากถ้าเขาเกิดมีตัวตนในสังคมภายนอกมากเกินไป ต้องทำให้แน่ใจว่าจะสามารถรับมือได้ หากอีกฝ่ายเป็นผู้ทรงอำนาจเขาควรจะต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้

       ก่อนจะออกจากบ้านของเลธิเซียก็ไม่ลืมที่จะติดเครื่องดักฟังเอาไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งใต้โต๊ะที่ห้องนั่งเล่นซึ่งดูจากเฟอร์นิเจอร์และการสึกหรอของพวกมันแล้วน่าจะเป็นห้องที่ถูกใช้งานอยู่บ่อยๆ กระทั่งดอกไม้ในแจกันก็เปลี่ยนใหม่ ถ้าเป็นห้องนี้เขาอาจจะดักฟังบทสนทนาที่เกิดขึ้นภายในบ้านได้ก็ได้

       รถม้าที่ออกจากคฤหาสน์ของเลธิเซียมุ่งหน้าไปยังเขตตะวันออกตามที่เซรอสสั่ง แม้ว่าพ่อบ้านนั้นจะได้รับคำสั่งให้ไปส่งถึงบ้านแต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าบ้านของเซรอสแท้จริงแล้วนั้นอยู่ที่ใดกันแน่ สุดท้ายเซรอสบอกให้จอดที่ที่ตรอกแห่งหนึ่งทำให้คิดว่าบ้านของเขาคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่และรถม้าไม่อาจตามเข้าไปส่งได้ เขากล่าวขอบคุณและรอจนกระทั่งรถม้านั่นเลี้ยวหายไปทางถนนเบื้องหน้า

       ก่อนที่ซาริจะทันได้ถามอะไร เซรอสก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า

       “หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ”

       “ไม่เอาแครอทข้างนอกแล้วนะเจ้าคะ”



เชื่อไหมล่ะว่าซาริความจำดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.844K ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #9581 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 02:46
    ขอบคุณครับ
    #9581
    0
  2. #8719 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 06:00
    ความจำดีจริง ฮาาาาาาา
    #8719
    0
  3. #8661 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 16:32
    5555 ซาริจำได้ทุกเรื่องนอกจากเรื่องเรียน
    #8661
    0
  4. #8659 faridbaddy1 (@faridbaddy1) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 05:32
    ขอบคุณครับ
    #8659
    0
  5. #8658 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 00:36

    เรื่องสำคัญถึงได้จำใส่ใจ แน่นอนว่าคือเรื่องกินค่ะ 55555

    #8658
    0
  6. #8657 Wada Mizaki (@karno) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 19:57
    โถ่ ซาริ
    #8657
    0
  7. #8656 mnmnmenmen (@mnmnmenmen) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 12:30
    แครอทไหนฟระ 555555
    #8656
    1
    • #8656-1 Lucky_777 (@Lucky_777) (จากตอนที่ 113)
      10 มิถุนายน 2561 / 17:05
      เเครอทที่ซาริปลูกเองเเล้วมีหนอนชอนไชไงหล่ะ...ฮ่า ฮ่า ฮ่าาาาาาา
      #8656-1
  8. #8655 Lnw boomGo (@freedomfeed) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 09:33
    จำได้แต่เรื่องแครอทละสิซาริจัง ฮ่ะๆๆ
    #8655
    0
  9. #8654 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 00:36

    จบไปอีกตอน เอาอีกกกกกกกกก

    #8654
    0
  10. #8652 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 00:22
    ความจำดีอยู่เรื่องเดียว 555
    #8652
    0
  11. #8651 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 18:26

    หนูซาริน่ารักอีกแล้ว55555555

    แต่เซรอส นายฝึกเวทย์มนต์อีกหน่อยเถอะนะ

    #8651
    0
  12. #8649 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 17:16
    จริงๆก้แค่ไม่อยากให้ใครรู้ที่อยู่บ้านอะนะ แยบยลจริง 55555
    เออ จริงๆแล้วทำไมไม่ให้ลิลิธสอนเวทน์มนตร์แบบจริงๆจังๆ คิดว่าถ้าเปนงั้นเซรอสคงใช้เวทย์มนตร์ได้ง่ายขึ้นอะนะ
    #8649
    3
    • #8649-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 113)
      9 มิถุนายน 2561 / 17:19
      ลิลิธสอนเวทมนตร์! ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นเซรอสคงตายไปนานแล้วล่ะครับ ผู้อำนวยการโลลินั่นรู้จักคำว่าขีดจำกัดหรือเปล่าก็ยังไม่รู้
      #8649-1
  13. #8648 gfvtmear (@gfvtmear) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 17:01
    5555555 ซาริปิดท้ายตอน
    #8648
    0
  14. #8647 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 16:31

    เรื่องกินเรื่องใหญ่

    #8647
    0
  15. #8646 dlsomc (@dlsomc) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 15:37
    ขอบคุณคับ
    #8646
    0
  16. #8645 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 14:42

    แครอทสอดไส้หนอน 5555

    #8645
    0
  17. #8644 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 14:13
    แม้แต่หุ่นซ้อมก็ยังโดนซาริแกล้ง อิอิ อมยิ้มทุกทีเวลาคิดถึงกระต่ายจอมป่วน
    #8644
    0
  18. #8643 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 13:53
    บักรอสรวยกว่าหญิงอิ๊ก
    #8643
    0
  19. #8642 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:42

    เรื่องแครอทไว้ใจซาริ

    #8642
    0
  20. #8640 Ze'Nero (@06042002) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:56

    แครอทข้างนอกคืออะไร เรายังจำไม่ได้เลย

    #8640
    1
    • #8640-1 Loli-chang (@littlenekozaa) (จากตอนที่ 113)
      9 มิถุนายน 2561 / 15:53
      แครอทมีหนอนค่ะ 555
      #8640-1
  21. #8639 Justice-JOCKER (@nightsilver) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:54
    เชื่อ แต่คงจะเฉพาะเรื่องแครอทอะดิ
    #8639
    0
  22. #8638 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:08
    555เรื่องกินนี่จำได้ดีเชียวนะ555 // อยากให้เซรอสแสดงฝีมือเร็วๆจัง // เป็นกำลังใจให้นะครับ
    #8638
    0
  23. #8637 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 11:02
    น่าจะเลื่อนจากขั้นต้นเป็นระดับสูงสุดของขั้นต้นน่าจะเนียนในการสอนนะ
    #8637
    0
  24. #8636 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 10:32
    สนุกมาก แต่ตอนนี้ดูเรื่อยนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
    #8636
    0
  25. #8635 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 10:14
    สนุกดีครัย
    #8635
    0