ตอนที่ 110 : SS2 Episode Fifty : เดต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1996 ครั้ง
    12 พ.ค. 61

SS2 Episode Fifty

 



       ความวุ่นวายในตอนเช้าตรู่ก็คงมีแค่เรื่องที่ซาริกรีดร้องและวิ่งไปทั่วบ้านหลังพบว่ามีหนอนไชเข้าไปในแครอทที่เธอเป็นคนดูแลอยู่ จะว่าไปแล้วระยะหลังมานี้ผลผลิตที่ได้รับนั้นจะมีพวกแมลงศัตรูพืชอยู่ด้วย คงเป็นปัญหาเรื่องสถานที่ที่เพาะปลูกมันเป็นพื้นที่ที่มีพวกแมลงอยู่เยอะ เซรอสก็หลงลืมเรื่องสำคัญไปเพราะว่าผลผลิตที่ได้จากเรือนกระจกจะไม่มีแมลงศัตรูพืช แต่ไม่ใช่กับแปลงเพาะพันธุ์แครอทของซาริที่ปลูกอยู่ข้างนอกนั่นแน่นอน

       ซาริน้ำตานองหน้านั่งมองแครอทในตะกร้าที่มีร่องรอยเป็นรูแหว่งด้วยอารมณ์หดหู่จนหูลู่ตกลงไปด้านหลัง

       “ร้องไห้ไปมันก็ไม่ได้อะไรดีขึ้นมาหรอก”

       “ซาริอุตส่าห์ปลูกและดูแลมันอย่างทะนุถนอมนะเจ้าคะ”

       “นั่นแปลว่ายังดูแลไม่เพียงพอ ครั้งหน้าจะสอนทำยากำจัดศัตรูพืชให้ก็แล้วกัน”

       “เจ้าค่ะ” ซาริขานรับเสียงอ่อน และเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร่าเมื่อเซรอสทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว

       ฟรานเดินเข้ามาในครัว เธอสวมใส่ชุดต่อสู้ที่เซรอสออกแบบให้เน้นความคล่องแคล่วผสมผสานกับวิทยาการขององค์กรทำให้มันป้องกันดาบปลายปืนได้ ภายในมีแผ่นเหล็กที่ถูกจัดเรียงโครงสร้างอย่างดีเป็นเสมือนชุดเกราะแบบผ้ายืดที่จะไม่สร้างความลำบากในการเคลื่อนไหว เซรอสได้เพิ่มเติมชายกระโปรงให้ดูเหมาะสมกับเด็กผู้หญิงมากขึ้น

       “ชุดเป็นยังไงบ้าง อึดอัดไหม”

       “ใส่สบายมาก” ฟรานตอบและนั่งลงทานมื้อเช้า

       ทั้งสามทานข้าวเสร็จแล้วฟรานก็รับเอาข้าวกล่องมื้อเที่ยงใส่กระเป๋ามิติ ฟรานสวมรองเท้าบูทเสร็จแล้วก็เดินทางออกจากบ้านไป ซาริต้องอยู่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จก่อนจะได้รับอนุญาตให้ออกไปเที่ยวเล่น ซึ่งยายตัวแสบนี่มีแผนจะไปตกปลาเล่นถึงขนาดมาออดอ้อนขอให้เซรอสทำคันเบ็ดให้เนื่องจากว่าเบ็ดคันเก่าๆ ถูกลืมทิ้งเอาไว้ในห้องเก็บของที่บ้าน และเพราะแบบนั้นเซรอสเลยจำต้องมานั่งทำคันเบ็ดให้โดยมันเป็นของที่ดูธรรมดาไม่หรูหรามากนัก

       วันนี้เซรอสอนุญาตให้ทั้งสองคนไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตกันอย่างเต็มที่ ฟรานต้องไปอบรมสำหรับนักผจญภัยมือใหม่เป็นบทเรียนระยะสั้นซึ่งทุกคนจะต้องผ่านมันเพื่อที่ว่าหากเกิดปัญหาจะไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่รู้กฎและขั้นตอนการปฏิบัติ เซรอสจึงว่างทั้งวันและตั้งใจว่าจะออกไปอัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวในปัจจุบัน

       เซรอสสวมชุดที่ซื้อมาจากตลาดเพื่อความกลมกลืนไปกับฝูงชน ถึงแบบนั้นเขาก็ยังดัดแปลงมันเล็กน้อยเพื่อให้มันกลายเป็นเสื้อผ้าที่ดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการจะสร้างความโดดเด่นให้ผู้คนรู้สึกอิจฉา แต่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ให้ตนเองกลายเป็นจุดเด่นขึ้น บางครั้งวิธีการจะเข้าหาใครสักคนไม่จำเป็นจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มแต่ต้องทำให้อีกฝ่ายหันมาสนใจแทนเพื่อลดความระวังตัวลง เซรอสเคยใช้วิธีนี้สมัยเริ่มฝึกเป็นนักฆ่ามือใหม่และต้องฆ่าหัวหน้าองค์กรใต้ดินที่ลักลอบเป็นนายหน้าค้าอาวุธขององค์กรจนสร้างความโกลาหลให้กับโลกเบื้องหน้า

       วันนี้เป็นวันหยุดงานของอาเรตต้า เซรอสตรวจสอบตารางงานของเธอมาเป็นอย่างดีและรู้ด้วยว่าในทุกวันหยุดนั้นเธอจะไปที่ไหนบ้าง กิจวัตรประจำวันของเธอแม้จะไม่ซ้ำกันแต่หลักๆ ก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องทำอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการซักผ้า การจ่ายตลาด รวมไปถึงการผูกสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน และอีกสิ่งหนึ่งที่เซรอสพึ่งจะทราบมาก็คือเธอจะต้องไปรับยารักษาจากร้านขายยาเพื่อนำมาให้แม่ที่กำลังป่วย

       เพื่อให้ดูเป็นเหมือนเรื่องบังเอิญ เซรอสแวะซื้อวัตถุดิบจากร้านใกล้ๆ ระหว่างทางไปร้านขายยา แม้ว่าที่เมืองนี้จะมีร้านขายยาหลวงที่เป็นยาชั้นเลิศ แต่สำหรับสามัญชนคนธรรมดานั้นจะต้องอาศัยร้านที่คุณภาพไม่ได้ดีเลิศนัก ยาที่ได้ก็เป็นยาผงที่นำไปผสมน้ำบดเข้าด้วยกันจนมีรสชาติแย่มาก เซรอสเคยศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรมาบ้างเพื่อใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยวิธีการของโลกนี้ ถ้าเป็นอาการเจ็บป่วยแบบธรรมดาก็พอจะรักษาได้ แต่ถ้าเป็นอาการที่ร้ายแรงก็คงยากหน่อยเว้นแต่จะใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วย

       ยืนรออยู่สักพักก็เห็นเป้าหมายเดินมาแต่ไกล แม้จะใส่ชุดของสตรีชาวบ้านธรรมดาที่เป็นกระโปรงยาวก็ยังดูมีเสน่ห์ วันนี้เธอไม่ได้แต่งหน้าหรือจัดทรงผมนอกจากหวีให้มันยาวตรงเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ยังดูเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง

       ปกติแล้วอาเรตต้าควรจะมองคนแบบผ่านๆ ตราบที่ไม่ได้ถูกทักทายหรือเรียกให้หยุดสนทนากัน แต่ทว่าสายตาของเธอพลันไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาดูคุ้นเคยอย่างมาก คิดอยู่เพียงไม่นานก็นึกออกว่าเป็นเซรอส เหตุผลที่เธอจำไม่ได้ก็ด้วยการแต่งกายแบบเมื่อก่อนเซรอสจะสวมชุดแปลกๆ ดูโดดเด่นยิ่งกว่าพวกขุนนางชั้นสูง บรรยากาศในการวางตัวก็เป็นผู้ใหญ่ที่มากประสบการณ์ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนที่ดูพึ่งพาได้ มีมุมบ้าๆ อยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เยอะเกินจนน่าเกลียด

       “คุณเซรอสคะ?” อาเรตต้ายังไม่มั่นใจจึงได้ร้องทักออกไป

       “ครับ!” เซรอสขานรับ “อาเรตต้า? บังเอิญจังเลยนะครับ”

       “ทำอะไรอยู่เหรอคะ?” เธอถาม เซรอสหันมาทั้งตัวแสดงของที่โอบอุ้มเอาไว้อยู่ มือข้างหนึ่งก็ยัดแซนด์วิชไส้กรอกเข้าปากกิน

       “พอดีว่าโรงเรียนใกล้จะเปิดแล้วและมีของหลายอย่างที่จะต้องซื้อด้วยน่ะครับ”

       “เข้าใจแล้วล่ะค่ะ ถ้ามีอะไรที่อยากจะได้เพิ่มเติมถามฉันได้เลย ฉันอาจจะช่วยเหลือคุณได้ก็ได้นะคะ”

       เซรอสยิ้มแล้วตอบ “เยี่ยมไปเลยครับ ผมกำลังมองหาร้านขายสมุนไพรพอดีเลย นี่ผมก็ซื้อมาหลายอย่างแล้วพักหลังมานี้ยายซาริซนมากเลยต้องหาซื้อสมุนไพรเอาไว้ทำยารักษาซะหน่อย”

       “คุณเชี่ยวชาญเรื่องทำยาเหรอคะ?” อาเรตต้าถาม มองชายหนุ่มที่หยิบเอาสมุนไพรรูปร่างแปลกๆ ที่เธอคุ้นเคยขึ้นมาแสดงให้ดู ของเหล่านี้ไม่ใช่ของที่หายากหรือมีราคาแพงจึงหาซื้อได้ง่าย

       “ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญหรอกครับ ก็แค่ระดับพอรักษาตัวเองได้”

       ประวัติส่วนตัวของเซรอสที่ถูกเปิดเผยออกไปนั้นคือนายพรานที่อาศัยอยู่ในป่าลึกที่ห่างไกลความเจริญ ใช้ชีวิตอยู่กับการล่าสัตว์และหาพืชผักที่กินได้ในป่า ยามเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องปกติที่จะศึกษาธรรมชาติและเรียนรู้ที่จะทำยารักษาให้ตัวเองได้ มันเป็นประวัติส่วนตัวที่เซรอสเลือกมันมาเป็นฉากบังหน้า

       “ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเลยก็ได้นะคะ พอดีว่ากำลังจะไปร้านขายยาพอดี”

       “ต้องรบกวนแล้วล่ะครับ”

       ในระหว่างทางที่ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันไปที่ร้านขายยา เซรอสเปิดประเด็นถึงความเป็นกังวลเกี่ยวกับฟรานที่ไปอบรมการเป็นนักผจญภัยมือใหม่นอกเมือง อาเรตต้าก็สมกับที่เป็นคนทำงานประชาสัมพันธ์มาก่อนจึงมีวาทศิลป์ในการพูดจาที่ช่วยลดความกังวลใจให้กับเซรอสได้ จากนั้นก็พูดถึงปัญหาที่พบเจอคล้ายกับเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในฐานะผู้ปกครองที่ต้องเลี้ยงดูเด็กวัยกำลังซุกซน ยิ่งได้ฟังเกี่ยวกับความซนและป่วนของซาริก็ทำให้ฝ่ายหญิงหัวเราะขบขันไปด้วย

       ร้านขายยาตั้งอยู่ถนนที่ค่อนข้างแคบและเกวียนไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ มันเป็นทางที่สำหรับให้คนเดินเพียงเท่านั้น ที่นี่เป็นร้านเล็กๆ ที่ไม่ใหญ่มากและมีคนที่ป่วยถูกพาตัวมารักษาตัว เนื่องจากว่ามีเตียงเพียงแค่สองเตียงจึงรับผู้ป่วยได้ไม่มาก มีหมอกับผู้ช่วยอีกหนึ่งคนช่วยกันดูแลและสันนิษฐานอาการป่วยจากนั้นก็จัดยาให้ นี่ถือว่าเป็นปัญหาสำหรับคนที่มีฐานะไม่ได้ร่ำรวยมากนักมันทำให้อัตราการตายจากอาการป่วยมีสูงมากจนกลายเป็นปัญหาที่ทางเจ้าเมืองยังหาทางแก้ไม่ได้

       แม้ว่าจะเพิ่มโรงแพทย์ให้มากขึ้นปัญหาก็คือแพทย์ที่มีฝีมือนั้นมักจะทำงานเพื่อเงินจึงผันตัวรักษาเฉพาะคนที่ร่ำรวยเท่านั้น คนที่จะยอมทำอะไรแบบนี้ก็มีแต่พวกที่ประสบกับความสิ้นหวังและต้องการจะเปลี่ยนแปลงจึงได้สอบเป็นแพทย์และมาเปิดโรงแพทย์คอยรักษาผู้ป่วยทั่วไปแทน

       ไม่รู้ว่าจะมียาแบบใดบ้างสุดท้ายแล้วเซรอสก็สั่งซื้อยารักษาแผลมันเป็นขวดเล็กๆ ที่บรรจุตัวยาสีเหลืองเอาไว้ภายในปริมาณที่น้อยมากแต่กลับขายในราคาที่แพง ผู้ช่วยแพทย์ที่จัดยาให้นั้นอธิบายขั้นตอนการใช้งานให้โดยละเอียด หลักๆ แล้วยาตัวนี้จะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อให้เท่านั้นไม่ได้มีผลในการเร่งความเร็วในการสมานตัวเลย ซึ่งเมื่อมองภาพรวมแล้วพบว่าอัตราการตายของผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บมักเกิดจากการติดเชื้อแทบทั้งสิ้น หลังจากนี้คงต้องนำกลับไปวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบคุณภาพของมัน

       “ถ้ายังไงไปหาอะไรกินกันดีไหมครับ ถือเป็นการตอบแทนที่นำทางมาร้านขายยา”

       “ได้ค่ะ แต่ขอฉันเป็นคนเลือกร้านเองนะคะ”

       “ถ้าไม่เกิน 300 เหรียญเงินจะที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละครับ”

       มาถึงร้านอาหารที่เป็นเหมือนโรงแรมไปด้วยในตัว มีโต๊ะใหญ่ประมาณแปดตัวและโต๊ะเล็กอีกห้าตัวกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ที่นั่งที่ดีที่สุดอยู่ติดกับริมหน้าต่างที่แสงส่องมาถึงได้ มีคนมารับเมนูถึงโต๊ะซึ่งเซรอสยังคงทำหน้ามึนขณะคิดเมนูที่จะสั่งสุดท้ายก็ขอให้อาเรตต้าช่วยแนะนำให้เมนูที่ดีที่สุดให้เป็นเนื้อย่างราดด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษประจำของร้าน

       ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟให้ เซรอสมองด้วยความสนใจเพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหนมันก็เป็นสเต็กเนื้อที่ย่างได้ในระดับดีเยี่ยม น้ำราดเป็นซอสสีดำที่มีการผสมเครื่องเทศให้ออกมาเผ็ดร้อน คนที่มากินส่วนใหญ่จะไม่รู้วิธีกินที่ถูกต้องสักแต่ว่าแค่เป็นเนื้อก็จิ้มเอาเข้าปากไป ลิ้มรสชาติความอร่อยมากกว่าละเมียดละไมกินทีละน้อย ถือว่าโชคดีที่เซรอสสอนมารยาทให้ทั้งสองคนแล้วแม้ว่าทางด้านซาริจะไว้ใจได้ไม่มากเท่าไหร่ก็เถอะ

       ขณะกินอยู่เซรอสก็ชักชวนอาเรตต้าพูดคุย เขาต้องการรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทว่าอาเรตต้าก็ไม่ได้เปิดเผยอะไรมากเท่าไหร่ เธอบอกเพียงแค่ว่ามันเป็นข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีความถูกต้องก็เลยไม่สามารถเปิดเผยให้ได้ ส่วนเรื่องของคาเรนก็ไม่ได้เป็นความลับปกปิดเซรอสตะล่อมถามเพื่อให้อาเรตต้าเป็นฝ่ายเปิดปากเล่ามันขึ้นมาเองจึงพอจะทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

       ยามที่คาเรนอยู่เงียบๆ ใช้ชีวิตทำการค้าขายย่อมไม่มีความน่ากลัวแต่ประการใด นั่นทำให้คู่แข่งทางการค้าเกิดย่ามใจคิดว่าอีกฝ่ายคงทำอะไรไม่ได้ หารู้ไม่ว่าคาเรนนั้นฉลาดพอที่จะไม่งัดข้อกับอีกฝ่ายเมื่อรู้ว่าตนเองเสียเปรียบด้านใด เธอเลือกที่จะอดทนและควบคุมงานจนกระทั่งมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งจากนั้นจึงเริ่มลงมือโต้ตอบกลับไปบ้าง ผลลัพธ์ก็คือเธอเดินทางออกเจรจากับผู้ผลิตเพื่อซื้อผลผลิตเหล่านั้นในราคาตามข้อตกลงของสัญญาที่ทำแบบปีต่อปี

       ภายใต้การควบคุมดูแลของคาเรน เธอยกระดับกลุ่มการค้าเซเรนขึ้นมาให้มีอำนาจเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไรด์การ์ด มีคนมากมายต้องการจะตัดกำลังเธอโดยการรวบรวมขุมอำนาจทางการค้ามาแต่กลับกลายเป็นว่าคาเรนไม่ได้กังวลเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

       “เมื่อไม่นานมานี้ผมไปเจอกับมอนสเตอร์แปลกๆ เข้า มันเป็นโครงกระดูกที่มีดวงตาสีแดงฉาน มันพยายามเข้ามาโจมตีทำร้ายผม”

       “โครงกระดูก? คุณเจอมันเหรอคะ แล้วได้สัมผัสกับน้ำพิษสีดำนั่นหรือเปล่า?”

       “น้ำพิษสีดำที่มันพ่นออกมาสินะครับ ใช่ครับ” เซรอสยอมรับ อาเรตต้าหน้าเสียขึ้นมาเธอรวบรวมความกล้าแล้วถามต่อ

       “แล้วหลังจากนั้นเกิดอาการอะไรขึ้นบ้างหรือเปล่าคะ แบบว่าหมดเรี่ยวแรง อ่อนแอ มีไข้สูง”

       “ไม่ครับ ปกติ” เซรอสนึกได้ว่าตอนที่สัมผัสกับมันแอนตี้บอทในร่างก็ทำงานขึ้นทันที มันต่อต้านเชื้อไวรัสประเภทใหม่และสร้างภูมิคุ้มกันให้จึงไม่ต้องกังวเลมันอีก “เจ้านั่นคืออะไรเหรอครับ”

       “มันมีชื่อเรียกว่า กระดูกมาร ปกติมันจะอาศัยอยู่ในส่วนลึกของดันเจี้ยนทว่าในอดีตได้มีนักผจญภัยเข้าไปต่อสู้กับพวกมันและถูกน้ำพิษสีดำพ่นใส่ ตอนที่กลับมาก็มีอาการอ่อนแอลงอย่างมาก ไข้ขึ้นสูง จากนั้นก็เสียชีวิตเพียงผ่านไปเจ็ดวันเท่านั้น ทว่าเรื่องมันยังไม่จบเพราะคนคนนั้นลุกขึ้นมาหยิบดาบต่อสู้และฆ่าฟันผู้คนอย่างบ้าคลั่ง กว่าจะจัดการได้ก็สูญเสียไปไม่น้อยเลยค่ะ”

       “นักบวชคนหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับมันบอกว่าน้ำพิษสีดำนั่นหากถูกสัมผัสจะต้องใช้เวทมนตร์ชำระล้างมันออกเท่านั้น ไม่มีวิธีการอื่นอีกเลย ว่าแต่คุณเซรอสรอดมาได้ยังไงคะ” อาเรตต้าถามด้วยความสนใจ หากทราบวิธีการก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญหน้ากับพวกมันในอนาคต

       เซรอสศึกษาของเหลวสีดำนี่มาสักระยะหนึ่งแล้วพบว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายปรสิต และมันจำเป็นต้องพึ่งพาความร้อนในการดำรงชีวิต ยามปกติมันจะเข้าสู่สภาวะจำศีลเพื่อรักษาชีวิตของพวกมัน และจะถูกกระตุ้นโดยกลุ่มความร้อนที่เข้ามาในรัศมีสิบสองเมตร จัดว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตรวจจับกลุ่มความร้อนได้ดีมาก

       เมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบอาเรตต้าก็หยุดถามต่อ เธอคิดว่านี่อาจจะเป็นความลับเพราะมีนักผจญภัยจำนวนไม่น้อยเลือกจะเก็บความลับเหล่านี้เอาไว้ หากมอนสเตอร์ถูกจัดการโดยใครก็ได้อาจทำให้ราคาการประเมินของมันตกลง อย่างกระดูกมารพวกนี้ก็จัดได้ว่าเป็นมอนสเตอร์ที่ฆ่าได้ยากมาก การจำกัดสักตัวหรือสองตัวก็ทำให้คนเหล่านั้นมีเงินพอใช้จ่ายไปได้อีกหลายวัน

       สักพักเซรอสก็พูดขึ้นมาว่า

       “ขอโทษด้วยนะครับ ผมต้องเรียบเรียงสถานการณ์สักหน่อย คือว่าหลังจากที่ผมโดนน้ำพิษสีดำที่อาเรตต้าร่างกายผมก็ร้อนมาก ยังดีที่ว่ามันเป็นฤดูหนาวและมีหิมะกองทับถมกันอยู่ใกล้ๆ เลยเอาตัวลงไปคลุกอยู่จนความร้อนนั่นหายไปหมด ผมคิดว่าเจ้านี่อาจจะแพ้ความเย็นก็ได้” เขาตอบกลั้วหัวเราะ แต่ทางอาเรตต้ากลับครุ่นคิดอย่างหนัก

       ความจริงเซรอสวิเคราะห์ความสามารถของมันออกมาหมดเปลือกแล้ว ในแล็บของเขาเองก็เก็บตัวอย่างของมันแช่แข็งเอาไว้เพื่อใช้ศึกษา เขารู้กระทั่งจุดอ่อนของมันและตั้งใจจะมอบให้อาเรตต้านำมันไปเผยแพร่

       อาเรตต้ากำลังเรียบเรียงข้อมูลใหม่ที่ได้ยินมา เธอจำได้ว่าในอดีตมีคนที่ถูกน้ำพิษสีดำจากกระดูกมารและไม่ถูกสิงสู่แม้ว่าจะไม่ได้รับการชำระล้างจากนักบวชก็ตาม ทว่าเมื่อนึกดูให้ดีๆ จะพบว่าช่วงเวลานั้นเป็นฤดูหนาวและทุกคนพบเขาในสภาพที่นอนจมกองหิมะ แม้ปากจะบอกว่าถูกน้ำพิษสีดำเข้าไปแต่ก็ยังรอดตายมาได้จนปัจจุบันมีลูกหลานแล้ว

       เป็นไปได้มากว่าพวกมันจะแพ้ความเย็นจริงๆ เพราะในดันเจี้ยนก็มีพื้นที่ที่มีความร้อนและมีพื้นที่ที่หนาวเย็นอยู่ด้วย

       “อาเรตต้าครับ”

       หญิงสาวสะดุ้งเมื่อถูกสะกิดตัว “คะ?”

       “อันที่จริงผมก็ยังไม่มั่นใจในข้อสันนิษฐานนี้มากนะครับ ก็เลยเก็บตัวอย่างของน้ำพิษสีดำเอาไว้ด้วย ตั้งใจว่าจะพิสูจน์มันและคงจะดีมากถ้าคุณอาเรตต้ามาช่วยยืนยันมัน ไม่ต้องห่วงว่ามันจะเป็นอันตรายเพราะเวลานี้มันถูกเก็บเอาไว้ในภาชนะที่ปลอดภัยมาก”

       นี่เป็นเพียงคำแนะนำ เซรอสยังต้องนำมันไปพิสูจน์เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่ามันเป็นความจริง อาเรตต้าอาจจะช่วยยืนยันได้แต่สถานะของเธอก็ไม่มากพอจะรับผิดชอบเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ ต้องเป็นตัวตนระดับกิลด์มาสเตอร์หรือนักปราชญ์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือเท่านั้น อย่างกรณีของซีโนมอฟที่เซรอสนำกลับมาได้ในสภาพที่สมบูรณ์ พวกมันก็ถูกนำไปศึกษาและออกตำราอธิบายมาในบทเรียนให้นักเรียนรุ่นใหม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับมัน เวลานี้ต่อให้เผชิญหน้ากับมันพวกเขาก็คงจะรู้วิธีรับมือได้ในระดับหนึ่ง

       “คุณเซรอส ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาว่างไปที่กิลด์นักผจญภัยกับฉันไหมคะ” อาเรตต้าเห็นว่าเรื่องแบบนี้ค่อนข้างสำคัญมาก หากสามารถพิสูจน์ความลับเกี่ยวกับกระดูกมารและหาวิธีรับมือกับมันได้ก็จะลดความเสี่ยงให้กับนักผจญภัยทุกสาขาที่ต้องลงไปเสี่ยงชีวิตในดันเจี้ยนได้

       พอถูกถามแบบนั้นเซรอสก็ลังเลก่อนจะตอบ “ก็พอว่างอยู่นะครับ แต่ผมต้องแวะไปเอาของที่บ้านก่อน”

       “บ้านของคุณเซรอส?” อาเรตต้ารู้ว่าเซรอสมีบ้านแต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ฟรานเองก็ไม่ยอมลงรายละเอียด “เป็นของสำคัญหรือเปล่าคะ?”

       “เป็นน้ำพิษสีดำที่เก็บเอาไว้ตั้งใจว่าจะเอามาพิสูจน์นั่นแหละครับ”

       ยอมรับว่าอาเรตต้าตื่นเต้นมากเกินไปหน่อย หากมีรายงานเกี่ยวกับกระดูกมารเท่ากับว่ากิลด์สาขาไรด์การ์ดที่เธอทำงานอยู่จะมีผลงานเพิ่มมากขึ้น จะว่าไปนับตั้งแต่ที่เธอรู้จักกับเซรอสก็พบแต่เรื่องดีๆ อยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการได้ร่างของซีโนมอฟในสภาพสมบูรณ์มาศึกษา ทั้งยังช่วยเหลือในการจัดการกับผู้ใช้เวทต้องห้ามที่แสนจะร้ายกาจได้ด้วยตัวคนเดียว มาคราวนี้ก็จะเปิดเผยความลับเกี่ยวกับกระดูกมารที่ ณ ปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้

       จ่ายเงินค่าอาหารเสร็จแล้วเซรอสก็พาอาเรตต้ามาที่บ้าน เธอตกตะลึงไปครู่ใหญ่เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นบ้านที่ไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่เทียบเท่ากับคฤหาสน์ แต่ขนาดของบ้านก็ถือว่าใหญ่มากสำหรับการอยู่กับแขกเพียงสามคน ดีไซน์ของบ้านแตกต่างจากที่เธอเคยเห็นมาก่อน มีสวนดอกไม้ปลูกเอาไว้หนึ่งแปลงดูสวยงาม และทางเข้าก็ปูด้วยทางเดินอิฐที่แข็งแรง มีประตูทางเข้าสองบานคือทางหนึ่งสำหรับเดินเข้าออกธรรมดา และอีกทางสำหรับเกวียนขนาดใหญ่ มันมีคอกม้าถูกสร้างเอาไว้ด้วย

       โดยสรุปแล้วมันเป็นบ้านที่หรูหรายิ่งกว่าคฤหาสน์ของขุนนางที่อาศัยเพียงพื้นที่ใหญ่โตเท่านั้น อาเรตต้าเคยวาดฝันเอาไว้ว่าอยากจะมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองบ้างเหมือนกัน

       ได้รับอนุญาตให้เหยียบย่างเข้ามาภายในบ้าน ก็พลันรู้สึกปลอดโปร่ง แสงสว่างที่ทำให้บ้านหลังนี้ไม่มืดทึบเกินไปต่างจากบ้านของเธอลิบลับที่ต่อให้เปิดหน้าต่างรับแสงแต่ก็ยังถูกอาคารใกล้เคียงบดบังจนมิด ในขณะที่บ้านหลังนี้เมื่อมองออกไปข้างนอกจะเห็นทิวทัศน์ที่ดูสบายตามากกว่า พอจะเข้าใจเหตุผลที่พวกขุนนางจำเป็นจะต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่อาจจะเพื่อชมทิวทัศน์โดยไม่ถูกสิ่งปลูกสร้างอื่นมารบกวน

       “ใครเป็นคนสร้างที่นี่คะเนี่ย” อาเรตต้าใช้นิ้วลูบไปบนตู้สำรวจดูความสะอาดของบ้าน

       “น่าอายไปสักหน่อยแต่คนที่ปรับปรุงมันคือผมเองครับ” เซรอสตอบเก้อเขิน

       “คุณมีฝีมือที่ยอดเยี่ยม เอาไว้ถ้าฉันซื้อที่ดินเป็นของส่วนตัวได้เมื่อไหร่ก็ขอรบกวนให้คุณมาช่วยด้วยจะได้หรือเปล่าคะ”

       “ได้เลยครับ แต่มันคงจะดีกว่าถ้าคุณมาอยู่ด้วยกันเลย”

       “ว่าไงนะคะ?” อาเรตต้าถามซ้ำ

       “เปล่าครับ” เซรอสเสียงสั่นเครือ หน้าของเขากลายเป็นสีแดงก่อนจะรีบวิ่งหนีขึ้นบันไดไป

       อาเรตต้าอมยิ้มและมองไปรอบๆ มันเป็นบ้านที่สวยมากและเธออยากจะมีแบบนี้เป็นของส่วนตัวสักหลังหนึ่ง ด้านนอกมีราวตากผ้าซึ่งเวลานี้มันถูกแขวนเอาไว้ด้วยชุดของเด็กผู้หญิงที่มีขนาดตัวแตกต่างกัน มีทั้งชุดใส่เป็นทางการ ชุดใส่เล่น และชุดนอน

       ทว่าเซรอสก็เดินลงมาพอดีจึงไม่ได้สำรวจมากไปกว่านี้

       “เลี้ยงเด็กสาวสองคนคงลำบากมากสินะคะ”

       “ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ไปกันเลยไหมครับจะได้ไม่เสียเวลา”

       ทั้งสองใช้เวลาไม่นานเดินทางจากบ้านมายังกิลด์นักผจญภัย ที่นั่นมีนักผจญภัยหนุ่มจำนวนไม่น้อยที่ส่งสายตาอาฆาตมาทางเซรอสทันทีที่พบว่าเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่สามารถเดินเคียงคู่กับดอกไม้งามประจำกิลด์ได้ แต่ไม่มีเวลาให้มานั่งสนใจนักอาเรตต้าก็นำทางเซรอสขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานของกิลด์มาสเตอร์ที่อยู่ชั้นบน ทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุดงานแต่เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้อาเรตต้ายอมที่จะสละเวลาเพื่อนำทางเขามาพบกับกิลด์มาสเตอร์ด้วยตัวเอง

       เซรอสจำกิลด์มาสเตอร์ได้เนื่องจากตอนที่วัดความสามารถเพื่อขอสิทธิ์ในการเข้าดันเจี้ยนเขาคนนั้นก็มาดูการทดสอบด้วย ถึงขนาดที่อยากจะขอให้เซรอสมาช่วยเป็นกำลังสำคัญของกิลด์แต่เขาก็ได้ปฏิเสธเนื่องจากไม่ว่าง

       “ขออภัยที่มารบกวนค่ะ พอดีว่าคุณเซรอสเคยพบเจอกับกระดูกมารและค้นพบวิธีที่ป้องกันไม่ให้ถูกสิงสู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเวทมนตร์ชำระล้างจากนักบวช คาดว่าหากเป็นความจริงจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักผจญภัยคนอื่นๆ” อาเรตต้าอธิบายให้กับกิลด์มาสเตอร์ฟัง

       “อย่างงั้นรึ? นี่มันน่าสนใจมาก” กิลด์มาสเตอร์ได้ฟังที่อาเรตต้าพูดก็มองไปทางชายหนุ่มที่ถูกพาตัวมา คิดอยู่สักพักหนึ่งว่าเป็นใครก็นึกออก “จำได้แล้วเป็นเธอนี่เอง การต่อสู้ครั้งก่อนนั้นทำได้ยอดเยี่ยมมาก”

       “ครั้งก่อนที่มานั้นรบกวนเอาไว้เยอะเลยครับ ต้องขอโทษจริงๆ”

       “แล้วเห็นว่าเธอค้นพบวิธีแก้ปัญหาโลกแตกนี้แล้วงั้นหรือ?” กิลด์มาสเตอร์ถาม

ปัญหาเกี่ยวกับวิธีรับมือการถูกสิงสู่นั้นจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับความกระจ่าง บางคนก็สันนิษฐานเอาไว้ถึงความเป็นมาของพวกมันว่าเกิดจากคำสาปบ้างล่ะ เกิดจากการถูกปีศาจควบคุมบ้างล่ะ แต่ก็ยังไม่มีคำอธิบายใดที่ใช้ยืนยันความจริงได้ ยิ่งไปกว่านั้นเกือบทั้งหมดก็มีข้อสรุปตรงกันว่าเวทมนตร์ชำระล้างของนักบวชนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้นักผจญภัยส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่เข้าใกล้กระดูกมารเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง

“จะเรียกว่าค้นพบได้หรือเปล่าก็ยังตอบได้ไม่เต็มปากหรอกนะครับ”

ขวดแก้วที่บรรจุน้ำพิษสีดำเอาไว้ภายในถูกนำออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้าของกิลด์มาสเตอร์ แค่เห็นก็รู้ว่ามันคือตัวปัญหาที่ทำให้ผู้คนเกิดการถูกสิงสู่นั่นเอง กิลด์มาสเตอร์กลั้นใจหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความกล้าๆ กลัวๆ เพ่งมองดูมันอย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร

“สิ่งที่ทั้งสองคนเห็นอยู่นี้ถูกรู้จักกันในชื่อของ น้ำพิษสีดำ มันเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการถูกสิงสู่กับผู้คน และผมเองก็เคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนั้นมาก่อน เวลานี้ผมมีทฤษฏีอย่างหนึ่งที่เชื่อว่าเจ้านี่คือตัวตนที่แท้จริงของกระดูกมาร หรือพูดให้ชัดๆ ก็คือมันมีชีวิต”

ขณะที่อธิบายก็หยิบขวดมาเขย่าไปมาแต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กิลด์มาสเตอร์ชำเลืองมองคล้ายว่ายังไม่ค่อยเชื่อข้อสันนิษฐานของเซรอส ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามก็ถูกเซรอสยกมือขัดขวางก่อนจะอธิบายต่อ

“แน่นอนว่าพวกคุณอาจจะยังไม่เชื่อ แต่ผมจะพิสูจน์ให้เห็นเอง” กล่าวจบเซรอสก็จุดตะเกียงไว้ใต้ฐานและนำขวดแก้วไปวางเอาไว้บนแท่นที่เตรียมเอาไว้ ทั้งสองคนมองดูด้วยความสนใจและในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีน้ำพิษสีดำนั่นก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว มันยืดตัวเองขึ้นพยายามดันตัวออกมาจากฝาที่ปิดแน่น ทั้งสองคนอุทานตกใจ

“นี่มัน! อาเรตต้าเธอเห็นใช่ไหม”

“ค่ะ มันขยับได้”

“เจ้านี่จะเคลื่อนไหวเมื่อได้สัมผัสกับความร้อนที่มีอุณหภูมิสูงในระดับหนึ่ง วิธีการที่พวกคุณเรียกว่าสิงสู่แท้ที่จริงแล้วเป็นการขยายพันธุ์ในแบบของมัน มันเติบโตได้ดีมากในระดับอุณหภูมิร่างกาย ยิ่งร้อนก็ยิ่งเติบโตได้ดีมาก” เซรอสเพิ่มกำลังไฟให้แรงขึ้น และพบว่ามันก็วิ่งไปมาเหมือนกำลังมีความสุขอยู่

“ทีนี้จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราทำในแบบตรงกันข้าม”

คราวนี้เซรอสนำกระติกที่ภายในบรรจุน้ำแข็งขึ้นมาวาง เขานำหลอดทดลองเมื่อสักครู่ไปวางไว้บนแท่นน้ำแข็ง ให้ทั้งสองคนได้เห็นมันกับตาชัดๆ ขั้นตอนนี้กินเวลาเกือบห้านาทีกว่ามันจะเริ่มมีปฏิกิริยา น้ำพิษสีดำจากที่เคลื่อนไหวรุนแรงก็เปลี่ยนไปดูเซื่องซึม ตัวเริ่มสั่นก่อนที่มันจะเริ่มหดตัวลงและกลายเป็นของแข็งที่แห้งเหือดติดอยู่ในหลอดแก้ว เซรอสเปิดฝาและเทมันลงไปบนถังน้ำแข็งไม่นานของเหลวสีดำนั่นก็หยุดและถูกความเย็นจับจนนิ่งสนิท

“มันตายแล้ว?”

“ครับ เจ้านี่มันแพ้ความเย็น”

ข้อสรุปของเซรอสเห็นได้ชัดเจนจนเถียงไม่ออก มีผู้เชี่ยวชาญมากมายหวังจะไขความลับของกระดูกมารแต่ก็คว้าน้ำเหลว ทว่าวันนี้ความลับของมันก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว

“อาเรตต้า ถ้าเธอกลับมาทำงานเมื่อไหร่ช่วยเขียนรายงานพวกนี้ให้ทีได้ไหม”

“ได้ค่ะ”




อีกไม่นานหรอก อาเรตต้าจะได้จูบแบบดูดดื่มกับเซรอส

เป็นจูบที่ทำเอามิเกลที่เป็นปีศาจถึงกับ อ่าห์ เลยล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.996K ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #11387 dyo_kuk (@dyo_kuk) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 21:37

    เซรอสนางก็เขินเป็นน่ะเออออ
    ว้ออยยย
    #11387
    0
  2. #9606 woodo (@woodobadoo) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 18:10
    คือไม่ได้แอนตี้นางเอกนะคะ แต่อาเรตต้านี่ ทำไมเราไม่ชอบกันนะะะะ
    #9606
    1
    • #9606-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 110)
      8 มกราคม 2562 / 10:28
      คงเพราะ เซรอสทำตัวสนิทสนมกับนางมากไปมั้งอีกอย่างพวกเราเหล่ารีดยังไม่ได้รู้จัก นางดีพอเลย รับไม่ได้หรอกนะถ้าเซรอสจะเป็นแฟนกับนางอะ
      #9606-1
  3. #9574 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 23:39
    ขอบคุณครับ
    #9574
    0
  4. #8650 RISAL (@pwangthiyxng) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 17:23
    อย่าน้าาาาาาาาาาา!!!!!!??????
    อย่าทำแบบนั้น!!!!! เซรอสจะต้องโสดสนิท!! ผู้หญิงตามตื้อได้แต่ห้ามมีเจ้าของ!!!!!!!!!!!!!?
    #สายอนุรักษ์นิยายไร้นางเอก!!!!
    #8650
    1
    • #8650-1 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 110)
      24 สิงหาคม 2561 / 23:20
      มันก็เขียนไว้ข้างข้างนะครับว่าฮาเรม:)
      #8650-1
  5. #8611 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 04:07
    น่าจะให้บทแบบนี้กับคาเรนบ้าง นางไม่มีเวลาแล้วนะ 30 กว่าแล้ว
    #8611
    0
  6. #8460 pitchre (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 11:54
    หมั่นไส้เซรอสอะ55555555
    #8460
    0
  7. #8457 Konmunlhor1 (@Konmunlhor1) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 19:32
    ใช่ๆ เหมือนที่ sora(คนมาคอมเม้น) เขียน มันเหมือนกับว่าเซรอสมันไม่ได้รักซาริกับฟรานจริงเหมือนแสดงละครเฉยๆ แต่ก็-เลี้ยงอีก
    เนื้อเรื่องมันงงตรงนี้แหละ
    #8457
    1
    • #8457-1 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 110)
      19 พฤษภาคม 2561 / 03:11
      ถ้าเซรอสไม่ได้รัก คงไม่สอนวิชาเอาตัวรอดให้ฟรานกับซาริหรอกนะครับ (ถึงซาริจะ.....ละเว้นฐานที่เข้าใจ) เลี้ยงไปตามบุญตามกรรมใว้ที่บ้านเป็นคนใช้เฉยๆไม่ต้องออกไปไหนก็น่าจะพอนี่ครับ
      #8457-1
  8. #8450 sora (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 22:25
    อ่านฮาเร็มได้นะ พองามสักไม่เกิน6-7คน ขี้เกียจจำคาร์แรกเตอร์แต่แบบนี้มันดูหลอกลวงจัง ไม่ได้เจือความรักเท่าไรเหมือนตามหน้าที่ เพื่อเป้าหมาย อะไรแบบนี้มากกว่า
    #8450
    0
  9. #8449 ขออีกตอน (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 17:20
    จะได้เมียแล้วใช้มั้ย555 มีชวนมาอยู่ด้วยอีก
    #8449
    0
  10. #8443 AKiZeRo (@dekisanradio) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 12:29
    ว่าล่ะมิเกลคงไม่รอด
    #8443
    0
  11. #8440 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 11:39
    ออสก้าก็ไม่รอดจากมือผู้ชายคนนี้ค่ะ จีบเก่ง แสดงเก่ง 55555
    #8440
    0
  12. #8439 Vampire_killeR (@vana_killer) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 04:12
    จะว่าไปยัยมิเกลสร้างเมืองสโลว์ไลฟ์ของนางไปถึงไหนแล้วนะ จำได้ว่าอยู่ดินแดนที่ติดกับดินแดนต้องห้ามของเซรอสนี่
    ปล.เผื่อใครลืม มิเกลคือปีศาจซัคคิวบัส ซึ่งนางเป็นขุนพลปีศาจที่นำทัพมาทำสงครามกับมนุษย์ช่วงที่เซรอสเดินทางไปหาข้อมูลโรงเรียนให้เด็กๆ แล้วเซรอสไปเจอเมล็ดกาแฟในตลาดเข้าพอรู้ว่าอยู่แดนปีศาจก็เลย(แอบ)ข้ามไปเอาแล้วก็ได้มา(เป็นต้นๆเลยทีเดียว)
    ส่วนใครอยากรู้ว่าจูบกันตอนไหนย้อนกลับไปอ่านเอานะเราไม่สปอยส์มากกว่านี้แล้ว5555
    #ไม่เอาฮาเร็มนะไรท์ขอล่ะ🙏🙏🙏
    #8439
    0
  13. #8429 SmileVirgin (@SmileVirgin) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 17:50
    อย่าเยอะไปแค่1-2ก็พอเด่วมันน่าเบื่อ
    #8429
    0
  14. #8427 Mirror_Dear (@Maple_Syrub) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 14:41
    แง้ ไม่เอาฮาเร็มน้า อยากๆด้คาเรนมากกว่าอาเรตต้าอ่ะ
    #8427
    0
  15. #8426 EReNoR (@tamtummai) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 13:40
    เหอะๆ" คงจะดีกว่าถ้ามาอยู่ด้วย!!!!!"
    มีวิ่งขึ้นบันไดด้วย....แรดจริงๆ
    #8426
    0
  16. #8425 Wing (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:42
    <p>ที่ดินของมิเกล ติดกับที่ดินแดนต้องสาปของพระเอก?</p><p><br></p><p>แต่ยังไงก็ไม่ชอบอาเรตต้า</p>
    #8425
    0
  17. #8421 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 03:34
    หมั่นไส้เซรอสอะ5555 ทำเป็นองทำเป็นอาย เหมือนหนุ่มมีรักแรก....แต่ที่จริง โคตรชำชอง!!!! //555ทั้งสงสารทั้งขำซารินะ555 // ......แต่บ้างทีก็อยากให้มีเหตุการณ์สำคัญๆบางอย่าง ที่เซรอสตัดสินใจ &#8220;ขี้เกียจ&#8221; ปิดบังแล้ว บอกความจริงหรือแสดงพลังจริงๆให้&#8220;ทุกคน&#8221; ได้เห็นเลย....แต่ก็คงเป็นเป็น&#8221;วันตาย&#8221; ของคนที่รู้อะนะ5555(ก็อยากให้คนเห็นความเก่งของเซรอสบาง555...เอ้อ อยากให้แบบรู้กันทั่วประเทศหรือทั่วโลกไปเลย ว่าเซนอสเจ๋ง5555) เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ไรท์แต่งไปทิศทางไหนผมก็ชอบหมดแหละครับ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านครับ
    #8421
    0
  18. วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 21:17
    โถถถถ วงวานซาริ
    #8419
    0
  19. #8418 kanplou (@kanplou) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 20:12
    เอ็นดูซาริ ถึงกับน้ำตานองหน้าเลย เมื่อแครอทสุดหวงถูกหนอนชอนไช 55555 แถมยังอุตส่าห์ออดอ้อนขอให้เซรอสทำเบ็ดให้ด้วย น่ารักจริงๆเลย ส่วนฟรานก็ยังแอบซึนเหมือนเดิม ส่วนเซรอสตอนนี้รู้สึกน่าหมั่นไส้มาก เป็นจอมมารยาไปซะแล้ว หนอย ทำเป็นหน้าแดงอาย น่าตบจริงๆ นี่ถ้าฟรานรู้ว่าแอบเดทกับอาเรตต้าล่ะก็ มีเคืองแน่ๆ
    #8418
    0
  20. #8416 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 17:37
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #8416
    0
  21. #8415 ฉันคือ GUNDAM (@peet2010) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 15:26
    รออออออออแ &#128514;
    #8415
    0
  22. #8414 SakurarE (@SakurarE) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:52
    จับมาทำเมียให้หมดดดดดด
    #8414
    0
  23. #8413 22710 (@22710) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:44
    ขอบคุณมากครับ
    #8413
    0
  24. #8412 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 03:48
    โห่ แล้วไหนหละตัวจริง จริงๆก้แอบเชียร์คาเรนกับแม่นางปีศาจมิเกลอยู่นะ 55555
    #8412
    0
  25. #8410 ผู้ลึกลับสีดำ (@KratHasas) (จากตอนที่ 110)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 02:02
    นะ...นางเอก!! อาเรตต้านางเอก!!! คาเรนถอยไป! ฟรานหันซ้าย! ซาริหันขวา! อาเรตต้าจะเดินนนนนน ฮ่าๆๆๆๆ ว่าแต่เซรอสเนี่ย แลดูมีความซึนอยู่หน่อยๆ นะเนี่ยยยยยย

    อ้ากกกกกก เขินจะแย่อยู่แล้วว นึกฉากเซรอสจูบกับอาเรตต้า อ่าาาาาาห์~~~ ซู้ดดดดดดดด!!
    #8410
    1