ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,129 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,810 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,607

    Overall
    2,262,129

ตอนที่ 11 : Episode Ten : แร่เหล็กบริสุทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 988 ครั้ง
    12 มี.ค. 60

Episode Ten

 



        กิลด์นักผจญภัยถือได้ว่าเป็นขุมกำลังสำคัญของแต่ละเมือง พวกเขาถือเป็นกลุ่มอำนาจแยกจากกองกำลังทหารและอัศวินที่ขึ้นตรงต่อราชวงศ์ จึงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้รักอิสระและต้องการปกป้องบ้านเมือง อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของพวกเขาอุทิศให้กับอาณาจักร เพียงแต่ว่าทางราชวงศ์ไม่อาจมีคำสั่งบังคับให้พวกเขาต้องทำให้แต่อย่างใด

        ถ้าจะให้เล่าย้อนกลับไป มันเคยเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลด ที่เกิดจากความล่าช้าภายใต้การจัดการทหารทำให้พวกเขาสูญเสียดินแดนส่วนหนึ่งให้กับมอนสเตอร์และเผ่าปีศาจ ในครั้งนั้นพวกอัศวินได้รับคำสั่งให้ช่วยเหลือบรรดาเหล่าขุนนางเป็นอันดับแรก ปล่อยทิ้งชาวบ้านคนธรรมดาจนพวกเขาต้องสังเวยชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงเกิดเป็นปัญหาลุกลามระหว่างประชาชนและกองกำลังทหาร

        แน่นอนว่าทหารและอัศวินย่อมต้องปกป้องราชวงศ์ก่อนเป็นอันดับแรก ส่งผลให้ชาวบ้านที่ลุกฮือต่อต้านเสียชีวิตนับหมื่นคน ในสถานการณ์ครั้งนั้นได้ยุติลงโดยองค์ราชินี และทรงมีรับสั่งให้จัดตั้งกองกำลังพิเศษขึ้นมาโดยรวบรวมเหล่านักรบผู้แข็งแกร่งรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มนักผจญภัย นับแต่นั้นมาบทบาทของกิลด์นักผจญภัยและกองกำลังอัศวินจึงเป็นเสมือนอำนาจคู่ขนานกันเรื่อยมา

        กล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มกองกำลังของทหารอาสาที่สามารถสนับสนุนทุกที่ได้อย่างอิสระ

        ข้อมูลนี้เซรอสได้รับทราบผ่านประวัติความเป็นมาขององค์กรกิลด์นักผจญภัย ระหว่างที่นั่งรอให้พวกเรเวนมาถึง

        ถึงกิลด์นักผจญภัยจะโหวกเหวกโวยวายไปบ้าง แต่ก็ไม่มีใครสร้างความเดือดร้อนให้แก่กัน ก็เลยได้นั่งอยู่เงียบๆ ฟังบทสนทนาของแต่ละคนและดูรูปแบบการให้บริการไปด้วย

        ที่บริเวณหน้าทางเข้าจัดทำไว้เพื่อฝึกสอนพวกเด็กๆ ให้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้และเข้าศึกษาต่อหลักสูตรต่างๆ คาดหวังเอาไว้ว่าในอนาคตพวกเขาและเธอจะได้กลายมาเป็นกำลังรบที่ดีได้ ไม่ใช่ว่าเป็นองค์กรที่ตัดโอกาสผู้คน ก็สมกับที่เรเวนโฆษณาเอาไว้ว่าเปิดรับทุกคนที่สนใจ ขอเพียงมีฝีมือมากพอจะผ่านบททดสอบไปได้

        "ว่าแต่มาช้ากันจริง"

        ในใบประกาศระบุว่า ออร์ค วอร์ริเออร์ นั้นจะมีรางวัลอยู่ที่ 2 เหรียญทองโทเฟน มันเป็นเงินรางวัลที่หอมหวานสำหรับนักผจญภัยแรงค์ A ที่อยากจะหาเงินไว้ใช้จ่าย แต่มันก็ใช่ว่าจะปรากฏให้เห็นบ่อยนัก อย่างกรณีของพวกเขาต้องเรียกว่ามันเป็นความบังเอิญอย่างแท้จริง

        ตอนนี้พวกเรเวนกำลังอยู่ในระหว่างพิจารณารายได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นห้องแยกจากที่ตรงนี้เพื่อความเป็นส่วนตัว ถ้าออกมาก็คงได้เวลาแบ่งเงินกันแล้วก็แยกย้ายต่างคนต่างไป เพื่อเป็นการฆ่าเวลาก็เลยขอซื้อหนังสือบันทึกสำเนารายละเอียดเผ่าพันธุ์และมอนสเตอร์มาอ่านในราคา 5 ทองโทเฟน

        'เผ่ามนุษย์สัตว์มีอยู่หลากหลายประเภท โดยพวกเขาจะมีช่วงอายุที่มากกว่ามนุษย์สองเท่า แม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ก็ยังมีความคิดที่คล้ายกับเด็ก มีความโดดเด่นทางด้านกายภาพสูงอย่างไม่น่าเชื่อ...'

        เซรอสอ่านรายละเอียดแล้วก็หันไปเห็นซาริเอาแต่นั่งเกยคางอยู่ที่ขอบหน้าต่าง มองดูพวกเด็กๆ ซ้อมฟันหุ่นไม้

        จะว่าไปก็เหมือนกับเด็กจริงๆ ล่ะนะ

        'อายุขัยเฉลี่ยที่จะถูกยอมรับว่าเป็นวัยรุ่นได้คือช่วงระหว่าง 30 - 40 ปี'

       คงเพราะแบบนี้ล่ะมั้งเวลาแกล้งถึงได้รู้สึกสนุก พออ่านไปเรื่อยๆ ถึงได้รู้ว่าแม้จะมีระดับการเจริญเติบโตที่รวดเร็วจนถึงช่วงวัยหนึ่งก็ตาม แต่พัฒนาการทางสมองแทบจะไม่กระเตื้องขึ้นเลย เป็นเผ่าพันธุ์ที่เรียนรู้ทฤษฏีได้ยากที่สุดจึงแทบจะไม่เคยมีปรากฏ 'ผู้ใช้เวทมนตร์' ที่มาจากเผ่าพันธุ์มนุษย์สัตว์

        แสดงว่าสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ได้ด้วยสินะ

        ขณะที่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์สัตว์อยู่นั้น พวกเรเวนก็ออกมาจากห้องประเมินผลด้วยสีหน้าเบิกบานอย่างมาก คงมีข่าวดีบางอย่างเกิดขึ้น เดินมาด้วยรอยยิ้มที่ปิดบังเอาไม่อยู่

        "ท่าทางจะเจอเรื่องดีๆ นะครับ"

        "ครับ พวกเราได้รับสิทธิ์ให้เข้าสอบเลื่อนขั้นเป็นแรงค์ C แล้ว"

        ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่คงประมาณว่าทำผลงานได้ดีจนได้รับสิทธิ์เสนอชื่อให้เข้าสอบเลื่อนขั้นได้เร็วกว่าปกติสินะ ดูท่าการจะเลื่อนในแต่ละแรงค์ต้องฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นและพร้อมสำหรับการสอบในแต่ละขั้น

        ทำความเข้าใจสถานการณ์จึงได้รู้ว่าเวลานี้เขาควรจะต้องแสดงความยินดีกับพวกเรเวน เลยคิดจะชวนไปเลี้ยงฉลองในฐานะที่รู้จักกัน แต่คนพวกนั้นจะต้องไปเตรียมตัวฝึกซ้อมเพื่อเข้ารับการทดสอบในอีกสองเดือนหน้า จึงนัดเจอกันในตอนค่ำเพื่อไปดื่มฉลองกัน แบ่งเงินกันเสร็จแล้วจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง

        "ซาริ เก็บไว้ซื้อของที่อยากได้"

        ดีดเหรียญทองโทเฟนให้ซาริ ได้เป็นปฏิกิริยาของกระต่ายขาวที่สั่นกับการถือเงินเป็นอะไรที่น่าขบขันสุดๆ เซรอสไม่รับคืนด้วยก็เลยได้เห็นท่าทางระแวดระวังโดยเฉพาะเวลาที่มีคนเดินเข้ามาใกล้ ก็จะแยกเขี้ยวขู่เหมือนกระต่ายป่าที่แสนดุร้าย

        มันรู้สึกสนุกดีเวลาได้เห็นการตอบสนองแบบรั่วๆ

        ออกจากอาคารกิลด์นักผจญภัยมุ่งหน้าไปยังร้านขายเมล็ดพันธุ์ที่ลาน่าแนะนำ มันเป็นช่วงที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูใหม่ก็เลยมีพวกเกษตรกรมาหาซื้อเมล็ดพันธุ์ไปกักตุนเอาไว้ มันมีอยู่มากมายหลายชนิดแต่ที่ขายออกจึงมีแค่เมล็ดพันธุ์ที่รู้กันอยู่แล้ว ถึงจะมีความรู้เกี่ยวกับพืชจากโลกเดิมจนแยกแยะเมล็ดได้ก็ตาม แต่สุดท้ายคำอธิบายที่ปรากฏก็ช่วยอธิบายได้ละเอียดยิ่งกว่า เห็นได้เลยว่ามีเมล็ดพันธุ์ตั้งมากมาย มีทั้งของฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง วางผสมกันไปหมด คล้ายว่าทางเจ้าของร้านเองก็ไม่รู้ว่ามันคือเมล็ดพันธุ์ของอะไร

        ไม่ค่อยมีลูกค้ามือเติบมาที่ร้านนี้มากนัก ส่วนใหญ่ที่มาก็จะแค่ซื้อเท่ากับจำนวนแปลงที่ครอบครอง วางแผนปลูกเฉพาะที่มันขึ้นได้ง่ายๆ ไม่ต้องการเดิมพันกับการขาดทุน ส่วนที่จะมาซื้อจำนวนมากก็จะเป็นในส่วนของทางเจ้าเมืองที่ให้ความสำคัญกับการเพาะปลูกเพื่อส่งบรรณาการไปยังราชอาณาจักร ดังนั้นเซรอสจึงเป็นลูกค้าคนแรกที่น่าจดจำในปีนี้

        เมล็ดพันธุ์ทุกชนิดถูกกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมาก บางเมล็ดพันธุ์ที่แกล้งลองสอบถามดูว่ามันคืออะไร เมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถให้คำตอบได้ก็เลยกดราคาไปซะ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในร้านนี้มีเมล็ดพันธุ์เครื่องเทศอยู่หลายชนิดที่ยังหาวิธีเพาะปลูกไม่ได้

        "ซาริ ดูเหมือนจะมีของโปรดของเธอด้วยนะ" เซรอสยิ้มขำ โกยเมล็ดพันธุ์มาไว้ในอุ้งมือตัวเอง

        "ของโปรดของซาริหรือเจ้าคะ?"

        "แครอทยังไงล่ะ"

        ทันใดนั้นซาริก็น้ำลายหกเองโดยอัตโนมัติ

        ถ้าหากมีเอฟเฟคเสริมล่ะก็คงได้เห็นดวงตาที่ทอประกายเป็นรูปแครอทแน่ๆ

        นอกจากนั้นก็ยังมีท่อนพันธุ์อ้อยขายในราคาแพงมาก มันเป็นพืชผลทางเศรษฐกิจที่ทางอาณาจักรให้ความสนใจ เพราะมันผลิตเป็นน้ำตาลได้ แน่นอนว่าถ้าปลูกได้ก็จะมีเงินจำนวนมหาศาลรออยู่ แต่ก็ต้องเดิมพันกับความเสี่ยงในการดูแลมันด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดจะมาที่นี่อีกหลายครั้งจึงต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกชนิดกลับไป ถ้าปลูกในเรือนกระจกก็จะมีผลผลิตตลอดทั้งปี

        แน่นอนว่าเซรอสรู้ว่าพืชชนิดใดสามารถแปรรูปเป็นน้ำตาลได้บ้าง ถ้ามันไปได้สวยล่ะก็เขาจะมีเครื่องเทศทุกชนิดอยู่ในความครอบครอง จากนี้ก็จะได้กินอาหารอร่อยๆ มากขึ้นไปอีก

        ขณะที่ดูเมล็ดพันธุ์ต่างๆ และซื้อกลับไป สายตากลับมองเห็นบางอย่างซ่อนอยู่ด้านหลังกระสอบเมล็ดพันธุ์ถุงใหญ่ มันเป็นถุงเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจมันเพราะไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่

        "คุณลุง ที่อยู่ในถุงนั่นมัน"

        "นั่นน่ะเหรอ ได้มาจากพ่อค้าคนหนึ่งที่บอกว่ามันเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาจากดินแดนทางตะวันตกน่ะ เจ้ารู้งั้นเหรอว่ามันคือเมล็ดของต้นอะไร?"

        "ไม่ทราบครับ แค่เห็นว่ามันแปลกตาดี ขอซื้อไปลองปลูกได้หรือเปล่าครับ"

        ที่จริงก็รู้อยู่แก่ใจดีว่ามันคือเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด แต่ที่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้ก็เพื่อให้ซื้อได้ในราคาที่ถูกขึ้น เขาใช้วิธีนี้กับเมล็ดพันธุ์ที่เจ้าของร้านไม่รู้จัก จะว่าไปแล้วมันคงเป็นไปได้ยากที่จะทำฟาร์มที่มีพืชผักทุกชนิดบนโลก คงต้องมาดูกันว่าพลังในการสร้างกับเทคนิคในการออกแบบพื้นที่จะช่วยอะไรเรื่องนี้ได้บ้าง

        เมล็ดพันธุ์ทุกชนิดที่อยู่ในร้านนี้ถูกเซรอสซื้อมาทั้งหมดโดยที่ไม่ถามไถ่อะไรทั้งสิ้น โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่ถึงฤดูปลูกเลยก็เช่นเดียวกัน บอกแต่เพียงว่าจะซื้อเก็บเอาไว้ปลูกในภายหลังแทน หลังจากชำระเงินเสร็จแล้วก็จึงเดินกลับออกมา เขายังไม่พอใจกับเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่แค่นี้ อยากจะได้พวกพันธุ์ดอกไม้ กับผลไม้ และพวกสมุนไพรกลับไปปลูกเพิ่มเติมด้วย ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการให้มันเป็นสถานที่ที่สุขสบายที่สุด

        ถ้าเป็นที่กิลด์การค้าน่าจะจัดการอะไรหลายๆ อย่างให้ได้รวดเร็ว เพียงแต่พวกเขาจะเพิ่มค่านายหน้าของตัวเองลงไป และบวกกำไรเพิ่มเติมจากการซื้อมาและขายออกไปทำให้กลายเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นเพียงนายหน้าจัดหา หากต้องการความสะดวกในการเจรจาล่ะก็พวกเขาถือเป็นตัวเลือกแรกเลยเชียวล่ะ ทว่าเกี่ยวกับเรื่องของเมล็ดพันธุ์ยังไงก็ต้องมาดูเอง

        เพราะกิลด์การค้าคงเลือกจัดหาเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่มีซื้อขายกันตามปกติ ไม่สนใจเมล็ดพันธุ์ที่ไม่รู้จักโดยเด็ดขาด

        ดังนั้นเรื่องของพวกสัตว์เลี้ยงในฟาร์มให้คนพวกนี้จัดการให้น่าจะเป็นการดีที่สุด

        ถึงจะใช้จ่ายไปเยอะมาก (ในมุมมองของซาริ) แต่เขาก็ยังมีเงินเก็บอยู่ตั้งมากมาย ยังไงก็ควรหาเงินเผื่อไว้ก่อน

        แม้ว่าเงินจะไม่ใช่ปัจจัยสำคัญแต่มันก็ยังถือเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีพในสังคม

        ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าอนาคตจะไม่ได้ใช้ประโยชน์

        โรงตีเหล็กเป็นสถานที่ที่สามารถจัดหาซื้ออาวุธและอุปกรณ์ชั้นเลิศ ซึ่งก็ไม่ได้มีเพียงแค่เผ่ามนุษย์เท่านั้นที่อาศัยอยู่ในเขตนี้ แต่ยังมีเผ่าพันธุ์ยักษ์แคระ หรือ คนแคระ ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องแร่และใช้ชีวิตอยู่กับการตีเหล็ก

        สืบเนื่องจากสัญญาที่ได้ทำเอาไว้ร่วมกับเผ่าพันธุ์มนุษย์เพื่อสานสัมพันธ์อันดีด้วยกัน เผ่ายักษ์แคระจึงได้รับการยอมรับในสังคมว่าเป็นส่วนหนึ่งของเผ่ามนุษย์ไปโดยปริยาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งยุทธภัณฑ์ในการปกป้องบ้านเมือง พวกเขาสามารถสร้างอาวุธเวทมนตร์ได้ แม้ว่าจะเป็นพวกที่เอาเอาใจมากที่สุดแต่ก็ไม่มีผู้ใดอยากจะเป็นศัตรูด้วย ถึงจะตัวเล็กแต่ก็แข็งแกร่งมาก แม้แต่ราชวงศ์เองก็คงจะยับยั้งพวกเขาไม่ได้หากกลายเป็นศัตรูกัน นั่นหมายถึงการสูญเสียครั้งใหญ่

        คนแคระสูงเพียงครึ่งตัวของเซรอสเท่านั้น ร่างกายกำยำและหนวดเครารุงรัง เนื้อตัวเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบดิน ผงเหล็ก และกลิ่นน้ำมัน พวกเขาไม่ได้ใส่ใจลูกค้าที่เข้ามาโดยเฉพาะพวกที่จะมาซื้ออาวุธ หากพูดจาไม่เข้าหูแม้เพียงนิดเดียวก็จะถูกโยนออกไป ไม่มีใครกล้าจะหาเรื่องพวกคนแคระพวกนี้เด็ดขาด บางคนถูกปล่อยให้ยืนรออยู่แบบนั้นตลอดทั้งวัน เว้นก็แต่คนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดจะได้รับสิทธิ์ให้เข้าพบเร็วกว่า

        เซรอสเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ต้องยืนรอ แต่จะยืนรอเฉยๆ มันก็น่าเบื่อเลยเดินดูอาวุธที่วางขาย ตั้งใจจะซื้อไปทดแทนกริชที่เขาใช้งานมันจนหักไปแล้ว ส่วนใหญ่อาวุธนั้นจะเป็นพวกดาบ ไม่ก็คทาที่ขึ้นรูปให้ดูสวยงาม มีดเองก็ทำออกมาได้มีน้ำหนักที่สมดุลจัดเป็นอาวุธชั้นยอดก็ว่าได้ สำหรับผู้ที่ต้องการจะสร้างอาวุธเป็นของตัวเองคงไม่แปลกที่จะให้ความสนใจกับดีไซน์ของพวกมัน

        "ท่านเซรอสเจ้าคะ มีดเล่มนี้คล้ายกับที่ท่านเซรอสเคยใช้เลยเจ้าค่ะ"

        ซารินี้นิ้วไปที่กริชที่มีรูปทรงคล้ายกับมีดเล่มก่อนมาก น้ำหนักก็ดีกว่ามาก เกิดความรู้สึกอยากจะได้มันขึ้นมาแต่แค่เล่มเดียวมันคงไม่พอ กลัวว่าถ้าเอาไปฟันเจ้าออร์ค วอร์ริเออร์มันอาจจะหักก็ได้

        "สนใจมีดเล่มนั้นหรือครับคุณลูกค้า"

        "ครับ น้ำหนักมันพอดีแล้วก็ดูเหมาะมือมากด้วย"

        "ตาถึงมากเลยครับ มีดเล่มนี้ถูกสร้างโดยนายช่างใหญ่ที่นานๆ จะทำขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง" ว่าแล้วก็หยิบมีดมาถือและเริ่มบรรยายสรรพคุณของมัน "...มีน้ำหนักที่เบา และคงทนต่อแรงปะทะสูงมาก แม้ว่าจะเป็นมีดสั้นธรรมดาที่ไม่มีความพิเศษใดๆ เหมือนพวกดาบที่ประดับอัญมณีเวทพวกนั้น แต่ก็เป็นอาวุธชั้นยอดที่ใช้งานได้ง่ายมาก"

        "มีเล่มเดียวใช่หรือเปล่าครับ"

        "น่าเสียดายนะครับที่มีดเล่มนี้มีเพียงเล่มเดียว แต่มันเป็นอาวุธที่นายช่างใหญ่เป็นผู้ตีขึ้นด้วยตัวเองเชียวนะครับ!"

        เสียงดังเกินไปแล้ว โดยเฉพาะการเน้นไอ้คำว่า 'นายช่างใหญ่เป็นผู้ตี' เนี่ย

        คิดจะขายแบรนด์สินค้างั้นเหรอ ได้ค่านายหน้าเท่าไหร่เนี่ย?

        "ว่าแต่เรื่องราคา..."

        "ราคาของมันอยู่ที่ 25 เหรียญทองโทเฟน ไม่แพงเลยใช่ไหมล่ะครับ ถือเป็นราคาที่ถูกมากสำหรับผลงานของนายช่างใหญ่คนนี้เลยนะครับ บอกไว้ก่อนเลยนะครับว่ามันเป็นผลงานที่หนึ่งปีมีไม่บ่อยนักเห็นว่าเป็นคนที่ตาถึงมากจะลดลงมาให้เหลือ 20 เหรียญทองโทเฟนเลย"

        สถานการณ์แบบนี้ชัดเจนเลยว่ากำลังถูกยัดเยียดขายสินค้าให้ ก็จริงที่มันเป็นอาวุธที่เหมาะมือดีอยู่หรอก แต่ราคาแพงขนาดนี้สงสัยว่า 'นายช่างใหญ่' คนนี้จะต้องเป็นคนที่ได้รับความน่าเชื่อถือมากแน่ๆ

        ยังไงก็ต้องการอาวุธคู่มือใช้ไปก่อนอยู่แล้ว ก็เลยจ่ายเงินซื้อมันมาโดยไม่สนใจเรื่องราคาว่าจะถูกหรือแพง ถ้าเงินขาดมือขึ้นมาแค่ขายไวโอลินตัวนี้ก็คงได้มาไม่ยาก

        "จะว่าไปแล้วที่นี่รับซื้อแผ่นเหล็กด้วยหรือเปล่าครับ"

        สีหน้าพนักงานขายเหยเกเล็กน้อย แต่ก็ตอบรับกลับมาแค่ว่า "ครับ"

        "ดีเลย ถ้ายังไงรบกวนช่วยประเมินราคาที่แท้จริงของมันให้หน่อยนะครับ"

        เซรอสหยิบเอาแผ่นเหล็ก แผ่นทองแดง และแผ่นทองออกมาวางเอาไว้

        เพราะไม่มีความรู้ในการตรวจดูคุณสมบัติของแร่ว่ามีคุณภาพดีหรือแย่แค่ไหน แต่พลังในการสร้างไม่ได้สนใจเรื่องนั้นก็เลยไม่ค่อยได้คิดสักเท่าไหร่ พนักงานคนนั้นหยิบเอาขึ้นมาตรวจสอบดูคุณภาพของแผ่นแร่ทีละแผ่น จากสีหน้าที่ดูเบื่อหน่ายก็พลันเปลี่ยนเป็นซีดขาว และเริ่มเหงื่อแตกพลั่ก มือที่ถือแผ่นแร่สั่นเทาอย่างหนักจนต้องวางลงกลัวจะทำมันตกพื้นและเสียหาย

        "นะ...นี่มัน..."

        พิจารณาดูแล้วว่าแผ่นแร่นี้เกินระดับที่เขาจะรับผิดชอบไหว ถ้าไม่ใช่คนที่มีความชำนาญจริงมาดูล่ะก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เลยก็ได้ หากบอกราคามั่วๆ ไปแม้เพียงนิดเดียวก็ยุติการค้าขายไปได้เลย

        พนักงานร้องขออนุญาตและวิ่งหายเข้าไปในส่วนของห้องตีเหล็ก ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีก็เรียกคนแคระคนหนึ่งออกมาได้ แถมยังตวาดใส่ด้วยถ้อยคำที่หยาบคายอีกต่างหาก ถึงอย่างนั้นคนถูกด่าก็ได้แต่ยิ้มรับและผงกหัวปรกๆ ถ้ามองจากริ้วรอยแล้วคงมีอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปีเป็นอย่างต่ำ แต่ก็ยังคงแข็งแรงดีอยู่ ปีนขึ้นมาบนแท่นทำพิเศษเพื่อให้ครึ่งตัวนั้นโผล่พ้นจากเคาเตอร์

        "อืม..." เพียงแค่จับมันขึ้นมาดูก็รู้ได้ทันทีว่าทำไมลูกจ้างของเขาถึงได้ต้องวิ่งมาขอให้ช่วย หันไปมองเซรอสที่ยืนจ้องตอบกลับมาแล้วถามว่า "...เจ้าไปได้มาจากที่ไหน"

        "ทำขึ้นมาเองครับ"

        เซรอสไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย พลังในการสร้างนั้นจำเป็นต้องได้รับคำยืนยันจากเขาเวลาต้องการจะสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมา นั่นรวมไปถึงการสั่งให้ทำแผ่นแร่นี้ออกมาเป็นจำนวนมากอีกด้วย

        ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเหล็ก แผ่นทองแดง หรือแผ่นทอง ภายใต้ดวงตาที่เฝ้ามองพวกมันมาจนมีประสบการณ์โชกโชน มองเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามันคือแผ่นแร่ที่มีความบริสุทธิ์มากที่สุด ยิ่งมีความบริสุทธิ์มากเท่าไหร่มูลค่าของยุทธภัณฑ์ก็สูงมากขึ้นตามไปด้วย เกราะอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่ามีความทนทานสูงมากก็สร้างจากแร่เงินที่มีความบริสุทธิ์เช่นกัน แต่การจะได้แร่บริสุทธิ์นั้นจะต้องใช้เวลาในการทำมันขึ้นมา ตลอดช่วงชีวิตหนึ่งของคนแคระนั้นแทบจะนับครั้งได้ที่ได้เห็นพวกมัน

        ถ้าจะว่ากันด้วยราคาของมัน แม้แต่ราคาสิบเหรียญทองโทเฟนก็ยังเห็นว่าถูกเกินไปเสียด้วยซ้ำ ถ้าต้องนำไปสร้างเป็นเกราะอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่มูลค่าไม่ต่ำกว่าสองล้านเหรียญทองโทเฟน อย่างไรก็ตามปกติแล้วไม่ค่อยจะได้เห็นแร่ชนิดอื่นที่ถูกทำให้มีความบริสุทธิ์แบบนี้เลยสักครั้ง

        มันต้องใช้แร่จำนวนมหาศาลเพื่อทำให้มันมีความบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้

        หากเซรอสสามารถอ่านความคิดของคนแคระตรงหน้าได้ คงบอกความจริงไปแล้วว่ามันใช้แร่แค่ 5 ก้อนเท่านั้น

        "เจ้าต้องการขายในราคาเท่าไหร่"

        "เอาตามที่คุณเห็นว่าสมควรเลยครับ"

        แสดงออกถึงความโอ้อ่าใจกว้าง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็แค่ตัดสินใจไม่ได้เหมือนกันว่าจะขายในราคาเท่าไหร่ ขืนบอกไปว่าจะขายในราคาแค่ '200 เหรียญเงินโทเฟน' ก็จะกลายเป็นว่าไม่รับซื้อก็ได้ ถึงตอนนั้นเขาต้องโดนกดราคาขายแน่

        "ทองแดงนี่ข้าให้ 5 เหล็กนี่ให้ 10 แล้วก็ทองนี่ให้ 25 ก็แล้วกัน"

        เพราะมีแค่แผ่นเดียว ถึงจะให้ราคาดีที่สุดก็ยังต้องเอาไปผสมกับแร่ชนิดอื่นเพื่อทำเป็นอาวุธ

        'ถูกชะมัดเลยแหะ' เซรอสกลบสีหน้าไม่พอใจของตัวเองด้วยโปกเกอร์เฟซ

        แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะขาย เลยนำทั้งหมดออกมาวางและขอให้ช่วยรวมราคาให้เลย แต่เขาคิดแล้วล่ะว่าคงได้เงินรวมกันแค่ 4 เหรียญทองโทเฟน ยังไม่ได้ทุนคืนจากการซื้ออาวุธไปเลยด้วยซ้ำ

        เมื่อได้เห็นจำนวนทั้งหมดที่นำออกมา ใบหน้าของคนแคระก็พลันบิดเบี้ยว เห็นหนวดเคราสั่นกระเพื่อมและคว้าพวกมันขึ้นมาดูทีละอัน พบว่าทั้งหมดนี้คือแร่ที่มีความบริสุทธิ์เทียบเท่ากับอันที่ได้ตรวจสอบเมื่อสักครู่ สลับกับมองชายหนุ่มที่ทำหน้านิ่ง ตระหนักได้แล้วว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องไม่ใช่ธรรมดาอย่างแน่นอน

        ถึงพวกเขาจะสามารถถลุงแร่และทำออกมาให้บริสุทธิ์ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะบริสุทธิ์ได้เต็มสัดส่วนขนาดนี้

        "เจ้าหนุ่ม เจ้าชื่ออะไรงั้นรึ?"

        "เซรอสครับ"

        "อย่างงั้นเหรอ เรื่องราคานั่นน่ะพอดีมันเกิดความผิดพลาดขึ้นนิดหน่อย เอาเป็นว่าเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองก่อน

        เฮ้ย! ไอ้เจ้าเด็กฝึกงาน เตรียมห้องรับรองแขกเดี๋ยวนี้เลยโว้ย!

        มีคนอยู่งั้นเหรอ จับมันโยนออกไปเลย!

        ลูกหลานมาร์ควิสอะไรใครสนกัน? จะให้มันนั่งรอหาบิดารึไง ข้าบอกให้ไล่มันกลับไปเดี๋ยวนี้"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 988 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #13625 0825374303 (@0825374303) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 21:17
    คือมันโง้อ่ะ
    ไม่ไปหาความรุ้ก่อน
    ขายของโดยไม่รุ้ราคา
    โดนกดราคาซะ
    #13625
    0
  2. #9894 ปาร์ค ชานส้ม (@kcegalaxy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 13:37
    สนุกมากเลยค่ะ
    #9894
    0
  3. #9375 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:29
    ขอบคุณครับ
    #9375
    0
  4. #8525 lego098707 (@lego098707) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 21:18
    ข้อมูลความรู้คืออาวุธ เซรอสมันเคยพูดไว้ แล้วตอนเข้าเมืองมันไม่ไปหา พวกหนังสือหรืออื่นๆที่ให้ความรู้ล่ะ?? อย่างพวกเวท พวกการดูเหล็ก เรื่องๆทั่วไปๆ?
    #8525
    0
  5. #8167 Aphichai Jeenkul (@apc3147045) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 10:56
    <p>ค่าเงินมันแปลกๆ อยู่นะไรต๋เตอร์ ลองเปรียบกับค่าเงินบาทดู ขนมปังก้อนละ 1 ทองแดงก้อตีซะว่า 10 บาท เหรียญเงินที่ชาวบ้านไม่มีทอนก้อเท่ากับแบงค์พัน เหรียญทองก้อเหรียญละล้าน
    มีดสั้นเล่มละ 20 ล้าน โอ้ แม่เจ้า ใครจะซื้อกัน แผ่นเหล็กแผ่นละ 10 ล้าน 5 แผ่นทำเกราะได้ 1 ชุดก้อชุดละ 50 ล้าน บวกค่าแรงกับกำไรก้อชุดละ 100 ล้าน ในเมืองนี้มันจะมีคนมีตังค์ขนาดนี้สักกี่คนนะ
    แล้วพวกนักผจญภัยที่อยู่ห้องพักคืนละห้าเงินโทเฟน คือห้าพันบาท ต้องทำยังไงถึงจะมีตังค์ไปซื้อมีดเล่มละ 20 ล้านมาใช้ได้ล่ะ ไหนจะดาบที่น่าจะแพงกว่านี้เยอะ ชุดเกราะอีก 100 ล้าน เฮ้อ มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย</p>
    #8167
    0
  6. #7731 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:48
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7731
    0
  7. #6996 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:03
    ถึงกะไล่แขกกันเลยทีเดียว 5555
    #6996
    0
  8. #6619 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 20:14
    เดี๋ยวๆ นั่นลูกมาร์คมิสนะพี่ 5555555555
    #6619
    0
  9. #6278 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 09:28
    โธ่พี่เซ นั่นมันราคาเหรียญทองไม่ใช่เหรียญทองแดง!
    #6278
    0
  10. #4424 22933855 (@22933855) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 15:55
    พระเอกเทพมาก
    #4424
    0
  11. #4341 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 23:40
    ราคาเหรียญทองทั้งหมดชัว
    #4341
    0
  12. #3816 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 20:54
    0-0มีความอึ้ง กับความเก๋าของคนแคระ555ไม่สนใครเลยจริงๆนะเนี่ย555
    #3816
    0
  13. #3743 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:38
    เทพไปอีกก
    #3743
    0
  14. #2930 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 13:27
    รวยแล้วทีนี้
    #2930
    0
  15. #1723 The Loner (@deartears) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 18:47
    ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมกันเลยทีเดียว 55+
    #1723
    0
  16. #1677 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 18:29
    555 ถึงกับไล่ออกร้าน
    #1677
    0
  17. #1327 peespirit (@peespirit) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:36
    ตอนเรียน ถามค่าเหลียนยังทำได้ พอเอาของเนียนไปขาย โชว์ตกม้าตายให้ดูชะงัน
    #1327
    1
    • #1327-1 ---- (จากตอนที่ 11)
      28 มิถุนายน 2560 / 05:52
      ค่าเงินมันเรียนรู้ง่ายครับในต่างแดน ถ้าไม่โดนโก่งราคาสินค้าเราก็พอจะรู้ค่าเงินแบบคร่าวๆได้ ปกติเราก็จะใช้วิธีถามเอาจากหลายๆร้านเอาเพื่อไม่ให้โดนโก่งราคายกเว้นในกรณีที่ผู้ขาย/ผู้ให้บริการรวมหัวกัน ไม่ต้องคิดไกลครับก็อย่างที่เรารวมหัวกันโก่งราคาฝรั่ง ... แต่ถ้าเป็นสินค้าเฉพาะทางมันยากที่เราจะประเมินราคาได้ถูกต้องครับ บางทีแค่ต่างเมืองราคาก็ต่างกันลิบแล้ว
      #1327-1
  18. #1311 mewpeter (@mewpeter) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 11:02
    พี่แคระพี่แม่งสุดจะบรรยายเลย555
    #1311
    0
  19. #795 Jamesky (@Jamesky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 22:04
    หนังสือแพงไปหรือเปล่าครับตั้ง 5 ทอง ค่าหัวออร์ค วอริเออร์ ยังได้แค่ 2 ทองเอง
    #795
    3
    • #795-2 ---- (จากตอนที่ 11)
      28 มิถุนายน 2560 / 06:08
      ก่อนที่จะมีเทคโนโลยีการพิมพ์ราคาหนังสือมันค่อนข้างสูงครับ ถ้าผมมีความรู้มากพอในสมัยก่อนผมใช้เวลาหลายวันในการเขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง เขียนด้วยมือ กว่าจะได้แต่ละเล่ม เขียนมาแล้วจะมีคนสนใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วถ้าความรู้ผมไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายล่ะ เขียนตำราทำสวนชาวบ้านทั่วไปก็ไม่มีปัญญาซื้อขุนนางก็วิสัยทัศน์ต่ำกดขี่ชาวบ้านเอาแป๊ปๆก็ได้แล้วผลผลิต ให้ปี๊ดบุตรชายที่วันๆเอาแต่นั่งเปเยหญิงไปรีดนาทาเร้นชาวบ้านเอาก็ได้แล้วง่ายจะตาย ไหนสิ่งที่ใช้เขียนอีก ใช้อะไร? กระดาษ หนังสัตว์ ผ้าไหม ของพวกนี้มีราคามากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแค่เรื่องที่จะเขียนยังต้องคิดแล้วคิดอีกเลยว่าจะขายได้มั้ยว้า บทขายได้กำลังผลิตก็ต่ำ จะเอาแรงงานทาสมานั่งเขียนก็ไม่ได้เพราะในสมัยโบราณคนที่อ่านเขียนได้มีจำนวนไม่มาก หรือถ้าจะสอนทาสให้มีความรู้แล้ว ควบคุมยากครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจครับที่ราคาของมันสูง
      #795-2
    • #795-3 ADSAASA (@ADSAASA) (จากตอนที่ 11)
      18 กรกฎาคม 2560 / 15:08
      หนังสือมนุษย์สัตว์และสัตว์ประหลาดเล่มละ500,000โทเฟน
      #795-3
  20. #541 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:38
    เซรอสเอ้ยยยยย คิดว่าเป็นเหรียญเงินชัวเลย
    #541
    0
  21. #196 Aitzee (@Aitzee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 12:44
    แค่คิดกดราคาชีวิตเปลี่ยนเลยนะนายช่าง
    #196
    0
  22. #128 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 12:48
    หาตังค์ๆ
    #128
    0
  23. #65 yingsawpee141328 (@yingsawpee141328) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 21:07
    สนุกมากเลยค่ะ รอนา~
    #65
    0
  24. #64 thai-061 (@thai-061) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 15:48
    รอต่อป่ายยยคับสนุกกก
    #64
    0
  25. #63 Kornkanoklemsa (@Kornkanoklemsa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 13:11
    หนุกมากเลยค่ะ
    #63
    0