ตอนที่ 109 : SS2 Episode Forty-Nine : น้ำสลัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2135 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

SS2 Episode Forty-Nine

 



       บ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในสถานที่ห่างไกลจากชุมชน ผู้ที่เคยผ่านไปมาบริเวณนั้นย่อมต้องจดจำบ้านหลังนี้เอาไว้ในใจและยกย่องให้ว่ามันเป็นบ้านที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา มีรั้วกั้นรอบด้านแสดงอาณาเขตพื้นที่เหมือนคฤหาสน์ของขุนนาง แม้ว่าพื้นที่เหล่านั้นจะมีอยู่อย่างจำกัดแต่ภายใต้การจัดระเบียบจึงสามารถเพิ่มอาคารเล็กๆ ขึ้นมาได้ และดูไม่น่าอึดอัดอย่างที่คิด นอกจากนี้ก็ยังมีสวนดอกไม้ปลูกอยู่ข้างบ้านร่วมกับแปลงเพาะปลูกแครอทที่มีการปักหุ่นฟางประหลาด

       ปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้ถูกปรับปรุงภายในใหม่หมดให้เป็นสไตล์เอิร์ธโทน เพิ่มความสว่างด้วยแสงจากธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์ภายในก็ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของบ้าน มันแตกต่างจากบ้านทรงโบราณคร่ำครึที่ถอดแบบมาจากรูปแบบที่เหมือนๆ กัน

       การตกแต่งบ้านเป็นเพียงแค่งานเบื้องต้นเท่านั้น เซรอสใช้เวลาเพียงหกชั่วโมงก็เปลี่ยนแปลงภายในทั้งหมดเพื่อความต้องการส่วนตัว มองออกไปด้านนอกเห็นพื้นที่เปิดโล่งมีไว้เพื่อทานอาหารนอกบ้านในช่วงเวลาที่อากาศดี อาจจะได้เพลิดเพลินไปกับสวนดอกไม้และแปลงแครอท ยามว่างก็สามารถนอนอาบแดดได้ ตอนนี้เซรอสเกิดความคิดที่อยากจะปลูกสนามหญ้าขึ้นมาบ้างแล้ว อย่างน้อยให้มันมีสีเขียวบ้างคงจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเยอะ

       ที่ห้องนั่งเล่นมีรูปวาดอัดกรอบรูปบานใหญ่อยู่หนึ่งบาน รูปวาดนี้เซรอสวาดมันขึ้นมาเพื่อให้เข้ากับห้องที่สุดแม้ว่าจะมีแขกมาและถูกดึงความสนใจไปที่รูปภาพแต่มันก็เป็นแต่ภาพของทุ่งดอกไม้ที่ดูไม่มีอะไรแค่นั้น ความลับที่แท้จริงอยู่เบื้องหลังกรอบรูปต่างหาก เพราะมันคือหน้าจอแสดงผลเหมือนคอมพิวเตอร์ซึ่งควบคุมมันได้ผ่านแผงคีย์บอร์ดที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ นอกจากนี้กระจกใสที่มองเห็นได้กระทั่งภายนอกเมื่อเปิดการทำงานมันจะเป็นกลายเป็นกระจกดำและฉายภาพจำลองหลอกตา ในขณะที่ภายในบ้านนั้นมืดสนิทเหมือนห้องปฏิบัติการลับที่เห็นบ่อยในภาพยนตร์

       ในระหว่างที่ปรับปรุงบ้านก็ได้ให้ทั้งสองคนออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก เพื่อที่จะได้ไม่ล่วงรู้ความลับของบ้านหลังนี้มากจนเกินไป อย่างน้อยก็จนว่าทั้งคู่จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษที่สอนให้ได้อย่างชำนาญ ไม่อย่างนั้นขืนเผลอไปกดอะไรเล่นมั่วซั้วบ้านหลังนี้ได้กลายเป็นจุลพร้อมด้วยแรงระเบิดที่ทำลายเมืองทั้งเมืองทิ้งได้เลย มันเป็นมาตรการสุดท้ายเพื่อไม่ให้ผู้ใดได้มีโอกาสครอบครองเทคโนโลยีระดับสูงซึ่งส่วนใหญ่เป็นของที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือจึงไม่สามารถลบมันทิ้งได้ด้วยพลังในการสร้าง

       พอคิดว่าเดี๋ยวเด็กพวกนั้นกลับมาก็คงร้องบ่นว่าหิว หลังจากที่ตกแต่งบ้านเสร็จไปหลายส่วนแล้วก็รื้อค้นดูของในตู้แช่เย็นพอจะยังมีของเหลืออยู่บ้าง ส่วนที่ขาดก็แค่ไปเก็บจากเรือนกระจกมาเติม

       เฟนริลเป็นสุนัขป่าแสนรู้ มันมานั่งรออยู่ที่หน้าครัวเงยหน้ามองดูเซรอสทำอาหารหวังว่าจะมีเผื่อในส่วนของมันบ้าง ชายหนุ่มหันมาเห็นท่าทางที่ออกไปในทางคล้ายกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ที่ว่ากันว่าเป็นสายพันธุ์ที่เพี้ยนมาก

       “หิวแล้วเหรอแก” เขาหยิบไส้กรอกไปนึ่งให้อุ่นและนำไปวางไว้บนจานส่วนตัวของมัน “ระวังด้วยมันร้อนอยู่ แล้วก็อย่าพึ่งออกไปที่ไหนเด็ดขาดล่ะ มูลค่าในตัวแกน่ะมันมหาศาลแถมยังเป็นตัวปัญหาด้วย”

       “โฮ่ง”

       ที่จริงเซรอสไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะให้เฟนริลตามมา แต่จะปล่อยทิ้งไว้ที่บ้านโดยไม่มีใครดูแลก็ไม่ได้เหมือนกัน จะว่าไปเพราะเลี้ยงดูแบบตามใจเหมือนสัตว์เลี้ยงไม่ใช่สัตว์นักล่าทำให้พฤติกรรมของมันกลายพันธุ์ไปเป็นที่เรียบร้อย

       อยากจะบอกสถานะของมันให้รู้เลยว่ามันเป็นสุนัขป่าสายพันธุ์นักล่าฮาวน์บาวด์ ไม่ใช่ไซบีเรียนฮัสกี้จอมเพี้ยน

       ซาริกลับมาถึงบ้านก็ตกตะลึงกับบ้านที่เปลี่ยนไปจากเดิม มันเหมือนเป็นบ้านหลังใหม่เพราะมีการจัดโครงสร้างภายในใหม่หมดทางขึ้นไปที่ห้องนอนเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ส่วนห้องน้ำก็ขยายพื้นที่ขึ้นเล็กน้อยและไม่จำเป็นจะต้องไปเสียเวลาก่อไฟต้มน้ำ เพียงแค่ปรับหมุนสวิทซ์ก็จะเลือกได้ว่าจะใช้น้ำร้อนหรือน้ำเย็น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นำพาความประหลาดใจให้กับซาริเป็นอย่างมาก เธอถึงกับเต้นระบำท่าบูชาเทพเจ้ารอบบ้านและมาจบลงที่ห้องครัว

       เซรอสคิดถูกแล้วที่เตรียมทำมื้อเที่ยงเอาไว้แต่เนิ่นๆ ซาริท้องร้องดังโครกครากและจบลงที่นอนฟุบตัวอยู่บนโต๊ะ ออดอ้อนขอมื้อเที่ยงจากเซรอสถึงอย่างนั้นปากกับเคี้ยวกินแครอทเสียงดัง น่าจะรู้อยู่แก่ใจดีแล้วว่าทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับการส่งเสริมให้เสียนิสัย แต่ทำยังไงได้ในเมื่อเขาไม่ได้อยากให้ซาริเติบโตมาโดยมีความเชื่อฝังหัวที่ว่าตนเองเป็นทาสหรือสาวใช้ เขาต้องการให้ซาริเลือกอนาคตของตัวเอง ตัดสินใจด้วยตัวเอง และเติบโตเป็นคนธรรมดา

       “ถ้าจะออกไปเล่นกับเพื่อนต่อก็เอานี่ไปแบ่งด้วยก็แล้วกัน” เซรอสนำตะกร้าแซนด์วิชมาวางเอาไว้ให้ ซาริเปิดและดมกลิ่นดูจนรู้ว่าไม่มีไส้แครอทก็เลิกสนใจ “ว่าแต่ฟรานอยู่ไหน ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นด้วยกันเหรอ?”

       “ไม่ทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ ซาริแยกกับฟรานหลังจากซื้อนมเสร็จแล้วเจ้าค่ะ” พูดถึงตรงนี้ซาริก็คิดได้ว่านมขวดที่ซื้อมาต้องนำไปแช่เย็น โชคดีที่มันถูกเก็บเอาไว้ในแหวนมิติจึงมีสภาพเหมือนพึ่งจะออกมาจากฟาร์มใหม่ๆ รวมทั้งของที่ไปซื้อมาด้วย

       “นั่นสินะ ฟรานไม่ใช่เด็กๆ แล้วคงอยากจะมีสังคมเป็นของตัวเองบ้างอะไรบ้าง” เซรอสพยายามทำความเข้าใจกับฟราน

       นึกถึงสมัยก่อนที่ตนเองต้องไปร่วมแก๊งของพวกกลุ่มเด็กโตยึดสนามเด็กเล่นเป็นของส่วนตัว จนเมื่อตนเองเติบใหญ่และหันกลับไปมองตัวตนในอดีตก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่ามันเป็นการกระทำที่ไร้สาระอย่างไงก็ไม่รู้

       “ถ้าอย่างนั้นซาริออกไปเล่นต่อนะเจ้าคะ”

       “กลับมาก่อนมืดด้วยล่ะ” เซรอสตะโกนไล่หลังซาริที่วิ่งพรวดออกจากบ้านไปพร้อมกับตะกร้าแซนด์วิช

       หันกลับมามองดูบ้านที่ยังคงเหลือจุดที่ยังเก็บงานไม่เสร็จ เซรอสถลกแขนเสื้อขึ้นและเริ่มลงมือทำงานที่คั่งค้างต่อให้เรียบร้อย ไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่ไม่รู้จักดังมาจากข้างนอกบ้านและดูเหมือนว่าเป้าหมายจะเป็นบ้านหลังนี้ซะด้วย ชายหนุ่มวางมือจากงานและหยิบมีดที่ซ่อนไว้ออกมาเตรียมพร้อมรับมือ หยุดอยู่ที่ประตูหน้าบ้านมองผ่านช่องตาแมวพอเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงซึ่งดูจากลักษณะภายนอกนั้นจะต้องเป็นเอลฟ์ และข้างๆ กันก็คือฟราน รู้แบบนี้แล้วจึงเก็บซ่อนมีดพร้อมทั้งเปลี่ยนใบหน้าแสดงอารมณ์

       ชายหนุ่มเปิดประตูออกไป

       “กลับมาแล้วสินะฟราน ขอยืมมือช่วยงานตรงนี้สักหน่อย ยายซารินี่พอได้มื้อเที่ยงปุ๊บก็หนีออกไปเที่ยวเล่นทันทีเลยให้ตายสิอ้าว!” เซรอสหยุดชะงักมองดูหญิงสาวที่เดินตามฟรานมาด้วย “….ใครกันล่ะเนี่ย เพื่อนเหรอ?”

       ฟรานส่ายหน้าแล้วตอบ “ไม่รู้จัก”

       “เฮ้! พูดแบบนั้นได้ไงยายเปี๊ยก ข้าแนะนำตัวเองไปแล้วว่าเป็นใครยังกล้าพูดอีกเหรอว่าไม่รู้จักน่ะ”

       “ไม่อยากรู้จัก”

       “หน็อย! ยายเปี๊ยกนี่”

       เซรอสสำรวจครู่หนึ่งเพื่อตรวจดูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคน สไตล์การแต่งกายไม่ใช่ผู้ดีมีชาติตระกูลแต่เป็นชุดที่เน้นความคล่องตัว กล้ามเนื้อค่อนข้างสมบูรณ์บ่งบอกถึงศักยภาพในการต่อสู้ได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังมีกลิ่นอายของความตายอยู่รอบตัวของผู้หญิงคนนี้ แววตากล้าแกร่งคงผ่านสงครามมาอย่างโชกโชน ในขณะที่ฟรานมีเครื่องประดับเป็นป้ายทองแดงสำหรับนักผจญภัยฝึกหัดเลยพอจะเดาสถานะของผู้หญิงคนนี้ได้ในเบื้องต้น

       “สวัสดีผมเซรอส เซรอส แอชเชอร์”

       “อันเอซู นักผจญภัย พอดียายเปี๊ยกนี่ไปสมัครเป็นนักผจญภัยเลยได้รู้จักกันจากการทดสอบนิดหน่อย”

       “หลอกกันด้วย” ฟรานพูด เดินผ่านเซรอสเข้าไปในบ้านก่อนจะมีสภาพเดียวกับซาริตอนที่เข้ามาในบ้านครั้งแรก “ตกแต่งใหม่?”

       “ใช่แล้วล่ะ ทุกอย่างแทบจะเหมือนเดิมไม่ต้องกลัวว่าจะเดินหลง” เซรอสตอบคำถามฟราน แล้วหันไปพูดกับอันเอซู “ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ ฟรานก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยังไงก็เชิญเข้ามาก่อนได้เลยครับผมพึ่งจะตกแต่งบ้านใหม่เสร็จไปได้แค่ครึ่งเดียว”

       เซรอสผายมือและเปิดทางเชิญให้เอลฟ์หญิงเข้ามาในบ้าน

       “นี่มัน!” อันเอซูมีปฏิกิริยาหลังได้ก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้าน “เป็นบ้านที่น่าอยู่มาก ทำเอาโรงแรมที่ข้าพักอยู่เป็นรังหนูไปเลย”

       บรรยากาศภายในบ้านค่อนข้างปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ใช้แสงจากธรรมชาติทำให้บ้านดูสว่างขึ้นไม่เหมือนกับอาคารบ้านเรือนในเมืองที่ค่อนข้างมืดทึบแม้จะเปิดหน้าต่างรับแสง บนเพดานในห้องนั่งเล่นมีใบพัดทำจากไม้ขัดเงาสวยงาม เครื่องเรือนที่ใช้ตกแต่งบ้านก็เป็นของที่ดูมีราคา ติดก็แค่มันไม่มีแจกันลายครามหรือรูปปั้นสตรีประดับบารมีวางเรียงรายเหมือนคฤหาสน์ของขุนนาง

       ห้องนั่งเล่นมีโซฟาแสนนุ่มสบายที่ซาริทำสัญลักษณ์เป็นขนปุยสีขาวที่ร่วงกระจุยอยู่ตามมุมต่างๆ เซรอสเชื้อเชิญให้อันเอซูนั่งรอขณะที่ตนเข้าไปเตรียมเครื่องดื่มเพื่อต้อนรับ

       “คุณอันเอซูดื่มน้ำสมุนไพรหอมได้สินะ”

       “ก็ไม่ได้รังเกียจของราคาแพงแบบนั้นนักหรอกนะ”

       “งั้นรับน้ำเปล่าดีไหมครับ”

       “เอาน้ำสมุนไพรหอมนั่นแหละดีแล้ว”

       เซรอสยิ้มกวนๆ และชงเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีกลิ่นกับรสชาติที่หอมหวาน แต่เดิมมันเป็นสินค้าที่มีราคาแพงและหาซื้อได้เฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น พวกเขามักจะใช้มันเพื่อจัดงานเลี้ยงน้ำชาหรือเสิร์ฟให้กับแขกที่มาเยี่ยมเยือน จะมีหลุดมาให้คนธรรมดาได้ซื้อเก็บเอาไว้ก็แค่เล็กน้อย เซรอสได้รับมันมาจากคาเรนเป็นของตอบแทนแต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ดื่มเพราะแต่ละคนในบ้านก็มีเครื่องดื่มเฉพาะของตนอยู่แล้ว

       เครื่องดื่มสมุนไพรถูกเสิร์ฟพร้อมกับคุกกี้รสผลไม้ อันเอซูไม่เคยเห็นขนมหน้าตาแบบนี้มาก่อนจึงลังเลที่จะหยิบมากิน คงเป็นเพราะขนมส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยมของโลกนี้จะเน้นความหวานของน้ำตาลจึงมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน จนถึงตอนนี้เซรอสยังไม่เห็นว่าจะมีเค้กขายนอกจากขนมปังเคลือบน้ำตาลแต่งหน้าด้วยผลไม้ที่ดูเป็นขนมหวานแห่งยุคนี้

       ฟรานไม่รีรอที่จะหยิบขึ้นมากินแล้วถามถึงมื้อเที่ยงที่เซรอสน่าจะทำเอาไว้ให้ ได้คำตอบว่ามันถูกเก็บเอาไว้ในตู้ก็เดินไปหยิบมันออกมากิน วันนี้เธอใช้พลังงานไปเยอะมากจึงหิวเป็นพิเศษ

       “รสชาติเป็นยังไงบ้างครับ”

       “ไม่เลว” อันเอซูซดไปอีกหลายอึก “มันหอมและหวานมาก ข้าไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ดื่มบ่อย น่าจะสักเมื่อยี่สิบปีก่อนได้ล่ะมั้งที่รับมาเป็นค่าแรงที่ช่วยจัดการกับโจรป่าที่ดักปล้น ช่วงปีนั้นยังไม่ค่อยได้รับความนิยมแพร่หลายก็เลยมีราคาถูก แต่ปัจจุบันราคามันถีบตัวสูงขึ้นจนแม้แต่ข้าก็ยังหาซื้อได้ยากเหมือนกัน ว่าแต่ว่ารสชาตินี่มันค่อนข้างต่างจากที่เคยดื่มมาก ไม่สิ เจ้านี่รสชาติดีกว่ามาก”

       “ถ้าผสมกับน้ำผึ้งจะได้รสชาติความหวานที่นุ่มนวล”

       “น้ำผึ้ง? ใช้ของแพงขนาดนั้น” อันเอซูชะงักไปครู่หนึ่งและมองไปรอบๆ ก็พอจะเข้าใจได้ระดับหนึ่งว่าหนุ่มน้อยตรงหน้าไม่ได้มีสถานะยากจนอย่างที่คิด แต่เป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยในระดับหนึ่ง

       เซรอสยิ้มอ่อนและตอบ “มันก็ไม่ได้แพงขนาดหาซื้อด้วยเงินไม่ได้ไม่ใช่หรือครับ เพื่อให้ได้กินของที่อร่อยขึ้นแพงนิดหน่อยจะเป็นไรไป”

       “นั่นมันก็จริง” อันเอซูไม่เถียง ถึงมันจะมีราคาแพงยังไงก็ยังถือว่าถูกกว่าอาวุธชั้นเลิศที่ใช้เพื่อปกป้องชีวิตหรืองานศิลปะที่เธอมองว่ามีแต่คนโง่เท่านั้นที่ซื้อมาตั้งเอาไว้ในบ้าน “แต่น้ำผึ้งในช่วงนี้ราคามันแพงมาก ไหหนึ่งก็ปาเข้าไปเป็นเหรียญทองแล้ว เจ้าไปหาซื้อมาได้ยังไงกันแน่”

       “บางครั้งการมีเครือข่ายที่มีเครดิตดีๆ ในตลาดการค้าก็ช่วยให้เราได้สิ่งของที่มีอยู่จำกัดเฉพาะกลุ่มอยู่ด้วยนะครับ” เซรอสตอบด้วยรอยยิ้ม

       น้ำผึ้งนั้นเป็นของหายากเพราะมันถูกปล่อยออกมาในจำนวนที่จำกัด ทุกคนต่างก็รู้ว่ารังผึ้งมีน้ำผึ้งแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเสี่ยงเข้าไปเก็บมันมา คนที่นำมาขายนั้นมีวิธีการแต่ไม่เปิดเผยเพื่อชิงความได้เปรียบในตลาดการค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นเขาได้มาจากคาเรนอีกทีโดยเขาได้ร้องขอข้อมูลสินค้าและวัตถุยอดนิยมที่คนแต่ละระดับชนชั้นให้ความสนใจเพื่อเจาะกลุ่มตลาดตัวอย่าง

       ดูเหมือนน้ำผึ้งจะใช้ทำอะไรได้อีกเยอะ เอาไว้ค่อยหาวิธีนำไปทำฟาร์มเลี้ยงผึ้งทีหลัง

       “ดูไม่ออกเลยนะว่าเด็กหนุ่มอย่างเจ้าจะมีเครือข่ายอะไรแบบนั้นด้วย ถ้าข้าจำไม่ผิดข้าไม่เคยเห็นเจ้าในเมืองนี้มาก่อนเลย รู้ใช่ไหมว่าการซื้อที่ดินที่นี่อย่างน้อยจะต้องมีตัวตนอยู่ในเมืองแห่งนี้ คงไม่อนุญาตให้ใครที่ไหนเข้ามาเป็นพลเมืองโดยไม่มีการตรวจสอบ” อันเอซูกล่าวหยิบเอาขนมที่เซรอสเตรียมให้เข้าปาก แต่แค่ชิ้นเดียวเธอก็เบิกตาค้างก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และหยิบชิ้นต่อไป

       “นั่นก็เป็นผลพวงจากการที่มีเครือข่ายดีๆ เช่นกันครับ มีกรณีหลายอย่างที่เป็นไปได้มากที่สุดยกตัวอย่างเช่น ญาติที่อยู่ต่างเมืองมาขอพักอาศัยอยู่ที่เมืองนี้เพื่อหางานทำ โอ้ พอดีมีบ้านที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วยหลังหนึ่งนี่นา ถ้างั้นเอาแบบนี้ยกให้เขาอาศัยอยู่ไปก่อนแล้วค่อยทำสิทธิ์พลเมืองให้ในภายหลัง แบบนี้พอจะเป็นไปได้หรือเปล่าครับ” เซรอสตอบ

       อันเอซูตั้งใจจะเถียงกลับแต่ก็เงียบไป เธอทราบว่าการขอสิทธิ์พลเมืองสามารถทำได้และเรื่องที่เซรอสพูดมาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปัจจุบันก็ยังมีพวกที่ย้ายอพยพจากภัยสงครามไปอาศัยอยู่กับญาติตามเมืองต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังมีพวกที่ไปเข้าตาความสามารถของคนระดับสูงแม้จะเป็นพวกร่อนเร่พเนจรก็อาจจะได้รับการดูแลอย่างดีเช่นกัน ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องดังกล่าวนั้นมีอยู่มากมายจนยากจะหาความจริงได้ถ้าไม่ถามออกไป

       “เอาความจริงนะครับ บ้านหลังนี้เป็นของท่านหญิงคาเรนซึ่งท่านหญิงก็ได้มอบให้พวกเราสามคนได้พักอาศัยระหว่างศึกษาเล่าเรียนเป็นการชั่วคราว คุณสามารถตรวจสอบเรื่องนี้ได้หากยังไม่มั่นใจ” เซรอสอธิบายรวบรัด และยกกาน้ำรินเครื่องดื่มสมุนไพรหอมให้

       “ท่านหญิงคาเรน? งั้นก็คงไม่แปลกสักเท่าไหร่เพราะตอนนี้เธอกลายเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลคนหนึ่งในไรด์การ์ดไปแล้ว”

       “อิทธิพลเหรอครับ?” เซรอสอึ้งไปเล็กน้อย ตั้งแต่กลับมาก็วุ่นอยู่กับการปรับปรุงบ้านให้กลายเป็นฐานบัญชาการนอกพื้นที่จึงไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบสถานการณ์มากนัก

       “นี่เจ้าไม่รู้เหรอ? เมื่อไม่กี่เดือนก่อนท่านหญิงคาเรนลงพื้นที่ไปเจรจากับพ่อค้าแม่ค้าต่างเมืองด้วยตัวเอง เหตุผลนั้นเท่าที่ได้ยินมาเป็นเพราะมีคนตั้งใจจะโก่งราคาวัตถุดิบที่ท่านหญิงต้องการ แทนที่จะซื้อจากพ่อค้าคนกลางก็แค่เปลี่ยนไปซื้อกับทางผู้ผลิตเสีย กลับกลายเป็นว่าปัจจุบันนี้เธอได้ครอบครองเส้นทางการค้าตลอดสามเมืองที่อยู่ติดกับไรด์การ์ด แถมยังก่อตั้งกลุ่มการค้าเซเรนสาขาใหม่ขึ้นมาเพื่อกระจายสินค้าให้ทั่วถึง”

       เมื่อลองนึกดูดีๆ ก็พอจะจำได้ว่าเคยมีเหตุการณ์ที่คาเรนเดินทางไปต่างเมืองและถูกลอบโจมตีระหว่างขากลับ โชคดีที่คำเตือนส่งไปถึงจึงไม่ได้รับอันตราย ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจความเป็นมานอกจากผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว

       “พวกเราพึ่งจะเดินทางกลับมาถึงได้ไม่กี่วันจึงไม่ได้ติดตามข่าวสาร แต่ว่านั่นมันสุดยอดไปเลยนะครับ”

       มีหลายอย่างที่เซรอสจำเป็นจะต้องอัพเดทตามให้ทัน ระยะหลังมานี้รู้สึกว่าตนเองชักจะหย่อนยานมากขึ้นจนเผอเรอปล่อยให้พลาดเรื่องสำคัญ ความจริงการสืบหาข้อมูลไม่ง่ายและไม่ยากสำหรับเซรอส ไม่ง่ายนั่นก็เพราะว่าเป็นโลกที่ข่าวลือมีอยู่มากกว่าความจริงและต้องอาศัยเวลาในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยัน และที่ไม่ยากเพราะเซรอสมีวิธีหาข่าวสารหรือสายข่าวเป็นของตนเอง

       เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องไปเยี่ยมเยียนสายข่าวที่ว่าสักหน่อยแล้ว

       “ใช่ นางเป็นคนที่สุดยอดมาก” อันเอซูชื่นชมในตัวคาเรนไม่น้อย เนื่องจากนักผจญภัยที่แรงค์สูงอย่างเธอนั้นจำเป็นจะต้องทำภารกิจที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานเป็นเดือนๆ บางครั้งก็ต้องลงไปสำรวจดันเจี้ยนเพื่อหาวัตถุดิบตามรายการที่ต้องการ ซึ่งการที่มีอาหารแปรรูปของกลุ่มการค้าเซเรนทำให้พวกเธอสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้โดยไม่ต้องกินเนื้อเค็มตากแห้งประทังชีวิต “น่าเสียดายที่สินค้าที่ขายมีแต่พวกเนื้อทั้งนั้น”

       นี่ถือเป็นข้อเสียเปรียบสำหรับเอลฟ์บางคนที่เป็นมังสวิรัติทานแต่ผักและผลไม้ พวกเขาเป็นเอลฟ์ที่เคร่งครัดเรื่องจารีตประเพณีของการเป็นผู้พิทักษ์จึงจะไม่มีทางบริโภคเนื้อ จะมีก็เอลฟ์บางกลุ่มเท่านั้นที่กินเนื้อสัตว์อื่นได้ ยกตัวอย่างเช่นฟรานก็กินได้ทั้งเนื้อและผักกับผลไม้ แต่ถ้าต้องให้เลือกระหว่างสองสิ่งนี้ฟรานก็ย่อมกินผักกับผลไม้อยู่ดี สาเหตุเท่าที่เลียบๆ เคียงๆ ถามมานั้นจุดเริ่มต้นมาจากการที่เธอถูกจับเป็นทาสและต้องร่อนเร่ไปทั่วจึงจำเป็นจะต้องกินเนื้อสัตว์เพื่อมีชีวิตรอด

       “ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็” เซรอสทำท่าครุ่นคิด หันไปมองฟรานแล้วถาม “ว่ายังไงฟรานแบ่งให้ไหม”

       “อือ เซรอสว่ายังไงก็ยังงั้น”

       ได้รับคำอนุญาตจากฟรานมาแล้วเซรอสก็ลุกขึ้นไปที่ครัวหยิบเอาขวดโหลแก้วออกมา อันเอซูมองดูด้วยความสนใจ

       “อะไรล่ะเนี่ย? ซอสแบบใหม่?”

       เซรอสยิ้มและตอบ “ให้ลองดูด้วยตัวเองน่าจะรู้ดีกว่านะครับ กรุณารอสักครู่”

       ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เตรียมผักผลไม้รวมมิตรชามใหญ่ จากนั้นก็ตักของเหลวที่อยู่ในโหลแก้วออกมาราด จากผักธรรมดาที่ดูไม่น่าจะมีความอร่อยเลยทำเอาอันเอซูเผลอลอบกลืนน้ำลายลงคอ กลิ่นเปรี้ยวจางๆ กระตุ้นความอยากอาหารทันที นึกขึ้นได้ว่าก่อนมาที่นี่ได้เสนอจะพาไปกินมื้อเที่ยงกันแต่เด็กหญิงไม่ตอบรับและบอกว่าจะกลับมากินที่บ้าน สรุปก็คือเธอยังไม่ได้ทานอะไรมาเลย

       อันเอซูรับสลัดผักผลไม้รวมมิตรมาไว้ด้วยมือทั้งสอง เหลืองมองดูชายหนุ่มที่ทำท่าทางเชื้อเชิญให้ลองทาน เธอใช้สายตาที่มากประสบการณ์มองดูส่วนผสมทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการวางยาพิษ แต่ทั้งหมดก็เป็นของที่หาซื้อได้ตามตลาด ปัญหาก็คงจะเป็นน้ำราดที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร พอคิดสงสัยก็เห็นฟารูเนียร์หยิบชามของตนเองมาและตักน้ำราดไปสองช้อนใหญ่ คลุกเคล้าให้เข้ากันและจิ้มกินต่อหน้า เมื่อไม่มีทางปฏิเสธได้ก็กลั้นใจกินมัน

       เอลฟ์สาวเบิกตากว้าง กลืนผักลงคออย่างง่ายดาย แลบลิ้นเลียริมฝีปากเก็บกวาดน้ำราดที่ติดอยู่เนื้อมุมปากกิน

       “นี่มันอะไรกันเนี่ย ผักกับผลไม้ธรรมดาแท้ๆ นี่น้ำราดนี่คืออะไร? มีขายที่ไหน? บอกข้ามาเถอะข้าจะรีบไปซื้อทันที”

       “ไม่มีขายหรอก” ฟรานตอบ

       “ไม่มี? โกหกก็พวกเจ้าน่ะมีมันนี่นา หรือว่าทำขึ้นมาเอง”

       “คือในตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการวางขายหรอกนะครับ สินค้าตัวนี้เป็นสินค้าตัวอย่างที่ท่านหญิงคาเรนนำมามอบให้เพราะเธอคิดค้นมันได้หลังจากที่ได้พบกับฟราน กรณีเดียวกันกับซอสที่ใช้กินกับเนื้อและผักบางชนิด ท่านหญิงเลยคิดว่าน่าจะมีน้ำราดที่เหมาะสำหรับผักบางท่าจะดี”

       เซรอสไม่ลังเลที่จะยกความดีความชอบให้คาเรน ที่จริงก็ยังมีโครงการจะให้คาเรนเปิดตลาดสินค้าสำหรับมังสวิรัติด้วย น้ำสลัดน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสำหรับพวกเอลฟ์หรือบรรดาผู้หญิงที่ต้องการรักสวยรักงาม

       “ผมเองก็ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักคงต้องขออภัยด้วยที่ไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้”

       “ไม่เลยๆ เจ้านี่น่ะข้าสามารถซื้อได้แน่นอน ได้กินผักอร่อยขึ้นราคาแพงนิดหน่อยจะเป็นอะไรไปเล่า” อันเอซูตอบและนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอยังตกใจเรื่องที่เซรอสใช้น้ำผึ้งเติมลงในเครื่องดื่มอยู่เลย ตอนนี้เธอกลับใช้ประโยคที่คล้ายคลึงกันเพียงเพื่อให้ได้ทานของที่อร่อยขึ้น

       สุดท้ายการมาของอันเอซูก็ไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่าเรื่องของน้ำสลัด เธอคาดหวังว่าเซรอสจะเขียนจดหมายส่งถึงท่านหญิงคาเรนเพื่อขอให้เธอพิจารณาการทำน้ำสลัดวางจำหน่าย เธออยากจะบอกลาอาหารประเภทผักที่ขายอยู่ในร้านประจำ แม้ว่ามันจะอร่อยมากในความคิดของเธอแต่หลังจากได้ลองทานสลัดผักชามนี้ ความรู้สึกเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วมันยังได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ ตอนนี้อันเอซูได้แต่รู้สึกอิจฉาแม่หนูน้อยฟารูเนียร์อย่างมากที่ได้กินอาหารอร่อยทุกวัน ไม่แปลกใจเลยที่แม่หนูนี่ปฏิเสธและยืนยันคำเดิมว่าจะกลับมากินที่บ้าน

       ก่อนกลับเซรอสได้มอบโหลน้ำสลัดให้กับอันเอซูซึ่งก็รับเอาไว้แบบไม่เกรงใจ เธอบอกว่าจะช่วยดูแลฟรานให้เป็นการตอบแทนน้ำสลัด แม้ว่าฟรานจะค้านหัวชนฝาว่าไม่ต้องการ แต่สุดท้ายก็ได้รู้ว่าอันเอซูเป็นผู้หญิงประเภทที่ชอบบีบบังคับและไม่สนใจเสียงคัดค้านของใครหน้าไหน

       เมื่ออันเอซูกลับไปแล้วเซรอสก็หันกลับมามองฟราน ใบหน้าที่เคยแสดงเป็นเด็กหนุ่มอัธยาศัยดีกลายมาเป็นแบบสุขุมเหมือนผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นใบหน้าปกติที่พวกเด็กๆ จะคุ้นชินมากกว่า

       “ไปลงทะเบียนเป็นนักผจญภัยมาแล้วสินะ”

       ฟรานพยักหน้าแล้วถาม “โกรธเหรอ?”

       “ไม่หรอก อายุสิบสามตัดสินใจได้ขนาดนี้ก็คงต้องยอมรับแล้วล่ะ” ชายหนุ่มถอนหายใจ ยื่นมือไปวางบนศีรษะของเด็กหญิงแล้วบอกว่า “ต่อจากนี้ไปถ้าจะไปทำภารกิจอะไรก็ให้บอกล่วงหน้า แล้วก็ต้องแบ่งเวลาให้ดีด้วยอย่าทำให้เสียการเรียนเชียวล่ะ”

       “อือ เข้าใจแล้ว” ฟรานตอบรับ




บทต่อไป เซรอสจะไปเดตกับอาเรตต้าจ้าาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.135K ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #10936 น้ำชา1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 13:59
    เดตหรอ ขอข้ามตอนนะ หวังว่าคงไม่มีเนื้อเรื่องสำคัญ
    #10936
    0
  2. #10711 lucifer9 (@lucifer9) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 02:17
    เมื่อไหร่จาเปิดฮาเร็มครับ
    #10711
    0
  3. #9605 woodo (@woodobadoo) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 17:58
    ทำไมเราถึงไม่ค่อยชอบอาเร็ตต้านะะ โถ่วว
    #9605
    0
  4. #9573 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 22:41
    ขอบคุณครับ
    #9573
    0
  5. #8320 Jai (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 20:44
    <p>ไม่เอาอาเรตต้ส</p>
    #8320
    0
  6. #8319 TANATOS LOVE VER (@yasimin) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 15:48
    ไม่มีนางเอกๆๆๆๆๆๆๆ
    #8319
    0
  7. #8318 Karien-Blood- (@kunggigi1) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 15:26
    ฟรานต้องเป็นนางเอกสิ
    #8318
    0
  8. #8317 real-o (@real-o) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 12:57
    เอาเป็นนางเอกเลยยย
    #8317
    1
  9. #8316 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 09:43
    นางเอก คือ ซารี้ 555
    #8316
    0
  10. #8314 markky1a (@markky1a) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 00:37
    <p>ในเรื่องนี่ชอบฟรานสุดแล้ว เป็นตัวละครที่นิ่งๆ แต่โหดเอาเรื่อง</p>
    #8314
    0
  11. #8309 tanyaporn-k (@tanyaporn-k) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 07:14
    เออ สรุปว่าคาเรนไม่ใช่นางเอกเหรอ จะมีนางเอกมั้ยเนี่ย ดูๆแล้วไม่เห็นมีใครเหมาะสม
    #8309
    1
  12. #8308 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 18:17
    จัวละครหญองเรื่องนี้เยอะมาก
    ขอตัวละครชายแจ่มๆมาสู้สาวๆหน่อยค่ะ
    อ่านไปดหมือนอยู่ในเมืองลับแล
    มีเซรอสเป็นเจ้าฮาเร็มคนเดียว
    #8308
    0
  13. #8307 makototipzall (@makototipzall) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 19:52
    สนุกมากๆเลยคะ มาต่อไวๆนะ
    #8307
    0
  14. #8305 GunTub (@guntub) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 18:24
    โคตรคุณพ่อเลย
    #8305
    0
  15. #8304 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 23:02
    <p>ว้าววววว</p>
    #8304
    0
  16. #8302 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 19:10
    เอาเลยอาเรตต้านี่แหละเอาเลย
    #8302
    0
  17. #8301 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 15:42
    อาเรตต้านี่บทเยอะเหนือความคาดหมายมากค่ะ 555555 ตอนแรกนึกว่าเป็นตัวประกอบแบบโผล่มาสองตอนจบงี้ 55555
    #8301
    0
  18. #8300 visaroot81 (@visaroot81) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 02:14
    ตอนหน้ามีเดทอยากให้คาเรนมาเห็นเซรอสกับอาเร็ตต้าเดทกันอะอยากให้นางหึงหวงเซรอส อิอิ
    #8300
    0
  19. #8299 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 02:13
    ติดตามต่อไปค้าบบบ
    #8299
    0
  20. #8297 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    สนุกๆมากๆ 

    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #8297
    0
  21. #8296 Wada Mizaki (@karno) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 17:25
    เชียร์ฟรานเป็นนางเอกได้ไหม แง้///-///ชอบ อวยแรง
    #8296
    1
  22. #8295 22710 (@22710) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 16:13
    ขอบคุณมากครับ
    #8295
    0
  23. #8292 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 02:40
    น่ายักกก
    #8292
    0
  24. #8289 Ghostmaster_zero (@Ghostmaster_zero) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:15
    ขุนพ่อเซรอสสส
    #8289
    0
  25. #8288 Pornsak Tipparad (@mojikung55) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:09
    พอดีพึ่งสังเกตุเห็นชื่อเรื่อง
    เปลี่ยนเป็นภาคท้ายแล้ว
    หรือว่าใกล้จบบทนี้แล้ว ผมนี่นั่งนับตัวละครผู้หญิงที่ออกมาในบทนี้เลยว่า ใครจะโดนหลอกล่อให้ไปเป็นเจ้าเมือง ฮ่าๆๆๆ
    #8288
    0