ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,724 Views

  • 13,681 Comments

  • 22,801 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18,202

    Overall
    2,257,724

ตอนที่ 107 : SS2 Episode Forty-Seven : อันเอซู โนอันยา แห่งป่าโบราห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2012 ครั้ง
    22 เม.ย. 61

SS2 Episode Forty-Seven

 



       ตลาดในตอนเช้าค่อนข้างคึกคัก ซาริกับฟรานต้องออกมาหาซื้อพวกเครื่องเทศ ไข่ เนื้อ และนมกลับไปกักตุนไว้ที่บ้าน

       ซาริชอบเถรไถลไปทั่วแต่ความจริงเป็นการวิ่งไปทักทายเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ทุกคนล้วนจดจำตัวป่วนอย่างซาริที่มีเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดีแม้ว่าจะหายหน้าหายตาไปนานก็ตาม แถมยังได้ของขวัญติดไม้ติดมือกลับมาด้วยเต็มตะกร้าแบบฟรีๆ ทั้งสองนั่งกินไส้กรอกที่ได้รับมาฟรีกันคนละหนึ่งไม้อย่างเอร็ดอร่อย ไม่ลืมที่จะช่วยอุดหนุนซื้อมันมาเก็บเอาไว้ทำอาหารเย็นด้วย

เด็กสองคนมาหยุดที่ฟาร์มเลี้ยงวัวจ่ายเงินไป 1 เหรียญเงินสำหรับนมสดสองขวดและยกดื่มกันที่ตรงนั้น ทุกเช้าถ้าไม่มีธุระเร่งด่วนเซรอสจะให้เงินทั้งสองคนเพื่อมาซื้อนมจากฟาร์มดื่มขณะมาจ่ายตลาด มันเป็นนมสดที่รสชาติไม่ได้แย่ไปกว่านมจากวัวที่บ้าน

       “อ๊า! อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ” ซาริวางขวดกลับคืน

       “รสชาติไม่เลว” ฟรานพยักหน้าเห็นด้วย

       ฟรานหลังจากดื่มเสร็จก็ไปยืนเกาะอยู่ที่รั้ว ไม่นานพวกวัวในฟาร์มก็ค่อยๆ เข้าไปใกล้ยืนใบหน้าให้เด็กหญิงลูบมัน ซาริเกาะขอบรั้วเช่นกันแต่กระโดดเหยงๆ รอรับนมขวดสำหรับดื่มตอนเย็น

       พอทำงานที่ได้รับมอบหมายมาเสร็จแล้วก็ไม่รู้จะไปที่ไหนกันต่อดี เซรอสบอกให้ทั้งสองออกมาซื้อของและค่อยกลับบ้านสักตอนเที่ยง เหตุผลนั้นไม่ต้องถามก็พอจะเดาได้ว่าต้องเป็นการปรับปรุงสร้างบ้านให้ดียิ่งกว่าเดิม การมีพวกเธออยู่ใกล้ๆ ไม่เพียงแต่จะเป็นการรบกวนแล้วยังทำให้งานของเซรอสเสร็จช้าขึ้นไปอีก สำหรับซารินั้นไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเธอคงจะมีสถานที่เที่ยวเล่นอยู่ในใจแล้ว เหลือแค่ฟรานที่ไม่ค่อยชอบไปไหนในที่พลุกพล่าน

       เนื่องจากเอลฟ์เด็กนั้นพบเจอได้ค่อนข้างจะยาก มีเอลฟ์ที่มาเข้าเรียนก็มีอยู่เหมือนกันแต่อายุพวกเขาก็เป็นผู้ใหญ่พอจะดูแลตัวเองได้ อาจจะสัก 60-120 ปีโดยประมาณ คงเทียบได้กับเด็กมนุษย์อายุ 15-16 ปี นอกจากนี้การจะส่งเอลฟ์เข้ามาศึกษาเวทมนตร์ในดินแดนมนุษย์ก็มักจะมาในรูปแบบของการเชื่อมความสัมพันธ์อาจจะเป็นโรงเรียนหลวงที่รับเฉพาะบุตรหลานของผู้มีฐานะทางสังคมชั้นสูง ในขณะที่เอลฟ์ที่มาเป็นนักผจญภัยได้จะต้องมีอายุอย่างน้อยก็ 200 ปีซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว

       การมีเอลฟ์เด็กมาเดินเพ่นพ่านอยู่ในเมืองของมนุษย์จึงนับได้ว่าเป็นเรื่องแปลก

       สายตาที่มองมาถ้าไม่ใช่ด้วยความกังวลด้านความแตกต่างของเผ่าพันธุ์ ก็เป็นสายตาที่เหมือนกับคนที่มองขุมทรัพย์เดินได้

       “ซาริจะไปเล่นกับเพื่อนนะเจ้าคะ” ซาริบอกแผนการของตนเอง หยุดที่บ้านหลังหนึ่งแล้วทุบประตูเรียกเด็กที่อยู่ในบ้าน

       “แยกกันตรงนี้”

       เซรอสบอกให้ออกไปเที่ยวเล่นได้อย่างอิสระจึงตั้งใจว่าจะไปเดินเล่นในเขตอื่นบ้าง ปกติการเดินเท้าในเมืองใหญ่นี้ค่อนข้างจะลำบากเพราะระยะทางมันไกลมาก ต้องเป็นคนชำนาญเส้นทางจริงๆ ถึงจะรู้ทางลัดเลาะไปยังสถานที่ที่เป็นเป้าหมายได้ คนที่มีฐานะที่ไม่ได้ร่ำรวยการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ด้วยการใช้บริการรถม้าเป็นอะไรที่สิ้นเปลือง ทำให้การใช้รถม้าในการเดินทางมักจะเป็นพวกที่มีความร่ำรวยในระดับหนึ่ง

       ไรด์การ์ดมีย่านเสื่อมโทรมอยู่หลายแห่งซึ่งเซรอสห้ามไม่ให้เข้าไปโดยเด็ดขาด สถานที่แห่งนั้นมีพวกที่ชอบทำสิ่งผิดกฎหมายและเต็มไปด้วยความรุนแรง เป็นสถานที่อโคจรที่เป็นตัวอย่างไม่ค่อยดีนักสำหรับการเรียนรู้ของเด็ก แต่เนื่องจากเซรอสเติบโตมากับเรื่องเหล่านี้ย่อมไม่มีความคิดในมุมมองของคนโลกสวยที่ปิดบังความจริงหรือต้องรอให้ถึงช่วงวัยที่ควรรู้ เขาอธิบายทุกอย่างให้ฟังราวกับเป็นเรื่องทั่วไป ด้วยการทำเช่นนี้ฟรานจึงไม่ได้มีความรู้สึกเขินอายแบบที่เด็กสาวบริสุทธิ์ควรจะเป็น

       กลับกันเด็กหญิงมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระที่ไม่ควรค่าจะให้ความสนใจ

       ฟรานเติมเต็มความหิวด้วยการสั่งซื้อไส้กรอกที่เปิดขายตอนเช้า กินไปพลางเดินเล่นไปพลางสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านค้าที่มีป้ายรูปดาบกับคทาไขว้และมีรูปโล่เป็นพื้นหลัง ร้านขายอาวุธและชุดเกราะในเมืองนี้มีอยู่ไม่มากนักและที่นี่เป็นร้านที่ค่อนข้างจะหรูเป็นพิเศษ จริงอยู่ที่เซรอสทำอาวุธมาให้เธอได้ใช้งานมัน แต่ความจริงมันดันเป็นของที่หายากอย่างแร่อาดามันเทียม มีมีดเหล็กธรรมดา คอมแบทไนฟ์ อยู่แต่ดีไซน์ของมันหรูหราจนเหมือนเป็นของชั้นดี ครั้งสุดท้ายที่ฟรานใช้มันต่อหน้าเพื่อนนักเรียนพวกเขาได้แต่ถามถึงที่มาของมันทั้งสิ้น

       ถ้าจะหาที่ถูกและเหมาะมือกว่านี้มีแต่จะต้องไปสั่งทำด้วยตัวเอง ร้านเหล่านี้เพียงแค่ทำสัญญากับร้านตีเหล็กเพื่อช่วยขายอาวุธจากช่างฝึกหัดที่พึ่งจะมีผลงานเป็นของตัวเอง อาวุธทุกเล่มจะมีการสลักชื่อแสดงให้เห็นว่าใครเป็นผู้ผลิต นักผจญภัยส่วนใหญ่แล้วจะมีช่างตีอาวุธที่ชอบเป็นของตัวเอง ช่างตีเหล็กบางคนก็มีสไตล์เฉพาะอย่างการทำเกราะให้สตรี หรือช่างที่เน้นการสร้างอาวุธหนัก ดังนั้นลูกค้าที่มาส่วนใหญ่จะไม่มองหาอาวุธแต่จะไปเลือกถามตำแหน่งอาวุธของช่างที่ชอบ

       ฟรานมีช่างที่ชื่นชมอยู่คนหนึ่งชื่อ ลูฟาส ของที่คนคนนั้นทำออกมาขายเป็นอาวุธประเภทมนตรกร พวกมันเหมือนคทาแต่ก็เป็นอาวุธมีคมและมีดีไซน์สวยงามหรูหรา เพียงแต่เขามีเพียงจินตนาการที่บันเจิดและเป็นผู้สร้างอาวุธสวยงามเท่านั้น ทั้งหมดที่ออกมาส่วนใหญ่จึงเป็นของที่เปราะบาง แตกหักง่ายไม่เหมาะจะนำไปใช้ปะทะด้วยกำลัง

       และอีกหนึ่งเหตุผลที่ฟรานชอบมากที่สุดก็คือ ลูฟาสเป็นเอลฟ์เหมือนกัน อักษรที่ใช้สลักลงบนตัวอาวุธเป็นอักษรเอเดลของเอลฟ์

       หากไม่มีความรู้ทางด้านภาษาจะเห็นเป็นตัวอักษรยึกยือเหมือนเด็กวาดรูป

       ผลงานนี้มีขายอยู่ในเมืองหลวงและค่อนข้างได้รับความนิยมในหมู่จอมเวทหญิง แต่ก็มีหลุดมาวางจำหน่ายในร้านเล็กๆ อยู่บ้าง เป็นของที่คนที่เคยอุดหนุนซื้อและนำมาขายหลังผ่านการใช้งานไปไม่กี่ครั้ง มีร่องรอยการใช้งานอยู่บ้างแต่ถูกขัดทำความสะอาดจนดูเหมือนว่ายังไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน ผู้ที่เคยซื้อและนำมาขายทิ้งพวกเขาคงเข้าใจผิด อาวุธพวกนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ใช้งานโดยตรงแต่มันต้องใช้ควบคู่ไปกับเวทมนตร์เท่านั้นจึงจะแสดงประสิทธิภาพออกมาได้

       ความสามารถของมนตรกรเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเวทมนตร์ได้ บางชิ้นจะเพิ่มคุณสมบัติทางเวทมนตร์ธาตุนั้นๆ ให้รุนแรงขึ้น มันถูกเรียกว่าเป็นเวทมนตร์ขยายพลังโจมตีให้แรงขึ้นได้ในระดับหนึ่งโดยใช้มานาเพียงเล็กน้อย มันได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็มีข้อเสียตรงที่อายุการใช้งานค่อนข้างต่ำ บางชิ้นก็สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวจึงเหมาะสำหรับนักสะสมที่คอยเก็บผลงานของช่างตีเหล็กเอาไว้เป็นคอเลคชั่นส่วนตัว

       เวทมนตร์ กับ อุปกรณ์ รวมกันเป็นมนตรกร

มันคือศัพท์ทางเทคนิคที่เซรอสนิยามขึ้นมาเพื่อแยกแยะระหว่างอาวุธ และอาวุธเวทมนตร์

ฟรานเก็บเงินค่าขนมเพื่อนำมาซื้อมนตรกรของลูฟาส ถึงมันจะเทียบความทนทานอาวุธที่เซรอสทำขึ้นมาให้ไม่ได้ แต่จุดเด่นของมันช่วยเสริมลักษณะของเวทมนตร์แทน ยกตัวอย่างเช่นการยิงเวทมนตร์ไฟออกไปเป็นลูกพลัง เมื่อใช้ผ่านมนตรกรจะมีความเปลี่ยนแปลงไปเป็น แตกตัว พุ่งเข้าโจมตีเป้าหมาย พูดได้ว่ามันเป็นอาวุธที่ช่วยเสริมเทคนิคของเวทมนตร์แม้ว่าผู้ใช้จะใช้ไม่เป็นเลยก็ตาม

       ครั้งแรกที่ได้เห็นมันฟรานก็เกิดความรู้สึกชื่นชอบในดีไซน์ที่ทำออกมาเหมาะมือสำหรับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ไม่ได้มีลวดลายขลิบทองเหมือนอาวุธชั้นสูงที่พวกคนร่ำคนรวยจ่ายเงินจำนวนมากซื้อมัน เมื่อต้องนำไปเปรียบกับของเซรอสที่มีดีไซน์เฉพาะทาง เธอกลับรู้สึกว่ามันเป็นอาวุธที่มีไว้เพื่อสังหารอย่างแท้จริง ดีไซน์ที่ทำออกมาทั้งหมดนั่นสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นร่องโค้งที่ทำออกมาได้พอดีมือ ห่วงที่คอยช่วยยึดจับไม่ให้หลุดได้ง่าย ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นของแปลกแทบทั้งสิ้น

       แต่มนตรกรของลูฟาสไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น

       อัญมณีแต่ละชิ้นมีคุณค่าในตัวของมันเอง

       อาวุธของเซรอสก็ดี แต่ของลูฟาสครอบครองพื้นที่ความชื่นชอบในหัวใจของฟรานหมดแล้ว

       ที่มาวันนี้เพราะเธอเก็บเงินค่าขนมจนสามารถซื้อมาครอบครองได้แล้ว มีบางชิ้นที่ถูกขายออกไปบ้างแล้วแต่บางชิ้นก็ยังคงเหลืออยู่เพราะดีไซน์ของมันไม่ได้ดูเท่มากนัก ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นจอมเวทหญิงหรือไม่ก็นักผจญภัยหญิง เป็นธรรมดาที่ฟรานเองก็อยากจะได้มาไว้ในครอบครองเหมือนกัน

       มนตรกรที่ซื้อเป็นรูปแบบกำไล ขนาดของมันพอๆ กับรอบข้อมือผู้หญิงที่โตแล้ว มีหินอัญมณีฝังเอาไว้มันถูกเจียระไนได้อย่างสวยงาม คุณสมบัติของมันขยายการรับรู้ด้วยเวทมนตร์จากปกติที่อาจทำได้เพียงสิบเมตร ก็จะขยายเพิ่มไปได้อีกห้าเมตร ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้มากนักแต่สำหรับในดันเจี้ยนที่มืดมิดแล้วการขยายการรับรู้ให้ไกลขึ้นอีกแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยชีวิตได้

       ทั้งนี้จุดประสงค์ของฟรานไม่ใช่คุณสมบัติขยายการรับรู้ด้วยเวทมนตร์

       เป็นเพียงความชอบส่วนตัวล้วนๆ

       ฟรานจ่ายเงิน 35 เหรียญทองเพื่อซื้อมนตรกรหนึ่งชิ้นแบบไม่เสียดาย เมื่อได้รับสิ่งของที่บรรจุอยู่ในหีบผ้ากำมะหยีอย่างพิถีพิถันก็พลันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้มาแล้วก็ตั้งใจจะเก็บมันเอาไว้เป็นสมบัติ เธอตั้งเป้าหมายในชีวิตให้ตนเองแล้วว่าจะตามเก็บสะสมผลงานของลูฟาส อาจไม่ถึงขั้นที่จะครอบครองทั้งหมดทุกชิ้น แต่คงจะต้องยกเว้นเอาไว้เฉพาะชิ้นที่ทำออกมาแบบมีจำนวนจำกัดที่เธอจะต้องหาซื้อมาเก็บสะสมเอาไว้ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งชิ้น

       เดินออกจากร้านขายอาวุธด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มไม่นานก็เปลี่ยนไปทำหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม พลางคำนวณเกี่ยวกับเงินค่าขนมประจำเดือนกับมนตรกรของลูฟาสที่มีวางจำหน่าย โอกาสที่จะได้ชิ้นต่อไปอาจจะต้องใช้เวลา 4-5 เดือนโดยที่เธอจะต้องทนไม่ซื้อของใช้ฟุ่มเฟือยเด็ดขาด แม้เซรอสจะอนุญาตให้ซื้ออะไรมาก็ได้แต่เสื้อผ้านอกจากจะทำให้ทุกปี ปีละไม่กี่ตัวแล้ว หากต้องการดีไซน์สวยงามแบบอื่นก็ต้องซื้อด้วยเงินของตัวเอง

       “ต้องหางานทำ” ฟรานคิดได้แบบนั้น

       อันที่จริงก็เคยมีคนมาเสนอเงินจำนวนมากเพื่อซื้อชุดที่เซรอสทำให้ พวกเขาต้องการลอกเลียนแบบดีไซน์ที่สวยงามของมัน น่าเสียดายที่เซรอสไม่อนุญาตให้นำไปขายเพราะมันอันตราย ชุดเหล่านั้นอาจดูธรรมดาในสายตาของคนทั่วไปทว่ากลับทนทานพอๆ กันชุดเกราะ ทนทานต่อการเผาไหม้ และยังช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ระดับหนึ่งด้วย

       ชุดพวกนั้นขายไม่ได้โดยเด็ดขาด ส่วนของอื่นๆ ก็คงไม่ต่างกันนัก

       จะไปทำงานรับจ้างก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เธอมีเรียนหลังจากนี้จึงไม่อาจหยุดเรียนเพื่อมาทำงานได้

       สุดท้ายความคิดที่คิดก็ก็คือการไปเป็นนักผจญภัยที่มีอิสระมากกว่า สามารถทำงานในช่วงวันหยุดได้ด้วย

       ถ้าขยันสักหน่อยสัปดาห์หนึ่งก็คงมีรายได้เท่ากับค่าขนมรายเดือน 10 เหรียญทอง

       เซรอสไม่ได้ห้ามให้ฟรานไปเป็นนักผจญภัย เพียงแค่ยังไม่อนุญาตให้ลงดันเจี้ยนได้จนกว่าจะเห็นว่าพร้อมแล้ว ครั้งนั้นฟรานคิดว่าเซรอสอาจจะไม่อนุญาตจนกว่าเธอจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แต่ความจริงมันไม่ใช่ เขาเพียงต้องการมั่นใจว่าจะถ่ายทอดเทคนิคการเอาตัวรอดในสถานที่อันตรายจนนำไปใช้ได้จริงโดยไม่มีอาการตื่นตระหนก ฟรานรู้ว่าความแข็งแกร่งของตนเองยังไม่น่าจะลงดันเจี้ยนได้ไม่อย่างนั้นเซรอสก็คงไม่ช่วยฝึกให้อย่างหนักเด็ดขาด

       ฟรานเชื่อว่าเซรอสจะไม่โกรธถ้าเธออยากจะเป็นนักผจญภัย นอกจากยังไม่อนุญาตให้ลงดันเจี้ยนจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ที่เหลือกลับไม่ถูกสั่งห้ามเด็ดขาด ฟรานสามารถไปสมัครเป็นนักผจญภัยได้แต่ก็ต้องเริ่มต้นจากระดับที่ต่ำที่สุด ทว่าการเป็นนักผจญภัยก็ยังมีข้อจำกัดอยู่นั่นคือเรื่องของอายุ ยกเว้นกรณีที่มีความสามารถอาจจะได้รับการยอมรับเป็นพิเศษได้

       เด็กหญิงตั้งเป้าหมายไปยังกิลด์นักผจญภัย ตลอดทางเธอเห็นรถม้าวิ่งเข้าวิ่งออกอยู่หลายคัน ทำความเร็วได้ค่อนข้างน่ากลัวทำให้คนธรรมดาหาจังหวะข้ามไปได้ลำบาก ใช้เวลาเดินทางจากร้านขายอาวุธจนมาถึงกิลด์นักผจญภัยประมาณชั่วโมงกว่า

       ภายในกิลด์นักผจญภัยก็ยังมีบรรยากาศเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นักผจญภัยจำนวนมากหวังแค่ต้องการอาชีพที่ช่วยให้หาเงินมาใช้จ่ายได้เท่านั้น ในอัตราส่วนที่น้อยมากจะทำงานเป็นนักผจญภัยอย่างจริงจัง บางคนก็มักจะมายืนทำท่าทีดูภารกิจใหม่ๆ แต่ไม่คิดจะแตะต้องภารกิจที่เหลือตกค้างแม้ว่าเงินรางวัลจะสูงแค่ไหนก็ตาม ทว่าก็มีนักผจญภัยบางกลุ่มที่จริงจังกับงานคอยไล่เก็บกวาดภารกิจถือว่าช่วยเหลือกิลด์ได้อย่างมาก

       ทันทีที่ฟรานเปิดประตูเข้าไปนั้นก็เกิดเป็นความเงียบขึ้นครู่หนึ่ง การมีเอลฟ์เด็กมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ที่เมืองมนุษย์นับว่าเป็นไปได้ยากมาก ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนจะต้องมีคนเลวจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นเพื่อจับเธอไปขาย แต่ตอนนี้การทำแบบนั้นไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย ฟรานไม่เพียงแต่จะได้รับการฝึกฝนการต่อสู้จากเซรอสจนมีจิตใจมั่นคงพอจะฆ่าคน เธอยังเชี่ยวชาญทางเวทมนตร์กลายเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากที่สุดในเผ่าพันธุ์เอลฟ์อีกด้วย

       โต๊ะของประชาสัมพันธ์ อาเรตต้าที่กำลังให้คำอธิบายเกี่ยวกับภารกิจหนึ่งแก่นักผจญภัยหันมาเห็นฟรานพอดีจึงได้รีบเปลี่ยนคนขอให้มาช่วยรับเรื่องให้และเดินออกจากโต๊ะไปหาเด็กหญิง

       “ฟรานใช่ไหม? กลับมาเมื่อไหร่ล่ะ?” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น เธอรู้จักฟรานเพราะเป็นน้องสาวของเซรอสและเคยมาที่กิลด์เพื่อรับภารกิจสำรวจ ผลงานในครั้งนั้นแม้จะไม่เป็นทางการแต่ก็รู้ว่าฝีมือของฟรานสามารถฆ่าฮ็อบก็อบลินได้

       ฟรานขยับหน้าขึ้นลงครั้งหนึ่งแล้วตอบ “สามวันก่อน”

       “สามวัน? ทำไมไม่เห็นเขามาบอก” ประโยคสุดท้ายอาเรตต้าพึมพำเป็นเสียงที่เบามาก

       “ชุดนั่น เซรอสให้?” เด็กหญิงเอลฟ์มองชุดที่อาเรตต้าใส่ รูปแบบดีไซน์ของมันมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์และมีการตัดเย็บที่พิถีพิถันแตกต่างจากชุดที่มีขายตามร้าน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครเป็นคนตัดเย็บเนื่องจากเธอเองก็มีชุดที่ดีไซน์คล้ายๆ กัน

       อาเรตต้าพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากฟราน ดวงตาคู่นั้นแสดงออกถึงความจริงจังสุดๆ เหมือนเด็กสาวที่หึงหวงพี่ชายยามที่รู้ว่ามีคนรักและพามาพบหน้ากันครั้งแรก เสื้อตัวนี้ตอนแรกที่ใส่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากแม้จะเขินอายที่มีผู้ชายมอบให้เป็นของขวัญซึ่งปกติมันควรจะเป็นเครื่องประดับหรือกำไล หรือดีที่สุดคือพาไปตัดเสื้อผ้าที่ร้านหรูหรา ทว่าเซรอสเป็นผู้ชายคนแรกที่ตัดเสื้อให้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องวัดขนาดตัวเขาก็สามารถตัดเย็บชุดที่มีขนาดพอดีให้ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่ใส่ในหน้าหนาวหรือชุดใส่สำหรับทำงาน

       และยิ่งตอนที่เธอเดินผ่านที่ร้านตัดเสื้อก็ยังมีเจ้าของร้านเสนอราคาให้เป็นจำนวนเงินที่เธอต้องคิดหนัก เพราะมันจะเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเธอได้เลย

       “คือว่านั่นสินะ ว่าแต่มีธุระอะไรที่กิลด์นักผจญภัยหรือเปล่า” อาเรตต้าพาเปลี่ยนประเด็นพูดคุย ฟรานจ้องตาไม่กะพริบก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบด้วยเสียงห้วนสั้นว่า

       “มาสมัคร”

       “เอ๊ะ? จะสมัครเป็นนักผจญภัยงั้นเหรอ?” อาเรตต้าต้องการยืนยันว่าไม่ได้ฟังผิด ฟรานถึงจะตัวเล็กแต่ก็เป็นเอลฟ์ที่มีอายุขัยยืนยาวจึงไม่อาจตัดสินอายุได้จากภาพลักษณ์ภายนอก แต่จำได้จากที่เซรอสเคยพูดว่าฟรานมีอายุแค่ 13 ปีเท่านั้น

       ยังถือว่าเด็กเกินกว่าจะอนุญาตให้สมัครได้

       ถ้าเป็นพนักงานคนอื่นคงจะปฏิเสธคำร้องขอนี้โดยไม่ต้องไตร่ตรองอะไรเลย เพียงแต่อาเรตต้าเป็นคนหนึ่งที่รู้จักความสามารถของเด็กผู้หญิงคนนี้ที่สามารถฆ่าฮ็อบก็อบลินได้ นอกจากนี้เธอยังเป็นนักเรียนสาขาจอมเวทซึ่งถ้าตรวจสอบสักหน่อยจะรู้ว่าเธอเป็นนักเรียนอัจฉริยะที่แม้แต่อาจารย์ที่สอบเป็นจอมเวทระดับห้าอย่างยากลำบากยังไม่สามารถสอนเธอได้ ในขณะที่คนเป็นพี่ชายอย่างเซรอสก็ได้รับการแต่งตั้งแบบพิเศษจนมีสถานะกึ่งนักผจญภัย

       อาเรตต้าสามารถปฏิเสธฟรานได้ด้วยกฎระเบียบที่ต้องมีอายุสิบห้าจึงจะสมัครได้

       แต่เรื่องนี้คงต้องถามความเห็นของกิลด์มาสเตอร์เสียก่อน เพราะยังไงคนที่จะประทับตราอนุญาตในตอนสุดท้ายก็เป็นคนคนนั้นอยู่ดี

       ขณะที่กำลังใคร่ครวญว่าจะกล่อมฟรานอย่างไรดี ก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาเป็นภาษาเอลฟ์

       “อันเอซู โนอันยา บุตรีแห่งป่าโบราห์”

       “ฟารูเนียร์ บุตรีแห่งป่าโอลูลูอัน” ฟรานตอบด้วยภาษาเดียวกัน

       อีกฝ่ายเป็นเอลฟ์ที่สวยงาม สูงยาวเข่าดี หน้าอกใหญ่ชนิดที่เห็นแล้วยังรู้สึกอิจฉา ผมสีบลอนด์ยาวเป็นธรรมชาติเหมือนฟรานเพียงแต่เธอมีผิวที่คล้ำแดดอยู่เล็กน้อย เธอคนนั้นสะพายคันธนูเอาไว้ด้านหลังและเหน็บมีดสั้นไว้ที่เข็มขัด แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นเด็กสาววัยรุ่นอายุ 18 ปี แต่ความจริงแล้วเธอมีอายุมากกว่า 200 ปี

       “อายุของเจ้ายังไม่เท่าไหร่เหตุใดจึงออกจากป่าได้โดยไม่มีสัญลักษณ์ ป่าโอลูลูอันไม่น่าจะลืมกฎที่สำคัญแบบนี้แน่นอน” น้ำเสียงของอันเอซูแฝงไปด้วยคำตำหนิ เหมือนผู้ใหญ่ที่เห็นเด็กทำผิดแล้วต้องออกมาดุด่าสั่งสอน “เจ้าควรจะกลับไปที่ป่าเสีย ดินแดนภายนอกไม่ใช่สถานที่วิ่งเล่นสำหรับเจ้าในเวลานี้”

       อันเอซูคล้ายจะเดินเข้ามาจูงมือ ฟรานขยับตัวหนีตามสัญชาตญาณป้องกันตัวแล้วตอบ

       “เราไม่ต้องการกลับไป” ฟรานดื้อดึง จ้องมองอันเอซูด้วยสายตาแข็งกร้าว

       “เด็กดื้อ เจ้าอายุไม่กี่สิบปีเองนะ ในสายตาของข้ายังมองเจ้าเป็นแค่เด็กที่ไม่ประสีประสา เจ้าไม่มีทางรู้หรอกว่าดินแดนภายนอกนั้นโหดร้ายเพียงใด หากเจ้าอยากจะออกมาผจญภัยก็จงรอให้มีอายุมากกว่านี้เสียก่อน” อันเอซูพูด

       “เรารู้ความโหดร้ายนั่นดี อย่างไรเราก็ถูกมนุษย์จับมาขายเป็นทาส ความทุกข์ความทรมานไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ เรารู้ดี”

       “เจ้าถูกจับมาขายเป็นทาส?” สีหน้าของเออันซูเปลี่ยนไป กวาดตามองทั่วร่างพิจารณาครู่หนึ่ง “เจ้าไม่ได้สวมปลอกคอ? ไม่มีสัญลักษณ์พันธะสัญญาณทาส? เจ้าถูกปลดปล่อยแล้วอย่างนั้นสินะ”

       ต่อให้อยู่กันคนละป่าอย่างไรเอลฟ์ก็เป็นครอบครัวใหญ่เพราะมีจำนวนไม่มากจึงถือว่าเป็นญาติห่างๆ กัน พอรู้ว่าฟรานถูกจับมาขายเป็นทาสด้วยวัยเพียงเท่านี้ก็เกิดความโกรธแค้นขึ้นมา เออันซูอาจจะเป็นมิตรกับมนุษย์แต่หากทำร้ายครอบครัวแล้วล่ะก็เธอพร้อมจะรังเกียจด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ราชินีเอลฟ์ได้ทราบเรื่องการที่มีเอลฟ์ถูกจับมาขายเป็นทาสจึงได้ส่งทูตมาสอบถามราชาของแต่ละอาณาจักรเพื่อขอคำอธิบาย ราชินีเอลฟ์เตรียมใจแล้วที่จะก่อสงคราม แต่เมื่อฝ่ายมนุษย์ยอมรับผิดและขอประนีประนอมจึงได้มีการช่วยเหลือปลดปล่อยทาสทั้งหมด ฟรานอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ปลดปล่อยครั้งนั้นด้วย

       “ถ้าอย่างนั้นข้าจะพาเจ้ากลับป่าโอลูลูอันเอง พ่อกับแม่ของเจ้าคงเป็นห่วงแน่”

       “พ่อกับแม่ตายหมดแล้ว มนุษย์เป็นคนฆ่าพวกท่านแล้วจับเรามาขาย ต่อให้กลับป่าโอลูลูอันก็ไม่มีใครรอรับหรอก”

       “เจ้าอยู่ที่ดินแดนภายนอกไม่ได้ มันอันตราย” เออันซูไม่ยอมแพ้ที่จะเกลี้ยกล่อม แต่ฟรานดื้อดึงมากกว่าที่คิด

       “ไม่มีอันตราย เรามีครอบครัวใหม่แล้วพวกเขาใจดีและปกป้องเราเป็นอย่างดี”

       “ครอบครัวใหม่? พวกมนุษย์งั้นรึ?”

       “ถูกต้อง” ฟรานตอบ “เป็นมนุษย์กับมนุษย์สัตว์”

       อาเรตต้าฟังบทสนทนาที่ไม่รู้เรื่อง พอเห็นท่าทางจริงจังของทั้งสองคนก็คิดว่าจะต้องเป็นเรื่องใหญ่มากแน่ๆ เธอรู้สึกอยากจะพาตัวเองออกไปจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ให้ได้แต่ก็เป็นไปไม่ได้เมื่อเธอยืนอยู่คั่นกลางระหว่างคนสองคน

       “อาเรตต้า เด็กคนนี้มาทำอะไรเหรอ?” เออันซูหันมาถาม

       “คือเด็กคนนี้อยากจะมาสมัครเป็นนักผจญภัยค่ะ”

       “อย่างนั้นเหรอ เด็กคนนี้ค่อนข้างจะดื้อด้านพอสมควรถ้าไม่แสดงความโหดร้ายของดินแดนภายนอกให้เห็นล่ะก็มันจะอันตราย เอาแบบนี้ก็แล้วกันเจ้าก็ปล่อยให้ข้าจัดการแทนดีไหม”

       “ก็ได้ มาสู้กันเลย” ฟรานก็พอจะเดาความคิดของเออันซูออก จะให้ยอมแพ้นับเป็นความคิดที่ผิด

       นิสัยของฟรานนั้นดื้อด้านไม่ยอมใครง่ายๆ จะมีก็แค่เซรอสกับซาริเพียงสองคน แม้คนหลังจะเป็นการยอมแพ้เพราะรู้สึกรำคาญก็ตาม

       “ห้าวหาญดี แต่ว่าถึงจะเป็นเด็กก็ไม่คิดจะออมมือให้หรอกนะ สนามฝึกด้านหลังนี่ว่างอยู่ใช่ไหม ขอยืมใช้หน่อยลงทะเบียนเช่าในชื่อของข้าได้เลย ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมข้าจะออกให้เอง”

       “ทราบแล้วค่ะ” อาเรตต้าจำใจจะต้องไปดำเนินการจัดการให้

       การปล่อยให้สองเอลฟ์ยืนจ้องตากันต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้ก็รู้สึกเหนื่อยใจ อาเรตต้าเข้าใจนิสัยของฟรานดีจากคำบอกเล่าของเซรอส ขณะเดียวกันก็รู้จักเออันซูดีพอสมควร นิสัยของทั้งคู่เหมือนกันมากในเรื่องของความดื้อด้านไม่ยอมใคร ถึงจะไม่รู้ว่าทั้งสองคนพูดคุยอะไรกันแต่มันก็เหมือนจะเป็นปัญญาส่วนตัวในเผ่าพันธุ์เอลฟ์

       “หวังว่าจะไม่วุ่นวายนะ” อาเรตต้าถอนหายใจ




เอลฟ์กับเอลฟ์ตีกัน ผู้ใหญ่อายุ 200+ ท้าตีเด็กอายุ 13

ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.012K ครั้ง

116 ความคิดเห็น

  1. #12708 S0ulG00d (@S0ulG00d) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 14:14
    หนองโพ กับ โลลิ
    #12708
    0
  2. #10316 THE_PUNISHER (@james006) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 10:37
    200cc 13cc แพ้ตั้งแต่​ในมุ้งแล้วครับ​ฮ่าๆๆ
    #10316
    0
  3. #9603 woodo (@woodobadoo) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 17:32
    ถึงฟรานจะยังเด็ก แต่ก็คงทำให้เอฟโตฉุกคิดอะไรได้บ้างล่ะนะ เช่น ใครเลี้ยงเธอมา
    #9603
    0
  4. #9571 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 22:05
    ขอบคุณครับ
    #9571
    0
  5. #8315 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 05:47
    โนตม โนตม 555 ฟรานแพ้แล้ว
    #8315
    0
  6. #8206 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 22:42
    ยุติธรรมดีออก
    #8206
    0
  7. #8201 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 08:45
    5555555เขาอาจจะต้องการบอกให้ฟรานรู้ว่าโลกภายนอกโหดร้าย แต่ฟรายรู้อยู่แล้วจ้าาา
    #8201
    0
  8. #8161 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 18:11
    <p>ฟรานสู้ๆ</p>
    #8161
    0
  9. #8154 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 17:52
    น้องฟรานปล่อยของหน่อยเร้วว
    #8154
    0
  10. #8145 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 11:11
    เชียร์ความ อึ๋ม
    #8145
    0
  11. #8101 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 12:40
    เหมือนจะได้เห็นผู้ใหญ่หน้าแตกคราวนี้แหละ......แต่ เขาอาจจะมีไม้เด็ดก็ได้นะใครจะไปรู้
    #8101
    0
  12. #8013 นนท์ นัน (@gurookinwza) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 21:31
    ค้างงงงงงงงงง ถึงจะพอเดาได้ว่ามันจะจบแบบไหนแต่มันก็ยังค้างอยู่ดี อ้ากกก!!!!!!
    #8013
    0
  13. #8009 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 19:14
    ฟรานมันสัตว์ประหลาดตามพระเอกไปแล้ว 5555
    #8009
    0
  14. #8007 AKiZeRo (@dekisanradio) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 12:38
    โดนเด็กตบเกรียน??
    #8007
    0
  15. #8005 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:30
    <p>ความ ยุ ติธรรมไง</p><p>หรือหยุดธรรม</p><p>5555 @จากนักอ่านหน้าใหม่</p>
    #8005
    0
  16. #8003 panter01 (@panter01) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:44
    <p>ความยุติธรรมอยู่ใหน. ไรท์รีบเอามาอีกตอนเลย.</p>
    #8003
    0
  17. #8002 dragonofnight (@dragonofnight) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:08
    ค้างง่ะ ช่วยเอามาอีกตอนที
    #8002
    0
  18. #8000 yocoolingclubza (@yocoolingclubza) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 20:23
    ใช้ความยุติธรรมอยุ่ที่ไหน ให้เด็กอายุ 13 ซ้อม ผุ้ใหญ่อายุ 200
    #8000
    0
  19. #7998 Maping QooChi (@qoosoul) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 19:46
    ง้อวววววว อยากให้ถึงตอนหน้าไวๆ
    #7998
    0
  20. #7996 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 16:07
    ขอบคุณค่าา มาต่อเร็วๆนะคะ
    #7996
    0
  21. #7994 Vampire_killeR (@vana_killer) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 15:31
    จะสู้ไหวเหรอป้า เด็ก13 แต่ถูกฝึกโดยนักฆ่าเลยนะ
    #7994
    0
  22. วันที่ 23 เมษายน 2561 / 12:18
    มันไม่มีความยุติธรรมตั้งแต่เรื่องของหน้าอกแล้วครับ.....
    #7992
    0
  23. #7991 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 11:00
    <p>ฮี่ ฮี่ 200+13 </p>
    #7991
    0
  24. #7990 MYNAMEISDUCK (@MYNAMEISDUCK) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 10:37
    หืม ยังไงก็+กับเจ้ไม่ไหวหรอก กระดูกยังคนละเบอร์ ถึงจะเก่เเค่ไหน ต่อสู้กับคนจริงๆฟรานยังไม่เท่าไรเลยมั้ง ปล.เอาจริงๆก็ซ้อมกับเซรอสบ่อยๆนี่หว่า
    #7990
    0
  25. #7988 twister1 (@ingray) (จากตอนที่ 107)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 23:01
    เนื้อเรื่องผ่านไป สองปี แต่ดูไปไม่ถึงไหนเลยอะ
    #7988
    5
    • #7988-3 เมฆน้อยคอยลม (@cloudthemagicTV) (จากตอนที่ 107)
      23 เมษายน 2561 / 02:13
      สโลว์ไลฟ์ที่แท้จริงไงท่าน
      #7988-3
    • #7988-4 SoCis (@cabara71) (จากตอนที่ 107)
      23 เมษายน 2561 / 08:34
      ถ้าปัญหาไม่มาหาสะเอง แต่ส่วนมากปัญหาที่มาจะบรรลัยไปตามๆกัน
      #7988-4
  26. วันที่ 22 เมษายน 2561 / 22:59
    ค้างเลยอะ อยากรู้ว่าฟรานจะสู้ได้ขนาดไหนแล้ว
    #7987
    1
    • #7987-1 luxnaro (@luxnaro) (จากตอนที่ 107)
      23 เมษายน 2561 / 03:24
      ผมอยากรู้ค่าเสียหายมากกว่า จ่ายค่าเสียหายให้ฟรานสู้ ไม่น่าจะต่างกับการโยนเงินทิ้งซักเท่าไหร่...มั้ง
      #7987-1