ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,402 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,797 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,880

    Overall
    2,256,402

ตอนที่ 106 : SS2 Episode Forty-Six : ถูกกิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1909 ครั้ง
    19 เม.ย. 61

SS2 Episode Forty-Six

 



       “ด็อกเตอร์ เอ็มเมต บราวน์?”

       “จุ๊ๆ ตอนนี้พวกเรากำลังสวมบทบาทกันอยู่ เธอคือชาล็อตเป็นลูกศิษย์ของฉัน และซาริ” เซรอสเหลือบมองไปทางกระต่ายขาวที่เอาผ้าคลุมตัวเอาไว้และหลบอยู่ข้างลังไม้ที่เป็นของใช้จำเป็น “เธอคือสัมภาระ”

       “ปลอมตัวแนบเนียนเจ้าค่ะ”

       เหตุผลที่ต้องปลอมตัวเพราะมันคงไม่ดีถ้าบนเกวียนนั้นมีแต่เด็กนักเรียนสามคนและลูกสุนัขป่าอีกหนึ่งตัว แบบนั้นมันจะตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายเกินไป ดังนั้นเซรอสที่มีความสามารถในการปลอมเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่จึงเห็นสมควรว่าการสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาก็น่าจะเป็นความคิดที่ไม่เลว จึงเกิดเป็นนายช่างที่ชื่อ ด็อกเตอร์ เอ็มเมต บราวน์ขึ้น

       พวกเขาเลือกที่จะจอดพักห่างออกไปเล็กน้อย ระหว่างนี้ก็ฝึกฝนทักษะการสังเกตการณ์ให้กับทั้งสองคนไปด้วย ด้วยแว่นตาไนท์ วิชั่นที่ทำให้มองในความมืดได้ดียิ่งขึ้น เท่านี้ฟรานก็หายสงสัยแล้วว่าทำไมตอนกลางคืนเซรอสถึงยังใส่แว่นตาดำได้ เพราะมันเป็นแว่นพิเศษที่ทำให้มองเห็นในที่มืดได้นี่เอง

       ตอนที่ทั้งสองคนสวมแว่นไนท์ วิชั่นก็แอบเปิดหน้าต่างมองดูความเคลื่อนไหวของคนพวกนั้น เวลาแบบนี้ถ้าเป็นในภาพยนตร์จะต้องมีซาวด์ประกอบ Mission Impossible ขึ้นมาให้ผู้ชมได้รู้สึกลุ้นระทึกและตื่นเต้นอย่างไม่ต้องสงสัย

       เมื่อเลือกจะสวมบทบาทเป็นช่างแล้วก็ต้องแสดงต่อไปเหมือนเป็นอีกตัวตนหนึ่งที่มีอยู่จริง เขาตวาดเรียกฟรานในชื่อของชาล็อตเสียงดังโหวกเหวก ก่นด่าสารพัดในความเชื่องช้าและตำหนิเธอแม้แต่เรื่องเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะฟรานมีความอดทนมาพอก็คงรู้สึกท้อแท้ไปแล้ว ขนาดซาริที่แอบอยู่ในเกวียนได้ยินคำพูดตำหนิที่รุนแรงก็น้ำตาคลอเบ้าและตัวสั่นด้วยความกลัว

       “ท่านเซรอสเวลาโกรธน่ากลัวมากเจ้าค่ะ” ซาริพูดกับเฟนริลมันได้แต่ขานรับเสียงเบา

       ทั้งคู่สำนึกได้แล้วว่านับจากวันนี้จะไม่ทำตัวให้เซรอสโกรธโดยเด็ดขาด

       ที่ด้านนอกเซรอสในบทบาทของเอ็มเมต บราวน์ทำหน้าที่สอนฟรานในบทบาทของชาล็อตเกี่ยวกับการลับอาวุธประเภทดาบ เครื่องมือสำหรับการลับอาวุธก็เป็นของที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันการสวมบทบาทนี้จึงมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น

       “ยัยโง่ นี่เรียกว่าการลับดาบงั้นเหรอ? ข้าเกือบคิดว่าที่ทำไปมันแค่เช็ดถูใบดาบเสียอีก ต้องให้พูดกี่ครั้งว่าต้องทำแบบนี้ แล้วก็แบบนี้” ด็อกฯ อธิบายและแสดงวิธีการลับดาบให้ดู ซึ่งทักษะของเขานั้นยอดเยี่ยมราวกับเป็นปรมาจารย์ทางด้านนี้จริงๆ “ทำให้เสร็จคืนนี้ซะ”

       ทักษะในการลับอาวุธก็เป็นวิธีการบำรุงรักษาอาวุธของตนเอง เขายินดีที่จะถ่ายทอดมันให้กับฟรานเพื่อใช้ดูแลรักษาอุปกรณ์ของส่วนตัว ภายใต้การสอนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการให้ทดลองงานเพื่อคัดคนที่มีความสามารถมาสอนเป็นการส่วนตัว นั่นทำให้เธอเรียนรู้ทักษะนี้ได้อย่างเต็มที่ ตรงจุดไหนที่ไม่เข้าใจขอเพียงแค่ถามก็จะได้รับคำแนะนำที่ดี และถ้าหากว่านี่ไม่ใช่การแสดงละครเป็นนายช่างกับลูกศิษย์ส่วนตัวการฝึกสอนคงนุ่มนวลกว่านี้มาก

       และฟรานก็ทราบเรื่องนี้จึงได้พยายามแสดงละครตามบทที่ถูกเซรอสส่งมาให้ในฐานะลูกศิษย์ที่อยากจะเป็นช่าง

       มีเพียงการนัดแนะบทบาทเบื้องต้นเพียงเล็กน้อยและที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการส่งบทให้กันและกัน

       ซาริเห็นว่ามีใครบางคนเข้ามาก็หยิบไฟฉายมาเปิดปิดเป็นสัญญาณเตือนเซรอส จากนั้นก็มุดกลับไปอยู่ในซอกลืบสัมภาระและยกผ้ามาคลุมตัวเองทั้งที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องทำ

       คนที่เข้ามาก็คือมอร์เรน และเมื่อมาถึงก็เห็นเซรอสนั่งอยู่บนลังไม้วาดแปลนบางสิ่งบนกระดาษแม้จะยังมีรูปร่างไม่ชัดเจนนักแต่การทำงานก็ดูมีความเป็นมืออาชีพสูง ในส่วนของฟรานก็นั่งลับอาวุธอย่างตั้งใจ ฝีมืออาจจะเทียบกับช่างที่ร้านตีเหล็กไม่ได้แต่ถ้ามองว่าเธอพึ่งจะมาฝึกงานอยู่ได้ไม่นานก็น่าจะพูดได้ว่าเธอพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว จะอย่างไรก็ตามถึงจะเห็นว่าเป็นเด็กมอร์เรนก็ไม่คิดที่จะปักใจเชื่อ ในเมื่ออีกฝ่ายคือเอลฟ์ที่อายุยืนยาว ไม่แน่ว่าเธออาจจะมีอายุมากกว่าตัวของมอร์เรนก็เป็นได้

       เซรอสทำเป็นไม่สนใจเช่นเดียวกับฟรานที่มองครู่หนึ่งและลับดาบต่อไป

       “ขออภัยที่มารบกวนการทำงานของท่านด็อก”

       “หืม!” เซรอสคำรามเสียงต่ำ วางปากกาขนนกลง “มีธุระอะไร”

       ด้วยการวางท่าทางที่ขึงขัง ภาพลักษณ์ของด็อกเตอร์ เอ็มเมต บราวน์จึงมีความน่าเกรงขามอยู่มาก

       “ลูกศิษย์ของท่านใช่ว่ากำลังซ่อมแซมอาวุธอยู่ใช่หรือไม่”

       “ก็เห็นอยู่ไม่ใช่เหรอ ข้าแค่ฝึกนางหนูนี่ให้ทำพวกงานจับฉ่ายได้ ข้าคงไม่ว่างมาคอยดูแลอาวุธให้คนอื่น ถึงข้าจะเป็นช่างตีเหล็กแต่เป้าหมายของข้ามีแต่การสร้างอุปกรณ์ชิ้นใหญ่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงโลก ไม่ใช่การตีอาวุธ แค่นางหนูนี่มาอ้อนวอนขอเป็นศิษย์ข้าเพราะอยากได้งานก็เลยต้องมาสอนอยู่นี่แหละ” เซรอสตัดพ้อรำคาญ นึกถึงความหลังที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

       มอร์เรนมองดูอาวุธที่ผ่านการลับคมแล้ว ถึงเขาจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธแต่นักผจญภัยอย่างพวกเขาก็ต้องพึ่งพาอาวุธในการเอาชีวิตรอด พอจะมองออกว่าอาวุธนั่นดีหรือไม่ดี คมหรือไม่คม จากสภาพของดาบโทรมๆ และมีรอยบิ่นจนความคมหายไปมาก แค่ไม่กี่นาทีที่ให้เธอเป็นคนลงมือผลลัพธ์ที่ได้ก็คือดาบที่คมกริบถึงขนาดที่ตัดไม้เข้าไปลึกมากทั้งที่ออกแรงเพียงเล็กน้อย

       “ถ้าอยากจะจ้างนางหนูนี่ให้ลับดาบให้ก็ตามสบาย ยังไงมันก็เป็นเทคนิคที่เอาไว้ใช้หากินได้ ดีเสียอีกจะได้เป็นการเป็นงาน”

       “เช่นนั้น ขอไม่เกรงใจก็แล้วกัน”

       มอร์เรนพึ่งจะสู้กับมอนสเตอร์เมื่อวันก่อนทำให้อาวุธได้รับความเสียหายไม่น้อย นักผจญภัยมักจะมีอาวุธสำรองคนละ 1-2 เล่ม เพื่อที่ว่าหากอาวุธหลักเสียหายจะได้ทำงานต่อให้ลุล่วง และตอนนี้เขากำลังใช้อาวุธสำรองอยู่ซึ่งถ้าต้องเผชิญหน้ากับพวกสัตว์ร้ายหรือมอนสเตอร์ก็อาจจะรับมือได้ยาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ถ้าประมาท

       เนื่องจากเทคนิคการดูแลอาวุธและอุปกรณ์มักถูกส่งต่อให้กับลูกศิษย์ช่างตีเหล็กเสมือนกับเป็นวิชาชีพที่เรียนได้เฉพาะอาชีพนั้นๆ ในหมู่นักผจญภัยคนที่พอจะสามารถดูแลอาวุธได้ก็มีแค่พวกดรอว์ฟที่ผันตัวเองมาเป็นนักผจญภัยด้วยเหตุผลส่วนตัว และคนพวกนี้มักจะเป็นกำลังสำคัญในการสำรวจดันเจี้ยน

       มอร์เรนมุ่งตรงไปหาเด็กหญิงเอลฟ์ นำอาวุธประจำกายออกมามันเป็นดาบที่หนักมากแต่เขาสามารถถือมันได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว เขายื่นส่งมันให้กับเด็กหญิง

       “รบกวนช่วยซ่อมแซมมันให้ที ข้าใช้สู้กับฮ็อบก็อบลินมาแต่มันมีรอยบิ่นจนสูญเสียความคมหลายแห่ง”

       ฟรานมองไปทางเซรอสครู่หนึ่ง เห็นเขาขยับใบหน้าเป็นสัญญาณก็พูดกับมอร์เรนว่า

       “30 เหรียญเงิน”

       “30? เหรียญเงิน?” มอร์เรนอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่ใช่ว่ามันแพงแต่ตรงกันข้าม มันถูกเกินไป

       ราคาการซ่อมแซมอาวุธปกติแล้วจะอยู่ที่ 120-200 เหรียญเงินโดยประมาณ มันเป็นราคาที่นักผจญภัยต้องยอมควักจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น 30 เหรียญเงินก็มักจะเป็นราคาของอาวุธเกรดต่ำแบบใช้แล้วทิ้งแทบทั้งสิ้น

       “อือ มือใหม่อาจทำได้ไม่ดี”

       สายตาของมอร์เรนไปหยุดอยู่ที่อาวุธที่ถูกลับจนมีความคมกลับมาดังเดิม เปรียบเทียบกับส่วนที่ยังไม่ได้ลับคมเขาเห็นว่ามันมีสภาพแย่กว่าดาบของตนเองเสียอีกแต่เมื่อผ่านมือของเด็กหญิงมันกลับกลายเป็นภาพที่มีคุณภาพพร้อมใช้งานอีกครั้ง

       “อย่าไปเชื่อที่นางหนูนี่พูดมากนัก ข้าเป็นคนสอนมากับมือย่อมรู้ดีว่าอาวุธระดับกลางไม่ใช่ปัญหาของนางหนูหรอก ที่จะตึงมือส่วนมากล้วนเป็นพวกอาวุธระดับสูงทั้งนั้น” เซรอสพูดแทรกขึ้น เขาหันไปมองฟรานและให้คำแนะนำ “นางหนู อย่าได้ประเมินความสามารถของตัวเองอ่อนเกินไป มันจะพาลเสียหายมาถึงข้าที่เป็นคนสอนวิชาให้”

       ฟรานตอบรับคำแนะนำนั่นและรับดาบใหญ่มา มันหนักมากจนยกแทบจะไม่ขึ้น หากไม่ใช่เพราะเธอนั้นเคยฝึกซ้อมโดยการสวมปลอกแขนเสริมน้ำหนักมาก่อนก็ยากที่จะยกมันด้วยร่างกายเล็กๆ เธอนำดาบไปวางเอาไว้บนแท่นจับและเริ่มลงมือลับดาบด้วยความตั้งใจ มอร์เรนคล้ายจะยังไม่ค่อยไว้ใจนักจึงนั่งมองดูอยู่ห่างๆ

       มองดูฟรานขยับมือและหินลับมีดในมือหลายต่อหลายครั้ง มันส่งเสียงเสียดเยื่อแก้วหูจนรู้สึกเสียวฟันเบาๆ บางครั้งพอส่องเจอรอยบิ่นก็หยิบค้อนขึ้นมาทุบมันเสียงดัง แก้งๆ จากนั้นก็ลับจนเกิดคม เสร็จแล้วก็ทำความสะอาดมันจนแทบจะดูเหมือนอาวุธที่พึ่งซื้อออกมาจากร้านใหม่ๆ

       “ลองดู” ฟรานเสนอโดยชี้ไปที่ต้นไม้ใกล้ๆ

       มอร์เรนยกดาบคู่ใจขึ้นมามองดูคมอยู่ครู่หนึ่ง พิจารณาเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ที่มีรอยบิ่นหลายจุดจนสูญเสียความคม จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปที่ต้นไม้ที่ฟรานแนะนำให้ เหวี่ยงมันออกไปด้วยแรงปกติพบว่าดาบนั่นฟันลึกเข้าไปถึงเนื้อไม้ที่อยู่ข้างใน แม้จะไม่ขาดในฉับเดียวแต่ก็ถือว่าคมกว่าก่อนหน้านี้ประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์

       “ยอดเยี่ยมมาก นี่มันเหมือนของใหม่เลย”

       “สามสิบเหรียญเงิน” ฟรานแบมือ มอร์เรนไม่เสียเวลาคิดมากควักถุงเงินออกมาจ่ายโดยไม่คิดอะไร

       น่าแปลกที่ฟรานกลับมองเงินสามสิบเหรียญเงินในมือตาลุกวาว หากว่ากันตามตรงนี่เป็นเงินก้อนแรกที่ฟรานได้รับมันผ่านการทำงาน มันแตกต่างจากเงินเดือนละสิบเหรียญทองที่เซรอสมอบให้

       มอร์เรนที่ได้รับอาวุธหลักกลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้งานอีกครั้งก็รู้สึกดีใจมาก มันคุ้มค่ามากที่จ่ายไปในราคาสามสิบเหรียญเงิน ถึงแม้ว่าจะอยากอยู่พูดคุยแต่พอเห็นฟรานหาวนอน ก็สำนึกได้ว่าเขามารบกวนผิดเวลาจึงได้รีบขอตัวกลับไปรวมกลุ่มอยู่กับทุกคน และกำชับว่าจะให้คนมาคอยดูแลความปลอดภัยให้ตอนที่กำลังนอนหลับอยู่ เซรอสเพียงแค่พยักหน้ารับรู้และไม่ได้พูดสิ่งใดอีก รอจนกระทั่งมอร์เรนกลับไปรวมกลุ่มกับพรรคพวกแล้วจึงหันไปมองฟรานและยกนิ้วให้

       “ไม่เลวสำหรับการแสดงละคร ไหวพริบดีมากที่รู้เรื่องราคาค่าซ่อมอาวุธ”

       “เคยไปร้านอาวุธครั้งหนึ่ง” ฟรานตอบ

       “ครั้งนี้โชคดีที่พวกนั้นไม่ใช่คนที่เลวร้าย จนกว่าจะแยกทางและเห็นว่าปลอดภัยจะต้องระมัดระวังตัวเอาไว้อยู่เสมอ”

       “เข้าใจแล้ว” ฟรานพยักหน้าตอบ ชำเลืองมองไปทางคนกลุ่มนั้นครู่หนึ่งและจดจำการเคลื่อนไหวให้ได้มากที่สุด “เฝ้ายามด้วยไหม?”

       “เพื่อความปลอดภัยฉันจะอยู่เฝ้าเอง ฟรานไปพักผ่อนเถอะ”

       คืนนั้นอากาศค่อนข้างเย็นอยู่เล็กน้อย มีเสียงสัตว์ป่าดังอยู่หลายครั้งแต่โชคดีที่ไม่เกิดปัญหาใดๆ ขึ้น นักผจญภัยพวกนั้นอยู่ในสภาพตื่นตัวยามเปลี่ยนเวรเฝ้ายามก็ต้องคอยลาดตระเวน เซรอสแม้จะหลับอยู่บนเกวียนแต่หูของเขากลับรับฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบเกวียน เพียงแค่มีเสียงฝีเท้าย่ำเข้ามาใกล้ก็จะลืมตาตื่นและจับมีดเอาไว้พร้อมสังหารศัตรู

       ทว่าคนที่มีปฏิกิริยาไม่ใช่แค่เซรอส แต่ยังรวมไปถึงเฟนริลที่สัญชาตญาณนักล่าเริ่มตื่นขึ้น ดวงตาสีอำพันของมันสะท้อนแสงวาววับจับจ้องไปที่เซรอสเพื่อขอคำแนะนำ ชายหนุ่มเพียงยกนิ้วจ่อริมฝีปากเพื่อบอกไม่ให้ส่งเสียง ขณะเดียวกันก็ส่ายหน้าปฏิเสธไม่ให้เคลื่อนไหวใดๆ มันจึงซุกหน้ากลับลงไปนอนตามเดิม

       จนกระทั่งถึงเช้าตรู่ก็เริ่มมีคนทยอยตื่นกันแล้ว นักผจญภัยพวกนั้นนับว่ามีความเป็นมืออาชีพมากเพราะพวกเขาจะต้องนอนดึกและตื่นเช้าก่อนนายจ้าง และใช้เวลาก่อนเดินทางทำธุระส่วนตัวกันภายในป่าให้เรียบร้อย

       ซาริที่หลงลืมสถานการณ์ปัจจุบันก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ลุกขึ้นจะเดินออกจากเกวียนไปทำธุระส่วนตัวบ้างแต่ถูกเซรอสรั้งเอาไว้เสียก่อน จนเมื่อตื่นดีแล้วก็อธิบายสถานการณ์ซ้ำเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ซาริอั้นมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วจนอดทนต่อไปไม่ไหวร้องขอจนเซรอสยอมอ่อนข้อให้ แต่ไม่ใช่ว่าจะให้ออกไปแสดงตัวในเวลาแบบนี้

       “ถ้าจะฉี่ล่ะก็ทำที่นี่ก็ได้”

       เมื่อพูดจบแล้วเซรอสก็มาตรงพื้นที่มุมหนึ่งของเกวียน งัดเอาประตูและผนังขึ้นมาจากพื้นไปเกี่ยวกับตะขอที่อยู่ด้านบนจนกลายเป็นห้องเล็กๆ ขึ้น พอเหยียบแผ่นไม้ที่นูนขึ้นมาก็จะมีชักโครกโผล่ขึ้นมาจากช่องใต้ฐาน

       “มีห้องน้ำด้วยเหรอเจ้าคะ?”

       “แน่นอนว่ามี แต่ใช้ถ่ายหนักไม่ได้อย่าเผลอทำเชียวล่ะ”

       เซรอสสอนวิธีใช้ห้องน้ำเคลื่อนที่ให้ซาริจนเข้าใจและปล่อยให้ทำธุระในห้องน้ำ

       สาเหตุที่ต้องทำห้องน้ำเอาไว้บนเกวียนก็เผื่อเอาไว้ในกรณีที่ปวดจนทนไม่ไหวจริงๆ และอยู่ในสถานที่ที่หาพุ่มไม้ไม่ได้ กับผู้ชายแล้วมันไม่น่าจะใช่ปัญหาขอแค่มีระยะห่างสักหน่อยและหันหลังให้ก็ทำธุระส่วนตัวได้ แต่สำหรับเด็กผู้หญิงแล้วมันค่อนข้างจะเป็นปัญหา

       เมื่อออกมาข้างนอกเพื่อทำธุระส่วนตัว มันยังคงเป็นเช้ามืดที่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าแต่ก็ยังพอจะมีแสงเพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย มอร์เรนตื่นเช้ามาทั้งที่ตนอยู่เฝ้าเวรผลัดที่สองสมกับที่เป็นมืออาชีพ พวกเขากำลังประชุมกลุ่มเพื่อวางแผนการเดินทางโดยอธิบายให้ผู้ว่าจ้างเข้าใจตรงกัน ดูเหมือนพวกเขาจำเป็นจะต้องแวะพักที่หมู่บ้านใดสักแห่งเพื่อเติมเสบียงหลังสูญเสียมันไปเพราะพวกก็อบลิน แต่มอร์เรนสายตาดีมากเห็นเซรอสลงมาทำธุระก็รีบเข้ามาพูดคุยด้วย

       จุดประสงค์ของมอร์เรนก็ไม่ใช่เพื่อโน้มน้าวให้ร่วมเดินทางด้วยกันแต่เป็นการบอกกำหนดการให้ทราบเพื่อที่หลังจากนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครองอีกต่อไป การดูแลพวกเซรอสไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขาแม้จะรับเงินไปแล้วแต่นั่นก็เป็นแค่การคุ้มกันเพียงคืนเดียว ไม่ได้มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ตรงจุดนี้เซรอสมองว่าพวกเขาถึงจะมีหน้าตาไปในทางดุร้ายคล้ายโจรป่ากลับเป็นคนซื่อสัตย์อย่างคาดไม่ถึง

       เซรอสไม่คิดจะรอ หลังรับทราบเรื่องที่อีกฝ่ายจะเดินทางก็กลับมาที่เกวียนและเริ่มเตรียมตัวเดินทางบ้าง

       “ฟรานตื่นหรือยัง”

       “ออกไปทำธุระที่พุ่มไม้ตรงโน้นเจ้าค่ะ”

       “งั้นเหรอ ถ้าฟรานกลับมาเมื่อไหร่พวกเราจะออกเดินทางกันทันที”

ซาริกลัวเซรอสในบุคลิกแบบนี้จึงไม่กล้าที่จะเข้าใกล้หรือเล่นซนอะไรอีก เอาแต่นั่งนิ่งเหมือนหุ่นจ้องมองเซรอสเขม็งราวกับจะหาช่องว่างเพื่อหนีจากห้องขังที่ชื่อว่า บรรยากาศ ซาริไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเซรอสในฐานะของนักฆ่าเลย แต่รู้จักเพียงแค่เปลือกนอกที่เผยออกมาให้เห็นแค่นั้น แถมเซรอสเองก็เป็นพวกที่ปลอมตัวได้เนียนมากกระทั่งสามารถเลือกสวมใส่บรรยากาศให้ตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

       เมื่อฟรานกลับมาแล้วพวกเขาก็ช่วยกันเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว แต่เดิมมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายอยู่แล้วทำให้ใช้เวลาเพียงแค่สิบห้านาทีก็พร้อมที่จะเดินต่อ ด้านหลังของพวกเขายังมีกองคาราวานที่ปรึกษากันเสร็จแล้วและเตรียมตัวเดินทางโดยการจัดขบวนเป็นแนวยาว เซรอสไม่ได้คิดที่จะอยู่ล่ำลาจึงบอกให้ฟรานออกเดินทางทันที รอจนทิ้งห่างได้สักระยะหนึ่งจนอยู่ไกลลิบตาจึงค่อยทำความเร็วมากขึ้นเพื่อทิ้งห่าง จากนั้นจึงค่อยลบการแปลงโฉมตัวเองออก

       ผ่านพ้นจากป่าได้ก็เป็นพื้นที่แทบเทือกเขา เส้นทางนี้พวกเขาเคยผ่านมันมาก่อนเมื่อครั้งที่แล้วตอนเดินทางสู่ไรด์การ์ดเลยจดจำได้ว่ามีสถานที่พักผ่อนที่ปลอดภัยอยู่ตรงไหนบ้าง ซาริกับเฟนริลที่ถูกขังให้อยู่แต่บนเกวียนมาทั้งคืนพอได้รับอิสรภาพก็ออกไปวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เซรอสทำได้เพียงปล่อยผ่านและเตรียมทำมื้อเย็น เห็นซาริปีนป่ายเล่นเพื่อไปเก็บดอกไม้บนชะง่อนผาก็ไม่รู้สึกเป็นห่วงแม้แต่น้อย ซ้ำยังให้คำแนะนำในการปีนด้วยเทคนิคการปีนเขาอีกด้วยต่างหาก แต่การปีนขึ้นต่างจากการปีนลง ซาริติดค้างอยู่บนหน้าผาสูงร้องห่มร้องไห้ขอความช่วยเหลือจนขาสั่นพับๆ จนเซรอสต้องปีนขึ้นไปช่วยพากลับลงมาจนได้

 

       ในการเดินทางที่สนุกสนาน เสียงร้องเพลงของซาริมีประโยชน์ในการไล่สัตว์ป่าที่มีประสาทรับฟังที่ดีเยี่ยมให้จากไป ฟรานนั่งอ่านหนังสือและขยับที่อุดหูทุกครั้งเมื่อเสียงมันลอดผ่านมาได้ เฟนริลนั่งอยู่ข้างๆ หลับตาพริ้มและทำท่าสัปหงก ที่หูของมันก็มีจุกอุดหูด้วย สิ่งนี้ยืนยันได้ว่าเสียงของซาริเป็นมลพิษจริงๆ เซรอสกินแซนด์วิชขณะที่นั่งจดบางอย่างคล้ายจะเป็นแนวทางของการพัฒนาอุปกรณ์บางอย่าง บางครั้งซาริก็จะยื่นหน้าเข้ามาถามด้วยความสนใจแต่พอรู้ว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อก็ปลีกตัวหนีทันที

       ระหว่างทางได้เผชิญหน้ากับออร์คสามตัว ซาริร้องลั่นกระโดดเข้ามาหลบอยู่ข้างในปล่อยให้ฟรานกับเฟนริลออกไปรับมือ เซรอสออกมานั่งแทนที่ซาริคอยควบคุมการต่อสู้ไม่ให้เกิดอันตรายหรือทำให้พวกม้าแตกตื่น มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ออร์คฟาดท่อนไม้ทุบใส่ตัวเกวียน มันไม่ทิ้งไว้แม้แต่ร่องรอยของความเสียหาย เพียงแค่สั่นสะเทือนอยู่ครั้งหนึ่งก่อนที่ระบบฉุกเฉินจะทำงานเปลี่ยนมันให้กลายเป็นที่หลบภัยแห่งหนึ่ง ซาริตกใจมากเมื่อพบว่ามีแผ่นเหล็กขึ้นมาปิดทางเข้าออก มันเปิดไฟสลัวขึ้นพร้อมกับเครื่องปรับอากาศเพื่อให้คนที่อยู่ภายในปลอดภัย

       เมื่อระบบฉุกเฉินนี้เปิดการทำงานในกรณีที่ได้รับแรงกระแทกระดับหนึ่งหรือกดปุ่มฉุกเฉิน มันจะเป็นเชลเตอร์หลบภัยที่จะช่วยให้มีชีวิตรอดได้นานสามวัน มีน้ำและอาหารฉุกเฉินถูกเก็บเอาไว้ในช่องลับ มันถูกสร้างขึ้นป้องกันกรณีที่หากถูกลอบสังหารหรือถูกทำให้ตกจากเขาเพื่อรักษาชีวิตของผู้ที่อยู่ภายในโดยไม่ให้ถึงแก่ชีวิต เป็นระบบที่คิดสร้างมันขึ้นมาเพราะเห็นว่ามันยังมีพื้นที่ว่างให้ยัดใส่ได้

       ซาริตกใจเมื่อถูกขังเลยร้องห่มร้องไห้ทุบประตูจนเซรอสต้องกดเปิดมันด้วยรีโมต กระต่ายขาวตัวแสบพอหลุดออกมาได้ก็กระโดดกอดเอาไว้แน่นด้วยความกลัวว่าจะถูกขัง กว่าจะปลอบจนสงบลงได้ออร์คสามตัวก็ถูกฟรานกับเฟนริลกำจัดเสร็จหมดแล้ว

       เด็กหญิงเอลฟ์มองหน้าเซรอสด้วยความสงสัย

       ซาริตะโกนตอบด้วยเสียงหวาดกลัวว่า “เกวียนนี่มีผีสิงเจ้าค่ะ มันจะกินซาริด้วยเจ้าค่ะ”

       “เหลวไหล”

       “ไม่ได้โกหกนะเจ้าคะ ซาริถูกมันกินจริงๆ ข้างในมีแสงด้วยเจ้าค่ะ”

       ไม่ว่าจะพูดอธิบายอย่างไรฟรานก็ไม่คิดจะเชื่อซาริแม้แต่น้อย ซาริทำตัวน่าสงสารมากไซร้หน้าเช็ดน้ำตากับน้ำมูกบนเสื้อของเซรอส พลางใช้เท้าถีบตัวถังหลายครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ถูกมันกินอีก น่าเสียดายที่ระบบนั้นเซรอสปิดมันไปแล้วเนื่องจากต้องปรับปรุงมันอีกมาก

       “ความจริงแล้วมันคือผู้พิทักษ์ประจำเกวียน ที่จะออกมาช่วยเหลือยามมีภัย ไม่แน่อนาคตมันอาจจะพูดได้ก็ได้”

       “ผู้พิทักษ์เหรอเจ้าคะ?” ซาริถามตาบ้องแบ๊ว

       เซรอสยิ้มขำและไม่พูดอะไรอีก การแกล้งซาริก็เป็นความบันเทิงรูปแบบหนึ่ง ถึงจะน่าสงสารแต่ก็เป็นคนเดียวที่มีการตอบสนองแบบตลก กับฟรานเธอจะแค่พยักหน้าหรือไม่ก็ขานรับทราบเท่านั้น ดังนั้นซาริจึงเป็นตัวเลือกที่กลั่นแกล้งได้ดีที่สุด

       พอได้เห็นซาริหันไปกราบไหว้บูชาผู้พิทักษ์เกวียนด้วยความเคารพทำให้เขาพลันอารมณ์ดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะซาริกัดฟันตัดสินใจนำแครอทที่กินเหลือมาวางบูชากลับทำให้ฟรานหัวเราะขบขันเป็นครั้งแรก

       ฟรานเคยยิ้มแต่ไม่เคยหัวเราะอย่างมีความสุขมาก่อน ไม่คิดว่าการกระทำสุดเป๋อของซาริจะทำให้เด็กหญิงผู้เยือกเย็นกลับมามีรอยยิ้มได้ สมแล้วกับเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถเยียวยาจิตใจผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

       ต่อให้เป็นคนที่ปิดกั้นความรู้สึกแค่ไหนขอเพียงใช้เวลาอยู่ร่วมกับซาริไม่นานก็จะเปิดใจได้

       จากนั้นแล้วก็ไม่มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นอีก การเดินทางค่อนข้างสงบสุขมาก ต่อให้มีอาหารติดตัวแต่บางโอกาสก็จะต้องเข้าป่าเพื่อเรียนรู้การหาของกิน เซรอสพบเจอกับต้นที่มีลักษณะคล้ายกับกล้วยอยู่ด้วยเพียงแต่รูปร่างของมันดูแปลกและแตกต่าง จากการตรวจสอบพบว่ามันสามารถกินได้และไม่เป็นอันตราย รสชาติก็เหมือนกล้วยผสมกับเบอร์รี่ ซาริยัดกินเข้าไปจนแก้มบวมและกินมันหลายลูกจนพุงกาง สุดท้ายด้วยความเสียดายจึงขุดต้นมันขึ้นมาและตั้งใจจะนำไปปลูกขยายพันธุ์ต่อทันที

       ตลอดทางนั้นเซรอสเก็บเกี่ยวได้ตั้งมากมาย ส่วนใหญ่เป็นของที่มีประโยชน์ทั้งนั้น โดยเฉพาะพืชสมุนไพรที่มักจะเป็นสิ่งที่ถูกติดประกาศอยู่ในกิลด์นักผจญภัย มันเป็นของหายากมากซึ่งคนที่พบก็เป็นซาริอีกเช่นเคย ดูเหมือนซาริจะมีบทบาทอย่างมากในการหาสมบัติ

       ครั้งหน้าถ้ามีการสำรวจโบราณสถานเก่าแก่หรือที่ที่คาดว่าน่าจะมีสมบัติ การนำซาริไปด้วยน่าจะเป็นความคิดที่ดี

       ไม่ใช่เพราะเธอรู้ว่ามี แต่เป็นการซุ่มซ่ามเดินไปเจอด้วยความบังเอิญต่างหาก

       สุดท้ายแล้วพวกเซรอสก็เดินทางมาถึงเมืองไรด์การ์ด ระหว่างทางก็พบเจอกับเกวียนจำนวนมากที่มาจากทั่วสารทิศมุ่งหน้าสู่ถนนสายเดี่ยวสู่เมืองไรด์การ์ด ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เกวียนขนส่งสินค้าก็จะเป็นรถม้าโดยสาร มีบางที่เป็นของกองคาราวานรู้ได้โดยดูจากรูปแบบของขบวน มีเกวียนกับรถม้าที่วิ่งสวนไปเหมือนกันแต่ก็ไม่มีความคิดที่จะหยุดสังเกตเนื่องจากมันไม่ใช่เรื่องที่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วม

       ทว่าลำพังแค่รอเข้าเมืองก็น่ารำคาญพออยู่แล้ว

       ชักอยากจะหาอะไรมาอุดปากยายกระต่ายเสียงแปดหลอดนี่เสียเหลือเกินจริงๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.909K ครั้ง

59 ความคิดเห็น

  1. #9898 Phuchong Pornwattanayotin (@goldsnake) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 15:22
    ขอบคุณครับ
    #9898
    0
  2. #9570 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 21:44
    ขอบคุณครับ
    #9570
    0
  3. #8723 dplay (@dplay) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 17:27
    เซรอสจัดโทรโข่งแบบพกพาไห้กระต่ายน้อยหน่อยดิ
    #8723
    1
    • #8723-1 toptoptopth (@toptoptopth) (จากตอนที่ 106)
      1 ตุลาคม 2561 / 19:48
      ใช่ เวลาเจออะไรก็ร้องไป
      #8723-1
  4. #8200 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 08:34
    เวลามีสัตว์ร้ายเข้ามาควรหาไมค์กับลำโพงให้ซาริร้องเพลงให้ฟังอะเอาจริงๆ55555555
    #8200
    0
  5. #8153 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 17:28
    ซาริเสียงสังหารหรอ 5555
    #8153
    0
  6. #7995 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 15:47
    ขอบคุณค่ะ
    #7995
    0
  7. #7968 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 16:08
    สนุกมากครับ
    #7968
    0
  8. #7956 Mbk Mbk (@2478516093) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 13:01
    ชอบๆซาริ
    #7956
    0
  9. #7883 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 19:59
    ซาริเสียงสวรรค์
    #7883
    0
  10. #7882 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 19:11
    ขอบคุณครับ
    #7882
    0
  11. #7880 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 15:24
    <p>ซาริตัวป่วน ฮ่าฮ่า</p>
    #7880
    0
  12. #7879 thunzero (@thunzero) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 14:44
    ขอบคุณครับ
    #7879
    0
  13. #7876 zenn33 (@zenn33) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 02:10
    ซาริเจ๋ง
    #7876
    0
  14. #7875 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 02:04
    <p>สนุกมากๆคับ 8หลอด นะ นี่ถ้า9โลกแตก</p>
    #7875
    0
  15. #7874 tanyaporn-k (@tanyaporn-k) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 00:28
    สนุกมากกกกก รอตอนต่อไปค่ะ
    #7874
    0
  16. #7872 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 22:34
    5555 ซาริ นางน่ารักนะ
    #7872
    0
  17. #7871 22710 (@22710) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:20
    ขอบคุณมากครับ
    #7871
    0
  18. #7869 nightmask (@whiz-fate) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 18:02
    พลังเสียงทำลายล้างมากลูกเอ้ยย
    #7869
    0
  19. #7868 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 17:45
    นางน่าเอ็นดู
    #7868
    0
  20. วันที่ 19 เมษายน 2561 / 16:27
    ควรปรุงยาทำให้เสียงดีนะ
    #7867
    0
  21. #7866 Narongchai N (@blbybull) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 14:50
    ซาริสายluvสินะ ดวงดี
    #7866
    0
  22. #7865 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 13:53
    ได้สกิลร้องเพลงของไจแอ้นมา
    #7865
    0
  23. วันที่ 19 เมษายน 2561 / 13:52
    ซาริ นางเป็นเด็กสดใส
    #7864
    0
  24. #7863 Automatic32 (@Automatic32) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 13:46
    เอาที่ครอบ-น่าจะใช้แทนกันได้
    #7863
    0
  25. #7861 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 13:34
    <p>สนุกดีครับ</p>
    #7861
    0