ตอนที่ 105 : SS2 Episode Forty-Five : ด็อก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1357 ครั้ง
    4 เม.ย. 61

SS2 Episode Forty-Five

 



       อีกประมาณสองสัปดาห์โรงเรียนก็จะเปิดภาคเรียนที่สองแล้ว จึงจำเป็นจะต้องออกเดินทางตั้งแต่เนิ่นๆ ภายใต้การคำนวณระยะเส้นทางที่ต้องใช้เวลากว่าห้าวันในการเดินทางพวกเขาจะมีเวลาหนึ่งสัปดาห์ในการเตรียมตัวก่อนเปิดเรียน

       การเตรียมของสำหรับเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างง่ายกว่าครั้งก่อนมาก ที่ต้องนำไปด้วยก็มีแค่เสบียงกับเสื้อผ้าเท่านั้น

       แต่สำหรับเซรอสแล้วเขาจำเป็นจะต้องนำของอย่างอื่นไปด้วยทำให้คืนก่อนนั้นเขาเรียกซาริกับฟรานมาปรึกษาเพื่อขอยืมพื้นที่ของแหวนมิติเพื่อขนวัสดุไปด้วย สำหรับฟรานไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะของที่เอาไปด้วยสามารถเปลี่ยนไปใส่ในกระเป๋ามิติแทน แต่กับซาริต้องยอมติดสินบนเป็นไอศกรีมสี่ถ้วยต่อสัปดาห์จึงได้ยอมที่จะแบ่งพื้นที่ในแหวนให้ขนย้ายวัสดุไปด้วย

       เซรอสไม่ลืมที่จะถอดตู้จดหมายและนำไปด้วยเพื่อที่จะได้ติดต่อรับภารกิจยามฉุกเฉินได้

       ทั้งสามคนออกเดินทางกันตอนเช้า ผ่านประตูทางเข้าเมืองที่เซรอสใช้เวลาช่วงหนึ่งในการสร้าง มันเป็นเหมือนกำแพงประตูเมืองในเมืองหลวงที่ดูแข็งแรงทนทาน ด้วยวัสดุของมันแม้จะดูเป็นของธรรมดาแต่เมื่อมันถูกสร้างด้วยพลังพิเศษแล้วย่อมต้องมีความแตกต่างอยู่บ้าง มันสามารถรับการโจมตีได้โดยจะมีแถบพลังขึ้นมาบนระบบจัดการเมืองที่อยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาหลังจากสร้างกำแพงเสร็จ ตัวเลขที่เห็นนั้นมีอยู่ด้วยกันถึง 8000 ก็เลยลองให้ซาริกับฟรานช่วยกันทุบทำลาย ปรากฏว่าตัวเลขพวกนั้นลดลงเรื่อยๆ แตกต่างกันตามความรุนแรงของการโจมตี จากนั้นเซรอสก็แค่ถือค้อนและซ่อมแซมมันกลับมาเป็นเหมือนเดิม

       กำแพงและประตูเมืองมีระบบติดตั้งแสงเอาไว้เพื่อดึงประสิทธิภาพของปีศาจเงาออกมาให้ได้มากที่สุด

       เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายและได้รับสัญญาณอนุญาตให้ทำการโจมตี ปีศาจเงาพวกนี้จะเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงออกมาได้นานนับปีโดยไม่สูญเสียความแข็งแกร่งของตนเอง เซรอสไม่เก่งด้านเวทมนตร์จึงชดเชยโดยการใช้เทคโนโลยีดึงประสิทธิภาพของเวทมนตร์ออกมาให้ได้มากที่สุด จุดอ่อนของเวทมนตร์ความมืดเองเขาก็หาวิธีลบมันจนพอจะใช้ได้แม้จะเป็นคืนที่ไม่มีแสงจันทร์ก็ตาม

       ตลอดการเดินทางไม่มีอุปสรรคหรืออันตรายใดๆ เกิดขึ้นเลยจนรู้สึกเบื่อหน่าย ซาริที่อยู่นิ่งไม่ได้ก็ปีนเข้าปีนออกพลางนำแครอทที่แอบเอาไปแช่เย็นมาแทะกิน ฟรานปอกแอปเปิ้ลเสร็จก็นำใส่จานเอามาให้เซรอสได้กินรองท้อง และเฟนริลก็กินไส้กรอกแบบดิบๆ

       เมื่อถึงตอนเที่ยงก็จอดพักกันในพื้นที่ที่คุ้นเคย ยังมีร่องรอยของคนที่เคยมาแวะพักอยู่ก่อนแล้วประมาณสองวันก่อนเลยจัดบทเรียนการแกะรอยให้กับฟรานทันที ฟรานแกะรอยจนตอบได้ว่าเป็นเกวียนของกลุ่มพ่อค้าใหญ่เพราะมีเศษเมล็ดพันธุ์ที่ตกอยู่บนพื้น กับรอยเท้าของคนคุ้มกันที่มาเดินลาดตระเวน เซรอสยังสอนวิธีการเดาลักษณะของเจ้าของรอยเท้า มันเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ต้องอาศัยประสบการณ์อย่างมากโดยเฉพาะการวิเคราะห์พฤติกรรมของเป้าหมายจากรอยเท้าหรือร่องรอยต่างๆ ที่ปรากฏให้เห็นอยู่รอบตัว

       เซรอสหันไปเห็นซาริและสาบานกับตัวเองไว้เลยว่าจะไม่พาซาริมาด้วยเมื่อต้องแกะรอย เมื่อพบว่ายายตัวแสบเล่นทำลายรอยเท้าทั้งหมดโดยการเอาเท้าตัวเองไปทาบกับรอยเท้าพวกนั้น คงคิดว่าเซรอสกับฟรานกำลังสนุกอยู่กับการเล่นมองรอยเท้า และยังหันมาทำหน้าซื่อบอกให้ทายว่ารอยไหนเป็นรอยเท้าของเธออีกด้วย

       เป็นยายตัวแสบของแท้เลยล่ะ

       หยุดพักเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ทุกคนได้พักทานอาหารรวมไปถึงแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัว จากนั้นจึงค่อยออกเดินทางกันต่อ

       ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้การเดินทางค่อนข้างเร็วมาก มาถึงจุดพักค้างแรมได้ก่อนจะค่ำมืด

       ให้ซาริอยู่เตรียมทำอาหารค่ำอยู่กับเฟนริล ฟรานกับเซรอสไปตรวจสอบสภาพรอบๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคืนนี้จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ฟรานเจอร่องรอยของพวกสัตว์ฟันแทะกับรอยเท้าสัตว์ป่าขนาดกลางแต่ก็ไม่ได้ติดตามต่อเพราะพวกมันไม่ได้เป็นอันตราย ทางด้านเซรอสเจอพวกเบอร์รี่ป่าที่พอจะเอาไว้กินเล่นตอนเดินทางได้จึงเก็บกลับมาหอบใหญ่

       พอกลับมาถึงที่พักอาหารก็ถูกเตรียมจนเกือบจะเสร็จแล้ว ซาริกำลังเตรียมต่อเติมฉากกั้นสำหรับห้องอาบน้ำเคลื่อนที่และรอให้ฟรานมาเติมน้ำให้เต็มอ่าง นี่คือประโยชน์ของการมีนักเวทที่เชี่ยวชาญธาตุน้ำติดตามมาด้วย

       ฝีมือการทำอาหารของซาริไม่ได้ดีเลิศ แต่ก็ไม่ได้แย่นัก บางอย่างมันก็อร่อยแต่บางอย่างก็พอจะกินได้ถ้าไม่จริงจังเรื่องรสชาติ ถ้าพูดเฉพาะความสามารถในด้านงานบ้านงานเรือน ซาริก็ถือว่ามีคุณสมบัติในการเป็นแม่บ้านอยู่ไม่น้อย ถ้าลดนิสัยชอบเก็บของจุกจิกยัดไว้ตามห้องจนเริ่มเน่าจะเป็นแม่บ้านที่ดีมาก

       “จะเปิดไฟสลัวเอาไว้ให้ รีบนอนเถอะ”

       “เจ้าค่ะ ราตรีสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านเซรอส ซาริจะฝันถึงภูเขาแครอทให้ได้เลยเจ้าค่ะ”

       “ราตรีสวัสดิ์”

       “โฮ่ง!

       เซรอสปรับแสงไฟสว่างเป็นแสงสลัวและเดินออกไปนั่งข้างนอก ดื่มด่ำกับกาแฟที่ต้มใส่กระติกเก็บความร้อน

       ชายหนุ่มฆ่าเวลาด้วยการนำสิ่งที่คล้ายไอแพดแต่มีลักษณะเป็นกระจกใสขึ้นมา ตวัดนิ้วไปมาเพื่อตรวจสอบเส้นทางข้างหน้า ห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่ไปราวๆ สามสิบไมล์ พบเห็นกองคาราวานกลุ่มใหญ่จอดตั้งค่ายพักแรมกันอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับเจ้าของร่องรอยที่พบวันนี้ เหตุที่ต้องตรวจสอบนั่นก็เพื่อหาทางรับมือ เซรอสไม่เคยมองโลกในแง่ดีและเห็นคนแปลกหน้าทุกคนเป็นศัตรูทั้งหมด

       ด้วยระยะห่างกับความเร็วที่ต่างฝ่ายต่างใช้ในการเดินทาง คาดว่าพรุ่งนี้ตอนเย็นก็น่าจะไปเจอกันได้

       ยังไงก็ต้องระวังตัวเอาไว้ เพราะในสายตาของคนพวกนั้นเซรอสครอบครองทั้งเอลฟ์ มนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาว และสัตว์อสูรหายากที่ร้ายกาจเฟนริล แม้ว่าการค้าทาสจะกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายของอาณาจักรไอทาเรีย แต่ถ้านำทาสไปขายที่อาณาจักรอื่นก็จะสามารถปลอมแปลงประวัติได้ และนอกจากนี้ขอเพียงมีเงินมากพอก็จะมีคนยอมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

       ไอแพดถูกตั้งวางไว้โดยเปิดให้มันแสดงตำแหน่งของกองคาราวานกลุ่มนั้นเพื่อคอยตรวจสอบ หลังจากที่นั่งมองมันมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงก็เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง หลังเซรอสปรับให้มันตรวจจับคลื่นความร้อนและพบว่า พวกเขากำลังถูกโจมตีโดยบางสิ่งบางอย่าง

       มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเล็กน้อยกับภาพที่ได้ น่าจะเป็นเพราะการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์

       เขาขยายภาพเพื่อให้เข้าไปใกล้ที่สุดเพื่อจำแนกพวกนักเวทออกมา คนพวกนี้สามารถสร้างความเสียหายบริเวณกว้างได้และปกติแล้วเวทมนตร์เป็นสิ่งที่ยากจะต้านทาน หากถ้าโดนโจมตีและไม่สามารถแก้ทางเวทมนตร์ได้ก็อาจจะได้รับบาดเจ็บ กับเซรอสอาจจะแค่รู้สึกคันๆ เพราะมีร่างกายที่แข็งแกร่งจนไม่อาจใช้มาตรฐานของมนุษย์มาวัดได้ แต่ถ้าซาริหรือฟรานโดนเข้าไปสักครั้งคงร้องไม่ออกแน่

       “นักเวทสามคนกับนักรบเจ็ดคน ที่เหลือคงเป็นผู้ว่าจ้างกับลูกหาบ”

       เพียงแค่ได้เห็นการเคลื่อนไหวก็พอจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายมีกี่คน ทางฝั่งของฝ่ายโจมตีก็มีจำนวนเกือบสามสิบตัวเห็นจะได้ การต่อสู้ดำเนินไปนานกว่าสองนาทีความร้อนหนึ่งจุดจึงค่อยหายไป ไม่รู้ว่ากำลังสู้อยู่กับตัวอะไรจึงไม่อาจบอกได้ว่าคนพวกนี้เก่งหรือไม่เก่ง การต่อสู้ดำเนินไปนานกว่าสามสิบนาทีสถานการณ์เลวร้ายก็จบลง ฝ่ายโจมตีต่างร่นถอยหนีหายเข้าป่าไปโดยไม่มีผู้ใดกล้าไล่ตามไปจัดการเลยสักคนเดียว

       เซรอสหาวนอนด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายกับการเฝ้ามองดูการต่อสู้ที่ยืดเยื้อและจบลงด้วยการที่กำจัดศัตรูได้ไม่หมด

       “จบแล้วงั้นเหรอ”

       อย่างน้อยการที่คนพวกนั้นช่วยเคลียร์เส้นทางข้างหน้าให้ก็พอจะมีประโยชน์อยู่บ้างละนะ

 

       เซรอสวางใจให้ฟรานเป็นคนควบคุมเกวียนในการเดินทาง ส่วนตนก็ปีนขึ้นไปนอนอาบแดดอุ่นๆ บนหลังคาและงีบหลับพักผ่อนชดเชยที่เมื่อคืนแทบจะไม่ได้นอน การที่ยอมให้ฟรานเป็นคนถือบังเหียนเพื่อเดินทางออกจะอันตรายอยู่บ้าง เซรอสมองว่าเด็กๆ ในโลกนี้เติบโตกันค่อนข้างเร็วอยู่แล้วถือเสียว่าเป็นการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นให้ในอนาคตไป ดังนั้นวันนี้เซรอสจะไม่ออกความเห็นใดๆ แต่จะให้ฟรานเรียนรู้ที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองว่าควรพักหรือแวะพักที่ใด

       รถม้าหยุดพักครู่หนึ่งเพื่อให้ฟรานได้สำรวจเส้นทางที่จะไปยังไรด์การ์ด เนื่องจากเส้นทางขาไปและขากลับนั้นใช้คนละเส้นทางจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างดี ฟรานไม่สนใจกระทั่งกิ่งไม้เสี่ยงทายของซาริแต่เลือกที่จะเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเอง

       ความจริงก็แค่ดูร่องรอยบนพื้นของกลุ่มคนที่เคยมาก่อนหน้านี้เท่านั้น

       สมแล้วกับที่เซรอสฝึกทักษะการแกะรอยให้

       จนกระทั่งตอนบ่ายโมงกว่าเกวียนก็ได้หยุดลง ฟรานกับซาริตื่นตระหนกหลังได้เห็นสภาพของสถานที่ที่เละไม่มีชิ้นดี ร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นยังดูใหม่อยู่และฟรานคาดเดาว่าคงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

       “เละหมดเลยเจ้าค่ะ” ซาริหยิบเอาเศษไม้วิ่งไปยื่นให้เซรอสดู

       เซรอสมองดูเศษอาหารที่ตกอยู่บนพื้นพลางยิ้มออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่านั่นคือ ไส้กรอกรมควัน

และที่อดขำไม่ได้ก็ตรงที่พวกมันช่างเลือก พอคิดว่าคาเรนได้ลูกค้าใหม่เป็นฝูงก็อบลินเรื่องนี้คงพอจะใช้เป็นเรื่องตลกบนโต๊ะอาหารได้

       “รอยเท้า ฮ็อบก็อบลิน” ฟรานแกะรอยได้จากนั้นจึงตามรอยเท้าไปและพบกับศพที่กำลังเน่าของฮ็อบก็อบลิน และใบหูของมันหายไป

       “นักผจญภัย”

       “เก่งมาก” เซรอสกล่าวชม “คิดว่าคนที่ฆ่าฝีมือเป็นยังไง”

       ฟรานเคยสู้กับฮ็อบก็อบลินมาครั้งหนึ่งแล้วย่อมรู้ดีว่าพวกมันน่ากลัวแค่ไหน เธอเองก็ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าคนอื่นนอกจากอาวุธที่ทำจากอาดามันเทียม ดังนั้นการที่จะใช้อาวุธธรรมดาในการฆ่ามันได้นั้นจะต้องมีฝีมือระดับหนึ่ง อาจจะเป็นนักผจญภัยแรงค์ D หรือไม่ก็ C

       เซรอสยืนดูเด็กหญิงสำรวจสภาพศพ ทุกการกระทำจะเห็นว่าเซรอสพึงพอใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการอธิบายเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิตได้ ซ้ำยังเรียนรู้มุมองศาของบาดแผลเพื่อคาดเดาความสูงของผู้ที่ลงมือสังหารได้ใกล้เคียงมาก

       “ถ้าเปลี่ยนเป็นตนเองไปสู้โดยใช้อาวุธทั่วไปล่ะ”

       “ไม่ไหว มีดตามร้านต้องใช้แรง ฟรานอ่อนแอมาก”

       ถือว่ายังดีที่ฟรานรู้จักจุดอ่อนของตนเองไม่ใช่คนที่หลงระเริงว่าตนเองแข็งแกร่ง ต่อให้มีมีดอาดามันเทียมแต่อย่างไรอาวุธก็ยังเป็นอาวุธ เทียบไม่ได้กับทักษะในการใช้อาวุธของจริงที่ต่อให้เป็นดาบราคาถูกๆ ในร้านขายอาวุธก็ยังพอจะรับมือกับพวกตัวที่แข็งแกร่งได้

       ฟรานสำรวจเสร็จก็ยืนกอดอกครุ่นคิดอย่างหนัก เซรอสหวังจะได้เห็นปฏิภาณไหวพริบของฟรานจึงไม่ได้เอ่ยอะไรมากนัก เขาเห็นเธอวิ่งไปที่ต้นไม้และตรวจดูตามพุ่มไม้อย่างระมัดระวังก็ยิ่งชื่นชมหนักมากขึ้นอีก คิดไม่ถึงเลยว่าฟรานจะฝึกทักษะแกะรอยมาจนถึงขั้นการมองหาสถานที่ปลอดภัยด้วย

       ต้องเข้าใจก่อนว่าก็อบลินจะไม่ออกล่าห่างจากพื้นที่อยู่อาศัยมากนัก หากในฝูงมีฮ็อบก็อบลินอยู่ด้วยก็ยิ่งจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้นเนื่องจากรังพวกนั้นจะต้องมีขนาดที่ใหญ่เอาเรื่อง หากรอบๆ พบเจอกับศพของฮ็อบก็อบลินแต่ไม่เห็นก็อบลินหรือฆ่าไม่หมด พวกมันจะสั่งสมประสบการณ์นี้เพื่อไปพัฒนาทำให้การบุกจู่โจมครั้งต่อไปน่ากลัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นหากเจอก็อบลินทางเดียวที่จะยุติปัญหาในภายภาคหน้าก็คือการถอนรากถอนโคน

       “ที่นี่ไม่ปลอดภัย ต้องรีบเดินทาง”

       “เพราะอะไร?” เซรอสถาม

       “ก็อบลินล่าไม่ไกลจากรัง อันตรายกว่าถ้าเจอกับพวกมัน”

       สำหรับเซรอสไม่ได้กังวลเลยว่าก็อบลินจะมามากหรือน้อยเพราะมั่นใจว่าตนเองสามารถรับมือได้ แต่กับฟรานและซารินั้นไม่ใช่เลย ทั้งคู่เป็นเพียงเด็กและมีศักยภาพร่างกายในระดับมนุษย์ธรรมดา ต่อให้ซาริบังเอิญโชคดีดึงสัญชาตญาณต่อสู้ออกมาได้ก็ตาม และถึงแม้ฟรานจะได้ชื่อว่าเป็นจอมเวทอัจฉริยะที่อายุน้อยที่สุด (สำหรับเอลฟ์อายุสิบสองปีถือว่าเป็นเด็กแรกเกิด) แต่เธอก็ยังรับผิดชอบชีวิตของผู้อื่นไม่ได้

       พอกลับมาก็อธิบายเรื่องราวให้ซาริรู้ ถึงบางเรื่องจะต้องปกปิดเอาไว้แต่ซาริก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลและเรื่องนี้ก็เพื่อความปลอดภัยจึงได้ยอมเปิดปากเล่า เก็บของเสร็จแล้วจึงออกเดินทางกันอย่างรวดเร็ว

       มื้อเที่ยงเลยให้ซาริทำฮอทดอกสำหรับสามคน ของเฟนริลก็เป็นไส้กรอกที่ฟรานเป็นคนย่างให้เพียงแค่กำมือ เซรอสเลยแนะนำด้วยรอยยิ้มขบขันให้ฟรานลองใช้เวทมนตร์ทำอาหารโดยหยิบยกตัวอย่างสถานการณ์สารพัดมาล่อลวง ผลลัพธ์คือฟรานเอ่ยปากว่าจะลองกลับไปคิดดู

       ประมาณสี่ชั่วโมงต่อมาพระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยลงต่ำ ในป่านั้นมักจะมืดเร็วอยู่แล้วทำให้พวกเขาต้องนำตะเกียงออกมาจุดแขวนเอาไว้บนเสาทั้งสองข้าง ภายในเกวียนก็เปิดเป็นไฟสลัวเพื่อกลบเกลื่อนให้ดูเหมือนแสงนั้นเกิดจากตะเกียง เซรอสและฟรานเริ่มสังเกตเห็นร่องรอยล้อเกวียนที่ยังดูใหม่จึงรู้ว่าข้างหน้าพวกเขาอาจจะต้องเจอกับกลุ่มคนที่ไม่รู้ว่ามีนิสัยหรือดีไม่

       “ถ้ายังไงอยากเริ่มบทเรียนใหม่หรือเปล่า”

       “บทเรียน?”

       “จะเล่นอะไรเหรอเจ้าคะ?”

       ทั้งสองคนอยากรู้มากว่าเซรอสคิดจะทำอะไร เขาปีนลงมาจากบนหลังคาเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเองอย่างรวดเร็ว

       เสื้อผ้าของเซรอสเปลี่ยนไปเป็นชุดที่ดูสมบุกสมบัน เขาทำบางสิ่งบางอย่างกับใบหน้าตัวเอง ขยี้หัวตัวเองให้กระเซิงและหวีจัดทรงใหม่ จากเด็กหนุ่มที่ดูสุขุมกลายเป็นคนอื่นที่ทั้งสองคนแทบจะจำไม่ได้ นอกจากนี้ใบหน้าของเขาก็ดูมีอายุเพิ่มมากขึ้นรวมไปถึงสีผิวที่หมองคล้ำอีกด้วย

       “บทเรียนของการใช้ชีวิตในสังคมเบื้องนอก” เซรอสจับคอตัวเองและเริ่มเปล่งเสียงสูงต่ำและกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน “การสร้างตัวตนจากการที่ไม่มีตัวตนยังไงล่ะ”

 

       กองคาราวานของพ่อค้าได้รับความเสียหายจากการจู่โจมของพวกก็อบลิน แม้ว่าจะรักษาชีวิตของผู้คนกับสินค้ามาได้ในระดับที่ยังพอรับไหว แต่สภาพจิตใจของคนงานแต่ละคนล้วนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว การพักผ่อนไม่มีครั้งไหนเลยที่จะไม่สะดุ้งทุกครั้งที่เกิดเสียงแปลกๆ มันแตกต่างจากพวกคนคุ้มกันที่จ้างมาซึ่งพวกเขามีประสบการณ์ในด้านนี้เป็นอย่างดี

       เรื่องนี้ไม่สามารถตำหนิใครได้เพราะเป็นความเอาแต่ใจของผู้ว่าจ้างที่คิดว่าพื้นที่ตรงนั้นปลอดภัย ในขณะที่คนคุ้มกันสำรวจแล้วว่ามีความเสี่ยงอยู่ และเพราะว่าทุกคนเองก็เหนื่อยจากการเดินทางไกลจึงเห็นสมควรว่าควรจะหยุดพักผ่อนที่นั่น กลายเป็นว่าคืนนั้นพวกเขาถูกก็อบลินจู่โจมเป็นฝูงใหญ่ ถึงจะฆ่าสังหารพวกมันไปหลายตัวกับฮ็อบก็อบลินที่น่ากลัวอีกหนึ่งตัว แต่ที่เหลือก็หนีรอดไปได้พร้อมเสบียงอาหารชุดใหญ่

       มันเป็นความเสียหายอยู่ในการประเมินความเสี่ยงแล้วทำให้การค้าขายในครั้งนี้อาจจะได้กำไรมาเพียงเล็กน้อย

       “หัวหน้า มีเกวียนตามพวกเรามา”

       “หือ?” นักผจญภัยมากอายุ ร่างกายใหญ่โตเต็มไปด้วยมัดกล้ามถักคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย “ตามหลังพวกเรามาหรือยังไง”

       มักจะมีคนใช้วิธีประเภทนี้อยู่ด้วย นั่นคือการยืมแรงจากพวกตนในการเคลียร์เส้นทางให้ เป็นวิธีการที่น่าเกลียดและต้องเสี่ยงดวงอยู่พอสมควร แต่ถ้าสำเร็จพวกเขาจะสามารถเดินทางไปยังเมืองอื่นได้โดยไม่ต้องสูญเสียสิ่งใดเลย ซึ่งก็ไม่มีกฎข้อใดห้ามเกี่ยวกับการใช้วิธีน่ารังเกียจเช่นนี้ ทำได้เพียงแต่บ่นกับผองเพื่อนในวงเหล้าเท่านั้น

       “แล้วเป็นคาราวานของพ่อค้าที่ไหนล่ะ”

       “คิดว่าไม่น่าจะใช่นะหัวหน้า ข้าเห็นแค่เกวียนเล่มเดียว”

       “เกวียนเล่มเดียว? โอ้! ไม่ใช่พวกพ่อค้าสินะ”

       ความสนใจในตอนนี้คือความอยากรู้ว่าเจ้าของเกวียนที่เดินทางตามหลังมานั้นเป็นใคร ขอเพียงไม่ใช่พวกพ่อค้าที่ตนปฏิเสธและตามหลังมาก็พอ เขารู้สึกไม่ชอบใจนักที่ถูกกดราคางานว่าจ้างให้คอยคุ้มกันตลอดการเดินทางด้วยสัญญาที่เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่บังเอิญตามหลังมาก็ถือเสียว่าเป็นโชคดีของพวกเขาไป ดีไม่ดีอาจจะได้เป็นการโฆษณาชื่อเสียงของกลุ่มไปด้วยในตัว

       “ขอไปดูสักครู่ ใครแย่งไส้กรอกของข้าจบงานนี้ข้าหักค่าจ้างแน่นอน”

       บนเส้นทางพวกเขาพบเห็นแสงจากตะเกียงสองดวงกำลังเคลื่อนที่มาหา จนเมื่อเข้ามาได้ในระยะมองเห็นก็ตกตะลึงเพราะพวกเขาไม่เคยเห็นเกวียนประหลาดที่มีขนาดใหญ่เทอะทะแบบนี้มาก่อน แต่ถึงแม้จะเคยเห็นมันก็ต้องอาศัยการานในการลาก ไม่ใช่ด้วยม้าเพียงสองตัว นอกจากนี้รูปทรงของมันดูแปลกตาอย่างมากจนเผลอคิดว่าได้ช่างคนไหนเป็นคนสร้างกันแน่ เพราะมันดูมีความแข็งแรงรวมไปถึงความหรูหราอีกด้วย พอได้สติก็ก้าวออกไปข้างหน้าและโบกมือให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบบางอย่าง

       ผู้ที่คุมบังเหียนอยู่เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งกายราวกับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ใบหูที่ยาวแหลมเป็นลักษณะของเอลฟ์ เธอส่งสายตาเย็นชามองมาทางพวกเขาก่อนจะหันไปพูดกับคนข้างใน สักพักหนึ่งก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

       “ใครกันที่บังอาจมาขวางเส้นทางของปรมาจารย์ผู้นี้กัน” สำเนียงการพูดของเขาค่อนข้างหยาบโลนคล้ายสำเนียงของพวกคนแคระ แต่คนที่ก้าวออกมากลับเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ดูมีอายุไม่น้อย แถมแต่งกายดูคล้ายกับพวกช่างตีเหล็กมากด้วย “อะไรกันนักผจญภัยหรอกรึ มีเรื่องอะไรกับข้าคนนี้หรือยังไง”

       กฎเหล็กอย่างหนึ่งของการเป็นนักผจญภัย พวกเขาจะไม่หาเรื่องกับช่างตีเหล็กเป็นอันขาด โดยเฉพาะพวกเขาจำเป็นจะต้องพึ่งพาอาวุธและชุดเกราะที่ดีเยี่ยมในการทำงานแต่ละครั้ง หากมีโอกาสที่จะได้สร้างความสัมพันธ์กับช่างตีเหล็กสักคนล่ะก็ถือเป็นเรื่องดีมาก

       แถมการมีปัญหากับพวกเขาก็ไม่ใช่เรื่องดี ช่างตีเหล็กเองก็มีสมาคมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่บ่อยๆ ถึงขนาดที่ว่าหากช่างตีเหล็กคนหนึ่งถูกดูหมิ่นและไม่ได้รับเกียรติ พวกเขาก็จะร่วมมือกันยุติการค้าขายกับผู้ที่ดูหมิ่นทำให้ไม่สามารถหาซื้ออาวุธหรือชุดเกราะใดๆ ได้ หรือต่อให้ซื้อได้ก็ต้องผ่านนายหน้าที่มักจะคิดราคาแพงกว่าปกติเกือบเท่าตัว เพราะฉะนั้นการมีปัญหาด้วยจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

       “ต้องขออภัยด้วย ข้าเพียงแค่อยากให้มั่นใจว่าไม่ใช่ศัตรู เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกข้าเคยถูกจู่โจมมาก่อน” ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มใช้ปฏิภาณไหวพริบเพื่อแก้ตัวที่ทำเรื่องเสียมารยาทไป

       “ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มตอบ มองออกไปก็เห็นกองไฟเล็กๆ ถูกก่อขึ้นมาสามจุด และมีการตั้งคบเพลิงเอาไว้รอบคาราวานเพื่อระมัดระวังความปลอดภัย “พวกเจ้าตั้งค่ายพักที่นั่นสินะ? นี่แม่หนู ถ้าจะไปยังจุดพักต่อไปใช้เวลานานหรือไม่”

       เอลฟ์เด็กครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วตอบด้วยภาษามนุษย์ที่ฟังดูติดขัด “นานมาก ค่ะ”

       “งั้นรึ? เดินทางต่อคงลำบากสินะ” ชายหนุ่มพึมพำ จากนั้นจึงหันไปถามนักผจญภัยกลุ่มนั้นต่อ “จะรังเกียจหรือไม่ถ้าข้าจะขอร่วมพักในคืนนี้ด้วย แน่นอนว่าข้าจะไม่ให้พวกเจ้าเหนื่อยเปล่าแน่นอน มีค่าจ้างให้ด้วยสำหรับหนึ่งคืน”

       เขาหยิบเอาถุงที่ผูกอยู่ข้างเอวขึ้นมาและเทมันลงมาบนฝ่ามือหนึ่งเหรียญ

       “เท่านี้พอจะรับหรือไม่”

       หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยแม้จะเคยเห็นเงินมาไม่น้อยแล้ว แต่ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้

       ราคาสำหรับงานรับจ้างเฝ้ายามหนึ่งคืนนั้นคือ 1 เหรียญทอง

       งานที่รับมานั้นเป็นงานประเภทคุ้มครองที่ราคาค่าจ้างนั้นประมาณ 10-20 เหรียญทองโดยประมาณ มันไม่ใช่จำนวนเงินที่มากมายแต่เป็นงานที่ปลอดภัยมากหากมีความรอบคอบ โดยเฉพาะพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเส้นทางอยู่แล้วจึงสามารถเพิ่มราคาได้อีกราว 10-15 เหรียญทอง

       แบบนี้ใครบ้างเล่าจะปฏิเสธมัน เพราะต่อให้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นพวกเขาก็จะยังคงได้รับเงินนั้นอยู่ดี

       นอกจากนี้ยังถือเป็นการสานความสัมพันธ์กับช่างตีเหล็กด้วย นี่ไม่ต่างอะไรกับการยิงธนูดอกเดียวและได้นกถึงสองตัว

       “ไม่ต้องห่วง คิดเสียว่าเป็นค่าเช่าสถานที่ก็แล้วกัน”

       “ได้เลยๆ ท่านจะมาตั้งที่พักใกล้พวกเราก็ได้ ที่ว่างยังมีอยู่อีกตั้งเยอะ”

       “ข้าไม่รบกวนถึงขนาดนั้นหรอก”

       “ข้าชื่อว่า มอร์เรน เป็นหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเขี้ยวดาบ ไม่ทราบว่าท่านคือ

       “ข้าชื่อ ด็อกเตอร์ เอ็มเมต บราวน์ เรียกข้าง่ายๆ ว่า ด็อก และงานของข้าคือการสร้างทุกอย่างที่อยากจะสร้าง”

       พอได้รับคำอนุญาตแล้วก็พาเกวียนไปจอดยังที่ว่างที่หนึ่งมันอยู่ไกลจากที่ตั้งค่ายของกองคาราวานไปไม่ไกลนัก และตอนนี้ทางมอร์เรนก็ได้ไปเจรจากับทางผู้ว่าจ้างเพื่อขออนุญาตให้อีกฝ่ายมาตั้งที่พักใกล้ๆ กันได้ ซึ่งทางนั้นก็ไม่ได้รังเกียจเพราะยังไงอีกฝ่ายก็จ่ายเงินค่าจ้างให้ช่วยดูแลความปลอดภัยให้แค่คืนเดียว

      



Back to the Future กันเลยทีเดียว




ตัวแสบประจำบ้าน...คำแนะนำคือ อย่าให้มองพระจันทร์เด็ดขาด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.357K ครั้ง

70 ความคิดเห็น

  1. #11602 yoyoplusnook (@yoyoplusnook) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 23:08
    เบื่อกะความคิดของซาริจัง
    #11602
    0
  2. #10846 jime2012 (@jime2012) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 16:19
    รูปแครอท
    จากเรื่องวันพีชไช่ป่าวคับ
    #10846
    2
  3. #10845 jime2012 (@jime2012) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 16:17
    รูปนี้จากวันพีชนิ
    #10845
    0
  4. #9602 woodo (@woodobadoo) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 17:02
    ตื่นเต้นอ่าาาาาา //back to the future เป็นหนึ่งในหนังที่อยู่ในลิสอยากจะดูมากค่ะ แต่ไม่มีโอกาสดูจังๆเลยย เคยดูแต่แบบแว่บๆตามโทรทัศน์ ต้องหามาดูแบบเรียงภาคซะแล้ววว
    #9602
    0
  5. #9569 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 21:24
    ขอบคุณครับ
    #9569
    0
  6. #8610 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 15:52
    ต่างจากภาพที่นึกมาตลอด 100 กว่าตอน
    #8610
    0
  7. #8199 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 06:52
    สนุกครบรส ลุ้รไปทุกตอน เขียนได้ดีมาก จินตนาการของคุณสุดยอดมากเลยจริงๆ ขอบคุณที่แต่งให้อ่าน ติดตามต่อไปค่ะ
    #8199
    0
  8. #7964 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 15:11
    สนุกมากครับ
    #7964
    0
  9. #7855 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 11:21
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #7855
    0
  10. #7819 นักอ่านในเงา (@batamana) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 17:06
    <p>สนุกมากครับ อ่านรอบ3แล้วก็ยังสนุก สู้ๆครับไรต์ ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุกๆให้อ่าน ????????????</p>
    #7819
    0
  11. วันที่ 16 เมษายน 2561 / 23:13
    อ่านบุคลิกของซาริแล้งนึกถึงตัวละคร hony bunny ในเกมส์เฟสบุ้ค Mutants genetic gladiators มากๆ ดุ้กดิ้กๆเหมือนกันเลย
    #7816
    0
  12. #7814 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 17:48
    ซาริน่ารัก~~~ ก็ว่าอยู่ว่า ซาริ น่าจะมีรูปร่างแบบ จูดี้ ในzootopia ไม่ก็แครรอทในวันพีช /// 5555 เตรียมเดินทางข้ามกาลเวลาเลย555
    #7814
    0
  13. #7804 Nezumi (@Fannie) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 13:34
    นิมันคนสร้างรถข้ามมิตินิ

    #7804
    0
  14. #7730 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:42
    <p>น้องต่ายยยยยยย</p>
    #7730
    0
  15. #7721 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 06:27
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7721
    0
  16. #7720 DeAtHsCyTh (@DeAtHsCyTh) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 16:34
    ขอบคุณมากครับ อยากวาดแฟนอารต์มาให้จริงๆ 555555555
    #7720
    0
  17. #7719 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 16:57
    ด็อกบราวน์นะคะ 5555 สนุกเค้าล่ะ
    #7719
    0
  18. #7716 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 12:47
    เย้ๆ อย่างที่คิดไว้เลย ซาริมีอิมเมตแบบเดี่ยวกันกัยแครรอทของ วันพีชจริงๆด้วย
    #7716
    0
  19. #7715 อ้นเองคร้าบบ (@aon6025) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 08:55
    ขอบคุณครับไรท์
    #7715
    0
  20. #7714 tanyaporn-k (@tanyaporn-k) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 08:36
    นึกภาพซาริตั้งนาน นึกไม่ออก ในที่สุดก็อ๋อ เป็นแบบนี้เอง
    #7714
    0
  21. #7713 FIS_Oki (@FIS_Oki) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:57
    ตัวแสบประจำบ้าน 55555
    #7713
    0
  22. #7711 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 19:25
    <p>แหมเราก็ว่าอะไรคือด็อก ชอคาแรคเตอร์ซาริครับ</p>
    #7711
    0
  23. #7708 dumdaibindai (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 13:01
    ตอนแรกตกใจ อะไรดอกๆ ด่าใคร5555555
    #7708
    0
  24. #7706 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 09:22
    <p>จะมีอะไรมาโจมตีอีกไหมเนี่ย</p>
    #7706
    0
  25. #7705 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 04:47
    ซาริ...น่ารักจัง อยากเห็นฟรานบ้าง
    #7705
    1
    • #7705-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 105)
      5 เมษายน 2561 / 22:13
      หน้าแรกมีครับ
      #7705-1