ตอนที่ 100 : SS2 Episode Forty : เต้นรำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1066 ครั้ง
    6 มี.ค. 61

SS2 Episode Forty

 



         กล่องของขวัญกล่องใหญ่ที่ถูกวางไว้ใต้ต้นคริสต์มาสประดับแสงไฟเป็นสิ่งที่เด็กๆ รอคอยมาตลอดทั้งปี ชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเซอร์ไพร์สในครั้งนี้ทำได้เพียงยืนจิบกาแฟอยู่เงียบๆ มองดูการแกะเปิดของขวัญเพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับ

         “ไอ้นี่อะไรอ่ะเจ้าคะ?” ซาริหยิบวัตถุประหลาดที่ดูคล้ายกับสร้อยคอแต่มีขนาดใหญ่และเทอะทะกว่ามาก “สร้อยเหรอเจ้าคะ? ไม่เห็นสวยเลยเจ้าค่ะ”

         ขณะที่พลิกไปพลิกมาอยู่นั้นนิ้วมือก็เลื่อนไปโดนปุ่มบางอย่างเข้า มีเสียง ปี๊บ ดังแวบหนึ่งโดยซาริได้ยินมันอย่างชัดเจน ตามมาด้วยเสียง แชะ เบาๆ เมื่อกดปุ่ม

         “มีเสียงด้วยเจ้าค่ะ” ซาริพึมพำและกดปุ่มที่มีเสียง แชะ รัวๆ

         เซรอสมองดูอยู่ในครัวแอบยิ้มขบขันเล็กน้อย เป็นธรรมดาที่ซาริจะไม่รู้จักกับกล่องถ่ายรูปซึ่งเซรอสดัดแปลงฮาร์ตแวร์ทั้งภายในและภายนอกใหม่ทั้งหมดจนดูเหมือนกับเป็นสร้อยคอประหลาด พื้นที่ความจุนั้นสามารถเก็บรูปภาพที่มีความชัดเจนขนาด HD ได้สูงถึงหนึ่งแสนภาพ ในเมื่อคิดจะทำก็ควรทำเป็นของดีไปเลย มีระบบป้องการสั่นของภาพระดับสูงแต่พอเซรอสลองกดดูภาพที่จะถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของบ้านหลังจากเวลาผ่านไปสักระยะ มันกลับมีแต่ภาพเบลอ จับโฟกัสผิด และยังติดบางส่วนของร่างกายเอาไว้ด้วย

         ยังมีของขวัญอย่างอื่นอยู่อีก เซรอสเตรียมของขวัญไว้ให้อย่างน้อยก็ประมาณ 2-3 ชิ้นต่อหนึ่งคน นอกจากซาริจะได้กล้องถ่ายรูปกับตุ๊กตากระต่ายแล้ว ของอีกหนึ่งอย่างที่ได้รับคือโหลใส่ลูกกวาดกลิ่นผลไม้ ซาริยังไม่รู้ว่าคืออะไรแต่พอได้เห็นสีสันของมันมีหลากหลายก็ทำตาลุกวาวชื่นชมมันออกหน้าออกตา

         “ได้ลูกแก้วสีสวยด้วยเจ้าค่ะ” ซาริโอ้อวดของขวัญที่ได้รับ ลองหมุนเปิดเพื่อที่จะนำมันออกมาดูให้เห็นชัดก็ได้กลิ่นหอมหวานจนต้องใช้ปลายลิ้นสัมผัสมันดู “หวานด้วยเจ้าค่ะ เหมือนน้ำตาลเลยเจ้าค่ะ”

         ซาริโยนมันเข้าปากลิ้มรสชาติที่เหมือนกับผลไม้ท่าทางดูจะมีความสุขไม่น้อย อย่างไรซะโลกนี้น้ำตาลมีราคาที่แพงมาก นอกจากนี้ลูกกวาดยังเป็นของที่ไม่มีจำหน่าย ซาริจึงเป็นมนุษย์กระต่ายตัวแรกบนโลกใบนี้ที่ได้กินลูกกวาด

         ฟรานแกะของขวัญเสร็จแล้ว สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาก็คือตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่นุ่มฟู เพียงแค่นำมันออกมาวางไว้ข้างนอกและดูของสิ่งอื่นที่ใส่รวมเข้าไว้ มีหนังสือตำราเก่าแก่ที่เขียนด้วยอักษรโบราณจึงหยิบมันขึ้นมาพลิกหน้ากระดาษดู ถึงจะยังอ่านเข้าใจได้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ฟรานรู้ว่าสิ่งนี้คือตำราเวทมนตร์เก่าแก่และยังเป็นเวทมนตร์ที่เคยปรากฏขึ้นในอดีต และนอกจากของสองสิ่งที่เห็นก็ยังมีวัตถุประหลาดซ่อนอยู่ในกล่องเป็นชิ้นสุดท้าย

         มันคือฮาโมนิกา พร้อมกล่องเก็บรักษาที่ตกแต่งสวยงามเหมาะสำหรับเด็กผู้หญิง

         “นี่คือ?” ฟรานเปิดกล่องหยิบมันออกมาดูและสงสัยมาก เธอหันไปคอความเห็นจากเซรอสที่น่าจะเป็นคนเดียวที่รู้

         เซรอสทำหน้าเคร่งขรึมและตอบ “มันคือฮาโมนิกา ถ้าจะเรียกอีกชื่อก็คือหีบเพลงปาก มันก็เหมือนกับที่ฟรานเป่าขลุ่ยใบไม้เล่นนั่นแหละ เพียงแต่เจ้านี่จะสามารถทำเสียงออกมาได้ดีกว่า”

         ที่เลือกของขวัญชิ้นนี้ให้ก็เพราะได้ยินจากซาริว่าเวลาว่างฟรานจะแอบไปร้องเพลงหรือไม่ก็เป่าขลุ่ยใบไม้ เลยคิดจะหาเครื่องดนตรีแบบพกพาให้ซึ่งมันแตกต่างจากขลุ่ยรูปนกที่ทำให้ซาริซึ่งมันมีเสียงที่เพี้ยน จะให้ไวโอลินไปเลยก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเพราะมันต้องมีการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง ฮาโมนิกาจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

         “ส่วนของซาริไหนขอดูหน่อยสิ” เซรอสแสร้งเดินไปขอหยิบกล้องมาพลิกดู เขาเปิดหน้าตลับที่ช่วยให้เห็นภาพจากเลนซ์ได้ “อ๋อ ที่แท้เจ้านี่เป็นกล้องถ่ายรูปน่ะ ดูสิว่าใช้งานยังไง”

         ความแนบเนียนของเซรอสคือการหลอกว่าไม่รู้จักสิ่งของชนิดนี้ มันยากที่จะบอกว่าตัวตนที่แท้จริงของซานตาคลอสที่นำของขวัญมาวางไว้ให้ทุกปีเป็นใคร แบบนั้นจะเป็นการทำลายจินตนาการของพวกเด็กๆ อย่างน้อยตอนอยู่บ้านเด็กกำพร้าเขาก็เคยเชื่อว่ามันมีอยู่จริงนานหลายปี

         อธิบายความสามารถของกล้องถ่ายรูปให้ฟัง ซาริก็ทำตากลมบ้องแบ๊วจากที่เคยคิดว่ามันเป็นสร้อยคอรูปร่างพิลึกก็เปลี่ยนมาแบมือขอรับคืนอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่ามันทำสิ่งใดได้ หลังเซรอสยื่นส่งคืนมาให้ก็วิ่งไปทั่วบ้านถ่ายทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของมัน ยังไงก็เป็นระบบที่ทำออกมาเพื่อให้ลิงชิมแปนซีใช้งานได้ คราวหน้าลองให้เฟนริลพาไปเดินเล่นสักหน่อยท่าจะดี

         ฟรานชอบตำราเวทมนตร์แต่ก็ชอบฮาโมนิกาไม่น้อยไปกว่ากัน หลังเซรอสอธิบายพร้อมกับเล่นให้ดูครั้งหนึ่ง ฟรานก็พบว่ามันใช้งานง่ายกว่าขลุ่ยใบไม้เพียงแค่รู้หลักในการใช้เบื้องต้นก็พอจะเล่นทำนองเพลงได้แล้ว

         ครั้งนี้เซรอสไม่ได้เตรียมของขวัญเอาไว้ให้ตนเอง แต่มันก็ยังมีกล่องอยู่อีกหนึ่งใบแม้จะเล็กมาก เมื่อแกะเปิดมันออกก็พบกับปลอกคอหนังกับแผ่นป้ายห้อยคอสลักชื่อด้วยอักษรที่งดงาม มันเป็นชื่อ เฟนริล นั่นทำให้รู้กันว่ากล่องนี้เป็นของขวัญของเฟนริล แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีจดหมายฉบับหนึ่งถูกสอดเอาไว้อยู่ภายใน มันเกือบจะถูกมองข้ามถ้าไม่ใช่ฟรานสังเกตเห็นเสียก่อน พอพูดถึงจดหมายเซรอสก็หันขวับและขอรับมาดู

         มันถูกเขียนด้วยภาษาอังกฤษที่แสนจะคุ้นเคย ในโลกนี้คนที่สามารถเขียนภาษาอังกฤษได้ถ้าไม่ใช่คนที่มาจากต่างโลกเช่นเดียวกับเขาก็คงจะมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำได้ ปีที่แล้วก็ยังใช้วิธีนี้ติดต่อและมอบหมายหน้าที่ให้เลย

         เนื้อความในนั้นระบุเอาไว้ว่า

       ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา รูปปั้นแกะสลักสำหรับเรานั้นเป็นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เรารู้สึกเป็นเกียรติมากที่คุณให้ความสำคัญและความสำนึกในบุญคุณที่เรามอบเส้นทางชีวิตใหม่ให้ นับจากนี้เราอาจจะต้องติดต่อกันมากขึ้นเพื่อให้คุณได้มีเวลาในการเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับหน้าที่ที่เราจะมอบหมายให้ ในหน้าต่างพลังการสร้างของคุณจะมีหัวข้อใหม่เพิ่มเติมเข้ามาคือ ตู้จดหมาย จงสร้างมันเพื่อที่จะรับข้อความจากเราโดยไม่จำเป็นจะต้องรอเวลาในปีถัดไป

         ปล. ขอบคุณที่ช่วยเหลือและดูแลคาเรนเป็นอย่างดี

         เซรอสเรียกหน้าต่างขึ้นมาดูและเห็นว่ามันมีหัวข้อดังกล่าวอยู่จริง

         มองเห็นเค้าลางของความวุ่นวายได้เลย

         “นี่มันก็แค่เปลี่ยนที่ทำงานมาอยู่ต่างโลกไม่ใช่หรือยังไง” เซรอสบ่นอุบและโยนจดหมายนั่นเข้ากองไฟทำลายมันทิ้ง

         และในเมื่อเป็นหน้าที่ก็ไม่มีทางเลือกเขาตรวจสอบวัสดุที่ต้องใช้ ทั้งที่มันควรจะเป็นวัสดุที่ใช้ง่ายอย่างไม้ธรรมดากลับไม่เป็นอย่างที่คิด โชคดีที่วัสดุที่เก็บสะสมเอาไว้มีเป็นจำนวนมากและสามารถสร้างมันได้ในทันที

         น่าตกใจที่ว่าจะต้องใช้โฮริฮารูก้อนเป็นวัสดุในการสร้างด้วย

         “นี่สินะ เหตุผลที่ให้เราไปสำรวจเมืองนั่น”

         ไม่ใช่เพื่อให้รู้ว่าที่นั่นมีความลับสำคัญอะไร

         แต่เป็นการที่ให้ไปเก็บกู้โฮริฮารูก้อนกลับมาเพื่อสร้างเป็นตู้จดหมายสำหรับส่งข้อมูลภารกิจต่างหาก

         ขืนมีใครสักคนรู้ว่าของที่อยู่หน้าบ้านอย่างตู้จดหมายถูกสร้างโดยวัตถุดิบสำหรับสร้างดาบในตำนานคงกระอักเลือดตายแน่ เซรอสไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยเพราะเขาไม่ยึดติดในวัตถุหรือชื่อเสียง ด้วยร่างกายเป็นแบบนี้จะตายก็ไม่สามารถทำได้ กระทั่งความคิดที่จะฆ่าตัวตายก็ไม่เคยมีอยู่ในหัวเป็นเสมือนสัญชาตญาณที่ทำให้ต้องดิ้นรนมีชีวิตรอดต่อไป การที่พระเจ้ามอบหมายหน้าที่ให้ก็ไม่ต่างอะไรกับการมอบจุดมุ่งหมายในการมีชีวิต

         ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ยังไงก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เซรอสยืนมองตู้จดหมายที่พึ่งติดตั้งเสร็จ

 

         เซรอสมีความสามารถอย่างหนึ่งคือการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดในโลกเดิมและศึกษามันได้อย่างอิสระผ่านหน้าต่างแสดงผลที่เกิดจากพลังของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ หรือกระทั่งสื่อบันเทิงเล็กๆ ที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลเดิมของโลกถูกกักเก็บไว้ในหัวของเขาจนเหมือนกับเป็นตัวประหลาด เซรอสมักจะใช้มันเล่นเพลงหรือภาพยนตร์ในขณะที่ทำการสร้างสิ่งประดิษฐ์เพื่อให้เกิดสมาธิ หรือก็ทำไปดูไปเพื่อฆ่าเวลา

         แต่ละวันที่อยู่นั้นค่อนข้างเงียบเหงา และเซรอสก็เกิดความคิดพิสดารที่อยากจะให้ในบ้านนี้คึกคัก ยังไม่รวมถึงการสั่งสอนเรื่องมารยาททางสังคมชั้นสูงที่พวกฟรานอาจจะต้องไปเจอ ยังไงในเมื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนเวทมนตร์เรื่องเหล่านี้คงหนีไม่พ้น และในฐานะของผู้ปกครองมีหน้าที่เตรียมความพร้อมให้กับพวกเธอในทุกๆ ด้าน

         เซรอสสร้างอุปกรณ์บันทึกเสียงแบบง่ายๆ ขึ้นมาจากวัสดุที่มีอยู่รอบตัว ความรู้สึกเหมือนตนเองคือแม็กไกเวอร์ เวอร์ชั่นต่างโลก ถึงอย่างไรเทคโนโลยีที่ทุกคนในโลกเก่าใช้กันถ้วนก่อนหน้านี้ก็เป็นของโบราณที่สร้างขึ้นในช่วงที่ยังไม่มีเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ รูปร่างจึงดูเทอะทะและไม่สวยงาม แต่ในด้านการใช้งานแทบจะไม่มีข้อบกพร่อง

         จากนั้นในห้องเก็บเสียงเซรอสก็ได้บันทึกเสียงดนตรีที่ไพเราะและรื่นหูสำหรับงานเลี้ยงขึ้นมา ตรวจสอบความสมบูรณ์ของบทเพลงที่บันทึกลงไปพบว่าฝีมือของตนเองยังไม่ตกสักนิด สำหรับคนที่ต้องปลอมตัวเข้าไปเป็นอาชีพต่างๆ ทำตัวประหนึ่งองค์กรสายลับของรัฐบาล จำเป็นจะต้องทำได้ทุกอาชีพเพื่อความแนบเนียน และในสังคมชั้นสูงทักษะสำคัญที่ต้องบังคับเป็นให้ได้คือการเต้นรำกับดนตรีทุกประเภท

         “จัดพื้นที่ในบ้านสักหน่อยก็น่าจะเปิดฟลอร์เต้นรำได้”

         เท่าที่สืบรู้มาในการประลองเวทมนตร์เพื่อจัดอันดับจะมีงานเลี้ยงเพื่อยกระดับความสัมพันธ์แก่จอมเวทอีกด้วย มันเป็นงานเลี้ยงที่จัดในพระราชวังที่หรูหรา โดยภายในงานเลี้ยงจะมีการเต้นรำซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญสำหรับชายหญิง หากฟรานกลายเป็นดาวเด่นเชื่อได้เลยว่าจะต้องมีคนมีเชิญชวนไปเต้นรำด้วย ถึงจะมั่นใจว่าฟรานต้องปฏิเสธแต่ให้มีทักษะติดตัวไว้สำหรับงานสังคมก็น่าจะดี

         ออกมาเพื่อจัดเตรียมพื้นที่สำหรับวางเครื่องเล่นแผ่นเสียง เห็นซาริวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าและกดถ่ายรูปก่อนจะวิ่งไปถ่ายรูปที่อื่นต่อ ซาริค่อนข้างจะซุกซนเวลาได้ของเล่นใหม่ แต่พอตรวจสอบรูปภาพที่ถูกถ่ายเอาไว้แล้วมันปาเข้าไปเกือบสองพันรูป มีรูปถ่ายแบบเซลฟี่อยู่หลายร้อยรูป และทุกรูปที่ถ่ายมาทั้งหมดแทบจะไม่มีการปรับโฟกัสหรือจัดวางตำแหน่งให้ดูสวยงาม มันเป็นภาพเบลอๆ และภาพสั่นไหว ดั่งที่เคยมีคนกล่าวว่า ฝีมือไม่ได้วัดกันที่อุปกรณ์

         ฟรานออกไปขี่ม้าพาเฟนริลวิ่งเล่นตามปกติ เพราะดินแดนแห่งนี้ไม่มีอันตรายทุกคนเลยไปไหนมาไหนได้ไม่ต้องกังวลใจอะไร อีกทั้งในดินแดนนี้ฟรานเป็นคนเดียวที่ใช้เวทมนตร์โจมตีได้รุนแรงที่สุดต่อให้เกิดอันตรายขึ้นจริงก็พอจะปกป้องตนเองได้ แถมยังแอบไปฝึกซ้อมฮาโมนิกาแต่ไม่วายถูกซาริตามไปก่อกวนแอบถ่ายรูปมายืนยันเป็นหลักฐาน ถึงแม้ว่าภาพนั้นจะเห็นชัดเพียงแค่เส้นผมเพราะถูกมือที่เต็มไปด้วยขนปิดเอาไว้จนมิดหน้ากล้องก็ตาม

         คงต้องสอนมารยาทการถ่ายรูปให้สักหน่อย ไม่อย่างนั้นเกิดถ่ายรูปมั่วไปเรื่อยคงสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นแน่นอน

         วันนั้นทั้งวันเซรอสก็ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรอื่นนอกจากเตรียมฟลอร์เต้นรำ และทำอาหารสำหรับงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้น เขาจำเป็นจะต้องสอนมารยาทในงานเลี้ยงให้ทั้งสองคนจำจนขึ้นใจ ไม่ว่าจะเป็นมารยาทในการกินและดื่ม เทคนิคการพูดในงานสังคม ตอนนี้อาจจะยังไม่มีประโยชน์มากนักแต่อนาคตทั้งสองก็ต้องเติบโต และอาจจะได้รับเกียรติให้ร่วมงานแบบนี้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของผู้ร่วมงานก็ดี หรือบทบาทของพนักงานเสิร์ฟก็ดี ทั้งหมดล้วนมีหน้าที่และการแสดงที่แตกต่างกันออกไป

         จนเมื่อตะวันคล้อยลงต่ำใกล้มืดถึงได้เห็นเด็กสองคนกลับมาบ้าน แต่ภายในบ้านนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือเค้าเดิม เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดในห้องนั่งเล่นถูกย้ายออกไปจนเหลือแต่พื้นที่โล่งๆ

         “เกิดอะไรขึ้น ขโมยขึ้นบ้านเหรอเจ้าคะ?” ซาริโพลงถามออกไป

         “ใช่แล้ว แครอทหายไปทั้งสวนเลย” เซรอสตั้งใจจะพูดว่า โกหก แต่ซาริกลับพุ่งพรวดหายไปอย่างรวดเร็ว

         “แกล้งซาริ” ฟรานเป็นคนเดียวที่ไม่ได้หลงเชื่อคำโกหก บนโต๊ะมีอาหารอยู่มากมายและเมนูเกือบครึ่งเป็นแครอท “นิสัยไม่ดี”

         “ก็แค่ยังพูดไม่จบเท่านั้นเอง” เซรอสตอบขณะจัดวางอาหารลงบนโต๊ะ

         อาหารเหล่านั้นล้วนเป็นอาหารที่มีขนาดพอดีคำ สามารถแบ่งตักใส่จานเล็กๆ และยืนกินได้โดยไม่เสียมารยาท มีเครื่องดื่มพิเศษเป็นน้ำผลไม้ผสมที่เรียกว่าม็อกเทล เนื่องจากเด็กๆ ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไวน์ไม่ได้ แค่ผสมให้มีนิดหน่อย ทว่าในงานเลี้ยงเต้นรำที่หรูหราก็อาจจะมีพวกแอลกอฮอล์ที่กลั่นจากองุ่นอยู่บ้าง เซรอสพอจะรู้มาว่ายังมีเหล้าที่ถูกจำกัดสิทธิ์การดื่มทางสังคมอยู่ เป็นเหล้าชั้นดีเลิศเหนือกว่าเหล้าเอลเปรี้ยวๆ ยกตัวอย่างเช่นเหล้าองุ่นที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็มีสูตรการบ่มเฉพาะไม่ถูกเปิดเผยออกไป

         ขณะเตรียมจัดโต๊ะและจัดแสงไฟให้เหมือนอยู่ในงานเลี้ยงเต้นรำ ก็ได้ยินเสียงร้องห่มร้องไห้ของซาริดังราวกับถูกพรากของรัก

         “ฮือๆ แครอทของซาริ หายไปหมดเลยเจ้าค่ะ”

         ดวงตากลมป๊อกมีน้ำตาไหลเอ่อ ซาริร้องขอความเห็นใจจากเซรอส แต่ก็ทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคย

         “แครอทนี่เจ้าคะ แครอทเต็มโต๊ะเลย”

         จากที่ร้องไห้อยู่ดีๆ เปลี่ยนเป็นดีใจและยิ้มเหมือนกระต่ายเมากัญชา

หวังจากใจจริงว่าซาริคงไม่ได้แอบไปเด็ดมันมากิน เพราะเซรอสปลูกมันเอาไว้เพื่อใช้ทำยารักษาโรค

มือเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยขนกระต่ายยื่นไปหยิบชิ้นแครอทที่หั่นเป็นรูปดาวยัดใส่ปากและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย เลยโดนเซรอสเขกมะเหงกไปเบาๆ พร้อมทั้งสั่งสอนเรื่องมารยาทในงานเลี้ยงถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

“นี่เป็นการลงโทษ ถือจานนี้เอาไว้และห้ามกินโดยเด็ดขาด ถ้าเห็นว่ากินฉันจะถอนต้นแครอททิ้งทั้งหมดไม่ให้กินอีกเลยตลอดหนึ่งปี”

         “อย่าถอนต้นแครอทนะเจ้าคะ ซาริจะไม่กินเจ้าค่ะ จะไม่กิน ท่านเซรอสห้ามถอนต้นแครอทนะเจ้าคะ”

         ที่ต้องสอนมารยาทให้กับซาริเพราะวันนี้เขาจงใจจัดเป็นงานเลี้ยง ไม่ใช่มื้อค่ำแบบปกติ ดังนั้นมารยาทจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซาริถูกลงโทษทำได้เพียงยืนมองแครอทในจานพลางสะกดกลั้นน้ำลายไม่ให้ไหลออกมา

         “เอาล่ะ พวกเธอคงจะสงสัยสินะว่าทำไมมื้อค่ำวันนี้ถึงได้ดูแปลกๆ ที่เห็นอยู่นี่คือการจำลองสถานการณ์ของงานเลี้ยงเต้นรำ อีกไม่นานจะมีการประลองเวทมนตร์ ซึ่งในวันจบศึกประลองจะมีงานเลี้ยงเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน สิ่งที่จะหนีไม่พ้นก็คือการถูกเลือกให้เป็นคู่เต้นรำกับใครสักคน และฉันจะสอนวิธีรับมือให้”

         “จำเป็นเหรอ?” ฟรานสงสัย

         เซรอสเชื่อว่าถ้ามีคนมีชักชวนไปเต้นรำด้วยฟรานคงจะตอบปฏิเสธในทันที แม้ว่านั่นอาจจะเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ก็ตามแต่ไม่ใช่ความคิดที่ดีนักสำหรับงานสังคมชั้นสูง

         “แน่นอนว่าจำเป็นอย่างมาก เธออาจจะมีตัวเลือกเพื่อปฏิเสธ แต่บางครั้งในสถานการณ์ที่ต้องรักษาความสัมพันธ์ก็จำเป็นจะต้องฝืนทนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับตนเอง ฟรานจะได้รู้ในอนาคตว่าสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์มากแค่ไหน เอาล่ะก่อนอื่นในสถานการณ์จำลองงานเลี้ยง ทุกคนจะต้องมีเสื้อผ้าที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นไปเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียนซะ ส่วนซาริก็ใส่ชุดสาวใช้ในวัง จากนี้พวกเราจะสวมบทบาทเพื่อความสมจริง”

         ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนกับการเล่นสนุก เซรอสพยายามสอดแทรกการเรียนรู้ลงไปในการละเล่นแต่ละอย่าง แต่ทั้งหมดเป็นหลักสูตรของการเป็นสายลับแทบทั้งสิ้น ทั้งสามคนเปลี่ยนชุดสวมบทบาททำให้ดูเป็นงานเลี้ยงเต้นรำที่สมจริง ฟรายยังคงสงสัยเพราะไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนเล่นเพลง เซรอสขยับรอยยิ้มและเดินไปหยิบแผ่นเสียงขึ้นมาวางลงไปบนเครื่องเล่น

         “นั่นอะไร?”

         “วงดนตรีส่วนตัวยังไงล่ะ” เซรอสตอบ

         หลังจากแผ่นเสียงหมุนและเซรอสวางเข็มลงไป เสียงดนตรีที่ถูกบันทึกเอาไว้ก็ดังขึ้นมา มันเป็นดนตรีที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเนื่องจากมันเป็นการผสมผสานของเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดมาก โดยเฉพาะเสียงไวโอลินกับเปียโนที่เล่นควบคู่กันได้อย่างลงตัว แต่ก็ยังมีเสียงเครื่องดนตรีอื่นที่ฟรานยังไม่รู้ เซรอสต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการบันทึกเสียงทั้งหมดอัดลงไปในแผ่นเดียวเพื่อให้มันเล่นพร้อมกันได้

         “มีเสียงด้วยเจ้าค่ะ เพราะจัง” หูของซาริขยับไปมาเช่นเดียวกับลำตัวที่บิดไปมา

         เป็นเรื่องปกติที่ร่างกายจะตอบสนองกับเสียงเพลง ไม่ว่าจะเป็นการโยกหัวหรือดีดนิ้วให้เข้าจังหวะก็ตาม

         เห็นซาริจับจีบกระโปรงและหมุนไปหมุนมา และพยายามจะเปล่งเสียงไล่ระดับเหมือนนักร้องโอเปร่า แต่ถูกฟรานปิดปากเอาไว้เลยไม่ต้องทนปวดแก้วหู เซรอสเห็นเฟนริลวิ่งเอาหน้าไปซุกใต้หมอนเพื่อหนีจากเสียงร้องของซาริก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ นับว่ามันค่อนข้างฉลาดมากที่รู้ว่าเสียงร้องของซาริน่ารำคาญแค่ไหน

         “เอาล่ะ” เซรอสปรบมือดึงความสนใจ “จากนี้ฉันจะสอนเทคนิคการเต้นรำให้จะได้ไม่ต้องอายผู้คน”

         “เต้นรำ? แบบนี้เหรอเจ้าคะ”

         ซาริวาดลวดลายท่าเต้นที่คุ้นเคย ทำเอาเซรอสหวนนึกถึงตอนที่หลอกซาริเป็นครั้งแรกๆ เกี่ยวกับการทดสอบจิตใจ ภายหลังพอรู้ว่าถูกหลอกก็โกรธและงอนได้แค่ครึ่งวันเพราะเซรอสง้อด้วยเมนูแครอทที่แสนอร่อย

         “ท่าเต้นพิลึก”

         “ท่านเซรอสสอนเจ้าค่ะ”

         ฟรานหันไปมองเซรอสแล้วตอบ “ไม่เรียนนะ”

         เป็นธรรมดาที่ฟรานจะรู้สึกอับอายกับท่าเต้นแบบนั้น คงมีเพียงซาริกับเด็กไม่กี่ขวบที่เต้นมันได้ไม่อายใคร พอคิดว่าจะต้องเต้นท่าแบบนั้นในงานเต้นรำก็รู้สึกไม่อยากเข้าร่วมขึ้นมาทันที

         “งานเลี้ยงเต้นรำเป็นงานสังคมชั้นสูง ท่าเต้นพิลึกแบบนั้นไม่มีหรอก มันต้องเต้นเป็นคู่ชายและหญิง”

         เซรอสเริ่มต้นสอนมารยาทเกี่ยวกับงานเต้นรำ การตอบรับเมื่อถูกเชิญชวน จากนั้นก็เริ่มสอนการเต้นให้ดูทีละสเตป การสอนสำหรับคนที่ไม่มีความรู้พื้นฐานเลยค่อนข้างยากและต้องใช้เวลาไม่น้อย ในช่วงแรกท่าเต้นยังดูเก้กังและยังเผลอเหยียบเท้าเซรอสไปหลายต่อหลายครั้ง ถึงจะเป็นเทคนิคการเต้นรำพื้นฐานก็ยังยากที่จะทำให้ทั้งคู่เชี่ยวชาญได้ในระยะเวลาสั้นๆ ตัดสินใจแล้วว่าตลอดฤดูหนาวนี้จะต้องทำให้ทั้งสองคนสามารถเต้นรำได้โดยไม่อายใคร

         ไม่รู้ว่าท่าเต้นของโลกใบนี้จะมีความแตกต่างหรือไม่

         แต่ท่าเต้นทั้งหมดก็มีกฎและเงื่อนไขที่เหมือนกัน

         ต่อมาก็เป็นการสอนเกี่ยวกับการกินอาหารในงานเลี้ยง เพราะเป็นงานที่ให้ความสำคัญกับมารยาทจึงไม่อาจมองข้ามเรื่องเล็กน้อยไปได้ การฝึกสอนของเซรอสค่อนข้างจะเข้มงวดมากเนื่องจากเขาไม่ชอบให้เกิดความผิดพลาด ฟรานยังคิดว่ามันเป็นเรื่องวุ่นวายและเสนอว่าไม่ควรไป แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิดของเด็กที่ไม่ชอบความยุ่งยาก เมื่อโตขึ้นอีกสักหน่อยเชื่อว่าจะต้องเข้าใจและยอมรับมันอย่างช่วยไม่ได้

         “อร่อยจังเลยเจ้าค่ะ น้ำผลไม้นี่ เอิ้ก!

         ซาริดื่มม็อกเทลไปสามแก้วรวดก็เริ่มสะอึกเล็กน้อย ตาเริ่มลอยและท่ายืนเริ่มไม่มั่นคง

         อย่าบอกนะว่าเมาน้ำผลไม้ผสมน่ะ

         ก็จริงที่เราผสมให้มันมีฤทธิ์แอลกอฮอล์หน่อยๆ แต่เมาในสามแก้วเนี่ย คอจะอ่อนไปไหนเนี่ย

         ถือว่าเป็นโชคดีที่ซาริเป็นประเภทเมาแบบสงบ ไม่โวยวายหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น เพียงแค่กินจนอิ่มและเดินไปหลับบนโซฟา ถึงจะพูดแบบนั้นแต่อนาคตข้างหน้าค่อนข้างน่าเป็นห่วงอาจถูกมอมเหล้าได้ง่ายมาก ถ้าไม่ทำให้ซาริมีภูมิต้านทานมันมีหวังเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ

         ทว่าในปัญหานี้ค่อนข้างแก้ได้ง่าย เพราะมันมีนักวิทยาศาสตร์ขององค์กรคนหนึ่งเกลียดที่จะถูกเยาะเย้ยเรื่องที่เมาง่ายมาก จึงได้คิดค้นยาตัวหนึ่งขึ้นมาที่ทำให้ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่มีทางเมา ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมกลายเป็นผลเสียที่ร้ายแรง นั่นคือเขาไม่อาจดื่มเพื่อเมาได้อีกตลอดชีวิต กระทั่งไม่อาจรับรู้ความรู้สึกของดีกรีของเหล้าอายุร้อยกว่าปีได้ เซรอสมีสูตรการสร้างยาตัวนั้นอยู่และถ้ามีอุปกรณ์กับของจำเป็นก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ไม่ยาก

         อย่างไรก็ตามเซรอสจำเป็นจะต้องอุ้มซาริขึ้นไปส่งที่ห้องนอน แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปถึงกับพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง

         นี่ห้องหรือถังขยะเนี่ย!’




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.066K ครั้ง

52 ความคิดเห็น

  1. #11056 แพนด้าห้าขวบ (@kokchang) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:29
    role play แหล่ะ แหม่...คุณพ่อ
    #11056
    0
  2. #9559 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 07:47
    ขอบคุณครับ
    #9559
    0
  3. #8192 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 20:22
    มันก็จะรกหน่อยๆไง5555
    #8192
    0
  4. #7358 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 10:04
    หนูซารรรรรรรริ!!!!55555555
    #7358
    0
  5. #7356 Pavonrat_ (@Pavonrat_) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 12:40
    ขอบคุณค่า
    #7356
    0
  6. #7350 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 21:39
    ขอบคุณค่า
    #7350
    0
  7. #7349 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 17:30
    ขอบคุณครับ
    #7349
    0
  8. #7348 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 14:21
    ซาริเอ๊ยย 5555
    #7348
    0
  9. #7345 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 09:01
    ....55555 กระต่ายเมากัญชา5555 แล้วนี่อีกนะ ห้องหรือถังขยะ!!55555
    #7345
    0
  10. #7343 kkanyyaa (@kkanyyaa) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 08:38
    สนุกมาๆเลยค่ะ แต่อยากให้ไปถึงตอนเปิดเทอมเร็วๆ แล้ว ตอนเปิดเทอมก็จะมีงานประลองประจำปีของโรงเรียนอะไรประมาณนี้นะค่ะ
    #7343
    0
  11. #7342 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 04:27
    ห้องหรือ ขยะ เนี้ย
    5555สะใจเซรอส
    สนุกมากๆครับ
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #7342
    0
  12. #7341 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 23:48
    ก็ยังคงขอให้ซาริโตไวๆ จะได้ไม่เป็นภาระของใครอีกล่ะนะ
    #7341
    0
  13. #7337 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:45
    ซาริ เมาไวเกิ๊น
    #7337
    0
  14. #7336 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 13:53
    ชาริ แย่แล้ววววววว
    #7336
    0
  15. #7335 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 12:56
    เอ็นดูซาริจริงๆ
    #7335
    0
  16. #7334 dumdaibindai (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 08:23
    ซาริลู๊ก65555555555
    #7334
    0
  17. #7333 Away2016 (@Away2016) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 01:07
    ซาริสวยแต่มกสินะ
    #7333
    0
  18. #7332 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:35
    เรากำลังตามติดชีวิตซาริอยู่สินะ
    #7332
    0
  19. วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:08
    ขอบคุณค่ะ อ่านสบายฟินจริงๆ
    #7331
    0
  20. #7330 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:09
    มีสอนเต้นรำด้วย ว่าแต่ห้องเป็นที่เก็บขยะหรอนะ
    #7330
    0
  21. #7329 GunTub (@guntub) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:36
    ขอบคุณครับ รออ่านตอนซาริโตอยู่นะครับ
    #7329
    0
  22. #7328 bensansonninja (@bensansonninja) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 19:52
    ชอบเรื่องนี้ เหมือนได้อ่านพัฒนาการของเซรอสไปเรื่อยๆ
    #7328
    0
  23. #7327 แบบใหม่ (@0638548021za) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 19:46
    พรุ่งนี้อีก1ตอน ฉลองครบรอบ1ปี
    #7327
    0
  24. #7326 ayanokira (@ayanokira) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 16:43
    เห้อสรุปจะลงรายเดือนจริงๆสินะ //ไม่เป็นไรมันสนุกเราก้รอได้
    #7326
    0
  25. #7325 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 16:12
    สนุกดีครับ
    #7325
    0
  26. #7324 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 14:58
    ซาริ เป็นได้ทุกอย่าง กระต่าย หมา ลิง ยกเว้นอยู่อย่างเดียว เป็นคนฉลาด
    #7324
    2
    • #7324-1 mai6862061 (@mai6862061) (จากตอนที่ 100)
      6 มีนาคม 2561 / 18:47
      5555+ช่ายเลย
      #7324-1
    • #7324-2 Orngchaisi (@Orngchaisi) (จากตอนที่ 100)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 10:14

      โห ไรท์รู้จักแมกไกเวอร์ด้วย รู้เลยว่าอายุเท่าไร ^ O ^
      #7324-2