เกียร์ทวงกาวน์ (น้องวิศวะ&พี่หมอ) [ตีพิมพ์สนง. bookofdream ]

ตอนที่ 34 : ความรู้สึกแปลกๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,554
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 532 ครั้ง
    15 พ.ย. 62


“ไม่ลองๆ แน่นอนครับ ป๊าไม่ได้เป็นอะไรเมื่อกี้ป๊าแค่อายที่เกือบหน้าแตก เลยถอยมาตั้งหลังก่อนอยู่ตรงนั้นทำตัวถูก” ป๊ากันมาบอกฉันเสียงอ่อยแถมยังส่งรอยยิ้มแก้เก้อมาให้ฉัน





คุณพระ!! ป๊าของฉันกำลังเขินถูกม่ะ? ฉันได้แต่ตกตะลึงนึกไม่ถึงว่าจะมีโอกาสได้เห็นมุมนี้ของป๊า ไม่รู้จะร้องไห้ดีไหมหรือฉันต้องทำหน้าตายังไงดีกับอาการเขินอายของป๊า นึกออกม่ะว่าภาพผู้ชายตัวโตที่อายุ 50 กว่า กำลังก้มหน้าก้มตาทำท่าทางปิดตัวไปมาด้วยความเขิน โอ้ยป๊าาาา...มันไม่ได้น่าเอ็นดูเหมือนเด็กๆ เค้าทำกันหรอกนะ แม้มันออกจะดูพิลึกพิลั่นไปสักหน่อย แต่ความหน้าตาดีของป๊าก็ลดทอนความไม่น่ามองลงไปเยอะ ทำให้ดูท่ารักนิดนึงก็ได้มั้ง ป๊าเวอร์ชั่นนี้รับมือยากจริงๆ





ฉันมองภาพป๊าที่กำลังออดอ้อนม๊าตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลาย ถึงจะรู้สึกหมั่นไส้กับความเล่นใหญ่ของป๊า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองหยุดยิ้มไม่ได้เลย ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เห็นคุ้นตามาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ว่าเจอเหตุการณ์แบบนี้เมื่อไหร่ฉันก็มักจะหยุดมองดูเสมอ มันรู้สึกอบอุ่นหัวใจในความรักของม๊ากับป๊าที่มั่นคงกันจังเลยนะ นี่สินะที่เรียกว่าความรักที่แท้จริง.....





ถ้าสมมุติว่าตรงนั้นเปลี่ยนเป็นฉันกับละติน ลูกของเราจะรู้สึกแบบเดียวกับฉันไหมน้าาา ลูกกกกลูกเราหรอ? หือออ!!! หยุดความคิดไว้ตรงนั้นก่อนบลูเบลล์ อะไรคือลูกของเรา!!! นี่ฉันกำลังคิดบ้าอะไรอยู่!! ฉันยกมือทั้งสองขึ้นมาตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติที่กำลังฟุ้งซ่านให้กลับคืนมา ก่อนที่ต่อมมโนจะขยายใหญ่โตไปกว่านี้ บ้า บ้า บ้าจริงๆ คิดข้ามขั้นตอนไปซะไกลเชียวววว....





“ป๊าแล้วตกลงนี่คืองานอะไรหรอคะ?” เมื่อรวบรวมสติตัวเองคืนมาได้แล้ว ฉันจึงหันไปถามป๋าเพราะฉันยังไม่รู้อะไรเลยนั่นแหละ แค่รู้ว่าเป็นงานพ่อกับแม่ละตินแค่นั้น แค่เจอท่านทั้งสองแบบไม่ตั้งตัวก็ช็อคแหละ แถมป๊ายังมีอาการเขินอายที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาอีก ไม่รู้ว่าทางนู้นจะรู้สึกยังไงมั้งที่ป๊าฉันตัดบทออกมาแบบนั้น เฮ้อออออ!!! เกิดเป็นฉันมันไม่ง่ายเลย





“อ้าวแฟนเราไม่ได้บอกหรอไง เห็นมาด้วยกันซะดิบดี” ป๊าตอบฉันด้วยน้ำเสียงสะบัดปลายเสียงฟังดูแง่งอนแถมยังมองฉันด้วยหางตาอีกต่างหากโธ่!!! ป๊าาานี่ลูกของป๊าเองงนะ งอนเรื่องไรอีกเนี่ยง้อไม่ถูกเลอออ





“ไม่ได้บอกค่ะ” ฉันตอบป๊าเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ตอนแรกก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก พอป๊ามาบิ้วเท่านั้นแหละ เออ เริ่มรู้สึกแล้ววะ เหมือนอาการของคนน้อยใจเลย ทั้งที่เป็นงานเกี่ยวครอบครัวตัวเองแล้วก็มากับฉันแท้ๆ ไม่แง้มให้รู้สักนิด หรืออาจจะเป็นเพราะฉันเป็นคนนอกหรือเปล่า งอนสักทีดีไหม?





“หึ เป็นแฟนกันจริงหรอ? ถึงไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวแฟนตัวเอง” ยัง ยัง ยังอีกนะป๊า ยังไม่หยุดขยี้ฉันหนิรู้สึกจุกไปถึงคอแล้ว





“ก็ตอบลูกไปดีๆ สิจะไปพูดให้ลูกคิดมากทำไมห๊ะ!” เสียงม๊าที่ดังขึ้นมาทำให้ป๊าดูหงอยลงไปพอสมควร





“จ้าาๆ ที่รัก บอกแล้วครับ”





“งานนี้เป็นงานเปิดตัวลูกชายคุณบดินทร์กับคุณพลอยที่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษ กลับมาครั้งนี้จะเข้ามาสานต่อธุรกิจของคุณบดินทร์ทันที เลยจัดงานเลี้ยงต้อนรับและเพื่อเป็นการแนะนำตัวให้กับบริษัทคู่ค้าด้วย เห็นบอกว่าเก่งมากตอนไปเรียนอังกฤษก็ดูแลคู่ค้าที่นู้นแถมยังดีลงานบริษัทยักษ์ใหญ่ในต่างประเทศได้ตั้งหลายบริษัท ทำให้ยอดขายสูงขึ้นมากที่สุดในรอบ10 ปี”





“แต่ใครจะไปคิดว่าลูกชายเค้าจะเป็นแฟนเบลล์ แถมยังเป็นเด็กอีกต่างหาก” ปลายประโยคของป๊าเสียงเริ่มแผ่วราวกับไม่เชื่อว่าละตินจะสามารถทำได้ถึงขนาดนั้น





“.....” ฉันได้นั่งนิ่งไม่ได้แสดงความคิดเห็นออกไป จะให้ฉันพูดอะไรออกไปล่ะ ในเมื่อเหมือนฉันแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวละตินเลย รู้แค่ตอนที่เดต้าเล่าให้ฟังคร่าวๆ ตอนแรกแค่นั้น ว่าเขาเป็นทายาทบริษัทนำเข้ารถยนต์ชั้นนำของโลก ซึ่งฉันก็ไม่ได้ไปตามต่อว่าบริษัทอะไร มีกี่บริษัท ครอบครัวเขาเป็นยังไง ไม่รู้ว่าเขาทำงานอะไร เขาต้องรับผิดชอบอะไรมั้งเกือบจะพูดได้เต็มปากว่าฉันไม่รู้จักตัวตนจริงๆ ของเขา นอกเหนือจากคำที่ว่า ‘เราเป็นแฟนกัน’ นี่ฉันกำลังนั่งคิดเล็กคิดน้อยกับคำพูดแค่ไม่กี่คำของป๊างั้นหรอ?





“เบลล์ขอตัวออกไปสูดอากาศข้างนอกแป๊ปหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเบลล์กลับมา”





ฉันลุกจากโต๊ะที่นั่งอยู่ออกมาข้างนอกงานทันที โดยไม่ได้ฟังเสียงทัดทานของใคร ฉันเดินออกมาตามทางเดินของโรงแรมไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ปล่อยความคิดของตัวเองให้ล่องลอยไป ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินออกมาทางไหน และเดินออกมาไกลแค่ไหน? รู้สึกตัวอีกทีก็มาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีชิงช้าผูกเอาไว้อยู่แล้ว





ฉันเลือกที่จะหยุดเดินและนั่งลงที่ชิงช้าตัวนั้นอย่างหมดแรง เพื่อคิดทบทวนอะไรบางอย่างแต่สมองของฉันมันก็ดันว่างเปล่าไปหมด ฉันจึงนั่งไกวชิงช้าอยู่คนเดียวไปมาเงียบๆ เพื่อให้จิตใจสงบลง เลิกฟุ้งซ่านเมื่อฉันแหงนหน้ามองดูบนท้องฟ้าจึงได้รู้ว่าดาววันนี้สวยเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะตรงที่ฉันอยู่มันค่อนข้างมีแสงน้อยด้วยมั้งถึงมองเห็นมันได้จากตรงนี้..





อดไม่ได้จริงๆ ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแล้วอัพลงสตอรี่ไอจีของตัวเอง





“ท่ามกลางคนมากมายเป็นร้อยเป็นพัน แต่ตัวฉันกลับไม่รู้จักตัวตนของใครสักคนเลย”





“ทำไมรู้สึกเหงา!” : (




==============================


มาคุยกะเยอะๆนะคะ 1 เม้นคือหนึ่งกำลังใจของตาล







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 532 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

510 ความคิดเห็น

  1. #509 Auy4362 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 13:27
    ชอบๆพึ่งเข้ามาอ่านขอเป็นกำลังใจอีกคนนะจ้า
    #509
    0
  2. #374 Pat In (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:21
    รอนะคะ
    #374
    0
  3. #373 chaichana01 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 10:28
    อย่านอยนะ
    #373
    0
  4. #372 DangBenchamas (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 10:18
    มาช้าจัง รอนานเลยค่ะ
    #372
    0
  5. #371 Phen Laphaslada (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 10:09
    เคยรู้แบบนี้เหมือนกันค่ะ มันเหงา มันเคว้งคว้างงงจริงๆ
    #371
    0
  6. #370 One-wan53150 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 08:10
    เคยมีความรู้สึกแบบนี้เลย
    #370
    0
  7. #369 ntt_namtan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 07:04
    รอต่อไปจ้า
    #369
    0
  8. #368 Rich99 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 06:58
    เบลล์นอยยยยยยยด์
    #368
    0
  9. #367 areebaba222 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 04:06

    รอจ้าๆๆๆๆๆๆๆ
    #367
    0
  10. #366 WWaraporn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 01:56

    มากอดๆ ไม่งอนน้าา
    #366
    0
  11. #365 pim_1402 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:25
    งุ้ยยย-เขาน้อยใจกันด้วยอ่า-รอเสมอนะค๊าาไรท์
    #365
    0
  12. #364 firstzy93 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:20
    มาอัพแล้วววว รอนะคะ
    #364
    0