Star Wars Fiction(s) by Arielqueen

ตอนที่ 7 : (Reylo) Diamond (4) -end-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    4 ก.พ. 61

Diamond

(Ben Solo x Rey)

inspired from หยาดเพชร ใจรัก    






4

 

 

เสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ในโสตประสาทของเขา

 

แม้เจ้าของเสียงนั่นจะพยายามเก็บมันให้แม้นมิดเพียงใด ก็ไม่รอดพ้นคนที่อยู่ข้างล่างเรือนอย่างเบนแน่ๆ

 

ด้วยสัญชาตญาณของเขา เบนตัดสินใจเดินขึ้นไปบนเรือนใหญ่ เดินเข้าไปหาร่างบางที่ยังไม่รับรู้การมาเยือนของเขา

 

 

“เรย์”

 

 

เสียงเรียกชื่อแผ่วเบา แต่ดังก้องไปทั่วทั้งโสตสารทของหญิงสาวร่างบางในชุดนอนผ้าฝ้าย เธอสะดุ้งสุดตัว หันหน้าไปมองผู้บุกรุกยามวิกาล และเธอก็ได้พบกับเขา

 

เรย์มองเบนอีกครั้ง หากแต่สายตาที่เธอมองเขากลับไม่ได้เหมือนเมื่อตอนมื้ออาหารเย็นที่ผ่านมา สายตาของเธอช่างเว้าวอน โหยหา เจือไปด้วยความโศกา เธอไม่ได้พยายามหยุดไม่ให้ตนเองร้องไห้ ตรงกันข้าม เธอสะอื้นหนักกว่าเดิม และค่อยๆเดินเข้ามาหาเบน

 

เรย์กอดเขา

 

เป็นสิ่งที่เบนไม่คิดมาก่อนว่าเธอจะทำ ไม่สิ ไม่คิดเลยต่างหาก

 

ใบหน้างามซุกลงกับแผงอกกว้าง มือเล็กๆนั่นโอบรอบแผ่นหลังของเขา เห็นดังนั้น เบนจึงลูบศีรษะของเธอเบาๆเป็นการปลอบประโลม มืออีกข้างโอบเธอเอาไว้หลวมๆ

 

“ขออยู่อย่างนี้ซักพักนะคะ”

 

แทนคำอนุญาต เบนกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น เมื่อผิวกายสัมผัสกันแน่นกว่าเก่า เบนก็ยิ่งแน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกอย่างไร แต่หากเขาจะสามารถเป็นที่พึ่งพิงให้เธอได้ แค่สักครู่เดียว เขาก็ยิ่งกว่ายินดี

 

แต่เขาไม่นึกไม่ฝันมาก่อน ว่าเขาจะได้เห็นมุมนี้ของเธอ

 

ของคุณหนูเรญา ผู้ที่ไม่เคยโอนอ่อน ไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆให้ใครเห็น

 

“คุณร้องไห้ทำไม” ผ่านไปซักพัก เมื่อเสียงสะอื้นของเรย์ค่อยๆเงียบลง เบนจึงตัดสินใจถาม “บอกผมได้ไหมเรย์” และเบนก็ต้องการคำตอบนั้นจริงๆ เขาอยากจะรู้เหลือเกิน ใครมันทำอะไรให้หยาดเพชรของเขาต้องหลั่งน้ำตา แค่คิด ไฟโกรธก็สุมตัวขึ้นในใจของเบน

 

“ฉัน ... ฉันไม่ทราบว่าควรพูดหรือเปล่า” เรย์ยังคงลังเล แต่กระนั้นใบหน้าของเธอก็ยังแนบชิดกับแผงอกแกร่ง

 

เถอะนะ เรย์ ให้ผมได้ช่วยคุณ” เบนยืนยัน

 

“เรื่องนี้คงเกินความสามารถของคุณค่ะ” เรย์เงยหน้าขึ้นจากเขา ดวงตากลมจ้องลึกลงไปยังดวงตาของอีกฝ่าย และสิ่งที่เธอเห็น ก็คือแววตาที่ไม่สั่นไหว ราวกับจะยืนยันว่าเขาอยู่นี่ อยู่ตรงนี้เพื่อเธอ

 

 

“ฉันไม่ต้องการหมั้นกับเขา” จนแล้วจนรอด เรย์ก็พูดมันออกมา เป็นสิ่งที่เบนไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่ามันจะทำร้ายเธอขนาดนั้น ใจนึงเขารู้สึกสงสารเธอ แต่อีกใจกลับรู้สึกดีใจพิลึก เขาคงจะเห็นแก่ตัวเป็นบ้า

 

“ฉันอยากตายให้มันพ้นๆเลยล่ะ คุณรู้ไหม” เรย์แค่นยิ้ม “ฉันรู้นะว่าคุณพ่อต้องการดองกับอีตาหัวสูงนั่น มันจะทำให้หน้าที่การงานของคุณพ่อมั่นคง และเขาก็จะหนุนหลังคุณพ่อ แต่ฉันไม่ใช่หมากบนเกมกระดานของใคร ฉันก็มีจิตใจนะคะ เบน ฉันไม่ได้รักเขา ทุกวันนี้ฉันต้องใส่หัวโขน ฉันต้องแสร้งทำเป็นมีความสุข ฉันต้องนอนร้องไห้ทุกคืน คุณเข้าใจหรือเปล่า ชีวิตที่มันไม่ได้เป็นของคุณแค่คนเดียวน่ะ หรือไม่ฉันก็อยากจะเกิดเป็นผู้ชาย ไม่แฟร์เลยนะคะว่าไหม ฉันไม่ได้เลือกเพศตัวเองซักหน่อย”​ เรย์ระบายทุกสิ่งที่อยู่ในใจของเธอออกมา มันอึดอัด และเธอกลั้นมันเอาไว้มาตลอด เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้เธอเชื่อใจผู้ชายคนนี้ เธอรู้แค่เธออยากเล่าให้เขาฟัง อยากบอกเขา และเขาก็เป็นผู้ฟังที่ดี

 

“ผมเข้าใจดี” เบนว่า “ผมสัมผัสมันได้ ความทุกข์ใจของคุณ” เพียงประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้เรย์รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด และเธอก็เชื่อว่าเขาสัมผัสมันได้จริงๆ

 

“เป็นคุณ คุณจะทำยังไงเหรอ” เรย์ถาม ร่างบางเดินไปยังระเบียง สายตาจับจ้องไปยังดวงจันทร์บนฟ้า

 

“ผมคงหนีล่ะมั้ง” เบนมองตามหญิงสาวไม่วางตา คำตอบนั่นทำให้เธอหันมาหาเขา เรย์ไม่คิดว่านี่จะเป็นสิ่งที่เธอได้ยินจากเบน โซโล

 

“คุณจะหนีไปไหนคะ” เรย์ถามต่อ “ไม่ว่าจะไปอยู่ไหนในสยาม คุณก็ไม่มีทางหลุดพ้นพันธะนี้” เธอถอนหายใจ แต่ในหัวก็ยังคิดทบทวนกับสิ่งที่เบนเสนอ

 

“อย่างน้อย .. คืนนี้คุณก็หนีได้นะ” ประโยคนั้นเรียกความสนใจของเรย์ หลังจากที่เบนพูดจบ เขาผายมือออกด้านหน้าเล็กน้อย เหมือนกับตอนนั้น ในงานเลี้ยง ตอนที่เขาเข้ามาขอเธอเต้นรำ ราวกับมีภาพทับซ้อนขึ้นมาในหัว

 

“ไปกับผมนะ เรย์” เสียงของเบนแผ่วลง “แค่คืนนี้” ในหัวสมองของเรย์บอกเธอว่าเธอไม่ควรจะไปไหนกับเพศตรงข้ามสองต่อสองในยามวิกาลเยี่ยงนี้ แต่เสียงในใจของเธอกลับร้องตะโกนอะไรที่ตรงกันข้ามออกมา

 

และเธอก็ยื่นมือออกไปจับมือเขา

 

ไม่รู้เพราะอะไร ... แต่เธอไว้ใจเบน โซโลคนนี้

 

 

เพื่อการไม่เสียเวลา เรย์จึงกลับเข้าไปในห้องเพื่อเอาเสื้อคลุมและใส่รองเท้าเท่านั้น ร่างบางในชุดนอนเดินตามคนตัวสูงกว่าออกทางประตูหลังบ้าน นี่เรียกได้ว่าคือครั้งแรกที่คุณหนูเรญา เคโณบีกล้าทำอะไรบัดสีบัดเถลิง ผิดผีผิดประเพณี แต่เธอยอมรับ เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ

 

เบนพาเรย์มาที่ที่เรียกว่างานวัด เพราะวันนี้คือวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี น่าแปลกตรงที่ หญิงสาวบอกเบนว่าเธอไม่รู้จักงานวัด และไม่เคยมาเดินเลยทั้งๆที่มันอยู่ห่างจากบ้านของเธอเพียงนิดเดียว ในทางตรงกันข้าม เบนมางานวัดนี่แทบจะทุกอาทิตย์ จนแม่ค้าพ่อค้าแถวๆนี้ต่างก็คุ้นเคยกับชาวตะวันตกผู้นี้เป็นอย่างดี

 

“คุณคือคนดังของงาน” เรย์แซวเขา ตั้งแต่ทั้งคู่เดินเข้างานมา เบนก็ถูกบรรดาสาวเล็กสาวใหญ่ทักทายต้อนรับอย่างดิบดี ราวกับทุกคนที่นี่รู้จักเขาหมด แน่ล่ะ พ่อเบนของเธอรูปหล่อออกปานนี้นี่เนอะ

 

เดี๋ยวนะ .. ของเธองั้นเหรอ?

 

“เคยเล่นปาลูกโป่งไหมเรย์” เบนถาม และคำตอบที่ได้ก็ไม่เหนือความคาดหมายของเขา เรย์สาบานว่าเกิดมาเธอไม่เคยเล่นอะไรแบบนี้มาก่อน

 

“แล้วคุณจะติดใจ” ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ของเบนคว้ามือของเรย์ ก่อนจะเดินนำเธอไปยังซุ้มปาลูกโป่ง

 

 

เป็นเกมส์ที่สนุกแบบประหลาดแท้ นี่เธอไม่เคยเล่นมันมาก่อนได้อย่างไรนะ เรย์คิดแบบนั้นจริงๆ วิธีการเล่นก็ไม่ยาก แค่ปาลูกดอกให้โดนลูกโป่งในช่อง ครบตามจำนวนที่กำหนดก็จะได้ของรางวัล ทีแรกเธอให้เบนลองเล่นให้ดูก่อน และก็พบว่าเขาช่างห่วยแตกเสียจริง ไม่มีลูกโป่งลูกใดแตกเลย เมื่อเบนเห็นเรย์หัวเราะเยาะเย้ย เขาจึงท้าให้เธอเล่นบ้าง แต่ผลกลับออกมาผิดคาด เมื่อเรย์ผู้ซึ่งเคยเล่นมันเป็นครั้งแรก กลับปาเข้าเป้าเสียทุกลูก แถมยังได้ของรางวัลเป็นตุ๊กตายัดนุ่นรูปแมวสีดำอีกต่างหาก

 

“อ่อนหัดเสียจริง นี่หรือพ่อค้าจากตะวันตก”​ เรย์ทำท่าทางผิดหวังใส่เขา มือข้างหนึ่งยังคงจับมือของเขาไว้ไม่ปล่อย และมืออีกข้างก็อุ้มตุ๊กตาตัวนั้นเอาไว้แนบอก

 

“ให้เวลาผมฝึกก่อนเถอะสาวน้อย” เบนหมายมั่นว่าครั้งหน้าเขาจะต้องชนะเธอให้ได้

 

แมวดำนั่นต้องเป็นของเขา!

 

“เบน นั่นคืออะไรเหรอคะ” เรย์ถามพลางชี้ไปยังบริเวณที่มีคนลายร้อมอยู่จำนวนหนึ่ง เบนมองตามไปก่อนจะพบว่าสิ่งที่เธอชี้อยู่คือ ขนมน้ำตาลก้อน

 

“เป็นน้ำตาลก้อนครับ ผสมสีผสมอาหารลงไป แล้วก็จะสามารถดัดเป็นรูปได้ตามที่เราต้องการ” เบนอธิบาย “ไม่เคยลองเหรอ” เรย์ส่ายหน้าเป็นพัลวัน น่าขันดีเหมือนกัน เธออาศัยอยู่ที่สยามแห่งนี้มาตั้งแต่เกิด แต่กลับไม่รู้อะไรเลยเสียนี่ กลับต้องให้ผู้มาเยือนจากอีกฝั่งของโลกอธิบายวัฒนธรรมของประเทศตนเอง

 

“อยากลองไหม” และเรย์ก็พยักหน้าแทบจะในทันที เธอยิ้มกว้าง ฝากตุ๊กตาแมวดำให้เขาอุ้มพร้อมกำชับให้เขาดูแลมันให้ดี ก่อนจะพุ่งตรงไปยังจุดที่มีพ่อค้ากำลังนั่งตัดน้ำตาลเป็นรูปทรงต่างๆ ท่าทางเหมือนเด็กตัวเล็กๆนั่นทำให้เบนอดยิ้มออกมาไม่ได้

 

นี่แหละเรย์ สิ่งที่ผมอยากจะเห็น

 

ใบหน้าของคุณตอนยิ้ม ชวนมองกว่าตอนร้องไห้เป็นไหนๆ

 

“เบน ฉันซื้อมาให้!” หลังจากที่เขาปล่อยให้เรย์หายไปในฝูงชน ผ่านไปพักใหญ่ เธอก็กลับมาหาเขา ในมือของเธอถือไม้สองอันที่มีน้ำตาลก้อนเสียบเอาไว้ เรย์ยื่นไม้หนึ่งให้เขา เบนพบว่ามันคือรูปแมว และสีของน้ำตาลคือสีชมพูบานเย็นสลับกับเขียว

 

“เห็นว่าคุณไม่ได้แมวติดมือกลับบ้าน ฉันว่านี่คงจะแทนแมวของฉันได้” วาจาที่ดูเหมือนจะหวังดี แต่แท้จริงแล้วแอบเยาะเย้ยนั่นทำให้เบนแทบอยากจะจับเด็กปากดีตรงหน้ามาทำโทษเสียให้เข็ด แต่เขาก็ทำได้เพียงยักไหล่ ก่อนจะรับมันมา ส่วนน้ำตาลก้อนของเรย์เป็นรูปดอกไม้ ซึ่งมีสีเดียวกับแมวของเขา

 

พวกเขาใช้เวลาอยู่ในงานวัดต่ออีกเล็กน้อย เบนพาเรย์เดินไปเล่นนั่นนี่อีกหลายอย่าง ทั้งยิงปืน โยนห่วง และช้อนปลา ซึ่งแน่นอนว่าเรย์ก็ทำได้ดีในทุกๆเกม จนเขาแอบคิดว่าเธออาจจะเคยแอบออกมาเล่นแล้วจำไม่ได้ก็เป็นได้ ในทีแรกเบนจะพาเรย์เข้าบ้านผีสิงด้วย แต่เธอเอาแต่ปฏิเสธ พร้อมกับบอกเขาว่าเธอยอมยก ไคโลตุ๊กตาแมวสีดำที่เรย์ตั้งชื่อให้ ให้กับเขาเลยเพื่อที่เธอจะไม่ต้องเข้าไปเล่น

 

 

“ขอบคุณนะเบน” เรย์กล่าวขอบคุณเขา ขณะนี้พวกเขานั่งอยู่ในชิงช้าสวรรค์ ไม่รู้เป็นเพราะตู้มันเล็กหรือว่าคนตรงหน้าเธอตัวใหญ่เกินไป ทำให้ใบหน้าของเขาทั้งคู่อยู่ใกล้กันกว่าที่ควรจะเป็น

 

“คุณดีขึ้นผมก็ดีใจ” เบนยิ้มบาง และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ “อย่าร้องไห้อีก สัญญากับผมได้ไหมเรย์” น้ำเสียงเว้าวอนนั่น มีหรือเรย์จะปฏิเสธได้ลง

 

“ฉันสัญญา” ไม่พูดเปล่า เรย์ยื่นนิ้วก้อยมาข้างหน้า เธอยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มจริงใจที่เขาชอบมากที่สุด เบนเกี่ยวนิ้วก้อยของเขาลงกับนิ้วก้อยของเธอ ก่อนจะค่อยๆขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เธอขึ้นเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้ เรย์ไม่ได้ปฏิเสธหรือเบือนหน้าหนีเหมือนอย่างก่อน เธอหลับตาลง และยอมให้เบนประทับริมฝีปากของตนลงมา จูบนั่นแผ่วเบาราวกับสายลมโชยอ่อนในยามเช้า เรย์รู้สึกวาบหวาม รู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินอยู่ในท้อง แม้จะรู้ว่ามันไม่เหมาะไม่ควร แต่เธอก็ไม่สามารถขัดขืนมันได้จริงๆ

 

ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

 

เรย์ยอมรับ เพียงแค่ได้เห็นเขา ใบหน้า ท่าทาง การพูดของเขา เธอก็มีความรู้สึกพิเศษให้กับคนคนนี้แทบจะทันที เรย์รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ และมันไม่ถูกต้อง บทบาทหน้าที่ของเธอ ของคุณหนูและว่าที่คุณหญิงหนึ่งเดียวของเคโณบีนั้นสำคัญเสียยิ่งกว่าสิ่งใด พ่อของเธอวางแผนชีวิตเธอมาแล้ว และเธอเองก็ถูกหมั้นหมายเอาไว้แล้ว หากแต่ก่อนหน้าที่เธอจะได้เจอกับเบน โซโล เธอยังสามารถที่จะกัดฟันอดทนแต่งงานกับอาร์มิเทจ ฮักซ์ ผู้ชายที่เธอไม่ได้รักและคงไม่มีวันรักได้ แต่หลังจากที่เธอพบเขาแล้ว การฝืนใจนั่นก็ดูเหมือนจะยากขึ้นหลายร้อยเท่า เธอคิดถึงเขาทุกวัน หลังจากเหตุการณ์งานวันเกิดของโอบีวัน ยากนักที่เธอจะข่มตาหลับลงได้ เธออยากจะบุกเข้าไปที่เรือนรับรองและเป็นของเขาซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอก็พยายามอดทนเสมอมา เพราะเธอคือคุณหนูเรญา ผู้ซึ่งได้รับการอบรมมาดีแล้ว

 

แต่หลังจากที่เขาบังเอิญเห็นเธอร้องไห้ในวันนี้ หลังจากที่เธอก้าวข้ามภาระหน้าที่ ฐานะทางสังคม ทุกสิ่งอย่าง เรย์ก็ตัดสินใจได้ เธอจะทำทุกอย่าง ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะไปให้พ้นจากที่นี่

 

หนี

 

หากนี่จะเป็นทางเดียว ที่จะทำให้เธอหลุดพ้นจากพันธะทั้งปวง

 

เธอก็จะทำมัน ..

 



Writer’s talk

 

อุ๊ น้องเรย์จะทำอะไรกันนะ?

ขอสารภาพว่าเราตันมากเลยค่ะกับเรื่องนี้ ฮือ คือมีตอนจบในใจแล้วล่ะ แต่ว่าไม่รู้จะให้มันไปในทิศทางนั้นยังไง เพราะฉะนั้นอาจจะตัดจบแบบนี้ไปเลยนะคะ ฮา แต่เราเพิ่มตอนที่ห้าซ่อนเอาไว้ ถ้าวันไหนเกิดเขียนได้ก็จะมาอัพค่ะ ต้องมีสักวันนน กร้าก

 

ทีแรกไม่คิดเหมือนกันว่าจะออกมาในแนวนี้ งือ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาตลอดสี่ตอนนะคะ : )

 

เจอกันเรื่องถัดไปค่า ต่อแถวรอแล้วเนี่ยยยย ฮา <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #11 ploymanoy1994 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:53
    ให้เค้าหนีตามกันไปเลยค่าาาา สาแก่ใจอีช้อยยย
    #11
    1
    • #11-1 arielqueenn(จากตอนที่ 7)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:43
      ขำ555555 ตอนจบที่คิดไว้แอบเศร้านิดหน่อยค่ะ
      จบแบบนี้ดีกว่า ยังจะแฮปปี้เอนซะกว่า ฮื้ออ
      #11-1