Star Wars Fiction(s) by Arielqueen

ตอนที่ 6 : (Reylo) Diamond (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    4 ก.พ. 61







Diamond

(Ben Solo x Rey)

inspired from หยาดเพชร / ใจรัก    












3



 

 

สามอาทิตย์ ...

 

นับตั้งแต่เธอบอกความจริงนั่นกับเขา และทิ้งเขาเอาไว้กลางฟลอร์เต้นรำ

 

นี่ก็ผ่านมาได้สามอาทิตย์แล้ว

 

หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันนั้น เบนก็ได้รู้จากโพธิ์ที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนที่ดีของเขา ว่าเรย์ถูกหมั้นหมายเอาไว้กับ คุณชายอาร์มิเทจ ฮักซ์ ทูตสัมพันธไมตรีที่ประจำการอยู่ที่สยามมาหลายเดือนแล้ว และราวกับฟ้าต้องการจะกลั่นแกล้งเบน วันต่อมาเขาก็ได้พบกับฮักซ์คนนั้น และภาพไหนก็ไม่บาดจิตใจเขาได้เท่ากับภาพของฮักซ์ ยืนอยู่เคียงข้างคุณหนูเรญา เคโณบี

 

ยังไม่ทันจะได้รู้จักเธอไปมากกว่านี้เลย

 

แต่เบนรู้ดี รู้ว่าสถานะของเขาและเธอต่างกัน รู้ดีว่าเธอและเขาคนนั้นเหมาะสมกันมากขนาดไหน

 

สิ่งที่เบนพอจะทำได้ ก็คือการแอบมองทุกๆอิริยาบถของเรย์ เขาได้เทียวไปเทียวมาจากเรือนรับรองและเรือนใหญ่อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากฮานผู้เป็นพ่อต้องไปเจรจากับโอบีวัน และก็มักจะหิ้วเขาติดไปด้วยทุกที นั่นก็เหมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งคือเขาได้ใกล้ชิดเธอ แม้จะจากที่ไกลๆก็ตาม เพราะหลังจากเมื่อครั้งนั้น เขาและเธอก็ไม่ได้สนทนาอะไรกันอีก แต่อีกด้าน มีหลายครั้งที่ฮักซ์มาร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวเคโณบี และหลายครั้งที่ฮักซ์พาเรย์ออกไปข้างนอก หรือแม้แต่มาเพื่อนั่งเฝ้าเรย์ทำนั่นนี่ และแน่นอนว่าเบนเห็นทุกอย่าง และมันช่างเจ็บข้างในอกเสียเหลือเกิน

 

แต่เธอก็ดูมีใจให้กับฮักซ์ นั่นคือ เธอไม่ได้แสดงท่าทางรำคาญหรือรังเกียจ

 

ซึ่งอย่างน้อยคิดเสียว่าเธอก็มีความสุข แค่นั้นก็พอแล้ว

 

และเขาคงคิดทั้งหมดนั่นไปคนเดียว

 

คิดว่าเธอจะสนใจคนธรรมดา ไม่มีอะไรเลยแบบเบน โซโล

 

 

“จะทำหน้าเศร้าไปถึงเมื่อไหร่กัน” โพธิ์ผู้ซึ่งรู้ทุกอย่างเอ่ยขึ้นในขณะที่เบนกำลังนั่งดีดลูกคิด ทำบัญชีการใช้จ่าย “นายไม่ได้มีสมาธิกับงานตรงหน้า นายมองอะไรอยู่ทำไมฉันจะไม่เห็น” เพราะพวกเขาสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความเป็นทางการก็ค่อยๆลดลง และดูเหมือนโพธิ์คนนี้จะรู้จักเขาดีเสียเหลือเกิน

 

แม้เบนจะนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงาน แต่ประตูก็ไม่ได้ถูกปิด และเมื่อมองออกไป ก็พบกับเรย์ ที่กำลังนั่งร้อยพวงมาลัยอยู่ในห้องรับแขก ใบหน้างามไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เธอจดจ่ออยู่กับดอกมะลิในมือ และค่อยๆใส่มันในเส้นลวดเหล็กช้าๆ เธอไม่รู้ตัวว่าถูกเขามองอยู่ และมันคงจะเป็นการดีแล้วที่เป็นแบบนี้

 

ยิ่งมองเรย์มากเท่าไหร่ เบนก็รู้สึกแปลบๆที่อกข้างซ้ายมากขึ้นเท่านั้น

 

แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น เขาก็หยุดมันไม่ได้อยู่ดี เพราะภาพตรงหน้าช่างน่ามองเหลือเกิน

 

“เธอเคยพูดอะไรหรือเปล่า เรื่องการหมั้นหมายน่ะ” แม้จะเป็นการเสียมารยาทก็ตาม แต่เบนก็ยังถามโพธิ์ เขาอยากรู้ว่าเธอเต็มใจจะหมั้นหรือเปล่า

 

“ไม่เคยเลย” โพธิ์ตอบแทบจะในทันที “ตอนที่คุณอาโอบีวันบอกเรย์เรื่องหมั้น ฉันก็อยู่ด้วย เธอก็เพียงแค่ตอบตกลง และเราก็ไม่เคยพูดถึงมันอีก” โพธิ์มองไปยังเรย์ ดูเหมือนเขาอยากจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ก็ทำได้เพียงเม้มริมฝีปากเอาไว้

 

“เธอเต็มใจงั้นหรือ” เบนถาม และโพธิ์ก็ยักไหล่แทนคำตอบ

 

และพวกเขาก็ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดในเรื่องของเรย์อีก

 

 

ตกเย็นวันนั้น โอบีวันชักชวนให้สองพ่อลูกโซโลมาร่วมมื้ออาหารเย็นด้วยกันที่ภัตตาคารหรู ใจกลางกรุงเทพมหานคร แน่นอนว่าฮานปฏิเสธไม่ลง ทำให้พวกเขาจำใจต้องมาด้วย และดูเหมือนคนที่ไม่อยากมามากที่สุดจะไม่ใช่ฮาน แต่เป็นเขาเอง

 

เพราะอะไรน่ะหรือ ?

 

“มิสเตอร์โซโล ยินดีมากจริงๆครับที่มีพวกคุณมาร่วมวงในวันนี้” เสียงทุ้มจากอาร์มิเทจ ฮักซ์ดังขึ้นแทบจะในทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว ฮักซ์ลุกขึ้นยืน และเดินเข้าไปจับมือทักทายพวกเขาทั้งสอง ฮานและเบนจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไปเป็นมารยาท

 

เบนมองที่โต๊ะอาหาร พบว่าเรย์และโพธิ์นั่งอยู่ก่อนแล้ว รวมถึงโอบีวันที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ฮักซ์เดินนำสองพ่อลูกมายังที่นั่งที่เหมือนกับว่าถูกจัดเอาไว้แล้วให้เป็นที่นั่งของพวกเขา ที่นั่งของฮานนั้นถัดมาจากโอบีวัน และเบนก็นั่งถัดจากฮาน

 

นั่นหมายถึงเขากำลังนั่งหันหน้าหาเรย์

 

เบนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม เขามองซ้ายที ขวาที มองบนเพดาน มองลงล่าง มองมือที่ประสานกันบนหน้าตักของตนเอง แต่เขารู้สึกได้ ไม่จำเป็นต้องเห็น แต่เขารู้ว่าเรย์มองตรงมาที่เขา

 

พลันเบนก็ตัดสินใจ เลิกทำตัวเลิ่กลั่ก มองไปยังเธอ และเขาก็พบว่าแววตาของเธอไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ เธอแค่มอง สายตาของเธอเย็นเยียบ ไม่มีความหวั่นไหวใดๆ ราวกับเขาและเธอไม่เคยรู้จักกัน ไม่สิ มันไม่ใช่การมอง มันเหมือนกับเธอแค่หันหน้าตรงเท่านั้น ราวกับเขาเป็นอากาศ ราวกับไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น

 

คนที่มีแววตาวูบไหว เห็นจะมีเพียงเบนแค่ฝ่ายเดียว

 

เบนแค่นยิ้มสมเพชกับตัวเอง นั่นสิ มันคงจะเป็นเขาแค่ฝ่ายเดียวจริงๆ ริอาจเอาตัวไปเกี่ยวดองกับหยาดเพชร ดูสิ เธอไม่ได้สนใจเขาเลยจริงๆ

 

 

บทสนทนาบนโต๊ะอาหารดูจะฝืดขึ้นมา เพราะอาร์มิเทจ ฮักซ์คนนั้นล้วนๆ แม้จะเป็นคนที่มาจากถิ่นฐานเดียวกับสองพ่อลูก แต่ฮานและเบนก็ลงความเห็นตรงกันว่าคนคนนี้ช่างน่าขายหน้า เขาเป็นคนโผงผาง พูดจาเปิดเผย คุยโว และดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้กาละเทศเท่าไหร่นัก ถ้าเป็นที่บ้าน เบนคงจะขอตัวลุกออกมาก่อน แต่เขาทำไม่ได้ และดูเหมือนโอบีวันจะเห็นดีเห็นงามไปกับทุกอย่างที่ตาคนนี้พูด นั่นยิ่งทำให้เบนรู้สึกขัดใจขึ้นยิ่งกว่าเก่า

 

เบนลอบสังเกตท่าทางของเรย์เป็นระยะๆ พบว่าเธอก็ยังไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใดๆออกมาเลย เธอหัวเราะไปกับทุกอย่างที่ฮักซ์พูด และแจกรอยยิ้มสดใสเหมือนดั่งทุกครั้ง จะมีก็เพียงพ่อโพธิ์นั่นแหละ ที่ทำหน้าเหมือนอยากตายเต็มทน เบนและโพธิ์มองตากันหลายครั้ง และไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ พวกเขาก็รู้ได้ว่าพวกเขาคิดเหมือนกัน

 

หรือว่าเรย์จะชอบคนแบบนี้กันนะ

 

หรือว่าผู้ชายแบบนี้คือประเภทที่ผู้หญิงชอบ

 

งั้นเขาคงจะต้องพิจารณาตัวเองเป็นอย่างมากเสียแล้ว

 

“มิสเตอร์เบน อาหารไม่อร่อยเหรอครับ” โอบีวันพูดขึ้น เนื่องจากข้าวในจานของเบนไม่พร่องลงไปเลย

 

“เปล่าครับ ผมแค่ไม่ค่อยหิว” เบนตอบ อันที่จริงควรจะเรียกว่าบรรยากาศในที่แห่งนี้มันทำให้ความอยากอาหารของเขากลายเป็นศูนย์

 

“คุณก็ไม่หิวงั้นเหรอคุณเรญา” นั่นเป็นคำพูดของฮักซ์ ทำให้เบนสังเกตที่จานอาหารของเรย์ เธอเองก็เรียกได้ว่าแทบไม่ได้ตักอะไรเข้าปากเลยเช่นกัน

 

“ค่ะ ขอโทษนะคะ ฉันทานมาแล้ว” เรย์ยิ้มให้ฮักซ์ ก่อนจะรวบช้อนส้อมเข้าด้วยกัน

 

เบนแปลกใจเล็กน้อยที่ฮักซ์เรียกเรย์ด้วยชื่อเต็ม เพราะตั้งแต่เขารู้จักเธอ เธอก็คะยั้นคะยอให้เขาเรียกเธอว่าเรย์เฉยๆมาโดยตลอด บางทีคงจะเป็นมารยาทของคู่หมั้นล่ะมั้ง ที่ต้องให้เกียรติกันและกันตลอดเวลา สำหรับเธอคงมองเขาเป็นเพื่อนคู่ค้าคนหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตรองใดๆให้มากความ

 

เบนได้แต่ภาวนาให้อาหารมื้อนี้ผ่านไปโดยเร็วที่สุด

 

 

อาร์มิเทจ ฮักซ์ อาสามาส่งเรย์ที่บ้าน ทำให้เธอแยกไปกลับกับเขา โพธิ์กลับพร้อมกันโอบีวัน ส่วนสองพ่อลูกขอเดินกลับกันเอง ทำให้พวกเขามาถึงเรือนช้ากว่าคนอื่นๆ

 

“เบน เอ็งเข้าไปก่อนเลย พ่อขอออกไปซื้อของแถวนี้ก่อน” ได้ยินดังนั้น เบนจึงพยักหน้าตอบรับ เขารับเสื้อตัวนอกของพ่อเอาไว้ และเดินเข้าไปในรั้วบ้าน

 

ก่อนจะไปถึงเรือนรับรอง เบนจะต้องเดินผ่านเรือนใหญ่ก่อน ซึ่งปกติแล้วเบนก็ชอบที่จะแอบมองหยาดเพชรของเขาแทบทุกวัน เบนรู้ว่าเธอชอบมายืนที่เพิงหน้าห้องของเธอ ตรงนั้นเธอจะสามารถมองเห็นทุกอย่างที่อยู่นอกบ้านของเธอได้ วันนี้ก็เช่นกัน แต่วันนี้เบนไม่ต้องยืนรอ เพราะเขากลับมาช้ากว่า ทำให้เมื่อเดินผ่าน เขาก็เห็นเธอยืนอยู่ก่อนแล้ว

 

ไม่ .. แต่มันมีอะไรแปลกๆ

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เบนสังเกตได้ว่าไหล่กลมมนนั่นขยับขึ้นลงนิดๆ ตัวของเรย์สั่นเทิ้ม จากที่จะต้องเดินกลับไปยังเรือนรับรอง เบนตัดสินใจค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ตัวเรือนใหญ่ เขาเดินเข้าไปใกล้ขึ้น และใกล้ขึ้น เพราะวันนี้เป็นคืนข้างขึ้น ทำให้แสงจันทร์นั้นสว่างกว่าวันทั่วๆไป เมื่อเบนเข้าไปใกล้ เขาก็มองเห็นใบหน้างามนั่นชัดเจนขึ้น

 

ดวงหน้าแสนสวยที่เขาคุ้นเคย บัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำสีใส อาบไปทั่วทั้งสองแก้มนวล แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ดวงตาทั้งสองข้างและจมูกของเธอแดงช้ำ และเบนก็ยังได้ยินเสียงสะอื้นที่แม้เจ้าตัวจะพยายามเก็บให้มิดเพียงใด เขาก็ได้ยินมันอยู่ดี

 

 

เพียงเท่านั้น ดวงใจของเบนก็กระตุกวูบ

 

เรย์กำลังร้องไห้

 

หยาดเพชรของเขา ... ร้องไห้

 

 

Writer’s talk


ตอนแรกกะว่าจะเก็บเอาไว้ก่อนค่ะ จริงๆแต่งเสร็จแล้วทั้งสองตอน นานแล้ว555555

แต่พอดีมีเรื่องอยากแต่ง ซึ่งเสร็จแล้วเช่นกัน(?) เลยกะว่าอัพ diamond ทีเดียวสองตอนเลยแล้วกัน รวดเดียวดีค่ะ ฮา

ช่วงนี้มีเรื่องให้เครียด กวนจิตใจเรามากทีเดียว ถ้าแต่งไม่ดียังไงขอโทษด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #10 ploymanoy1994 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:32
    ตามไปตอนต่อไป ด้วยความว่องไว
    #10
    0